มหกรรม Africa Oil Week /Africa Upstream ครั้งที่ 23 งานใหญ่แห่งอุตสาหกรรมน้ำมันและพลังงาน เตรียมเปิดฉากที่แอฟริกาใต้ปลายปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เคปทาวน์, แอฟริกาใต้7 มิ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้

ภาครัฐและเอกชนจับมือกันเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ LNG ของแอฟริกา

Global Pacific & Partners ร่วมมือกับ ITE Group เตรียมจัดงาน Africa Oil Week / Africa Upstream ครั้งที่ 23 ประจำปี 2016 ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้

 

22nd Africa Oil Week 2015. (C) Goosebump Productions (PRNewsFoto/Global Pacific & Partners)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160601/374144 )

22nd Africa Oil Week 2015. (C) Goosebump Productions (PRNewsFoto/Global Pacific & Partners)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160601/374145 )

ผู้เข้าร่วมงานจะได้

– รับความรู้จากผู้บรรยายชั้นนำ 130 ท่าน

– เจรจาและคว้าโอกาสทำข้อตกลงซื้อขายสิทธิสำรวจปิโตรเลียมกับบริษัทน้ำมันของรัฐและเอกชน

พบปะตัวแทนจากรัฐบาล 40 ประเทศ และร่วมซื้อขายสินทรัพย์/ที่ดินใหม่

– พูดคุยเรื่องการร่วมทุนกับสถาบันการเงิน นักลงทุนสถาบัน และนักการเงิน

– สร้างเครือข่ายกับบริษัทในอุตสาหกรรมบริการและซัพพลายที่กำลังเติบโตต่อเนื่องในแอฟริกา

– พบปะกับผู้จัดแสดง 160 ราย และตัวแทนผู้บริหารระดับสูงกว่า 1,000 คน

– รับฟังการบรรยายจากผู้มีอำนาจตัดสินใจ นักคิด และผู้กำหนดนโยบายในภาครัฐและเอกชน

– ผสานประโยชน์ขององค์กรเข้ากับการพบปะสังสรรค์กับคนในแวดวงเดียวกัน

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 

Africa Upstream ครั้งที่ 23 (วันอังคาร-ศุกร์)

Africa Upstream: Africa Independents Forum ครั้งที่ 15 (วันจันทร์)

ExxonMobil Ice Breaker, Aquarium (วันจันทร์)

PetroAfricanus Dinner in Africa ครั้งที่ 78 พร้อมผู้บรรยายรับเชิญ (วันอังคาร)

Africa Local Content Forum ครั้งที่ 4

CNBC-Africa: Panels and Plenary Debates

African Institute of Petroleum Luncheon ครั้งที่ 21

Annual “Big-Five” Board Awards ครั้งที่ 20

Global Women Petroleum & Energy Club Luncheon ครั้งที่ 7

Africa Exploration Zone

Young Professionals in Africa ครั้งที่ 4

Corporate Speakers Corner

Law of the Sea: Africa Workshop

SEEP: Africa Workshop

Global Oil Press Club: Africa Breakfast 

รายชื่อผู้สนับสนุนที่ตอบรับแล้ว ประจำปี 2016 

ผู้สนับสนุนใหญ่ได้แก่ Tullow Oil และผู้สนับสนุนหลักประกอบด้วย Total, Africa Oil Corp: plus, Anadarko, ACAS- Law, Aker Solutions, Business Council for Africa, Cairn Energy, Discover Exploration, EIC (Energy Industries Council), Eland Oil & Gas, ExxonMobil, Financial Times, Herbert Smith Freehills LLP, Impact Oil & Gas Ltd, MGGS B.V., Moyes & Co, Petroleum Agency SA, Petroleum Geo-Services (PGS), Petrolin Group, Polarcus DMCC, Preng & Associates, Regalis Petroleum, RPS, SacOil Holdings, Seplat Petroleum Development Company Plc, Shell International Exploration & Production B.V, The Corporate Council on Africa 

รายชื่อผู้จัดแสดงที่ตอบรับแล้วบางส่วน  

Ghana Oil & Gas Service Providers Association, CMS Cameron, EMGS, AziNam, Veolia, Polarcus, ION Geophysical; Maersk Oil, Spectrum, Wood Group, NAMCOR, Ministry of Mines & Energy Namibia, Tullow Oil, Total

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.africa-oilweek.com

ร่วมงาน Africa Upstream 2016 แล้วคุณจะได้รู้ข้อมูลวงในของธุรกิจน้ำมันและก๊าซในแอฟริกา

Global Pacific & Partners และ ITE Group plc

แหล่งข่าว: Global Pacific & Partners

โครงการสวนน้ำรามายณะปลื้มลูกค้าแห่เที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ‏

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โครงการสวนน้ำรามายณะปลื้มลูกค้าแห่เที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ


สวนน้ำรามายณะ เผยลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงสัปดาห์แรกที่เปิดให้บริการ ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติต่างพอใจกับค่าเข้าใช้บริการในอัตรา 990 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และ 790 บาท สำหรับเด็กต่อ 1 วันซึ่งค่าบริการดังกล่าวนี้เทียบได้กับการลดราคาถึง40% เมื่อเทียบกับสวนน้ำอื่นๆที่มีเครื่องเล่นคล้ายๆกัน ในขณะที่เด็กเล็กที่สูงไม่ถึง 90 เซนติเมตรนั้น เข้าใช้บริการได้ฟรี

Johannes Pattermann, ผู้อำนวยการบริหารงานขายและการตลาด สวนน้ำรามายณะ กล่าวว่า ทางสวนน้ำของเราสร้างด้วยระบบและเครื่องมือที่มีมาตรฐานสูงสุดที่นานาชาติยอมรับ ทุกจุดที่ลูกค้าเข้าใช้บริการถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นความตั้งใจของเราที่ต้องการให้เป็นที่รับรู้ว่าสวนน้ำรามายณะเป็นสวนน้ำอันดับต้นๆ และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกอีกด้วย ซึ่งนั่นหมายถึงมีบางสิ่งให้กับทุกคน สวนน้ำรามายณะ นำเสนอความตื่นเต้นและหวาดเสียว แต่ก็ควบคู่ไปกับความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ ความสงบ ความสุข เป็นสิ่งที่เรามีให้กับลูกค้าทุกคน

นอกจากนี้ การเข้าแถวเพื่อใช้บริการในสวนน้ำนั้นใช้เวลาไม่นาน เข้าแถว ประมาณ 6-10นาทีเท่านั้น ทำให้บางครอบครัวสามารถเล่นเครื่องเล่นที่สวนน้ำซึ่งมีเครื่องเล่นต่างๆถึง 21 เครื่องได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ผู้ปกครองชื่นชอบโซนสำหรับเด็กๆ เนื่องจากเด็กๆสามารถสนุกสนานไปกับการเล่นสไลเดอร์ ปีนป่าย เครื่องฉีดพ่นน้ำ และเครื่องเล่นอื่นๆ โดยมีโซนสำหรับเด็กเล็ก และโซน Aquaplay สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย รวมถึงมีไลฟ์การ์ดมากกว่า 100 คน คอยดูแล ทำให้ผู้ปกครองวางใจได้ว่าเด็กๆไม่เพียงแต่จะได้รับความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังได้รับการดูแลด้านความปลอดภัยเป็นอย่างดี

ลูกค้าที่ชื่นชอบยืนยันว่าจะกลับไปอีกแน่นอน นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับในช่วงการเปิดเดือนแรกที่จะได้เที่ยวชมที่สวนน้ำที่สร้างด้วยความก้าวหน้าทางเทคนิค ได้รับความสนุกสนาน ตื่นเต้น ก่อนที่คิวจะยาวเนื่องจากฤดูท่องเที่ยวกำลังจะมาถึง

เครื่องเล่นบางประเภทเป็นเครื่องเล่นที่ไม่เหมือนใคร เครื่องเล่นสองประเภท อควาโคสเตอร์  เป็นเครื่องเล่นที่มีความยาว ติดอันดับหนึ่งในสามของโลก มีฟรีฟอล และอควาลูป สไลด์ ยิงออกจากแคปซูลสิ่งที่ผู้เล่นสนุกสนานอีกอย่างคือ สระน้ำวนซึ่งยาวถึง 750 เมตร และมีละลอกคลื่น น้ำตก สระน้ำวน ซึ่งผู้เล่นสามารถชื่นชมบรรยากาศโดยรอบเนินเขา

ธีมเมืองโบราณของสวนน้ำ มีถ้ำ รูปปั้น และสิ่งต่างๆ ที่จะทำให้นึกถึงเมืองโบราณที่ถูกลืม สมาชิกในครอบครัวสามารถหยุดพัก และผ่อนคลายในโซนคลื่นเทียม ซึ่งมีถึงสองส่วน มีร้านอาหารนานาชาติ และอาหารไทย หลายหลายเมนูให้เลือก มีบาร์เครื่องดื่ม และกิจกรรมอื่นๆ มากมาย ซึ่งจะทำให้ทั้งครอบครัวใช้เวลาด้วยกันทั้งวันอย่างมีความสุข เป็นความทรงจำที่มิรู้ลืม

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Johannes Pattermann, Sales & Marketing Director
อีเมล johannes@rwpark.com หรือ

Kansini Vanapermul, Sales & Marketing Manager
อีเมล kansini@rwpark.com โทร: 03300 5929

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค เปิดตัว cnPilot(TM) E500 จุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi ภายนอกอาคารที่รองรับอุปกรณ์ได้จำนวนมาก นำเสนอการเชื่อมต่อในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่นภายใต้สภาวะซับซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โรลิง มีโดวส์, อิลลินอยส์–7 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            – E500 นำเสนอการทำงานประสิทธิภาพสูงในสภาพแวดล้อมภายนอกอาคาร ตลอดจนความยืดหยุ่นในการจัดการเครือข่ายได้อย่างครบวงจรผ่านคลาวด์ – 

            แคมเบียม เน็ตเวิร์ค ( Cambium Networks(TM) ) ผู้ให้บริการโซลูชั่นบรอดแบนด์ไร้สายชั้นนำของโลก ขอแนะนำ  cnPilot E500 จุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi(Wi-Fi Access Point) ภายนอกอาคาร ซึ่งควบคุมการทำงานโดยคอนโทรลเลอร์ นำเสนอการเชื่อมต่อที่รองรับอุปกรณ์ได้จำนวนมากภายใต้สภาวะแวดล้อมอันซับซ้อน AP รุ่นนี้เป็นดูอัลแบนด์ มาตรฐานเครือข่ายไร้สาย 802.11ac ซึ่งมีความทนทานระดับ IP67 รองรับชื่อเครือข่าย W-Fi (SSID) 16 ชื่อ และรองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้น 256 ราย ตอบโจทย์สำหรับองค์กร บริษัทผู้ให้บริการ และผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่มองหาโซลูชั่น WLAN ประสิทธิภาพสูงเชื่อถือได้ ในราคาที่เอื้อมถึง

 

            โลโก้http://photos.prnewswire.com/prn/20140613/117974

            cnPilot E500 นำเสนอฟีเจอร์ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะพบได้ใน AP ที่ราคาสูงกว่านี้สองเท่า ผลิตภัณฑ์นี้มีจุดเด่นอยู่ที่กำลังส่งไฟฟ้าที่สูงถึง 29 dBm ความสามารถในการจ่ายไฟแบบ Daisy-chain ด้วยพอร์ท PoE out ให้กับกล้องรักษาความปลอดภัยหรือโหนดการเชื่อมต่อวิทยุภาคพื้นดินไร้สาย (Wireless Backhaul Link Node) และฟิลเตอร์ที่อยู่ร่วมกับ LTE สำหรับกรองสัญญาณรบกวนเครือข่าย LTE แบบ Small Cell ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง E500 สามารถรองรับผู้ใช้จำนวนมากในสภาพแวดล้อมภายนอกอาคารที่ซับซ้อน ตอบโจทย์สำหรับพื้นที่ที่ต้องการ AP WLAN 802.11ac ประสิทธิภาพสูงนอกตัวอาคาร สำหรับการควบคุมการทำงานของE500 สามารถทำได้อย่างง่ายดายด้วย cnMaestro(TM) จากแคมเบียม เน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นคอนโทรลเลอร์ Wi-Fi บนคลาวด์หรือภายในที่ตั้งสำนักงาน

            ฟีเจอร์เด่นของ E500

            – เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก รองรับผู้ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 256 คน และ 16 SSID

            – มาตรฐาน IP67 และช่องระบายแรงดัน ซึ่งพัฒนาขึ้นให้สามารถทนกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนภายนอกอาคาร ทนทานต่อลม ทราย และน้ำฝน และป้องกันการเกิดความเสียหายภายในจากการสะสมของความชื้น

            – สามารถเชื่อมต่อเพื่อส่งต่อแบบตาข่าย (Mesh) เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายนอกอาคาร

            – คลื่นวิทยุที่ดีที่สุดในราคาระดับเดียวกัน ชูโซลูชั่นรองรับอุปกรณ์จำนวนมากในราคาที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบคู่แข่ง

            – ติดตั้งและใช้งานง่ายด้วยความสามารถของคอนโทรลเลอร์ cnMaestro

            “E500 พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถตอบสนองความต้องการด้าน Wi-Fi และอุปกรณ์ความปลอดภัยสาธารณะ สำหรับเครือข่ายขนาดใหญ่ไบรอัน แมกนูสัน ประธานแคสเคด เน็ตเวิร์ค (Cascade Networks) จากรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ในขณะที่คลื่นวิทยุถูกวางอยู่ในจุดที่สภาพแวดล้อมภายนอกอาคารและคลื่นความถี่วิทยุมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลับ แต่เครือข่ายก็สามารถทำงานในระดับที่มั่นใจได้ ไม่ว่าสถานการณ์จะออกมาในรูปแบบใด สำหรับการใช้งานก็ง่ายมาก ทั้งยังเปิดทางให้การเชื่อมต่อซึ่งมีความจำเป็นมาก รวมทั้งพลังประมวลผล สามารถเข้าถึงจุดที่บริการเข้าถึงได้ยาก

            การรองรับอุปกรณ์จำนวนมากภายนอกอาคารจะทำได้ก็ต่อเมื่อการเชื่อมต่อแบบส่งต่อมีความยืดหยุ่นในสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้งานเครือข่ายใช้สาย ซึ่ง E500 มอบให้ถึงสองทางเลือกด้วยกันวิภู วิเวก รองประธานอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค กล่าว คือสามารถนำมาปรับตั้งค่าเพื่อให้ ePMP, PMP หรือ PTP ซึ่งเป็นโซลูชั่นจากแคมเบียนที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว เชื่อมต่อกับ E500 เพื่อรองรับระยะทางที่ไกลขึ้น หรือใช้งานโดยปรับตั้งค่าแบบ Mesh เพื่อสร้างการเชื่อมต่อไร้สายกับจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi ตัวใดก็ตามภายในและภายนอกอาคาร

            แคมเบียม เน็ตเวิร์ค จะจัดแสดง E500 และโซลูชั่น Wi-Fi อื่นๆ ผ่านทางเว็บบินาร์ในวันที่ 8-9 มิถุนายน สามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมงานได้ที่นี่ และสั่งซื้อcnPilot E500 ได้ที่ผู้จำหน่ายของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค

            สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โซลูชั่น Wi-Fi ในกลุ่ม cnPilot กรุณาเข้าชมที่ชุมชนผู้ใช้ของเราhttp://community.cambiumnetworks.com/t5/cnPilot/ct-p/WiFi หรือ http://www.cambiumnetworks.com/products/wifi/

            เกี่ยวกับ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค

          แคมเบียม เน็ตเวิร์ค เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นบรอดแบนด์ไร้สายชั้นนำระดับโลกที่ช่วยขยายขอบเขตการเชื่อมต่อ ด้วยแพลตฟอร์มบรอดแบนด์ไร้สายแบบpoint-to-point (PTP) และ point-to-multipoint (PMP) ที่มีความน่าเชื่อถือ ปรับขนาดได้ และปลอดภัย แคมเบียม เน็ตเวิร์ค ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่าย บริษัท หน่วยงานภาครัฐ กองทัพ ตลอดจนบริษัทน้ำมันและก๊าซ บริษัทสาธารณูปโภค บริษัทผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต และเครือข่ายป้องกันภัยสาธารณะต่างๆ สามารถสร้างเครือข่ายการสื่อสารที่ทรงพลังและยั่งยืน ปัจจุบัน แคมเบียม เน็ตเวิร์ค ได้ติดตั้งช่องทางการเชื่อมต่อและการสื่อสารวิทยุภาคพื้นดินกว่า 5 ล้านจุดให้กับเครือข่ายที่ต้องการในกว่า 150 ประเทศ ทั้งนี้ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค มีสำนักงานใหญ่อยู่นอกเมืองชิคาโก โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) หลายแห่งในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งที่เมืองแอชเบอร์ตัน สหราชอาณาจักร และเมืองบังกาลอร์ อินเดีย บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการผ่านทางผู้จัดจำหน่ายระดับโลกที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.cambiumnetworks.com และ www.connectingtheunconnected.org

            ติดต่อ:

            Golin ในนามของ Cambium Networks

Cyrus Hedayati

            โทร. +1 415 318 4377

            อีเมล: chedayati@golin.com

SACEM จับมือ SOCAN เซ็นสัญญาครั้งประวัติศาสตร์ครอบคลุม 2 ฝั่งแอตแลนติก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–3 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – SACEM ได้รับมอบอำนาจในระดับนานาชาติจาก SOCAN ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิ์ด้านดนตรี ในการบริหารจัดการสิทธิ์ในยุโรป

          – SACEM จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการออกใบอนุญาตในยุโรปและการจัดจำหน่ายขององค์กรด้านสิทธิในดนตรีของอเมริกาเหนือ

          – SOCAN เป็น MRO รายแรกในอเมริกาเหนือที่จะเข้ามาดูแลชุมชนในยุโรป

          Sacem ซึ่งเป็นกลุ่มด้านสิทธิของนักประพันธ์ของฝรั่งเศส และ SOCAN ซึ่งเป็นกลุ่มนักประพันธ์และผู้เผยแพร่ดนตรีแห่งแคนาดา เปิดเผยในวันนี้ถึงการทำข้อตกลงให้ Sacem สามารถบริหารจัดการและเก็บค่าบริการ DSP ในหลายดินแดนในยุโรปและใช้สิทธิ์ของนักประพันธ์ที่เป็นสมาชิกผู้สร้างสรรค์ผลงานมากกว่า 135,000 คน และผู้เผยแพร่ดนตรีในแวดวงของแคนาดา

 David Guetta / French DJ, record producer and remixer David Guetta has been a member of The Society of Authors, Composers and Publishers of Music (Sacem) since 1996. Sacem has 157,270 members, including 19,100 creators from outside France (4,080 new members in 2015) and represents over 100 million works from the global repertoire. In 2015, Sacem distributed royalties to 293,000 authors, composers and publishers worldwide for more than 2 million works. (PRNewsFoto/SACEM)

French DJ, record producer and remixer David Guetta has been a member of The Society of Authors, Composers and Publishers of Music (Sacem) since 1996. Sacem has 157,270 members, including 19,100 creators from outside France (4,080 new members in 2015) and represents over 100 million works from the global repertoire. In 2015, Sacem distributed royalties to 293,000 authors, composers and publishers worldwide for more than 2 million works. (PRNewsFoto/SACEM)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160602/375009 )

          การทำข้อตกลงจะส่งผลให้ Sacem เป็นกลุ่มแรกในยุโรปที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนด้านสิทธิที่เกี่ยวกับดิจิทัลขององค์กรด้านสิทธิในดนตรีของอเมริกาเหนือในวงการออกใบอนุญาตทั่วทั้งยุโรป ซึ่งเพิ่มจำนวนของดนตรีที่ Sacem ได้เป็นตัวแทนของผู้สร้างสรรค์ผลงานและผู้เผยแพร่กว่า 157,000 รายอยู่แล้ว หรือผ่านทางผู้ได้รับสิทธิ์ในปัจจุบัน เช่น UMPI หรือ Wixen Publishing การทำข้อตกลงนี้ช่วยให้สมาชิกของ SOCAN ได้รับผลประโยชน์ในทันที เนื่องจากทางองค์กรจะนำเสนอผลประโยชน์ที่มีความแตกต่างในการเก็บค่าบริการ และความโปร่งใส ความเร็ว และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสิทธิของนักประพันธ์

          Sacem เป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งของ Armonia ซึ่งเป็นศูนย์กลางการออกใบอนุญาตด้ายดนตรีผ่านทางออนไลน์ของยุโรป และการมอบสิทธิ์ระหว่างSOCAN/Sacem จะดำเนินการผ่านทางแพลตฟอร์มของ Armonia ในเฟรมเวิร์กดังกล่าว SOCAN จะร่วมมือกับชุมชน Armonia และจะได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากความเรียบง่ายในการเจรจากับผู้ให้บริการดิจิทัลและการให้บริการประมวลผลซึ่งให้บริการล้างข้อมูลและเพิ่มสีสันโดยอัตโนมัติเพิ่มอีกหนึ่งเสียง ซึ่งนำไปสู่การระบุตัวตนของผลงานและเครื่องมือของ BI ที่มีความแม่นยำมากขึ้น

          Jean-Noel Tronc ซีอีโอของ Sacem กล่าวว่า “เรายินดีอย่างยิ่งกับการตัดสินใจของ SOCAN ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของเราในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านดิจิทัลเพื่อให้มีความยุติธรรมและโปร่งใสของการจ่ายรายได้ให้กับนักประพันธ์เพลงแบบออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น การทำข้อตกลงของ Sacem/SOCAN จะช่วยยกระดับชุมชนของ Armonia และเป็นครั้งแรกที่มีการขยายตัวไปนอกยุโรป”

          อีริค แบบติสต์ ซีอีโอของ SOCAN กล่าวว่า “การทำข้อตกลงนี้หมายความว่า สมาชิกกว่า 135,000 คนของ SOCAN จะได้รับผลประโยชน์อย่างมากจากการยกระดับการติดตามค่ารอยัลตี้ในตลาดเพลงยุโรปที่กำลังขยายตัว การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ เราหวังว่าจะมอบผลตอบแทนที่สูงกว่าให้กับนักแต่งเพลง ผู้ประพันธ์ และผู้เผยแพร่ของแคนาดา ช่วยให้เราสามารถมีส่วนร่วมในเชิงลึกมากขึ้นในตลาดเกิดใหม่ในทั่วโลก”

          เกี่ยวกับ Sacem

           http://www.sacem.fr/en

          Society of Authors, Composers and Publishers of Music (Sacem) มีจุดประสงค์ในการเป็นตัวแทนและปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ดนตรีในทุกรูปแบบ พันธกิจที่สำคัญของชุมชนก็คือการเก็บค่ารอยัลตี้และจ่ายเงินให้กับนักประพันธ์ นักแต่งดนตรี และผู้เผยแพร่ซึ่งทำงานในด้านการวางจำหน่ายและการผลิตซ้ำ

          ในปี 2558 Sacem จ่ายค่ารอยัลตี้ให้กับนักประพันธ์ นักประพันธ์ดนตรี และผู้เผยแพร่จำนวน 293,000 รายทั่วโลกสำหรับผลงานมากกว่า 2 ล้านชิ้น

          เกี่ยวกับ SOCAN

           http://www.socan.ca

          SOCAN เป็นองค์กรที่เปิดรับสมัครสมาชิกและเป็นตัวแทนด้านสิทธิในการดำเนินการของแคนาดาให้กับผู้สร้างสรรค์และผู้เผยแพร่ดนตรีของแคนาดาและทั่วโลกกว่า 4 ล้านราย

          ติดต่อ:

          Sandra Valerii

          มือถือ: +337-84-37-65-75

          อีเมล: sandra.valerii@sacem.fr

          Anna Younger

          Instinctif Partners

          โทร: +44(0)207-457-2020

          SOCAN

          Andrew Berthoff

          โทร: +1-416-442-3836

          อีเมล: berthoffa@socan.ca

          แหล่งข่าว: SACEM

“XCMG” จับมือ “อาลีบาบา” สร้าง XCMG-Cloud แพลตฟอร์มยิ่งใหญ่สำหรับภาคอุตสาหกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน–3 มิ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์

XCMG ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างชั้นนำของโลก ประกาศเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่า บริษัทจะจับมือกับอาลีหยุน (Aliyun) ผู้ให้บริการประมวลผลรูปแบบคลาวด์ของอาลีบาบา เพื่อสร้าง XCMG-Cloud แพลตฟอร์มที่ครอบคลุมระดับสูงสำหรับภาคอุตสาหกรรมโดยใช้ฐานข้อมูลของ XCMG และระบบข้อมูลที่ครบถ้วนในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ทั้งนี้ XCMG-Cloud จะถูกนำไปใช้ในการแบ่งปันข้อมูลจำนวนมหาศาลและสนับสนุนการควบรวมในอนาคต

หวาง หมิน ประธานบริษัท XCMG กล่าวว่า “การคิดในยุคอินเทอร์เน็ตจะทลายกำแพงที่ขวางกั้นผู้คน บริษัท อุตสาหกรรมและประเทศต่างๆ ทำให้สามารถรวบรวมทรัพยากรได้มากขึ้นเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ทุกคนได้ประโยชน์บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนี่นับเป็นความรับผิดชอบในก้าวแรกของเรา”

XCMG ได้เปิดตัวโปรเจคทั้งหมดในปี 2552 เพื่อยกระดับระบบข้อมูลของบริษัท ด้วยการเชื่อมโยงงานวิจัยและการพัฒนา การผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการรวบรวมข้อมูลด้านอุตสาหกรรมขนาด 150 เทเลไบต์

ปัจจุบัน ระบบดังกล่าวถูกนำไปปรับใช้ในหลายสาขา อาทิ การผลิตอัจฉริยะ การวินิจฉัยระยะไกลและบริการหลังการขาย และจะกลายเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งเพื่อช่วยสนับสนุนการสร้างแพลตฟอร์มคลาวด์ขั้นพื้นฐานในเบื้องต้นของ XCMG-Cloud

XCMG จะร่วมมือกับ Aliyun ในการสร้างศูนย์บริการร่วม โดยแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ได้แก่ ยูสเซอร์ อัลกอริทึม การค้า การประมวลผล และระบบโลจิสติกส์ เพื่อให้สามารถพัฒนาและจัดการระบบในแต่ละส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนในห่วงอุตสาหกรรมจะสามารถใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชั่นของXCMG-Cloud ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ห่วงโซ่อุปทานอัจฉริยะ โรงงานอัจฉริยะ หรือการบริการสังคม

ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งมีศักยภาพทางการตลาดสูงมากในประเทศจีน” จิน เจี๋ย ผู้จัดการทั่วไปของ Aliyun สาขานานกิงกล่าว “องค์กรต่างๆอาจต้องใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคยและเปิดใจยอมรับเทคโนโลยีใหม่นี้อยู่บ้าง แต่ XCMG ต้องการแบ่งปันแนวคิดและเป้าหมายของเรา ในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Predixของจีนให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง”

ด้วยระบบ XCMG-Cloud บริษัท XCMG จึงได้สร้างโมเดลใหม่เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตในอนาคต โดยโมเดลนี้จะผสานเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตกับบริษัทที่พึ่งการใช้แพลตฟอร์มเข้าด้วยกันเพื่อปฏิวัติผลิตภัณฑ์และโมเดลการตลาดแบบเดิม ๆ ซึ่งต้องพึ่งพาการใช้ Core Technology

นายหวังกล่าวว่า “XCMG จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านและยกระดับบริษัทด้านการผลิตในจีนผ่านการสรรสร้างแพลตฟอร์มประมวลผลระบบคลาวด์สุดล้ำเพื่อการนำมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมจีน และด้วยวิธีการสร้างระบบนิเวศน์ของการใช้งานระบบคลาวด์อันทันสมัยเป็นครั้งแรก

เกี่ยวกับ XCMG  

XCMG เป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรหนักข้ามชาติที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 73 ปี ปัจจุบันติดอันดับ 5 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 170 กว่าประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ www.xcmg.com หรือเพจ XCMG บน เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, ยูทูบ, ลิงด์อิน และอินสาแกรม

GCL ร่วมงาน “Renewable Energy Asia 2016” พร้อมอวดโฉมนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์สุดล้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–3 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไทยเข้าเยี่ยมชมบูธของ GCL ในงานนี้

บริษัท GCL System Integration Technology Co., Ltd เข้าร่วมอวดโฉมนวัตกรรมด้านพลังงานแสงอาทิตย์ในงาน “Renewable Energy Asia 2016″ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1-4 มิถุนายน โดยในวันแรกของการจัดงาน พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพร้อมคณะผู้แทน ได้เข้าเยี่ยมชมบูธของ GCL และพูดคุยกับนายหู หุยหมิง รองประธานบริษัท โดยได้กล่าวชมเชยถึงความมุ่งมั่นของ GCL ในการนำเสนอพลังงานสะอาดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และยินดีสนับสนุน GCL ในการร่วมมือกับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของไทย

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160601/0861605351-a

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไทยเข้าเยี่ยมชมบูธ GCL

 

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160601/0861605351-b

GCL เผยโฉมเซลล์แสงอาทิตย์กระจกแซฟไฟร์

โอกาสนี้ นายหู หุยหมิง ได้แสดงถึงความตั้งใจจริงของ GCL ในการสนับสนุนการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย โดยเผยว่า ขณะนี้ GCL กำลังจัดตั้งทีมงานในไทยและวางแผนว่าจะลงทุนในภาคการผลิตของไทย นอกจากนี้ บริษัทยังสนใจที่จะร่วมมือกับผู้ประกอบการในไทย เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดไปด้วยกัน

ในงานนี้ GCL ได้ยกขบวนผลิตภัณฑ์แฟลกชิปมาอวดโฉมมากมาย อาทิ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง ไปจนถึงระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีผลิตภัณฑ์เด่นคือ แผงเซลล์แสงอาทิตย์กระจกแซฟไฟร์ชนิดความหนาแน่นสูง ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้เกิน 350 วัตต์ และมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงาน 17.3%สำหรับเทคโนโลยีกระจกแซฟไฟร์นั้นช่วยให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นถึง 11% เมื่อเทียบกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั่วไปที่มีจำนวนเซลล์เท่ากัน ทั้งยังช่วยลดช่องว่างระหว่างประสิทธิภาพของแผงกับของเซลล์จาก 2% เหลือเพียง 0.3%

นับตั้งแต่การก่อตั้ง บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศมาโดยตลอด และประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยนายหูกล่าวในงานนี้ว่า GCL ได้รับการยอมรับอย่างมากทั้งในด้านเทคโนโลยี ชื่อเสียงของแบรนด์ และตัวผลิตภัณฑ์ บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายให้ทะยานขึ้นจากปีที่แล้ว โดยได้เดินหน้าขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แอฟริกา อเมริกาใต้ และตลาดหลักอื่นๆ

เกี่ยวกับ GCL System Integration Technology Co. Ltd

GCL System Integration Technology Co. Ltd (GCL System) (หมายเลขในตลาดหุ้นเซินเจิ้น 002506) เป็นบริษัทในเครือของ Golden Concord Group (GCL)ซึ่งติดท็อป 500 ของบริษัทพลังงานระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตพลังงานสะอาดและยั่งยืน บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 และปัจจุบันมีพนักงาน 20,000 คน ทั้งนี้ GCL เป็นผู้จัดหาเซลล์แสงอาทิตย์แบบเวเฟอร์คิดเป็นสัดส่วน 35% ของทั่วโลก และคิดเป็นสัดส่วน 30% ของตลาดเซลล์แสงอาทิตย์ซิลิคอน นอกจากนั้นยังมีสินทรัพย์ทั่วโลกมูลค่าเกือบ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

GCL System ส่งมอบแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 5 กิกะวัตต์ และมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของโลก นอกจากนี้ บริษัทยังนำเสนอโซลูชั่นพลังงานสุดล้ำสมัยแบบครบวงจรในจุดเดียว และดำเนินงานโดยใช้ห่วงโซ่อุปทานแบบบูรณาการแนวดิ่ง จนสามารถสร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งผ่านการพัฒนาโซลูชั่นพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทันสมัย ซึ่งผนวกรวมดีไซน์ ผลิตภัณฑ์ และบริการไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์

Tech Mahindra หนุนกระทรวงยานยนต์ของรัฐเนวาดา สหรัฐฯ ยกระดับการดำเนินงานให้ทันสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดัลลัส – 3 มิ.ย. – พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

-บริษัทคว้าสัญญา 5 ปี มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและวางระบบในโครงการ SysMod

Tech Mahindra ผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้ดิจิทัล การให้คำปรึกษา และการยกเครื่องธุรกิจ ประกาศว่า บริษัทได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงยานยนต์(Department of Motor Vehicles – DMV) ของรัฐเนวาดา ให้เป็นผู้ออกแบบและวางระบบ (Prime Integrator) สำหรับโครงการ System Modernization หรือ“SysMod” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานของ DMV ให้มีความทันสมัย

 Tech Mahindra - Mahindra Satyam Merger Consummated / Tech Mahindra Logo

Tech Mahindra Logo

(โลโก้:  http://photos.prnewswire.com/prnh/20130625/623008 )

Tech Mahindra จะใช้โซลูชั่นระดับรางวัลอย่าง MOVES(TM) เพื่อวางพื้นฐานการพลิกโฉมการดำเนินงานของทางกระทรวงฯ โดยจะมีการย้ายโซลูชั่นไปยังโครงสร้างเทคโนโลยีของ Oracle และจะมอบประสบการณ์การให้บริการลูกค้าผ่านหลายช่องทาง โซลูชั่นที่เป็นระบบดิจิทัลนี้จะช่วยยกระดับการบริการลูกค้า ลดเวลาในการประมวลผลรายการ และช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งผลิตภัณฑ์และการบริการจากทางกระทรวงฯ ออกสู่ตลาด ทั้งนี้ สัญญาดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานและการบริการต่างๆนั้น มีมูลค่ารวมสูงกว่า 70 ล้านดอลลาร์ ภายในระยะเวลา 5 ปี

“เราตื่นเต้นและยินดีที่จะได้ร่วมมือกับ Tech Mahindra ในการสร้างอนาคตของ DMV” เทอร์รี แอล แอนเดอร์สัน ผู้อำนวยการกระทรวงยานยนต์ กล่าว “นี่ไม่ใช่แค่การอัพเกรดเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เรากำลังจะสร้างหน่วยงานด้านยานยนต์ที่สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพไม่เป็นสองรองใคร อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของนวัตกรรมและหน่วยงานรัฐบาลที่มีการตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใต้แผนพัฒนารัฐเนวาดา (Nevada Strategic Planning Framework) เป็นระยะเวลา 5 ปีของท่านผู้ว่าการรัฐ ไบรอัน แซนโดวัล”

Tech Mahindra รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นพันธมิตรกับกระทรวงยานยนต์ของรัฐเนวาดาในการออกแบบและวางอนาคตให้กับ DMV” อาร์วินด์ มัลโฮตรา หัวหน้ากลุ่มงานลูกค้าเชิงกลยุทธ์กล่าว “เราจะออกแบบและวางระบบอย่างเป็นขั้นตอน โดยใช้วิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile และใช้สถาปัตยกรรมไอทีที่มีความทันสมัย”

เกี่ยวกับ Tech Mahindra

Tech Mahindra มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกที่เชื่อมถึงกันมากขึ้น ผ่านการนำเสนอบริการและโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กร หุ้นส่วน และสังคมก้าวไปข้างหน้าตามแนวคิด Rise(TM) บริษัทของเรามีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผู้เชี่ยวชาญรวมกันกว่า107,100 คนใน 90 ประเทศ ที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้ากว่า 800 รายทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้มีบริษัทระดับ Fortune 500 รวมอยู่ด้วยหลายแห่ง แพลตฟอร์มสุดล้ำสมัยและสินทรัพย์หมุนเวียนของเราได้ช่วยหลอมรวมเทคโนโลยีต่างๆไว้ด้วยกัน เพื่อมอบคุณค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ให้แก่ผู้ถือผลประโยชน์ทุกคน ทั้งนี้ Tech Mahindra เป็นบริษัทระดับ Fab 50 ในเอเชีย จากการจัดอันดับของ Forbes ในปี 2557

Tech Mahindra เป็นส่วนหนึ่งของ Mahindra Group เครือบริษัทที่มีมูลค่า 1.69 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีพนักงานรวมกันกว่า 200,000 คนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เครือบริษัทดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมหลักๆที่มีส่วนขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเป็นผู้นำในแวดวง รถแทรกเตอร์   รถยนต์อเนกประสงค์   เทคโนโลยีสารสนเทศ   ธุรกิจตลาดหลังการขาย และ บริการที่พักแบบ vacation ownership

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อรู้จักเราให้มากขึ้นได้ที่ http://www.techmahindra.com

หรือผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย: FacebookTwitterLinkedInYouTube

เกี่ยวกับกระทรวงยานยนต์ รัฐเนวาดา 

กระทรวงยานยนต์ (DMV) เป็นผู้ออกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ การออกทะเบียนและป้ายทะเบียนรถยนต์ในรัฐเนวาดา นอกจากนี้ยังเป็นหน่วยงานที่อนุญาต กำกับดูแล และเก็บภาษีรถยนต์ บริษัทขนส่ง และอุตสาหกรรมพลังงาน

พันธกิจของ DMV คือการนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ๆและทันสมัย โดยอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริการลูกค้า และการฝึกอบรมบุคลากร ควบคู่ไปกับการป้องกันการทุจริตและปกป้องประชาชนผู้ขับขี่ด้วยการใช้มาตรการบังคับควบคุมและการอนุญาต ในขณะที่ยังคงรักษาความปลอดภัยข้อมูลของ DMV  

DMV มีบุคลากรมากกว่า 1,100 ราย และจัดเก็บรายได้ได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งจะนำไปใช้สนับสนุนโครงการสร้างทางด่วน บริการของรัฐบาลท้องถิ่น และเขตการศึกษาต่างๆ นอกจากนี้ทางกระทรวงฯ ยังเป็นผู้ระดมทุนให้แก่องค์กรการกุศลผ่านโครงการจำหน่ายป้ายทะเบียนแบบพิเศษอีกด้วย

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ DMV ได้ที่ http://www.dmvnv.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

Rajat Mittra

Global Media Relations

RM00461765@TechMahindra.com

Kevin Malone

Public Information Officer

kmalone@dmv.nv.gov

แหล่งข่าว: Tech Mahindra

NOMADD ระดมทุน 1 ล้านดอลลาร์จาก KAUST Innovation Fund

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ธูวาลซาอุดิอาระเบีย3 มิ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อไม่นานมานี้ NOMADD (NO-water Mechanical Automated Dusting Device) ได้ปิดการระดมทุนรอบ Series A จาก KAUST (King Abdullah University of Science and Technology) Innovation Fund โดยได้รับเงินทุนทั้งสิ้น 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ NOMADD คือระบบทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์กลางทะเลทรายที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งพัฒนาขึ้นที่  KAUST โดยจอร์จ ไอเทลฮูเบอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ NOMADD

NOMADD ได้รับเงินทุนเริ่มต้นและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจาก KAUST และการระดมทุนครั้งล่าสุดนี้จะช่วยให้ NOMADD สามารถสร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในซาอุดิอาระเบีย พร้อมจ้างพนักงานในตำแหน่งสำคัญๆ และดำเนินกิจกรรมการทดสอบร่วมกับลูกค้าที่มีกำลังซื้อ

จอส แวน เดอ ไฮเดน ซีอีโอของ NOMADD กล่าวว่า เทคโนโลยีการกำจัดฝุ่นของ NOMADD จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) อันเป็นตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่สำคัญของโลกในทศวรรษที่กำลังจะมาถึง เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากกองทุนนี้ และเราจะเดินหน้าพัฒนาในเชิงพาณิชย์ต่อไป

“KAUST ช่วยผลักดันบริษัทสตาร์ทอัพให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีพลิกวงการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอโครงการสนับสนุนอันหลากหลาย สิ่งอำนวยความสะดวกและเจ้าหน้าที่ระดับท็อป ตลอดจนโอกาสในการระดมทุนให้แก่บริษัทสตาร์ทอัพมาร์ค โครเวลล์ รองประธานฝ่ายพัฒนาเศรษฐกิจและนวัตกรรมของ KAUST กล่าว เรายินดีที่ได้ระดมทุนให้แก่ NOMADD ตลอดจนช่วยพัฒนาภาพรวมของการลงทุนในซาอุดิอาระเบีย

การลงทุนครั้งนี้เป็นก้าวแรกของการลงทุนในด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างและสนับสนุนชุมชนบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศนิโคลา เบตติโอ ผู้จัดการของ KAUST Innovation Fund กล่าว เราอยากเป็นหุ้นส่วนระยะยาวของบรรดาบริษัทสตาร์ทอัพที่เราลงทุนด้วย เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่ถือหุ้นส่วนน้อยเท่านั้น แต่ยังต้องการผลักดันให้บริษัทเหล่านี้พัฒนาต่อไป ด้วยการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์และสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ KAUST Innovation Fund  

KAUST Innovation & Economic Development ส่งเสริมความหลากหลายทางเศรษฐกิจในราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย รวมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ หนึ่งในกิจกรรมหลักของโครงการคือ KAUST Innovation Fund ที่ให้ความช่วยเหลือบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีตั้งแต่การให้เงินทุนขั้นต้นไปจนถึงช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ ตลอดจนลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศที่ต้องการดำเนินธุรกิจในซาอุดิอาระเบียและรับประโยชน์จากการวิจัยของ KAUST

เกี่ยวกับ KAUST  

King Abdullah University of Science and Technology (KAUST) เป็นมหาวิทยาลัยด้านการวิจัยระดับบัณฑิตศึกษานานาชาติในซาอุดิอาระเบีย KAUST พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านการวิจัยแบบสหวิทยาการ การศึกษา และนวัตกรรม สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kaust.edu.sa

 แหล่งข่าว: KAUST

“Decatur” ชนะประมูลโครงการจัดหาแผ่นป้ายทะเบียนรถให้กรมการขนส่งเนปาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–3 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

กรมการขนส่งประเทศเนปาล (DOTM) ประกาศให้บริษัท Decatur ผู้นำระดับโลกด้านระบบจัดการระบุตัวตน เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการมูลค่ากว่า 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อ “จัดหาและส่งมอบแผ่นป้ายทะเบียนรถแบบนูนที่มีความปลอดภัยสูง มาพร้อมข้อมูลเจ้าของรถ ข้อมูลการจดทะเบียนรถ และโครงสร้างพื้นฐานไอที” การประมูลครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม โดยมีบริษัทชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมการประมูลหลายราย แต่ท้ายที่สุดแล้ว Decatur ก็ชนะการประมูลเพราะที่มีคุณสมบัติตรงกับที่กำหนดมากที่สุดและนำเสนอโซลูชั่นนวัตกรรมได้ดีที่สุด สำหรับพิธีลงนามในสัญญาได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ณ สำนักงานใหญ่ของกรมการขนส่งเนปาล ในเขตมิณพาวัณ กรุงกาฐมาณฑุ

 Decatur / From left to right: Mr. Bijay Raj Pant, witness for Decatur; Mr. Chandra Man Shrestha, Director General DOTM; Mr. Michel Goffin, President of Decatur, and Mr. Govinda Prasad Kharel, Under Secretary DOTM. (PRNewsFoto/Decatur)

From left to right: Mr. Bijay Raj Pant, witness for Decatur; Mr. Chandra Man Shrestha, Director General DOTM; Mr. Michel Goffin, President of Decatur, and Mr. Govinda Prasad Kharel, Under Secretary DOTM. (PRNewsFoto/Decatur)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160602/374833 )

โครงการนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนรถและเก็บข้อมูลเจ้าของรถ การสร้างฐานข้อมูลระดับชาติ รวมถึงการผลิตแผ่นป้ายทะเบียนรถและแถบข้อมูล RFID ที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในการต่อต้านอาชญากรรมและรักษากฎหมาย นอกจากนี้ Decatur จะให้บริการโซลูชั่่นแบบครบวงจรทั้งระบบ ตั้งแต่การบริหารจัดการ บริการสนับสนุน ไปจนถึงการฝึกใช้งาน

คุณกอฟฟิน ประธานของ Decatur กล่าวว่า “หลังจากประสบความสำเร็จในการใช้งานระบบระบุยานพาหนะในหลายประเทศทั่วยุโรป เอเชีย และแอฟริกา เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสให้บริการแก่ชาวเนปาล” ทั้งนี้ Decatur ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ออกแบบโซลูชั่นล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ความท้าทายในการระบุตัวตน ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจากสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา

คุณเชรษฐา อธิบดีกรมการขนส่งเนปาล กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นกับการนำโซลูชั่นล้ำสมัยมาใช้ในประเทศของเรา เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ Decatur ได้เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศตามวิสัยทัศน์ e-governance และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Decatur จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการระบุตัวตนที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนชาวเนปาล”

เกี่ยวกับ Decatur 

Decatur เป็นกลุ่มบริษัทไอทีระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการระบุตัวตน อันประกอบด้วยโซลูชั่นครบวงจรสำหรับบัตรประชาชน หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ระบบจดทะเบียนรถอิเล็กทรอนิกส์ ใบขับขี่ ระบบตรวจคนเข้าเมือง และระบบระบุตัวตนไบโอเมตริก

นอกจากนี้ Decatur ยังชนะการประมูลโครงการอื่นๆอีกหลายโครงการ ได้แก่ “ระบบลงทะเบียนและอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์” ของกระทรวงสาธารณสุขในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา “ระบบขึ้นทะเบียนใบขับขี่ ออกใบขับขี่ สอบใบขับขี่ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง” ในสาธารณรัฐทาจิกิสถาน รวมถึง “โซลูชั่นอัตโนมัติเพื่อการผลิตและออกแผ่นป้ายทะเบียนรถ” ในสาธารณรัฐมอลโดวา นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการโซลูชั่นอื่นๆในบังกลาเทศ เคนยา เมียนมา และอีกหลายประเทศด้วย

http://www.decatureu.com

office@decatureu.com

info@decatureu.com

ที่มา: Decatur

ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า 30% ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เม็กซิโกซิตี้–3 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รายงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในหัวข้อ The Heart of 25 by 25: achieving the goal of reducing global and regional premature deaths from cardiovascular diseases and strokeได้เตือนให้ผู้คนตระหนักว่า การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งทั่วโลกและสร้างภาระค่าใช้จ่ายสูงเกือบ 8.63 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกนั้น อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 30% สำหรับเพศหญิง และ 34% สำหรับเพศชาย ในช่วงทศวรรษหน้า หากปัจจัยเสี่ยงของโรคยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังจากบรรดาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

สมาพันธ์หัวใจแห่งอเมริกา และสมาพันธ์หัวใจโลก ได้ร่วมกันศึกษาข้อมูลการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลกในกลุ่มประชากรอายุระหว่าง 30-70 ปี และพบว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรเกือบ 6 ล้านคนต่อปี แต่ตัวเลขนี้อาจสูงขึ้นเกือบถึง 8 ล้านคนภายในปี 2568 โดยแยกตามภูมิภาคได้ดังนี้

ละตินอเมริกาและแคริบเบียนเพิ่มขึ้น 22% ในเพศหญิง และ 24% ในเพศชาย

เอเชียใต้ – เพิ่มขึ้น 43% ในเพศหญิง และ 56% ในเพศชาย

แอฟริกาใต้สะฮาราเพิ่มขึ้น 48% ในเพศหญิง และ 52% ในเพศชาย

ยุโรปกลาง ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลางเพิ่มขึ้น 26% ในเพศหญิง และ 16% ในเพศชาย

ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ – เพิ่มขึ้น 32% ในเพศหญิง และ 35% ในเพศชาย

อย่างไรก็ตาม การวิจัยพบว่า อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลกอาจชะลอตัวลงหรือแม้กระทั่งกลับกันในบางภูมิภาค หากสามารถจัดการกับปัจจัยเสี่ยงตามเป้าหมาย WHO “25 by 25” ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ความดันเลือด การสูบบุหรี่ โรคอ้วน และเบาหวาน

เพื่อช่วยให้เหล่าผู้นำด้านสุขภาพสามารถกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ พร้อมกับป้องกันผู้คนจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด การวิจัยนี้จึงมีการให้คำแนะนำในด้านต่างๆ ทั้งการเสนอกฎหมายปลอดบุหรี่ การขึ้นภาษีผลิตภัณฑ์ยาสูบและกวดขันระเบียบการโฆษณา การลดระดับโซเดียมในอาหารสำเร็จรูป การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชน การให้ทุนสนับสนุนการพัฒนายารักษาโรค รวมถึงการให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่เคยเกิดอาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือด หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการ

ผลการวิจัยดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Circulation ของสมาพันธ์หัวใจแห่งอเมริกา ก่อนที่การประชุม World Congress of Cardiology and Cardiovascular Health ของสมาพันธ์หัวใจโลกจะเปิดฉากขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายนนี้ ณ กรุงเม็กซิโกซิตี้

ศาสตราจารย์เดวิด วู้ด ว่าที่ประธานสมาพันธ์หัวใจโลก และผู้ร่วมจัดทำรายงานการวิจัย กล่าวว่าการวิจัยครั้งนี้มีข้อสรุปที่ชัดเจน นั่นคือ การป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งปณิธานทางการเมืองและความมุ่งมั่นตั้งใจของกลุ่มผู้นำด้านสุขภาพ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกนับตั้งแต่บัดนี้

แหล่งข่าว: สมาพันธ์หัวใจโลก