Ulmart ผู้นำธุรกิจอีคอมเมิร์ซของรัสเซีย เตรียมจัดงาน “Russia House” ในระหว่างการประชุม WEF 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, รัสเซีย–20 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/ อินโฟเควสท์

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมงาน St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) ที่รัสเซีย และการประชุม Annual Meeting of New Champions ของเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีนมาแล้ว Ulmart ผู้นำธุรกิจอีคอมเมิร์ซของรัสเซีย จึงได้รับโอกาสจากรัฐบาลรัสเซียให้เป็นผู้จัดงานประชุมสัมมนาทางธุรกิจที่มีรูปแบบเฉพาะตัวในระหว่างการประชุมประจำปีของ WEF ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนมกราคม 2017โดยงานนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Russia House 2017″ (RH17)

 Ulmart Logo / Ulmart Logo (PRNewsFoto/Ulmart)

Ulmart Logo (PRNewsFoto/Ulmart)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151015/277241LOGO )

การจัดงานดังกล่าวได้รับความร่วมมือจาก Roscongress ผู้จัดการประชุมด้านเศรษฐกิจของรัสเซียอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเข้ามาช่วย Ulmart ในการสานต่อความสำเร็จที่สร้างไว้ในการประชุม WEF 2016 ซึ่ง Ulmart ได้จัดงาน “Ulmart House of Innovation” (UHI) ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,500 คน จาก 23 ประเทศ ตลอดระยะเวลา 3 วัน

ไบรอัน คีน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างประเทศของ Ulmart กล่าวว่า ขณะที่เหล่าผู้นำในรัสเซียอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล อีกทั้งยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 คุณดิมิทรี คอสทีกิน ประธานกรรมการ จึงได้ยื่นโจทย์ใหม่ที่ท้าทายแก่พวกเรา หลังจากประสบความสำเร็จในการประชุมWEF ปีนี้ โดยขอให้เรามีบทบาทในเชิงรุกมากขึ้นในการประชุม WEF 2017 โดยนอกจากสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ Ulmart แล้ว ยังต้องสะท้อนความเป็นรัสเซียด้วย

งาน Russia House จะยังคงจัดขึ้นที่ร้าน Kaffee Klatsch อันโด่งดังของเมืองดาวอส ซึ่งตั้งอยู่ที่ Promenade 72 แต่ที่ต่างออกไปคืองานนี้จะเปิดกว้างสำหรับทุกบริษัทของรัสเซีย ตลอดจนสื่อมวลชน และแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐบางราย จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับ Ulmart และบริษัทในแวดวงดิจิทัลเท่านั้น

นอกจากกิจกรรมในงาน RH ซึ่งประกอบไปด้วยการอภิปรายทางธุรกิจ 6 หัวข้อเกี่ยวกับบทบาทของรัสเซียในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 บรรยากาศการลงทุนในปัจจุบัน และการคาดการณ์การเติบโตสำหรับเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2017 แล้ว ยังจะมีการจัดงานด้านวัฒนธรรมอีกหลายงานตามสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองดาวอสอีกด้วย

นายคอสทีกินกล่าวว่า “เราวางแผนให้การประชุม WEF 2017 เต็มไปด้วยกลิ่นอายของรัสเซีย โดยไม่ว่าผู้ร่วมงานจะหันไปทางไหน พวกเขาก็จะได้พบกับแง่มุมต่างๆ ของรัสเซีย ผ่านการเล่าเรื่องราวของเราที่ต้องการให้โลกได้รับรู้ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมากจากแนวคิดเก่าๆที่รัสเซียมักถูกเข้าใจผิดมาโดยตลอด งานครั้งนี้จะต้องเป็นที่จดจำในฐานะการหวนคืนของธุรกิจของรัสเซียสู่เวทีเศรษฐกิจยุคใหม่ของโลก”

การประชุมประจำปีของ WEF เป็นการมองโลกมุมใหม่ เพื่อขบคิดพิจารณาปัญหาและประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

นายคีนกล่าวว่า “การประชุมประจำปีจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เหล่าซีอีโอและผู้นำจากทั่วทุกมุมโลก และเราจะผลักดันแรงบันดาลใจนี้ให้ก้าวล้ำไปอีกระดับ ผ่านการจัดงาน RH ที่จะนำเสนอความเป็นจริงด้านการค้าและเศรษฐกิจ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซียให้เติบโตขึ้น”

ที่มา: Ulmart

เมอร์ค เปิดตัว “M Lab(TM) Collaboration Center” ศูนย์ความร่วมมือลูกค้าโฉมใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์เยอรมนี20 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– เพียบพร้อมด้วยห้องแล็บสุดล้ำสมัยสำหรับการฝึกอบรมและการพัฒนากระบวนการผลิตแบบครบวงจร

– เปิดพื้นที่เพื่อแสวงหาเทคโนโลยีและโซลูชั่นใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาด้านการพัฒนาและการผลิต

– มอบสภาพแวดล้อมอันเหมาะสมในศูนย์กลางด้านเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ เอื้อต่อการสร้างความร่วมมือกับลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการทดลองไปจนถึงการผลิตเต็มรูปแบบ

เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ประกาศเปิดตัวศูนย์ความร่วมมือลูกค้าทั่วโลกโฉมใหม่ในชื่อ M Lab(TM) Collaboration Centerเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แบ่งปันข้อมูลและทำการทดลองร่วมกับเหล่านักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของบริษัท ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาด้านการผลิตเชิงชีวภาพ และช่วยเร่งการพัฒนายารักษาโรคใหม่ๆ  

 

Merck’s M Lab(TM) Collaboration Centers offer customers the opportunity to explore, learn and collaborate at our global network of sites around the world, solving the challenges they face every day (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160714/389756

Merck’s M Lab(TM) Collaboration Centers provide a shared, exploratory environment where customers work closesly with the company’s scientists and engineers to solve their toughest biomanufacturing challenges and help accelerate development of new therapies (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160714/389757 

M Lab(TM) Collaboration Center ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่าศูนย์ฝึกอบรมทางวิทยาศาสตร์เพื่อการผลิตเชิงชีวภาพ จะนำเสนอสภาพแวดล้อมด้านการผลิตแบบจำลอง สำหรับใช้ในการทดลง การซ่อมแซม และการแก้ปัญหา ในสถานที่แบบ non-GMP ที่เอื้อต่อการศึกษาและการพัฒนากระบวนการผลิตแบบครบวงจร โดยลูกค้าจะได้มีส่วนร่วมในการสาธิตผลิตภัณฑ์ การฝึกฝนเชิงปฏิบัติ และการพิสูจน์แนวคิด ตลอดจนการใช้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศและแนวทางใหม่ๆ ในการพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับกระบวนการผลิต รวมถึงการส่งผ่านเทคโนโลยีระดับโลกอย่างง่ายดายขึ้น  

อูดิท บาทรา สมาชิกบอร์ดบริหารของเมอร์คและซีอีโอของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ศูนย์ความร่วมมือเหล่านี้เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญสำหรับลูกค้าของเราและอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์มาตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ปัจจุบัน ศูนย์ดังกล่าวได้ปรับภาพลักษณ์และโครงสร้างใหม่มาเป็น M Lab(TM)  Collaboration Center ซึ่งถือว่าเราได้ผลักดันแนวคิดระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมไปอีกขั้นหนึ่ง เรากำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่แตกต่างและมอบแรงบันดาลใจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถแสวงหาหนทางใหม่ๆในการเพิ่มผลิตภาพและพัฒนากระบวนการต่างๆ โดยร่วมมือกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเราอย่างใกล้ชิด”    

เมอร์คจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2538 และได้เปิดตัวศูนย์ความร่วมมือโฉมใหม่แห่งแรกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2559 โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้และในปี 2560 จะมีการเปิดศูนย์ความร่วมมือโฉมใหม่อีกหลายแห่งทั่วโลก ทั้งในบราซิล จีน ฝรั่งเศส อินเดีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา 

M Lab(TM) Collaboration Center แต่ละแห่งยินดีต้อนรับลูกค้าและพันธมิตรด้านความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ สถานศึกษา หน่วยงานด้านการกำกับดูแล และสมาคมในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยพร้อมมอบวีธีปฏิบัติที่เป็นเลิศและความรู้เพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์ในแต่ละประเทศ ลูกค้าจะได้ใช้เครื่องมือวัดขนาดและเครื่องมือจำลอง วิธีปฏิบัติต่างๆ บริการวิเคราะห์และการจำลองแบบ ไปจนถึงโปรแกรมให้ความรู้แก่ลูกค้า  

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ M Lab(TM) Collaboration Center และวิดีโอเกี่ยวกับโรงงานของเมอร์คได้ที่ http://www.merckmillipore.com/Mlabs 

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้ 

เกี่ยวกับเมอร์ค 

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึงจอแอลซีดีสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ 

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

“CHINASHOP 2016” มหกรรมค้าปลีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน เตรียมเปิดฉาก ณ เมืองซูโจว ปลายปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน–20 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ด้วยจำนวนประชากรที่มากเป็นอันดับ 2 ของโลก และการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้จีนมีตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่และมีศักยภาพมหาศาล ดังนั้น มหกรรม China Retail Trade Fair หรือที่รู้จักกันในชื่องาน CHINASHOP จึงถือเป็นงานมหกรรมทรงประสิทธิภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้ค้าปลีกและซัพพลายเออร์ได้ติดต่อสื่อสารและร่วมมือกัน อีกทั้งยังเป็นโอกาสทองขององค์กรระดับโลกต่างๆ ที่ต้องการบุกตลาดจีนอีกด้วย

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160714/0861607080

คำบรรยายภาพ – งานมหกรรม CHINASHOP 2015 ในมณฑลอู่ฮั่น

 งาน CHINASHOP จัดมาต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1998 โดยสมาคมร้านค้าปลีกเครือข่ายและธุรกิจแฟรนไชส์แห่งประเทศจีน (CCFA) โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลท้องถิ่น ด้วยนวัตกรรมกรรมและการพัฒนาตลอด 17 ปี งาน CHINASHOP จึงขึ้นแท่นเป็นมหกรรมการค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียและใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยเมื่อปีที่ผ่านมา งานมหกรรม CHINASHOP 2015 มีพื้นที่จัดแสดงถึง 80,000 ตารางเมตร และสามารถดึงดูดผู้เยี่ยมชมงานได้มากกว่า 30,000 คน

งาน CHINASHOP รวบรวมช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีความครอบคลุมมากที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมการค้าปลีก โดยมีผู้ค้าปลีกท้องถิ่นหลายร้อยรายเข้าร่วมงานเป็นประจำทุกปี จึงนับเป็นโอกาสดีสำหรับผู้แทนจำหน่ายนานาชาติที่จะได้ติดต่อโดยตรงกับบรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างร้านค้าปลีกรายใหญ่ อีกทั้งยังสามารถพบปะกับซัพพลายเออร์หลายรายที่สามารถจัดหาอุปกรณ์คุณภาพดีในราคาไม่แพงให้กับเหล่าผู้ซื้อจากต่างชาติได้ อันเป็นการช่วยเติมเต็มความต้องการของผู้ซื้อในด้านการจัดซื้อและการค้าขายทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้เข้าชมงานและผู้จัดแสดงสินค้าจากต่างประเทศ ทางผู้จัดงาน CHINASHOP จึงเตรียมมอบบริการอันหลากหลาย อาทิ บริการแปลภาษา และเลาจน์ระดับ VIP ไว้คอยให้บริการภายในงานและทางเข้างานด่วน อีกทั้งยังมอบสิทธิในการเข้าร่วมการประชุม China Retail Industry Convention หรือการประชุมอื่นๆ ซึ่งถือเป็นการประชุมระดับสูงสุดและมีอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมค้าปลีกของจีน นอกจากนี้ หากลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้า พร้อมระบุความสนใจและขอบข่ายธุรกิจของตนในอุตสาหกรรมค้าปลีก ผู้เข้าชมงานชาวต่างชาติยังจะมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการชาวจีนแบบตัวต่อตัวเพื่อการจับคู่ทางธุรกิจอีกด้วย

งาน CHINASHOP 2016 จะจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติซูโจว ในระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน ในมณฑลเจียงซู ประเทศจีน ผู้จัดงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานในครั้งนี้จะได้รับความพึงพอใจจากผู้ค้าปลีกทุกรายและธุรกิจค้าปลีกหลากหลายประเภท โดยเราขอเชิญชวนและยินดีต้อนรับบริษัทค้าปลีกจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานมหกรรมค้าปลีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีน

ติดต่อ: Mr. Jason Guo
โทร. +86-10-68019941
อีเมล: gh@ccfa.org.cn

 

ลาบอรี เปิดตัวเว็บไซต์โฉมใหม่ นำเสนอแหล่งความรู้และผลิตภัณฑ์โรคทางเดินปัสสาวะและทางเดินอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต–20 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ลาบอรี เมดิคัล เทคโนโลยีส์ (Laborie Medical Technologies หรือ “LABORIE”) ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา ได้ออกแบบเว็บไซต์ใหม่เพื่อนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ในกลุ่มระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหารของเมดิคัล เมเชอร์เมนต์ ซิสเต็มส์ (Medical Measurement Systems : MMS) ทำให้ในขณะนี้ ผู้ใช้งานจะได้พบกับทรัพยากรและกลุ่มผลิตภัณฑ์โรคระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร จากทั้งลาบอรี่ และ เมดิคัล เมเชอร์เมนต์ ซิสเต็มส์ (MMS)ได้จากเว็บไซต์โฉมใหม่นี้ (http://www.laborie.com)

ความต้องการและความท้าทายของลูกค้าเป็นหัวใจหลักในการนำเสนอประสบการณ์ดิจิตอลรูปแบบใหม่ของลาบอรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากโครงสร้างของเว็บไซต์ใหม่ที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นสำคัญ ด้วยการปรับปรุงระบบนำทางและการทำงานให้ดีขึ้น โดยในขณะนี้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ที่มีประโยชน์ รวมทั้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่มีความครอบคลุมได้อย่างง่ายดาย ผ่านทางเบราว์เซอร์และอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบ

ตลอดช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ลาบอรีจะยังคงเดินหน้าเติบโตต่อไป พร้อมมอบประสบการณ์ดิจิตอลรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยทีมงานของลาบอรีกำลังทำงานกันอย่างหนักอยู่เบื้องหลัง เพื่อเพิ่มข้อมูลบนเว็บไซต์ และสร้างประสบการณ์ดิจิตอลที่จะสะท้อนความมุ่งมั่นของลาบอรีที่มีต่อนวัตกรรมและการเติบโต

เกี่ยวกับลาบอรี

ลาบอรี เป็นบริษัทระดับโลกผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่ายเทคโนโลยีการแพทย์ที่ล้ำสมัยและวัสดุสิ้นเปลือง สำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร รวมถึงความผิดปกติของอุ้งเชิงกราน ทั้งนี้ ลาบอรี เป็นบริษัทที่ได้รับเงินลงทุนจาก ออแด็กซ์ ไพรเวท อีควิตี้ (Audax Private Equity)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมของลาบอรี กรุณาเยี่ยมชม www.laborie.com หรือโทร. +1 905.612.1170

เกมเมอร์ชั้นแนวหน้าเตรียมสู้เพื่อศักดิ์ศรีของชาติในศึก WCA World Contest Championship

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–15 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          การแข่งขัน WCA (World Cyber Arena) 2016 World Contest Championship ครั้งปฐมฤกษ์ จะระเบิดความมันส์ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ด้วยทัพผู้เล่นWarcraft III ที่มีชื่อเสียงจากจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึง Lyn และ Infi สองผู้เล่นที่จะต้องปกป้องศักดิ์ศรีของชาติในการแข่งขันสุดตื่นเต้นเร้าใจ

          WCA เป็นการแข่งขันอีสปอร์ตระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2014 โดยรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองยินฉวน และ บริษัท ยินฉวน อินเตอร์เนชันแนล เกม อินเวสต์เมนต์ จำกัด สำหรับ WCA 2016 World Contest Championship นั้น เป็นหนึ่งในรายการการแข่งขันของ WCA 2016 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคมาประลองความสามารถกัน การแข่งขัน WCA 2016 World Contest Championship ครั้งปฐมฤกษ์นี้ มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 300,000 หยวน (45,000 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยเชื้อเชิญผู้เล่นจากจีนและเกาหลีใต้ที่มีผลงานโดดเด่นมาประชันฝีมือกันใน Warcraft III

          “เพื่อเผ่าพันธุ์ เพื่อพันธมิตร”  คือสโลแกนที่เป็นที่จดจำของแฟนเกม Warcraft หลายล้านคน เพราะ Warcraft คือส่วนหนึ่งในวัยเด็กของพวกเขา สำหรับการแข่งขันชั้นนำระดับอาชีพและระดับโลกครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสนองความต้องการของผู้เล่นอีสปอร์ตทุกคน ตั้งแต่ผู้ที่เล่นเป็นงานอดิเรกไปจนถึงนักแข่งขันระดับแนวหน้า

          ทั้งนี้ ทีมโปรดักชั่นระดับมืออาชีพของ WCA จะทำหน้าที่บันทึกภาพตลอดทั้งงาน ส่วนทีมเจ้าภาพจัดงานมือโปรจะวางแผนในการทำให้การแข่งขันระหว่างผู้เล่นชาวจีนและเกาหลีใต้น่าติดตามและตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้น

          การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้น 4 ช่วงโดยใช้ระบบสะสมคะแนน โดยการแข่งขันในช่วงที่ 2 จะมีขึ้นที่บูธ WCA ในงาน Chinajoy มหกรรมความบันเทิงดิจิตอลชั้นแนวหน้าของจีน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-31 กรกฎาคม ในนครเซี่ยงไฮ้ ขอเชิญแฟนอีสปอร์ตร่วมชมการแข่งขันได้ที่งานนี้

          นอกเหนือจาก WCA Pro Qualifiers, WCA Open Qualifiers และ WCA College Championship แล้ว WCA World Contest Championship จะสร้างระบบWCA IP ที่เป็นหนึ่งเดียวกันเพิ่มขึ้นมา เพื่อทำให้ WCA เป็นการแข่งขันที่มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

          ในฐานะที่เป็นการแข่งขันอีสปอร์ตระดับสูงเพียงหนึ่งเดียวของจีน WCA มิได้เป็นเพียงแค่เวทีแข่งขันอีสปอร์ตเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงผู้เล่นอีสปอร์ตทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน และยังส่งเสริมวงการอีสปอร์ตทั่วโลกด้วย

ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ฮ่องกง จัดนิทรรศการศิลปะ “We’re All Smurfs!” เอาใจคนรักสเมิร์ฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–15 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ซัมเมอร์นี้ กองทัพสเมิร์ฟแสนน่ารักจะเดินสายไปทั่วเอเชียในกิจกรรม Asian Art Tour เพื่อแสดงถึงความสมัครสมานสามัคคีอันไร้พรมแดน ประเดิมด้วยการจัดแสดงที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้ (Harbour City) ในฮ่องกง!

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20140721/8521404095LOGO

รูปภาพ- http://photos.prnasia.com/prnvar/20160714/8521604544-a

รูปภาพ- http://photos.prnasia.com/prnvar/20160714/8521604544-b

รูปภาพ- http://photos.prnasia.com/prnvar/20160714/8521604544-c

ในระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม ถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2559 ยาวิเศษของปาป้าสเมิร์ฟจะแผลงฤทธิ์เปลี่ยนโฉมบริเวณ Ocean Terminal Forecourt ของฮาร์เบอร์ ซิตี้ ให้กลายเป็นหมู่บ้าน “We’re All Smurfs!” สุดอลังการ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงผลงานต้นฉบับอันล้ำค่าของเปโย (Peyo) ผู้สร้างสเมิร์ฟ จำนวน 36 ชิ้นเป็นครั้งแรก และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสเมิร์ฟยักษ์สูง 4 เมตรคอยต้อนรับผู้มาเยือน และมีการจำลองฉากจากหนังสือการ์ตูนสุดคลาสสิคถึง 8 ฉากด้วยกัน นอกจากนี้ บรรดาสาวกสเมิร์ฟสามารถสะสมฟิกเกอร์สเมิร์ฟรุ่น Hong Kong Special Edition รวมถึงสินค้าพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลก สำหรับเด็กๆก็สามารถเข้าเรียนในคอร์สซัมเมอร์เพื่อฝึกฝนทักษะต่างๆ พร้อมล่าสัญลักษณ์รับรองการเข้าคอร์สรูปสเมิร์ฟหลากหลายแบบ และที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ยังเตรียมเสิร์ฟอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มในธีม “We’re All Smurfs!” เพื่อให้ทุกท่านเพลิดเพลินไปกับอาหารแบบฉบับสเมิร์ฟอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกัน สเมิร์ฟจะจับมือกับยูนิเซฟอีกครั้งหลังจากที่เคยร่วมงานกันเมื่อปี 2551 โดยตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม ถึง 21 สิงหาคม 2559 เหล่าสเมิร์ฟจะเปิดตัวโครงการ “Yes I Smurf!” UNICEF x Smurf Figure Global Online Charity Sale อันถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้

พิธีเปิดนิทรรศการศิลปะครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยคุณนิโคลัส ทิตกัต หลานชายของเปโย ผู้สร้างการ์ตูนสเมิร์ฟ ได้นั่งเครื่องบินมาจากเบลเยียมเพื่อเข้าร่วมพิธีนี้ นอกจากนั้นทางฮาร์เบอร์ ซิตี้ ยังได้เชิญนักร้องและดาราชื่อดังอย่างแอรอน คว็อก เป็นผู้ดำเนินพิธีด้วย

สามารถดาวน์โหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/tzevei9s57f03ru/AABvVY1BgdH2K78rVmNqCzOaa?dl=0

1. ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้าน “We’re All Smurfs” สุดอลังการ

ปาป้าสเมิร์ฟจะใช้ยาวิเศษสูตรลับเพื่อร่ายมนต์เปลี่ยนโฉมบริเวณ Ocean Terminal Forecourt ของฮาร์เบอร์ ซิตี้ ให้กลายเป็นหมู่บ้าน “We’re All Smurfs” สุดอลังการ เพื่อให้ผู้มาเยือนทุกคนได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกของสเมิร์ฟจริงๆ ท่ามกลางกองทัพสเมิร์ฟสูง 1 เมตรจำนวน 35 ตัวที่คอยมอบความสุขทั่วบริเวณหมู่บ้าน นอกจากนี้ ผู้มาเยือนยังสามารถเข้าไปในบ้านทรงเห็ดหลังยักษ์สูง 6 เมตร เพื่อเล่นเกมแบบอินเทอร์แอคทีฟกับสเมิร์ฟตัวอื่นๆ ผ่านเทคโนโลยี ARอันล้ำสมัย

2. เปิดตัวผลงานต้นฉบับเป็นครั้งแรกของโลกที่ “The Smurfs House of Stories” 

โซน “The Smurfs House of Stories” บริเวณ Gallery by the Harbour เป็นพื้นที่ที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อเปโย นักเล่าเรื่องอัจฉริยะผู้ให้กำเนิดเหล่าสเมิร์ฟ โดยจะนำเสนอเรื่องราวชีวิตและพรสวรรค์อันแสนวิเศษของศิลปินผู้นี้ นอกจากนั้นยังมีการจำลองสตูดิโอของเปโยมาไว้ที่นี่ เพื่อจัดแสดงผลงานต้นฉบับสุดล้ำค่าสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก

3. “The Smurfs” นิทรรศการจัดแสดงโมเดลจำลองสุดสร้างสรรค์ ศิลปินฮ่องกงร่วมสร้างโมเดลจำลอง 8 ฉากฮิตจากหนังสือการ์ตูน

ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ได้เชิญสองศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานจิ๋วชื่อดังของฮ่องกงอย่างคุณโทนี่ ไหล และแม็กกี ชาน มาร่วมสร้างโมเดลจำลองฉากการ์ตูนแบบ 1:1 รวมทั้งสิ้น8 ฉาก เพื่อนำไปจัดแสดงบริเวณทางเดินยาวบนชั้น Ground Floor ของ Gateway Arcade ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างโลกแห่งการ์ตูนและโลกแห่งความจริงพอดี

4. ป๊อปอัพสโตร์ “The Smurfs Rarities Collection” 

ป๊อปอัพสโตร์ “The Smurfs Rarities Collection” จะเปิดให้บริการที่บริเวณ Atrium I ของ Gateway Arcade โดยมีสเมิร์ฟยักษ์สูง 4 เมตรลอยอยู่ด้านบนคอยต้อนรับเหล่าผู้มาเยือน ป๊อปอัพสโตร์แห่งนี้มีสินค้าสะสมแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นหลากหลายรูปแบบวางจำหน่ายตลอดการจัดแสดง รวมถึงสินค้าที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับการจัดแสดงที่ฮ่องกงโดยเฉพาะ ทั้งฟิกเกอร์ 316L Black Steel Smurf และฟิกเกอร์สเมิร์ฟแกะสลักจากไม้ ไปจนถึงฟิกเกอร์สเมิร์ฟเฟตสไตล์ฮ่องกงในชุดเดรสสีแดง ขาว และน้ำเงิน และฟิกเกอร์ Kung-Fu Smurf

5. เมนูสุดอร่อยแบบสเมิร์ฟ

เพื่อให้นิทรรศการศิลปะ “We’re All Smurfs” มีความพิเศษยิ่งขึ้น ทางฮาร์เบอร์ ซิตี้ ยังได้แท็กทีมกับร้านอาหารต่างๆภายในห้างสรรพสินค้า (add@Prince, Cafe Marco, Dan Ryan’s Chicago Grill, Han Bing Korean Dessert Cafe , Homie Cookies, LE CAFE de Joel Robuchon, niji bistro และ Three on Canton) เพื่อนำเสนอเมนูสุดอร่อยแบบสเมิร์ฟ อาทิ Smurfs’ Fantasy High Tea Set เครื่องดื่มเมนูพิเศษ ของหวาน และมาการอง เพื่อให้บรรดาคนรักสเมิร์ฟได้เพลิดเพลินกับอาหารปากและอาหารตาไปพร้อมๆกัน

6. เชิญชวนคุณหนูๆฝึกฝนทักษะใหม่ๆที่ The Smurfs Summer School

สเมิร์ฟแต่ละตัวมีนิสัยและความสามารถแตกต่างกันไป ฮาร์เบอร์ ซิตี้ จึงขอเปิดพื้นที่ The Smurfs Summer School ที่โซน Atrium บนชั้น Ground Floor ของ Ocean Terminal เพื่อให้เด็กๆได้เข้ามาเรียนรู้ทักษะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ วาดภาพ การแสดงมายากล และอื่นๆ พร้อมรับสัญลักษณ์รับรองการฝึกฝนและเข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาเพื่อเป็นสเมิร์ฟตัวจริง!

*รายได้ทั้งหมดจากนิทรรศการศิลปะ “We’re All Smurfs” จะบริจาคให้กับยูนิเซฟฮ่องกง

ไฮไลท์ระดับโลก – UNICEF x Smurf Figure Global Charity Sale 

เพื่อเฉลิมฉลองการจัดนิทรรศการที่ฮ่องกง ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ เหล่าสเมิร์ฟจึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแบ่งปันความรักและความห่วงใยไปทั่วทุกมุมโลก โดยสเมิร์ฟได้จับมือกับยูนิเซฟอีกครั้งหลังจากที่เคยร่วมงานกันเมื่อปี 2551 และสำหรับครั้งนี้ บรรดาสเมิร์ฟจะเปิดตัวโครงการ “Yes I Smurf!” UNICEF x Smurf Figure Global Charity Sale ระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม ถึง 21 สิงหาคม 2559 โดยผู้ที่สนใจสามารถพรีออเดอร์ฟิกเกอร์สเมิร์ฟราคา 60 ดอลลาร์สหรัฐ ผ่านระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์ http://www.weareallsmurfs.com โดยกลไกการระดมทุนจะเริ่มขึ้นเมื่อมียอดพรีออเดอร์แตะ 5,000 ตัว และรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคให้กับยูนิเซฟ (เบลเยียม) เพื่อช่วยเหลือเด็กยากจน

ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. (852) 2118 8666
เว็บไซต์: www.harbourcity.com.hk

หัวเว่ย จับมือกฟภ. จัดงานประชุมโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะขึ้นที่กรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–15 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

หัวเว่ย ผู้จัดหาโซลูชั่นไอซีทีชั้นนำระดับโลก ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จัดงานประชุมระดับซัมมิทด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ “The Intelligent Power Grid Summit 2016″ ขึ้นภายใต้ธีม “Leading New ICT, Building a Better Connected Intelligent Grid”  โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐของไทย และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานจากทั่วโลกกว่า 300 คนเข้าร่วมงาน เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของบริษัทพลังงานมีความก้าวหน้าด้วยนวัตกรรมไอซีที เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิผล และเติบโตอย่างยั่งยืน

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160714/0861607096 

หัวเว่ยจับมือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกาศความร่วมมือในการศึกษาแนวทางการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรม

นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพร่วมกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด จัดงาน The Intelligent Power Grid Summit 2016 เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้มีโอกาสเสริมสร้างและเพิ่มพูนความรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเป็นการบูรณาการในอุตสาหกรรมพลังงาน และขีดความสามารถในงานวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในเทคนิควิจัยและการพัฒนาอุตสาหกรรม

มร. จาง หลิน ประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่กำลังเพิ่มขึ้นและความจำเป็นที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทพลังงานต่างมองหาการผลิตและรูปแบบธุรกิจด้านพลังงานใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์สิ่งท้าทายเหล่านี้ด้วยวิธีที่ประหยัด เชื่อถือได้และยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้บริษัทพลังงานทั่วโลกเติบโตต่อไปในยุคใหม่ ด้วยการใช้ประสบการณ์จากทั่วโลก นวัตกรรมด้านไอซีที และศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือของบริษัท เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลก้าวรุดไปข้างหน้า”

เชื่อมพลังไอซีที สร้างโครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อมโยงสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น

ผู้เข้าร่วมงานประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต  โดยเฉพาะการจัดรูปแบบอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ผ่านการสร้างระบบพลังงานไฟฟ้าที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายซับซ้อน (Energy Internet) บนเทคโนโลยีไอซีทีใหม่ๆ อาทิ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลกให้เป็นโครงข่ายของการแบ่งปันพลังงาน (Energy-sharing Network)

มร. จี้ เสียง ประธานบริหาร กลุ่มพลังงาน ของหัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า “การพัฒนา Energy Internet ที่เชื่อมโยงทั่วถึงจะช่วยเพิ่มศักยภาพและคุณค่าของอุปกรณ์ไฟฟ้า Energy Internet จะช่วยให้เมืองต่างๆ สามารถคาดการณ์การบริโภคไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงช่วงพีคโหลด และการวิเคราะห์การรั่วไหลของไฟฟ้า ในขณะเดียวกันผู้บริโภคก็สามารถปรับการใช้ไฟฟ้าตามข้อมูลราคาไฟฟ้าแบบเรียลไทม์  โดยหัวเว่ยจะใช้กลยุทธ “1-2-1″ เพื่อเร่งให้อุตสาหกรรมพลังงานเกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และทำให้ Energy Internet ก้าวรุดหน้าขึ้น  โดย “1″ หมายถึงแพลตฟอร์มการบริหารการเชื่อมต่อ IoT ที่เป็นแบบเปิดสำหรับบุคคลที่สามและพันธมิตร และสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมโดยรวม  ส่วน “2″ หมายถึงวิธีการเชื่อมต่อสองทาง ทั้งแบบมีสายและไร้สาย อาทิ OneAir-IoT และการสื่อสารผ่านสายไฟบรอดแบนด์ (Power-Line Communication – PLC) และ 1 ตัวสุดท้าย คือ ระบบปฏิบัติการ LiteOS ซึ่งจะทำให้พันธมิตรสามารถที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ IoT ของพวกเขาเองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

นวัตกรรมความร่วมมือเร่งขับเคลื่อนการผนวกรวมโครงข่ายพลังงานไฟฟ้าที่เชื่อมโยงสื่อสารได้ดีขึ้นและ Energy Internet เข้าด้วยกัน

ในงานประชุม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหัวเว่ย ได้ประกาศความร่วมมือในการศึกษาแนวทางการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรม (Innovation Center) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเชื่อมต่อโครงข่ายพลังงานไฟฟ้า “ศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้เน้นศึกษาและวิจัยในด้านอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า โดย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด จะสนับสนุนอุปกรณ์ เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาศูนย์นวัตกรรม ทั้งนี้ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อต่อยอดความรู้และสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน” มร. วัง อี้ฝาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

มร. ฮิโรยูกิ บาบะ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว มร. บอสโก เอดัวร์ดู เฟอร์นันเดส สมาชิกระดับอาวุโสของสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์นานาชาติ (Institute of Electrical and Electronics Engineers หรือ IEEE) มร. หลิว เจี่ยนหมิง รองผู้อำนวยการคณะกรรมการฝ่ายข้อมูลพลังงานของสมาคมวิศวกรรมไฟฟ้าจีน (The Chinese Society for Electrical Engineering – CSEE) ต่างเชื่อว่า โครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อมโยงสื่อสารได้ดีกว่าคือ การนำ IoT เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมพลังงาน

หัวเว่ยได้จัดหาบริการต่าง ๆ ให้กับอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้ามานานกว่า 20 ปี โดยผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งให้บริการแก่บริษัทด้านพลังงานไฟฟ้ากว่า 160 แห่งใน 65 ประเทศทั่วโลก  ในปี 2557  หัวเว่ยได้นำเสนอความคิดการสร้าง “โครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อมโยงสื่อสารได้ดีขึ้น” เป็นครั้งแรก และได้กลายมาเป็นผู้จัดหาโซลูชั่นไอซีทีเพียงรายเดียวในกลุ่มสมาชิกขององค์กร Global Energy Interconnection Development & Cooperation Organization (GEIDCO) หัวเว่ยจะยังคงจับมือกับพันธมิตรและลูกค้าต่อไป เพื่อสร้างเครือข่ายของโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนยุคใหม่ที่มีโครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อมโยงสื่อสารกันได้ดีขึ้น ผ่านนวัตกรรมความร่วมมือแบบเปิด

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุม Intelligent Power Grid Summit 2016 โปรดคลิก

http://enterprise.huawei.com/topic/Power_summit_2016_en/About-Summit.html

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำทางด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการสื่อสารที่ดีทั่วโลก ด้วยการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมแห่งข้อมูล และทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรม  หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคมและเอ็นเตอร์ไพรส์ อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมตามความต้องการของลูกค้าและสัมพันธภาพที่ดีกับพันธมิตร ปัจจุบัน พนักงานกว่า 176,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไอซีทีของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งในกว่า 170 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก และให้บริการประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก  หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี  2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ยได้ที่ www.huawei.com หรือติดตามเราได้ที่

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

 

มหกรรม China (Guzhen) International Lighting Fair ครั้งที่ 18 ประจำฤดูใบไม้ร่วง เปิดลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าแล้ว วันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กู่เจิ้น, จีน–15 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– บัตร 1 ใบ เข้างานได้ 3 งาน ซึ่งรวมถึงงาน Guzhen Lighting Manufacturing & Supply Expo ประจำปี 2559 และงาน Guzhen Lighting Business Services Expoประจำปี 2559

ในวันที่ 22-26 ตุลาคม 2559 นี้ จะมีการจัดงาน China (Guzhen) International Lighting Fair ครั้งที่ 18 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า Guzhen Convention and Exhibition Centre ที่เมืองจงซาน ประเทศจีน

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160714/0861607009-c

คำบรรยายภาพ: แผนผังของส่วนจัดแสดงใหม่

ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมเว็บไซต์ทางการของงานครั้งนี้ (http://www.gzlightingfair.com/en) และลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ โดยผู้เข้าชมงานจะสามารถรับบัตรผ่านเข้างานฟรีเพียงแค่ลงทะเบียนออนไลน์ ขณะที่ผู้จัดซื้อจากต่างประเทศจะได้รับการบริการระดับ VIP เมื่อลงทะเบียนล่วงหน้า เช่น การบริการจับคู่ธุรกิจ และตัวเลือกในการเดินทางมากมาย ซึ่งล้วนออกแบบมาเพื่อให้บริการแก่ผู้ซื้อจากต่างประเทศโดยเฉพาะ

บัตรผ่าน 1 ใบ เข้างานได้ 3 งาน ซึ่งรวมถึงงานแสดงย่อยที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกอีก 2 งาน

เปิดตัวงานแสดงใหม่ที่จะจัดขึ้นพร้อมกัน 3 งาน

เพื่อเป็นการตอบรับแนวโน้มและความต้องการของตลาด ภายในงาน China (Guzhen) International Lighting Fair ครั้งที่ 18 นี้ จึงประกอบไปด้วยงานแสดงย่อยอีก 2 งาน ได้แก่ Guzhen Lighting Manufacturing & Supply Expo ประจำปี 2559 และงาน Guzhen Lighting Business Services Expo ประจำปี 2559 ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกันโดยรัฐบาลท้องถิ่น และสมาคมอุตสาหกรรม China Association of Lighting Industry (CALI) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแสงไฟทั้งต้นน้ำละปลายน้ำ ตลอดจนเพื่อเป็นเวทีรองรับภาคการผลิตอุปกรณ์ไฟส่องสว่างและภาคบริการยุคใหม่อีกด้วย งานแสดงใหม่ทั้ง 2 งานนี้จะจัดขึ้นที่ Hall Dและ E ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ โดยจะเน้นการนำเสนอในส่วนของการผลิตอุปกรณ์ไฟส่องสว่าง ควบคู่ไปกับการให้บริการส่งออกสินค้า

จัดผังใหม่เพื่อรวบรวมและแยกประเภทสินค้าจัดแสดงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

งานจัดแสดงในปีนี้จะมีการวางพื้นที่และโซนต่าง ๆ ใหม่ทั้งหมด โดย Hall A, Hall B และ Hall C จะเป็นส่วนจัดแสดงสินค้าสำเร็จรูป อาทิ ไฟตกแต่ง ไฟภายในบ้าน ไฟสำหรับใช้ในร้านค้า หลอดไฟและเทคโนโลยี LED ไฟกลางแจ้ง อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรกนิกส์ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องจักรและเครื่องมือ ส่วนประกอบและอุปกรณ์เสริม วัตถุดิบ และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จะจัดแสดงอยู่ใน Hall C อันเป็นแหล่งรวมสินค้าขั้นต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ การให้บริการเพื่อการส่งออก เช่น การออกแบบ วงจร การเงิน จะจัดแสดงอยู่ใน Hall C เช่นกัน

งาน China (Guzhen) International Lighting Fair ครั้งที่ 18 จะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมแสงไฟโดยรวมมากขึ้น โดยถือเป็นงานที่ครบวงจรสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ไฟส่องสว่าง ทั้งราคาที่คุ้มค่าและมีผลิตภัณฑ์มาให้เลือกอย่างครบครัน ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม

เว็บไซต์ – http://www.gzlightingfair.com/en

ขอบคุณชาวไทยที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “ออมสินโลก” ครั้งที่ 23 อย่างยิ่งใหญ่ ออมสินปรับบทบาทสู่การเป็นธนาคารแห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของ World Savings and Retail Banking Institute ครั้งที่ 23 (23rd WSBI Annual Meetings 2016) ปิดฉากลงแล้วอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้เกียรติร่วมพิธีเปิดการประชุม โดยมี มร.เฮนริซ ฮาซิส ประธานสถาบันธนาคารออมสินโลก คุณประภาศ คงเอียด กรรมการธนาคารออมสิน คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสมาชิกสถาบันธนาคารออมสินโลกทั่วโลก ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงการคลังและหน่วยงานในสังกัด สถาบันการเงิน และหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมการประชุม

            โดยงานนี้ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการออมของไทย เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2559 ในหัวข้อ การธนาคารแห่งศตวรรษที่ 21(Banking in the 21st Century) เพื่อก้าวให้ทันกับการเข้าสู่ยุคดิจิทัลของธนาคารรายย่อย ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน รวมถึงตัวแทนธนาคารออมสินจากประเทศต่างๆ กว่า 110 แห่งใน 80 ประเทศทั่วโลก งานประชุม “ออมสินโลก” ในปีนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสมาชิก WSBI และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างเครือข่ายรวมถึงแสดงออกถึงพลวัตของธนาคารรายย่อยที่มีเป้าหมายในการลดช่องว่างทางการเงินระหว่างคนในสังคม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้อย่างทั่วถึง ยังเป็นปัจจัยที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (The United Nations Sustainable Development Goals) อีกด้วย

            นอกจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีแล้ว ยังมีงานสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล การพัฒนาบริการของธนาคาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นภายใต้สภาวการณ์ของโลกในปัจจุบัน โดยวิทยากรจากสถาบันการเงินระดับโลกและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

            นาย Heinrich Haasis ประธานสถาบันธนาคารออมสินโลก กล่าวว่า ธนาคารรายย่อยไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด เช่น ที่สาขาธนาคารทางออนไลน์ หรือทางอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกแบบ “Always-on

            ในส่วนของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นสมาชิกของ WSBI และเป็นธนาคารเพื่อการออมที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี ได้ปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล แต่ยังคงมุ่งมั่นในภารกิจเพื่อสังคมไทย “ธนาคารออมสินต้องปรับเปลี่ยนยกระดับให้ทันกับการปฏิวัติไปสู่ยุคดิจิทัล เราเชื่อว่าดิจิทัลเทคโนโลยีจะสามารถช่วยพัฒนาให้มีความทันสมัยทุกที่ ทุกเวลา และเป็นช่องทางในการที่จะให้บริการลูกค้าได้รับความสะดวก รวมถึงประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ” นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

            ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม WSBI ครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำการยอมรับและความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทยในเวทีสากล และทำให้แบรนด์ของธนาคารออมสินก้าวสู่ระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการแสดงความพร้อมของธนาคารออมสินในการเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค

            ภายหลังการประชุม เป็นธรรมเนียมของ WSBI ที่จะต้องทำข้อตกลงร่วมกันในปีนี้ที่ประชุมได้ลงนามใน Bangkok Resolution ซึ่งกำหนดเป้าหมายขยายการเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้นใน 80 ประเทศทั่วโลก สร้างโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมและประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมประสานและร่วมมือกับกลุ่มประเทศในอาเซียน (AEC) ส่งเสริมสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Finance) เพราะธนาคารออมสินและธนาคารรายย่อยมีบทบาทสำคัญในกรสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม

ที่ประชุมยังย้ำถึงเป้าหมายของ WSBI เพิ่มลูกค้าใหม่ให้ได้ 1,700 ล้านราย โดยเปิดบัญชีใหม่ 400 ล้านบัญชี ภายในปี 2563 และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการเพิ่มขอบข่ายของการทำธุรกรรมของธนาคารดิจิทัล ดังรายละเอียดใน Resolution of the 23rd WSBI Annual Meetings อย่างไรก็ดีในช่วงเช้าคณะกรรมการและสมาชิกสถาบันธนาคารออมสินโลกได้ร่วมกันประชุม WSBI General Assembly ด้วย             

            สำหรับในช่วงบ่ายของการประชุมได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ การธนาคารในศตวรรษที่ 21 ในเรื่อง A Customer – Centric Approach และThe Human Factor ด้วย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างประเทศพร้อมด้วยคุณอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมเป็นวิทยากรในการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องอย่างกว้างขวาง และในช่วงค่ำของวันดังกล่าว ได้จัดให้มีงานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมการประชุมโดยล่องเรือชมความงามและทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา จัดให้มีการแสดงแสง สี เสียง “A Legend of Harmony in Diversity” ในสถานที่สำคัญต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

            ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 คณะสมาชิกสถาบันธนาคารออมสินโลกได้เดินทางไปศึกษาดูงานสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 2 ซึ่งธนาคารออมสินให้การสนับสนุน โดยมีคุณชลธี ยังตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง อ.เกาะเกร็ด ผู้จัดการสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 2 และสมาชิก ร่วมให้การต้อนรับ นำเยี่ยมชมศูนย์เครื่องปั้นดินเผา การสาธิตการทำขนมไทย และการแสดงดนตรีไทย ณ เกาะเกร็ด จ.นนทบุรีด้วย

            อนึ่ง ในช่วงค่ำของวันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ได้จัดให้มีงานเลี้ยงรับรองคณะผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการสถาบันธนาคารออมสินโลก ณ พระราชวังพญาไท โดยผู้อำนวยการธนาคารออมสินนำเยี่ยมชมความงดงามของพระราชวังพญาไท เพื่อเทิดพระเกียรติในพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 6  ที่ทรงก่อตั้งคลังออมสิน  จุดกำเนิดสถาบันการออมของชาติ ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก ซึ่งธนาคารออมสินขอขอบคุณหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรมเจ้าท่า ในการเป็นที่ปรึกษาแนะนำเตรียมการเพื่อต้อนรับคณะผู้เข้าประชุมจากประเทศสมาชิกสถาบันออมสินโลก โดยให้คำปรึกษาด้านความเหมาะสมเรื่องชุดการแสดงอันเป็นการเผยแผ่ศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดทั้งให้คำแนะนำความเหมาะด้านสถานที่จัดการแสดงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นการแสดงออกถึงวิถีชีวิตรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมคนไทยเมื่อครั้งอดีต

ไทยคือผู้นำโลกด้านการออม

–      ธนาคารออมสิน ก่อตั้งมาแล้ว 103 ปี จากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2456 โดยใช้ชื่อว่า “คลังออมสิน” เพื่อช่วยให้ราษฏรเก็บรักษาทรัพย์อย่างปลอดภัยและเกิดดอกออกผลงอกเงย

–      World Savings and Retail Banking Institute (WSBI) หรือสถาบันธนาคารออมสินโลก ก่อตั้งมาแล้ว 92 ปี ในปี พ.ศ.2467 ทำหน้าที่เป็นตัวแทนและสื่อกลางระหว่างธนาคารหรือสถาบันการเงินทั่วโลก ส่งเสริมและสนับสนุนการออมทรัพย์ ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม มีสมาชิก 110 แห่ง ใน 79 ประเทศทั่วโลก

–      นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินกลุ่มลูกค้าบุคคล ได้รับเลือกเป็นกรรมการ WSBI (WSBI Board of Directors) จากการประชุมWSBI เมื่อวันที่ 24-25 กันยายน พ.ศ. 2558 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

*******************************************************

FXTM จับมือ วาเลอรี โรซอฟ นักกีฬาเบสจัมป์ระดับตำนานจากทีมเรดบูล เปิดตัวแคมเปญสุดท้าทาย กระตุ้นแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาซอล,ไซปรัส–15 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          FXTMโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ระดับโลก ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับ วาเลอรี โรซอฟ นักกีฬาเบสจัมป์และนักกีฬาแห่งทีมเรดบูล (Red Bull)ผู้โด่งดัง โดยFXTMจะให้การสนับสนุนโรซอฟ ในการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อพิชิตภารกิจกระโดดเบสจัมป์ ภายใต้โปรเจค#FXTMbasejumpที่จะนำเสนอการผจญภัยสุดเร้าใจ พร้อมเปิดประสบการณ์น่าตื่นเต้น เต็มไปด้วยเหตุการณ์อันน่าทึ่งและไม่เคยปรากฏให้เห็นที่ไหนมาก่อน ตลอดการเดินทาง

          สามารถรับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่http://www.multivu.com/players/uk/7881951-fxtm-partnering-with-valery-rozov/

          โอลกา ไรบัลกินา ซีอีโอของForexTime Limitedกล่าวถึงความร่วมมือกับโรซอฟว่า “FXTMและวาเลอรี มีความหลงใหลในสิ่งเดียวกัน นั่นคือการสร้างนิยามใหม่ให้กับมาตรฐานที่มีอยู่ เราต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนและความทุ่มเทที่เรามีให้กับลูกค้า ผ่านการสนับสนุนวาเลอรีในความมุ่งมั่นครั้งล่าสุดของเขา และต้องการให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับเทรดเดอร์ในการเปิดประสบการณ์ให้กว้างขึ้น” 

          วาเลอรี โรซอฟ กล่าวเสริมว่า “ความปรารถนาที่จะทำลายขีดจำกัดเป็นสิ่งสำคัญต่อการประสบความสำเร็จ ทั้งในโลกของกีฬาเอ็กซ์ตรีมและธุรกิจการเงิน นี่คือเหตุผลที่ทำให้FXTMเป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับโปรเจคล่าสุดของผม ความมุ่งมั่นของFXTMในการก้าวไปไกลกว่าความคาดหมายและการแสวงหาโซลูชั่นล้ำสมัยนั้น สอดคล้องกับแนวทางการกระโดดเบสจัมป์ของผม การทำงานร่วมกันในโปรเจค#FXTMbasejumpจะต้องเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน”

          วาเลอรี เป็นนักกีฬาเบสจัมป์และการดิ่งพสุธาระดับตำนาน ด้วยจำนวนการกระโดดและดิ่งพสุธากว่า 11,000 ครั้ง โรซอฟ เป็นแชมป์โลกดิ่งพสุธาถึง 2 สมัย (ปี 2542 และ 2546) เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่กระโดดเบสจัมป์จากยอดเขาชิฟลิงและเอลบรูซ และยังเป็นคนแรกที่ดิ่งพสุธาลงบริเวณภูเขาไฟ (มัตนอฟสกี ประเทศรัสเซีย) อีกด้วย ในปี 2556 เขาได้นิยามขีดจำกัดขึ้นใหม่ ด้วยการทำลายสถิติการกระโดดเบสจัมป์ที่สูงที่สุดจากเทือกเขาเอเวอเรสต์ (7220 เมตร)

          บนเส้นทางอาชีพของนักกีฬาเรดบูลผู้นี้ เขาได้ทำภารกิจสุดแหวกแนวหลายต่อหลายครั้งในประเทศต่างๆ อาทิ จีน มาเลเซีย รวมทั้งในประเทศที่ท้าทายที่สุดอย่างปากีสถาน เมื่อปี 2547 นอกจากนี้ โรซอฟ ยังมีแผนที่จะเดินทางไปทำภารกิจกระโดดแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ตามมุมอื่นๆ ของโลก อาทิ ฮ่องกง ไนจีเรีย อินโดนีเซีย ยูเออี และอีกมากมาย

          รับชมการกระโดดเบสจัมป์ครั้งแรกของโปรเจค#FXTMbasejumpได้ที่http://fxtm.co/29N7vqV

          ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็นพันธมิตรครั้งนี้ได้ที่http://fxtm.co/29sNYIw

          การซื้อขายฟอเร็กซ์มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้ขาดทุนได้ กรุณาอ่านเอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงฉบับสมบูรณ์ของFXTM (http://www.forextime.com/regulatory-compliance/risk-disclosure/)

          ForexTime Limitedอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งไซปรัส (ใบอนุญาตเลขที่ 185/12) และFT Global Limitedอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริการทางการเงินระหว่างประเทศ (ใบอนุญาตเลขที่IFSC/60/345/TSและIFSC/60/345/APM)

 FXTM Logo / FXTM Logo (PRNewsFoto/FXTM)

FXTM Logo (PRNewsFoto/FXTM)

          (โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20160614/378942LOGO )

          วิดีโอ: http://www.multivu.com/players/uk/7881951-fxtm-partnering-with-valery-rozov/

          ที่มา:FXTM