SEANET Myanmar เลือก JUPITER System(TM) จาก Hughes เป็นขุมพลังเครือข่ายดาวเทียมทั่วประเทศเพื่อมอบบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเชื่อถือได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เยอรมันทาวน์, แมริแลนด์–2 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– JUPITER System ช่วยให้ผู้ให้บริการในเมียนมาสามารถนำเสนอช่องทางเข้าถึงบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาที่คุ้มค่าแก่ลูกค้า

Hughes Network Systems, LLC (Hughes) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นและบริการดาวเทียมบรอดแบนด์ ประกาศว่า SEANET Myanmar เลือก Hughes ให้เป็นผู้วางและติดตั้งระบบ JUPITER(TM) System ที่มีรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว เพื่อนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมความเร็วสูงและเชื่อถือได้แก่ลูกค้าภาคธุรกิจทั่วเมียนมา โดย SEANET ตั้งเป้าที่จะเปิดตัวเครือข่ายทั่วประเทศภายในเดือนมิ.ย. 2559 นี้

 HUGHES NETWORK SYSTEMS, LLC / Hughes Network Systems, LLC Logo. (PRNewsFoto/Hughes Network Systems, LLC)

Hughes Network Systems, LLC Logo. (PRNewsFoto/Hughes Network Systems, LLC)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20110112/NE29456LOGO

SEANET (Southeastasianet Technologies Myanmar Co Ltd.) จะใช้งาน JUPITER System เพื่อขยายขอบเขตการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังพื้นที่ต่างๆของเมียนมาที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ เนื่องจากระยะทางและสภาพภูมิศาสตร์เป็นอุปสรรคในการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดิน เครือข่ายดาวเทียมบรอดแบนด์ใหม่นี้จะเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการให้บริการแก่บริษัทโทรคมนาคม หน่วยงานรัฐบาล และภาคธุรกิจทั่วไป ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ ไปจนถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ในส่วนของบริการที่ SEANET วางแผนที่จะให้การสนับสนุนนั้น ได้แก่ แนร์โรวแบนด์และบรอดแบนด์ความเร็วสูง ระบบ VoIP (Voice over Internet Protocol) เครือข่าย VPNs ( Virtual Private Network) และการส่งสัญญาณเครือข่าย GSM

ความต้องการบริการอินเทอร์เน็ตในภาคธุรกิจของเมียนมายังคงมีอยู่สูง” Pyone Muang Muang ประธาน SEANET กล่าว ซึ่งระบบ JUPITER System ของ Hughesทำให้เรามีเครื่องมืออันทรงพลังที่จะตอบรับกับความต้องการดังกล่าวได้ ด้วยแพคเกจบริการที่คุ้มค่าทั้งความเร็วและแบนด์วิดท์ ความร่วมมือกับ Hughes ยังเปิดทางให้เราได้รับประสบการณ์การสร้างเครือข่ายดาวเทียมทั้งเชิงกว้างและลึก ซึ่งจะมีค่าอย่างมากต่อการขยายธุรกิจของเราทั่วประเทศเมียนมา

JUPITER System เป็นแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพสูงระดับโลกและได้รับความนิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เกตเวย์ที่มีความยืดหยุ่นและทนทานซึ่งควบคุมได้จากระยะไกล, IPoS air interface ซึ่งได้รับการปรับปรุงเพื่อให้การใช้แบนด์วิดท์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณประสิทธิภาพสูง ระบบ JUPITER ช่วยให้ผู้ให้บริการบรรลุขีดความสามารถและประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้งานบรอดแบนด์ดาวเทียม ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของระบบนี้คือ JUPITER System on a Chip (SoC) อันทรงพลัง ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผล VLSI (Very Large Scale Integration) ที่สามารถออกแบบตามความต้องการของลูกค้า โดยใช้โครงสร้างแบบ multi-core และสามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 100 Mbps บนทุกอุปกรณ์ภายในเครือข่ายของ JUPITER

เมียนมามีความก้าวหน้าอย่างมากในการขยายช่องทางการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้แก่ธุรกิจและชุมชนทุกขนาด” Ramesh Ramaswamy รองประธานอาวุโสระหว่างประเทศของ Hughes กล่าว “JUPITER System ช่วยให้การเปิดตัวบริการเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและในราคาประหยัด ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของ SEANET ในการเชื่อมต่อชุมชนธุรกิจอันกว้างขวางในเมียนมาเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพสูงและไว้วางใจได้

เกี่ยวกับ Hughes Network Systems
Hughes Network Systems, LLC (Hughes) เป็นผู้นำระดับโลกด้านดาวเทียมบรอดแบนด์สำหรับบ้านและสำนักงาน โดยนำเสนอโซลูชั่นที่ล้ำสมัยและ HughesON(TM)ซึ่งเป็นแพคเกจบริการที่ครบวงจรสำหรับบริษัทและรัฐบาลทั่วโลก HughesNet(R) คือบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูงอันดับ 1 ในตลาด ด้วยข้อเสนอที่เหมาะสำหรับงบประมาณทุกระดับ จนถึงปัจจุบัน Hughes ได้จัดส่งระบบมากกว่า 5 ล้านระบบให้กับลูกค้าในกว่า 100 ประเทศ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึงประมาณ 50%ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกจากองค์กร TIA, ETSI และ ITU ซึ่งรวมถึงมาตรฐาน IPoS/DVB-S2, RSM-A และ GMR-1

สำนักงานใหญ่ของ Hughes ตั้งอยู่ในเมืองเยอรมันทาวน์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่นอกกรุงวอชิงตัน ดีซี ออกไป และมีสำนักงานขายและสนับสนุนอยู่ทั่วโลก Hughes เป็นบริษัทลูกของ EchoStar Corporation (NASDAQ: SATS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมและโซลูชั่นทีวีดิจิตอลระดับแนวหน้าของโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hughes.com

เกี่ยวกับ EchoStar

EchoStar Corporation (NASDAQ: SATS) เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นดาวเทียมและการส่งสัญญาณวิดีโอชั้นนำระดับโลก ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเอนเกิลวูด รัฐโคโลราโด และดำเนินธุรกิจไปทั่วโลก EchoStar เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการสื่อสารที่ปลอดภัย โดยดำเนินการผ่านทางธุรกิจในเครือได้แก่ EchoStar Satellite Services, EchoStar Technologies Corporation และ Hughes Network Systems สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ echostar.com หรือติดตาม @EchoStar ทางทวิตเตอร์

(C)2016 Hughes Network Systems, LLC บริษัทในเครือ EchoStar, Hughes และ HughesNet เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และ HughesON เป็นเครื่องหมายการค้าของ Hughes Network Systems, LLC

“อ็อคคลูเทค” เผยอุปกรณ์ LAA Occluder ผ่านการรับรองมาตรฐาน CE ของยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ชาฟฟ์เฮาเซน, สวิตเชอร์แลนด์–2 มิ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อ็อคคลูเทค (Occlutech) ผู้นำนวัตกรรมการฝังอุปกรณ์เพื่อรักษาความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ ประกาศว่า อุปกรณ์ LAA Occluder ของบริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน CE ของยุโรปเป็นที่เรียบร้อย อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อปิดรยางค์ของหัวใจห้องบนซ้าย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation)

ทอร์ ปีเตอร์ส ซีอีโอของอ็อคคลูเทค กรุ๊ป กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อันทันสมัยนี้แก่ผู้ป่วยและแพทย์โรคหัวใจ เราหวังว่าอุปกรณ์ LAA Occluder จะช่วยยกระดับและเพิ่มทางเลือกในการรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้”

อุปกรณ์ LAA Occluder ประกอบด้วยตาข่ายโลหะนิทินอล มาพร้อมเทคโนโลยีห่วงเกี่ยวและประสิทธิภาพในการอุดรอยรั่วรูปแบบเฉพาะตัว คุณสมบัติพิเศษดังกล่าวช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการดัดรูปทรง ส่งผลให้การปิดรูรั่วมีอัตราความสำเร็จสูง

เกี่ยวกับอ็อคคลูเทค

อ็อคคลูเทค คือผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันล้ำสมัยสำหรับรักษาความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ บริษัทจัดจำหน่ายและทำการตลาดอุปกรณ์ปิดรูรั่วหัวใจทั้งแบบ ASD, PFO, PLD, VSD PDA และ LAA รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับปิดรูรั่วเฉพาะทางหลายรายการในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก อ็อคคลูเทคมีผลิตภัณฑ์อันทันสมัยมากมายที่อยู่ระหว่างการพัฒนา อีกทั้งยังมีโรงงานอยู่ในเยอรมนี ตุรกี และสวีเดน รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์http://www.occlutech.com

ที่มา: Occlutech

“ซอฟต์แบงก์” เปิดตัวภาพยนตร์ผ่านทางเว็บไซต์ สื่อความเป็นเลิศแห่งสมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–1 มิ.ย.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          – สมาร์ทโฟนเชื่อมโยงคุณยายบนเกาะโอกินาว่าที่ห่างไกลเข้ากับหลานๆในโอซาก้า

          ซอฟต์แบงก์ คอร์ป เปิดตัวภาพยนตร์บนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เพื่อบ่งชี้ความเป็นเลิศแห่งสมาร์ทโฟนแก่ผู้บริโภค

          วิดีโอ ลิงก์: https://youtu.be/yY12m7tjghI

          เรื่องราวอันอบอุ่นหัวใจในภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงหญิงชราคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะทารามะอันห่างไกลในเมืองโอกินาวาที่อัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนอยู่ในระดับต่ำ คุณยายคิดถึงหลาน ๆ ที่อาศัยอยู่ที่เมืองโอซาก้าซึ่งอยู่ห่างออกไป

          เนื่องจากจะได้พบกันเพียงปีละครั้งเท่านั้น ซอฟต์แบงก์จึงทดลองผลิตอุปกรณ์สื่อสารเพื่อช่วยให้คุณยายได้เห็นหน้าหลานๆของเธอเติบโต ผ่านทางสมาร์ทโฟน และด้วยความช่วยเหลือจากลูกชายและภรรยาของลูกชายคุณยายจึงได้พบกับหลานๆอยู่เป็นประจำจากการใช้อุปกรณ์ต่างๆ แม้ว่าคุณยายและหลานๆจะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม

_prw_OI2fl_dJIYw587.png (1280×720)

          (รูปภาพ: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103854/201605311144/_prw_OI2fl_dJIYw587.png )

          (รูปภาพอื่นๆ: http://prw.kyodonews.jp/opn/release/201605311144/ )

          – ธีมของภาพยนตร์คือ “นวัตกรรมอนาล็อก”

          เพื่อเป็นการตอบสนองเสียงเรียกร้องจากผู้ที่มักจะกล่าวว่า “เราใช้สมาร์ทโฟนไม่เป็น และอยากเห็นหน้าลูกหลานเติบโต” ซอฟต์แบงก์จึงพัฒนาเครื่องมือระบบอนาล็อกที่ผู้สูงวัยเคยใช้งาน เพื่อที่จะช่วยให้คุณยายที่เกาะทารามะได้รับประสบการณ์เสมือนจริงจากการใช้สมาร์ทโฟน

          –  ครอบครัวหนึ่งครอบครัวจะได้สัมผัสประสบการณ์ “นวัตกรรมอนาล็อก” บนเกาะทารามะที่ซึ่งสมาร์ทโฟนไม่แพร่หลาย

เรื่องราวในภาพยนตร์ดังกล่าวบอกเล่าผ่านฉากบนเกาะทารามะ หนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีอัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนต่ำ โดยหญิงชราผู้หนึ่งซึ่งใช้โทรศัพท์มือถือแบบธรรมดา และไม่เคยส่งอีเมลมาก่อนเลยในชีวิต ทว่าซอฟต์แบงก์ได้พัฒนาเครื่องมืออนาล็อกที่เธอเคยใช้ลงในอุปกรณ์การสื่อสารตัวใหม่ที่แม้กระทั่งผู้ใช้ซึ่งไม่เคยชินกับเครื่องมือดิจิตอลยังสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังได้รับความช่วยเหลือของ ลูกชายคุณยายที่อยู่ในโอซาก้า คุณยายจึงคุ้นชินกับสมาร์ทโฟนยิ่งขึ้น  

          – วิดีโอที่นำเสนอประสบการณ์ “นวัตกรรมอนาล็อก” ของคุณยาย เปิดตัวบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2559

          วิดีโอสารคดีที่นำเสนอประสบการณ์ “นวัตกรรมอนาล็อก” ของครอบครัวนี้ ออกฉายบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ชมจะได้เห็นคุณยายซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะทารามะใช้เครื่องมือการสื่อสารแบบใหม่ในการพูดคุยกับหลาน ๆ ได้บ่อยอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

          เว็บไซต์เฉพาะ: http://www.softbank.jp/corp/special/personal-innovation-act/

          เรื่องราวในวิดีโอ: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M103854/201605311144/_prw_OA1fl_Z6QjWnVk.pdf

          ที่มา: ซอฟต์แบงก์ คอร์ป

TechInsights ควบรวม Chipworks ขึ้นแท่นผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคและบริการให้คำปรึกษาด้านสิทธิบัตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออตตาวา, ออนแทรีโอ–2 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

TechInsights และ Chipworks ประกาศควบรวมธุรกิจเข้าด้วยกัน พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิค และบริการให้คำปรึกษาการจดสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยี

TechInsights / John Day, CEO of TechInsights and Terry Ludlow, Founder and Chief Executive of Chipworks shake hands as news emerges of their newly combined businesses. (PRNewsFoto/TechInsights)

John Day, CEO of TechInsights and Terry Ludlow, Founder and Chief Executive of Chipworks shake hands as news emerges of their newly combined businesses. (PRNewsFoto/TechInsights)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160530/373336

TechInsights and Chipworks Logo / TechInsights and Chipworks Logos (PRNewsFoto/TechInsights)

TechInsights and Chipworks Logos (PRNewsFoto/TechInsights)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160530/374476LOGO

ผลประโยชน์ของสองบริษัทจะถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นบริษัทใหม่ ซึ่งจะดำเนินงานภายใต้ชื่อ TechInsights และนำเสนอ:

ฐานข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคที่ครอบคลุมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงจรรวม ซึ่งแสดงรายละเอียดในระดับย่อย

ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และวิศวกรรมย้อนกลับ พร้อมด้วยคณะนักวิทยาศาสตร์ เทคนิคที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว และอุปกรณ์ที่ทันสมัยและสลับซับซ้อน ซึ่งสามารถวิเคราะห์ขั้นตอนการพัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์

ทีมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในกลุ่มสาขาวิชาเทคโนโลยีที่สำคัญ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรและวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดำเนินคดีสิทธิบัตร ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะคอยติดตามพัฒนาการล่าสุดในสาขาที่ตนถนัด วิเคราะห์เทคโนโลยี และระบุแนวโน้มเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม การป้องกัน และการอนุญาตใช้สิทธิ

เทอร์รี่ ลุดโลว์ ผู้ก่อตั้งและประธานผู้บริหาร และจูเลีย เอลวิดจ์ ประธานของ Chipworks จะรับตำแหน่งอาวุโสในบริษัทที่เกิดจากการควบรวมระหว่าง TechInsightsและ Chipworks โดยทั้งสองคนจะรายงานตรงต่อ จอห์น เดย์ ซีอีโอของ TechInsights

บริษัทที่ควบรวมกันแล้วจะมีขนาดและทรัพยากรที่ช่วยยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึกแก่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก ตลอดจนสนับสนุนเจ้าของสิทธิบัตรเทคโนโลยีทั่วทุกหนทุกแห่ง ในบรรดาลูกค้าของทั้งสองบริษัทนั้นมีเจ้าของสิทธิบัตรรายใหญ่ของสหรัฐ 50 ราย รวมอยู่ด้วย 37ราย การควบรวมครั้งนี้จึงทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้าของเราจะมีช่องทางเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและคำแนะนำด้านสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

จอห์น เดย์ ซีอีโอของ TechInsights กล่าวว่า “จุดมุ่งหมายของ TechInsights คือการเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำด้านเทคโนโลยีสำหรับทุกคนที่ต้องการข้อมูลดังกล่าว ไม่ว่าจะเพื่อนำไปใช้ในการสนับสนุนกลยุทธ์การจดสิทธิบัตร หรือสนับสนุนการวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ข้อมูลการแข่งขัน การตลาด การวิจัยและการศึกษา หรือความต้องการอื่นๆ ซึ่งขนาดของบริษัทมีความจำเป็นต่อการบรรลุจุดมุ่งหมายนี้ และการควบรวมธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถเพิ่มมูลค่าของเราให้กับตลาดได้ถึงสองเท่า”

ทิม ลุดโลว์ กล่าวว่า “TechInsights และ Chipworks เป็นผู้นำในด้านนี้มาอย่างยาวนาน และผมได้เปรียบที่ได้มีบทบาทสำคัญในการก่อร่างสร้างบริษัททั้งสองแห่งเมื่อราว 25 ปีก่อน ผมมีความยินดีที่ธุรกิจทั้งสองได้มารวมตัวกันเป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งเป็นการนำเอาจุดแข็งที่สำคัญของทั้งสองบริษัทมารวมกัน นั่นหมายความว่า เราจะให้บริการลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่องในระดับที่สูงขึ้นต่อๆไปในอีก 25 ปีข้างหน้า

“Asia Fashion Fair” เตรียมเปิดฉากที่โตเกียว ก.ย.นี้ พร้อมต้อนรับผู้ออกร้านจากทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–2 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

งานแสดงสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม “Asia Fashion Fair” (AFF) ครั้งที่ 29 จะจัดขึ้นที่ Sunshine City ในกรุงโตเกียว ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2559 มหกรรมนี้จัดโดยบริษัท AFF Co., Ltd. ร่วมกับ Japan-China Economic Relations and Trade Center และดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดงาน AFF

AFF เป็นงานแสดงสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากผู้ผลิตแบบ OEM-ODM ที่ยิ่งใหญ่และเป็นมืออาชีพที่สุด โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท อาทิ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับตกแต่ง เคหะสิ่งทอ ผ้าผืน วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และอีกมากมาย งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2546 และจัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง โดยทุกปีจะมีผู้ซื้อกว่า 10,000 รายเข้าร่วมงาน จนกลายเป็นมหกรรมที่ “พลาดไม่ได้” สำหรับผูู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของญี่ปุ่น ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติในปีที่ผ่านๆมาระบุว่า ผู้ซื้อมากถึง 85% ใช้เวลาในการเจรจาธุรกิจในงานนี้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

จากการสำรวจผู้เข้าชมงานพบว่า สัดส่วนระหว่างข้อตกลงที่คาดว่าจะบรรลุ กับข้อตกลงที่ตั้งใจว่าจะบรรลุให้ได้นั้น สูงเกิน 90% และโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ออกร้านแต่ละรายจะได้พบกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าประเภทนี้เป็นประจำมากกว่า 50 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นลูกค้าใหม่ราว 60%

สมัครเข้าร่วมงานและรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ AFF  (www.asiafashionfair.jp)

อีเมล: info@asiafashionfair.jp

สื่อมวลชนติดต่อ

Huang Yuchen

มือถือ: +86-10-6528-5310

อีเมล: huangyuchen@chinatex.com

“EXPO Solar 2016” มหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์สุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย เตรียมเปิดฉากที่เกาหลีใต้ ก.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–2 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 EXPO Solar 2016 Exhibition Logo / Asian photovoltaic business big market, 'EXPO Solar 2016', will be held in Korea (PRNewsFoto/EXPO Solar 2016 Exhibition)

Asian photovoltaic business big market, ‘EXPO Solar 2016’, will be held in Korea (PRNewsFoto/EXPO Solar 2016 Exhibition)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160531/373998LOGO

ผู้เข้าร่วมงาน “EXPO Solar 2016” ยังสามารถเข้าร่วมงาน “2016 Seoul Solar Living Festival” ที่จัดขึ้นเพื่อคนในกรุงโซลนับ 10 ล้านคนได้ด้วย 

EXPO Solar 2016 (www.exposolar.org) มหกรรมจัดแสดงผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์และเวทีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย จะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายนนี้ ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ KINTEX ประเทศเกาหลีใต้ 

มหกรรม EXPO Solar 2016 จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงครึ่งหลังของปี และจัดเป็นครั้งที่ 8 แล้วในปีนี้ โดยทุกปีสามารถดึงดูดผู้ซื้อและผู้เยี่ยมชมงานกว่า 20,000รายทั้งจากจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง งานนี้จึงถือเป็นเวทีธุรกิจชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชีย 

EXPO Solar 2016 มีผู้ซื้อที่มีศักยภาพมากกว่า 300,000 รายทั้งในเกาหลีใต้และจากต่างประเทศ และกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากในปีนี้จะมีการเชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศและจัดที่พักรองรับ เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับความสะดวกบายสูงสุด รวมทั้งเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลกด้วย 

นอกจากนี้ ผู้จัดงานยังเตรียม “Big Event” สำหรับผู้เข้าร่วมงาน EXPO Solar 2016 โดยผู้เข้าร่วมงานนี้ยังสามารถเข้าร่วมงาน “2016 Seoul Solar Living Festival” ซึ่งจะจัดขึ้นในพื้นที่กลางแจ้งใน Seoul Plaza ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน เพื่อให้ประชาชนกว่า 10 ล้านคนในกรุงโซลสามารถมาเยี่ยมชมงานได้ ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากคาดหวังกับงานนี้ 

บริษัทผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ทุกรายจากทั่วโลกต่างตบเท้าเข้าร่วมงาน EXPO Solar/PV Korea เป็นประจำทุกปี เพราะงานนี้ถือเป็นประตูสู่ตลาดเอเชีย องค์กรต่างๆจะจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระดับเวิลด์คลาสของตนเองในงานนี้ ดังนั้น ผู้เยี่ยมชมงานจะได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลากหลายแตกต่างกันไป 

ในงานยังมีการจัดประชุม “PV World Forum” เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งรวมถึงการออกแบบและใช้งานโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังมีการประชุมย่อยทางเทคนิคเพื่อแนะแนวทางการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ร่วมงานได้ทราบแนวโน้มตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกในปี 2017 ก่อนใคร 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน EXPO Solar 2016 ได้ที่ www.exposolar.org

ข้อมูลใหม่เผย Stretta บรรเทาอาการของโรคกรดไหลย้อนได้นานถึง 10 ปี แม้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีลักษณะพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอร์วอล์ค, คอนเนคทิคัต–1 มิ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Mederi นำเสนอข้อมูลใหม่และเปิดตัว Stretta รุ่นใหม่ในงาน DDW2016 

Mederi Therapeutics Inc. ผู้ผลิต Stretta Therapy สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน (GERD) ได้นำเสนอข้อมูลใหม่ในงาน Digestive Disease Week(R) หรือ DDW2016 ที่ซานดิเอโกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยข้อมูลที่ใช้เวลาเก็บรวบรวมนาน 10 ปีได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ Stretta ในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน 3 ประเภทที่มีลักษณะพิเศษ ได้แก่ กลุ่มที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) สูง กลุ่มที่มีอาการของโรคกรดไหลย้อนในระบบทางเดินหายใจ และกลุ่มที่โรคกรดไหลย้อนกลับมากำเริบอีกครั้งหลังผ่านการผ่าตัดป้องกันการไหลย้อน นอกจากนี้ ทางบริษัทยังเปิดตัวระบบ Stretta RFT3 ใหม่ล่าสุด พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูล 4 รายการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในด้าน Stretta

 

ข้อมูล 10 ปี

ข้อมูลที่นำเสนอโดยดร.มาร์ค โนอาร์ (แพทย์จาก Heartburn and Reflux Study Center ในเมืองทาวซัน) ได้มาจากการศึกษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนกลุ่มที่มีลักษณะพิเศษเป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยเหล่านี้บรรลุผลลัพธ์เบื้องต้นของการรักษา นั่นคือ ผู้ป่วยมีอาการของโรคบรรเทาลงในระยะยาว ใช้ยาน้อยลง และมีความพึงพอใจกับการรักษา 

– Stretta มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่ดื้อยา โดยไม่เกี่ยงว่าจะมีค่า BMI มากน้อยแค่ไหน: จากการศึกษาผู้ป่วย 73 รายที่มีค่า BMIแตกต่างกันสามระดับ (ปกติ น้ำหนักเกิน และอ้วน) พบว่า เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ผู้ป่วยทุกกลุ่มต่างมีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเชิงสถิติ ไม่ว่าจะมีค่า BMIเท่าใดก็ตาม 

– Stretta มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนลงกล่องเสียง (LPR): จากการศึกษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนลงกล่องเสียงและไม่ลงกล่องเสียงที่มีอาการดื้อยาจำนวน 99 ราย พบว่า เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มต่างมีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเชิงสถิติ ไม่ว่าจะเป็นโรคกรดไหลย้อนลงกล่องเสียงหรือไม่ลงกล่องเสียงก็ตาม 

– Stretta มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่ดื้อยาภายหลังการผ่าตัดรักษาแบบ Laparoscopic Nissen Fundoplication (LNF) โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอาการดีขึ้นเกือบจะเท่ากันและมีผลลัพธ์ในการรักษาดีกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้ผ่านการผ่าตัดแบบ LNF: จากการศึกษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่ดื้อยาหลังผ่าตัด (RLNF+S) จำนวน 18 ราย และผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่ดื้อยาแต่ไม่ได้ผ่าตัด 81 ราย พบว่า เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มต่างมีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเชิงสถิติ 

ทั้งนี้ ราว 30% ของผู้ใหญ่ต้องทุกข์ทรมานจากโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง โดยผู้ป่วยจำนวนมากไม่ตอบสนองต่อยายับยั้งการหลั่งกรด (PPI) ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยก็กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการใช้ยา PPI เป็นเวลานาน และผู้ป่วยอีกมากก็ไม่อยากผ่าตัด ดังนั้น Stretta จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ เพราะเป็นวิธีการรักษาที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการใช้ยากับการผ่าตัด 

เปิดตัว Stretta RFT3

ในงานนี้ Mederi ได้เปิดตัว Stretta RFT3 ที่พัฒนาขึ้นทั้งในด้านความสวยงาม การใช้งาน และวัสดุที่ใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาด้วย Stretta โดยการอัพเกรดครั้งนี้รวมไปถึงการเพิ่มเฉดสีแสดงผล การเพิ่มขีดวัดบนสายสวน Stretta การปรับปรุงคู่มือแนะนำการใช้งานที่ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น รวมถึงการปรับปรุงซอฟต์แวร์เพื่อทำให้การรักษาเป็นอัตโนมัติมากขึ้น 

การนำเสนอข้อมูลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของ Stretta ที่มาร่วมนำเสนอข้อมูลล่าสุดและแบ่งปันประสบการณ์การใช้ Stretta ในงานนี้ ประกอบด้วย ดร.อัลวาโร เรย์มุนด์ จากเมืองพอนซ์ เปอร์โตริโก, ดร.ฮุน ยง จอง จากกรุงโซล เกาหลีใต้, ดร.ลูกา ดูเกห์รา จากเมืองตูริน อิตาลี และดร.โฮเซ เดอ เฮซุส เฮอร์เรร่า จากกรุงเม็กซิโกซิตี้ เม็กซิโก โดยดร.ดูเกห์ราได้ทบทวนข้อมูลที่เก็บรวบรวมมานาน 8 ปีซึ่งเคยเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ และได้นำเสนอข้อมูลการติดตามผลระยะเวลา 10 ปีที่อยู่ระหว่างการจัดทำ โดยเขากล่าวว่า “ผู้ป่วยของผมส่วนใหญ่ยังคงไม่มีอาการของโรคหลังจากผ่านไปแล้ว 10 ปี ทั้งยังมีค่า GERD HRQL คงที่ และผู้ป่วย 71% ยังคงหยุดใช้ยา” นอกจากนี้ เขายังเล่าประสบการณ์การใช้ Stretta ว่า “ผมเป็นผู้ใช้รายแรกๆ และได้เห็น Stretta มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายมาก ขณะนี้เรากำลังวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ป่วย 200 รายที่ได้รับการรักษาด้วย Stretta มาตั้งแต่ปี 2554 และดูเหมือนว่าผลลัพธ์จะออกมาดีกว่าข้อมูลที่ผมเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้เสียอีก” 

“Mederi ทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ยกระดับคุณภาพในการดูแลรักษาโรคกรดไหลย้อนบ๊อบ นาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mederi กล่าว “ในขณะที่เราเดินหน้าปรับปรุง Stretta ให้ดียิ่งขึ้น ก็มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ๆที่ยืนยันถึงประสิทธิภาพและประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจของ Stretta โดยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจศาสตร์ได้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และเราหวังว่าผู้ป่วยทั่วโลกที่กำลังทนทรมานจากโรคกรดไหลย้อนจะเข้าถึง Stretta ได้มากขึ้น” 

เกี่ยวกับ Mederi Therapeutics Inc. และ Stretta Therapy

Mederi เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่ที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุที่ไม่รุนแรง (NARF) ในการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลการวิจัยกว่า 40 ครั้งแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ Stretta ของ Mederi มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคกรดไหลย้อน โดย Stretta ถูกนำไปใช้ในการรักษามากกว่า 20,000 ครั้ง ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก 

สื่อติดต่อ:

Mike Elofer

อีเมล: mike@pascalecommunications.com 

โทร. (484) 620-6167

“Traveloka” อ้าแขนรับบัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

จาการ์ตา, อินโดนีเซีย–1 มิ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ทราเวลโลก้า (Traveloka) ผู้ให้บริการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินออนไลน์ที่กำลังมาแรงในอินโดนีเซีย ประกาศรับนักศึกษาจบใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมโครงการ “International Analytics Development Program” โดยบริษัทกำลังมองหานักศึกษาที่มีภาวะผู้นำสูง และมีผลการเรียนดีเด่นติดท็อป 10% ของชั้นเรียนเมื่อพิจารณาจากใบรับรองผลการศึกษา

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160531/8521603511LOGO

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2559 โดยผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาชั้นนำในประเทศหรือต่างประเทศ ทางบริษัทยินดีรับนักศึกษาจบใหม่หรือผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 2ปี ท่านที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถส่งประวัติมาได้ที่ jobs@traveloka.com

ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมในโครงการฝึกอบรมการทำงานอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเรียนรู้ทักษะการวิเคราะห์เชิงลึกและครอบคลุมจากทราเวลโลก้าและกูเกิล (Google) ซึ่งจะจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของทราเวลโลก้าในกรุงจาการ์ตา โดยระหว่างนั้นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทำหน้าที่ต่างๆในสายงานด้านการตลาด รวมทั้งลงมือบริหารจัดการแคมเปญต่างๆเพื่อผลักดันการเติบโตของบริษัท รวมทั้งมีส่วนช่วยในการขยายธุรกิจของบริษัทด้วย

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ปฏิบัติภารกิจที่มีความท้าทายหลากหลายรูปแบบ อาทิ การวิเคราะห์คำนวณตัวเลขและข้อมูลปริมาณมหาศาล การบริหารจัดการแคมเปญการตลาดต่างๆผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย และการตกผลึกความรู้ด้านการตลาดที่มีประโยชน์ หลังจบโครงการนี้ ผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจะได้เข้าทำงานกับบริษัททราเวลโลก้าในประเทศของตน เพื่อรุกขยายธุรกิจของบริษัทต่อไป

โครงการในปีนี้คือภาคต่อของโครงการนำร่องเมื่อปี 2558 ในชื่อ “Search Engine Marketing Development Program” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้มหลามจากนักศึกษาหลายร้อยชีวิตของมหาวิทยาลัยชื่อดังในอินโดนีเซีย ผู้ที่จบจากโครงการนี้ได้เข้าร่วมงานกับทราเวลโลก้าและมีส่วนช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด

แดนนิส มูฮัมหมัด ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดของทราเวลโลก้า กล่าวว่า “ทราเวลโลก้ามีบุคลากรจำนวนมากที่เป็นบัณฑิตระดับหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เรารู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสสานต่อโครงการนี้ เพราะเราเชื่อว่า นี่คือโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทุกคน ที่จะได้ฝึกฝนทักษะและรับคำแนะนำจากทราเวลโลก้าและกูเกิล”

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ที่ https://www.linkedin.com/jobs2/cap/view/129771350

เกี่ยวกับทราเวลโลก้า

ทราเวลโลก้า คือผู้ให้บริการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินออนไลน์ที่กำลังมาแรงในอินโดนีเซีย บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงจาการ์ตา และก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลเทคโนโลยีชาวอินโดนีเซียที่มีประสบการณ์การทำงานหลายปีในบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ทราเวลโลก้ายังเป็นบริษัทแรกในเอเชียที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนระดับ Series A จากกลุ่มทุน Global Founders Capital และ East Ventures

ทราเวลโลก้าเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าใช้บริการในช่องทางต่างๆได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการจองผ่านเว็บไซต์ ที่สามารถแสดงผลได้ทั้งในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงแอปพลิเคชันที่รองรับการทำงานทั้งในระบบ Android และ iOS ปัจจุบัน บริการของทราเวลโลก้าได้รับความร่วมมือจากสายการบินทั้งในและต่างประเทศกว่า 50 แห่ง ซึ่งให้บริการกว่า 100,000 เส้นทางบินทั่วเอเชียแปซิฟิกและยุโรป นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการสนับสนุนจากโรงแรมกว่า 70,000 แห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินได้ในราคายุติธรรมโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการจองแต่อย่างใด ทั้งยังมั่นใจได้อีกว่า ระบบการชำระเงินของทราเวลโลก้ามีความปลอดภัยสูง ใช้งานง่าย และมีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย นอกจากนี้ ทราเวลโลก้ายังมีคอลเซ็นเตอร์ไว้คอยให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินได้ที่ http://www.traveloka.com หรือติดตามเราได้ทางเฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/Traveloka อินสตาแกรม https://instagram.com/traveloka และทวิตเตอร์https://twitter.com/traveloka นอกจากนั้นยังสามารถโหลดแอปพลิเคชันของทราเวลโลก้าได้ที่ Play Store และ iTunes App Store

สื่อมวลชนติดต่อ

Busyra Oryza
Communications Executive
อีเมล: busyra@traveloka.compress@traveloka.com
โทร. +62 21 2977 5885

 

ผลสำรวจ Vodafone เผย 75% ของบริษัททั่วโลกใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น ขณะเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์—1 มิ..—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– 53% ของบริษัทในสิงคโปร์มีผลกำไรเพิ่มขึ้น หลังเริ่มใช้ระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น

Vodafone เปิดเผยผลสำรวจ Flexible: friend or foe? ซึ่งพบว่า 75% ของบริษัททั่วโลกเริ่มใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถปรับเปลี่ยนเวลาทำงานและใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อทำงานทางไกล นอกจากนี้ การสำรวจบุคลากรในภาคธุรกิจ 8,000 คนใน 3 ทวีปยังเผยให้เห็นด้วยว่า 53% ของบริษัทในสิงคโปร์ที่ใช้ระบบการทำงานแบบยืดหยุ่นนั้น มีผลกำไรมากขึ้น นับตั้งแต่เริ่มนำแนวทางดังกล่าวมาปฏิบัติ

การศึกษาหัวในข้อ The Flexible: friend or foe? ได้ทำการสำรวจธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง องค์กรภาคเอกชน และบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ใน 10ประเทศ ซึ่งพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เชื่อว่าประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น เนื่องจากระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น:

– 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกระบุว่าผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น

– 81% รายงานถึงผลิตภาพที่ปรับตัวดีขึ้น และ

– 58% เชื่อว่านโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นมีผลกระทบเชิงบวกต่อชื่อเสียงขององค์กร

การใช้บริการโมบายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง บรอดแบนด์พื้นฐาน และบริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิวัติสถานที่ทำงาน โดย 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้บริการบรอดแบนด์ที่บ้านเพื่อเข้าถึงระบบงานต่างๆ ขณะที่อีก 24% ใช้การเชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน แท็บแล็ต หรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กโดยใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อ dongle

บริษัทสิงคโปร์กว่า 3 ใน 4 มีการทำงานแบบยืดหยุ่น แม้จะยังพบอุปสรรคอยู่บ้าง

76% ขององค์กรที่ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์นำนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นมาใช้ในองค์กร ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 75% โดยการใช้นโยบายดังกล่าวนำมาซึ่งประโยชน์ต่างๆ ดังนี้:

– 53% ของบริษัทสิงคโปร์มีกำไรเพิ่มขึ้นหลังใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น

– 77% ของบริษัทสิงคโปร์ที่ใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นมีผลิตภาพของพนักงานเพิ่มสูงขึ้น

– 54% ขององค์กรในสิงคโปร์พบว่าการทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น

– 54% ของพนักงานในสิงคโปร์สนับสนุนการใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อความสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน

– พนักงานในองค์กร 75% ที่ใช้นโยบายนี้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น

Vodafone ยังสำรวจด้วยว่าเหตุใดผู้ตอบแบบสอบถาม 20% ทั่วโลก โดยเฉพาะในสิงคโปร์ ยังไม่มีการใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น ซึ่งผลสำรวจเฉพาะในสิงคโปร์พบว่า

– 27% ของบริษัทในสิงคโปร์ยังไม่มีการใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น เนื่องจากกลัวว่าความสามารถในการทำงานเป็นทีมจะลดลง

– 57% ของพนักงานในบริษัทสิงคโปร์รู้สึกว่ายังไม่มีนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นที่สามารถใช้ได้กับตำแหน่งงานของตน

– 38% ของพนักงานในสิงคโปร์ไม่ได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานแบบยืดหยุ่น

เบ็น เอล์มส์ ประธาน Vodafone Global Enterprise Asia Pacific กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ทำให้เราพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างทั่วถึงและรวดเร็วในสถานที่ทำงานยุคใหม่ นายจ้างในสิงคโปร์บอกกับเราว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นช่วยเพิ่มผลกำไร ในขณะที่ลูกจ้างมองว่าตนเองทำผลงานได้มากขึ้น ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของทุกภาคส่วน ตั้งแต่เครือข่ายโมบายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและบรอดแบนด์พื้นฐาน ไปจนถึงบริการคลาวด์ล่าสุดที่เอื้อให้หลายฝ่ายทำงานร่วมกันได้ เรากำลังอยู่ในยุคที่การทำงานขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่สถานที่ที่ทำ

สำหรับกองบรรณาธิการ

แบบสำรวจ The Flexible: friend or foe? จัดทำขึ้นระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคม 2558 โดย Morar (เดิมชื่อ Redshift Research) ในนามของ Vodafone สำหรับประเทศที่ได้รับการสำรวจประกอบด้วย เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยมีการสัมภาษณ์นายจ้างและลูกจ้างรวม 8,000 คนใน 10 ประเทศผ่านทางออนไลน์

ดาวน์โหลดแนวทางการทำงานแบบยืดหยุ่นได้ที่ www.vodafone.com/WorkFlexi 

เกี่ยวกับ Vodafone Group

Vodafone เป็นหนึ่งในบริษัทด้านการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลก และให้บริการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการสื่อสารทางเสียง ข้อความ ข้อมูล และการสื่อสารพื้นฐาน Vodafone ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน 26 ประเทศ เป็นพันธมิตรกับเครือข่ายมือถือในอีก 57 ประเทศ และให้บริการบรอดแบนด์พื้นฐานใน 17 ตลาด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 Vodafone มีลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 461 ล้านราย และลูกค้าบรอดแบนด์พื้นฐาน 13 ล้านราย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.vodafone.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Vodafone Group

Media Relations

www.vodafone.com/media/contact

Text100 Singapore for Vodafone

Charlotte Tan

+65 6603 9000

singaporevodafone@text100.com

ยูเนี่ยนเพย์รุกเพิ่มศักยภาพการชื้อขายให้กับตลาดผู้บริโภดออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้,จีน–1 มิ.ย.–ซินหัว–เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ด้วยการติดต่อที่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นระหว่างชาวจีนและออสเตรเลีย ซึ่งไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวแบบส่วนตัวที่เดินทางไปเที่ยวประเทศออสเตรเลีย แต่เป็นผู้ประกอบการชาวจีนหลายต่อหลายรายที่สนับสนุนให้พนักงานเดินทางไปเที่ยวออสเตรเลีย ส่งผลให้ออสเตรเลียมีรายได้จากการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเดินทางไปยังออสเตรเลียเพื่อทำธุรกิจมากกว่า 1,000 คน ซึ่งคาดว่า จะทำให้ออสเตรเลียมีรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อย่างน้อย 4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

          ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการชาวจีนบางรายจัดให้พนักงานเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อดูงาน จัดการประชุม และ สร้างทีม ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้จะเดินทางกันเป็นกลุ่มใหญ่และมีจำนวนนักท่องเที่ยวหลายคน ในขณะเดียวกันบริษัทและคณะเดินทางเหล่านั้นก็มีอำนาจการซื้อที่แข็งแกร่ง และต้องการใช้จ่ายผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

          ไกด์นำเที่ยวจากหน่วยงานการท่องเที่ยวของจีน กล่าวว่า “จำนวนร้านค้าในต่างประเทศที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์เพิ่มขึ้น รวมทั้งข้อเสนอพิเศษมากมายสำหรับผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อทำธุรกิจและถือบัตรยูเนี่ยนเพย์มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และค่าเฉลี่ยของการใช้จ่ายผ่านบัตรก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

          นักท่องเที่ยวชาวจีนเต็มใจที่จะใช้จ่ายเงินในประเทศออสเตรเลีย ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นฟื้นตัวขึ้นอย่างเด่นชัด ทั้งนี้ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยการท่องเที่ยวออสเตรเลีย (TRA) ที่ได้มีการเผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ พบว่า ปริมาณการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนในออสเตรเลียเมื่อปีที่แล้ว มีมูลค่า 6.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 7 เท่าในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

          จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ร้านค้าในออสเตรเลียจำนวนมากขึ้นเริ่มรับชำระเงินผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยในปัจจุบัน ตู้ ATM ท้องถิ่น 80% และร้านค้าท้องถิ่น 50% รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ในจำนวนนี้มี 160,000 ร้านค้าที่ยอมรับยูเนี่ยนเพย์ “QuickPass” ในขณะเดียวกันรถแท็กซี่ถึง 97% รับชำระเงินผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์

          ภายในปีนี้ ผู้บริโภคจะได้เพลิดเพลินไปกับสิทธิประโยชนฺ์พิเศษจากบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ Chinese Corner ในสนามบินเมลเบิร์น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมสิทธิพิเศษใหม่จากยูเนี่ยนเพย์อินเตอร์เนชั่นแนล โดยผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์จะได้รับส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อสินค้าในร้านดิวตี้ฟรี 100 ร้านค้าภายในสนามบินนานาชาติซึ่ งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะได้รับส่วนลดสูงสุด 40% หากชำระเงินผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 4 แห่งของออสเตรเลีย ได้แก่ Sydney sea world, สวน wildlife park, Madame Tussaud’s และ Sydney tower

          ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียแสดงให้เห็นว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศออสเตรเลียในปี 2558 มีจำนวนมากกว่า 1,000,000 คนเป็นครั้งแรก โดยภายในปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านคน รั้งอันดับที่ 1 ของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ออสเตรเลียมากที่สุด

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ http://www.unionpayintl.com/

          ที่มา: UnionPay International