นักวิจัยเผยเทคโนโลยียุคใหม่ช่วยยกระดับผลิตภาพแรงงานและศักยภาพทางการแข่งขัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

จาการ์ตา, อินโดนีเซีย–30 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          The Habibie Center (THC) ร่วมกับกระทรวงการคลังแห่งอินโดนีเซีย และมูลนิธิ World Islamic Economic Forum (WIEF) Foundation เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “คว้าประโยชน์จากเทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อเพิ่มพูนผลิตภาพแรงงานในภาคการผลิต” (Seizing the Benefits of Disruptive Technology for Manufacturers in Increasing Labor Productivity) ในวันนี้ ณ ศูนย์ THC ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยเวทีสาธารณะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงาน WIEFครั้งที่ 12 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 2-4 สิงหาคม 2559 ที่กรุงจาการ์ตา

          ดร.ซัมโรนี ซาลิม นักวิจัยเศรษฐกิจอาวุโสประจำสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งอินโดนีเซีย กล่าวว่า “เทคโนโลยียุคใหม่ไม่ได้ต่อต้านการปฏิบัติงานแบบเดิมที่ใช้แรงงานจำนวนมากเสมอไป แต่ได้เข้ามาช่วยในเรื่องของกระบวนการผลิต เช่น บิ๊กดาต้า และ Internet of Things ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของการดำเนินงาน ข้อมูลรายการสิ่งของจากซัพพลายเออร์แบบเรียลไทม์ ไปจนถึงความต้องการของลูกค้าปลายทาง”

          แท้จริงแล้ว เทคโนโลยียุคใหม่สามารถทำหน้าที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับอินโดนีเซียและประเทศอื่นๆในอาเซียน ในการเพิ่มกำไรและลดต้นทุนการผลิต เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถสร้างผลทางเศรษฐกิจให้กับอาเซียนได้ถึง 2.5-4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2573

          ความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยียุคใหม่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาเป็นจำนวนมาก เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ดี ประเทศในอาเซียนก็มีโอกาสดึงดูดกลุ่มผู้ผลิตทั่วโลกที่มีความตระหนักในแง่ของต้นทุนการผลิต และได้เข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในระบบห่วงโซ่อุปทานโลก สาเหตุหนึ่งนั้นเป็นเพราะจีนมี  GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้เปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออก ไปเป็นเศรษฐกิจที่อาศัยการบริโภค ซึ่งส่งผลให้ค่าแรงของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น

          สำหรับอินโดนีเซียที่แรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาค SME แล้วนั้น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะนำมาซึ่งโอกาสมากมาย ดังนั้น เทคโนโลยีและประสบการณ์ที่เหมาะกับธุรกิจจึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้ภาค SME ของอินโดนีเซียพร้อมก้าวเข้าสู่เวทีโลก โอกาสเหล่านี้เป็นจริงได้ด้วยการเข้าร่วมงานสร้างเครือข่ายแบบ B2Bระดับโลก เช่น งาน WIEF ครั้งที่ 12 ที่กำลังจะเปิดฉาก ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มีการผนึกกำลังกันในรูปแบบ B2B โดยการประชุม WIEF ครั้งที่ 12 นี้จัดขึ้นในหัวข้อ “กระจายการเติบโต เสริมกำลังธุรกิจโลกอนาคต” (Decentralizing Growth, Empowering Future Business)

          เกี่ยวกับ WIEF

          WIEF Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยทางมูลนิธิเป็นผู้จัดงาน WIEF ประจำปี ซึ่งเป็นเวทีทางธุรกิจระดับโลกที่มอบโอกาสในการทำธุรกิจในโลกมุสลิม ทั้งยังเป็นผู้ดำเนินแผนงานให้กับโครงการริเริ่มหลายโครงการ ที่ล้วนเสริมสร้างความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างชาวมุสลิมและผู้ที่ไม่ได้เป็นมุสลิม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่: http://wief.org/forum/12/

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Wai Fai Lo

          อีเมล: waifai@wief.org หรือ โทร: +6012-209-0068

          Fannie Waldhani

          อีเมล: fannie.waldhani@edelman.com หรือ โทร: +62-21-7215-9000

Global OConnect เปิดตัวคลังสินค้าในเวียดนาม สร้างขุมพลังใหม่แห่งอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นครโฮจิมินห์, เวียดนาม–29 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Global OConnect บริษัทที่มุ่งส่งเสริมการค้าและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง เตรียมเปิดตัวคลังแสดงสินค้า (exhibition warehouse) ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 30 มิ.ย. 2559 โดยคลังแสดงสินค้าแห่งนี้ถือเป็นแห่งแรกในเวียดนามและในโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สร้าง GDP ถึง 1 ใน 3 ของประเทศ ทั้งยังเป็นคลังสินค้าแฟลกชิปของ Global OConnect อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนสร้างคลังสินค้าแห่งที่สองในกรุงฮานอยภายในปีนี้เช่นกัน        

          ด้วยพันธกิจที่มุ่งส่งเสริมการค้าทั่วโลก Global OConnect จึงสร้างแพลตฟอร์มจัดซื้อสินค้าออนไลน์ ควบคู่กับการให้บริการแบบออฟไลน์ผ่านคลังสินค้าที่ผู้ซื้อจะมีโอกาสได้รับชมและทดลองผลิตภัณฑ์เป้าหมายได้โดยตรง ขณะที่ซัพพลายเออร์ชาวจีนจะมีพื้นที่สำหรับเก็บสินค้า และได้รับบริการคำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ คลังสินค้าเหล่านี้อยู่ระหว่างการสร้างและดำเนินการทั่วโลก โดยปัจจุบัน Global OConnect ประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์

          จากสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่มั่นคงและข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์บนคาบสมุทรอินโดจีน ส่งให้เวียดนามเป็นประเทศเศรษฐกิจที่สำคัญและเติบโตเร็วที่สุดในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เศรษฐกิจของเวียดนามนั้นเติบโตอย่างมีเสถียรภาพที่เกือบ 7% ในปีนี้ ส่งผลให้เวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยอุปสงค์ภายในประเทศกำลังขยายตัว ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติก็กำลังเฟื่องฟู

          ด้วยตระหนักเป็นอย่างดีถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของเวียดนาม และศักยภาพของเวียดนามในเศรษฐกิจโลก Global OConnect จึงเลือกสร้างคลังสินค้าแฟลกชิปขึ้นในประเทศ

          เมื่อเปิดดำเนินงาน Global OConnect จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนเชื่อมธุรกิจเวียดนามเข้ากับซัพพลายเออร์และผู้ซื้อทั่วโลก ธุรกิจต่าง ๆ ในเวียดนามจะมีตัวเลือกสินค้าอย่างหลากหลายที่ผลิตในจีนและประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในประโยชน์มากมายที่จะได้รับจากห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกของ Global OConnect รูปแบบการตลาดธุรกิจ (B2B) จะยังผลดีอื่น ๆ ให้แก่ธุรกิจในประเทศ อาทิ ต้นทุนที่ต่ำลง ประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการจัดการ และโอกาสที่เพิ่มขึ้นสำหรับธุรกิจ SME ท้องถิ่น ซึ่งตรงข้ามกับรูปแบบการตลาดผู้บริโภค (B2C) ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่จัดแสดงในคลังสินค้าของ Global OConnect นั้นผ่านการตรวจสอบจากศุลกากรของเวียดนามอย่างเคร่งครัด เพื่อรับรองคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน ด้วยความที่เวียดนามมีอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง จึงเป็นโอกาสแก่ธุรกิจในประเทศที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ซื้อจากจีนและประเทศอื่นๆ

          ปัจจุบัน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ และรองเท้าที่ผลิตในเวียดนามประสบความสำเร็จในการกรุยทางเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคของจีน และจีนยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรจากเวียดนามด้วย รัฐบาลเวียดนามสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ LED อันเนื่องมาจากอุปสงค์ด้านผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง ตลอดจนการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าและการเกิดภัยพิบัติที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ดังนั้น ในขั้นต้น คลังสินค้าของ Global OConnect จะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ LED ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องนอนและเครื่องใช้ในโรงแรมก็เป็นสินค้าอีกหนึ่งประเภทที่Global OConnect ให้ความสำคัญ เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุน GDP ของเวียดนาม

          สำหรับกรุงฮานอยนั้นจะเป็นที่ตั้งของคลังสินค้าแห่งที่สองของ Global OConnect และเป็นส่วนสำคัญของแผนขยายธุรกิจในเวียดนาม เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับประเทศจีน

          เกี่ยวกับ Global OConnect

          Global OConnect Cross-Border E-commerce Co. Ltd. จัดตั้งขึ้นในปี 2558 และได้รับเงินทุนส่วนหนึ่งจากรัฐบาล บริษัทถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติของจีน โดยมีพันธกิจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในจีนสู่ประชาคมโลก ด้วยแนวทางที่มีประสิทธิภาพและเปิดโอกาสให้คู่ค้าได้มีส่วนร่วมมากขึ้น

Hoya ขอแนะนำ Hi-Vision LongLife สารเคลือบเลนส์แว่นตาคุณภาพเยี่ยม ความทนทานสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–29 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมภาพที่คุณเห็นจึงพร่ามัวจนถึงขั้นต้องเพ่งดู ทั้งที่ใส่แว่นตาอยู่? น้ำ ความมัน ฝุ่น และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เลนส์แว่นตาสกปรก ซึ่งรอยเปื้อนบนเลนส์เพียงจุดเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นภาพชัดเจนน้อยลง ในขณะที่ความเสียหายซึ่งร้ายแรงกว่านั้น เช่น รอยขีดข่วน สามารถทำให้เลนส์เสียหายจนไม่อาจซ่อมแซมได้ ทั้งยังทำให้ภาพที่เห็นบิดเบือนตามไปด้วย การปกป้องเลนส์แว่นตาจากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ Hoya Hi-Vision LongLife พร้อมเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับเลนส์ของคุณ การันตีคุณภาพด้วยการทดสอบจากหน่วยงานอิสระที่พิสูจน์แล้วว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นสารเคลือบเลนส์แว่นตาที่ทนต่อรอยขีดข่วนมากที่สุดและทำความสะอาดง่ายที่สุดในบรรดาสารเคลือบเลนส์ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบัน [1]

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160623/8521603550-b 

คำบรรยายภาพ: ประโยชน์และคุณสมบัติของ Hi-Vision LongLife

 

โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160616/8521603550logo 

          NSL Analytical Services ได้ทำการทดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 โดยใช้ระบบที่พัฒนาขึ้นร่วมกับองค์กร Lens Advisory Board ของอเมริกาที่ได้รับการรับรองจาก Vision Council Technical Committee โดยการทดสอบความแม่นยำสูงซึ่งกระตุ้นประสบการณ์การสวมใส่ในชีวิตจริงนั้น ได้แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของ Hi-Vision LongLife ดังนี้:

          – ทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นเลิศ : ทนรอยขีดข่วนมากกว่าสารเคลือบทั่วไปถึง 5 เท่า

          – ทำความสะอาดง่ายที่สุด : คงคุณสมบัติกันฝุ่น สิ่งสกปรก น้ำ และความมัน แม้จะใช้งานมาเป็นเวลานานและทำความสะอาดบ่อยครั้ง

          – ทนทานอันดับหนึ่ง : ทดสอบแล้วว่าทนทานมากกว่าสารเคลือบที่เป็นอันดับสองกว่า 29%

          – ตัดแสงสะท้อนอย่างเหนือชั้น : ยอมให้แสงผ่านถึง 99% จึงมอบการมองที่สบายตา

          นอกจากนี้ Hi-Vision LongLife ยังมาพร้อมกับ BlueControl เพื่อการป้องกันและความสบายที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น:

          – BlueControl ทำหน้าที่กรองแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอดิจิทัล ป้องกันอาการเมื่อยตาและตาล้า ลดแสงจ้า และเพิ่มความคมชัด ช่วยให้มีการมองที่สบายตายิ่งขึ้น

          Hi-Vision LongLife ของ Hoya ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว ผู้สวมใส่แว่นตาจึงสามารถมั่นใจได้ว่าภาพที่เห็นจะชัดเจนดุจคริสตัลด้วยผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมนี้

          [1] NSL Analytical ESWT, August 2015, 167 premium HMC products

          เกี่ยวกับ Hoya

          Hoya เป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น และเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและสินค้าไฮเทคเปี่ยมด้วยนวัตกรรมซึ่งจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน โดยผลิตด้วยเทคโนโลยีเลนส์ขั้นสูงของบริษัท Hoya ดำเนินธุรกิจ 2 ส่วนหลัก ๆ ด้วยกัน คือ Life Care และ Information Technology ในส่วนของธุรกิจ Life Care นั้นมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ เช่น เลนส์แว่นตา และคอนแทคเลนส์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวเนื่องทางการแพทย์ อาทิ เลนส์แก้วตาเทียมสำหรับการผ่าตัดต้อกระจก และกล้องเอ็นโดสโคปทางการแพทย์ Hoya Group ประกอบด้วยบริษัทย่อยและบริษัทในเครือกว่า 100 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 35,000 คนทั่วโลก

         

ยูเนี่ยนเพย์ เปิดตัวบริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ “UnionPay HCE Mobile QuickPass” ในเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, จีน–28 มิ.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับเคที คอร์ปอเรชั่น และบริษัทย่อยคือ บีซีการ์ด ประกาศเปิดตัวบริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ “UnionPay HCE Mobile QuickPass” ในเกาหลีใต้ ซึ่งเปิดช่องทางให้ผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์ในประเทศสามารถชำระเงินผ่านการสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์มือถือได้ทันที ทั้งนี้ เกาหลีใต้ได้กลายมาเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรกที่เปิดตัวบริการดังกล่าว โดยมีนายเก่อ หัวหย่ง ประธานยูเนี่ยนเพย์ ประเทศจีน นายฮวาง ชาง กยู ซีอีโอของเคที คอร์ปอเรชั่น และซู จุน ฮี ซีอีโอของบีซีการ์ด เข้าร่วมในพิธี

          Mobile QuickPass เป็นโซลูชั่นใหม่ของยูเนี่ยนเพย์สำหรับการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ บริการนี้รองรับทั้งการชำระเงินไร้สัมผัสแบบออฟไลน์ และการชำระเงินออนไลน์ โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ชำระเงินบนมือถือจำนวนมาก ได้แก่ HCE, Apple Pay และ Samsung Pay มีความปลอดภัยสูงกว่าผลิตภัณฑ์ชำระเงินบนมือถืออื่น ๆ เนื่องจากมีระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านที่ซับซ้อนและโทเค็นสำหรับชำระเงิน รวมทั้งไม่มีการแสดงเลขบัตรธนาคารระหว่างการชำระเงิน ในขณะที่ข้อมูลการโอนเงินจะถูกเก็บไว้อย่างดีในเครือข่ายของยูเนี่ยนเพย์และผู้ออกบัตร

          ปัจจัย 2 ประการที่สนับสนุนการเปิดตัวบริการ Mobile QuickPass ในเกาหลีใต้ ได้แก่ ประการแรก มีการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์มากกว่า 19 ล้านใบในเกาหลีใต้ และประการที่สอง ปริมาณการทำธุรกรรมในประเทศจีนผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ออกในเกาหลีใต้เติบโตถึง 45% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าบัตรยูเนี่ยนเพย์ได้กลายเป็นวิธีการชำระเงินที่สำคัญของชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางไปยังประเทศจีน

          ปัจจุบัน ผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์ชาวเกาหลีสามารถผูกบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ออกโดยบีซีการ์ด หรือสมาชิกในเครือ เข้ากับสมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยี NFC จากนั้นก็เพียงแค่แตะสมาร์ทโฟน ณ จุดบริการชำระเงิน QuickPass ตามร้านค้าต่าง ๆ ทั้ง Doota, Watsons ทุกสาขา, GS25, ร้าน Gong Cha รวมถึงจุดให้บริการ Quickpass อีกกว่า 7 ล้านแห่งทั่วจีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์

          นายเก่อ หัวหย่ง กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของยูเนี่ยนเพย์ในการส่งเสริมบริการ Mobile QuickPass ไปทั่วโลก ด้วยการเพิ่มขีดความปลอดภัย และตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานบัตรรูปแบบใหม่ของผู้ถือบัตร อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ในการขยาย Mobile QuickPass ไปยังตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ด้วย ซึ่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการอันล้ำสมัยของยูเนี่ยนเพย์ในต่างแดนจะช่วยให้การชำระเงินของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิม

          วันนี้ การใช้บัตรยูเนี่ยนเพย์ในเกาหลีใต้จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะผู้ถือบัตรสามารถถอนเงินสดได้ด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์จากตู้เอทีเอ็มประมาณ 70,000 แห่งทั่วประเทศ ร้านค้าทั้งหมดรับที่มีบริการชำระเงินด้วยการเซ็นชื่อต่างก็รับชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์เช่นเดียวกัน ขณะที่ร้านค้าประมาณ 1.63 ล้านแห่งยอมรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ใช้รหัสพินในการชำระเงิน แม้กระทั่งแท็กซี่ในเกาหลีใต้ หรือพ่อค้าแม่ขายบนโลกออนไลน์กว่า 60,000 ราย ต่างก็รับชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์เช่นเดียวกัน

          ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.unionpayintl.com/

          ที่มา: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

          AsiaNet 64927

Hetero เปิดตัวยาชีววัตถุคล้ายคลึง Bevacizumab สำหรับรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย (mCRC) ภายใต้แบรนด์ “Cizumab(TM)”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไฮเดอราบาด, อินเดีย–28 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Hetero ผู้ผลิตยาสามัญชั้นแนวหน้าของอินเดีย ประกาศเปิดตัวยาชีววัตถุคล้ายคลึง Bevacizumab ในอินเดีย เพื่อการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย (mCRC) ภายใต้แบรนด์ “Cizumab(TM)”

ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการรับรองจากองค์การควบคุมยาแห่งอินเดีย (DCGI) เพื่อใช้เป็นยาพื้นฐานในการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย โดยมาในรูปแบบยาน้ำบรรจุขวดใช้ฉีดครั้งเดียว (single-dose vial) ขนาด 100 มก. และ 400 มก. ซึ่งจะมีการวางจำหน่ายและกระจายสินค้าโดย Hetero Healthcare Limited บริษัทในเครือของ Hetero

Dr. BPS Reddy ผู้ดำรงตำแหน่ง CMD ของ Hetero Group of Companies กล่าวถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ว่า การทำงานด้านไบโอโลจิกส์ถือเป็นการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นสำหรับเรา ยาชีววัตถุคล้ายคลึง Bevacizumab ของ Hetero เป็นผลิตภัณฑ์ลำดับที่ 3 ในตระกูลไบโอโลจิกส์ของบริษัท ถัดจาก Darbepoetin alfa และRituximab ทั้งนี้ เราเชื่อว่า Cizumab(TM) จะเป็นทางเลือกในการรักษาที่ประหยัดมากขึ้นสำหรับผู้ป่วยในอินเดีย

ผลิตภัณฑ์นี้จะผลิตขึ้นที่โรงงานยาไบโอโลจิกส์อันทันสมัยในเมืองไฮเดอราบาด ประเทศอินเดีย

เกี่ยวกับ Hetero 

Hetero เป็นผู้ผลิตยาสามัญชั้นแนวหน้าของอินเดีย และผู้ผลิตยาต้านรีโทรไวรัสสำหรับการรักษาเอชไอวี/เอดส์ รายใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลก บริษัทมีความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนานกว่า 20 ปีในแวดวงเภสัชกรรม ธุรกิจหลักของบริษัทประกอบด้วย สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) ยาสำเร็จรูป และยาชีววัตถุคล้ายคลึง นอกจากนั้นยังนำเสนอบริการด้านเภสัชกรรมตามความต้องการของหุ้นส่วนทั่วโลก ทั้งนี้ บริษัทได้รับการยกย่องจากความแข็งแกร่งในด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต รวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท

ปัจจุบัน Hetero มีโรงงานผลิตอันล้ำสมัยมากกว่า 25 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ตามทำเลทองทั่วโลก โดยโรงงานส่วนใหญ่ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ของสหรัฐอเมริกา , EU, TGA ของออสเตรเลีย, MCC ของแอฟริกาใต้ และอื่นๆ ทั้งนี้ Hetero จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคกว่า 200 รายการ ครอบคลุมโรคต่างๆ เช่น เอชไอวี/เอดส์ โรคมะเร็ง โรคหัวใจร่วมหลอดเลือด โรคประสาท โรคตับอักเสบ เป็นต้น

Hetero มีรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในกว่า 120 ประเทศ จุดมุ่งหมายหลักของบริษัทคือการนำเสนอยาราคาประหยัดให้แก่ผู้ป่วยทั่วโลก

สื่อมวลชนติดต่อ:

A Jeyasingh Balakrishnan

ฝ่ายสื่อสารองค์กร

Hetero

มือถือ: +91-9989626541/ +91-9833836185

อีเมลjeyasingh.b@heterodrugs.com

แหล่งข่าว: Hetero

ไมโครชิป เปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC32 ตระกูลใหม่ล่าสุด คุ้มสุด กินไฟน้อยสุด มาพร้อมกับ Core Independent Peripherals

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–28 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– PIC32MM ตระกูลไมโครคอนโทรลเลอร์ใหม่ล่าสุดจากไมโครชิป สำหรับการใช้งานที่ตอบโจทย์ Internet of Things ผู้บริโภค การควบคุมระดับอุตสาหกรรมและการควบคุมมอเตอร์

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ [NASDAQ: MCHP] บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ สัญญาณผสม อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศเปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCUs) PIC32 ขนาด 32 บิทตระกูลใหม่ล่าสุดที่กินไฟต่ำสุดและมอบความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งนี้ ตระกูล  PIC32MM จากไมโครชิปเชื่อมช่องว่างระหว่าง PIC24F XLP และ PIC32MX ซึ่งเป็นสองตระกูลไมโครคอนโทรลเลอร์ยอดนิยมของบริษัท นอกจากนี้ PIC32MM ยังเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC32ตระกูลแรกที่มาพร้อม Core Independent Peripherals ซึ่งได้รับการออกแบบให้สามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลในซีพียู เพื่อให้การใช้ไฟลดลงและลดต้นทุนการออกแบบระบบ อุปกรณ์ในตระกูล PIC32MM สนับสนุนการทำงานโดยMicrochip MPLAB(R) Code Configurator (MCC) เปิดทางให้การออกแบบทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160606/8521603652

แอพพลิเคชั่นแบบฝังสำหรับงาน Internet of Things ผู้บริโภค การควบคุมระดับอุตสาหกรรมการและการควบคุมมอเตอร์ในปัจจุบันนั้น จำเป็นต้องใช้ MCUs ที่มีความยืดหยุ่น กินไฟน้อยลง มีความคุ้มค่ามากขึ้น และมีขนาดเล็กลง PIC32MM มีโหมดสลีปที่ใช้ไฟต่ำ 500 nA เหมาะสำหรับแอพพลิเคชั่นที่ต้องการใช้ไฟต่ำและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรีให้นานขึ้น สำหรับแอพพลิเคชั่นที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ก็มีทางเลือกได้แก่ แพคเกจขนาดเล็ก 4×4 มม. สำหรับอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับตระกูล PIC32MM ประกอบไปด้วย Core Independent Peripherals อาทิ Configurable Logic Cells (CLC) และ Multiple-output Capture Compare PWMs (MCCPs) ซึ่งช่วยให้แอพพลิเคชั่นสามารถควบคุมมอเตอร์ BLDC โดยไม่ต้องมีเซนเซอร์

“PIC32MM จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 0.60 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการซื้อจำนวนมาก มีโหมดสลีปที่ใช้ไฟต่ำ 500 nA และมาในรูปแบบแพคเกจกะทัดรัด 4×4 มม. จึงเป็นโซลูชั่นที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับแอพพลิเคชั่นที่มีข้อจำกัดด้านงบ การใช้ไฟ และขนาด” โจ ธอมเซน รองประธานหน่วยธุรกิจ MCU16 ของไมโครชิปกล่าว “อุปกรณ์ PIC32MM เหล่านี้สนับสนุนการทำงานโดยเครื่องมือยอดนิยมอย่าง MPLAB Code Configurator การติดตั้งอุปกรณ์จึงทำได้ง่าย ช่วยร่นระยะเวลาออกแบบสำหรับตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

การสนับสนุนการพัฒนา

เพื่อช่วยเร่งการประเมินและการพัฒนา จึงมีการวางจำหน่าย PIC32MM processor plug-in module (MA320020) ซึ่งต่อเข้ากับExplorer 16 Development Board (DM240001) อุปกรณ์ทั้งหมดในตระกูล PIC32MM สนับสนุนการทำงานโดยระบบนิเวศ MPLAB ของไมโครชิป ประกอบด้วย MPLAB X IDE และ XC32 compiler ในขณะที่ MPLAB Code Configurator ซึ่งเป็นส่วนที่ต่อกับ MPLAB X นั้น ช่วยให้การติดตั้งอุปกรณ์เสริม การปรับตั้งค่าอุปกรณ์ และการทำแผนที่พินเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

สำหรับข้อเสนอพิเศษแบบจำกัดเวลา เมื่อซื้อ PIC32MM PIM (MA320020) ราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐ จะสามารถซื้อ Explorer 16 board (DM240001) ในราคา89.99 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประหยัดไปได้ถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากhttp://www.microchip.com/PIC32MM

การวางจำหน่าย

ตระกูล PIC32MM พร้อมสำหรับการผลิตในปริมาณมาก ในรูปแบบแพคเกจ  QFN และ SSOP ขนาด 20 พิน; uQFN, QFN, SOIC, SSOP, SPDIP ขนาด 28 พิน; QFNขนาด 36 พิน และ uQFN ขนาด 40 พิน ในส่วนของอุปกรณ์เสริมจะมาในรูปแบบความจำแฟลช 16 KB, 32 KB และ 64 KB สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อตัวแทนขายหรือผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป หรือเข้าชมเว็บไซต์ของไมโครชิปที่ www.microchip.com/PIC32MM

 สามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการระบุถึงในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้ที่   MicrochipDIRECT หรือติดต่อพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของไมโครชิป

 แหล่งข้อมูลและภาพ

 สามารถดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):

 รับชมวิดีโอได้ทางยูทูบ หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก)https://youtu.be/2L4ICI1tNUA

สามารถติดตามไมโครชิปได้ที่

 เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

 ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com

 หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ The Microchip, โลโก้ Microchip รวมทั้ง MPLAB และ PIC เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
Daphne Yuen (Microchip)
โทร:  (+852) 2943-5115
อีเมล: daphne.yuen@microchip.com

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160606/8521603652

คำบรรยายภาพ – กินไฟต่ำ ต้นทุนต่ำ ขนาดกะทัดรัด

NEXCOM จับมือ AuroLED ให้บริการระบบขนส่งอัจฉริยะบนรถบัส (OBITS) ในประเทศตลาดเกิดใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไทเป, ไต้หวัน–28 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

NEXCOM ร่วมมือกับ AuroLED นำเสนอประสบการณ์การเดินทางด้วยรถบัสที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบขนส่งอัจฉริยะบนรถบัส (OBITS) ที่ผนวกการทำงานเข้ากับรถบัสได้อย่างราบรื่น โดยมีทั้งกล้องวงจรปิด ระบบบริหารจัดการกลุ่มรถ คอนโซลควบคุมสำหรับคนขับ และระบบแสดงข้อมูลสำหรับผู้โดยสารบนรถบัสสาธารณะ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือบริษัทเดินรถบัสที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านไอที โซลูชั่น OBITS มาในรูปแบบของแพคเกจออลอินวันที่ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์สุดทนทานจาก NEXCOM และซอฟต์แวร์ครบวงจรจาก AuroLED ซึ่งจะช่วยยกระดับความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการขนส่งสาธารณะโดยแทบไม่มีความยุ่งยากด้านไอที

ลีโอ ฉาง ผู้อำนวยการ NEXCOM Mobile Computing Solutions Business Unit กล่าวว่า “โปรเจคนี้มีความยากเพราะต้องใช้โซลูชั่นที่หลากหลาย แต่โซลูชั่นดังกล่าวกลับไม่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป จึงเป็นที่มาของการผสานความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์โมบายคอมพิวติ้งของ NEXCOM เข้ากับซอฟต์แวร์บริหารจัดการกลุ่มรถของ AuroLED จนก่อกำเนิดเป็นโซลูชั่นออลอินวันที่ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการทำงาน ความทนทานของระบบ และความเรียบง่ายในการติดตั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้น”

อูดิท พาเทล ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ AuroLED กล่าวว่า “AuroLED เห็นคุณภาพอันดีเยี่ยมในผลิตภัณฑ์ของ NEXCOM ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ติดตั้งบนยานพาหนะ (VMC) ของ NEXCOM ถือเป็นฮาร์ดแวร์โมบายคอมพิวติ้งที่มีความน่าเชื่อถือ กะทัดรัด และติดตั้งง่ายที่สุด เหมาะสำหรับใช้กับโปรเจค OBITS ที่มีความซับซ้อนในประเทศอินเดีย โดย VMC ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในสภาพอากาศสุดหฤโหดของอินเดีย นอกจากนั้นยังสามารถแยกส่วนหรือประกอบเข้ากันได้ ทำให้ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า NEXCOM สามารถสนับสนุนการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยร่นระยะเวลาการปล่อยผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด”

คุณฉางกล่าวเสริมว่า “โซลูชั่น OBITS มีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย เทียบกับปกติที่จะทำงานแยกส่วนกันโดยสิ้นเชิง AuroLED ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของVMC ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพขั้นสูง การสื่อสารด้วยเสียงและข้อความแบบเรียลไทม์ การติดตามด้วย GPS และการใช้ระบบเทเลเมติกส์ในยานพาหนะ รวมทั้งส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่น OBITS ออลอินวัน เพื่อรองรับการทำงานของกล้องวงจรปิด ระบบบริหารจัดการกลุ่มรถ คอนโซลควบคุมสำหรับคนขับ และระบบแสดงข้อมูลสำหรับผู้โดยสาร ด้วยระบบ VMC ที่ครบวงจรในหนึ่งเดียว ข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกจากโซลูชั่น OBITS ได้ถูกนำไปใช้ในการประเมินพฤติกรรมคนขับ การป้องกันความเสี่ยง ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการกำหนดเส้นทาง โดยในเร็วๆนี้ NEXCOM และ AuroLED จะนำเสนอโซลูชั่นสำหรับรถโรงเรียน เพื่อมอบความอุ่นใจให้กับโรงเรียน ครูอาจารย์ ผู้ปกครอง และนักเรียน เราเชื่อว่าการผนึกกำลังกันครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถขยายธุรกิจครอบคลุมตลาดทั่วโลก”

โซลูชั่น OBITS ทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ติดตั้งบนยานพาหนะแบบออลอินวันจอ 10.4 นิ้วของ NEXCOM ปัจจุบันโซลูชั่นนี้ถูกนำไปติดตั้งบนรถบัสกว่า 500 คันในหลายรัฐของอินเดีย ภายใต้ภารกิจฟื้นฟูเมืองแห่งชาติชวาหระลาล เนห์รู (JnNURM) ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการปฏิรูปและการพัฒนาเมืองต่างๆอย่างเร่งด่วน ภารกิจนี้ได้วางแผนที่จะนำรถบัสหลายพันคันที่ติดตั้งระบบ OBITS จอแสดงข้อมูลสำหรับผู้โดยสาร ปุ่มกดฉุกเฉิน กล้องวงจรปิด ระบบติดตามด้วย GPS และระบบติดตามสภาพรถ มาใช้บนท้องถนนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

เกี่ยวกับ NEXCOM

NEXCOM ดำเนินธุรกิจ 6 ประเภท ได้แก่ IoT Automation Solutions, Intelligent Digital Security, Internet of Things, Interactive Signage Platform, Mobile Computing Solutions และ Network and Communication Solutions และเพื่อเป็นการตอบรับกระแสเมกะเทรนด์ของ IoT ทางบริษัทจึงขยายขอบเขตการให้บริการด้วยโซลูชั่นใหม่ๆ ได้แก่ IoT, หุ่นยนต์, รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้, Industry 4.0 และความปลอดภัยในอุตสาหกรรม สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nexcom.com

เกี่ยวกับ AuroLED

ธุรกิจของ AuroLED ประกอบด้วย IoT based Mobile Transportation Solutions for Public Transport, Mobile Financial Solutions, IoT based School Bus Solution, LED Passenger Information Systems for Transportation และ Full Color LED Display Solutions for Sports Events นอกจากนั้นบริษัทยังขยายการให้บริการไปในด้าน IoT Mining, Planning and Scheduling backend server Software and Analytics ด้วย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aurodisplay.com

ติดต่อ 
ลี่หยิน หลิน
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
อีเมล: liyinlin@nexcom.com.tw
โทร. +886 2 8226 7786 ต่อ 2110

รายงานผลความสำเร็จของการประชุม St. Petersburg International Economic Forum 2016 “เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความเป็นจริงด้านใหม่ของเศรษฐกิจโลก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, รัสเซีย–28 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

การประชุม St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) ครั้งที่ 20 ประจำปี 2016 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16-18 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 12,000 รายจาก 133 ประเทศทั่วโลก ทั้งตัวแทนจากภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสื่อมวลชน โดยในวันที่ 16 มิถุนายน นายเซอร์เก ปริคอดโก รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียและผู้อำนวยการสำนักประธานาธิบดี ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการจัดงาน SPIEF ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานในระหว่างพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ บรรดาผู้นำประเทศ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงผู้บริหารบริษัทและองค์กรข้ามชาติชั้นนำ ต่างพร้อมใจกันเข้าร่วมการประชุมเชิงธุรกิจระดับนานาชาติครั้งสำคัญนี้ 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแบบมัลติมีเดียได้ที่นี่

http://www.multivu.com/players/uk/7869551-outcomes-20th-spief-2016/ 

นายแอนตัน โคเบียคอฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานและเลขาธิการบริหารของคณะกรรมการจัดงาน SPIEF ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ว่า “หนึ่งในความสำเร็จที่เด่นชัดของการประชุมครั้งนี้คือ การได้ตอกย้ำชื่อเสียงในฐานะเวทีใหญ่ระดับโลกสำหรับการหารืออย่างตรงไปตรงมาระหว่างผู้แทนของรัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ในประเด็นของความท้าทายต่างๆที่ภาคการเงินและเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญ ขณะเดียวกันจำนวนผู้เข้าร่วมงานยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่บ่งชี้ว่า รัสเซียเป็นศูนย์กลางทางการเงินและธุรกิจที่สำคัญของโลก เราให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของผู้เข้าร่วมงาน และที่สำคัญกว่านั้นคือ ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างพันธมิตร แขกผู้มาเยือน และผู้เข้าร่วมการประชุมทุกคน” 

SPIEF เป็นการประชุมระดับแนวหน้าทั้งในแง่ของขนาดและจำนวนของประเด็นในการประชุม โดยมีการประชุมย่อย การประชุมชี้แจง การแถลงข่าว และการจัดประชุมโต๊ะกลมรวมกันทั้งสิ้นกว่า 300 รายการ 

5 หัวข้อหลักของการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย

– การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

– การทำความเข้าใจศักยภาพทางเศรษฐกิจของรัสเซีย

– ปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ทางด้านภูมิศาสตร์-เศรษฐกิจ

– การกรุยทางสู่การปฏิวัติเทคโนโลยี

– มิติด้านมนุษย์

การประชุมครั้งนี้มีวิทยากรและผู้ดำเนินรายการมากกว่า 600 คนที่เข้าร่วมการอภิปรายและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นอกจากนั้นยังมีผู้บริหารบริษัทรัสเซียกว่า 600 คน รวมถึงผู้บริหารบริษัทต่างชาติราว 300 คนเข้าร่วมการประชุมด้วย

งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างล้นหลาม โดยมีตัวแทนจากสื่อต่างๆรวมกว่า 2,651 ราย (2,156 รายจากรัสเซีย และ 495 รายจากต่างประเทศ) จากองค์กร 700 แห่ง (542 แห่งจากรัสเซีย และ 158 จากต่างประเทศ) ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานนี้ และมีใบสมัครเข้าร่วมงานจาก 47 ประเทศทั่วโลก (ไม่รวมรัสเซีย)  

 

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160624/383117 )

วิดีโอhttp://www.multivu.com/players/uk/7869551-outcomes-20th-spief-2016/

ที่มา: Roscongress Foundation

JNA Awards เผยรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายประจำปี 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–27 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

JNA (Jewellery News Asia) ผู้จัดงานมอบรางวัล JNA Awards อันทรงเกียรติ ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 10 สาขาในงานแถลงข่าววันนี้ ณ มหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับฮ่องกง ประจำเดือนมิถุนายน (June Hong Kong Jewellery & Gem Fair)

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.prnasia.com/mnr/jna_201606.shtml

 วิดีโอhttp://static.prnasia.com/pro/media/201606/jna/video.mp4

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160627/8521604143-a

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160627/8521604143-b

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160627/8521604143-c

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160627/8521604143-d

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20151201/8521508177LOGO

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20150730/8521504987LOGO

JNA Awards ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ในปีนี้ ในฐานะเวทีประกาศรางวัลชั้นแนวหน้าที่ให้การยกย่องและเชิดชูความสำเร็จและความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยมุ่งเน้นไปที่ความเจริญก้าวหน้าของการค้าในเอเชีย  

สำหรับปีนี้ ได้มีการคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายจำนวน 39 ราย จากบริษัท 28 แห่ง ใน 10 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม โดย 1 ใน 3 ของผู้เข้ารอบสุดท้ายเหล่านี้เข้าร่วมประกวดหรือเข้าชิงรางวัลเป็นครั้งแรก

วอลแฟรม ดายเนอร์ รองประธานอาวุโสของ UBM Asia กล่าวว่า ปีนี้เป็นการครบรอบปีที่ 5 ของรางวัล JNA Awards และเรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จที่เราได้รับจนถึงตอนนี้ ในแง่ของการสร้างการรับรู้และส่งเสริมความเป็นเลิศในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ความเป็นผู้นำ และต้นแบบธุรกิจที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ”

เลติเทีย โจว ผู้ก่อตั้ง JNA ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Jewellery Group ของ UBM Asia และประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัล JNA Awardsกล่าวว่า “ดิฉันขอขอบคุณคณะกรรมการตัดสินรางวัลทุกท่านจากใจจริงอีกครั้ง ที่ได้สละเวลามาช่วยพิจารณาจนได้รายชื่อบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาในครั้งนี้ “

ปีนี้มีผู้ร่วมส่งผลงานคุณภาพเข้าประกวดกว่า 100 ราย ขณะที่บริษัทและประเทศที่เข้าร่วมก็มีจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านๆมา” โจวกล่าว

เราได้รับใบสมัครมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา” โจวกล่าวเพิ่มเติม “ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นและมีกำลังใจที่ได้เห็นบริษัทหน้าใหม่เข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ รวมทั้งได้รับการยอมรับสำหรับความสำเร็จและความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ”

คณะกรรมการตัดสินรางวัลประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับนับถือในแวดวงอุตสาหกรรมจำนวน 5 ท่าน ได้แก่ อัลเบิร์ต เฉิง ที่ปรึกษา World Gold Council ประจำภูมิภาคตะวันออกไกล, เจมส์ เคอเรจ อดีตประธานบริหารของ Platinum Guild International และอดีตประธาน Responsible Jewellery Council,หลิน เชียง ประธานและกรรมการผู้จัดการของ Shanghai Diamond Exchange (SDE), นิรูปา บัตห์ กรรมการผู้จัดการของ Gemological Institute of America ประจำอินเดียและตะวันออกกลาง และ ยาสุคาซึ สุวะ ประธานบริษัท Suwa & Son, Inc. ประเทศญี่ปุ่น

รับชมรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายได้ที่:  http://www.jnaawards.com/Results/2016/tabid/7177/Default.aspx#.V3EBR9J96mx

สำหรับพิธีประกาศรางวัล JNA Awards และงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ประจำปีนี้ จะมีขึ้นในวันที่ 14 กันยายน ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ฮ่องกง

ติดต่อ:
+852-2516-2184
marketing@JNAawards.com

OUE เปิดตัว OUE Skyspace LA พร้อม Skyslide หนึ่งเดียวของโลกที่อาคาร U.S. Bank Tower

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–27 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

OUE Limited (“OUE” หรือ “เครือบริษัท”) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบบูรณาการซึ่งจดทะเบียนบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ได้จัดพิธีตัดริบบิ้นเพื่อเปิดตัวโครงการที่ตั้งหน้ารอคอยกันมานานอย่าง OUE Skyspace LA ณ อาคาร U.S. Bank Tower ซึ่งสูงเด่นกลางเมืองใหญ่

 

รูปภาพ 1 – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160627/8521604176-a

คำบรรยายใต้ภาพ: นายเรย์มอนด์ ชาน รองนายกเทศมนตรีลอสแองเจลิส และนายสตีเฟน เรียดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OUE ร่วมกันตัดริบบิ้นในพิธีเปิด OUE Skyspace LA อย่างเป็นทางการ โดยมีนายคริสโตเฟอร์ วิลเลียมส์ รองประธานบริหารของ OUE เฝ้ามองอยู่ด้านข้าง

 

รูปภาพ 2 – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160627/8521604176-b

Skyslide สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนครลอสแองเจลิส

OUE Skyspace LA โครงการใหม่นี้เป็นดาดฟ้าชมวิวแบบโอเพ่นแอร์ที่สูงที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยความสูงเกือบ 1,000 ฟุตเหนือใจกลางนครลอสแองเจลิส และเป็นจุดชมวิวแรกที่เปิดให้รับชมทัศนียภาพเมืองใหญ่นี้แบบ 360 องศา ตั้งแต่ฮอลลีวูดฮิลล์จรดมหาสมุทรแปซิฟิก

OUE Skyspace LA พร้อมมอบประสบการณ์แสนวิเศษแก่ผู้มาเยือน อาทิ จุดให้บริการแบบอินเทอร์แอคทีฟบนชั้น 2, 54, 69 และ 70 โดยนอกเหนือจากทัศนียภาพอันตื่นตาตื่นใจแบบพาโนรามาที่สามารถมองผ่านดาดฟ้าชมวิวสูง 2 ชั้นซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้นสูงๆแล้ว ผู้มาเยือนยังสามารถชมวิวเมืองใหญ่อันตระการตานี้ได้แบบที่ไม่เคยสัมผัส ณ ที่ใดมาก่อน บนพื้นที่ Skyslide อันแสนจะเร้าใจ Skyslide เป็นสไลด์กระจกใสที่มีความหนาเพียง 1 ? นิ้วยื่นออกมาจากพื้นผิวภายนอกของอาคาร U.S. Bank Tower ด้วยความยาว 45 ฟุตจากชั้น 70 สไลด์ลงมาถึงชั้น 69 เพื่อมอบประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ใดแก่ผู้มาเยือนอย่างแท้จริง

OUE Skyspace LA เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอสังหาฯอย่างครอบคลุมโดย OUE เพื่อแปลงโฉมอาคาร U.S. Bank Tower ที่ได้รับกรรมสิทธิ์มาในปี 2556 จากอาคารพาณิชย์ทั่วไปให้เป็นแหล่งธุรกิจที่มีชีวิตชีวาและเป็นจุดหมายปลายทางของการพบปะและการท่องเที่ยว การก่อสร้างดาดฟ้าชมวิวและบริเวณทางเชื่อมที่เรียกว่า “Skyslide” เริ่มขึ้นในปี 2557 ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 31 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ เมื่อปรับปรุงอาคารเสร็จแล้ว ยังมีการปรับโฉมบริเวณห้องโถงของสำนักงานมูลค่ากว่า 26 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมาพร้อมกับจอโทรทัศน์ติดผนังแสดงศิลปะความละเอียดสูงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจอหนึ่งของประเทศ

ดร.สตีเฟน เรียดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OUE เผยว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ฉลองให้กับการแปลงโฉมอาคาร U.S. Bank Tower ที่แล้วเสร็จไปแล้ว และด้วยการปรับปรุงยอดอาคารครั้งนี้ OUE Skyspace จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นสะดุดตา ซึ่งจะช่วยส่งให้อาคาร U.S. Bank Tower เป็นไอคอนประดับขอบฟ้าของนครลอสแองเจลิสอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้”

ลูซี่ รูแมนติร์ ประธานและซีอีโอฝ่าย The Americas ของ OUE ได้กล่าวตอกย้ำถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การเปิดตัว OUE Skyspace LA จะมอบมุมมองและไอเดียใหม่ๆให้กับแลนด์มาร์คที่สูงที่สุดของแอลเอ และด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของอาคารแห่งนี้ ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ของเมืองด้วยมุมมองใหม่อันน่าตื่นเต้น”

สื่อมวลชนติดต่อ:

John Gamboa

โทร: +1-213-337-3952

อีเมล: johngamboa@oue.com.sg