ทอมสันส์ ออนไลน์ เบเนฟิตส์ ชูธุรกิจ SaaS ผลักดันการเติบโตในระยะยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – Darwin(TM) ขึ้นแท่นผู้นำในตลาดบริหารทรัพยากรบุคคล (HCM) มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

          ทอมสันส์ ออนไลน์ เบเนฟิตส์ (“ทอมสันส์” หรือ “บริษัท”) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์จัดการผลประโยชน์พนักงานและการสร้างความผูกพันของพนักงานทั่วโลก ในรูปแบบ SaaS (Software as a Service) เปิดเผยผลประกอบการประจำปี สำหรับงวด 12 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558

 Thomsons Online Benefits logo / Thomsons Online Benefits logo

Thomsons Online Benefits logo

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150610/748352 )

          ผลการดำเนินงานที่โดดเด่น

          – Darwin(TM) ขึ้นแท่นผู้นำเทคโนโลยีการบริหารจัดการผลประโยชน์พนักงานและการสร้างความผูกพันของพนักงาน ในตลาดบริหารทรัพยากรบุคคล (HCM)

                    — ผู้ใช้งาน Darwin(TM) เพิ่มขึ้น 60%

                    — บริษัทเทคโนโลยีท็อป 10 ของโลก 7 แห่ง และแบรนด์ท็อป 10 ของโลก 6 แบรนด์ วางใจเลือกใช้ Darwin(TM)

                    — Darwin(TM) มีการใช้งานในกว่า 80 ประเทศ และ 25 ภาษา

          – ปัจจุบันบริษัทเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการ HCM รายใหญ่ที่สุดและได้รับการยอมรับมากที่สุด 3 แห่ง ได้แก่ เอดีพี, ซีรอกซ์ โกลบอล เบเนฟิตส์ เซอร์วิสเซส และเมอร์เซอร์

          – มีอัตราการรักษาลูกค้า 98% และรักษาลูกค้าองค์กรได้ถึง 100%

          – ขยายความสัมพันธ์กับบริษัทเอ็นจีอาร์ ฮิวแมน รีซอร์สเซส ครอบคลุมไปถึงธุรกิจลูกค้าองค์กรในยุโรปและธุรกิจในเอเชีย

          ผลงานที่โดดเด่นด้านการเงิน

          – รายได้ 32.4 ล้านปอนด์ (ปี 2557: 32.0 ล้านปอนด์) อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ SaaS แบบบอกรับสมาชิกทั่วโลก จากเดิมที่เป็นธุรกิจนายหน้า เทคโนโลยี และการจัดการแบบครบวงจรในสหราชอาณาจักร

                    — รายได้ที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 33% มาตั้งแต่ปี 2555

                    — รายได้จาก SaaS เพิ่มขึ้น 36% โดยได้แรงหนุนจากลูกค้าในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) และลูกค้าองค์กรข้ามชาติระดับโลก

                    — 50% ของยอดการบอกรับบริการ SaaS มาจากการทำข้อตกลงกับกลุ่มลูกค้าองค์กรระดับโลก คิดเป็น 50%         

                    — รายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 54% ซึ่งคิดเป็นเกือบ 20% ของรายได้ทั้งหมดในปัจจุบัน

          – EBITDA* อยู่ที่ 4.5 ล้านปอนด์ (ปี 2557: 5.7 ล้านปอนด์) อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ

          – อัตราหมุนเวียนเงินสด EBITDA* อยู่ที่ 141%

          – งบดุลแข็งแกร่ง ด้วยจำนวนเงินสด 12.3 ล้านปอนด์ (ปี 2557: 12.6 ล้านปอนด์)

          แนวโน้ม

          – แนวโน้มลูกค้าแข็งแกร่งในปี 2559 ทั้งในยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา และลูกค้าองค์กรระดับโลก

          – ความร่วมมือใหม่ๆจะนำไปสู่การสร้างระบบ และเปิดช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้น

          – แนวโน้มความชัดเจนของรายได้** คาดว่าจะอยู่ที่ 141 ล้านปอนด์ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยประเมินจากอัตราการต่อสมาชิกในปัจจุบัน

          * EBITDA คือกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา

          ** แนวโน้มความชัดเจนของรายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ประกอบด้วยรายได้จากการทำสัญญากับลูกค้าปัจจุบัน ซึ่งอ้างอิงจากอัตราการต่อสมาชิกที่ผ่านมา บวกกับรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นซ้ำสำหรับบริการที่ยังไม่มีการทำสัญญากับลูกค้าเหล่านี้ โดยประเมินจากการดำเนินงานที่ผ่านมา

          ไมเคิล วิตฟิลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แสดงความคิดเห็นว่า:

          “เพียง 3 ปี เราก็สามารถพลิกโฉมทอมสันส์ จากธุรกิจในประเทศที่ทำรายได้จากค่านายหน้าเป็นส่วนใหญ่ สู่การเป็นธุรกิจ SaaS ข้ามชาติซึ่งมีศักยภาพในการขยายขนาด เราทุ่มทุนอย่างมากในธุรกิจของเรา เพื่อสร้างระบบและรักษาความสามารถในการทำรายได้ตลอดช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ และได้วางตำแหน่งแพลตฟอร์มเรือธงของเราอย่าง Darwin (TM) ให้เป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมนี้

          “ปี 2558 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา โดยมีลูกค้าที่ขยายการใช้งาน Darwin(TM) ในประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของพนักงานในการเข้าถึงผลประโยชน์ของตนเองในรูปแบบดิจิตอลได้อย่างสะดวก ปลอดภัยและน่าสนใจ เช่นเดียวกับความต้องการของนายจ้างในการความคุมความเสี่ยงและต้นทุน ขณะที่ธุรกิจของพวกเขาขยายตัวอย่างรวดเร็วในต่างประเทศ”

          “นอกจากนี้ ปี 2558 ยังเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างโดดเด่นในส่วนของกลยุทธ์พันธมิตร โดยเราได้ทำสัญญากับพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายรายสำคัญหลายรายในหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยเร่งการเติบโตของเราอย่างมากในช่วง 5 ปีข้างหน้า”

          “ตลาด HCM ยังคงพึ่งพาการใช้เทคโนโลยีบนคลาวด์ เพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานผ่านทางระบบอัตโนมัติ ตลอดจนนำเสนอประสบการณ์ระดับเดียวกับผู้บริโภคให้แก่พนักงาน และการวิเคราะห์แบบรวมศูนย์”

          “ผลประโยชน์ของพนักงานสามารถช่วยให้องค์กรต่างๆ มีความได้เปรียบในการแข่งขัน และ Darwin(TM) คือผู้นำตลาดอย่างชัดเจนด้วยการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้”

          “เรามีแนวโน้มยอดขายที่แข็งแกร่ง โดยเราคาดว่ายอดขายจะยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่ยอดการบอกรับบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่พันธมิตรของเรากำลังขยายธุรกิจ และเราสามารถคว้าสัญญาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากผ่านทางพันธมิตรของเรา”

          “ซอฟต์แวร์ Darwin(TM) ของทอมสันส์ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกแล้วว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดของวงการ ทั้งนี้ ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ฐานลูกค้าชั้นนำของโลก และกลยุทธ์ SaaS อันแข็งแกร่งและสามารถขยายขนาดได้ เราจึงยินดีอย่างมากกับช่วงเวลานี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เราประสบความสำเร็จมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน”

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

          ทอมสันส์ เป็นบริษัทระดับโลกผู้ให้บริการซอฟต์แวร์จัดการผลประโยชน์พนักงานและการสร้างความผูกพันของพนักงาน ซึ่งรวมถึงซอฟต์แวร์ Darwin(TM) ที่ได้รับรางวัลการันตีมาแล้ว โดยแพลตฟอร์มชั้นนำนี้นำเสนอการดูแลผลประโยชน์พนักงานอย่างครบวงจรและเป็นอัตโนมัติ ช่วยให้พนักงานในกว่า 80 ประเทศ และ 25 ภาษา สามารถเข้าถึงผลประโยชน์ของตนเองได้ตลอดชั่วอายุ ขณะที่บริษัทชั้นนำของโลก ซึ่งรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับท็อป 10 ถึง 7 แห่ง ต่างไว้วางใจเลือกใช้

          Darwin(TM) นำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งให้ตอบสนองความต้องการด้านผลประโยชน์และผลตอบแทนพนักงานในหลากหลายรูปแบบ เช่น การสร้างความผูกพันของพนักงาน การบริหารความเสี่ยง การควบคุมต้นทุน และการปรับปรุงการดูแลผลประโยชน์พนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          ทอมสันส์ กวาดรางวัลจากแวดวงอุตสาหกรรมมาแล้วถึง 103 รางวัล ซึ่งรวมถึงรางวัลระดับทองคำอันทรงเกียรติจาก Brandon Hall Group ในสาขา Best Advance in Rewards and Recognition Technology

          ทอมสันส์ มีทีมงานในสหราชอาณาจักร โรมาเนีย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อให้บริการแก่ฐานลูกค้าทั่วโลก

          ติดต่อสอบถาม:

          Thomsons Online Benefits

          +44 (0) 203 328 4000

          Michael Whitfield, Chief Executive Officer

          Paul Smolinski, Chief Financial Officer

          Instinctif Partners

          +44 (0) 207 457 2020

          Adrian Duffield / Lauren Foster

          ที่มา: Thomsons Online Benefits

TOKYO SKYTREE (SM) เปิดตัวบัตร “Fast Skytree Combo ticket” สำหรับขึ้นจุดชมวิวสูงสุด เอาใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–8 ก.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2559 TOKYO SKYTREE ซึ่งบริหารงานโดยบริษัทโทบุ ทาวเวอร์ สกายทรี จำกัด ได้เปิดจำหน่ายบัตร “Fast Skytree Combo ticket” สำหรับขึ้นจุดชมวิว “Tembo Deck” และ “Tembo Galleria” พิเศษสุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ นอกจากนี้ อัตราค่าเข้าชมในบัตรใหม่นี้ยังถูกปรับให้มีความยุ่งยากน้อยลง เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

          ก่อนหน้าบัตร “Fast Skytree Combo ticket” ทาง TOKYO SKYTREE ได้เปิดตัวบัตร “Fast Skytree Ticket” สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2558 ซึ่งผู้ถือบัตรนี้สามารถผ่านขึ้นไปยังจุดชมวิว “Tembo Deck” โดยไม่ต้องรอต่อแถวซื้อบัตรที่ช่องจำหน่ายบัตร ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยว

          ต่อมาจึงได้มีการเพิ่มจุดชมวิว “Tembo Galleria” เข้าในบัตร “Fast Skytree Ticket” และปรับอัตราค่าเข้าชมจาก 4 ช่วงอายุภายใต้บัตร “Fast Skytree Ticket”เหลือเพียง 2 ช่วงอายุภายใต้บัตร “Fast Skytree Combo ticket” นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มาเยือน TOKYO SKYTREE จึงได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยบัตรแบบใหม่นี้

          สัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือน TOKYO SKYTREE เป็นรายบุคคลนั้น เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 6.8% ในปีงบการเงิน 2556 เป็น 12.4% ในปีการเงิน 2557 และเป็น 15.4% ในปีการเงิน 2558 (*) ดังนั้น TOKYO SKYTREE จึงได้เปิดตัวบริการหลากหลายรูปแบบนับตั้งแต่เปิดดำเนินการเมื่อปี 2555 เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มาเยือนให้ดียิ่งขึ้น

          TOKYO SKYTREE มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้มาตรการต่างๆ ต่อไป เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

          (*) ตัวเลขอ้างอิงมาจากผลการสำรวจสัดส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ไม่รวมนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ) และการแบ่งตามที่มาของนักท่องเที่ยว (ประเทศและภูมิภาค) ซึ่งบริษัทโทบุ ทาวเวอร์ สกายทรี จำกัด ได้จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2556 ทั้งนี้ ในแบบสำรวจดังกล่าว บริษัทได้สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อบัตรเข้าชม TOKYO SKYTREE (ไม่รวมนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ) โดยดำเนินการปีละ 3 ครั้ง รวมเป็นระยะเวลา 6 วัน ในปีงบการเงิน 2556 และ 2557 และ 5 ครั้ง รวม 10 วันสำหรับปีงบการเงิน 2558

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่:

           http://www.tokyo-skytree.jp/upload/FastSkytreeTicket_en_160701.pdf

 

          (รูปภาพ: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102887/201607052230/_prw_OI1fl_9tYeNX21.jpg )

          ที่มา: บริษัทโทบุ ทาวเวอร์ สกายทรี จำกัด

ฟิลลิป มอร์ริส พ่ายคดีฟ้องล้มกฎหมายควบคุมบุหรี่ของอุรุกวัย ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของสาธารณสุขโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอชิงตัน11 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แถลงโดยไมเคิล อาร์ บลูมเบิร์ก และแมทธิว แอล ไมเออร์ส 

ชัยชนะด้านสาธารณสุขครั้งประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึก หลังรัฐบาลอุรุกวัยมีชัยเหนือบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล (Philip Morris International) ในการต่อสู้ทางกฏหมายระหว่างประเทศเพื่อปกป้องกฎหมายควบคุมบุหรี่ของอุรุกวัย

 

Campaign for Tobacco-Free Kids logo. (PRNewsFoto/Campaign for Tobacco-Free Kids)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20080918/CFTFKLOGO

นับเป็นเวลานานกว่า 6 ปีที่ฟิลลิป มอร์ริสได้ดำเนินการฟ้องร้องอุรุกวัย และในวันนี้ (9 ก.ค.) ทางคณะอนุญาโตตุลาการของธนาคารโลกได้ตัดสินให้อุรุกวัยชนะคดี และปฏิเสธคำร้องของฟิลลิป มอร์ริส ที่ฟ้องร้องกฎหมาย 2 มาตราของอุรุกวัย อันมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ได้แก่ การบังคับให้พิมพ์ภาพเตือนพิษภัยของบุหรี่ กินพื้นที่ 80% บนซองทั้งสองด้าน และการบังคับให้บุหรี่แต่ละแบรนด์ใช้ซองได้แบบเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้คำหรือสีที่ทำให้เข้าใจผิดว่าบุหรี่มีอันตรายน้อยลง (เช่น คำว่า “light และ “mild” เป็นต้น)

ถ้อยแถลงของไมเคิล อาร์ บลูมเบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Bloomberg Philanthropies และอดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัย   

นี่คือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวอุรุกวัย และแสดงให้เห็นว่าทุกประเทศสามารถลุกขึ้นมาต่อต้านและเอาชนะบริษัทยาสูบได้ รัฐบาลต้องสามารถปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน และเราพร้อมให้ความช่วยเหลือรัฐบาลเมื่อบริษัทยาสูบพยายามเข้ามาขัดขวาง ไม่ว่าประเทศใดก็ไม่สมควรถูกบริษัทยาสูบฟ้องร้องดำเนินคดี และนี่จะเป็นคดีตัวอย่างที่ทำให้หลายประเทศกล้าทำในสิ่งต่างๆที่จะช่วยรักษาชีวิตของประชาชน

ถ้อยแถลงของแมทธิว แอล ไมเออร์ส ประธาน Campaign for Tobacco-Free Kids 

คำตัดสินดังกล่าวมีความสำคัญในระดับโลก เพราะมิได้เป็นเพียงการยืนยันสิทธิอธิปไตยของอุรุกวัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิทธิอธิปไตยของทุกประเทศทั่วโลกในการปกป้องสุขภาพของพลเมือง ด้วยการใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการสูบบุหรี่ นอกจากนั้นยังเป็นการตำหนิฟิลลิป มอร์ริสอย่างรุนแรง จากการที่บริษัทนำข้อตกลงทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมาใช้ในทางที่ผิด เพื่อท้าทายกฏหมายควบคุมยาสูบที่เข้มงวดของอุรุกวัยและประเทศอื่นๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ฟิลลิป มอร์ริส คิดว่าสามารถทำให้อุรุกวัยยอมผ่อนปรนกฎหมายควบคุมยาสูบที่เข้มงวด ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการคุกคามประเทศอื่นๆทั่วโลกด้วย แต่อุรุกวัยกลับต่อสู้อย่างกล้าหาญ การที่อุรุกวัยไม่ยอมแพ้จนประสบชัยชนะเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าทุกประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ร่ำรวยหรือไม่ ก็สามารถต่อกรกับอุตสาหกรรมยาสูบและปกป้องกฎหมายคุ้มครองชีวิตได้เช่นเดียวกัน คำตัดสินนี้จะช่วยกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆทั่วโลกหันมาดำเนินการตามกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกซึ่งลงนามโดย 180 ประเทศอย่างเต็มตัวและเร่งด่วน ทั้งนี้ หากยังปราศจากท่าทีที่เด็ดขาดตั้งแต่วันนี้ ภายในศตวรรษนี้จะมีผู้คนอีกนับพันล้านคนทั่วโลกที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับบุหรี่

Campaign for Tobacco-Free Kids ขอยกย่องอุรุกวัยและประธานาธิบดีทาบาเร วาสเควซ ที่ต่อสู้กับบุหรี่อย่างกล้าหาญด้วยการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ที่เข้มงวดและต่อสู้กับฟิลลิป มอร์ริส กฎหมาย 2 มาตราที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการอันครอบคลุมที่อุรุกวัยได้บังคับใช้เพื่อลดการสูบบุหรี่ ซึ่งรวมถึงกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ 100% ห้ามโฆษณาบุหรี่ และเพิ่มภาษีบุหรี่อย่างหนักหน่วง ทุกวันนี้ อัตราส่วนเยาวชนอุรุกวัยที่สูบบุหรี่มีเพียง 8% ลดลงจาก 23%ในปี 2550 และเพื่อสานต่อความพยายามในการลดการสูบบุหรี่ของคนในประเทศ ประธานาธิบดีวาสเควซได้ประกาศแผนการใช้กฎหมายใหม่ที่กำหนดให้มีการใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ

ความเป็นมา 

ฟิลลิป มอร์ริส ฟ้องร้องอุรุกวัยโดยให้เหตุผลว่า กฎหมายของอุรุกวัยละเมิดสนธิสัญญาการลงทุนระหว่างอุรุกวัยกับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่สำนักงานใหญ่ของฟิลลิป มอร์ริสตั้งอยู่ โดยยื่นฟ้องต่อศูนย์ยุติข้อพิพาทด้านการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นคณะอนุญาโตตุลาการของธนาคารโลก และในวันนี้ (9 ก.ค.) รัฐบาลอุรุกวัยได้เปิดเผยคำพิพากษา ซึ่งตัดสินให้รัฐบาลอุรุกวัยชนะคดี และมีคำสั่งให้ฟิลลิป มอร์ริส ชดใช้ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายให้แก่รัฐบาลอุรุกวัยด้วย 

ชัยชนะของอุรุกวัยในครั้งนี้ นับเป็นชัยชนะครั้งล่าสุดในการต่อสู้ทางกฎหมายกับบรรดาบริษัทยาสูบที่ต่อต้านการบังคับใช้กฎหมายควบคุมยาสูบที่เข้มงวด โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2558 ศาลระหว่างประเทศก็ได้พิพากษาให้ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล แพ้คดีที่ยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรเลียที่ออกกฎหมายให้ใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ โดยสรุปว่าเป็นการละเมิดสิทธิ นอกจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ศาลสูงของสหราชอาณาจักรยังสนับสนุนกฎหมายซองบุหรี่แบบเรียบ ในขณะที่ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปก็ได้สนับสนุนกฎหมายควบคุมยาสูบฉบับใหม่ ที่บังคับให้มีการพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ลงบนซองเพื่อเตือนพิษภัยของบุหรี่ รวมทั้งให้ประเทศสมาชิกใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ 

คำตัดสินเหล่านี้ได้กระตุ้นให้ทั่วโลกลุกขึ้นมาร่วมกันต่อสู้กับบุหรี่ และเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ทั่วโลกจะไม่ยอมให้บริษัทยาสูบเห็นกำไรสำคัญกว่าชีวิตคนอีกต่อไป 

ทั้งนี้ Bloomberg Philanthropies และ Campaign for Tobacco-Free Kids เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงินและเทคนิคแก่ทีมกฎหมายของรัฐบาลอุรุกวัย นอกจากนี้ ในปี 2558 Bloomberg Philanthropies ได้ร่วมมือกับ Bill & Melinda Gates Foundation ในการก่อตั้งกองทุน Anti-Tobacco Trade Litigation Fund เพื่อช่วยเหลือประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่กำลังเผชิญกับการฟ้องร้องในลักษณะนี้

Vivo ขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ทโฟนท็อป 5 ของโลกในรายงาน IDC ประจำไตรมาส 1 ปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–11 ..–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Vivo Mobile (Vivo) ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับที่ 5 ของโลก ในรายงาน Worldwide Quarterly Mobile Phone Tracker ประจำไตรมาส 1ปี 2559 ของ International Data Corparation (IDC)

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160701/0861606578

IDC มองว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Vivo เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559โดย Vivo มียอดขนส่งโทรศัพท์มือถือ 14.3 ล้านเครื่องในช่วงดังกล่าว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 123.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 4.3% ของส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก

อเล็กซ์ เฟิง รองประธานระดับโลก และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Vivo กล่าวว่าผลการดำเนินงานอันยอดเยี่ยมของ Vivo เกิดจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ และการเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด เราเห็นว่าผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีกว่า เราจึงได้วางตำแหน่งแบรนด์ของเราเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียม

ผลการจัดอันดับโดย IDC ที่ Vivo สามารถครองอันดับต้น ๆ ได้นั้น แสดงให้เห็นว่า Vivo มีศักยภาพที่จะรองรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจากตลาดที่เติบโตเต็มที่ อย่างสหรัฐอเมริกา และยุโรปตะวันตกเฟิงกล่าว

Vivo ได้เริ่มขยายธุรกิจไปทั่วโลกในปี 2557 ด้วยการตั้งสำนักงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย จากนั้นในปี 2558 Vivo ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้วยการปรับปรุงการออกแบบผลิตภัณฑ์ และได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง V3 ซึ่งเน้นฟังก์ชั่นการทำงานที่ชาญฉลาดขึ้น และคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi (High-Fidelity)

แนวทางของเราคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นในการทำให้ชีวิตดีขึ้นและง่ายขึ้นเฟิงกล่าวและเรายังคงมุ่งมั่นที่จะหลอมรวมเทคโนโลยีให้เข้ากับวิถีชีวิตผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อ เราหวังที่จะนำเสนอตัวเลือกและผลิตภัณฑ์มากขึ้นแก่ผู้ใช้ที่หลากหลายจากทั่วโลกในอนาคตอันใกล้นี้

Vivo ยังได้ขยายขอบเขตการเข้าถึงตลาดทั่วโลกในปีนี้ ด้วยการโปรโมทสมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวใหม่อย่าง V3 และ V3MAX อีกทั้งยังประกาศร่วมมือกับแบรนด์ Captain America: Civil War ของ Marvel โดยสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลื่นไหลและสนุกสนานเพลิดเพลิน ด้วยวิดีโอและเสียงคุณภาพระดับ Hi-Fi สำหรับประเทศเป้าหมายประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และเมียนมา

            กว่า 2 ปีแล้ว ที่ Vivo ได้เริ่มเข้ามาทำการตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ อินเดีย ด้วยพฤติกรรมการบริโภคและความต้องการของคนในภูมิภาคนี้  โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ผู้บริโภคมีความหลากหลายด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ต้องการทางเลือกที่มากขึ้น  Vivo  จึงได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งรวมถึงในประเทศไทยที่มีศักยภาพสูงเป็นอย่างมาก  ในเมืองไทย  Vivo  ได้ลงทุนด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ  ทั้งโฆษณาในสื่อหลักต่างๆ  รวมทั้งสื่ออนไลน์  ตลอดจนกิจกรรม  ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่างๆ  ทั่วประเทศ  โดยเน้นในพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองหลัก  อาทิ เชียงใหม่  ขอนแก่น  นครราชสีมา  สงขลา  ฯลฯ  และกระจายสินค้าไปยังพันธิตรที่เป็นบริษัทจำหน่ายมือถือชั้นนำทั่วประเทศอีกด้วย

เกี่ยวกับ Vivo

Vivo เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำระดับโลก ซึ่งมุ่งเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเสียงระดับมืออาชีพ มีรูปลักษณ์สุดล้ำ และมอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วและราบรื่น บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและมีสไตล์ สำหรับผู้ที่มีความกระตือรือร้นและพร้อมเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ทั้งนี้ Vivoได้เข้าสู่การเป็นท็อป 5 แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกในรายงานประจำไตรมาส 1 ของปี 2559 โดย IDC

เอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ เตรียมจัดงาน “Science and Technology Symposium” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เปิดงานสัมมนาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในห้องปฏิบัติการทั้งทางด้านการวิจัยและอุตสาหกรรม

บริษัทเอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ (NYSE:A) ประกาศจัดงาน Science and Technology Symposium ประจำปี 2559 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่มีนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจากเอจิเลนต์จะได้มาร่วมหารือกันถึงแนวทางในการตอบโจทย์ที่จะช่วยรับมือกับความท้าทายทางวิทยาศาสตร์และธุรกิจที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ในปัจจุบัน

การประชุมนี้จะจัดขึ้นใน 3 ประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การทดสอบอาหารและสภาพแวดล้อม รวมทั้งผลิตภาพของห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นปัญหาหลักๆที่ลูกค้าของเอจิเลนต์ในภูมิภาคนี้เผชิญอยู่ โดยนับเป็นครั้งแรกที่เหล่านักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจะได้มีโอกาสศึกษาและรวบรวมแนวทางทั้งหมดของเอจิเลนต์ที่ใช้ในการแก้ไขความท้าทายทุกด้านของห้องปฏิบัติการ ตั้งแต่เทคนิคเฉพาะในการจัดเตรียมตัวอย่าง การวัดและการวิเคราะห์ ไปจนถึงกลยุทธ์ด้านต้นทุนสำหรับห้องปฏิบัติการ และการปรับปรุงประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หัวข้อการประชุมอื่นๆยังครอบคลุมถึง ระเบียบข้อบังคับและแนวโน้มผู้บริโภคในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการฝึกอบรมพนักงาน

นายนิโน โตติโน ผู้จัดการทั่วไปของ Agilent Laboratory Solutions Sales ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกใต้และเกาหลี กล่าวว่า “ห้องปฏิบัติการในปัจจุบันต่างเปิดรับการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพ และต่างก็กำลังรับมือกับการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนมาก ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ระเบียบข้อบังคับที่มีความเข้มงวดมากขึ้นและการตรวจจับสารมากขึ้นนั้นต้องอาศัยระบบการจัดการข้อมูลเช่นกัน เราตั้งตารอที่จะได้พบปะกับลูกค้า และร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางในการตอบปัญหา เพื่อรับมือกับความต้องการเหล่านี้”

ในโอกาสนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมยังจะได้รับชมระบบงานห้องปฏิบัติการของเอจิเลนต์ที่มีการปรับปรุงล่าสุดครบวงจร ตั้งแต่อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงบริการ การฝึกอบรม และการถ่ายทอดความรู้ โดยภายในงานยังมีการตอบคำถามของผู้เข้าร่วมประชุมอีกด้วย

การนำเสนอหลักๆ ประกอบไปด้วย:

กรณีศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการเทคโนโลยีภายในห้องปฏิบัติการ พร้อมข้อมูลเจาะลึกเพื่อรับรองความต่อเนื่องในการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการ

การสาธิตวิธีการสกัดธาตุอาหารพืชในดินของเครื่อง Agilent 5110 ICP-OES รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับระบบ Advanced Valve System ซึ่งสามารถร่นระยะเวลาวิเคราะห์ข้อมูล โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ลดลง ส่งผลให้ห้องปฏิบัติการทำกำไรได้มากขึ้น ด้วยการลดต้นทุนในการใช้เครื่องมือให้ได้มากที่สุด

การพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการประหยัดต้นทุน เวลา และตัวทำละลาย ในการตรวจสอบสารกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAH) ต้นกำเนิด 16 ชนิดในสภาพแวดล้อม ด้วยการใช้ Online Solid Phase Extraction และ UHPLC

สำหรับวิทยากรที่จะร่วมพูดคุยในงานที่มาเลเซียและไทย ประกอบด้วยลูกค้าของเอจิเลนต์ ได้แก่ ดร.คอชิค บาเนอร์จี นักวิชาการและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของICAR-National Research Centre for Grapes เมืองปูเน่ ประเทศอินเดีย, รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ ฉิมพาลี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ดร.เมอรานีย์ แม็คแคนน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สำหรับการชะละลายด้วยความร้อน (Thermal Desorption) จาก Markes International, แซม มาลลาร์ด จาก Australian Superintendence Company รวมถึงผู้เชี่ยวชาญของเอจิเลนต์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

การประชุมจะเปิดฉากขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นแห่งแรกในวันที่ 19-20 กรกฎาคม ตามด้วยกรุงเทพฯ วันที่ 22-23 กรกฎาคม ส่วนที่สิงคโปร์มีกำหนดจัดการประชุมในเดือนตุลาคม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุม Agilent Science and Technology Symposium ประจำปี 2559 สามารถรับชมได้ที่www.agilent.com/chem/asts2016

เกี่ยวกับ เอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์

เอจิเลนต์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ (NYSE: A) เป็นผู้นำระดับโลกในวงการชีววิทยาศาสตร์ วิชาการวินิจฉัยโรค และเคมีประยุกต์ และเป็นพันธมิตรห้องปฏิบัติการระดับแนวหน้าเพื่อสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่า เอจิเลนต์ทำงานร่วมกับลูกค้าในกว่า 100 ประเทศ โดยเป็นผู้จัดหาเครื่องมือ ซอฟต์แวร์ บริการ และวัสดุสิ้นเปลืองให้กับการดำเนินการในห้องปฏิบัติการอย่างครบวงจร ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ 4.04 พันล้านดอลลาร์ในปีงบการเงิน 2558 และมีพนักงานประมาณ 12,000 คนทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอจิเลนต์ สามารถรับชมได้ที่ www.agilent.com

กองบรรณาธิการติดต่อ:
Alexis Chuah 
โทร: +60-4-680-3712 
อีเมล: alexis.chuah@agilent.com

ผลวิเคราะห์ล่าสุดจาก SIRFLOX ชี้ ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ลุกลามไปยังตับ มีการตอบสนองมากกว่าเมื่อรักษาด้วย SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์-เฟิร์สคอลล์/อินโฟเควสท์ 

ข้อมูลใหม่ล่าสุดที่ศ.ดร. โวลเกอร์ ไฮน์มานน์ ได้นำเสนอ ณ ที่ประชุม World Congress on Gastrointestinal Cancer ครั้งที่ 18 ของสมาคมมะเร็งวิทยาแห่งยุโรป (ESMO) ระบุว่า ผลการวิจัย SIRFLOX ที่ได้รับการเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย (mCRC) ซึ่งมีการลุกลามไปยังตับ และได้รับการรักษาขั้นพื้นฐานด้วยการใช้ mFOLFOX6 ร่วมกับ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres นั้น มีการตอบสนองต่อการรักษามากกว่ากลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว[1]

 Sirtex Logo / Sirtex Logo

Sirtex Logo

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20150119/724485 )

SIRFLOX Logo / SIRFLOX Logo (PRNewsFoto/Sirtex Medical Limited)

SIRFLOX Logo (PRNewsFoto/Sirtex Medical Limited)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160629/385027LOGO ) 

จากการวิเคราะห์ความลึกของการตอบสนอง (DpR) ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างใหม่และมีความสัมพันธ์กับระยะการดำรงอยู่โดยรวม (OS) และระยะการอยู่รอดหลังโรคลุกลาม (PPS) ในการวิจัยผู้ป่วยโรค mCRC ครั้งก่อนนี้[2] พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ควบคู่กับการทำเคมีบำบัด มีความลึกของการตอบสนองมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (ปริมาณเซลล์มะเร็งในตับลดลงเฉลี่ย 75.0% เทียบกับ 67.8%; p=0.039) และยังมีระยะเวลา DpR หรือระยะเวลาเนื้องอกหดตัวมากกว่า 2 เดือนเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว (เฉลี่ย 266 วัน เทียบกับ 206 วัน; p<0.001)

นอกจากนี้ ผลวิเคราะห์ยังเผยให้เห็นว่า การรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ให้ผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปริมาณเซลล์มะเร็งในตับมากกว่า (มีเนื้องอกกินพื้นที่ตับมากกว่า 12% ขณะเข้าร่วมการวิจัย ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการคาดการณ์ DpR) โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้ซึ่งมีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยในโครงการ SIRFLOX มีค่า DpR สูงกว่าถึง 20% (77.5% เทียบกับ 57.2%; p=0.003) และมีระยะเวลา DpR ยาวนานกว่า 3 เดือน (เฉลี่ย 298 วัน เทียบกับ 196 วัน; p<0.001) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ยังมีความเชื่อมโยงกับระยะปลอดโรค (PFS)เฉลี่ยในตับที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงในผู้ป่วยกลุ่มนี้ (27.2 เดือน เทียบกับ 13.1 เดือน; p=0.003) 

ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่มีเนื้องอกกินพื้นที่ตับเท่ากับหรือน้อยกว่า 12% ขณะเข้าร่วมการวิจัยนั้น มีความเป็นไปได้มากกว่า 6 เท่าที่จะตอบสนองอย่างสมบูรณ์หรือสามารถกำจัดเนื้องอกในตับได้ทั้งหมด ภายหลังการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว (11.3% เทียบกับ 1.7%; p=0.003)

ศ.ไฮน์มานน์ จากภาควิชาวิทยาเนื้องอกแห่งศูนย์มะเร็งของมหาวิทยาลัย Ludwig-Maximillian University ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัยประจำยุโรปของโครงการ SIRFLOX กล่าวว่า เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจายได้ก้าวหน้าเป็นอย่างมากตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อายุขัยของผู้ป่วยโรคนี้จึงเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นอุปสรรคในการพิสูจน์ประสิทธิภาพของวิธีการรักษาใหม่ๆ หรือการบูรณาการวิธีการรักษาต่างๆเข้าด้วยกัน

เหล่านักวิทยาเนื้องอกได้สังเกตเห็นมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า ระยะปลอดโรค (PFS) มิใช่ปัจจัยคาดการณ์ระยะการดำรงอยู่โดยรวมที่มีประสิทธิภาพเสมอไป สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย ดังที่ปรากฎให้เห็นในการวิจัยบางโครงการที่ใช้ยากลุ่มสารชีวภาพศ.ไฮน์มานน์ กล่าว ด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้จึงมีการทุ่มเทอย่างหนักเพื่อหาปัจจัยบ่งชี้ที่ดีกว่าในการคาดการณ์ระยะการดำรงอยู่โดยรวมในผู้ป่วยโรค mCRC โดยเฉพาะผลของการรักษาที่มีต่อความลึกในการตอบสนองของผู้ป่วย ทั้งนี้ ระดับความลึกของการตอบสนองและระยะเวลาการตอบสนองสูงสุดภายหลังการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres รวมถึงค่า PFS ในตับยิ่งมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี และทำให้เรามีความคาดหวังมากขึ้นเกี่ยวกับข้อมูลการอยู่รอดที่เราหวังว่าจะได้เห็นในปี 2560

ศ.ไฮน์มานน์ และคณะทำงานในมิวนิก ได้คิดค้นคอนเซปต์และวิธี DpR ขึ้น โดยร่วมมือกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆในแวดวงการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล DpR ในการวิจัย SIRFLOX นั้น ได้มีการใช้โมเดลเชิงปริมาตรรูปแบบใหม่เพื่อคาดคะเนปริมาณก้อนเนื้องอกในตับของผู้ป่วย โดยคำนวณจากความยาวของเนื้องอกตับสูงสุด 5 จุด ซึ่งถูกเลือกโดยดูจากการทำ Blinded Independent Central Review (BICR) ภาพเส้นฐานและภาพรังสีของผู้ป่วย จากนั้นจึงทำการวัดค่า DpR ด้วยการตรวจระดับการหดตัวของเนื้องอกจนเนื้องอกหดตัวถึงจุดต่ำสุด ทั้งนี้ ในการวิเคราะห์ค่า DpR ครั้งก่อนหน้าในการวิจัย FIRE-3 ที่มีการใช้ยากลุ่มสารชีวภาพ cetuximab นั้น ศ.ไฮน์มานน์ พบว่าค่า DpR และระยะการดำรงอยู่โดยรวมมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ[2] และข้อมูลนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากผลการวิจัย TRIBE ด้วย[3]

ศ.ไฮน์มานน์ กล่าวเสริมว่า เราสามารถทำการวิเคราะห์ค่า DpR ได้อย่างลุล่วง เนื่องจากวิธีที่ SIRFLOX ใช้อยู่แล้วนั้น ครอบคลุมข้อมูลทางรังสีที่มากพอสำหรับการประเมินการตอบสนองต่อการรักษา โดยใช้เกณฑ์ RECIST ที่ใช้กันทั่วไป จุดเด่นของวิธีนี้คือ เมื่อมีชุดข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วก็ไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมาใช้คาดคะเนปริมาณอีก นอกจากนั้นยังอาจทำให้เราได้ข้อมูลใหม่ๆจากผลการค้นพบเดิมด้วย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากวิธีการนี้ อาจได้รับการพิสูจน์เมื่อข้อมูลระยะการดำรงอยู่โดยรวมจากการวิจัย SIRFLOX, FOXFIRE และ FOXFIRE Global ซึ่งเป็นการศึกษาความเชื่อมโยงของ mFOLFOX6 และ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ในฐานะวิธีรักษาขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีการลุกลามไปยังตับนั้น ได้รับการเผยแพร่ในปี 2560

เกี่ยวกับ SIRFLOX  

SIRFLOX คือโครงการวิจัยโรคมะเร็งในเชิงรังสีร่วมรักษาแบบสุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีผู้ป่วยเข้าร่วมทั้งสิ้น 530 ราย[4] โดยเป็นการวิจัยประสิทธิภาพของการใช้ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ควบคู่กับการทำเคมีบำบัดที่เป็นมาตรฐานปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นวิธีพื้นฐานในการรักษาผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ที่มีการแพร่กระจายไปยังตับและไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้ SIRFLOX เป็นการวิจัยแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุม ไม่มีการปกปิดข้อมูล และเป็นการวิจัยแบบไปข้างหน้า (prospective) ตามศูนย์วิจัยต่างๆในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ

การวิจัย SIRFLOX มีจุดยุติปฐมภูมิอยู่ที่ระยะปลอดโรค (PFS) ทุกจุด ดูจากการทำ Independent Central Review (ICR) กับภาพ CT หรือ MRI โดยค่า PFS จะแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยสามารถอยู่รอดได้นานเท่าใดหลังมะเร็งหยุดลุกลาม สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกทุติยภูมิซึ่งลุกลามมาจากโรคมะเร็งลำไส้ ค่า PFS ที่สูงขึ้นมักสัมพันธ์กับระยะเวลาดำรงอยู่โดยรวมที่สูงขึ้นด้วย[5]-[7] นอกจากนี้ ค่า PFS ในตับยังเป็นจุดยุติทุติยภูมิที่สำคัญในการวิจัย SIRFLOX ส่วนจุดยุติอื่นๆประกอบด้วยอัตราการตอบสนองของเนื้องอกในตับ อัตราการตอบสนองของเนื้องอกในทุกจุด อัตราการผ่าตัดเฉือนเนื้อตับ อัตราการกลับมาเป็นซ้ำทั้งในตับและนอกตับ คุณภาพชีวิตในแง่ของสุขภาพ ความเป็นพิษ ความปลอดภัย และระยะการดำรงอยู่โดยรวม

ผู้ป่วยที่ร่วมการวิจัย SIRFLOX นั้น ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ที่มีการลุกลามไปยังตับและไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้ โดยผู้ป่วยราว 40% ยังมีการแพร่กระจายไปยังปอด และ/หรือ ต่อมน้ำเหลือง ขณะที่ 45% มีเนื้องอกลำไส้ใหญ่และทวารหนักปฐมภูมิแต่อวัยวะยังทำงานปกติ ผู้ป่วยประมาณ 90% มีอาการที่เกิดขึ้นพร้อมกันมากกว่าหนึ่งจุด ซึ่งหมายความว่ามีการพบเนื้อร้ายที่แพร่กระจายห่างออกไป พร้อมๆกับที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกปฐมภูมิ ผู้ป่วยในลักษณะนี้พยากรณ์โรคได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เนื้องอกแพร่กระจายออกไปตามจุดต่างๆ หลังจากได้รับการวินิจฉัยเนื้องอกปฐมภูมิและได้ผ่าตัดออกไปแล้ว[8]

ผลการวิจัย SIRFLOX ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของระยะปลอดโรค (PFS) ทุกจุด ในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยเคมี-รังสีบำบัด ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เนื่องจาก SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เป็นวิธีการรักษาที่เน้นไปที่ตับโดยตรง และไม่มีผลต่อเนื้อร้ายที่แพร่กระจายนอกตับ อย่างไรก็ดี คณะวิจัยพบว่า ผู้ป่วยมีค่า PFS ในตับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อทำการวิเคราะห์ความเสี่ยง จากค่าเฉลี่ย 12.6 เดือนในผู้ป่วยกลุ่มควบคุม ไปเป็น 20.5 เดือน (p=0.002)ในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres จึงสรุปได้ว่า วิธีการดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของการลุกลามในตับได้มากถึง 31% ซึ่งเป็นจุดที่รังสีบำบัดพุ่งเป้าเพื่อรักษาโดยตรง

สำหรับข้อมูลระยะการดำรงอยู่โดยรวมจะมีการรายงานในภายหลัง ภายใต้โครงการวิเคราะห์ข้อมูลการอยู่รอดแบบบูรณาการ ซึ่งครอบคลุมข้อมูลจากการวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมอีก 2 โครงการที่มีลักษณะคล้ายกับโครงการ SIRFLOX อันได้แก่ FOXFIRE ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการวิจัยในสหราชอาณาจักร และFOXFIRE Global ซึ่งเป็นการวิจัยในระดับนานาชาติ โดยทั้งสองการวิจัยมีผู้ป่วยรวมกัน 573 ราย และเมื่อรวมกับ SIRFLOX ก็จะมีผู้ป่วยมากกว่า 1,100 ราย ซึ่งข้อมูลจากผู้ป่วยเหล่านี้จะเป็นฐานข้อมูลที่มีน้ำหนักในเชิงสถิติ สำหรับใช้ในการประเมินประโยชน์ในแง่ของการอยู่รอดจากการใช้ SIR-Spheres Y-90 resin microspheresควบคู่กับการทำเคมีบำบัดพื้นฐาน ทั้งนี้ ข้อมูลระยะการอยู่รอดจากโครงการวิจัยทั้งสามคาดว่าจะเผยแพร่ได้ในปี 2560

เกี่ยวกับ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres

SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ผ่านการรับรองเพื่อใช้ในการรักษาเนื้องอกตับชนิดผ่าตัดไม่ได้ในอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล สหภาพยุโรป (CE Mark) สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี และอีกหลายๆประเทศในเอเชีย ส่วนในสหรัฐอเมริกา SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ได้รับการรับรอง Pre-Market Approval (PMA) จากองค์การอาหารและยา (FDA) สำหรับใช้รักษามะเร็งตับที่ลุกลามจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และผ่าตัดเฉือนเนื้อร้ายไม่ได้ ร่วมกับการทำเคมีบำบัดหลอดเลือดในตับโดยใช้ FUDR (Floxuridine)

เกี่ยวกับ Sirtex

Sirtex Medical Limited (ASX: SRX) เป็นธุรกิจเฮลธ์แคร์สัญชาติออสเตรเลียระดับแนวหน้าของโลกที่มุ่งยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผลิตภัณฑ์เด่นของบริษัทคือ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ซึ่งเป็นรังสีบำบัดเฉพาะจุดสำหรับรักษาโรคมะเร็งตับ โดยมีการส่งมอบไปแล้วราว 61,000 โดส เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในศูนย์การแพทย์กว่า 1,000 แห่ง ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ http://www.sirtex.com

SIR-Spheres(R) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sirtex SIR-Spheres Pty Ltd. 

อ้างอิง 

1. Heinemann V, van Hazel GA, Sharma NK et al. Evaluation of depth of response within a volumetric model in patients with metastatic colorectal cancer: Results of the SIRFLOX study. Annals of Oncology 2016; 27 (Suppl 2): Abs. O-014.

2. Heinemann V, Stintzing S, Modest DP et al. Early tumour shrinkage (ETS) and depth of response (DpR) in the treatment of patients with metastatic colorectal cancer (mCRC). European Journal of Cancer 2015; 51: 1927-1936.

3. Cremolini C, Loupakis F, Antoniotti C et al. Early tumor shrinkage and depth of response predict long-term outcome in metastatic colorectal cancer patients treated with first-line chemotherapy plus bevacizumab: results from phase III TRIBE trial by the Gruppo Oncologico del Nord Ovest. Annals of Oncology 2015; 26: 1188-1194.

4. van Hazel GA, Heinemann V, Sharma NK et al. SIRFLOX: Randomized phase III trial comparing first-line mFOLFOX6 (plus or minus bevacizumab) versus mFOLFOX6 (plus or minus bevacizumab) plus selective internal radiation therapy in patients with metastatic colorectal cancer. Journal of Clinical Oncology 2016; 34: 17231731.

5. Sherrill B, Kaye J, Sandin R et al. Review of meta-analyses evaluating surrogate endpoints for overall survival in oncology. OncoTargets and Therapy 2012; 5: 287-296.

6. Shi Q, de Gramont A, Grothey A et al. Individual patient data analysis of progression-free survival versus overall survival as a first-line end point for metastatic colorectal cancer in modern randomized trials: Findings from the analysis and research in cancers of the digestive system database. Journal of Clinical Oncology 2015; 33: 22-28.

7. Petrelli F, Barni S. Correlation of progression-free and post-progression survival with overall survival in advanced colorectal cancer. Annals of Oncology 2013; 24: 186-192.

8. Kumar R, Price TJ, Beeke C et al. Colorectal cancer survival: An analysis of patients with metastatic disease synchronous and metachronous with the primary tumor. Clinical Colorectal Cancer 2014; 13: 87-93.

342-EUA-0616

ที่มา: Sirtex Medical Limited

โรงแรมหรูระดับ 4 ดาว “V E Hotel & Residence Bangsar South” เปิดตัวใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–11 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

พร้อมมอบความสะดวกสบายและบริการอันครอบคลุมให้แก่นักธุรกิจที่เดินทางมายังย่านบังซาร์ใต้ ศูนย์กลางการค้าและไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

V E Hotel & Residence Bangsar South (V E Bangsar South) คือโรงแรมระดับ 4 ดาวแห่งใหม่ที่เปิดตัว ณ ศูนย์กลางการค้าและไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์อย่างย่านบังซาร์ใต้ โรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยห้องดีลักซ์และห้องสวีทหัวมุมที่ตกแต่งอย่างดี 337 ห้อง พร้อมด้วยเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ขนาด 1 และ 2ห้องนอนที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบครันอีก 90 ห้อง นับเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวกับย่านอันรุ่งเรืองใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์แห่งนี้

V E Bangsar South ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์และนักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ด้วยบรรยากาศแบบโมเดิร์นพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งที่นอนคุณภาพเยี่ยม สัญญาณ WiFi แรงชัด สิ่งอำนวยความสะดวกที่เลือกสรรมาเป็นอย่างดี บริการอันใส่ใจ และทำเลอันเหมาะสม การเดินทางก็สะดวกสบายเพราะอยู่ใกล้กับ KL Sentral ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้า LRT สถานีหลักของกรุงกัวลาลัมเปอร์ เชื่อมตรงสู่รถไฟด่วนที่มุ่งไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์

V E Bangsar South ใส่ใจในทุกรายละเอียดการออกแบบ โดยมีบริเวณล็อบบี้อันกว้างขวาง พร้อมด้วยเคาน์เตอร์เช็คอิน 3 จุดที่เปิดให้บริการเพื่อความฉับไว แขกทุกท่านสามารถเลือกได้ว่าจะพักห้องดีลักซ์ ห้องสวีท หรือห้องบิสิเนสดีลักซ์ที่มีเลาจ์ส่วนตัว หรือจะเลือกเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ขนาด 1 หรือ 2 ห้องนอนที่มีเคาน์เตอร์เช็คอินและลิฟต์แยกออกไปต่างหากก็ได้เช่นกัน

 

รูปภาพ  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160705/8521604388-a

บริเวณล็อบบี้อันกว้างขวาง ออกแบบโดยใช้สีโทนอบอุ่น ประดับด้วยไม้ไผ่อย่างสวยงาม

 

รูปภาพ  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160705/8521604388-b

ห้องพักใช้สีโทนเย็น ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

สำหรับบริการอาหาร ความบันเทิง และสุขภาพนั้น ทางโรงแรมได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้บนชั้น 5 ซึ่งออกแบบได้อย่างน่าประทับใจด้วยสระน้ำบริเวณใจกลางพื้นที่ ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการภัตตาคาร The Straits Estate ที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน รวมถึงห้องอาหารส่วนตัว 3 ห้อง เลาจน์และบาร์กลางแจ้ง สระว่ายน้ำแบบinfinity pool ตลอดจนห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครันและเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาด โดยมีการจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้ใช้งานง่ายภายในชั้นเดียว ทำให้แขกสามารถเข้าถึงบริการของทางโรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย

 

รูปภาพ  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160705/8521604388-c

ทิวทัศน์แบบพาโนรามาเมื่อมองจากสระว่ายน้ำ infinity pool

ในส่วนของการจัดประชุมและงานสังสรรค์ต่างๆนั้น V E Bangsar South ก็เชื่อมตรงกับศูนย์การประชุม Connexion Conference & Events Centre ผู้ให้บริการจัดอีเวนท์ชั้นแนวหน้า ซึ่งมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถรองรับคนได้สูงสุดถึง 2,000 คน

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.vehotel.com
facebook.com/VEBangsarSouth 
Instagram.com/VEBangsarSouth

G2A ใช้ระบบยืนยันตัวตนผู้ค้าหน้าใหม่แบบหลายชั้น มุ่งยกระดับความปลอดภัยในตลาดเกมดิจิตอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ โปแลนด์, ลอนดอน และฮ่องกง–8 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

G2A.COM ตลาดเกมดิจิตอลที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก ประกาศใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น โดยมีผลในทันที เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน โดยขั้นตอนการยืนยันตัวตนผู้ค้าหน้าใหม่ในตลาด G2A ประกอบด้วย

การยืนยันตัวตนด้วยบัญชีโซเชียลมีเดีย

            – การยืนยันตัวตนด้วยหมายเลขโทรศัพท์

            – จำกัดการขายสินค้าได้สูงสุดแค่ 10 รายการ สำหรับผู้ค้าที่มิได้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม

 

Part of the G2A Team finalizing the front-end verification steps for the G2A Marketplace to tighten security for new sellers. (PRNewsFoto/G2A.com)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160707/387293)

วัตถุประสงค์หลักของ G2A ยังคงเป็นการยกระดับการยืนยันตัวตนผู้ค้าหน้าใหม่ด้วยการใช้มาตรการใหม่ๆเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการยืนยันตัวตนด้วยบัตรเครดิต บัญชี PayPal และที่อยู่ (สมุดบัญชีธนาคาร) โดยมาตรการเหล่านี้จะมีการบังคับใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้นจะช่วยให้ผู้ใช้รายเดิมและรายใหม่ที่ลงทะเบียนใช้งานตลาด G2A มีความเชื่อมั่นมากขึ้น

“G2A เปิดรับความคิดเห็นจากชุมชนนักเล่นเกม นักพัฒนาและเผยแพร่เกม รวมถึงสื่อมวลชนมาโดยตลอด” Bartosz Skwarczek ซีอีโอของ G2A กล่าว “หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 เราก็มั่นใจว่า ขั้นต่อไปเราควรยกระดับระบบยืนยันตัวตนผู้ค้าหน้าใหม่แบบหลายชั้นในตลาด G2A ของเรา”

เนื่องจากวงการเกมทั่วโลกกำลังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง การเพิ่มการรักษาความปลอดภัยจึงมีความจำเป็นสำหรับคอเกมกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก มูลค่าการซื้อขายในอุตสาหกรรมเกมมีแนวโน้มเติบโตเกือบแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ และจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การทำธุรกรรมเหล่านี้เป็นแบบดิจิตอล ดังนั้นG2A จึงใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงมาโดยตลอด เพื่อปกป้องการทำธุรกรรมมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อเดือน และการเพิ่มระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้นจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการรักษาความปลอดภัยภายในชุมชน G2A และทำให้เรารู้จักลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของนโยบายที่ G2A ยึดมั่นเสมอมา

ระบบยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่จะช่วยให้ G2A สามารถใช้มาตรการเพิ่มเติมตามแนวทางการป้องกันการฟอกเงินของ MSO ว่าด้วยการระบุอัตลักษณ์และยืนยันตัวตนผู้สร้าง (ข้อ 10.6) เพื่อต่อต้านการฉ้อโกงด้วยการขโมยหรือใช้บัตรเครดิตโดยมิชอบ

G2A ภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับนักพัฒนาและบริษัทซอฟต์แวร์มากมาย ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดคือการร่วมมือกับนักวิเคราะห์สืบสวนของ Microsoft โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 Microsoft ได้ติดต่อ G2A และแจ้งโค้ดเกมกว่า 550 โค้ดที่เชื่อว่าถูกซื้อผ่านเว็บไซต์เติร์ดปาร์ตีโดยใช้บัตรเครดิตที่ถูกขโมย ทาง G2A จึงช่วยตรวจสอบคีย์และถอดออกจากการประมูลได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ G2A ให้ความช่วยเหลือแก่ Microsoft และเจ้าหน้าที่ผู้ทำคดีฉ้อโกงอย่างเต็มที่ และพร้อมเสมอที่จะแบ่งปันความเชี่ยวชาญให้แก่หุ้นส่วนของเรา

G2A ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี หลังจากที่บริษัทได้เปิดตัวระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมและระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น

Sergey Sholom ซีอีโอของ Datcroft Games กล่าวว่า “G2A มีความโดดเด่นในเรื่องการพัฒนาและการรับฟังหุ้นส่วนมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้เราจึงยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับ G2A และในฐานะที่เป็นผู้พัฒนาเกมเล่นฟรี เราจึงไม่หยุดที่จะแสวงหาโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ทั้งสองบริษัทต่างมีเหมือนกัน เราเชื่อว่า G2A จะมีอนาคตที่สดใสในตลาดเกมนานาชาติ และเรายินดีที่ G2A ได้เปิดตัวระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมและระบบการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมhttp://datcroft.com

Robert Siejka ซีอีโอของ Farm 51 แสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกันว่า เราร่วมงานกับ G2A มาได้ประมาณ 4 เดือน ซึ่งในช่วงนั้นเราก็ประสบความสำเร็จในการโปรโมทและจำหน่ายเกม Chernobyl VR Project ผมเชื่อว่าระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมและระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นจะนำความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่มาสู่นักพัฒนาเกมรายเล็กๆ และผมมั่นใจว่าจะมีบริษัทอื่นๆอยากร่วมงานกับ G2A มากขึ้นhttp://www.thefarm51.com/thecurrentwebsite.php

– Lukasz Hacura ซีอีโอของ Anshar Studios กล่าวว่า เราร่วมงานกับ G2A มานานกว่า 1 ปี ความร่วมมือนี้เปิดทางให้เราโปรโมทและขายเกมได้ ผมคิดว่าระบบสนับสนุนนักพัฒนาเกมและระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นจะนำความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่นักพัฒนาเกมรายเล็กๆ และผมมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาจะมีบริษัทมากมายที่อยากร่วมมือกับ G2A เช่นเดียวกับเราhttp://ansharstudios.com

– Hristo Tenchev ซีอีโอของ XS Software กล่าวเสริมว่า เราร่วมมือกับ G2A มานานหลายปี และพึงพอใจกับความสัมพันธ์ของเราเสมอมา ผมคิดว่า G2A มีทัศนคติเชิงบวกต่อนักพัฒนาเกมอิสระ ทั้งยังพยายามสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในหลายๆทาง การฉ้อโกงถือเป็นปัญหาของบริษัทเกมทุกแห่งที่ต้องพึ่งพายอดขายจากระบบดิจิตอล ผมหวังว่าปัญหานี้จะคลี่คลายในเร็ววันhttp://www.xs-software.com/company.php

Bartosz Skwarczek กล่าวปิดท้ายว่า “G2A เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การใช้งานตลาดเกมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้มีความโปร่งใส เปิดกว้าง และปลอดภัยเท่าที่จะเป็นไปได้ เรายินดีที่ชุมชนเกมให้ฟีดแบคกลับมา เพื่อที่เราจะได้นำไปปรับปรุงตลาด G2A ให้ดีขึ้นต่อไป เรารับฟังและตอบสนองอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าของเรา

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ security@g2a.com

ผู้เขียน: Jacqueline Purcell – jpurcell@G2A.com

ที่มา: G2A.com

“Prolight + Sound Shanghai” มหกรรมแสดงระบบแสงและเสียงสุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย พร้อมเปิดฉาก 26-29 ตุลาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–8 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ย้ายสถานที่จัดงานไปยังฮอลล์ N1 N2 และ N3 ของศูนย์แสดงสินค้า Shanghai New International Expo Center

สินค้าหลากหลายประเภทตั้งแต่เครื่องเสียง ระบบไฟ เวที รวมถึงผลิตภัณฑ์ความบันเทิงจากกว่า 500 แบรนด์และบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม จะถูกนำมาจัดแสดงในมหกรรม Prolight + Sound Shanghai 2016 ระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้า Shanghai New International Expo Center

แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมงาน 

มหกรรม Prolight + Sound Shanghai 2016 เตรียมเปิดพื้นที่จัดแสดงกว่า 38,000 ตารางเมตร เพื่อต้อนรับแบรนด์ดังทั้งของจีนและจากประเทศอื่นๆทั่วโลก อาทิ AIKA, Aiweidy, AKG, Alctron, Audiocenter, Audio-technica, Behringer, beyerdynamic, Big Dipper, BLG, CPL, csyes, dBTechnologies, deliya, Desam Audio, DGX, DJPOWER, DPA, ETC, FDB, Fidek, FS Audio, Global Truss, HARMAN, Hi-Ltte, HMAUDIO, Hotion, Hotwood , ICAN, ISK, JBL, JES, JOLLY, Kaifat, KV2Audio, LITELEES, JTS, Maxo, Midas, NEXO, nightsun, Qituo, Robert Juliat, SAE, Sennheiser, Soundking, Srexact, SSA, Superlux, Takstar, TASSO, TONOCH, Tonwel, TW Aduio, Vello, Viasho, YAMAHA, YELLOWRIVER, YME, ZSOUND และ ZYlight

โซนจัดแสดงสินค้าด้านการผลิตและการบันทึกเสียงโฉมใหม่ 

โซนจัดแสดงสินค้าด้านการผลิตและการบันทึกเสียงได้รับการปรับโฉมใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในตลาด โดยมีการเปลี่ยนคอนเซ็ปต์และสถานที่จัดแสดงใหม่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับโอกาสทางธุรกิจ ทำความรู้จักกับผู้อื่น และเรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น 

เวทีสร้างความร่วมมืออันครอบคลุมรอบด้าน 

ในมหกรรมนี้จะมีการจัดอีเวนท์คู่ขนานหลายรายการ เพื่อนำเสนอแนวคิดและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยอีเวนท์เด่นในงานประกอบด้วย Vision X Network Production Presentation, Recording Technology Forum, VPLT Training Course และ Concert Sound Arena 

สำหรับบริษัทที่กำลังมองหาช่องทางขยายธุรกิจและต้องการรับข้อมูลข่าวสารการตลาดในเอเชีย Prolight + Sound Shanghai ถือเป็นมหกรรมที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง หวังว่าเราจะได้พบกันที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนตุลาคมนี้ 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.prolightsound.com 

ติดต่อ

Vicky Fu

โทร. +86-21-6295-3191

อีเมล: fuhaiqiang@intex-sh.com 

เกี่ยวกับ Prolight + Sound Shanghai 

มหกรรม Prolight + Sound Shanghai ซึ่งจัดโดยบริษัท INTEX Shanghai Co., Ltd. จะเปิดฉากขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้า Shanghai New International Expo Center (เลขที่ 2345 ถนนหลงหยาง) ระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคมนี้ โดยสินค้าที่นำมาจัดแสดงในงานประกอบด้วยอุปกรณ์และระบบออดิโอ/วิดีโอ อุปกรณ์และเทคโนโลยีเครื่องเสียง เทคโนโลยีการผลิตและบันทึกเสียง อุปกรณ์และเทคโนโลยีแสงไฟสำหรับมืออาชีพ ระบบรวมออดิโอ/วิดีโอ ระบบสเปเชียลเอฟเฟกต์ เลเซอร์ ป้ายไฟ LED เทคโนโลยีสำหรับเวทีและระบบ truss อุปกรณ์ถ่ายทอดสด รวมถึงระบบสำหรับการประชุม

ลาบอรี เสร็จสิ้นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัทเมดิ-เทต จำกัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โทรอนโต–8 ก.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ลาบอรี เมดิคัล เทคโนโลยีส์ (Laborie Medical Technologies หรือ “LABORIE”) ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา ได้เสร็จสิ้นการลงทุนในบริษัทเมดิ-เทต จำกัด (Medi-Tate Ltd.) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอากิวา ประเทศอิสราเอลแล้ว โดยเมดิ-เทต เป็นบริษัทเครื่องมือแพทย์ที่มุ่งเน้นไปที่การวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายโซลูชั่นล้ำสมัยสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต (BPH)

การลงทุนของลาบอรีในบริษัทเมดิ-เทต จะช่วยสานต่อจุดมุ่งหมายของบริษัทในการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อให้การสนับสนุนลูกค้าในกลุ่มโรคระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร

เมดิ-เทต ได้พัฒนาวิธีการรักษาแบบบาดแผลเล็กที่เรียกว่า iTind เพื่อรักษาอาการต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย แทนการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด ขั้นตอน iTind นี้จะใช้เวลา 5 วันในการขยายท่อปัสสาวะที่ผ่านต่อมลูกหมาก (Prostatic urethra) และสร้างช่องทางเทียมสำหรับการไหลของปัสสาวะ โดยไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาและการผ่าตัด ปัจจุบัน ระบบ iTind สำหรับรักษาโรคต่อมลูกหมากโตมีจำหน่ายเฉพาะในสหภาพยุโรปและแคนาดา ขณะที่iTind เป็นอุปกรณ์วินิจฉัยโรคที่กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐกำหนดให้ใช้เพื่อการวินิจฉัยโรคเท่านั้นในประเทศสหรัฐอเมริกา

นี่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญมากของลาบอรีนายไบรอัน เอลลาคอต ประธานและซีอีโอของลาบอรี กล่าว นวัตกรรมเทคโนโลยีในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตของเมดิ-เทต จะเอาชนะความกังวลของผู้ป่วยที่ต้องเผชิญความทุกข์ทรมานจากโรคต่อมลูกหมากโต ซึ่งทางเลือกในการรักษาที่มีอยู่ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือการผ่าตัด ต่างมีความเสี่ยงที่จะทำลายการทำงานของต่อมลูกหมากซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้

นายไอโด ไคเลมนิก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเมดิ-เทต กล่าวว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับลาบอรี การรวมเทคโนโลยี iTind ของเรา เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะและการมีธุรกิจอยู่ทั่วโลกของลาบอรี จะเปิดทางให้เราสามารถทำตลาด iTind ได้โดยเร็ว เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับชายสูงอายุมากกว่า 500 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากโรคต่อมลูกหมากโต

เกี่ยวกับลาบอรี

ลาบอรี เป็นบริษัทระดับโลกผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่ายเทคโนโลยีการแพทย์ที่ล้ำสมัยและวัสดุสิ้นเปลือง สำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร รวมถึงความผิดปกติของอุ้งเชิงกราน ทั้งนี้ ลาบอรี เป็นบริษัทที่ได้รับเงินลงทุนจาก ออแด็กซ์ ไพรเวท อีควิตี้ (Audax Private Equity)