Hotcourses Thailand เผย 4 อันดับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ที่มีความหลากหลายของนักเรียนต่างชาติมากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

Hotcourses Thailand เผย 4 อันดับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ที่มีความหลากหลายของนักเรียนต่างชาติมากที่สุด

Hotcourses Thailand จัดอันดับ 4 สถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่มีความหลากหลายของสัญชาตินักเรียนสูงสุดด้วย Hotcourses Diversity Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดความหลากหลายของสัญชาตินักเรียน โดยอันดับ 1 คือ Wesminter University ในประเทศอังกฤษ มีนักเรียนถึง 169 สัญชาติด้วยกัน รองลงมา คือHouston Community College ในสหรัฐอเมริกา 151 สัญชาติ และ University of Sydney ในประเทศออสเตรเลีย 144 สัญชาติ และสุดท้ายคือ University of Auckland ในประเทศนิวซีแลนด์ 53 สัญชาติ

นับเป็นครั้งแรกที่นักเรียนไทยจะสามารถเข้าถึงสถิติจากหน่วยงานด้านการศึกษาของทั้ง4ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ด้วยเครื่องมือใหม่ล่าสุดชื่อว่า Hotcourses Diversity Index เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละมหาวิทยาลัยมีสัดส่วนของนักเรียนจากประเทศใดมากที่สุด โดยมีการจัดอันดับให้เห็นชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยที่คุณจะสมัครเรียน มีเพื่อนเชื้อชาติใดบ้าง คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนทั้งหมด และสรุปจำนวนเชื้อชาติของนักเรียนที่มาจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อแสดงให้เห็นว่าสถาบันแห่งนี้มีความหลากหลายมากน้อยเพียงใด

ด้วย ฟังก์ชั่น Feel at Home Index จะเป็นเครื่องมือที่ให้ข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีนักเรียนต่างชาติกี่คน มีนักเรียนไทยมากน้อยแค่ไหน และคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักเรียนต่างชาติทั้งหมด เพียงแค่ใส่ชื่อมหาวิทยาลัยลงในช่อง ค้นหาจากชื่อมหาวิทยาลัยก็สามารถเรียกดูข้อมูลได้ทันที แต่ถ้าต้องการเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายๆ สถาบัน ก็ค้นหาได้โดยการเลือกดูข้อมูลเฉพาะประเทศ สาขาวิชา หรือระดับการศึกษา ซึ่งสถิติเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนไทยเลือกสถาบันการศึกษาต่อได้ตรงใจกับความต้องการของตัวเองมากยิ่งขึ้น

เครื่องมือนี้ จะสามารถช่วยการวางแผนการเรียนต่อต่างประเทศ โดยสามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งนักเรียนที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่จากความหลากหลายทางวัฒนธรรม และนักเรียนที่รู้สึกอุ่นใจมากกว่าหากได้อยู่ในสังคมของเพื่อนชาติเดียวกัน

อ่าน รายละเอียด HDI เพิ่มเติม และ วิธีการจัดทำข้อมูลฉบับเต็ม

ช้อมูลจาก *The Hotcourses Diversity Index ใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากหน่วยงานด้านการศึกษาของแต่ละประเทศและ  the Higher Education Statistics Agency (HESA) ในสหราชอาณาจักร ,The Institute of International Education (IIE)ในสหรัฐอเมริกา, Australian Government Department of Education & Training ประเทศออสเตรเลีย และ New Zealand Ministry for Education ประเทศนิวซีแลนด์

 

Hotcourses, ความหลากหลายของสัญชาติ, เรียนต่อต่างประเทศ, HDI

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Pannita Chunrattanakul [Bow]

โทร. 090 636 3639

อีเมล pannita@bowlimited.com

B O W Company Limited

สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติเผย ม้ากลุ่มแรกเดินทางถึงริโอแล้ว เตรียมพร้อมลุยศึกโอลิมปิก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โลซาน, สวิตเซอร์แลนด์–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ไม่ใช่แค่เพียงทัพนักกีฬาที่มุ่งสู่บราซิลเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร เท่านั้น แต่ม้ากลุ่มแรกก็ได้เดินทางมาถึงศูนย์กีฬาขี่ม้าโอลิมปิก (Olympic Equestrian Centre) ในดีโอโดโรแล้วเช่นกัน โดยแตะพื้นสนามบินนานาชาติกาเลียโอ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย หลังใช้เวลาเดินทางจากลอนดอนเกือบ 12 ชั่วโมง

 

Touchdown! The first Olympic horses flew into Rio de Janeiro just before midnight on 30 July before being transferred, complete with Federal Highway police escort, to their athletes’ village, the new-build stables at the Olympic Equestrian Venue in the Deodoro Olympic Park.Credits for the photo: Rio 2016 / Gabriel Nascimento (PRNewsFoto/Federation Equestre Intl)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160728/393822 )

          แม้ว่าม้าที่จะเข้าร่วมการแข่งขันประเภทอีเว้นติ้ง (Eventing) ทั้ง 34 ตัวเดินทางโดยเครื่องบินขนส่งสินค้า แต่ก็เป็นเครื่องบินโบอิ้ง 777-F ของสายการบินเอมิเรตส์ สกายคาร์โก ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แถมยังเป็นชั้นธุรกิจอีกด้วย! เช่นเดียวกับนักกีฬาทุกคน ม้าทุกตัวต้องผ่านด่านตรวจหนังสือเดินทาง (และตรวจสุขภาพ) ที่สนามบินลอนดอนสแตนสเต็ด ก่อนที่จะเช็คอินกระเป๋าและขึ้นเครื่องพร้อมกระเป๋าสัมภาระ

          ม้าทุกตัวจะได้รับการบริการดุจแขกคนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้าสำหรับใส่บนเครื่องบิน (ผ้าพันขา) และการบริการเต็มรูปแบบสำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ทั้งการเสิร์ฟอาหารพิเศษ การดูแลโดยพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (บริการแปรงขน) และรถเสิร์ฟเครื่องดื่ม (ถังใส่น้ำ) ที่คอยให้บริการ (ยกเว้นน้ำอัดลม) พร้อมด้วยกับแกล้มแสนอร่อย จะรับแอปเปิ้ลหรือแครอทดีครับ?

          นอกจากนี้ ยังมีคณะสัตวแพทย์ร่วมเดินทางมาบนเครื่องบินด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าม้าที่มีค่าเหล่านี้จะถูกขนย้ายไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด มันสำคัญมากเพราะนักกีฬาสี่ขาเหล่านี้คือธุรกิจ!

          ม้าที่เดินทางมาถึงริโอในเช้าตรู่ จะเดินทางต่อด้วยรถบรรทุกที่มีอุปกรณ์ครบครัน และตำรวจคุ้มกันหลายนาย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ Christ the Redeemer ตลอดการเดินทางไปยังคอกม้าสร้างใหม่ ณ ศูนย์กีฬาขี่ม้าโอลิมปิก ที่ถูกปูด้วยแผ่นหนังสีดำประดุจพรมแดงเพื่อให้การต้อนรับ!

          เที่ยวบินขาเข้านี้ เป็นเที่ยวบินแรกจาก 9 เที่ยวบินในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ขนย้ายม้าจากอังกฤษ ไอร์แลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซิมบับเว บราซิล ญี่ปุ่น อิตาลี และจีน ทั้งนี้ ม้ากว่า 200 ตัวจาก 43 ประเทศ จะเดินทางถึงสนามแข่งที่ดีโอโดโร ในอีก 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้ เพื่อเตรียมตัวชิงเหรียญทองร่วมกับนักกีฬาคู่กาย ในการแข่งขันขี่ม้าโอลิมปิกทั้ง 3 ประเภท

          เกี่ยวกับสหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) http://www.fei.org

          FEI เป็นองค์กรกีฬาขี่ม้าระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1921 และได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC)

          FEI เป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจในการควบคุมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโอลิมปิก ทั้งในประเภทการขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) และการขี่ม้าแบบอีเว้นติ้ง (Eventing) รวมถึงการบังคับม้าเพื่อลากรถเทียมม้า (Driving) การขี่ม้าวิบาก (Endurance) ยิมนาสติกบนหลังม้า (Vaulting) และการขี่ม้าแบบเรนนิ่ง (Reining) นอกจากนี้ FEI ยังกำกับดูแลการแข่งขัน Para-Equestrian Dressage และ Para-Driving ในระดับนานาชาติทั้งหมด

          ที่มา: Federation Equestre Internationale (FEI)

InComm เสริมความแข็งแกร่งในเอเชีย รุกซื้อธุรกิจพรีเพดของ ValuAccess

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนตา–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

จากความสำเร็จในฐานะหุ้นส่วน  สู่การเข้าซื้อธุรกิจครั้งสำคัญ 

InComm ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์พรีเพดและบริการธุรกรรมทางการเงิน ได้เข้าซื้อธุรกิจพรีเพดในฮ่องกงของบริษัท ValuAccess ซึ่งเป็นผู้นำด้านบัตรเติมเงิน รอยัลตี้โปรแกรม และการประมวลผลข้อมูลธุรกรรมสำหรับผู้ค้าปลีกในเอเชีย

 InComm logo Logo / InComm logo (PRNewsFoto/InComm)

InComm logo (PRNewsFoto/InComm)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20141120/159878LOGO 

ก่อนการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ InComm และ ValuAccess ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในตลาดฮ่องกงหลังจับมือเป็นหุ้นส่วนกันในปี 2555 จนเกิดการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างธุรกิจระดับโลกของ InComm กับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของตลาดค้าปลีกและผู้บริโภคฮ่องกงของ ValuAccess โดยความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้ผู้ค้าในฮ่องกงได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ทั้งบัตรเติมเงิน บัตรของขวัญ และบัตรเงินสดอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มยอดขายและดึงคนให้เข้าร้านค้าที่ร่วมรายการมากขึ้น ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี่เองที่นำไปสู่การเข้าซื้อกิจการในที่สุด 

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในต่างประเทศของ InComm อีกทั้งยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อตลาดเอเชียด้วยแฟรงก์ โมนาโค รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายกิจการต่างประเทศของ InComm กล่าว เอเชียยังคงเป็นจุดสนใจหลักของ InComm และการเข้าซื้อกิจการจะช่วยให้เราสามารถสานต่อความสำเร็จในภูมิภาคนี้ต่อไป 

“InComm เป็นหุ้นส่วนชั้นยอดของ ValuAccess มาตลอดหลายปีอลิสแตร์ กอร์ดอน ซีอีโอของ ValuAccess Limited กล่าว เราจะเดินหน้าสนับสนุนInComm ต่อไป ด้วยการจัดหาบัตรของขวัญให้แก่ร้านค้าที่เป็นหุ้นส่วนของ InComm พร้อมกับให้การสนับสนุนด้านการประมวลผลข้อมูลในฮ่องกง 

เกี่ยวกับ ValuAccess 

ValuAccess ก่อตั้งขึ้นในปี 2549 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง บริษัทเป็นผู้จัดหาบัตรเติมเงิน บัตรของขวัญ และรอยัลตี้โปรแกรมให้แก่ลูกค้าในตลาดเอเชียแปซิฟิกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.valuaccess.com 

เกี่ยวกับ InComm 

InComm ผสานโซลูชั่นของบริษัทเข้ากับระบบขายหน้าร้านของบรรดาร้านค้า ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถทำธุรกรรมต่างๆได้ในร้านค้ามากกว่า 500,000 แห่ง ไม่ว่าผู้บริโภคจะต้องการเปิดใช้งานบัตรพรีเพด จ่ายบิล รับส่วนลดแบบเรียลไทม์ผ่านบัตรสมาชิก ซื้อสินค้าดิจิตอลหน้าร้าน หรือเติมเงินเข้าบัญชีออนไลน์ InComm ก็พร้อมตอบสนองความต้องการของขาช้อปผู้เร่งรีบ ด้วยการมอบบัตรของขวัญ นำเสนอสิทธิพิเศษผ่านรอยัลตี้โปรแกรม และให้บริการแก่ลูกค้าที่ปกติใช้เงินสด ทั้งนี้InComm มีสำนักงานใหญ่อยู่ในแอตแลนตา มีการดำเนินงานใน 31 ประเทศ และครอบครองสิทธิบัตร 206 ฉบับทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.incomm.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง www.twitter.com/incomm, www.facebook.com/incomm,www.linkedin.com/company/incomm และ www.incomm.com/blog

สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติเผย ม้ากลุ่มแรกเดินทางสู่ริโอเพื่อเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โลซาน, สวิตเซอร์แลนด์–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ม้ากลุ่มแรกที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่กรุงริโอเดอจาเนโร ได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากท่าอากาศยานลอนดอนสแตนสเต็ดในวันนี้ (29 กรกฎาคม) โดยเครื่องบินขนส่งพิเศษสำหรับมหกรรมโอลิมปิกโดยเฉพาะ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ความฝันสำหรับบรรดาม้าชั้นเลิศจากทั่วโลก

 

Horses bound for the Rio 2016 Olympic games are loaded onto an Emirates SkyCargo Being 777-F at London Stansted Airport. On the flight were 34 horses from 10 of the nations competing in Equestrian at Rio 2016″ (FEI/Jon Stroud media) (PRNewsFoto/FEI)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160727/393359 )

          ม้ารวม 34 ตัว จาก 10 ประเทศ ซึ่งมีมูลค่าเป็นล้านๆ ได้ถูกลำเลียงสู่คอกม้าที่ปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อรองรับการเดินทางที่ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง บนเครื่องบินโบอิ้ง 777-F ของสายการบินเอมิเรตส์ สกายคาร์โก ซึ่งทะยานออกจากสหราชอาณาจักรเมื่อเวลา 15.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น (BST)

          การขนย้ายม้าจากประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซิมบับเว บราซิล ญี่ปุ่น อิตาลี และจีนในรอบนี้ ถือเป็นการขนย้ายเที่ยวแรกจากทั้งหมด 9 เที่ยว เพื่อลำเลียงม้ารวมทั้งสิ้นกว่า 200 ตัวไปยังท่าอากาศยานนานาชาติริโอ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังศูนย์กีฬาขี่ม้าโอลิมปิกใน Deodoro Olympic Park

          การปฏิบัติงานอันซับซ้อนครั้งนี้ต้องใช้ท่าอากาศยาน 3 แห่งทั้งในยุโรปและอเมริกา ได้แก่ ท่าอากาศยานลอนดอนสแตนสเต็ด (สหราชอาณาจักร) ท่าอากาศยานลีแยฌ (เบลเยียม) และท่าอากาศยานไมอามี (สหรัฐอเมริกา) โดยม้าและนักกีฬาจาก 43 ประเทศ จะลงชิงชัยในกีฬาขี่ม้าโอลิมปิก ทั้งในประเภทศิลปะการบังคับม้า การขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง และการขี่ม้าแบบอีเว้นติ้ง

          สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) ได้บันทึกภาพความทรงจำในวันอันน่าตื่นเต้นนี้ ทั้งในรูปของภาพนิ่งและวิดีโอ ตั้งแต่การเดินทางไปถึงสนามบินเพื่อเช็คอิน ไปจนถึงการนำม้าขึ้นเครื่องบินออกเดินทางไปยังเมืองริโอ เพื่อถ่ายทอดให้ชาวโลกได้เห็นทุกย่างก้าวของการเดินทางไปสู่ชัยชนะในมหกรรมโอลิมปิก

          ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินจากท่าอากาศยานสแตนสเต็ด

          – ระยะเวลาเดินทางจากท่าอากาศยานสแตนสเต็ดถึงริโอ: 11 ชั่วโมง 40 นาที

          – ข้อมูลเครื่องบิน: เครื่องบินโบอิ้ง 777-F ของสายการบินเอมิเรตส์ สกายคาร์โก

          – คาร์โกบรรทุกม้าหนัก 17,500 กิโลกรัม

          – ม้าหนึ่งตัวมีน้ำหนักเฉลี่ย 515 กิโลกรัม

          – อุปกรณ์เกี่ยวกับม้าหนัก 9,900 กิโลกรัม

          – อาหารม้าหนัก 6,000 กิโลกรัม (เพื่อให้ม้าบริโภคระหว่างการแข่งขัน)

          ข้อมูลเกี่ยวกับกีฬาขี่ม้าโอลิมปิก

          – มีความเท่าเทียมทางเพศอย่างแท้จริง เพราะเป็นกีฬาประเภทเดียวในมหกรรมโอลิมปิกที่นักกีฬาชายและหญิงแข่งขันกันอย่างเสมอภาคเพื่อชิงเหรียญในประเภทเดียวกัน

          – มีม้า/นักกีฬา 200 คู่เข้าร่วมการแข่งขัน (รวมตัวสำรอง)

          – มีการแข่งขัน 3 ประเภท ได้แก่ อีเว้นติ้ง (ลงแข่งขัน 65 คู่) ศิลปะการบังคับม้า (60 คู่) และการขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (75 คู่)  

          เกี่ยวกับสหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) http://www.fei.org

          FEI เป็นองค์กรกีฬาขี่ม้าระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1921 และได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC)

          FEI เป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจในการควบคุมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโอลิมปิก ทั้งในประเภทการขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) และการขี่ม้าแบบอีเว้นติ้ง (Eventing) รวมถึงการบังคับม้าเพื่อลากรถเทียมม้า (Driving) การขี่ม้าวิบาก (Endurance) ยิมนาสติกบนหลังม้า (Vaulting) และการขี่ม้าแบบเรนนิ่ง (Reining) นอกจากนี้ FEI ยังกำกับดูแลการแข่งขัน Para-Equestrian Dressage และ Para-Driving ในระดับนานาชาติทั้งหมด

          ที่มา: Federation Equestre Internationale (FEI)

Nuctech เตรียมพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยโค้งสุดท้าย ก่อนมหกรรมโอลิมปิก ริโอ 2016 เปิดฉาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

 ริโอ เดอ จาเนโร–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Nuctech ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสแกนรักษาความปลอดภัยกว่า 250 เครื่องภายในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนที่มหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์และพาราลิมปิกส์เกมส์ 2016 ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล จะเริ่มขึ้น โดยเครื่องสแกนดังกล่าวซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจรักษาความปลอดภัยในมหกรรมริโอ เกมส์ ถึง 90% นั้น จะได้รับการทดสอบขั้นสุดท้ายโดยคณะตุลาการของบราซิล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจรักษาความปลอดภัยนับล้านครั้งตลอดช่วงการแข่งขัน

 

คำบรรยายภาพ 1 – เครื่องสแกนรักษาความปลอดภัยจาก Nuctech ได้รับการติดตั้งและแก้ไขจุดบกพร่อง ณ สนามแข่งขันต่างๆ ในริโอ เดอ จาเนโร

 รูปภาพ 1 –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160729/0861607521-a

 

คำบรรยายภาพ 2 – เครื่องสแกนของ Nuctech ได้รับการติดตั้งตามสถานที่จัดการแข่งขันในริโอ เดอ จาเนโร พร้อมรับโอลิมปิกเปิดฉาก

 รูปภาพ 2 – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160729/0861607521-b

          ทั้งนี้ เครื่องสแกนของ Nuctech จะใช้ในการตรวจรักษาความปลอดภัยตามสถานที่จัดการแข่งขันหลัก 4 แห่ง ได้แก่ บาร์รา ดีโอโดโร มารากานัง โคปาคาบานา เช่นเดียวกับที่หมู่บ้านโอลิมปิก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท้องถิ่นที่ผ่านการฝึกอบรมกว่า 2,000 คนประจำการตามจุดต่างๆ โดยคาดว่าเฉพาะพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน ณ สนามกีฬามารากานัง จะมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนถึง 100,000 คน

          Nuctech นำเครื่องสแกน 2 รุ่นหลักมาใช้ในมหกรรมโอลิมปิก ที่ริโอ เดอ จาเนโร ได้แก่ CX6040BI เครื่องสแกนเอ็กซเรย์สำหรับตรวจสัมภาระส่วนบุคคล และCX100100T เครื่องสแกนเอ็กซเรย์สำหรับตรวจสินค้าบรรทุก โดยทั้งสองรุ่นต่างใช้ระบบการสร้างภาพเอ็กซ์เรย์ที่แผ่รังสีต่ำ พร้อมเครื่องกำเนิดเอ็กซ์เรย์ที่ได้รับการอัพเกรด ในขณะที่ตัวตรวจจับซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นนั้น สามารถสแกนที่ความละเอียดสูงขึ้น ด้วยขั้นตอนการสร้างภาพที่แม่นยำ

          ระบบเตือนภัยจะทำงานในทันทีหากตรวจพบวัตถุระเบิด การซ่อนกล้อง หรือสิ่งของที่รังสีเอ็กซ์เรย์ไม่สามารถผ่านทะลุได้ อีกทั้งระบบดังกล่าวยังมีความสามารถในการระบุและตรวจจับสีงของทั้งที่เป็นสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งอุปกรณ์และทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับประกันความปลอดภัยตลอดการแข่งขัน

          Zhiqiang Chen ซีอีโอของ Nuctech กล่าวว่า “ในฐานะผู้จัดหาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการรักษาความปลอดภัยอันทันสมัย วิสัยทัศน์และเป้าหมายสูงสุดของNuctech ก็คือ การทำให้โลกนี้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น‘”

          “ด้วยความสนใจอย่างล้นหลาม รวมทั้งการมีส่วนร่วมของนักกีฬาและผู้ชมจากทั่วโลก Nuctech รู้สึกเป็นเกียรติและเต็มใจอย่างยิ่งในการทุ่มเทให้บริการการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดแก่งานสำคัญระดับโลกเช่นนี้”

          เกี่ยวกับ Nuctech

          Nuctech Company Limited (Nuctech) เป็นผู้จัดหาระบบและบริการตรวจสอบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง โดยอาศัยนวัตกรรมที่เป็นอิสระ และมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า บริษัทส่งมอบเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันครบวงจรอันทันสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้าในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมทั้งการบินพลเรือน ศุลกากร การรถไฟ ทางหลวง โลจิสติกส์ ระบบศาลยุติธรรม และการจัดงานสาธารณะต่าง ๆ

          ติดต่อ:

          Wei Cheng

          โทร: +86 10 5095 2921

          อีเมล: chengwei@nuctech.com         

แบรนด์ยางรถยนต์ระดับโลก “Giti” รุกตลาดประเทศไทย พร้อมเปิดประสบการณ์ดริฟต์สุดมันกับนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตชื่อดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บุรีรัมย์ ประเทศไทย–1 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Giti แบรนด์ยางรถยนต์ระดับโลก ได้จัดงานเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้แฟนๆได้สัมผัสกับประสบการณ์ดริฟต์สุดมันไปกับ Leona Chin และ Sam Young สองนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตชื่อดังของเอเชีย

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160729/0861607562

แบรนด์ยางรถยนต์ระดับโลก “Giti” รุกตลาดประเทศไทย พร้อมเปิดประสบการณ์ดริฟต์สุดมันกับนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตชื่อดัง

กิจกรรม Ride & Drift Experience คือส่วนหนึ่งของการเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการในประเทศไทย และจัดขึ้นพร้อมกับการแข่งขัน Formula Masters China Series (FMCS) ซึ่งยางรถรุ่น Giti Compete GTR1 เป็นยางรถอย่างเป็นทางการของการแข่งขันนี้มาตั้งแต่ปี 2013

ในโอกาสนี้ Giti ได้เปิดตัวยางรถมอเตอร์สปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ “Giti Sport GTR3 RR1″ โดยอวดโฉมอยู่บนล้อรถ Veilside Bentley-Supra และ Nissan Cefiroซึ่งเป็นรถที่ใช้สำหรับกิจกรรม Ride & Drift Experience นอกจากนี้ แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต ผู้แทนจำหน่าย และดีลเลอร์ชาวไทย ยังได้คว้าโอกาสสุดพิเศษในการนั่งเบาะหน้าคู่กับ Leona และ Sam ขณะลงสนามด้วยรถยนต์สมรรถนะสูงเหล่านี้ด้วย

Leona มีชื่อเสียงในมาเลเซียและเอเชียในฐานะนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตมืออาชีพ ก่อนจะโด่งดังไปทั่วโลกจากการอัดคลิปวิดีโอแกล้งคน โดยเธอแกล้งทำเป็นสาวน้อยไร้เดียงสา ก่อนจะทำให้ครูสอนขับรถแทบช็อคด้วยทักษะการดริฟต์อันเหลือเชื่อ ส่วน Sam คือนักแข่งมากประสบการณ์ผู้มีผลงานโดดเด่นในการแข่งขันประเภท gymkhana ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกเคียงคู่กับ Leona

Elson Lee ผู้จัดการฝ่ายการพัฒนาธุรกิจในอาเซียน กล่าวว่า “เราตระหนักดีถึงสถานการณ์ความยากลำบากทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ดังนั้น เราจึงต้องใช้กลยุทธ์การตลาดและการขายที่มีความสร้างสรรค์มากเป็นพิเศษ ด้วยแรงสนับสนุนและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเครือข่ายดีลเลอร์ของเรา เรามั่นใจว่ายางรถ PCR ของGiti จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามในระยะยาว” ขณะเดียวกัน Shiroo Chia รองผู้จัดการฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ กล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ เราตั้งใจจะขยายธุรกิจในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในอาเซียน พร้อมกันนี้ เราได้ปรับรูปแบบกิจกรรมการตลาดให้เหมาะสมกับการโปรโมทแบรนด์ในประเทศไทยด้วย”

หมายเหตุ: การสาธิตการดริฟต์อยู่ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และมีเป้าหมายเพื่อแสดงสมรรถนะของยางรถยนต์เท่านั้น การดริฟต์เป็นกิจกรรมเสี่ยงอันตรายและควรทำโดยมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้วเท่านั้น

เกี่ยวกับ Giti Tire

Giti Tire เป็นแบรนด์ยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่วางจำหน่ายผ่านเครือข่ายการตลาดในกว่า 130 ประเทศ โดยตลอด 60 ปีที่ผ่านมา กิจการของ Giti Tire เติบโตอย่างไม่หยุดยั้งด้วยศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาอันเหนือชั้น ขณะเดียวกันโรงงานอันทันสมัยก็ผลิตสินค้าคุณภาพเยี่ยมป้อนตลาดอย่างต่อเนื่อง

Giti ยึดมั่นในการควบคุมคุณภาพขั้นสูงสุด ส่งผลให้โรงงานผลิตทั้ง 7 แห่งได้รับการรับรอง ISO/TS16949:2002 อันเป็นมาตรฐานรับรองคุณภาพการผลิตในระดับสากล

การยึดมั่นในคุณภาพยังส่งผลให้ Giti ได้รับรางวัลซัพพลายเออร์ยอดเยี่ยมจากบริษัทชั้นนำมากมาย เช่น General Motors รวมถึงได้รับการยอมรับจากลูกค้าหลายล้านรายทั่วโลก ทั้งนี้ Giti Tire มีศูนย์วิจัยและพัฒนาในเยอรมนี สหรัฐอเมริกา จีน สหราชอาณาจักร และอินโดนีเซีย ซึ่งคอยปรับปรุงและประเมินสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนเครือข่ายการตลาดและการพัฒนาทั่วโลก

ผู้เชี่ยวชาญชี้เทคโนโลยีเคลือบนาโนมีศักยภาพสูงในอนาคต ตอกย้ำ Nanopool เดินกลยุทธ์ถูกทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โฮลซ์ไวเลอร์, เยอรมนี–28 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ข่าวดีจากบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรม:

          นักวิเคราะห์ชั้นแนวหน้าคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมนาโนเทคโนโลยีมีศักยภาพที่จะเติบโตสูงต่อไปอีกหลายปี

          บรรดาผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า สารเคลือบนาโนสำหรับยับยั้งแบคทีเรียเพียงภาคส่วนเดียวก็มีมูลค่าในตลาดโลกมากถึง 3.8 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2563 ดังที่ระบุไว้ในรายงาน “Global Industry Analysts”

          สำหรับ Nanopool ซึ่งเป็นผู้คิดค้นระบบเคลือบสมรรถนะสูงนั้น ตัวเลขเหล่านี้ช่วยยืนยันถึงกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทว่ามาถูกทางแล้ว โดยนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2549 สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งประเทศเยอรมนี (DPMA) ได้อนุมัติการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีเคลือบต้านแบคทีเรียรวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ ให้กับ นายซาสช่า ชวินท์ กรรมการผู้จัดการและผู้คิดค้นนวัตกรรมของ Nanopool ส่งผลให้ Nanopool มีเอกสิทธิ์ในการผลิตและให้บริการระบบป้องกันพื้นผิวต้านแบคทีเรียทั่วทวีปยุโรปไปจนถึงปี 2570 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจเรือเดินสมุทร การติดตั้งระบบท่าเรือ ตลอดจนแท่นขุดเจาะและท่อส่งน้ำมัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับความเสียหายจากน้ำทะเล และจำเป็นต้องได้รับการปกป้องไม่ให้เกิดการเสื่อมสภาพและการปนเปื้อน

          นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ทาง Nanopool จดสิทธิบัตรไว้ยังมีคุณสมบัติในการปกป้องบรรจุภัณฑ์จากความชื้น โดยมีการนำผลิตภัณฑ์เคลือบต้านแบคทีเรียไปใช้ตามโรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ครัวโรงแรม โรงงานแปรรูปอาหาร ไปจนถึงบนรถไฟ และรถโดยสารด้วย

          Nanopool ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ในฐานะบริษัทผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นาโนจากรัฐซาร์ลันด์ ประเทศเยอรมนี Nanopool ได้สั่งสมความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตสารเคลือบสมรรถนะสูงมาเป็นเวลาถึง 10 ปี โดยสามารถพบผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ในหลายส่วนตลาด ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน ตลอดจนรายการผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมของ Nanopool บริษัทจึงสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรมและลูกค้าเฉพาะราย “การดำเนินกลยุทธ์ของบริษัทเมื่อปี 2549 นั้นมาถูกทางแล้ว สิ่งนี้ได้รับการยืนยันในรายงานการวิเคราะห์ตลาดล่าสุด รวมทั้งยังได้รับการพิสูจน์แล้วจากความพึงพอใจของลูกค้าและพันธมิตร” ซาสช่า ชวินท์ กรรมการผู้จัดการของ Nanopool ทิ้งท้าย

          สื่อมวลชนติดต่อ: info@nanopool.eu

          โทร: +49(0)6831-8902712

          ที่มา: Nanopool GmbH

มกุฎราชกุมารดูไบเปิดตัวโครงการใหม่ “Dubai Future Accelerators” มุ่งรับมือกับความท้าทายสำคัญ 7 ประการแห่งศตวรรษที่ 21

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–28 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– ดูไบเตรียมจัดตั้งโครงการใหม่เพื่อมอบรางวัลให้กับบรรดาบริษัทนวัตกรรมจากทั่วโลก

– บริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะแข่งขันกันค้นหาวิธีรับมือกับ ความท้าทายสำคัญ 7 ประการแห่งศตวรรษที่ 21

– มุ่งขยายขอบเขตความร่วมมือและทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆในระดับชุมชนเมือง

– ตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของดูไบในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการทดสอบเทคโนโลยีและธุรกิจแห่งอนาคต

– มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของดูไบ (และอาจรวมถึงอนาคตของโลก) 

มกุฎราชกุมารแห่งดูไบประกาศเปิดตัวโครงการเปลี่ยนแปลงโลกสุดยิ่งใหญ่ “Dubai Future Accelerators” ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทนวัตกรรมระดับโลกและหน่วยงานรัฐได้ร่วมมือกันทดสอบโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญๆในระดับชุมชนเมือง

 Dubai-Future-Accelerators / PULLING THE FUTURE FORWARD FASTERThe Dubai Future Accelerators are an intensive 12-week program that pairs top companies & cutting-edge entrepreneurs with powerful partners in Dubai to create breakthrough solutions together. (PRNewsFoto/Dubai Future Foundation)

PULLING THE FUTURE FORWARD FASTERThe Dubai Future Accelerators are an intensive 12-week program that pairs top companies & cutting-edge entrepreneurs with powerful partners in Dubai to create breakthrough solutions together. (PRNewsFoto/Dubai Future Foundation)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160727/393408 ) 

โครงการ Dubai Future Accelerators มุ่งจัดการกับ ความท้าทายสำคัญ 7 ประการแห่งศตวรรษที่ 21เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน ตลอดจนการพัฒนาสังคม

ความท้าทายสำคัญ 7 ประการประกอบด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัย ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์, จีโนมิกส์, การพิมพ์ 3 มิติ, ระบบบัญชีแยกประเภทแบบกระจายตัว (distributed ledgers), นวัตกรรมเลียนแบบธรรมชาติ (biomimicry) และเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ และวิธีการทำงาน รูปแบบใหม่ โดยมุ่งจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ในภาคส่วนต่างๆของรัฐ ทั้งภาคการบริการสุขภาพ การศึกษา การคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล

โครงการ Dubai Future Accelerators โดดเด่นเหนือโครงการอื่นๆ เพราะมุ่งทดสอบนวัตกรรมต้นแบบแห่งอนาคตในระดับชุมชนเมือง ซึ่งไม่เคยมีโครงการใดทำมาก่อน โดยต้องยกความดีความชอบให้กับรัฐบาลดูไบที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

โครงการแห่งศตวรรษที่ 21

โครงการ Dubai Future Accelerators ริเริ่มโดยท่านชีค ฮัมดัน บิน โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม มกุฎราชกุมารแห่งดูไบ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมถึงเจตนารมณ์ของท่านชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของยูเออี และผู้ครองนครดูไบ

“วิสัยทัศน์ของท่านชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด คือการเปลี่ยนยูเออีให้กลายเป็นศูนย์กลางของโลกในการสร้างสิ่งที่ดีกว่าเพื่ออนาคต” ท่านชีค ฮัมดัน กล่าวในแถลงการณ์

มูฮัมหมัด อับดุลลาห์ อัล เกอร์กาวี รัฐมนตรีกระทรวงกิจการรัฐมนตรีและอนาคต ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานมูลนิธิ Dubai Future Foundation กล่าวว่า “เราขอเชิญชวนทุกท่านทั่วโลกให้เดินทางมายังดูไบเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าเดิม”

ทุกบริษัทสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทสตาร์ทอัพหรือบริษัทขนาดใหญ่ ขอเพียงแค่มีแนวความคิดต้นแบบที่ใช้จัดการกับความท้าทายที่กล่าวถึงข้างต้น โดยบริษัทที่ชนะจะต้องนำเสนอแนวคิดอย่างละเอียด เพื่อทำเป็นโครงการนำร่องแห่งอนาคตที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีนั้นๆ

ดูไบพร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการทดสอบเทคโนโลยีและดีไซน์แห่งอนาคต

Dubai Future Foundation เป็นผู้ดำเนินโครงการ Dubai Future Accelerators ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ Dubai Future Agenda ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ที่มุ่งพัฒนาโครงการและโซลูชั่นแห่งศตวรรษที่ 21 ทั่วโลก สำหรับโครงการอื่นๆภายใต้ Dubai Future Agenda ประกอบด้วย Dubai 3D Printing Strategy (ดำเนินงานร่วมกับเทศบาลนครดูไบ), Dubai Autonomous Transport Strategy (ดำเนินงานร่วมกับ RTA ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านคมนาคมขนส่งของดูไบ), Global Blockchain Council และ Museum of the Future

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์: https://dubaifutureaccelerators.com/en

สื่อมวลชน: https://dubaifutureaccelerators.com/en/press

ภาษาอารบิก: https://dubaifutureaccelerators.com/ar

ที่มา: Dubai Future Foundation

สมาคมสื่อสารธุรกิจ Aberje ออกจดหมายข่าวฉบับที่ 3 ชูบทบาทของการสื่อสารในการเอาชนะวิกฤตการณ์ในบราซิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซาเปาโล–28 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Aberje หรือสมาคมการสื่อสารภาคธุรกิจของบราซิล ได้เผยแพร่จดหมายข่าว BRpr ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นฉบับที่ 3 แล้ว โดยทางสมาคมได้ริเริ่มโครงการจดหมายข่าวขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่แวดวงการสื่อสารองค์กรของบราซิลใช้ในการสนทนาแลกเปลี่ยนกับนานาประเทศ

จดหมายข่าวฉบับที่ 3 นี้ประกอบด้วยบทความ 2 บทความที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในบราซิล บทความแรกเขียนขึ้นโดย Paolo Nassarประธานของ Aberje และอาจารย์ที่ USP (University of Sao Paulo) ซึ่งได้กล่าวถึงวิกฤตในประเทศบราซิล รวมไปถึงบทบาทของการสื่อสารในการเอาชนะวิกฤตดังกล่าว ขณะที่ Serge Giacomo ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารที่ GE ได้พูดคุยถึงมหกรรมโอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ตลอดจนเรื่องราวอันเป็นตำนานเละแรงบันดาลใจของกีฬาโอลิมปิก

บทความอีกหนึ่งชิ้นเป็นการพูดถึงแบรนด์ LATAM ที่เกิดจากการรวมตัวกันระหว่าง 2 สายการบิน ได้แก่ TAM และ LAN ซึ่งมีการดำเนินงานอย่างมากในด้านการสื่อสาร นอกจากนี้ ในจดหมายข่าวฉบับนี้ ยังได้มีการชูแคมเปญจาก Vorantim Cimentos, Pirelli และ Volvo ตลอดจนการนำเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการที่องค์กรของบราซิลได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกใหม่ของ Global Alliance for PR และโอกาสครบรอบ 10 ปีความร่วมมือเป็นพันธมิตรระหว่าง Aberje กับSyracuse University อีกด้วย

เกี่ยวกับ Aberje – Aberje Brazillian Association of Business Communication เป็นแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับการผลิตและการเผยแพร่ความรู้และวิธีปฏิบัติในด้านการสื่อสารองค์กรของประเทศบราซิล Aberje ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2510 ในฐานะองค์กรวิชาชีพและวิทยาศาสตร์ซึ่งไม่แสวงผลกำไร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการสื่อสารภายในบริษัทและสถาบันต่าง ๆ และปลูกฝังบทบาทของนักสื่อสาร สำหรับกิจกรรมหลักของ Aberje ได้แก่ การสนับสนุน เนื้อหา การศึกษา และอาชีพ

องค์กรมีสมาชิกมากกว่า 500 ราย (ทั้งบริษัทและบุคคล) ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนาการสื่อสารองค์กรและกิจกรรมภายในองค์กร หรือมีบทบาททั้งทางตรงและทางอ้อมในเรื่องดังกล่าว กิจกรรมของ Aberje ไม่ได้จำกัดอยู่ในประเทศบราซิล โดยทางองค์กรได้สร้างความสัมพันธ์และดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนกับหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส เยอรมนี อิตาลี อินเดีย เม็กซิโก อาร์เจนตินา ชิลี โคลอมเบีย และเปรู โดยมีสถานะเป็นหน่วยงานวิจัยด้านการสื่อสารภาคธุรกิจของประเทศบราซิล

สมัครรับจดหมายข่าว BRpr ได้ที่ http://aberje.siteprofissional.com/optinbrpr.asp

ข้อมูลสำหรับติดต่อ:

Tato Carbonaro

ฝ่ายรัฐกิจและวิเทศสัมพันธ์

โทร. +55 11 5627-9090 ต่อ 824

อีเมล: tatocarbonaro@aberje.com.br

“พับลิค แบงก์” เตรียมขึ้นแท่นธนาคารมาเลเซียรายแรกที่ออกบัตรยูเนี่ยนเพย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–28 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

พับลิค แบงก์ (Public Bank) ธนาคารรายใหญ่อันดับสามของมาเลเซีย ลงนามข้อตกลงร่วมกับเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกอย่าง ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International) เพื่อออกบัตรเดบิตยูเนี่ยนเพย์ ซึ่งจะส่งผลให้ พับลิค แบงก์ เป็นธนาคารมาเลเซียรายแรกที่ออกบัตรยูเนี่ยนเพย์ในประเทศ

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160726/8521604793-a

Dato’ Chang Kat Kiam รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของพับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด, Tan Sri Dato’ Sri Tay Ah Lek กรรมการผู้จัดการของพับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด, ไช่ เจียนป๋อ ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ หยาง เหวินฮุ่ย ผู้จัดการทั่วไปของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในพิธีลงนามข้อตกลงออกบัตรเดบิตยูเนี่ยนเพย์ โดยการลงนามครั้งนี้จะส่งผลให้พับลิค แบงก์

 

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20151105/8521507450Logo

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160726/8521604793LOGO

พับลิค แบงก์ จะออกบัตรเดบิต PB UnionPay Lifestyle Debit Card และให้บริการเปิดบัญชีออมทรัพย์ PB UnionPay Savings Account เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วไปและนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปยังประเทศจีนเป็นประจำ โดยลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบายจากการพกบัตรแทนที่จะต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน บัตรยูเนี่ยนเพย์ใช้ได้ทั่วประเทศจีนและในอีก 160 ประเทศทั่วโลก ดังนั้น ชาวมาเลเซียที่ต้องเดินทางเป็นประจำ ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในมาเลเซีย รวมถึงนักศึกษาและแรงงานจากจีนที่เดินทางมาเรียนและทำงานในมาเลเซีย จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของยูเนี่ยนเพย์

ในมาเลเซียนั้น ตู้เอทีเอ็มกว่า 90% และร้านค้า 60% ต่างยินดีรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ทั้งที่ออกภายในประเทศและต่างประเทศ

อนึ่ง ข้อตกลงที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นการลงนามระหว่าง Tan Sri Dato’ Sri Tay Ah Lek กรรมการผู้จัดการของพับลิค แบงก์ และ ไช่ เจียนป๋อ ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ Menara Public Bank โดยมีผู้บริหารท่านอื่นๆของพับลิค แบงก์ และเจ้าหน้าที่จากยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมเป็นสักขีพยาน

Tan Sri Dato’ Sri Tay Ah Lek แสดงความเห็นว่า “การได้เป็นธนาคารมาเลเซียแห่งแรกที่ออกบัตรยูเนี่ยนเพย์ นับเป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่า พับลิค แบงก์ ให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าและการพัฒนาธุรกิจลูกค้ารายย่อย เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกในการชำระเงินให้แก่ลูกค้า”

ไช่ เจียนป๋อ กล่าวเสริมว่า “มาเลเซียเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับเรา โดยตู้เอทีเอ็มกว่า 90% และร้านค้า 60% ในประเทศต่างยินดีรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ การลงนามข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งในขณะที่เราเดินหน้าขยายธุรกิจในมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง เราจะเพิ่มจำนวนร้านค้าที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ให้ได้ถึง 90% ภายในสิ้นปี 2560 และจะออกบัตรร่วมกับธนาคารมาเลเซียรายอื่นๆ รวมถึงมอบสิทธิพิเศษเพื่อยกระดับบริการและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ถือบัตร ในส่วนของนวัตกรรมการชำระเงินนั้น เราจะเร่งเปิดตัวระบบชำระเงิน e-wallet และสร้างระบบนิเวศการชำระเงินแบบ 020 ต่อไป”

เกี่ยวกับยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UPI) มุ่งสนับสนุนธุรกิจการชำระเงินทั่วโลกของยูเนี่ยนเพย์ ปัจจุบัน บัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ได้ใน 160 ประเทศและดินแดน ครอบคลุมร้านค้ากว่า 35 ล้านแห่ง และตู้เอทีเอ็มกว่า 2 ล้านตู้ทั่วโลก ยูเนี่ยนเพย์ออกบัตรกว่า 5.4 พันล้านใบในกว่า 40 ประเทศและดินแดน นับว่ามีฐานลูกค้าผู้ถือบัตรมากที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังนำเสนอบริการชำระเงินที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และปลอดภัย ทั้งยังให้บริการสนับสนุนร้านค้าที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ซึ่งกำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ในอาเซียนนั้น มีการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์และมีตู้เอทีเอ็มและร้านค้าที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ครบทั้ง 10 ประเทศ ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ UPIได้ที่ www.unionpayintl.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook, Sina Weibo และ WeChat รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนมือถือโดยเสิร์ชคำว่า “UnionPay International” บน Apple App Store หรือ Google Play Store

เกี่ยวกับพับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด

พับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 โดย Tan Sri Dato’ Sri Dr. Teh Hong Piow และจดทะเบียนบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ Bursa Securities Malaysia ในปี 2510 ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำซึ่งให้บริการลูกค้ากว่า 5 ล้านรายในมาเลเซีย และด้วยการบริหารจัดการอันชาญฉลาดกอปรกับการกำกับดูแลกิจการอันแข็งแกร่ง พับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด จึงได้รับรางวัลและการยกย่องทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติอยู่เสมอ

พับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการอันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันเหนือชั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pbebank.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Alvin Chia
ผู้จัดการ
ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
โทร. +65-6329-1116
อีเมล: chiayaoqing@unionpayintl.com

Dato’ Chang Kat Kiam
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
พับลิค แบงก์ เบอร์ฮาด
โทร.  +6-03-21639797
อีเมล: changkk@publicbank.com.my