Genie Networks จับมือ Global Cloud Xchange เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยของเครือข่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไทเป,ไต้หวัน–26 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Genie Networks ผู้นำด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบทราฟฟิคและโซลูชั่นการป้องกัน DDoS ประกาศเป็นพันธมิตรกับ Global Cloud Xchange (GCX) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Reliance Communications เพื่อยกระดับเครือข่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางไอทีที่มีความหลากหลาย ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยทั่วโลก

GCX เป็นบริษัทที่บริหารจัดการเคเบิ้ลใต้ทะเลและระบบเครือข่ายบนบกที่ใหญ่ที่สุดในโลกเครือข่ายหนึ่ง และนำเสนอโซลูชั่นที่ครอบคลุม ทั้งโซลูชั่นที่ได้มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย วิสาหกิจ และบริษัทที่ให้บริการด้านนิวมีเดีย ในขณะที่ GCX ให้บริการแพลตฟอร์มCloud X คุณภาพสูงให้กับองค์กรเอกชนทั่วโลก โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนในการรองรับ ดำเนินการ และจัดส่งข้อมูลที่สำคัญขององค์กรธุรกิจได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง ด้วยการยกระดับเครื่องมือบริหารจัดการเครือข่าย GenieATM ทำให้ GCX มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการทำรายงานการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมเรื่องทราฟฟิคของเครือข่าย การเชื่อมต่อแบบ Peering และทราฟฟิคที่ผิดปกติ พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายและประสิทธิภาพต้นทุนให้ดียิ่งขึ้น

ความซับซ้อนที่มากยิ่งขึ้นของภัยคุกคามทางภูมิทัศน์ หมายความว่า สภาพแวดล้อมที่มีความมั่นคงและปลอดภัยได้กลายเป็นเรื่องสำคัญขององค์กร และเรามั่นใจว่าเครือข่ายของเราจะช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้กับแวดวงอุตสาหกรรมได้” Wilfred Kwan ประธานฝ่ายปฏิบัติการของ Reliance Communications (Enterprise)  & Global Cloud Xchange กล่าว “การเพิ่ม Genie Networks ลงในบัญชีรายชื่อผู้จัดจำหน่ายของเรา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาการรักษาความปลอดภัยและการตรวจจับภัยคุกคามให้กับธุรกิจทั่วโลก

ปัจจุบัน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นแนวหน้าจากทั่วโลกหลายรายวางใจเลือกใช้ Genie ATM “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายขอบเขตความร่วมมือกับ GCX ด้วยการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย” จูลี หลิว รองประธานฝ่าย Strategy Planning & Marketing ของ Genie Networks กล่าว “Genie มีเป้าหมายที่จะนำเสนอโซลูชั่นที่ครอบคลุมครบถ้วน ตอบโจทย์ความต้องการด้านธุรกิจของลูกค้าทั้งในวันนี้และในอนาคต ด้วยการยกระดับการทำงานและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่อง”

GenieATM คือโซลูชั่น flow-based ที่ใช้ในการรวบรวมทราฟฟิคจากทั่วเครือข่ายเพื่อนำมาจัดทำเหมืองข้อมูลและตรวจจับความผิดปกติ โซลูชั่นนี้ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับเครือข่ายระดับ carrier-grade ที่สามารถรองรับการใช้งานสูงและมีประสิทธิภาพสูง โซลูชั่นนี้สามารถจัดทำรายงานทราฟฟิคที่กำหนดเอาไว้แล้วหลากหลายรูปแบบได้โดยอัตโนมัติ และตรวจจับกิจกรรมผิดปกติในเครือข่าย การโจมตี DoS/DDoS และเส้นทางที่ผิดปกติจากเครือข่ายภายในหรือภายนอก จากนั้นจะมีการส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลเครือข่ายเพื่อให้ลงมือดำเนินการได้ทันเวลา ขณะเดียวกัน GenieATM ยังมีเครื่องมือ Snapshot และ Forensic ที่ทรงพลัง รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์จากภายนอก เปิดทางให้สกัดกั้นทราฟฟิคที่ผิดปกติได้อย่างทันท่วงที

เกี่ยวกับ Genie Networks

Genie Networks เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับแนวหน้าซึ่งจัดหาโซลูชั่นเครือข่ายและความปลอดภัย เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงานของเครือข่ายขนาดใหญ่ สามารถเข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ genie-networks.com

Nano Care และ Easyglas ประกาศยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Nanopool

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เรมิช, ลักเซมเบิร์ก–25 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

บริษัท Nano Care AG และบริษัท Easyglas GmbH ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ใกล้ชิดกับบริษัท Nanopool GmbH มาตั้งแต่ปี 2545/2548 โดยได้จัดหาผลิตภัณฑ์นาโนเทคโนโลยีให้กับบริษัทนี้ ประกาศยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจดังกล่าวแล้วในปี 2558

นับตั้งแต่นั้น บริษัท Nanopool ซึ่งควรจะเข้าซื้อธุรกิจ Bühler Division ในปี 2558 ด้วยนั้น จึงไม่ได้รับการจัดส่งสินค้านาโนเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ตลอดจนการสนับสนุนจากบริษัท Nano Care AG และบริษัท Easyglas GmbH อีกต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2558 บริษัท Nano Care AG ยังได้ยกเลิกสัญญาย่อยต่าง ๆ ตามข้อตกลงการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านทางโทรศัพท์ เนื่องจากสูตรตำรับและเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ที่ฝากไว้กับศูนย์พิษวิทยาเพื่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท Nanopool นั้น ไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีก ดังนั้น บริษัท Nano Care จึงไม่ต้องการรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว

สำหรับผลิตภัณฑ์นาโนเทคโนโลยีพร้อมใช้ ซึ่งผ่านการตรวจสอบและผลิตโดย Nano Care AG และ Easyglas GmbH ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมานั้น จะวางจำหน่ายใน 61 ประเทศทั่วโลก  

Bernhard Sonntag

โทร: +352-266-606-31

ที่มา: Easyglas GmbH

ลับสมองเตรียมสอบ TOEFL(R) ลงทะเบียนวันนี้ เพื่อรับสิทธิเรียนคอร์ส TOEFL MOOC ฟรี ก่อนเริ่มเปิดสอน 7 ก.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พรินซ์ตัน, นิวเจอร์ซีย์–25 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

มาเรียนคอร์ส TOEFL(R) Test Preparation: The Insider’s Guide ร่วมกับเพื่อนๆเกือบ 200,000 คน

การเรียนต่อต่างประเทศในมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักนั้นนับเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยปูทางสู่อนาคตที่สดใส ซึ่งเส้นทางสู่ความสำเร็จนี้ต้องเริ่มต้นจากการสอบ TOEFL(R) ทางผู้ออกข้อสอบจึงได้พัฒนาหลักสูตร 6 สัปดาห์อย่าง MOOC ขึ้น เพื่อช่วยให้คุณได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ พร้อมเจาะลึกทุกรายละเอียดของการสอบ TOEFL 

ตั้งแต่วันนี้ คุณสามารถลงทะเบียนเรียนหลักสูตร MOOC, TOEFL Test Preparation: The Insider’s Guide ได้ทาง edX ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ไม่แสวงผลกำไรที่ก่อตั้งโดย Havard และMassachusetts Institute of Technology โดยจะเปิดสอนพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 7 กันยายน 2559 สำหรับการสอนใน 4 สัปดาห์แรก จะมุ่งเน้นไปที่การทดสอบทักษะทั้งสี่ที่ต้องใช้ในการสอบ ได้แก่ การอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน ส่วนในสัปดาห์ที่ 6 จะเป็นการสรุปข้อมูลที่จำเป็นสำหรับวันสอบพร้อมเผยเคล็ดลับที่มีประโยชน์อื่นๆ

สำหรับการเปิดสอนครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามนั้น มีผู้ที่สนใจจากกว่า 200 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมเรียนกับผู้เชี่ยวชาญของ TOEFL โดยตรง และได้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษในห้องเรียนที่มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ซึ่งคุณก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบเดียวกันนี้ ด้วยรูปแบบการบรรยายและวิดีโอที่มีความหลากหลาย รวมถึงตัวอย่างข้อสอบเก่า พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ในส่วนของการสอนด้านการพูดและการเขียนนั้น ผู้ออกแบบข้อสอบ TOEFL จะให้คุณแสดงทักษะเพื่อทำการประเมินและให้คำแนะนำต่อไป

การเรียนในคอร์สนี้ไม่เพียงมอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมของข้อสอบ การเตรียมตัว หรือวิธีการสมัครสอบเท่านั้น แต่นี่คือโอกาสสุดพิเศษที่คุณจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เรียนจากทั่วโลกผ่านทางเว็บบอร์ด โดยคุณสามารถสร้างกลุ่มเพื่อแบ่งปันเคล็ดลับด้านการเรียนภาษาอังกฤษ และการเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศได้ ซึ่งเว็บบอร์ดนี้จะทำหน้าที่เสมือนห้องเรียนใหญ่ที่คุณสามารถโต้ตอบกับเพื่อนนักเรียนได้ทุกเวลาตามสะดวก

การเรียนหลักสูตร MOOC ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้ คุณสามารถเลือกลงทะเบียนชำระเงินเพื่อรับใบประกาศนียบัตร ซึ่งจะระบุระดับความรู้และทักษะของคุณเมื่อเรียนจบหลักสูตรดังกล่าว

คุณสามารถเข้าเรียนได้ง่ายๆ เพียงแค่ต่ออินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ต่างๆ และหากอยากได้คะแนน TOEFL สูงๆ ขอแนะนำให้คุณรีบเข้าไปลงทะเบียนที่ https://www.edx.org/course/toeflr-test-preparation-insiders-guide-etsx-toeflx ตั้งแต่วันนี้

เกี่ยวกับการสอบ TOEFL(R)
แบบทดสอบความรู้ทางภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ TOEFL เป็นเครื่องประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากที่สุดจากสถาบันกว่า9,000 แห่งในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก จนถึงปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษากว่า 30 ล้านคนที่ได้ทำแบบทดสอบ TOEFL สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบ TOEFLซึ่งรวมถึงการสมัครสอบ เคล็ดลับการเรียน และตัวอย่างข้อสอบ สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ TOEFL(R) Go Anywhere ที่ www.toeflgoanywhere.org

เกี่ยวกับ ETS
ETS พัฒนาระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและเที่ยงธรรมสำหรับทุกคนทั่วโลก ด้วยการคิดค้นการประเมินผลรูปแบบต่างๆที่อ้างอิงจากการวิจัยอย่างเข้มข้น ETS ตอบสนองความต้องการของบุคคลทั่วไป สถาบันการศึกษา และหน่วยงานรัฐต่างๆ ด้วยโซลูชั่นที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการรับรองครูผู้สอน การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รวมถึงการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และเตรียมอุดมศึกษา นอกจากนั้นยังทำการวิจัย วิเคราะห์ และศึกษานโยบายด้านการศึกษาด้วย ทั้งนี้ETS ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2490 ในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไร ปัจจุบันเป็นผู้พัฒนา บริหารจัดการ และให้คะแนนข้อสอบกว่า 50 ล้านฉบับต่อปี ซึ่งรวมถึงการสอบTOEFL(R) และ TOEIC(R), การสอบ GRE(R) และการประเมิน The Praxis Series(R) ในสนามสอบกว่า 9,000 แห่งในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ets.org

NIRA Dynamics ต่อยอดโซลูชั่นคลาวด์ เพิ่มศักยภาพใหม่ให้รถยนต์ไร้คนขับแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลินเชอปิง, สวีเดน–25 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

การที่รถยนต์ไร้คนขับจะรู้ได้ว่าต้องเว้นระยะห่างจากรถยนต์คันข้างหน้าเท่าไหร่ รถคันนั้นจะต้องอาศัยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนในขณะนั้น และเมื่อใดที่รถยนต์เข้าใจคุณภาพของพื้นผิวถนนแล้ว ความเสี่ยงก็จะลดลงมากขึ้นตามไปด้วย ซอฟต์แวร์ Road Surface Information และโซลูชั่นคลาวด์ Cloud by NIRA จากNIRA Dynamics สามารถทำสิ่งนั้นให้เป็นจริงขึ้นมาได้ โดยบริษัทกำลังก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวโซลูชั่นดังกล่าวร่วมกับ Infocar

 NIRA Dynamics Logo / NIRA Dynamics AB Logo

NIRA Dynamics AB Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20121012/567527 )

 

Cloud data application for Gothenburg (PRNewsFoto/NIRA Dynamics)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160718/390409 )

Road Surface Information ทำการตรวจวัดคุณภาพพื้นผิวถนน ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพถนน หลุมบ่อ และระดับความขรุขระของถนนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้เซนเซอร์ที่มีอยู่แล้วในรถยนต์เพื่อสรุปข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนในขณะนั้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม จึงนับว่าเป็นโซลูชั่นที่มีความคุ้มค่า

เพื่อเป็นการตอบรับกระแสความสนใจเกี่ยวกับฟีเจอร์ช่วยเหลือคนขับที่ล้ำหน้า ซอฟต์แวร์นี้จึงได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถรวบรวมข้อมูลบนท้องถนนผ่านทางอุปกรณ์ OBD ของรถยนต์ โดยเมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมา มีการรวบรวมข้อมูลถนนด้วยวิธีการนี้ได้ราว 10,000 กิโลเมตร และในฤดูร้อนปีนี้ NIRA ได้ร่วมมือกับInfocar AB เพื่อทำให้การรวบรวมข้อมูลก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยอัตราการรวบรวมข้อมูลถนนที่เพิ่มขึ้นทวีคูณถึง 24,000 กิโลเมตรต่อวัน

ด้วยความช่วยเหลือของ Cloud by NIRA ซึ่งเป็นโซลูชั่นคลาวด์ที่ NIRA พัฒนาขึ้นเอง ทำให้คนขับรถ ระบบช่วยเหลือคนขับรถ และหน่วยงานด้านถนนหนทาง สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เป็นข้อมูลนำทางโดยอิงสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และจะช่วยให้รถยนต์ไร้คนขับมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคต

เกี่ยวกับ NIRA

NIRA Dynamics เป็นผู้นำด้านการรวบรวมข้อมูลจากระบบเซนเซอร์ เพื่อส่งมอบบริการและผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่คุ้มราคาและเพิ่มมูลค่าให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก บริษัทจัดตั้งขึ้นในปี 2001 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสวีเดน และมีลูกค้าเป็นค่ายรถยนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น Audi, Fiat, Renault, Seat, Skoda, Volkswagen และ Volvo Cars

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Johan Hagg

หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาด

โทร. +46-700-454056

อีเมล: johan.hagg@niradynamics.se

แหล่งข่าว: NIRA Dynamics AB

ภัตตาคาร Shisen Hanten โดย Chen Kentaro คว้า 2 ดาวจาก Michelin Guide Singapore ฉบับแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–22 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Shisen Hanten by Chen Kentaro ภัตตาคารอาหารเสฉวนของโรงแรม Mandarin Orchard ประเทศสิงคโปร์ ได้รับดาว 2 ดาวจาก Michelin Guide Singapore 2559 ซึ่งรวบรวมลิสต์รายชื่อโรงแรมและร้านอาหารระดับมิชลินฉบับแรกของสิงคโปร์ ด้วยดาวที่ได้รับดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า ภัตตาคาร Shisen Hanten by Chen Kentaro เป็นภัตตาคารอาหารจีนที่มีระดับคะแนนสูงสุดบนเกาะสิงคโปร์ที่ทาง Michelin ได้จัดทำ

คำบรรยายภาพ: เชฟกระทะเหล็ก Chen Kenichi และบุตรชาย Chen Kentaro เชฟระดับ Executive ของ Shisen Hanten

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160722/8521604729 

 โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160616/8521603966LOGO 

          “เรารู้สึกตื่นเต้นและขอบคุณที่ได้รับการจัดอันดับสุดพิเศษจากองค์กรด้านอาหารที่สูงส่งระดับโลก” Chen Kentaro หัวหน้าเชฟกล่าว “ในสมัยที่เราเริ่มเปิดภัตตาคารขึ้นในปี 2557 เรารู้เลยว่า เราจะต้องทำงานให้หนักกว่าเพื่อที่จะโดดเด่นในวงการอาหารของสิงคโปร์ที่มีความหลากหลายอย่างน่าอัศจรรย์ จนกระทั่งตอนนี้ที่เราได้รับการจัดอันดับอันแสนพิเศษจาก Michelin  นับเป็นเกียรติและเป็นแรงบันดาลใจให้เราพยายามมากขึ้นเพื่อที่จะขยายขอบเขตความสามารถของเราต่อไป”

          “ผมขอแบ่งปันความสำเร็จครั้งนี้ให้แก่ทีมงานที่ภัตตาคาร Shisen Hantan และโรงแรม Mandarin Orchard Singapore และที่ขาดไม่ได้คือบรรดาแขกของเราที่ใจดีและให้การสนับสนุนแก่พวกเรา” เชฟ Kentaro กล่าว

          Shisen Hanten by Chen Kentaro เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากตำนานด้านอาหารอันน่าภาคภูมิใจ ซึ่งเริ่มต้นจากการเปิดร้านอาหารเสฉวนแห่งแรกในญี่ปุ่นเมื่อปี 2501 โดยนาย Chen Kenmin ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิดาแห่งอาหารเสฉวนในญี่ปุ่น”

          ผู้ที่สานต่อขนบธรรมเนียมของครอบครัวก็คือ บุตรชายคนโต Chen Kenichi หรือมีชื่อเล่นว่า Szechwan Sage ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเชฟกระทะเหล็กที่ได้รับความชื่นชมสูงสุดในญี่ปุ่น และก็เป็น Chen Kenichi ผู้นี้ที่ขยายธุรกิจของครอบครัวให้กระจายสาขาไปทั่วญี่ปุ่น แต่ยังคงสอดแทรกความใส่ใจของตนเองลงไปในทุกเมนูของร้าน Shisen Hanten

          Shisen Hanten by Chen Kentaro เป็นภัตตาคารสาขาแรกที่เปิดนอกประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับการบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งก็คือนาย Chen Kentaro หนึ่งในเชฟดาวรุ่งของญี่ปุ่น ซึ่งเขาสามารถถ่ายทอดความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารเสฉวนออกมาเป็นเมนูที่สร้างสรรค์มากมาย ซึ่งล้วนทำขึ้นจากส่วนประกอบประจำฤดูที่มีความสดใหม่มากที่สุด เพื่อให้เข้าถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Shisen Hanten

          เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Chen’s Mapo Doufu ซึ่งเป็นเมนูดั้งเดิมของครอบครัว Chen ซึ่งจะมีการใช้ซอสเต้าเจี้ยว(Doubanjiang) ที่ได้รับการหมักมาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี ซึ่งท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นเมนูเต้าหู้แสนอร่อยที่มีความนุ่มละมุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทานคู่กับข้าวหอมจากฮอกไกโด เมนูที่ต้องลองอีกเมนูก็คือก๋วยเตี๋ยวน้ำรสเผ็ดสูตรดั้งเดิม และเนื้อปลาตุ๋นซอสพริกเสฉวนรสชาติจัดจ้าน ไก่ผัดพริกเสฉวน

          สำหรับผู้ที่ไม่ชอบทานรสจัดก็สามารถสั่งลดระดับความเผ็ดได้ตามต้องการ เพราะ Shisen Hanten by Chen Kentaro  นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารกวางตุ้งสูตรต้นตำรับแท้ ๆ อร่อย ๆ ให้ลูกค้าได้ลองเลือกสั่งชิม

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Shisen Hanten by Chen Kentaro กรุณาเยี่ยมชม  www.shisenhanten.com.sg 

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

          Ikram Zainy

          ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด

          โรงแรม Mandarin Orchard Singapore, by Meritus

          โทร +65-6831-6051

          มือถือ +65-9168-2740

          ikram.zainy@meritushotels.com 

       

Polyeco Group เปิดตัวบริการใหม่ เพื่อรับมือน้ำมันรั่วไหลฉุกเฉินระดับ Global Tier 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–22 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Polyeco Group เจ้าของคลังอุปกรณ์ตอบสนองการรั่วไหลของน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการจัดการสารพิษอันตราย (HNS) และการจัดการของเสีย ซึ่งให้บริการโดยบุคลากรมากประสบการณ์และได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ตามพื้นที่ยุทธศาสตร์กว่า 20 จุดทั่วโลก ประกาศเปิดตัวบริการรับมือกรณีน้ำมันรั่วไหลฉุกเฉินระดับ Global Tier 3 ซึ่งถือเป็นบริการแรกในรูปแบบบูรณาการครบวงจรอย่างแท้จริง

Polyeco-Group / Sea Diamond Incident, Polyeco Group Tier 3 oil spill response operation, Santorini, Greece. (PRNewsFoto/Polyeco Group)

Sea Diamond Incident, Polyeco Group Tier 3 oil spill response operation, Santorini, Greece. (PRNewsFoto/Polyeco Group)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160721/391846 )

ด้วยเครือข่ายการให้บริการอันแข็งแกร่งผ่านศูนย์บริการใน 6 ภูมิภาค พร้อมคลังอุปกรณ์ครบครันทุกการใช้งาน ทั้งในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรปเหนือ ยุโรปใต้ (รวมเมดิเตอร์เรเนียน) ตะวันออกกลาง และตะวันออกไกล บวกกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก Polyeco Group จึงสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการรับมือและจัดการของเสียทุกที่ทั่วโลก

การให้บริการระดับ Tier 3 ผ่านเครือข่ายในภูมิภาคและพันธมิตรในพื้นที่นั้น เปิดโอกาสให้ Polyeco Group สามารถดำเนินงานได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งขึ้น เพื่อให้บริการเต็มรูปแบบในสถานที่จริงได้อย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุน บริการของบริษัทได้รับการสนับสนุนโดยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกที่ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรม ทั้งยังผ่านการฝึกอบรมและมีคุณสมบัติเพียบพร้อมในการให้บริการด้วยมาตรฐานอันเป็นเลิศ สำหรับการรับมือและจัดการสถานการณ์ในทุกสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม

เดวิด คุก ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน กล่าวว่า เราได้จัดตั้งศูนย์รับมือสถานการณ์ในภูมิภาคต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งครบครันไปด้วยอุปกรณ์ที่พร้อมบรรจุและขนส่ง ทั้งยังมีการปรับตามลักษณะการใช้งาน เสริมทัพด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญมากความสามารถที่พร้อมให้บริการทันทีที่เกิดเหตุ

Polyeco Group พร้อมให้บริการผ่านทุกช่องทางที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นทีมบุคลากรรองรับการบัญชาการเหตุการณ์ ทีมตอบสนองในจุดเกิดเหตุ คลังอุปกรณ์ ฝูงเรือสำหรับงานตอบสนองสถานการณ์โดยเฉพาะ การบริหารจัดการทรัพยากร การกำจัดสารปนเปื้อนในดิน/น้ำ ตลอดจนทีมลำเลียงหรือจัดการของเสีย ซึ่งบริการทั้งหมดนี้สามารถปรับให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ 

เดวิด นาซา ซีอีโอของ Polyeco Group กล่าวเสริมว่า ด้วยการผนวกรวมประสบการณ์อันกว้างขวางของทีมงาน พร้อมประเมินสถานการณ์การรั่วไหลที่เคยเกิดขึ้นPolyeco Group จึงสามารถตรวจพบและจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นในการรับมือกับการรั่วไหล จนทำให้เราอุดช่องว่างเหล่านั้นได้ โดยบทสรุปที่ได้จากการประเมินครั้งนี้นำมาสู่การสร้างสรรค์บริการระดับ Tier 3 เจ้าแรกและเจ้าเดียวที่มีการทำงานแบบบูรณาการครบวงจร

Polyeco Group ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถติดต่อทีมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ที่หมายเลขโทรศัพท์: +44-203-500-7659 หรือทางอีเมล:info@polyecogroup.com 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: 

เดวิด นาซา (David Nazha) ซีอีโอ – อีเมลd.nazha@polyecogroup.com 

เดวิด คุก (David Cook) ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน – อีเมลd.cook@polyecogroup.com หรือโทร: +971-55-736-4530

แหล่งข่าว: Polyeco Group

XCMG เปิดให้บริการ “XCMG-Cloud” ครั้งแรกกับแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับภาคอุตสาหกรรม ด้วยความร่วมมือกับ Alibaba

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน–22 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา XCMG ประสบความสำเร็จในการเปิดให้บริการ XCMG-Cloud ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ที่สุด โดยอิงระบบข้อมูลและสารสนเทศทั้งหมดที่ XCMG ใช้ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่ยุค Industry 4.0 

ด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของคลาวด์คอมพิวติ้ง XCMG จึงตั้งเป้าปฏิวัติผลิตภัณฑ์และการตลาดรูปแบบเดิมๆ และผันตัวเป็นบริษัทที่ดำเนินงานบนแพลตฟอร์มและมุ่งเน้นการให้บริการโดยได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ XCMG-Cloud เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการทำงานพร้อมกันคราวละมากๆ มีศักยภาพในการขยายขนาดสูง ให้บริการในหลายภาษา และสามารถปรับตั้งค่าได้ จึงสามารถรองรับผู้ใช้งานจากทั่วทุกมุมโลก อันจะนำไปสู่การแบ่งปันอย่างเปิดกว้าง 

XCMG-Cloud ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือกับ AliCloud ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ในเครือ Alibaba Group Holding Limited โดยมีการประกาศโปรเจคนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม และเข้าสู่ขั้นตอนของการพัฒนาในวันที่ 17 พฤษภาคม นั่นหมายความว่า ทางคณะทำงานประสบความสำเร็จในโปรเจคนี้โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น แม้ไม่เคยมีใครในโลกนี้ทำเป็นตัวอย่างให้ดูมาก่อนเลยก็ตาม

หลังจากที่ XCMG-Cloud เปิดให้บริการออนไลน์แล้ว ผู้เข้าร่วมการแข่งขันออกแบบนวัตกรรมสีเขียว “XCMG Cup” Green Innovation Design Competitionจะสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ทางแพลตฟอร์มนี้ โดยจนถึงขณะนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดแล้ว 431 รายจากทั่วโลก รวมทั้งจากสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และบราซิล นอกจากนี้ โปรเจครวมพลังเพื่อพัฒนาพัดลมแบบแพนอากาศที่มีขนาดเล็กและเสียงไม่ดัง ยังได้รับการเผยแพร่ผ่านทางแพลตฟอร์มนี้แล้วด้วย

“XCMG Cup เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับกลยุทธ์การพัฒนาในระยะยาวของXCMG นั่นคือ การสร้างสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับการจัดการสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทมีพันธกิจในการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วโลก” ซู เซียวหุย รองประธานของ XCMG กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทในเครือ XCMG ทั่วโลกยังสามารถเผยแพร่หัวข้อการวิจัยผ่านทางแพลตฟอร์มนี้ เพื่อเปิดให้มีการพูดคุย จัดตั้งโปรเจค และใช้งานจริง ขณะเดียวกัน XCMG ยังอ้าแขนรับบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้าง ให้มาร่วมกันสร้างสรรค์ “ระบบนิเวศ” คลาวด์ที่ล้ำสมัย รวมทั้งผนวกรวมเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ากับการผลิต เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือติดตาม XCMG Group ได้ทาง FacebookTwitterYouTubeLinkedIn และ Instagram

เกี่ยวกับ XCMG

XCMG เป็นบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตเครื่องจักรหนักที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 73 ปี และปัจจุบันติดอันดับ 9 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

Christian Louboutin จับมือ Sporty Henri สร้างสรรค์เครื่องแต่งกายให้ทัพนักกีฬาทีมชาติคิวบา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลิสบอน–22 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -Christian Louboutin และ Sporty Henri รังสรรค์เครื่องแต่งกายให้กับนักกีฬาทีมชาติคิวบา เสริมภาพลักษณ์อันสง่างามในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

          Christian Louboutin แบรนด์ดังที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์พื้นรองเท้าสีแดงสด จับมือกับเว็บไซต์จำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง SportyHenri.com เพื่อให้การสนับสนุนทัพนักกีฬาทีมชาติคิวบาที่เตรียมสู้ศึกโอลิมปิก 2016 ณ กรุงริโอเดอจาเนโร โดยรับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและผลิตชุดเดินเข้าสนามอย่างเป็นทางการ ด้วยดีไซน์ที่ผสานอัตลักษณ์ของคิวบาเข้ากับตัวตนของนักกีฬาอย่างลงตัว โดยได้นักกีฬาทีมชาติทั้งในอดีตและปัจจุบันมาร่วมกันคิดและสร้างสรรค์เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.multivu.com/players/uk/7885451-homage-to-modern-day-heroes/ 

          สำหรับการออกแบบเครื่องแต่งกายในครั้งนี้ Christian Louboutin อาศัยแรงบันดาลใจที่ได้รับมาจากวงการกีฬานานหลายทศวรรษ ขณะที่ Henri Tai ผู้ก่อตั้ง Sporty Henri ได้นำเอาความรู้ความเชี่ยวชาญในฐานะอดีตนักกีฬาอาชีพมาใช้ในการรังสรรค์เสื้อผ้า โดยกล่าวว่า “ผมประทับใจในความคล่องแคล่วและสง่างามของท่วงท่าที่นักกีฬาแสดงออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกีฬาโอลิมปิก ผมรู้สึกว่าทุกคนแสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ และเปลี่ยนตัวเองให้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ผู้เอาชนะแรงดึงดูด ท้าทายเวลา และฉีกทุกกฎฟิสิกส์ เราได้ออกแบบชุดให้กับซูเปอร์ฮีโร่ที่กลับมาเป็นคนธรรมดาและกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอย่างเฉิดฉาย”

          หลังจากที่ได้มีการวัดตัวนักกีฬาและปรึกษากับอดีตนักกีฬาโอลิมปิกหลายท่าน ในที่สุดก็ได้เครื่องแต่งกายสไตล์คิวบาร่วมสมัยที่ทั้งสวยงามและสวมใส่สบายพอดีกับรูปร่าง พร้อมดึงดูดสายตาคนทั้งโลกให้จับจ้อง โดย Henri Tai อธิบายว่า “เสื้อผ้าแต่ละชุดจำเป็นต้องพอดีกับรูปร่างของนักกีฬาแต่ละคน สัดส่วนของเสื้อผ้าต้องมีขนาดและความยาวที่พอเหมาะ ไม่ใช่เสื้อผ้าโหลๆทั่วไป เพราะหน้าที่ของเราคือการทำให้นักกีฬาทุกคนดูภูมิฐานและสง่างามที่สุด”

          ในโอกาสนี้ Manrique Lardet Bicet นักยิมนาสติกชื่อดัง ได้สวมใส่รองเท้าหุ้มข้อและรองเท้าโลฟเฟอร์ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสบายในทุกย่างก้าว ขณะที่นักมวยปล้ำอย่าง Mijain Lopez Nunez ก็ได้ใส่รองเท้าขนาดพิเศษ 51.5 ที่โดดเด่นสะดุดตา ส่วนเหล่านักกีฬาสาวได้สวมใส่รองเท้าส้นเตี้ยที่ช่วยเสริมเสน่ห์และความสง่างามทั้งบนลู่และในสนาม

          สำหรับเสื้อแจ็คเก็ตของนักกีฬาได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต โดยแจ็คเก็ตของนักกีฬาชายเป็นสีแดง ส่วนของนักกีฬาหญิงเป็นสีเบจ ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับสองนักกีฬายูโดชื่อดังอย่าง Dayaris Mestre Alvarez และ Alex Garcia Mendoza โดยตัวแจ็คเก็ตตัดกับกางเกงขายาว กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงอย่างสวยงาม ทั้งยังมีธงชาติคิวบาบนกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอก และมีดาว 5 แฉกซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีประดับอยู่ด้านหลังของแจ็คเก็ตด้วย

          รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160721/391790 

          ที่มา: Christian Louboutin and SportyHenri.com

XCMG ส่งออกแท่นขุดเจาะโรตารี 6 ตัวมาไทย ตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้นในการตีตลาดอาเซียน ด้วยสินค้าและบริการคุณภาพชั้นยอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน — 21 ก.ค. พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

XCMG ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างและอุปกรณ์ทำเหมืองชั้นนำของโลก ได้ส่งออกแท่นขุดเจาะโรตารี 6 ตัวมายังประเทศไทย ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างสะพานทางด่วน โดยแท่นขุดเจาะ 6 ตัวดังกล่าวประกอบด้วย รุ่น XR180D จำนวน 2 ตัว รุ่น XR180DII จำนวน 2 ตัว รุ่น XR220DII จำนวน 1 ตัว และรุ่น XR280DII อีก 1 ตัว ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับโครงการนี้ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงสุด

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160721/0861607325

XCMG ครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ในผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภท คือ แท่นขุดเจาะแบบหมุน หรือโรตารี (rotary drilling rig) และแท่นขุดเจาะแนวราบ (horizontal directional drilling rig) ซึ่งบริษัทพัฒนาและผลิตขึ้นเอง ปัจจุบันแท่นขุดเจาะเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานในกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยแท่นขุดเจาะโรตารีแบบมัลติฟังก์ชั่นรุ่น XR180DV จะถูกส่งไปยังสหรัฐอเมริกา ในฤดูใบไม้ผลินี้ ซึ่งรุ่นดังกล่าวได้มาตรฐานระดับไฮเอนด์ พร้อมมีการปรับแต่งตามความต้องการของลูกค้า

ภายในระยะเวลา 5 ปี XCMG ได้รับสิทธิบัตร 200 ฉบับสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ และได้เปิดตัวแท่นขุดเจาะโรตารีรุ่นต่าง ๆ ได้แก่ XR220DII, XR180DII, XR280DII,XR320D และแท่นขุดเจาะโรตารีแบบมัลติฟังก์ชั่นรุ่น “E Series” ซึ่งสามารถตอบโจทย์การก่อสร้างฐานรากได้อย่างครอบคลุม ตามความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า

จากความสำเร็จในการเจาะตลาดอเมริกาใต้ เอเชียกลาง แอฟริกา และรัสเซีย ล่าสุดกลยุทธ์บุกตลาดทั่วโลกของ XCMG กำลังพุ่งเป้าไปที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขยายตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องตอกเสาเข็มและเครื่องวางท่อแบบไม่ขุดร่อง

นอกเหนือจากแท่นขุดเจาะโรตารี 6 ตัวที่กำลังใช้งานอยู่ในไทยแล้ว ทางบริษัทยังได้จัดส่งแท่นขุดเจาะโรตารี 3 ตัวไปยังกรุงพนมเปญเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาด้วย เพื่อใช้ในการลงเสาเข็มอาคาร รวมทั้งยังได้มีการจัดแสดงแท่นขุดเจาะแนวราบรุ่น XZ320E และเครื่องดันท่อด้วยของเหลวรุ่น XDN500 ที่งาน International Exhibition and Conference on Trenchless Technology ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้รับคำสั่งซื้อตั้งแต่วันแรก

ในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม บริษัทได้เดินสายโปรโมทบริการประจำปี 2559 ตามโครงการก่อสร้างกว่า 20 แห่งในมาเลเซีย พร้อมทั้งช่วยจัดหาชิ้นส่วนและมอบการสนับสนุนในเรื่องของอุปกรณ์ก่อสร้างอย่างครอบคลุมทุกความต้องการ

อาห์หมัด ยาซิด ลูกค้าของ XCMG ในมาเลเซีย กล่าวว่า เครื่องมือของ XCMG มีสมรรถนะและการทำงานยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครในโลก เราเลือกที่จะใช้งานแท่นขุดเจาะโรตารีของ XCMG เนื่องด้วยความเป็นเลิศของประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับบริการสนับสนุนอย่างรอบด้านจากทีมงานระดับเวิลด์คลาส

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ www.xcmg.com หรือติดตาม XCMG Group ทาง FacebookTwitterYouTubeLinkedIn และ Instagram

เกี่ยวกับ XCMG:

XCMG เป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรหนักข้ามชาติที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 73 ปี ปัจจุบันติดอันดับ 9 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

ผลวิจัยชี้ “เอเชีย” ต้องเร่งจัดการปัจจัยก่อโรคไม่ติดต่อในหมู่เยาวชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอชิงตัน21 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และการไม่ออกกำลังกาย ล้วนเป็นปัจจัยก่อโรคในหมู่เยาวชนในเอเชีย

ผลวิจัยใหม่จากสำนักงานอ้างอิงทางประชากร (PRB) เผยให้เห็นว่า เอเชียมีโอกาสควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ติดต่อ (NCD) ได้ ด้วยการจัดการกับปัจจัยก่อโรคในกลุ่มเยาวชน 

PRB ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มีหน้าที่วิเคราะห์ปัญหาสาธารณสุขต่างๆ ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบัน โรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตทั่วโลกและในเกือบทุกประเทศของเอเชีย ทั้งยังเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขอันดับต้นๆของศตวรรษที่ 21 ด้วย  

เอเชียกำลังเผชิญกับการระบาดของ 4 โรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ซึ่งล้วนมีปัจจัยก่อโรคร่วมกัน 4 ประการ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

ปัจจัยเสี่ยงทั้ง 4 ประการนี้เป็นพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยพฤติกรรมเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว และก่อให้เกิดโรคในภายหลัง เยาวชนในประเทศเอเชียบางประเทศมีปัจจัยเสี่ยงสูงหลายประการ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหากไม่ได้รับการแก้ไข

รายงาน Addressing Non Communicable Disease Risk Factors Among Young People: Asia’s Window of Opportunity to Curb a Growing Epidemic ได้แนะนำให้มีการยกระดับความเข้มงวดของกฎระเบียบที่ใช้ควบคุมอุตสาหกรรมอาหาร อาทิ การกำหนดปริมาณสูงสุดของเกลือ น้ำตาล หรือไขมันอิ่มตัวในผลิตภัณฑ์อาหาร การติดฉลากอาหาร และการเก็บภาษีน้ำอัดลม เป็นต้น

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวซึ่งจัดทำโดย โทชิโกะ คาเนดะ นักวิจัยอาวุโสของ PRB และ เรชมา นาอิค นักวิเคราะห์นโยบายอาวุโสของ PRB ยังเรียกร้องให้มีการจัดสรรพื้นที่สาธารณะที่มีความปลอดภัย และจัดหาอุปกรณ์สำหรับการเล่นกีฬา การเดินทางแบบแอคทีฟ รวมถึงการออกกำลังกายรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้มีการแทรกแซงเรื่องอาหารและการออกกำลังกายในโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้เยาวชน ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ร่วมกันแก้ปัญหาการไม่ออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

สื่อประชาสัมพันธ์ชุดนี้ได้รับการสนับสนุนโดย AstraZeneca Young Health Programme (YHP) และประกอบไปด้วยรายงานนโยบาย เอกสารข้อมูล รวมถึงภาคผนวกที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่ล้วนเน้นย้ำความสำคัญของการลงมือจัดการกับปัจจัยก่อโรคไม่ติดต่อในหมู่เยาวชนในเอเชีย

สำนักงานอ้างอิงทางประชากร (www.prb.orgมีหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ประชาชนทั่วโลกเกี่ยวกับประชากร สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนให้นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

            ติดต่อ PRB: Peter Goldstein: 1.202.939.5407; pgoldstein@prb.org