ไทยขึ้นแท่นลงทุนเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยสูงสุดในอาเซียน คาดการณ์ 5 ปี ตลาดสมาร์ทโฮมโตเฉลี่ย 40เปอร์เซ็นต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไทยขึ้นแท่นลงทุนเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยสูงสุดในอาเซียน คาดการณ์ 5 ปี ตลาดสมาร์ทโฮมโตเฉลี่ย 40เปอร์เซ็นต์

สมาร์ทซิตี้และโฮมออโตเมชั่นครองแชมป์หนุนการเติบโต 

กรุงเทพฯ–เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต นิว เอร่า และ เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. เผยตลาดเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยหรือซิเคียวริตี้ เทคโนโลยี (Security Technology)ของประเทศไทยมีมูลค่าสูงสุดในอาเซียนโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายสมาร์ทซิตี้และการขยายโครงข่ายสาธารณูปโภคของภาครัฐตลอดจนการขยายการลงทุนของภาคอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า คาดการณ์ 5 ปีตลาดสมาร์ทโฮม (Smart Home) เติบโตเฉลี่ย 40 เปอร์เซ็นต์ โดยโซลูชั่นด้านโฮมออโตเมชั่นครองแชมป์สัดส่วนสูงสุด ในขณะที่สังคมผู้สูงอายุจะผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมเพื่อการดูแลผู้สูงอายุเติบโตถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมเพื่อการรักษาความปลอดภัยจะเติบโต 45 เปอร์เซ็นต์

นายศิระพัฒน์ เกตุธาร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เวิลด์เด็กซ์จี.อี.ซี. จำกัดกล่าวว่า “ในปี 2558 ตลาดกล้องวงจรปิดของไทยมีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในอาเซียน โดยมีปัจจัยผลักดันจากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าหลายสายในกรุงเทพฯ และการพัฒนาปรับปรุงสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิของภาครัฐซึ่งทำให้มีการติดกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น และยังมีการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ รวมทั้งเหตุก่อการร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความกังวลและเพิ่มความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น” 

สำหรับแนวโน้มของเทคโนโลยี คาดว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีวิชวลไลเซชัน (Visualization)หรือการบันทึกภาพให้มองเห็นอย่างชัดเจนซึ่งช่วยให้ได้ข้อมูลแม่นยำและเห็นความร่วมมือกัน(Collaboration) ของเจ้าของเทคโนโลยีต่างๆ มากขึ้นเพื่อประสานเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยอันนำไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ โดยผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยจะเป็นส่วนสำคัญระหว่างความร่วมมือดังกล่าว นอกจากนี้ การใช้กล้องวงจรปิดอัจฉริยะจะไม่เป็นแค่เพื่อการสอดส่องดูแลรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่โรงแรม ห้างสรรพสินค้าและองค์กรธุรกิจต่างๆ ยังสามารถนำข้อมูลของลูกค้าที่บันทึกไว้ในกล้องมาประมวลผลเพื่อวางแผนการตลาดสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย 

ในด้านตลาดผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมของประเทศไทยในปี 2559 คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 645 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นถึง 2,500 ล้านบาท ในปี 2563 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 40 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยผลิตภัณฑ์โฮมออโตเมชั่นจะยังครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ 

ในแง่ของอัตราการเติบโตในอีก 5 ปี พบว่าผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมเพื่อการดูแลผู้สูงอายุจะเติบโตสูงสุดถึง 60 เปอร์เซ็นต์และผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมเพื่อการรักษาความปลอดภัยจะมีอัตราการเติบโตเป็นอันดับที่สองที่45 เปอร์เซ็นต์ 

 “แนวโน้มของการติดตั้งผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมจะเปลี่ยนจากการซื้ออุปกรณ์ DIY ไปติดตั้งเองทีละชิ้นไปเป็นการวางแผนติดตั้งระบบต่างๆ ให้ทำงานประสานกันโดยอัตโนมัติเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้น และนอกจากการติดตั้งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมเพื่อการรักษาความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยแล้วยังจะมีการติดตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพัง ตลอดจนสัตว์เลี้ยง และยังจะมีความนิยมในการใช้หลอดไฟอัจฉริยะที่เป็นกล้องและลำโพงในตัว และการติดตั้ง Smart front door เพื่อให้ผู้อยู่ในบ้านเห็นหน้าและโต้ตอบกับบุคคลที่มาเยือนโดยที่ยังไม่ต้องเดินออกไปที่ประตูซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องความสะดวกสบายแล้วยังเป็นการป้องกันมิจฉาชีพอีกด้วย” นายศิระพัฒน์ กล่าวเสริม 

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่า ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมในอนาคตจะมีราคาถูกลงและควบคุมได้ผ่านสมาร์ทโฟน เนื่องจากการประยุกต์ใช้ Internet of Things (IoT) กับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมอาทิ หลอดไฟอัจฉริยะ หรือ กล้องวงจรปิดที่ใช้กับที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคในระดับกลางก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมได้ 

จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดดังกล่าว เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ตนิว เอร่า บิสิเนส มีเดีย หนึ่งในผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติระดับโลกและผู้จัดงาน Secutech จึงได้ร่วมกับ เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. เตรียมจัดงานแสดงสินค้าด้านการรักษาความปลอดภัยและสมาร์ทโฮมควบคู่กับงานสัมมนานานาชาติด้านเทคโนโลยีพร้อมกันสองงาน ได้แก่ GDSF Thailand 2016 หรือ Global Digital Security & Solutions Forum และ SMAhome Thailand 2016 by Secutech ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2559 ณ ไบเทค บางนา โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สมาคมรักษาความปลอดภัยภาคพื้นเอเชีย สมาคมผู้ประกอบการระบบรักษาความปลอดภัยไทย และ สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร 

งาน GDSF Thailand 2016 และงาน SMAhome Thailand 2016 by Secutechเหมาะสำหรับนักธุรกิจด้านการรักษาความปลอดภัยและสมาร์ทโฮม นักพัฒนา ผู้ผลิต ผู้ติดตั้ง เจ้าของธุรกิจ วิศวกร สถาปนิก นักออกแบบ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้งานในหน่วยงานภาครัฐ นักลงทุน เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ องค์กรคมนาคมขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ค้าปลีก โรงแรมและธนาคาร 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่เว็บไซต์ www.thailandsmartech..comหรือติดต่อบริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัดโทรศัพท์: 02 664 6488 ต่อ 401และ 405 โทรสาร: 02-641-5480,82 อีเมล์: info@thailandsmartech.com

# # #

เกี่ยวกับบริษัท เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ตนิว เอร่า บิสิเนส มีเดีย จำกัด

บริษัท เมสเซ่ แฟรงเฟิร์ต นิว เอร่า บิสิเนส มีเดีย จำกัด คือผู้จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยชั้นนำของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 ภายหลังจากที่เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าเพื่อผู้ประกอบการชั้นนำของโลกได้เข้าซื้อกิจการของกลุ่มบริษัทเอแอนด์เอส (A&S Group) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัย การควบรวมของสองบริษัทชั้นนำก่อให้เกิดรวมกันของแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยโดยมีการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเว็บไซต์ที่อัพเดทข้อมูลในอุตสาหกรรม การจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติและระดับภูมิภาคทางด้านอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยและความปลอดภัยของอิเลคทรอนิกส์ ความปลอดภัยของข้อมูล การป้องกันอัคคีภัยและธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมได้ที่ www.mfnewera.com 

เกี่ยวกับบริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด

บริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2527 โดยเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่มีชื่อเสียงสูงสุดในธุรกิจงานแสดงสินค้าเพื่อผู้ประกอบการ ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังคงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมได้ที่ www.worldexgroup.com

ทีเอชนิคเปิดรับจด “.th” แบบไร้หมวดหมู่คั่นกลาง รอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ทีเอชนิคเปิดรับจด “.th” แบบไร้หมวดหมู่คั่นกลาง รอบใหม่

ทีเอชนิค (THNIC) ประกาศเปิดรับจด “.th” ในระดับที่ 2 แบบไม่มีหมวดหมู่คั่นกลาง รอบใหม่ เพื่อหาทุนทำโครงการเน็ตชนบทสู่ครัวเรือนของมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย รับสมัครระหว่างวันที่ 1 .. -12 .. ศกนี้

นายภาคภูมิ ไตรพัฒน์ กรรมการ บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด ในฐานะอนุกรรมการนโยบายชื่อโดเมน ของมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย ได้กล่าวถึงการเปิดรับจด .th ในระดับที่ 2 ครั้งใหม่ ว่า การเปิด SLD.th รอบใหม่นี้จะเป็นแบบเฉพาะกิจสำหรับการจดทะเบียนชื่อโดเมนด้วยชื่อนิติบุคคลทางธุรกิจ ชื่อรัฐวิสาหกิจ ชื่อเครื่องหมายการค้า และ ชื่อการจัดงาน หรือ โครงการขนาดใหญ่ขององค์กรเอกชนหรือหน่วยงานภาครัฐเท่านั้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนบริจาคสำหรับโครงการอินเทอร์เน็ตชนบทสู่ครัวเรือน ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งในหลายโครงการของมูลนิธิฯ ที่เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มประชากรอินเทอร์เน็ตไทย อันจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเรียนรู้ ของชุมชนในไทย

 “ตามที่มูลนิธิฯ ได้เปิด SLD.th ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2557 ก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยมี SLD .th เปิดใช้งานแล้วรวม 48 ชื่อ อาทิ teda.thเว็บไซต์โครงการมั่นใจในการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ของ สพธอ. และ ku.thเว็บไซต์ ม. เกษตรศาสตร์  เป็นต้น  ในส่วนเงินบริจาคที่ได้รับมาจากทั้งสองครั้งนั้น ทางมูลนิธิฯ ได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ได้แก่ โครงการศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เป็นกลาง หรือBKNIX ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินโครงการประสบความสำเร็จโดยมีสมาชิกจำนวน 9 ราย มีผู้ให้บริการ Content Delivery Network (CDN) จำนวน 3 ราย โดยรายล่าสุดคือ CommunityDNS และ Akamai Technology และอีกโครงการหนึ่ง คือ โครงการอินเทอร์เน็ตชนบทสู่ครัวเรือน หรือ Net2Home ที่ได้มีการวิจัยพัฒนาเฟิร์มแวร์สำหรับอุปกรณ์ WiFi ให้ต่อเชื่อมกัน สร้างเป็นโครงข่ายที่ลดการเดินสาย ต้นทุนต่ำ และง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ซึ่งได้นำไปใช้งานจริงแล้วในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือเช่น อ.แม่สอด และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นต้น

            ผู้สนใจสามารถส่งคำขอสมัครจดชื่อโดเมนพร้อมค่าธรรมเนียมการสมัครจำนวน 1 หมื่นบาท ต่อ 1 ชื่อโดเมน ได้ที่บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด ระหว่างวันที่ 1 .. – 12 .. 2559 ผู้สมัครที่ได้รับอนุมัติสามารถบริจาคเงินเพื่อจดโดเมนจำนวน 1 ล้านบาทต่อชื่อ สำหรับตลอดอายุการใช้งาน หรือ บริจาคเงินจำนวน 1 แสนบาทต่อชื่อต่อปี ให้แก่มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย ได้โดยตรง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thnic.co.th/sld หรือ ติดต่อที่ โทร: 02-105-4007 หรือ อีเมล: sld@thnic.co.th

เกี่ยวกับมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย

            มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย (Thai Network Information Center Foundation)  เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนาการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย มูลนิธิฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการใช้งานโดเมน “.TH” และ “.ไทย ทั้งยังสนับสนุนการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และเป้าหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตไทย ในด้านเทคโนโลยี ความรู้ ความเร็วอินเทอร์เน็ต และการลดต้นทุนติดต่อ: thnic.or.th

เกี่ยวกับ บริษัท ที.เอช.นิค. จำกัด

            บริษัท ที.เอช.นิค. จำกัด เป็นผู้รับจดทะเบียน (Registrar) ชื่อโดเมนภายใต้สกุล “.TH” และ “.ไทยในชื่อโดเมนระดับที่ 3 (Third Level Domain) จำนวน 7 หมวดหมู่ ตามนโยบายที่กำหนดโดยคณะอนุกรรมการนโยบายชื่อโดเมน ภายใต้มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย มาตั้งแต่ปี พ.. 2542 สถิติจำนวนชื่อโดเมน ณ เดือน มิ.. 2559 จำนวน “.TH” มี 65,433 ชื่อ และ “.ไทยมี 17,007 ชื่อ ปัจจุบันมีผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตกว่า 50 ราย ติดต่อ: ทีเอชนิค.ไทย หรือ thnic.co.th

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ แถลงผลดัชนี TE Index ภาครัฐ ไตรมาส 3 “ดีขึ้น แต่ไม่ถึงความคาดหวัง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ แถลงผลดัชนี TE Index ภาครัฐ ไตรมาส 3 ดีขึ้น แต่ไม่ถึงความคาดหวัง

 

 

ผลเท่ อินเด็กซ์ (TE Index) ภาครัฐ ประจำไตรมาส 3 ภาพรวมดีขึ้นเล็กน้อยทุกด้าน เข้าถึงง่าย ทำงานบูรณาการดี รับผิดชอบขึ้น แต่ยังไม่ถึงความคาดหวังของประชาชน ด้านความโปร่งใส ปลอดคอร์รัปชั่นยังต่ำ ต้องปรับปรุง

.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสภาปัญญาสมาพันธ์ และประธานอำนวยการบริหารจัดทำดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย (เท่ อินเด็กซ์) แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อดัชนีประสิทธิผลภาครัฐ (Public Sector Effectiveness Index – PBE Index) ประจำไตรมาส 3 เมื่อวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2559 ณ สำนักงานส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่าในภาพรวม ประชาชนให้คะแนนภาครัฐร้อยละ 58.9 ขยับขึ้นร้อยละ 1.1 จากไตรมาสก่อนที่ได้คะแนนร้อยละ 57.7 ซึ่งต่ำกว่าความคาดหวังของประชาชนถึงกว่าร้อยละ 14 (ประชาชนคาดหวังผลงานของภาครัฐในระดับคะแนนร้อยละ 72.6)

ผลการประเมินประสิทธิผลภาครัฐ พบว่า ปัจจัยที่ได้คะแนนสูงสุด อันดับหนึ่ง คือ การเข้าถึงบริการภาครัฐ ได้คะแนนร้อยละ 64.2 ต่ำกว่าค่าคาดหวังของประชาชนอยู่ร้อยละ 8.4 โดยหน่วยงานภาครัฐที่ประชาชนนึกถึง 5 อันดับแรก ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โรงพยาบาล สถานีอนามัย และที่ว่าการอำเภอ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเข้าถึงบริการพื้นฐานที่รัฐจัดให้ในระดับท้องถิ่นเป็นสำคัญ ส่วนปัจจัยที่ได้คะแนนเป็นอันดับสอง ได้แก่ การสร้างพันธมิตรและการบูรณาการ ได้ร้อยละ 62.4 และอันดับสาม ความรับผิดชอบ ได้คะแนนร้อยละ 60.8

ในส่วนของปัจจัยที่ได้คะแนนต่ำที่สุด ได้แก่ การปลอดคอร์รัปชั่น ได้คะแนนเพียงร้อยละ 53.8 ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนอาจมองว่า ภาครัฐยังไม่มีผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ยังไม่มีการจับคนผิดมารับโทษได้ ส่วนปัจจัยที่ได้คะแนนต่ำเป็นอันดับสอง ได้แก่ ความโปร่งใส ได้ร้อยละ 56.6 ส่วนคะแนนต่ำอันดับสาม ได้แก่การกำกับดูแล ได้ร้อยละ 57

ผลของดัชนีเมื่อเทียบกับไตรมาสสอง พบว่า ความรับผิดชอบเป็นปัจจัยที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 มากที่สุด โดยมีผลต่างคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 อาจเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง รองลงมาเป็นเรื่อง ประสิทธิภาพ เพิ่มร้อยละ 2.3 จากผลงานของรัฐบาลในช่วงทีผ่านมา และ การเข้าถึง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6

ส่วนคะแนนที่เพิ่มจากไตรมาสสองเพียงเล็กน้อย (ไม่เกินร้อยละ 0.9) ได้แก่ ปัจจัยด้านการกำกับดูแล  ความโปร่งใส ความเป็นมืออาชีพ ซึ่งภาครัฐควรกำกับดูแลกิจการของรัฐอย่างเข้มงวดและมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา และปัจจัยที่มีผลต่างคะแนนเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด เพียงร้อยละ 0.3 ได้แก่ การปลอดคอร์รัปชั่น เป็นซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลแทบไม่มีความก้าวหน้าในการดำเนินนโยบายด้านคอร์รัปชั่นในสายตาของประชาชน

จากผลเท่ อินเด็กซ์ ประสิทธิผลภาครัฐ ไตรมาส 3 นี้ เสนอว่า การที่ภาครัฐได้คะแนนสูงในปัจจัยด้านการเข้าถึงและการสร้างพันธมิตรและบูรณาการ ภาครัฐควรส่งเสริมและเร่งความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นเพื่อดำเนินนโยบายได้ผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง และจากการเชื่อมั่นในความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น หน่วยงานภาครัฐควรรักษามาตรฐานในการทำงานด้วยความรับผิดชอบให้ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์การทำงานที่ดี มีประสิทธิภาพ และทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ในการสำรวจครั้งนี้ ได้มีการสอบถามเพิ่มเติมว่า เรื่องใดที่ต้องการให้ส่วนราชการปรับปรุงมากที่สุด ในครึ่งปีหลังของปี 2559 โดยด้านเศรษฐกิจ 5 อันดับแรก ได้แก่ การควบคุมราคาสินค้าและค่าครองชีพ การควบคุมราคาน้ำมัน การยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร การปรับอัตราการลดหย่อนภาษีให้ทันสมัย และการส่งเสริมการท่องเที่ยว

สามารถดูภาพข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2atAa4W

FOCUS Brands ต้อนรับรองประธานคนใหม่ มุ่งเสริมแกร่งธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนตา28 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
FOCUS Brands (www.focusbrands.comต้อนรับ เคน เฉิน เข้ารับตำแหน่งรองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ประจำเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะรับผิดชอบในการเดินหน้าพัฒนาธุรกิจค้าปลีกของ FOCUS Brands ให้เติบโตขึ้นในตลาดเดิม รวมทั้งขยายธุรกิจในจีน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ โดยในปัจจุบันCinnabon(R) และ Auntie Anne’s(R) เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตเป็นอันดับต้นๆ ในหลายประเทศ ตามมาด้วย Carvel(R), Moe’s Southwest Grill(R)และ Schlotzsky’s(R)

Ken-Chen / FOCUS Brands Strengthens Commitment to Asia Pacific with appointment of Ken Chen as Senior Vice President and Managing Director of Asia Pacific (PRNewsFoto/FOCUS Brands)

FOCUS Brands Strengthens Commitment to Asia Pacific with appointment of Ken Chen as Senior Vice President and Managing Director of Asia Pacific (PRNewsFoto/FOCUS Brands)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160722/392317
เคน เฉิน สั่งสมประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านการจัดการมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ก่อนหน้านี้ เคนได้ร่วมงานกับ
 L.E.K. Consulting เป็นเวลา 12 ปี ซึ่งเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศจีน โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือบริษัทต่างๆจากทั่วโลกในการดำเนินกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดและการเติบโตในจีนและเอเชีย สำหรับในบทบาทใหม่นี้ เคนจะรับผิดชอบในการมอบข้อมูลเชิงลึกและเครื่องมือทางกลยุทธ์ให้แก่ลูกค้า เพื่อการประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนของจีน

นิโกลาส์ บูเดต์ ประธาน Focus Brands International กล่าวว่า เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผู้มีประสบการณ์กว้างขวางในภูมิภาคนี้มาร่วมทีม เคนเป็นอีกบุคลากรคนสำคัญในครอบครัว FOCUS Brands ที่จะเข้ามาช่วยเรายกระดับผลการดำเนินงานทางธุรกิจสำหรับผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ในประเทศต่างๆ รวมถึงการเจาะตลาดใหม่ๆ ในเอเชียแปซิฟิก เพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภคของแบรนด์ ประสบการณ์ของเขามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของเราในการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก” 

เคนอาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้ กับ เจมี ภรรยา และโจฮันน์ บุตรชาย 

เกี่ยวกับ FOCUS Brands
FOCUS Brands Inc. มีสำนักงานใหญ่อยู่ในแอตแลนตา บริษัทเป็นเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์และดำเนินธุรกิจร้านไอศครีม เบเกอรี่ ร้านอาหารและคาเฟ่ 4,500 แห่งในสหรัฐอเมริกา ดิสทริกออฟโคลัมเบีย เปอร์โตริโก และ 60 ประเทศ ภายใต้ชื่อแบรนด์ Carvel(R), Cinnabon(R), Schlotzsky’s(R), Moe’s Southwest Grill(R), Auntie Anne’s(R), McAlister’s Deli(R) และ Seattle’s Best Coffee(R) ซึ่งเปิดให้บริการตามฐานทัพและในตลาดนานาชาติบางแห่ง
ติดต่อ
: Loryn Franco | lfranco@focusbrands.com | 404-257-7004

Electro-Harmonix เปิดตัวมินิซินธิไซเซอร์รุ่นใหม่ รองรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก—28 ก.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
แอพพลิเคชั่นราคาย่อมเยาช่วยรังสรรค์เสียงสังเคราะห์สไตล์วินเทจ พร้อมฟีเจอร์การใช้งานสำหรับผู้ใช้มือถือ –

Electro-Harmonix เปิดตัวคีย์บอร์ดซินธิไซเซอร์ระบบอิเล็กทรอนิกส์ The Mini Synthesizer เวอร์ชั่นรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์มือถือ โดยมีสนนราคาอยู่ที่ 2.99 ดอลลาร์สำหรับสมาร์ทโฟน และ 4.99 ดอลลาร์สำหรับแท็บเล็ต ปัจจุบันเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วบนไอแพดและไอโฟน (IOS เวอร์ชั่น 8.0 หรือสูงกว่า) ขณะที่ระบบแอนดรอยด์จะเปิดให้ดาวน์โหลดในเดือนตุลาคมนี้ แอพพลิเคชั่นนี้ให้เสียงแบบวินเทจยุค 1980 พร้อมยกระดับให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะด้วยอินพุท MIDIเสมือน เมนูเอฟเฟกต์เสริม ตัวควบคุมริบบอน และอื่นๆ

วิดีโอ – https://www.youtube.com/watch?v=QzlVPgQyyR8

Electro-Harmonix Mike Matthews / Mike Matthews, Electro-Harmonix President and Founder, pictured with an original Mini-Synthesizer circa 1980. Electro-Harmonix has released a mobile app version of this early electronic synthesizer keyboard. (PRNewsFoto/Electro-Harmonix)

Mike Matthews, Electro-Harmonix President and Founder, pictured with an original Mini-Synthesizer circa 1980. Electro-Harmonix has released a mobile app version of this early electronic synthesizer keyboard. (PRNewsFoto/Electro-Harmonix)
รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160726/393183

Electro-Harmonix Mini-Synthesizer App / Electro-Harmonix Mini-Synthesizer App shown in iPad and iPhone versions (PRNewsFoto/Electro-Harmonix)

Electro-Harmonix Mini-Synthesizer App shown in iPad and iPhone versions (PRNewsFoto/Electro-Harmonix)
รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160726/393184

สามารถรับชมวิดีโอและดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่ www.ehx.com/products/mini-synthesizer-app

แอพพลิเคชั่นนี้มาพร้อมกับโปรแกรมเสียงที่ตั้งค่าไว้ให้แล้ว 22 ชุด โดยผู้ใช้แอพสามารถตั้งโปรแกรมของตนได้แทบจะไม่จำกัด นอกจากนี้ยังมีสไลเดอร์ 12 ตัว สวิตช์อีก 9 ตัว เพื่อให้การสร้างสรรค์และดัดแปลงเสียงนั้นเป็นไปอย่างไร้ขอบเขต

ไมค์ แมทธิวส์ ประธานและผู้ก่อตั้ง Electro-Harmonix กล่าวว่า ผมเชื่อว่าบรรดาแฟนๆเสียงสังเคราะห์สไตล์วินเทจจะชื่นชอบความสามารถของแอพ ในการสร้างสรรค์เสียงแบบอนาล็อกที่แฝงด้วยความอบอุ่นเสมือนมาจากเครื่องดนตรีจริง เช่นเดียวกับเสียงเบสสไตล์ฟังกี้ และด้วยราคาที่เอื้อมถึงและสามารถใช้งานได้ง่าย บรรดาผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และผู้ที่ไม่ใช่นักดนตรีก็จะหลงรักแอพนี้ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลโดยสรุปของยูสเซอร์อินเตอร์เฟซ:

OSC Section

– PITCH: สไลเดอร์สำหรับการปรับเพิ่มหรือลดระดับเสียงของตัวโน้ตครั้งละ +/- 1 อ็อกเทฟ
– SUB-OCTAVE: สไลเดอร์ซึ่งทำหน้าที่ลดอ็อกเทฟลงหนึ่งขั้น ขณะที่กำลังเล่นเสียงเพื่อเป็น Extra Bottom ให้กับเสียงนั้น
– OCTAVE UP: สวิตช์ซึ่งทำหน้าที่ปรับเพิ่มอ็อกเทฟของตัวโน้ตขึ้นอีกขั้น
– TUNE: น็อปสำหรับการจูน Mini Synthesizer เข้ากับอุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงแหล่งเสียงในช่วง +/- 50 เซนต์

FILTERS Section

– PHASE RATE: สไลเดอร์สำหรับการปรับความเร็วของตัวเปลี่ยนเฟส
– FILTER START: สำหรับการตั้งความถี่แรกของตัวปรับฟิลเตอร์
– FILTER STOP: สำหรับการตั้งความถี่สุดท้ายของตัวปรับฟิลเตอร์
– SWEEP RATE: สำหรับการควบคุมความเร็วของตัวปรับฟิลเตอร์
– PHASE: สวิตช์เปิด/ปิดเอฟเฟกต์
– 2X FILTER: สวิตช์สำหรับการเปลี่ยนรูปแบบของเสียงที่เคลื่อนตัวผ่านฟิลเตอร์ (ขนานหรือเป็นชุดลำดับ)
– Q: สวิตช์สำหรับการตั้งค่าความก้องของตัวปรับฟิลเตอร์
– RETRIGGER SWITCH: สำหรับการเปิด/ปิดรีทริกเกอร์

DELAY Section

– TIME: สไลเดอร์สำหรับการปรับเวลาหน่วงสูงสุดได้ 2 วินาที
– FEEDBACK: สำหรับการควบคุมจำนวนครั้งของการซ้ำเสียงสะท้อน
– BLEND: สำหรับการปรับมิกซ์ของสัญญาณเดิมและการซ้ำเสียงสะท้อน
– DELAY: สวิตช์เปิด/ปิดเอฟเฟกต์

REVERB Section

– AMOUNT: สไลเดอร์ปรับระดับเอฟเฟกต์สะท้อน
– BLEND: สไลเดอร์ปรับมิกซ์ของสัญญาณทั้ง Dry Signal กับ Wet Signal
– REVERB: สวิตช์เปิด/ปิดเสียงสะท้อน
– REVERB>DELAY: สวิตช์สำหรับการตั้ง Delay หรือ Reverb เป็นจุดเริ่มต้นในลำดับเอฟเฟกต์ เพื่อให้เอฟเฟกต์เสียงที่ออกมานั้นหลากหลายและน่าสนใจ

MISCELLANEOUS CONTROLS

– VOL (Volume): สไลเดอร์ปรับระดับเอาท์พุทของเสียงโดยรวมจาก Mini Synthesizer
– POLY/MONO: สวิตช์ปิดเปิดระหว่างโหมดประสานเสียง (เล่นได้พร้อมกัน 4 โน้ต) หรือช่องทางออกของเสียงทางเดียว (เล่นได้เพียงโน้ตเดียว)
– PRESETS: เมนูป๊อปดาวน์แสดงผลพรีเซทที่สามารถใช้ได้ ทั้งยังสามารถเลือกใช้ได้ทันที
– HORIZONTAL: สไลเดอร์สำหรับการปรับเรนจ์เสียงของคีย์บอร์ด ครอบคลุมอ็อกเทฟ 8 ช่วง
– RIBBON Interface: สำหรับการเล่นแบบ Portamento (ระดับเสียงเลื่อนขึ้นหรือลง) แบบ Vibrato ตลอดจนเทคนิคอื่นๆ

เกี่ยวกับ Electro-Harmonix
Electro-Harmonix ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1968 โดยไมค์ แมทธิวส์ และได้กลายเป็นผู้บุกเบิกรายหนึ่งในการสร้างสรรค์ซาวด์เอฟเฟกต์ให้กับบรรดานักดนตรีมานับตั้งแต่นั้น โดยผลิตภัณฑ์รุ่นแรกเริ่มของบริษัทอย่าง LPB-1 Linear Power Booster ได้ช่วยขับเคลื่อนการเดินหน้าสู่ “Age of Overdrive” จากนั้นบริษัทได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Big Muff Pi Distortion/Sustainer, POG2 Polyphonic Octave Generator และ Deluxe Memory Man Analog Delay ซึ่งล้วนได้รับความนิยมทั้งสิ้น ทั้งนี้ Electro-Harmonix มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มหานครนิวยอร์กนับตั้งแต่วันก่อตั้ง ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สร้างซาวด์เอฟเฟกต์ให้บรรดานักดนตรีเลือกสรรอย่างหลากหลายกว่า 125 รายการ

Parallel Wireless จับมือ Telefonica พัฒนานวัตกรรมแห่งยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นาชัว, นิวแฮมป์เชียร์–27 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ผลักดันเทคโนโลยี HetNet ที่ผ่านการทดสอบแล้ว เพื่อรองรับการเชื่อมต่อทั้งในชุมชนเมืองและชนบท

Parallel Wireless, Inc. ผู้บุกเบิกการติดตั้งเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ง่ายและคุ้มค่าเทียบเท่ากับ Wi-Fi ประกาศความร่วมมือกับ Telefonica I+D ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านนวัตกรรมของบริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก โดยข้อตกลงนี้จะเปิดทางให้มีการทดสอบโซลูชั่น Parallel Wireless virtualized RAN (vRAN) เพื่อรองรับการบริการรูปแบบดิจิทัลในเขตเมืองที่หนาแน่นและชนบทที่ห่างไกลในยุโรปและลาตินอเมริกา

Telefonica ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เป็นผู้นำในตลาดโทรคมนาคมทั่วโลก โดยมีกิจการใน 21 ประเทศ และจุดให้บริการกว่า 320 ล้านจุดทั่วโลก

ในปัจจุบัน ผู้ให้บริการมือถือกำลังเปลี่ยนโฉมเพื่อค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการเชื่อมต่อผู้คนในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ต่างกันเข้าด้วยกัน ผ่านเครือข่ายที่สามารถรองรับความต้องการรับ-ส่งข้อมูลที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โลกที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นนี้จะทำให้การบริการไร้สายยุคใหม่สามารถเติบโตต่อไปได้ พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่

การร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยผลักดันการเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมของ Telefonica ได้แก่ HetNet ทั้งในเขตเมืองและชนบท โดย Parallel Wireless จะเข้ามามีบทบาทในด้านความครอบคลุมของเครือข่ายต้นทุนต่ำ ซึ่งเอื้อต่อการบริหารคลื่นความถี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริการเหล่านี้จะอาศัยขีดความสามารถเฉพาะตัวของโซลูชั่น Parallel Wireless vRAN ที่ง่ายต่อการติดตั้ง ตลอดจนมีความยืดหยุ่นด้านการเชื่อมต่อระหว่างสถานีฐาน ซึ่งรวมถึงโครงข่ายไร้สายชนิดตาข่าย และการทำงานรวมศูนย์ของเครือข่ายแบบเรียลไทม์

สตีฟ ปาปา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Parallel Wireless กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ก้าวล้ำ Telefonica มีความเข้าใจในศักยภาพที่แท้จริงของการพัฒนาความครอบคลุมและการเข้าถึงได้จากทั่วทุกมุมโลก ผ่านสถาปัตยกรรมเครือข่ายรูปแบบใหม่ เช่น สถาปัตยกรรมเสมือน เราภูมิใจที่ได้รับเลือกสำหรับการทดสอบนวัตกรรมครั้งนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมต่อพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ขาดการติดต่อและเข้าไม่ถึง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลเพื่อติดตั้งเครือข่าย ความครอบคลุมของเครือข่ายไร้สายต้นทุนต่ำจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันผ่านเทคโนโลยีที่ดีที่สุด โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เกี่ยวกับ Parallel Wireless

Parallel Wireless กำลังพลิกโฉมตลาดโครงสร้างพื้นฐานแบบไร้สาย โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริการสามารถติดตั้งเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออย่างง่ายดายและคุ้มค่า เช่นเดียวกับ Wi-Fi ระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นชนบท ภายในองค์กร พื้นที่สาธารณะ เครื่องจักรต่อเครื่องจักร (M2M) เมืองอัจฉริยะ หรือชุมชนเมืองที่หนาแน่น ปัจจุบันบริษัทได้ให้บริการ หรืออยู่ระหว่างทดสอบ ร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำรายหลักๆใน 5 ทวีป นวัตกรรมและความยอดเยี่ยมของ Parallel Wireless ได้รับรางวัลระดับอุตสาหกรรมมาแล้ว 23 รางวัล รวมถึงได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ใน “Fierce 15″ ซึ่งรวมเอาบริษัทสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำอันดับต้นๆเข้าไว้ด้วยกัน ติดตาม Parallel Wireless ได้ทาง LinkedIn และ Twitter

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Telefonica I+D กรุณาเข้าชมที่: http://www.tid.es/

Moet Hennessy ฉลองความสำเร็จของ Solar Impulse ในการเดินทางรอบโลกด้วยเครื่องบินพลังงานแสงอาทิตย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อาบูดาบีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์27 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

กว่าหนึ่งปีหลังจากที่เริ่มต้นการเดินทางรอบโลก Solar Impulse ได้กลับมายังอาบูดาบีอีกครั้ง พร้อมบทพิสูจน์ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้

ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ Solar Impulse และในฐานะเจ้าภาพร่วมกับ Mission Control Center ในโมนาโก Moet Hennessy อยู่เคียงข้างทุกช่วงเวลาในการเดินทางรอบโลกของ Solar Impulse 

สามารถรับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.multivu.com/players/uk/7813551-moet-hennessy-solar-impulse/

ภายหลังเดินทาง 48 ชั่วโมงจากไคโร Bertrand Piccard ผู้ริเริ่ม ประธาน และนักบิน Solar Impulse ได้มาถึงอาบูดาบีด้วยเครื่องบินที่นั่งเดียว พร้อมได้รับการต้อนรับจาก Andre Borschberg ซีอีโอ ผู้ร่วมก่อตั้ง และนักบิน Solar Impulse โดยเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ทั้งคู่ได้จินตนาการถึงการเดินทางรอบโลกโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว และบัดนี้ความฝันของพวกเขาเป็นจริงแล้ว


Christophe Navarre ประธานและซีอีโอของ Moet Hennessy ประจำการอยู่ที่ Mission Control Center ในโมนาโก เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานการเดินทางดังกล่าว โดยNavarre ได้กล่าวในการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ Andre Borschberg หลังจากที่ Bertrand Piccard เดินทางถึงอาบูดาบีไม่นานว่า ยินดีด้วยครับคุณทำสำเร็จแล้วนี่คือการเดินทางอันยาวนานและเป็นก้าวสำคัญของมวลมุนษยชาติ เราภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับคุณทั้งนี้ นาย Navarre ร่วมด้วย Serge Telle มนตรีแห่งรัฐของโมนาโกซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส และ Raymond Clerc ผู้อำนวยการภารกิจ Solar Impulse ได้ดื่ม Moet & Chandon ฉลองให้ทีมงานทุกคนที่ร่วมกันสร้างผลงานอันน่าทึ่ง ตลอดจนคุณค่าที่ Solar Impulse และ Moet Hennessy มีร่วมกัน นั่นคือ จิตวิญญาณการเป็นผู้บุกเบิกและความใส่ใจต่อโลก     

เฉลิมฉลองความยั่งยืน
Solar Impulse และ Moet Hennessy มุ่งหวังที่จะสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพที่มีอยู่อย่างมากมายของเทคโนโลยีสะอาด และร่วมมือกันเพื่อเฉลิมฉลองการก้าวกระโดดสู่โลกที่ดีกว่า

สุราและไวน์ทุกขวดของ Moet Hennessy ล้วนปรุงขึ้นโดยผลิตผลจากธรรมชาติ โดยทั้ง 22 แบรนด์ของ Moet Hennessy ต่างใช้นโยบายเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสืบสานมรดกนี้ไปสู่ศตวรรษต่อๆไป ไร่องุ่น Champagne Maisons ทุกแห่งของ Moet Hennessy ซึ่งได้แก่ Moet & Chandon, Veuve Clicquot, Dom Perignon, Ruinart, Krug และ Mercier ล้วนได้รับการรับรอง ไร่องุ่นที่ยั่งยืน” (Sustainable Vineyards) และ ทรงคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม” (High Environmental Value) ในปี 2014 ทั้งนี้ Hennessy Cognac คือบริษัทแรกในอุตสาหกรรมไวน์และสุราทั่วโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในปี 1998 สำหรับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System) ซึ่งจะมีการให้การรับรองใหม่ในทุก 3 ปี Moet Hennessy ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ การปกป้องชุมชนท้องถิ่น และการอนุรักษ์น้ำในไร่องุ่นทุกแห่งทั่วโลก

จิตวิญญาณแห่งนักบุกเบิก
นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาแบบยั่งยืนแล้ว
Moet Hennessy ยังเป็นผู้ทำลายขอบเขต ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์และข้อจำกัดของมนุษย์ ตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ละแบรนด์ต่างพยายามพัฒนาเพื่อก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น และพยายามหาโอกาสให้ผู้บริโภครายใหม่ทั่วโลกได้ลิ้มรสเครื่องดื่มชั้นเลิศ ทั้งนี้ ได้เริ่มมีการส่งออก Veuve Clicquot ไปยังรัสเซียเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1780 และ Hennessy ไปยังสหรัฐเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1794 โดย Moet Hennessy คือบริษัทแห่งแรกของฝรั่งเศสที่ริเริ่มปลูกไร่องุ่นในพื้นที่ห่างไกล ตั้งแต่สปาร์คลิงไวน์ Chandon ในเมืองเมนโดซา ประเทศอาร์เจนตินา ในปี 1959 จนมาถึงไวน์แดง Ao Yun ในเมืองแชงกรีลา ประเทศจีน ในปีนี้

ปัจจุบัน Moet Hennessy ส่งออกผลิตภัณฑ์ 95โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกไวน์และสุราระดับหรูหราชั้นนำของโลก

Hawaii, USA, April 9th 2016: Bertrand Piccard doing a selfie during his last training flight in Hawaii before the round-the-flight resumes. COPYRIGHT:Solar Impulse (PRNewsFoto/Moet Hennessy SNC)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160726/392899 )

ที่มา: Moet Hennessy SNC

ไดวะ เฮาส์ อินดัสทรี จับมือ ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ตั้งบริษัทร่วมทุน ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้ ในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โอซาก้า, ญี่ปุ่น26 ก.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 บริษัทไดวะ เฮาส์ อินดัสทรี จำกัด ได้บรรลุข้อตกลงเพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดับบลิวเอชเอ ผู้นำด้านการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์และโรงงานแบบ Built-to-Suit ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย โดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้ จะจัดตั้งขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ตามข้อตกลงดังกล่าว

ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้ จะเข้ามามีส่วนในการวางแผนโครงการที่แหลมฉบังและบางนา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับดับบลิวเอชเอ รวมทั้งจะดำเนินการพัฒนา ปฏิบัติการ บริหารจัดการ และให้เช่าศูนย์โลจิสติกส์

นอกจากนี้ เราจะรวมทรัพยากรด้านการบริหารจัดการในเครือบริษัทเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการค้นคว้า การออกแบบ และการก่อสร้างเพื่อใช้ในการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ เช่นเดียวกับการบริหารจัดการและดำเนินงานของอาคารปลูกสร้าง และเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งนี้ เรายังมีแผนที่จะดึงดูดบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทระดับโลก ที่กำลังมองหาศูนย์โลจิสติกส์ในต่างประเทศด้วย

โครงการแหลมฉบัง
โครงการแหลมฉบัง (ขนาดพื้นที่: ประมาณ 78,400 ตารางเมตร) ตั้งอยู่ในเทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ห่างจากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทย เป็นระยะทางประมาณ 14.7 กิโลเมตร เพียบพร้อมด้วยเส้นทางกระจายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แห่งนี้กินพื้นที่ครอบคลุมรอบด้าน โดยมีบริษัทญี่ปุ่นรายใหญ่หลายแห่งที่กำลังมีแผนจัดตั้งศูนย์ดำเนินการที่นี่

(รูปภาพ 1 http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M000427/201607252798/_prw_OI1fl_o10zW698.jpg)

โครงการบางนา

โครงการบางนา (ขนาดพื้นที่: 123,200 ตารางเมตร) ตั้งอยู่ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากตัวเมืองกรุงเทพฯ ประมาณ 35 กิโลเมตร ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 10 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือกรุงเทพ 30 กิโลเมตร จุดกระจายสินค้าแห่งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยสามารถกระจายสินค้าสู่กรุงเทพฯ และทั่วไทยได้อย่างสะดวกสบาย

(รูปภาพ 2:

http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M000427/201607252798/_prw_OI2fl_abZwkTz7.jpg)

1. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน
ด้วยความร่วมมือระหว่างบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทเวียดนาม ขณะนี้เรากำลังพัฒนานิคมอุตสาหกรรมลองดัค ในเขตลองตาน จังหวัดด่งนาย ทางตอนใต้ของเวียดนาม นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือกับบริษัทอินโดนีเซีย ขณะนี้เรากำลังสนับสนุนการขยายธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นทั่วภูมิภาคอาเซียน ด้วยการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมไดวะ มานังกัล ในเขตซิการัง บารัต เมืองเบกาซี จังหวัดชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย ไปพร้อมกับการพัฒนาและให้เช่าศูนย์โลจิสติกส์ในต่างประเทศแห่งแรกของเรา

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเรากำลังขยายกิจการนั้น เป็นประเทศหนึ่งในอาเซียนที่มีบริษัทญี่ปุ่นตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ตลาดโลจิสติกส์ของไทยมีความคึกคัก และเราคาดหวังว่าบริษัทเหล่านั้นจะมีความต้องการต่างๆมากมายในฐานะผู้เช่าเพื่อการกระจายสินค้า ด้วยเล็งเห็นถึงความก้าวหน้าทางธุรกิจในอนาคตในภูมิภาคนี้ เราจึงตัดสินใจจัดตั้งดับบลิวเอชเอ ไดวะ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้ขึ้น เพื่อการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ต่างประเทศแห่งที่สองของเรา

2. ข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับบริษัทร่วมทุน

ชื่อการค้า:          บริษัท ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

ที่ตั้ง:                 จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย

วันก่อตั้ง:            27 กรกฎาคม 2559

ลักษณะธุรกิจ:    การพัฒนา การดำเนินงาน การจัดการ และการปล่อยเช่าศูนย์โลจิสติกส์

การถือครองหุ้น:   บริษัท ไดวะ เฮาส์ อินดัสทรี จำกัด ถือครอง 49%

                        บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือครอง 51%

3. ประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นตลาดเกิดใหม่ โดยมีจีดีพีในปี 2558 อยู่ที่ราว 395.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย บริษัทที่เป็นสมาชิกของหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 1,715 แห่ง ณ สิ้นเดือนเมษายน 2559 บริษัทจำนวนมากวางแผนที่จะขยายกิจการมายังประเทศไทย เพื่ออาศัยความได้เปรียบจากการเติบโตในเอเชียและประเทศอื่นๆ

(รูปภาพ 3: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M000427/201607252798/_prw_OI3fl_2jhsYl8Y.jpg)

– ข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ชื่อการค้า:          บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ตัวแทน:             นางสาว จรีพร จารุกรสกุล

ที่ตั้ง:                 จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย

ก่อตั้ง:               2546

ลักษณะธุรกิจ:    ผู้พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมและศูนย์โลจิสติกส์ครบวงจรในประเทศไทย

ทุนที่ชำระแล้ว:   ประมาณ 4.7 พันล้านเยน

ยอดขายสุทธิ:     ประมาณ 37.7 พันล้านเยน (รวมทั้งปี 2558)

วันสิ้นสุด:           31 ธันวาคมของแต่ละปี

* 1 บาท = 3.3 เยน

เกี่ยวกับบริษัท ไดวะ เฮาส์ อินดัสทรี จำกัด

สำนักงานใหญ่: โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

ประธานและซีโอโอ: นาโอทาเกะ โอโนะ

ที่มา: บริษัท ไดวะ เฮาส์ อินดัสทรี จำกัด

Wix จับมือ Conde Nast เปิดเวทีให้ช่างภาพโชว์ผลงาน คว้าโอกาสถ่ายภาพลงปกนิตยสารชื่อดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–27 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผู้ใช้งานเว็บไซต์ Wix เตรียมคว้าโอกาสถ่ายภาพลงปกนิตยสาร BRIDES หรือ Conde Nast Traveler หรือเป็นผู้ช่วยในการถ่ายปกนิตยสาร Vanity Fair

Wix.com Ltd. (Nasdaq: WIX) ประกาศเปิดตัว “Wix Pro Gallery” ให้ช่างภาพทั่วโลกสร้างแฟ้มผลงานออนไลน์เป็นของตัวเอง พร้อมกันนี้ Wix ได้จับมือกับConde Nast จัดการประกวดภาพถ่าย เพื่อให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์ Wix ได้คว้าโอกาสถ่ายภาพลงปกนิตยสาร BRIDES หรือ Conde Nast Traveler หรือเป็นผู้ช่วยในการถ่ายปกนิตยสาร Vanity Fair

 

Shoot the Cover (PRNewsFoto/Wix.com Ltd.)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160722/392110

   

Get your work seen by millions (PRNewsFoto/Wix.com Ltd.)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160722/392109

Wix Pro Gallery (PRNewsFoto/Wix.com Ltd.)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160722/392111

ในการประกวดภาพถ่ายครั้งนี้ ผู้ใช้งานเว็บไซต์ Wix สามารถนำเสนอแฟ้มผลงานออนไลน์ของตนเอง เพื่อให้ได้รับการพิจารณาจากเหล่าครีเอทีฟไดเรคเตอร์และนักตกแต่งภาพของ Conde Nast อันประกอบด้วย ซูซาน ไวท์ ผู้กำกับการถ่ายภาพนิตยสาร Vanity Fair, เจนิเฟอร์ วอลเตอร์ ครีเอทีฟไดเรคเตอร์นิตยสารBRIDES และโยลันดา เอ็ดเวิร์ดส์ ครีเอทีฟไดเรคเตอร์นิตยสาร Conde Nast Traveler

หลังการปิดรับผลงาน ทีมบรรณาธิการจากนิตยสารแต่ละฉบับจะพิจารณาผลงานทุกชิ้น และคัดเลือกผู้ใช้งานเว็บไซต์ Wix จำนวน 3 คน โดยแต่ละคนจะได้ถ่ายภาพให้กับนิตยสารหนึ่งฉบับ นอกจากนี้ ผู้ชนะจะได้เดินทางไปยังสถานที่ถ่ายทำและได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเองในนิตยสารฉบับนั้นๆด้วย

จอช สตินช์คอมบ์ กรรมการผู้จัดการของ 23 Stories ในเครือ Conde Nast กล่าวว่า “Conde Nast เป็นบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องคอนเทนท์ที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงความสามารถในการเฟ้นหาและพัฒนาผู้ที่มีหัวด้านครีเอทีฟ เรายินดีที่ได้ทำงานร่วมกับ Wix และเปิดเวทีให้เหล่าช่างภาพหน้าใหม่ได้แสดงผลงานสู่สายตาผู้บริโภคหลายล้านคนของเรา

ผู้ที่สนใจสามารถส่งแฟ้มผลงานเข้าประกวดได้ที่ Wix.com/LookStunning ภายในวันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2559 จากนั้นจะมีการประกาศผลการพิจารณาและการคัดเลือกของคณะกรรมการ รวมถึงรายชื่อผู้ชนะ 3 คนในวันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2559

Wix.com ยกระดับความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ด้วย “Wix Pro Gallery” โซลูชั่นควบคุมและแสดงผลภาพถ่ายสุดล้ำ ซึ่งเปิดโอกาสให้บรรดาช่างภาพและดีไซเนอร์ได้สร้างแฟ้มผลงานออนไลน์อันน่าทึ่ง

Wix เปิดทางให้ช่างภาพและดีไซเนอร์หลายล้านคนสามารถควบคุมภาพถ่ายของตนได้อย่างสร้างสรรค์และยืดหยุ่นด้วย Wix Pro Gallery โดยช่างภาพมืออาชีพสามารถใช้โซลูชั่นอันสมบูรณ์แบบนี้ในการอัพโหลดและจัดการความละเอียดภาพแบบออนไลน์ ทำให้เว็บไซต์แสดงแฟ้มผลงานมีความโดดเด่นสะดุดตา#LookStunning

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wix Pro Gallery ได้ที่ http://www.wix.com/wix-lp/pro-gallery

รับชมความคิดเห็นของช่างภาพเกี่ยวกับ Wix Pro Gallery ได้ที่ http://www.wix.com/lookstunning/covershoot#!testimonials/d83yi

“Wix Pro Gallery คือความก้าวหน้าล่าสุดของเราในการนำเสนอแพลตฟอร์มแสดงภาพถ่ายให้แก่ผู้ใช้งานกว่า 88 ล้านคนทั่วโลก และเป็นการตอกย้ำว่า Wixคือเวทีแสดงผลงานชั้นยอดสำหรับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ทุกคน” โอเมอร์ ไช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Wix กล่าว “ช่างภาพทุกคนต่างต้องการพื้นที่ไว้แสดงผลงานภาพถ่ายของตนเอง เราจึงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำเสนอโซลูชั่นนี้ การที่เราเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นแรงผลักดันให้เราสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่เหนือชั้นอย่างไม่หยุดยั้ง”

จากนี้ไป บรรดาช่างภาพจะสามารถแสดงภาพถ่าย วิดีโอ และข้อความได้ในที่เดียว พร้อมทั้งสามารถควบคุมคุณภาพของภาพถ่ายออนไลน์ได้เสร็จสรรพ สำหรับคุณสมบัติเด่นของ Wix Pro Gallery ประกอบด้วย

1. การตั้งค่าภาพขั้นสูง: ผู้ใช้งานสามารถแสดงภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงสุดได้ ด้วยการตั้งค่าความละเอียดและความคมชัดทั้งในระดับรูปภาพ แกลเลอรี่ และเว็บไซต์

2. การแสดงผลขั้นสูง: ผู้ใช้งานสามารถแสดงภาพถ่ายและวิดีโอความคมชัดสูงได้หลายพันไฟล์ โดยไม่ต้องกังวลถึงขีดความสามารถในการแสดงผลของเว็บไซต์อีกต่อไป

3. การปรับค่าความคมชัด: ภาพถ่ายจะถูกปรับให้มีความคมชัดสูงสุดตามแต่ละอุปกรณ์เคลื่อนที่และระบบปฏิบัติการ ดังนั้น ภาพของคุณจะยังคงสวยงามน่าทึ่งไม่ว่าจะเปิดผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่เครื่องใดก็ตาม

4. ระบบป้องกันการดาวน์โหลด: ผู้ใช้งานสามารถวางใจได้ว่าผู้อื่นจะไม่สามารถคลิกขวาเพื่อดาวน์โหลดรูปภาพของท่าน

5. แบ่งปันและเข้าถึงได้ง่ายดาย: ผู้มาเยี่ยมชมแกลเลอรี่สามารถกด Love ให้กับภาพที่ชื่นชอบได้ และแชร์ภาพออกไปได้ในคลิกเดียว

6. วิดีโอและข้อความ: ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งแกลเลอรี่ให้เล่นวิดีโออัตโนมัติ นอกจากนั้นยังมีกล่องข้อความหลากสีสันด้วย

ดีไซเนอร์และช่างภาพมืออาชีพต่างสร้างงานศิลปะอันน่าทึ่งและทุ่มเทเวลาเพื่อตกแต่งผลงานด้วยโปรแกรมขั้นสูงในคอมพิวเตอร์ แต่บางครั้งภาพกลับมีคุณภาพด้อยลงเมื่อโพสต์ลงบนเว็บไซต์” รอนนี เอลคายัม หัวหน้าของ Wix Photography กล่าว “Wix Pro Gallery จึงแก้ปัญหานี้ด้วยเครื่องมือแสดงภาพที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดบนเว็บไซต์ มาพร้อมฟังก์ชั่นการตั้งค่าขั้นสูง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมคุณภาพและความคมชัดของภาพถ่ายได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ภาพถ่ายยังได้รับการปกป้องด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบบิลด์อิน และยังสามารถแสดงภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบบนอุปกรณ์ทุกประเภท ทั้งยังสามารถปรับแต่งและแบ่งปันผลงานในแกลเลอรี่ได้อย่างง่ายดาย”

เกี่ยวกับ Wix.com Ltd.

Wix.com คือแพลตฟอร์มพัฒนาเว็บไซต์ชั้นแนวหน้าที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 88 ล้านราย Wix ถือกำเนิดขึ้นบนความเชื่อที่ว่า ทุกคนควรมีสิทธิเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ Wix เปิดให้ใช้งานทั้งแบบฟรีและแบบลงทะเบียน ช่วยให้ธุรกิจ องค์กร ผู้เชี่ยวชาญ และบุคคลทั่วไปหลายล้านราย สามารถนำธุรกิจ แบรนด์ และผลงานของตนเองมาสู่โลกออนไลน์ได้ โดยบริการ Wix ADI, Wix Editor และ App Market ได้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและจัดการทรัพยากรออนไลน์ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ Wix มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเทลอาวีฟ และมีสำนักงานสาขาอยู่ในเมืองเบเอร์เชวา ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก ไมอามี เบอร์ลิน วิลนีอุส และเดอโพรเพตรอฟสค์ 

            เยี่ยมชมเราได้ที่ blog, Facebook, Twitter, Instagram, LinkedIn, Pinterest และ Google+

            เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับลูกค้าของเราได้ที่  http://www.wix.com/stories/

เกี่ยวกับ Conde Nast

Conde Nast คือบริษัทสื่อชั้นนำที่มีชื่อเสียงจากการผลิตคอนเทนท์คุณภาพเยี่ยมเพื่อกลุ่มผู้ชมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล และวิดีโอของบริษัทสามารถดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก บริษัทเป็นเจ้าของแบรนด์ชั้นนำมากมายในวงการสื่อ ได้แก่ Vogue, Vanity Fair, Glamour, Brides, Self, GQ, GQ Style, The New Yorker, Conde Nast Traveler, Allure, Architectural Digest, Bon Appetit, Epicurious, Wired, W, Golf Digest, Golf World, Teen Vogue, Ars Technica, The Scene, Pitchfork และ Backchannel ทั้งนี้ บริษัทแตกไลน์ธุรกิจใหม่ล่าสุดในปี 2554 ในชื่อ Conde Nast Entertainmentโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาวงการภาพยนตร์ โทรทัศน์ และดิจิทัลวิดีโอ

            รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ condenast.com และติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทางทวิตเตอร์ @CondeNast 

            เครื่องหมายการค้าทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของผู้ถือกรรมสิทธิ์

ติดต่อ

ซาร่า พาร์คเกอร์

อีเมล: sara.parker@wix.com

โทร. +1-646-640-7205

มารี ดไวเออร์

ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร

Conde Nast

อีเมล: mari_dwyer@condenast.com

โทร. +1 212-286-2021

XOS เปิดตัว “fleX-Beam(TM)” ระบบ Excitation รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อีสต์ กรีนบุช, นิวยอร์ก–27 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

มาพร้อมดีไซน์ที่ยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการทำงานอันเหนือชั้น

XOS (xos.com) ผู้นำด้านระบบ OEM และ Optics อันทันสมัย ประกาศเปิดตัว “fleX-Beam” ระบบ Excitation รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท ที่ยังคงมีลำแสง X-rayทรงประสิทธิภาพเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนอย่าง X-Beam แต่มีความยืดหยุ่นมากขี้นทั้งในแง่ของดีไซน์ การใช้งานร่วมกับระบบอื่นๆ และประสิทธิภาพการทำงาน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ fleX-Beam ได้ที่ https://xos.com/flex-beam

 XOS fleX-Beam / XOS unveils the fleX-Beam(TM): its latest excitation system (PRNewsFoto/XOS)

XOS unveils the fleX-Beam(TM): its latest excitation system (PRNewsFoto/XOS)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160718/390687

fleX-Beam มี Excitation Source ที่ทำงานประสานกับ Polycapillary Optics ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม จึงมอบเสถียรภาพและความเข้มในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนั้นยังมีขนาดกะทัดรัดและสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หรือระบบอื่นๆได้อย่างง่ายดาย

เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับระดับความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการทำงานของ fleX-Beam รุ่นใหม่นี้ดร.หนิง เกา ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ XOS ซึ่งดูแลในส่วนของ X-Ray Optics รวมถึงระบบย่อยอื่นๆ กล่าว วิวัฒนาการล่าสุดของผลิตภัณฑ์ตระกูล X-Beam ถือกำเนิดขึ้นโดยคำนึงถึงการใช้งานร่วมกับระบบอื่นๆ และประสิทธิภาพการทำงานเป็นสำคัญ

คุณสมบัติของ fleX-Beam

fleX-Beam มีคุณสมบัติเด่นดังนี้

– มีประสิทธิภาพการทำงานเหนือชั้น สร้างมลภาวะน้อยกว่า และใช้งานร่วมกับระบบอื่นๆได้ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

ผู้ใช้สามารถเปลี่ยน Optics หรือ X-ray Source ได้ รวมทั้งปรับระบบได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องส่งชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ทั้งหมดกลับไปยังโรงงาน

มีขนาดกะทัดรัด มาพร้อมอุปกรณ์จ่ายไฟแรงสูง พัดลมระบายความร้อนในตัว และชัตเตอร์/ฟิลเตอร์

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดีไซน์ที่ยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการทำงานอันเหนือชั้นของ XOS fleX-Beam ได้ที่เว็บไซต์ https://xos.com/flex-beam หรือโทร 1-518-880-1500

เกี่ยวกับ XOS

XOS เป็นผู้ผลิตเครื่องมือวิเคราะห์ X-ray Analyzer สำหรับการใช้งานเฉพาะทาง ซึ่งจะช่วยยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ปิโตรเลียม สินค้าอุปโภคบริโภค และสิ่งแวดล้อม สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเลียมนั้น XOS นำเสนอเครื่องมือวิเคราะห์และแล็บแบบพกพาที่มีความแม่นยำสูงและใช้งานง่ายเพียงกดแค่ปุ่มเดียว นอกจากนี้ ยังนำเสนอเครื่องมือวิเคราะห์เพื่อใช้ตรวจหาสารพิษในสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งแวดล้อมด้วย ระบบ OEM และ Optics อันล้ำสมัยของบริษัทได้ช่วยยกระดับความแม่นยำ ความรวดเร็ว และความละเอียดเชิงพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดขนาด ความซับซ้อน และต้นทุนของอุปกรณ์ไปพร้อมๆกัน ทั้งนี้ บริษัทดำเนินธุรกิจตามสโลแกน XOS: better analysis counts