GroupM ประกาศเปิดตัว [m]PLATFORM ขุมข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญที่ทรงพลัง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อทุกช่องทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก—30 พ.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– เอเจนซี่ในเครือ GroupM เชื่อมต่อข้อมูลผู้บริโภคอย่างเจาะลึก ตลอดขั้นตอนการวางแผน ดำเนินการ และรายงานผล

– แต่งตั้ง ไบรอัน กลีสัน เป็น Global CEO ของ [m]PLATFORM

GroupM กลุ่มบริหารการลงทุนด้านสื่อของ WPP ประกาศเปิดตัว[m]PLATFORM ชุดเทคโนโลยีขั้นสูงที่ผสานศักยภาพด้านการวางแผนสื่อ วิเคราะห์ข้อมูล และบริการทางดิจิทัลอย่างยืดหยุ่น แพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยให้นักโฆษณาสามารถใช้ข้อมูลเจาะลึกกลุ่มเป้าหมายจากแหล่งข้อมูลหลายร้อยรายการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเฟ้นหาและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคของตนผ่านสื่อทุกช่องทาง [m]PLATFORM เปิดโอกาสให้นักวางแผนสื่อของเอเจนซี่ในเครือ GroupM สามารถใช้ข้อมูลผู้บริโภคที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียดที่สุด เพื่อมอบผลลัพธ์ตามข้อกำหนดของลูกค้า แพลตฟอร์มนี้ได้รับการสนับสนุนโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักเทคโนโลยี และบุคลากรด้านดิจิทัล จากบริษัทเฉพาะทางในเครือของ GroupM และ Xaxis ทั้งนี้ [m]PLATFORM หลอมรวมการวิเคราะห์ข้อมูลและบริการทางดิจิทัล ทั้งในเรื่องของการสืบค้น โซเชียล โมบาย โฆษณาดิจิทัล และการวางโปรแกรม เข้าไว้ด้วยกันเป็นทีมเดียว เพื่อนำเสนอสถาปัตยกรรมข้อมูลและเทคโนโลยีที่เปิดกว้างและโปร่งใสอย่างเต็มรูปแบบ

Brian Gleason CEO mPLATFORM / Brian Gleason, CEO, [m]PLATFORM (PRNewsFoto/GroupM)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161128/443307

GroupM Logo / GroupM (PRNewsFoto/GroupM)
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151103/283547LOGO

พร้อมกันนี้ ไบรอัน กลีสัน Global CEO ของ Xaxis ได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีโอของ [m]PLATFORM ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลผลิตภัณฑ์และบริการในเครือGroupM โดยจะมาเป็นผู้นำในการสานต่อการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของวงการ ด้วยการผนวกรวมข้อมูลต่างๆที่มีความสำคัญ เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายของลูกค้า ตลอดจนแนวทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกแพลตฟอร์ม สำหรับลูกค้าแล้ว [m]PLATFORM นำเสนอข้อมูลเจาะลึกที่มีความถูกต้อง พร้อมมอบอำนาจในการเลือกผ่านตัวเลือกต่างๆ ทั้งข้อมูล เทคโนโลยี และตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงาน ตามขอบเขตงานของเอเจนซี่ในเครือ GroupM

นักการตลาดถูกกดดันอย่างหนักให้สร้างผลงานเมื่อมีการลงทุนด้านสือ ซึ่งแนวการทำงานของแพลตฟอร์มนี้มีความยืดหยุ่น ช่วยให้เรามุ่งความสนใจไปที่การลงทุนมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ที่เราได้ทุ่มไปกับข้อมูลและเทคโนโลยีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดเคลลี คลาร์ก ซีอีโอ GroupM Global กล่าว จากนี้ไปเอเจนซีของเราจะมีข้อมูลผู้บริโภคที่เจาะลึกมากขึ้น และมีเทคโนโลยีที่ดีเยี่ยมที่สุดในตลาด

[m]PLATFORM เชื่อมต่อแหล่งข้อมูล WPP ซึ่งครอบคลุมกว้างขวาง ทั้งจาก Kantar และ Wunderman จากผู้ให้บริการข้อมูลบุคคลที่สาม ตลอดจนข้อมูลจากการทำข้อตกลงพิเศษกับพันธมิตรสื่อระดับโลก และข้อมูลของลูกค้าเอง นำไปสู่การสร้างประวัติผู้บริโภคที่ครบถ้วนมากที่สุดภายในกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ อาทิ สถิติประชากรฐานะร่ำรวย การใช้เทคโนโลยี ข้อมูลเจาะลึกด้านพฤติกรรม ประวัติการซื้อ ตำแหน่งที่ตั้ง และอื่นๆอีกมากมาย (ผันแปรตามภูมิภาคโดยอิงตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่) แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อได้นี้สร้างความมั่นใจว่าข้อมูลที่เจาะลึกจะผ่านเข้ามาในกระบวนการสื่อสารทั้งระบบ อันได้แก่

– [m]Core แพลตฟอร์มข้อมูลเจาะลึกกลุ่มเป้าหมายแบบ full-stackแพลตฟอร์มแรกที่ผนวกรวมข้อมูลข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม (ดิสเพลย์, โมบาย, วิดีโอ, CRM แบบออฟไลน์ และแอป เป็นต้น) เพื่อรองรับ [m]IDซึ่งเป็นเครื่องมือระบุผู้บริโภคแบบเดี่ยว

– [m]Insights คือเครื่องมือวางแผนสื่อมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุด มาพร้อมการวางแผนแบบข้ามช่องทาง การจัดการขั้นตอนการทำงานที่สร้างสรรค์ และการจัดการความถี่ในการรับชมของกลุ่มเป้าหมายที่รวมเป็นหนึ่ง และการจัดการการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยอิงพิกัดและประชากรศาสตร์

– [m]Analytics จะจับคู่ข้อมูลระดับแคมเปญแบบออนไลน์และออฟไลน์กับ  [m]ID เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ การแสดงที่มา และการปรับปรุงประสิทธิภาพ

– [m]Report รวมข้อมูลให้กลายเป็นกระดานแสดงผลที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งมาพร้อมข้อมูลที่นำไปปฏิบัติได้

GroupM กำลังสร้างองค์กรระดับโลกเพื่อสนับสนุน [m]PLATFORM และจะมีประธานระดับภูมิภาคจำนวน 4 คนที่ขึ้นตรงต่อกลีสัน ได้แก่ ฟิล คาวเดล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานด้านบริการแพลตฟอร์มในอเมริกาเหนือเมือไม่นานมานี้ จะเป็นประธาน [m]PLATFORM ประจำอเมริกาเหนือ,ลูคัส เมนทาสที เป็นประธาน [m]PLATFORM ประจำภูมิภาคลาตินอเมริกา ในขณะที่ประธานประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา และประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะได้รับการแต่งตั้งเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ในทีมผู้บริหารระดับโลกของ [m]PLATFORM ยังประกอบไปด้วยนิโคล แพนกีส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ, แจ็ค สมิธ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ และ บ็อบ แฮมมอนด์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี ความประสานความร่วมมือจากทั่วทุกภูมิภาคจะทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้าจะได้รับข้อมูลและประสบการณ์ที่สอดคล้องกัน ผ่านมุมมองเชิงกลยุทธ์ของเอเจนซีในเครือ GroupM ที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

การผงาดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลและโมบาย รวมถึงการแตกตัวของสื่อ และอีคอมเมิร์ซที่กำลังขยายตัว ได้สร้างจุดเปลี่ยนในการตลาด โดยทำให้การใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อการวางกลยุทธ์สื่อกลายเป็นสิ่งสำคัญ ทุกวันนี้ นักการตลาดจำเป็นต้องรู้รายละเอียดของลูกค้ามากกว่าในอดีต มิฉะนั้นจะไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ [m]PLATFORM ได้ยึดเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อช่วยขับเคลื่อนเอเจนซี่ในเครือของเราด้วยข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย และด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างไร้พรมแดน” กลีสันกล่าว

ทีมพัฒนาเทคโนโลยีที่ขึ้นตรงต่อไบรอัน ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสรรค์สร้างโซลูชั่นที่ล้ำเลิศสำหรับลูกค้า” คลาร์กกล่าว “ในตอนนี้ เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของเรา ไม่ว่าจะมาจากการสร้าง เข้าซื้อ หรือเป็นหุ้นส่วน ได้ถูกรวบรวมไว้ เพื่อช่วยให้เอเจนซี่ในเครือของเราสามารถเข้าถึงและส่งมอบผลงานแก่ลูกค้าได้อย่างที่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียง”

เกี่ยวกับ GroupM

GroupM เป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นแนวหน้าระดับโลก โดยเป็นบริษัทแม่ของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ได้แก่ Mindshare, MEC, MediaCom, Maxus, Essence และ m/SIX รวมทั้งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจัดการและวางแผนสื่อดิจิทัล (programmatic digital media platform) อย่าง Xaxis ซึ่งแต่ละรายต่างมีการดำเนินงานอยู่ทั่วโลกด้วยตำแหน่งผู้นำตลาด จุดมุ่งหมายหลักของ GroupM คือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ให้ได้สูงสุด โดยรับบทบาทเป็นผู้นำและผู้ประสานงานด้านการซื้อขาย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ กีฬา ดิจิทัล การเงิน และการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท GroupM มุ่งนำเสนอความได้เปรียบในตลาดอย่างเหนือชั้นให้แก่ลูกค้า ผู้ถือประโยชน์ร่วม และบุคลากรของบริษัท และทำงานร่วมกับKantar ซึ่งเป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านข้อมูลของ WPP อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รายได้ของGroupM และ Kantar รวมกันนั้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ของกลุ่มบริษัท WPP ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GroupM ได้ที่ www.groupm.com
ติดตาม @GroupMWorldwide ทางทวิตเตอร์
ติดตาม GroupM บนลิงค์อิน – https://www.linkedin.com/company/groupm

สื่อมวลชนติดต่อ:

David.Grabert@GroupM.com
+1 212.297.8092 (U.S.)

Samantha.Kops@GroupM.com
+1 917.421.3019 (U.S.)

ตลาดสิ่งพิมพ์วิชาการซบเซา หลังนักวิจัยหันใช้สื่อดิจิทัลเผยแพร่บทความ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแอนเจลิส–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Articles Metrics ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงสำหรับการประเมินผลกระทบของผู้เขียนบทความในโลกแห่งวิชาการ 

Dr. Srinubabu Gedela ซีอีโอของ OMICS International เปิดเผยว่า รายได้จากการเผยแพร่วารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ (STM) มีมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2559 และหากนับรวมหนังสือและข้อมูลอื่นๆ ภายในตลาดสิ่งพิมพ์ STM จะมีมูลค่ารวมประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยตลาดสิ่งพิมพ์วารสาร STM ที่เปิดให้เข้าถึงอย่าง (Open access) นั้น มีมูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในปี2558 (เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านดอลลาร์ในปี 2553 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ราว 20%) ขณะที่มูลค่าของตลาดวารสาร STM แบบคิดค่าบริการบอกรับสมาชิก/คิดค่าบริการเข้าใช้เนื้อหา(subscription/paid access) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง แตะ 8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2559 (จาก 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2557) อุตสาหรรมสิ่งพิมพ์มีการจ้างงานบุคลากรประมาณ 100,000 คนทั่วโลก ซึ่งทำงานให้กับนักวิจัยราว 10 ล้านคน นักวิจัยเหล่านี้ผลิตบทความ 2.5 ล้านชิ้นต่อปี โดยจำนวนบทความที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed articles) และจำนวนนักวิจัยนั้น เพิ่มขึ้นในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 10% ดังนั้น ตัวชี้วัดคุณภาพวารสาร/บทความ และสื่อดิจิตอลที่คุ้มค่าจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับความต้องการของแวดวงวิชาการ

OMICS International Logo / OMICS International (PRNewsFoto/OMICS International)

โลโก้– http://photos.prnewswire.com/prnh/20161023/431540LOGO

Dr Gedela กล่าวว่า ปัจจุบัน ฐานข้อมูล CrossRef ประกอบด้วยตัวระบุวัตถุดิจิทัล (DOIs) 75 ล้านตัว ซึ่ง 60 ล้านตัวในจำนวนนี้อ้างอิงบทความจากวารสารทั้งหมดกว่า 38,000 ฉบับ (วารสาร 20% ไม่มีการใช้งาน) ทั้งนี้ มีการประมาณการว่า GoogleScholar ซึ่งเป็นแหล่งดัชนีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเอกสารประมาณ 125-175 ล้านฉบับ ซึ่งรวมถึงบทความวารสาร หนังสือ และเอกสารที่พิมพ์เผยแพร่ในวงจำกัด หรือเอกสารที่ไม่ได้พิมพ์เผยแพร่(Grey Literature) ทั้งนี้ วารสารแบบบอกรับสมาชิกกำลังเริ่มลดความนิยมลง ในขณะที่วารสารที่เปิดให้เข้าถึงอย่างเสรีกำลังขยายตัวมากขึ้น โดย ณ ขณะนี้มีวารสารที่เปิดให้เข้าถึงอย่างเสรีอยู่ 10,000 ฉบับที่สามารถใช้งานได้ และบทความต่าง ๆ ที่มาจากวารสารเหล่านี้มีมากถึงราว 500,000บทความต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 20% ของการผลิตบทความวิชาการทั่วโลกในแต่ละปี

ปัจจุบันมีผู้จัดพิมพ์และสมาชิกในแวดวงวิชาการจำนวนมากที่หันมาติดตามดัชนีวัดคุณภาพบทความแบบใหม่อย่าง articles metrics มากกว่าที่จะสนใจ impact factors ในรูปแบบเดิม ๆ โดย articles metrics อาจเรียกว่า article-level-metricsAltmetrics หรือ Article Impact factorsก็ได้ ในปัจจุบันผู้เขียนบทความไม่จำเป็นต้องรอให้ผลงานของตนถูกนำไปอ้างอิงโดยบุคคลอื่นในโลกแห่งวิชาการ และไม่จำเป็นต้องรอการนับimpactfactor เพื่อความน่าเชื่อถือและวัดความสำเร็จ โดยดัชนีที่เป็นทางเลือกใหม่ในการวัดความสำเร็จของผู้เขียนนั้นปรากฏในรูปของ article impactfactor

การเกิดขึ้นของสื่อดิจิทัลออนไลน์ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในการเผยแพร่บทความวิชาการในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับตัวบทความ หรือarticle impact factor/articles metrics มากกว่าตัววารสาร โดยอิทธิพลของบทความนั้นจะถูกชี้วัดด้วยยอดคลิกเข้าอ่าน ชม ดาวน์โหลด แชร์ ไลค์ของบทความทางออนไลน์ และจำนวนครั้งที่มีการนำบทความไปอ้างอิงในวารสารทางวิชาการแบบ peer reviewed ทั้งนี้ แพลตฟอร์มสำหรับเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพอย่าง ResearchGate, LinkedIn, GoogleScholar ตลอดจนโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Twitterต่างมีบทบาทสำคัญในการยกระดับ article impactfactor โดย articles metrics ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้น จะสะท้อนอิทธิพลของบทความที่มีต่อสังคมได้อย่างรวดเร็ว

OMICS Group มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน และได้รับการสนับสนุนจากนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 50,000 คนที่มาร่วมเป็นสมาชิกกองบรรณาธิการ เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และบริการสุขภาพอย่างเสรี พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคงไปกับ OMICS Group ที่สามารถเติบโตขึ้นจากวารสารจำนวน 10 ฉบับในปี 2552 สู่วารสาร 700 ฉบับ และผู้อ่าน 30 ล้านรายในปัจจุบัน นอกจากนี้ OMICS International Conference Series ยังจัดการประชุมทางวิทยาศาสตร์ 3,000 รายการ ทุกปี ทั่วอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย

ติดต่อcontact.omics@omicsonline.org

ผลวิจัย IMD ชี้เอเชียต้องเน้นพัฒนาบุคลากรในประเทศมากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รายงานการศึกษาล่าสุดงบ่งชี้ว่า เอเชียกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก หากยังละเลยที่จะพัฒนาบุคลากรผู้มีความสามารถทางธุรกิจในประเทศของตนเอง

(รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161124/442730-INFO)

นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่เอเชียมีตัวแทนเพียงประเทศเดียวที่ติด 1 ใน 10อันดับแรกในการจัดอันดับ World Talent Ranking [http://www.imd.org/wcc/news-talent-report ] โดย IMD  [http://www.imd.org ] โรงเรียนธุรกิจชั้นนำของโลก

รายงานของ IMD ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ได้ประเมินประเทศต่างๆ จำนวน 61 ประเทศ โดยพิจารณาจากความสามารถในด้านการพัฒนา การดึงดูด และการรักษาบุคลากรที่มีความสามารถต่อการเพิ่มพูนศักยภาพในการดำเนินงานของธุรกิจ

โดยใน 61 ประเทศที่เข้ารับการจัดอันดับในปีนี้นั้น ฮ่องกงรั้งอันดับ 10โดยไต่ขึ้นสองอันดับจากปี 2558 ส่วนประเทศอื่นๆในเอเชียต่างมีอันดับที่รูดลงถ้วนหน้า

ขณะที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งเดียวจากเอเชียที่ติด 1 ใน 10 อันดับแรกเมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้ร่วงลงห้าอันดับมาอยู่ในอันดับที่ 15 ส่วนมาเลเซียหล่นลงจากอันดับ 15 ไปอยู่ในอันดับที่ 19 และไต้หวันขยับลงหนึ่งอันดับจาก 23 ไปอยู่อันดับที่ 24 และไทยตกจากอันดับที่ 34 ลงไปอยู่อันดับที่37

ส่วนจีน หนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ตกลงมาสามอันดับไปอยู่อันดับที่ 43 โดยมีอินโดนีเซียตามหลังมาในอันดับที่ 44

ศาสตราจารย์อาร์ทูโร บริส ผู้อำนวยการ World Competitiveness Center [http://www.imd.org/wcc ] ของ IMD ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่รายงานนี้ ระบุว่า การขาดแคลนการลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในประเทศ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ประเทศต่างๆในเอเชียถูกลดอันดับลง

เขากล่าวว่าเราไม่มีข้อสังสัยเลยว่า หลายประเทศในเอเชียยังคงเป็นกลุ่มประเทศที่สามารถดึงดูดบุคลากรระดับหัวกะทิจากต่างประเทศได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยที่สิงคโปร์เป็นที่หนึ่งในประเทศเหล่านั้น

และเราก็ไม่มีความเคลือบแคลงเช่นกันว่า เอเชียจะสามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันโดยรวมได้ ด้วยความรู้และประสบการณ์จากบุคลากรต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการขาดแคลนด้านการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพภายในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนจากภาครัฐในด้านการศึกษาศ.บริสกล่าว

จากประเด็นดังกล่าวและประเด็นที่เกี่ยวข้อง หมายความว่า ประเทศในเอเชียทำได้ไม่ดีพอ เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์การประเมินที่สำคัญที่สุดบางข้อ ซึ่งเราใช้วัดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจโดยรวมของแต่ละประเทศ

ผลการจัดอันดับนั้นได้จากผลรวมการดำเนินงานใน 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่ การลงทุน/การพัฒนา ความดึงดูด และความพร้อม ซึ่งรวบรวมจากปัจจัยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การฝึกงาน การฝึกอบรมพนักงาน แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ทักษะทางด้านภาษา ค่าครองชีพ คุณภาพชีวิต ค่าจ้าง อัตราภาษี และภาวะสมองไหล

สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เบลเยียม สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ออสเตรีย ลักเซมเบิร์ก และฮ่องกง นำหน้าเยอรมนีขึ้นไปอยู่ใน 10อันดับแรกของปีนี้

ศาสตราจารย์บริสกล่าวว่า สาเหตุที่สิงคโปร์หลุดจาก 10 อันดับแรกนั้น เป็นเพราะการขาดการลงทุนที่เพียงพอในด้านการศึกษาทั้งระดับประถมและมัธยม ในช่วงปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เขาได้กล่าวถึงกรณีของประเทศจีน ซึ่งทำอันดับไม่ดีอย่างต่อเนื่องว่าแม้ว่าจะมีการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ แต่จีนยังคงไม่ใช่ประเทศแรกๆ ที่ดึงดูดบุคลากรผู้มีความสามารถจากต่างประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

รับชมรายงาน IMD World Talent Report 2016 ฉบับเต็มได้ที่
http://www.imd.org/uupload/IMD.WebSite/Wcc/NewTalentReport/Talent_2016_web.pdf

เกี่ยวกับ IMD
IMD World Competitiveness Center เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนธุรกิจIMD และเป็นผู้จัดทำหนังสือ World Competitiveness Yearbook ซึ่งตีพิมพ์เป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2532 โดยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นรายงานประจำปีชั้นนำในด้านการประเมินความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ

ติดต่อ:

Matthew Mortellaro, +41-21-618-0352, matthew.mortellaro@imd.org

ในสิงคโปร์
Lynette Wong, +65-9027-7015 lynette.wong@mslgroup.com

ที่มา: IMD International

BARC India เชิญชวนองค์กรที่สนใจยื่นข้อเสนอเป็นที่ปรึกษาอิสระให้กับสมาชิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          หลังจากที่ได้ตั้งบริษัทวัดเรตติ้งทีวีขึ้นในประเทศอินเดียแล้ว บัดนี้BARC India จึงขอเชิญชวนบริษัทที่ปรึกษามืออาชีพยื่นข้อเสนอ (Request for Proposals – RFPs) เพื่อให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์แก่สมาชิกของ BARC India ทั้งนี้ กระทรวงสารสนเทศและการกระจายเสียง (MIB) ของอินเดียได้ออกแนวปฏิบัติซึ่งห้าม BARC India เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา หรือ มีบทบาทในการเป็นที่ปรึกษา ที่อาจนำไปสู่การมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับวัตถุประสงค์หลักของการวัดเรตติ้งทีวี อย่างไรก็ตาม สมาชิกหลายรายได้แสดงความต้องการที่จะใช้บริการให้คำปรึกษา และด้วยเหตุนี้ บริษัทที่ปรึกษาด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Insight) ที่มีชื่อเสียงจึงอาจเป็นผู้ให้บริการดังกล่าวได้ ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล ซึ่งการวัดเรตติ้งนั้นดำเนินการโดยบริษัทร่วมอุตสาหกรรม

BARC India and TAM India Form A Meter Management Company To Supply Raw Data to BARC India / BARC India logo

          (โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20150828/10129285 )

          ด้วยเหตุผลดังกล่าว BARC India จึงกำลังมองหาช่องทางในการสร้างกลุ่มบริษัทให้คำปรึกษากลุ่มเล็กๆ ที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเลือกผู้ให้บริการของตนเอง ทั้งยังช่วยลดผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการร่วมกับลูกค้าที่อาจเป็นคู่แข่ง บริษัทที่สนใจสามารถส่งอีเมลแสดงความจำนงมาที่ Sc_rfp@barcindia.co.in และยื่นข้อเสนอเพื่อให้บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวัดเรตติ้งทีวีแก่สมาชิกของ BARC India

          สมาชิกจะยังคงได้รับข้อมูลโดยตรงจาก BARC India ผ่านทางระบบวิเคราะห์ BARC India Media Workstation (BMW) ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้โดยใช้ระบบของตนเองเพื่อส่งมอบผลการให้คำปรึกษา อย่างไรก็ตาม ระบบวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาไม่ใช่ตัวเลือกที่สมาชิกของ BARC India จะสามารถใช้บริการได้

          “BARC India เป็นบริษัทร่วมอุตสาหกรรมที่ประกอบไปด้วยกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีเดียเอเจนซี่ และนักโฆษณา ที่ต้องการรักษาความเป็นอิสระและยุติธรรม ดังนั้นจึงไม่สามารถให้บริการให้คำปรึกษาแก่สมาชิกได้ อย่างไรก็ดี หลังจากที่ได้สร้างระบบวัดเรตติ้งผู้ชมโทรทัศน์ที่แข็งแกร่งขึ้นในประเทศอินเดียแล้ว เราได้ตัดสินใจที่จะมอบใบอนุญาตแก่บริษัทที่ปรึกษา ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลแก่สมาชิกของเรา ซึ่งจำเป็นต้องใช้บริการให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ เพื่อนำข้อมูลของ BARC India ไปใช้และวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”Partho Dasgupta ซีอีโอของ BARC India กล่าว

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

          Mr. Partho Dasgupta

          ซีอีโอ BARC India

          อีเมล: partho.dasgupta@barcindia.co.in

          โทร. +91-2249226611

          Ms. Seema Singh

          ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร

          อีเมล: seema.singh@barcindia.co.in

          โทร. +91-9702333354

          ที่มา: Broadcast Audience Research Council India

จีนเตรียมจัดมหกรรมของขวัญ-ของใช้ในบ้านสุดยิ่งใหญ่เมษายนปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

China (Shenzhen) International Gifts, Handcrafts, Watches & Housewares Fair (Gifts & Home China) คือมหกรรมจัดแสดงสินค้าประเภทของขวัญและของใช้ในบ้านที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2536 มหกรรมนี้จัดขึ้น 4 วัน และประกอบไปด้วยงานสัมมนาและกิจกรรมต่างๆมากมาย สำหรับงานครั้งต่อไปจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 เมษายน 2560 ที่เมืองเซินเจิ้น โดยถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบริษัทต่างชาติที่กำลังมองหาคู่ค้าทางธุรกิจและผู้ซื้อในประเทศจีน มหกรรมนี้จัดขึ้นโดย Reed Huabo

ข้อมูลสถิติ 

– พื้นที่จัดแสดง: 110,000 ตารางเมตร

– จำนวนบูธ: 5,200 บูธ

– จำนวนผู้จัดแสดง: 2,500 ราย

– จำนวนผู้เข้าชม: 150,000 ราย (90% เป็นผู้ซื้อจากจีน) 

สินค้า

ของขวัญและของพรีเมียม ของใช้ในบ้าน สินค้าส่งเสริมการขาย ศิลปะหัตถกรรม สินค้าตกแต่งบ้าน เคหะสิ่งทอ เครื่องแก้วและคริสตัล ผลิตภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์ สินค้าประเภทกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าหิ้ว และเครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์เสริมความงามและสุขภาพ เครื่องเขียน ผลิตภัณฑ์ด้านการกีฬาและสันทนาการ เครื่องประดับและสินค้าแฟชั่น อาหาร 

ผู้ซื้อ 

บริษัทด้านโฆษณาและของขวัญ หน่วยงานต่างๆ ตัวแทนจำหน่าย ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้นำเข้า ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร บริษัทประกันและหลักทรัพย์ บริษัทโทรคมนาคม บริษัทยานยนต์และสายการบิน บริษัทเครื่องนุ่งห่ม เจ้าของร้านค้าและผู้ค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าและเชนสโตร์ หน่วยงานจัดซื้อ ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ ฯลฯ  

บริการ 

– บริการจับคู่ธุรกิจแบบหนึ่งต่อหนึ่ง

– บริการสนับสนุนแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น โฆษณาบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ข่าวประชาสัมพันธ์บนสื่อหลากหลายประเภท และโฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการ

มหกรรมนี้เปิดเวทีให้ผู้จัดแสดงสินค้าได้พบปะกับลูกค้ารายใหม่และผู้ซื้อที่เหมาะสมที่สุด ดังนั้น ผู้ซื้อหลายรายจึงเลือกเข้าร่วมงานนี้เพียงงานเดียวเท่านั้น ส่งผลให้ผู้แสดงสินค้าหลายรายได้รับยอดสั่งซื้อจำนวนมากและพลิกสถานะของบริษัทได้เลยทีเดียว งานนี้จึงเป็นเวทีที่ดีที่สุดสำหรับผู้จัดแสดงสินค้าที่ต้องการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 

ผู้จัดแสดงสินค้าจากไทย อิหร่าน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ออสเตรเลีย ฮอลแลนด์ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อินเดีย ปากีสถาน เนปาล ฮ่องกง และไต้หวัน ได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าภายในงานมาโดยตลอด โดยพาวิลเลียนของศูนย์สนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งจังหวัดคย็องกี (GSBC) สำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งเกาหลีใต้ (Kotra) และสมาพันธ์ความร่วมมือด้านหัตถกรรม (KOHAND) จากเกาหลีใต้ รวมถึงพาวิลเลียนของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จากไทย ได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากผู้เข้าร่วมงานมาโดยตลอด

มหกรรมนี้จะเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ในปี 2560 โดยผู้จัดงานจะจัดกิจกรรมสนับสนุนหลายรายการเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดแสดงสินค้ากับผู้ซื้อ

อย่ารอช้า รีบลงทะเบียนเพื่อร่วมจัดแสดงสินค้าในงานได้เลย

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chinagiftsfair.com

สื่อและผู้จัดแสดงงานกรุณาติดต่อ

Lisa Li

โทร. +86-755-3398-9311

อีเมล: lisa.li@reedhuabo.com

“ยูเซน โบลต์” สุดยอดนักวิ่งสถิติโลก ขึ้นแท่นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาระบันเทิงคนใหม่ของ Maison Mumm แบรนด์แชมเปญอันดับหนึ่งของฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–29 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Maison Mumm ประกาศแต่งตั้ง ยูเซน โบลต์ สุดยอดนักกีฬาผู้ท้าทายทุกสถิติและคว้าเหรียญรางวัลมาครองมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาระบันเทิง (Chief Entertainment Officer: CEO) คนใหม่ล่าสุด หลังจากที่ปล่อยให้ลุ้นกันมาหลายเดือนว่าเขาจะเอายังไงต่อหลังคว้าเหรียญทองโอลิมปิกที่ริโอ โดยโบลต์ได้ออกแถลงการณ์พิเศษ (https://www.youtube.com/watch?v=tn5fVdL_rO4) ว่าเขาเตรียมก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ท้าทายมากที่สุดในอาชีพ ด้วยการรับตำแหน่ง CEO ของแบรนด์แชมเปญอันดับหนึ่งในฝรั่งเศส [1] อย่าง Maison Mumm

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7990651-usain-bolt-appointed-maison-mumm/

คลิปวิดีโอซึ่งมีชื่อว่า “ยูเซน โบลต์ CEO คนใหม่ของ Maison Mumm” เผยให้เห็นขวดของ Mumm ที่วางอยู่บนแท่นและมีแสงสว่างส่องลงมา จากนั้นโบลต์ได้ปรากฎตัวขึ้น คว้าขวดใบนั้น และใช้เหรียญทองเปิดฝาขวดในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน 

โบลต์จะเข้ามาสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆที่โลดโผนไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองให้แฟนๆของ Mumm ทั่วโลก ผ่านพลังอันเหลือล้น ความเร่าร้อน และความสดใหม่ของแบรนด์ และในระยะยาวเขาจะมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ที่จะสร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก เหนือสิ่งอื่นใด เขาจะผลักดันให้ Maison Mumm เป็นแบรนด์แชมเปญชั้นนำในสหรัฐอเมริกา

โบลต์คู่ควรอย่างยิ่งกับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาระบันเทิงคนแรกของ Mumm เนื่องจากเขาเป็นผู้นำในวงการกีฬาชนิดหาตัวจับยาก ความมุ่งมั่นต่อชัยชนะและท่าฉลองชัยอันโดดเด่นของเขาได้สร้างความรื่นเริงให้กับแฟนๆทั่วโลก นอกจากนี้ คติประจำใจของโบลต์ นั่นคือ ทุกอย่างเป็นไปได้ ผมไม่เคยคิดถึงขีดจำกัดยังสอดคล้องกับคติพจน์ของMaison Mumm ที่ว่า ทุกอย่างต้องดีที่สุดและ กล้าเผชิญหน้า คว้าชัยชนะ และฉลองความสำเร็จ

โบลต์ กล่าวว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับตำแหน่ง CEO ของMaison Mumm ผมจะแสดงให้ทั้งโลกเห็นถึงความหมายของการเฉลิมฉลองและความสนุกสนานในรูปแบบที่โลดโผน ภารกิจอันดับหนึ่งของผมคือการสานต่อความยิ่งใหญ่ของ Mumm ในการเฉลิมฉลองชัยชนะด้วยรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร และผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะเชิญชวนให้บรรดาแฟนๆทั่วโลกเข้ามามีส่วนร่วมกับผมเนื่องในโอกาสนี้

บทบาทใหม่ของโบลต์สอดคล้องกับภาพลักษณ์ผู้บุกเบิกของMumm ซึ่งสะท้อนถึงความกล้าหาญและการทำในสิ่งที่ใครๆก็คาดไม่ถึง เมื่อช่วงต้นปีนี้ Mumm ได้เผยโฉม “Mumm Grand Cordon” ขวดแชมเปญดีไซน์ใหม่ที่ฉีกทุกกฎการออกแบบ จากฝีมือของ Ross Lovegrove นักออกแบบชาวอังกฤษผู้กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย ขึ้นแท่นขวดแชมเปญที่ล้ำสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Maison Mumm ที่มีอายุกว่า 189 ปี ขวดแชมเปญรูปทรงใหม่มีจุดเด่นอยู่ที่คอขวดอันเรียวยาว ซึ่งได้พลิกโฉมการผลิตขวดแชมเปญรูปแบบเดิมโดยสิ้นเชิง และเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับแชมเปญระดับพรีเมียมไปอีกขั้น Mumm Grand Cordon จึงไม่ใช้ฉลากติดหน้าขวดแบบเดิมๆ แต่พิมพ์สัญลักษณ์ G.H. Mumm รวมถึงตรานกอินทรีสีทองลงไปบนเนื้อขวดแทน นอกจากนี้Maison Mumm ยังคงเดินหน้าก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งการเฉลิมฉลองและนวัตกรรม ด้วยการเปิดตัวขวดแชมเปญที่เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัลเป็นครั้งแรก (เมื่อจุกขวดแชมเปญถูกเปิดออก ระบบภาพและเสียงภายในสถานที่จะทำงานโดยอัตโนมัติ) รวมถึงบริการเสิร์ฟแชมเปญด้วยโดรนเป็นเจ้าแรกด้วย

ซีซาร์ กียง ประธานและซีอีโอของ Martell Mumm Perrier-Jouetกล่าวว่า “Maison Mumm พยายามเสาะหาวิธีเฉลิมฉลองร่วมกับแฟนๆ ในรูปแบบที่ใครก็คาดไม่ถึง ในฐานะที่ยูเซนเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาระบันเทิงคนใหม่ เราจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งมอบความตื่นเต้นให้กับแฟนๆผ่านนวัตกรรมอันน่าทึ่ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับช่วงเวลาแห่งความสำเร็จทั่วโลก ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ก็ตาม”

Mumm ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับเหล่าผู้บุกเบิกที่กล้าฉีกกฎเดิมๆมาโดยตลอด เช่น การสนับสนุนนักสำรวจชื่อดังชาวฝรั่งเศสอย่าง ฌอง-แบบทิสต์ ชาโก ระหว่างการเดินทางสำรวจขั้วโลกใต้เป็นครั้งแรกในปี 2447ขณะเดียวกัน การแต่งตั้งโบลต์ขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าวก็เป็นก้าวแรกของความร่วมมืออันน่าตื่นเต้นระหว่าง Maison Mumm และนักวิ่งลมกรดผู้นี้ สำหรับทุกท่านที่กล้าเข้ามาสัมผัสกับกิจกรรมที่โบลต์และ Mumm ได้ร่วมกันรังสรรค์ขึ้น โปรดติดตามประกาศจากทางเราได้ในเร็วๆนี้ที่http://www.mumm.com ซึ่งรับประกันว่าจะสนุกสนาน เร้าใจ และสร้างสรรค์อย่างแน่นอน

อ้างอิง

1. IWSR source

Usain Bolt Icon of Victory / Usain Bolt, Icon of Victory, is appointed the New CEO of Maison Mumm - Photo Credit: Bastien Bonnarme / Willie Beamen (PRNewsFoto/Maison Mumm)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161126/443016 )

ที่มา: Maison Mumm

13 เมืองในมณฑลเจียงซูเผยแผนงานพัฒนา มุ่งยกระดับสู่การเป็นมณฑลแถวหน้าของจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนานจิง, จีน–28 พ.ย.–ซินหัว–เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำ 13 เมืองในมณฑลเจียงซู ได้เปิดเผยแผนงานพัฒนาระยะเวลา 5 ปี ณ การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นในมณฑลเจียงซู โดยแผนงานของแต่ละเมืองมีดังนี้

          เมืองหนานจิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเจียงซู วางแผนที่จะยกระดับการก่อสร้างเมืองสู่การเป็นหัวเมืองหลัก (Tier 1) รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพชีวิตในหนานจิง ด้วยการเพิ่มรายได้สุทธิต่อหัวเป็น 60,000 หยวน (8,693 ดอลลาร์) สร้างงานใหม่ 700,000 ตำแหน่งในเขตเมือง และเพิ่มสัดส่วนของเด็กที่เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลของรัฐและเอกชนเป็น 85%

          เมืองอู๋ซี ได้จัดทำแผนเพิ่มทรัพยากรสาธารณะและปรับปรุงการเข้าถึงทรัพยากรของกลุ่มด้อยโอกาส ด้วยการยกระดับรายได้และสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนจำนวนมากขึ้นจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเมือง

          เมืองซูโจว พร้อมก้าวเป็นผู้นำการพัฒนาในมณฑลเจียงซู และสร้างเมืองที่มั่งคั่งตามคุณลักษณะของซูโจวใน 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของเมือง พร้อมผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรม, เดินหน้ายกระดับรายได้ของชาวเมือง และทำให้บริการสาธารณะมีความสมดุลมากขึ้น, ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมสังคมภิบาลและเสริมสร้างจริยธรรมสังคม

          เมืองฉางโจว ได้เน้นย้ำเรื่องการสร้างเมืองให้เป็นศูนย์กลางการผลิตงานสร้างสรรค์

          เมืองเจิ้นเจียง ได้เปิดตัวแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมือง

          เมืองหยางโจว ตั้งเป้าผลักดันการพัฒนาเมืองไปสู่ระดับที่สูงขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการเพิ่มรายได้ในเขตเมืองและชนบทเป็นสองเท่าภายในปี 2563 สู่ระดับเฉลี่ยของมณฑล พร้อมสร้างต้นแบบเมืองหยางโจวที่เข้มแข็งและสวยงาม

          เมืองหนานทง เน้นย้ำว่าจะทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อยกระดับรายได้ในเขตเมืองและชนบท และสร้างอุทยานนครที่น่าอยู่ เหมาะสมและดึงดูด

          เมืองสวีโจว จะประสานความพยายามในด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเมืองที่ประกอบไปด้วย 5 จุดเด่น ซึ่งจะยกระดับข้อได้เปรียบของซูโจวในด้านเหล่านั้น พร้อมสร้างเมืองต้นแบบด้วยการฟื้นฟูเขตอุตสาหกรรมเก่า

          เมืองไท่โจว ยกให้การพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นภารกิจสำคัญลำดับแรก และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสู่ระดับ gold GDP และ green GDP

          เมืองเหลียนยวินกั่ง ได้ร่างแผนงานสำหรับการสร้างเมืองอ่าวนานาชาติ และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาร่วม

          เมืองเหยียนเฉิง มุ่งขยายความเจริญทั่วทั้งเมือง โดยยึดระดับความพึงพอใจของประชาชนเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ

          เมืองหวยอัน ตั้งเป้าที่จะสร้างเมืองให้เป็นเมืองศูนย์กลางในพื้นที่ตอนเหนือของมณฑลเจียงซู และส่งเสริมการท่องเที่ยว การช็อปปิ้ง อาหาร การเรียนรู้ บริการสุขภาพ และมาตรฐานความเป็นอยู่ของเมือง

          เมืองสู้เชียน จะเร่งการก่อสร้างระบบนิเวศสีน้ำเงิน เขียว และสะอาด เพื่อทำให้ชีวิตของชาวเมืองมั่งคั่งและผาสุก

          กรุณาติดต่อเราทางอีเมล english@jschina.com.cn

          ที่มา: jschina.com.cn

Upsolar จับมือ Koine และ CW นำร่องทดสอบระบบโซลาร์เซลล์แบบลอยตัวในสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–28 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Upsolar (Singapore) Pte. Ltd. บริษัทย่อยของ Upsolar ซึ่งเป็นผู้จัดหาและให้บริการแผงโซลาร์เซลล์ (PV) จับมือกับ Koine บริษัทออกแบบที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการลอยตัว และ CW ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศของ Upsolar เพื่อเริ่มใช้ระบบโซลาร์เซลล์แบบลอยตัวที่เขื่อน Tengeh ในสิงคโปร์ ระบบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการร่วมที่ควบคุมดูแลโดยสถาบันวิจัยพลังงานแสงอาทิตย์แห่งสิงคโปร์ (SERIS) และริเริ่มโครงการโดยคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) และ PUB ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลทรัพยากรน้ำแห่งชาติของสิงคโปร์ นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องสีเขียวของสิงคโปร์ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการใช้ระบบ PV แบบลอยตัว

Upsolar เป็นหนึ่งใน 8 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของบริษัท ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึงเกือบ 100 กิโลวัตต์ เมื่อเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ ทั้งนี้ ด้วย UP-M320P ของUpsolar ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในระดับสูง ทำให้ระบบดังกล่าวสามารถผลิตพลังงานสะอาดแก่ครัวเรือนได้มากถึง 20 หลังโดยเฉลี่ย โดยตัวแผงจะถูกติดตั้งบนโครงสร้างลอยที่ออกแบบโดย Koine Multimedia และติดตั้งโดย CW Group ในเดือนตุลาคม 2559

โครงการร่วมดังกล่าวจะทำให้ได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนค่าใช้จ่าย ประโยชน์ และความท้าทายของระบบโซลาเซลล์แบบลอยตัว โดยจะมี SERIS เป็นผู้วิเคราะห์ระบบ และ PUB เป็นผู้ศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่อบริเวณแหล่งน้ำโดยรอบ

“Upsolar ภูมิใจและตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับนวัตกรรมโซลาเซลล์แบบลอยตัว” รอย ลี กรรมการผู้จัดการ Upsolar Group ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าว “พื้นทีอันจำกัดในสิงคโปร์ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยเราเชื่อว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบลอยน่าจะเป็นทางออกที่ดี และยินดีที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการอื่น ๆ อีกในภายภาคหน้า

เกี่ยวกับ Upsolar

Upsolar เป็นผู้พัฒนาและผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์คุณภาพสูงในราคาย่อมเยา ที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่การลงทุนระยะยาวของลูกค้าทั่วโลกUpsolar ใช้ประโยชน์จากการที่ไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตนเองด้วยโมเดลธุรกิจแบบ Asset Light Model และจากชิ้นส่วนประกอบชั้นยอด ส่งผลให้บริษัทยังคงเป็นผู้นำในการตอบสนองความต้องการและการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ให้แก่ลูกค้าที่ต้องการคุณภาพของสินค้าและความสวยงามของสินค้าในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.upsolar.com

ติดตามเราได้ทางโซเชียลมีเดีย:

LinkedIn: linkedin.com/company/upsolar-group
Facebook: facebook.com/Upsolar
Twitter: twitter.com/upsolargroup 
YouTube:youtube.com/user/upsolargroup

“อูโบลท์” จับมือ “เฟอร์รารี” สร้างสรรค์ “BIG BANG FERRARI” นาฬิกาสุดล้ำเหนือจินตนาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาราเนลโล, อิตาลี–28 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อูโบลท์ (Hublot) สร้างสรรค์นาฬิกาที่เน้นดีไซน์โดดเด่นเสมอมา เฉกเช่นเดียวกับนาฬิกาคอลเล็กชั่นใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง อูโบลท์ และ เฟอร์รารี มาตั้งแต่ปี 2554 โดยนาฬิการุ่นใหม่ที่ออกมาในแต่ละรุ่นนั้น ได้ผสมผสานนวัตกรรม ความยอดเยี่ยม และประสิทธิภาพของสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่นี้ให้เป็นหนึ่งเดียว สำหรับนาฬิการุ่น Big Bang Ferrari ก็ไม่ได้รับการยกเว้น เพราะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์บนแรงบันดาลใจจากนวัตกรรมและเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตเฟอรร์รารี โดยทั้งสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ได้ร่วมกันดีไซน์นาฬิกาในรุ่น Big Bang Unico ด้วยรูปแบบอันโฉบเฉี่ยว

ที่สุดแห่งสองวงการ

นาฬิการุ่นใหม่นี้เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างไอเดียล้ำสมัยของอูโบลท์ และการออกแบบในสไตล์ของเฟอร์รารี่ โดยโครงสร้างและสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบนี้เป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมบนนาฬิกา Big Bang Ferrari ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัย

 Big-Bang-Ferrari-Carbon / Big Bang Ferrari Carbon (PRNewsFoto/HUBLOT)

    (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161123/442593)

Big-Bang-Ferrari-King-Gold-2 / Big Bang Ferrari King Gold (2) (PRNewsFoto/HUBLOT)

    (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161123/442595)

Big-Bang-Ferrari-King-Gold- / Big Bang Ferrari King Gold (PRNewsFoto/HUBLOT)

    (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161123/442594)

Big-Bang-Ferrari-Titanium / Big Bang Ferrari Titanium (PRNewsFoto/HUBLOT)

    (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161123/442596)

Launch-of-the-Big-Bang-Ferrari-at-the-Museo-Enzo-Ferrari / Launch of the Big Bang Ferrari at the Museo Enzo Ferrari (PRNewsFoto/HUBLOT)

    (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161123/442597)

ในส่วนของหน้าปัดบอกนาทีและช่องแสดงวันที่นั้น ได้รับการออกแบบพิเศษให้ดูคล้ายกับเครื่องวัดความเร็วรอบของเฟอร์รารี่ โดยจัดวางไว้ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกาบนหน้าปัด ขณะที่การดีไซน์ตัวเลขแสดงวันที่ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวเลขบนหน้าปัดบอกความเร็วของรถเฟอร์รารี่ นอกจากนี้ยังได้จัดวางสัญลักษณ์ม้าลำพอง “Prancing Horse” ไว้อย่างโดดเด่น ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา สำหรับตำแหน่ง 9 นาฬิกานั้น เป็นช่องหน้าปัดบอกวินาที ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับเครื่องระบายอากาศ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเข็มนาฬิกาใหม่ทั้งหมด ซึ่งทำให้สามารถอ่านเวลาได้ง่ายขึ้น ขณะที่ตัวเลขแสดงเวลานั้นได้รับการจัดเรียงบนขอบหน้าปัด แทนที่การเรียงไว้ตามแนวระนาบดังเช่นนาฬิกาทั่วๆไป ทำให้ตัวเลขเหล่านี้ดูเหมือนลอยขึ้นเหนือหน้าปัด ซึ่งเพิ่มเอกลักษณ์ความเป็นนาฬิกาแบบ 3 มิติด้วย  

เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความบางของตัวเรือนนาฬิกาBig Bang Ferrari นั้น อูโบลท์ได้ออกแบบฐานโครงของนาฬิกาใหม่โดยมีการเจาะช่องสำหรับสกรู 6 ตัว ทั้งนี้โดยคำนึงถึงหลักการใช้งาน โดยการออกแบบใหม่นี้จะช่วยปกป้องตัวสกรู และทำให้สกรูเหล่านั้นเป็นเสมือนชิ้นส่วนจากส่วนควบคุมนาฬิกา

บนปุ่มครอบเม็ดมะยม หรือ crown guard ของนาฬิกายังมีการออกแบบลายเส้นสีแดงที่คาดไว้กึ่งกลาง ซึ่งชวนให้นึกถึงรูปทรงโค้งเว้าตรงท้ายรถของรถรุ่น LaFerrari ในขณะที่เม็ดมะยมที่ติดตั้งบนแกนหมุนด้านข้างของนาฬิกานั้นก็ออกแบบมาให้คล้ายกับคันเหยียบของตัวรถ พร้อมประดับด้วยโลโก้ของอูโบลท์อย่างลงตัว การออกแบบ crown guard ได้คำนึงถึงหลักการใช้งานและการบูรณาการของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีการนำจุดเด่นด้าน Turbo Performance Engineer (TPE) ที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางแผงหน้าปัดรถยนต์เฟอร์รารี่มาประยุกต์ใช้ในงานดีไซน์ของ Big Bang Ferrari ด้วย ขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆของนาฬิกานั้นก็ล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถเฟอร์รารีทั้งหมด และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือตัวอักษรสีแดงสดคำว่า “Ferrari”ที่สลักอยู่บนขอบนาฬิกา

นอกจากนี้ Big Bang Ferrari ยังมาพร้อมกับนวัตกรรม Unico movementที่อูโบลท์ได้ผสานเทคโนโลยีการจับเวลาแบบ flyback chronographควบคุมผ่านกลไก column wheel ที่อยู่บนหน้าปัด อีกทั้งแกนหมุนยังถูกออกแบบมาให้มีลักษณะคล้ายกับกรอบล้อของเฟอร์รารี่ ขณะที่แผ่นรองหลักของนาฬิกา สะพาน และตุ้มน้ำหนักถูกเคลือบด้วย PVD สีดำทั้งหมด และสามารถมองเห็นได้ผ่านหน้าปัดและฝาหลังที่ทำจากกระจกแซฟไฟร์

การผลิตแบบจำนวนจำกัด

สำหรับผลงานรุ่น Big Bang Ferrari จะมาพร้อมตัวเรือนขนาด 45มิลลิเมตร โดยมีให้เลือกในรุ่นตัวเรือนไทเทเนียม ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เรือน รุ่นตัวเรือนคิงส์โกลด์ ผลิตเพียง 500 เรือน และรุ่นตัวเรือนคาร์บอน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือน มาพร้อมสายหนังกลับอัลคันทาราบุด้วยยางสีดำ พร้อมเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดงตามแบบสไตล์เบาะหนังของเฟอร์รารี่ หรือในรุ่นสายหนัง Shedoni ซึ่งเป็นดีไซน์ต้นแบบของเบาะรถยนต์เฟอร์รารี่   

การหลอมรวมระหว่างสไตล์อันโดดเด่นและการใช้งานที่ยอดเยี่ยม

งานดีไซน์ใหม่นี้เราใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ตัวโครงนาฬิกา Big Bang ไปจนถึงชิ้นส่วนที่เล็กที่สุด

ที่มา: HUBLOT

XCMG เปิดตัว XCMG-Cloud โชว์ผลิตภัณฑ์เด่น พร้อมชูความ “ทันสมัยและทนทาน” เป็นมาตรฐานระดับทอง ที่งาน bauma China 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้—25 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

XCMG ผู้ผลิตเครื่องจักรชั้นนำของโลก ยกทัพผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และโซลูชั่นการก่อสร้างครบครัน ภายใต้แนวคิด“Ingenuity & Intelligent Manufacturing for You” มาจัดแสดงที่งานbauma China ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งที่งานนี้ XCMG ยังได้ประกาศให้ความ “ล้ำหน้าและทนทานหรือ“Advanced and Endurable” เป็นมาตรฐานระดับทองเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยอย่าง XCMG-Cloud

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161125/0861612695

ทันสมัยและทนทานคือคำมั่นสัญญาที่ XCMG มอบให้แก่ตลาดและลูกค้า โดยเฉพาะในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีและการรับประกันคุณภาพสินค้า ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมคุณค่าอุตสาหกรรมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความทันสมัยและทนทาน ทั้งยังเป็นการพัฒนาตลาดระดับไฮเอนด์อีกด้วยหลี่ สั่วหยุน ผู้ช่วยผู้จัดการของ XCMG กล่าว

“XCMG ได้จัดตั้งศูนย์ระบบ R&D ระดับโลกขึ้นที่สถาบันวิจัยของ XCMGโดยนำเอาทรัพยากรทั้งหมดจากยุโรป สหรัฐ และบราซิลมาผนวกรวมกัน และยังได้สร้างศูนย์วิจัยอีกหลายแห่งที่สามารถปรับให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้

XCMG จัดแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องจักรก่อสร้าง 70 รายการ ชิ้นส่วนหลัก45 รายการ รวมทั้งนำเสนอโซลูชั่นเฉพาะทางที่มีความครอบคลุม ตลอดระยะเวลา 4 วันของการจัดงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการดำเนินงานตามมาตรฐานระดับทองที่ว่า ทันสมัยและทนทานโดยผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่นำมาจัดแสดงในปีนี้ มีทั้งรถเครนXCA1200 ขนาด 1,200 ตัน 8 เพลา ที่สามารถใช้งานได้ในทุกพื้นผิว, เครนอัจฉริยะรุ่น XCA60_E และรถปั๊ม “HB52K” ในซีรี่ย์ S9 ที่พัฒนาร่วมกับ Schwing ผู้ผลิตเครื่องจักรคอนกรีตชั้นนำของเยอรมนี

ขณะเดียวกัน มีการเปิดตัว XCMG-Cloud อย่างเป็นทางการในพิธีเปิด โดย XCMG-Cloud เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์อุตสาหกรรมแพลตฟอร์มแรกบนระบบข้อมูลและฐานข้อมูลของ XCMG และเป็นพันธมิตรกับ Alicloudซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวเตอร์จาก Alibaba ทั้งนี้ แพลตฟอร์มXCMG-Cloud ขั้นสูงนี้ประกอบด้วย 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ แพลตฟอร์มพื้นฐาน IaaS, แพลตฟอร์มหลัก PaaS และแพลตฟอร์มแอพพลิเคชันบิ๊กดาต้าSaaS

“ในอนาคตคุณอาจได้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มนี้ หรือไม่แพลตฟอร์มนี้ก็อาจกลายเป็นตัวกำหนดชีวิตคุณ” หยาง หยง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปของXCMG กล่าว “เราได้สร้างแพลตฟอร์ม XCMG-Cloud ที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และง่ายต่อการแบ่งปันข้อมูล อีกทั้งเรายังได้สร้าง ระบบนิเวศใหม่ ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเทคโนโลยีโลก พร้อมกับสร้างมาตรฐานใหม่ และบูรณาการข้อมูลร่วมกับพันธมิตรของเรา

“ทันสมัยและทนทาน” เป็นจุดยืนของ XCMG ในการเพิ่มคุณค่าให้กับนวัตกรรม ในขณะที่ XCMG-Cloud เป็นรากฐานอันชาญฉลาดของปรัชญาบริษัทที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นเป้าหมายของXCMG ที่มุ่งเน้นการผลิตอันชาญฉลาดและอัจฉริยะสำหรับคุณ

เกี่ยวกับ XCMG

XCMG เป็นผู้ผลิตเครื่องจักรหนักที่มีการดำเนินงานในหลายประเทศ และปัจจุบันติดอันดับ 9 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 173 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ www.xcmg.com หรือติดตามเพจXCMG บน FacebookTwitterYouTubeLinkedIn และ Instagram