ฉลองครบรอบ 13 ปี “Balloonie” สร้างเงินล้าน…ชวนคุณรวยด้วย “ลูกโป่ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

เปรี้ยวปาก

โดย : นายอนุภาค ชัยชนะดารา

ฉลองครบรอบ 13 ปี “Balloonie” สร้างเงินล้าน…ชวนคุณรวยด้วย “ลูกโป่ง”

ธุรกิจลูกโป่ง ในปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก ทั้งในฐานะตัวแทนการส่งความสุขที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับงานต่างๆ อาทิเช่น งานอีเว้นต์, งานรับปริญญา, งานวันเกิด และงานสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมสร้างกระแสความนิยมให้กับทุกคนทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็น ดารา, ศิลปิน, นักศึกษา, พนักงานออฟฟิศ ฯลฯ ซึ่งต้องบอกว่า เป็นเทรนด์ของขวัญแทนใจที่ใครๆ ก็นิยมในยุคนี้เลยทีเดียว

และถ้าจะให้พูดถึงบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับลูกโป่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่รู้จักมายาวนานมากกว่า 10 ปี ชื่อของ Balloonie (บอลลูนนี่) ย่อมผุดขึ้นมาอยู่ในใจของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน

จากเด็กหนุ่มที่มีเงินทุนเพียง 2,000 บาท พกพาความฝันช่วงวัยเยาว์ ด้วยความหวังเล็กๆ ของเด็กน้อยที่ต้องยืนรอรับลูกโป่งจากพี่ตัวตลก มาจนถึงวันนี้ หนุ่มนักคิดนักสร้างสรรค์อย่าง อาจารย์รุ่งโรจน์ สุวรรณธาดา หรือ อาจารย์เป็นต่อ ผู้ก่อตั้ง บริษัท บางกอกบอลลูน และเว็บที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสอนบิดลูกโป่งชั้นนำ อย่าง Balloonie (บอลลูนนี่) ที่วันนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 อย่างภาคภูมิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวงการบิดลูกโป่งให้เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น โดยการหยุดพักการเรียนการสอนในคอร์สบิดลูกโป่ง เป็นระยะเวลาถึง 2 ปีเต็มเลยทีเดียว!!

ประกาศพักสอน 2 ปี!!

พร้อมมุ่งพัฒนาวงการ “ลูกโป่ง” ในอนาคต…

ถือว่าเป็นทั้งข่าวที่น่ายินดี และน่าเสียดายในเวลาเดียวกัน เมื่อ อาจารย์เป็นต่อ ได้แจ้งกับทีมงานของพวกเราว่า จะงดการสอนคอร์สเรียนบิดลูกโป่งของ Balloonie และ มติชน อคาเดมี เป็นระยะเวลา 2 ปีเต็มๆ หลังสิ้นสุดการเรียนการสอนในคอร์สช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่จะถึงนี้

“ที่ผ่านมากว่า 13 ปีเต็ม Balloonie ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสถาบันการเรียนการสอนศิลปะการบิดลูกโป่งอย่างยาวนาน พอถึงจุดหนึ่งผมก็ค้นพบว่า ผู้เรียนบางคนที่ตั้งใจมาเรียนกับเรา ได้ห่างหายไปจากวงการบิดลูกโป่ง ส่วนหนึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น ไม่มีงบประมาณในการลงทุน, การพัฒนาศักยภาพในเรื่องลูกโป่งไม่ต่อเนื่อง และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ผมเกิดความรู้สึกเสียดายความรู้ และศักยภาพของผู้เรียนหลายๆ คน จึงเกิดแนวคิดที่จะหันกลับมาพัฒนาผู้เรียนเก่าๆ ที่ผ่านมาของเรา ได้กลับมาเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ โดยผมตั้งใจว่า จะเปิดเป็นคอร์สเทรนนิ่งเล็กๆ ให้ลูกศิษย์เก่าได้เข้ามาเรียนกัน ซึ่งจุดนี้ผมจะสอนและพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ เกี่ยวกับลูกโป่งให้ผู้เรียนทุกคน จากความรู้และประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงความรู้ต่างๆ ของผมที่สั่งสมมา ก็จะนำมาช่วยเหลือในช่วงระยะเวลา 2 ปีหลังจากนี้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้เรียนเลย แต่อาจจะมีแค่วัสดุ-อุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่สูงมากนัก โดยความมุ่งหวังในอนาคตของผมก็คือ ให้ลูกศิษย์เหล่านี้สามารถก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจในอนาคตให้ได้ และกลับมาช่วยกันพัฒนาวงการบิดลูกโป่งในเมืองไทยในอนาคตอีกด้วย” อาจารย์เป็นต่อ กล่าว

เตรียมเปิดคอร์ส

“รวยเงินล้านด้วยลูกโป่ง” ทิ้งทวนปี 2558

อาจารย์เป็นต่อ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ถือเป็นขวบปีที่สำคัญของ Balloonie เป็นอย่างมาก เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาเราได้มีการเปิดอบรมที่สถาบันมายาวนานกว่า 13 ปีเต็มแล้ว รวมถึงพันธกิจกับ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน ที่เราได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนกว่า 6 ปี มีลูกศิษย์ลูกหามากกว่า 2,000 คน ซึ่งจุดนี้การันตีได้ว่าเราประสบความสำเร็จในสายธุรกิจเกี่ยวกับ “ลูกโป่ง” อยู่ในระดับที่ดีพอสมควรเลยทีเดียว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่า ยังขาดหายไปก็คือ การนำไปต่อยอด และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนที่ขาดตอน จึงทำให้ผมเกิดความมุ่งมั่นที่จะกลับมาคิดแนวทางที่จะพัฒนาศักยภาพให้กับลูกศิษย์ และสร้างแนวทางให้กับทุกๆ คนได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจเกี่ยวกับลูกโป่งในอนาคตอีกด้วย

คอร์สเรียนพิเศษครั้งนี้ เป็นการตอบแทนผู้เรียนทุกคนที่ได้ให้การตอบรับ Balloonie ทั้งในฐานะผู้เรียน และผู้อุปการคุณผลิตภัณฑ์ของเรามาโดยตลอด ทาง Balloonie จึงได้จับมือ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) เปิดคอร์สเรียนเชิงธุรกิจ รวยเงินล้านด้วยลูกโป่ง โดยมุ่งเน้นไปที่การเรียนการสอนแบบมืออาชีพจริงๆ พร้อมมุ่งเน้นการต่อยอดทางธุรกิจแบบเต็มตัว ซึ่งคอร์สนี้ต้องบอกเลยว่าจัดเต็มทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่อุปกรณ์ที่เราให้ฟรี ได้แก่ ลูกโป่งกลม 12 นิ้ว สีมุก 1,000 ใบ, ลูกโป่งกลม 6 นิ้ว สีมุก 1,000 ใบ, ลูกโป่งกลม 10 นิ้ว สีธรรมดา 1,000 ใบ, ลูกโป่งกลม 6 นิ้ว สีธรรมดา 1,000 ใบ, ลูกโป่ง BKK 140 (ไส้ไก่) 600 ใบ, ลูกโป่ง BKK 255 (ไส้เป็ด) 600 ใบ, กระบอกสูบมือ 2 กระบอก, ริบบิ้นสีธรรมดา 500 หลา 10 ม้วน, ริบบิ้นสีมุก 500 หลา 10 ม้วน, เจลสำหรับใส่ในลูกโป่ง Thai Float, เครื่องสูบลมไฟฟ้า (ลูกโป่งกลม) 1 เครื่อง, ถังบรรจุก๊าซ Helium (ไม่ติดไฟ) ขนาดใหญ่ 7 คิว, หัวปรับแรงดัน Conwin ของแท้ USA, หนังสือบิดลูกโป่งมหัศจรรย์ 1 เล่ม, หนังสือตกแต่งสถานที่ด้วยลูกโป่ง 1 เล่ม ต้องบอกเลยว่าแค่ชุดอุปกรณ์ทั้งหมดในคอร์สนี้ ก็สามารถนำไปต่อยอดเปิดร้านลูกโป่งขนาดเล็กๆ ได้ไม่ยากแล้ว ประกอบกับการเรียนการสอนที่เข้มข้นทั้ง 3 วัน ที่ผู้เรียนทุกท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาคทฤษฎี และปฏิบัติ โดยวันแรกผู้เรียนทุกคนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบิดดัดลูกโป่งรูปแบบต่างๆ ต่อมาในวันที่สอง เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดสถานที่และตกแต่งด้วยลูกโป่ง ปิดท้ายในวันที่สาม เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ อาทิเช่น การจัดช่อดอกไม้ด้วยลูกโป่ง, และเทคนิคการบิดลูกโป่งปลีกย่อยอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมเรียนแนวทางการทำธุรกิจ และแนวคิดในด้านการตลาดจากอาจารย์เป็นต่อ ซึ่งผู้เรียนทุกคนจะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ และพูดได้เต็มปากว่า คอร์สเรียนนี้-ไม่มีค่าสอน-ซื้ออุปกรณ์-ก็เปิดร้านได้ทันที สำหรับคนที่อยากเรียนรู้ และทำธุรกิจเกี่ยวกับลูกโป่งกับ อาจารย์รุ่งโรจน์ สุวรรณธาดา หรือ อาจารย์เป็นต่อ ก็ไม่ควรพลาดโดยประการทั้งปวง

“ความสำเร็จของผมเองน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆ คน เพราะเริ่มต้นผมก็มีเงินทุนแค่ 2,000 บาทเท่านั้น จากความชอบลูกโป่งเป็นทุนเดิม ลองหัดบิด ดัดลูกโป่ง เพื่อความเพลิดเพลิน รู้จักฝึกฝน และมองหาโอกาส จนกระทั่งได้รับโอกาส และก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจ Balloonie ในปัจจุบัน ต้องบอกว่า ความฝันของผมมาไกลมาก และแน่นอนว่า ผมเองก็อยากจะให้ผู้เรียนทุกคนทำตามความฝันได้เหมือนกับที่ผมทำได้เช่นกัน” อาจารย์เป็นต่อ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากอบรมในคอร์สอบรมเชิงธุรกิจสุดพิเศษอย่าง รวยเงินล้านด้วยลูกโป่ง กับ อาจารย์รุ่งโรจน์ สุวรรณธาดา หรือ อาจารย์เป็นต่อ ผู้ก่อตั้ง บริษัท บางกอกบอลลูน และเว็บไซต์ Balloonie (บอลลูนนี่) ในวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2558 นี้ สมัครเรียนก่อนวันที่ 31 ตุลาคม 2558 รับส่วนลดพิเศษ 30 เปอร์เซ็นต์ จากราคา 85,000 บาท เหลือเพียง 58,850 บาทเท่านั้น!! สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือจะเข้าไปดูเพิ่มเติมที่ http://www.matichonacademy.com หรือ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เปิบสูตรเด็ด สารพัดเมนู “กุ้ง” ที่ “นายโซว” ร้านดังแห่งย่านพลับพลาไชย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07059011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

เปรี้ยวปาก

โดย อนุภาค ชัยชนะดารา

เปิบสูตรเด็ด สารพัดเมนู “กุ้ง” ที่ “นายโซว” ร้านดังแห่งย่านพลับพลาไชย

“กุ้ง” หนึ่งในวัตถุดิบแสนอร่อยจากท้องทะเล และถ้าเราพูดถึงกุ้ง ก็จะมีชื่อของ กุ้งกุลาดำ, กุ้งแชบ๊วย, กุ้งมังกร และอีกสารพัดกุ้งอยู่ในลิสต์วัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับปรุงจานเด็ดของแต่ละร้าน เพราะไม่ว่าคุณจะไปร้านอาหารดังๆ ที่ไหนก็ตาม จานอร่อยที่ทำจาก “กุ้ง” ก็มักจะอยู่ในลิสต์เมนูยอดนิยมของร้าน อาทิเช่น กุ้งผัดซอสเอ็กซ์โอ, กุ้งอบวุ้นเส้น, กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย และอีกหลายเมนูถ้าให้ผมสาธยายจริงๆ เต็ม 2 หน้ากระดาษก็ไม่จบอย่างแน่นอน แต่รอบนี้เราดั้นด้นจากมติชน อคาเดมี มาถึง ห้าแยกพลับพลาไชย เพื่อลองลิ้มชิม “สารพัดเมนูกุ้ง” จากร้านดังอย่าง นายโซว สุดยอดร้านอาหารจีนระดับภัตตาคาร ที่นักชิมหลายคนต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี

ร้านนายโซว หรือ นายโซว หอยกระทะร้อน ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารสไตล์จีนแต้จิ๋วชื่อดัง ในย่านพลับพลาไชย ที่ยังคงคุณภาพและรสชาติความอร่อยมาได้อย่างยาวนานกว่า 40 ปี สืบทอดความอร่อยโดยเจ้าของร้านรุ่นที่ 2 อย่าง คุณพิทักษ์ วรุณโกญจนาท หรือ เฮียยืน ต่อจากคุณพ่อ (นายโซว วรุณโกญจนาท) ที่เป็นต้นตำรับการทำอาหารจีน สำหรับเมนูเด็ดประจำร้านที่หลายคนชื่นชอบ คงต้องพูดถึงเมนู หอยทอดกระทะร้อน ที่มีให้เลือกทานทั้ง หอยนางรม และ หอยแมลงภู่ หรือจะเป็นเมนูสุดฮิตอย่าง หมูสะเด็ด, หัวปลาเผือกหม้อไฟ, ข้าวอบเผือก เป็นต้น

แต่รอบนี้เราไม่มาชิมข้างต้น…เพราะเจ้าของร้านเขาเชิญเรามาชิมสารพัดเมนูจาก “กุ้ง” ต่างหาก!!

เริ่มกันที่จานแรก กุ้งคั่วเกลือ ที่รสชาติหอมกรุ่นด้วยกลิ่นเครื่องเทศ นำกุ้งลงไปคั่วในกระทะ ไม่ต้องสุกมาก ให้พอได้กลิ่นหอม นำขึ้นมาเสิร์ฟ พร้อมทานกับข้าวสวยร้อนๆ ความอร่อยของเมนูอยู่ที่กุ้งแชบ๊วยที่สด ผสานกับความอร่อยของเครื่องเทศ ใครได้ลองจะต้องติดใจอย่างแน่นอน

ต่อกันจานที่สอง กุ้งอบวุ้นเส้น เมนูอร่อยที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่สูตรเด็ดของร้านนี้อยู่ที่การใส่เครื่องเทศและสมุนไพรไทย 5-6 ชนิดเลยทีเดียว หลายคนมองว่า เมนูนี้คือเมนูเบสิกทั่วๆ ไป ที่หาทานที่ไหนก็ได้ แต่ที่ร้านมีความแตกต่างคือ รสชาติที่เข้มข้น และความหอมกลิ่นเครื่องเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ซึ่งเฮียยืนพูดอย่างมั่นใจว่า กุ้งอบวุ้นเส้นของที่ร้านรสชาติไม่ซ้ำกับที่อื่นแน่นอน!

ปิดท้ายกันที่เมนู แฮ้จ๊อ ซึ่งหลายคนชอบถามว่า เมนูนี้ต่างกับ ฮ่อยจ๊อ ยังไง? สอบถามเฮียยืน จึงได้ความรู้มาว่า คำว่า แฮ้ ในภาษาจีน แปลว่า กุ้ง ส่วนคำว่า ฮ่อย ภาษาจีนนั้นแปลว่า ปู ดังนั้น เมนู ฮ่อยจ๊อ ก็คือ เมนูอาหารทานเล่นของจีนชนิดหนึ่ง ใช้วัตถุดิบหลักคือ “เนื้อปู” ส่วนเมนู แฮ้จ๊อ ก็ต่างกันตรงที่ใช้ “เนื้อกุ้งบด” มาเป็นวัตถุดิบหลักนั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 เมนูนี้ เฮียยืนบอกว่า มีกรรมวิธีการทำที่คล้ายคลึงกันคือ ถ้าเราทำเมนูใดเมนูหนึ่งได้ ก็สามารถประยุกต์เทคนิคการทำเมนูนี้ได้ไม่ยาก ส่วนความอร่อยของเมนูนี้ ก็อยู่ที่เนื้อกุ้งบดปรุงรสที่นำมาใช้ ซึ่งจะทำให้เนื้อแฮ้จ๊อมีความเหนียวนุ่ม…ซึ่งผมการันตีเลยว่า อร่อยเด็ดจริงๆ

ส่วนใครที่อยากรู้สูตรเด็ด-เคล็ดลับของทั้ง 3 เมนูนี้ “มติชน อคาเดมี” มีข่าวดีมาฝาก ในเดือนตุลาคม 2558 นี้ คุณพิทักษ์ วรุณโกญจนาท (เฮียยืน) แห่งร้านนายโซว จากย่านพลับพลาไชย เตรียมมาเปิดเผยการทำ 3 เมนูเด็ดอย่าง กุ้งคั่วเกลือ, กุ้งอบวุ้นเส้น และ แฮ้จ๊อ พร้อมแถมการทำเมนู “ฮ่อยจ๊อ” อีกด้วย

“สำหรับรอบที่ 2 ที่ผมเลือกที่จะมาสอนวิธีการทำเมนูกุ้ง เพราะสามารถหาซื้อวัตถุดิบได้ง่ายในท้องตลาด และสามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูที่น่าสนใจได้หลากหลายเมนู หรืออย่าง เนื้อกุ้ง เราก็นำมาบด ก็สามารถทำแฮ้จ๊อ หรือ ฮ่อยจ๊อได้ หรือกุ้งเป็นตัว ก็นำมาทำเมนู กุ้งคั่วเกลือ, กุ้งอบวุ้นเส้น ก็สามารถทำให้อร่อยได้ไม่ยาก หรือจะดัดแปลงทำเมนูอื่นๆ ไว้ทานก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ต้องบอกว่าแค่กุ้งอย่างเดียว คุณก็สามารถรังสรรค์เมนูอาหารได้หลากหลายเมนูแล้ว ซึ่งในชั่วโมงเรียนครั้งนี้คุณจะได้เรียนรู้ตั้งแต่วิธีการเลือกกุ้ง, เทคนิคการทำ, วิธีการดัดแปลงในการปรุงเมนูที่ทำจากกุ้ง เช่น การทำแฮ้จ๊อประยุกต์ไปเป็นเมนูฮ่อยจ๊อ เป็นต้น นอกจากนี้ ทุกคนที่มาเรียนในคอร์สนี้จะได้ทดลองทำทุกคน และได้นำเมนูในวันนั้นไปฝากคนที่บ้านให้ได้ลองชิมอีกด้วย” เฮียยืน กล่าว

ส่วนเทคนิคการทำเมนูกุ้งให้อร่อยนั้น เฮียยืนเล่าให้ฟังว่า “ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหลักอย่างกุ้ง ที่จะต้องสดและใหม่ นอกจากนี้ วิธีการปรุงก็สำคัญ เพราะจะต้องใช้วิธีการปรุงแบบแฮนด์เมด หรือใช้มือทำเท่านั้นถึงจะมีรสชาติดี ส่วนวิธีการเลือกกุ้งนั้น วิธีการทำ แฮ้จ๊อ เราจะใช้กุ้งตะกาด หรือกุ้งลี่ (ภาษาจีน เรียกว่า โอวคัก) ซึ่งเป็นกุ้งที่มีรสชาติดี เนื้อหวาน และมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวกว่า แต่ถ้าเราใช้กุ้งเลี้ยง รสชาติก็แตกต่างกันไป เนื้อสัมผัสจะไม่เหนียว เวลานำไปทำแฮ้จ๊อ จึงนิยมใช้กุ้งตะกาดมากกว่า เพราะจะได้ความเหนียว และรสชาติที่อร่อยมากกว่านั่นเอง

หลายคนที่เคยมาเรียนคอร์ส “หอยกระทะร้อน” ที่มติชน อคาเดมี จะรู้ดีว่าผมจัดเต็มให้ทุกครั้ง…ไม่มีกั๊กแน่นอน!”

สำหรับท่านที่สนใจอยากเรียนรู้เทคนิค-เคล็ดลับของหลักสูตรนี้ หรืออยากทราบรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับคอร์สอบรมอาชีพ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือจะเข้าไปดูเพิ่มเติมที่ http://www.matichonacademy.com

ข่าวดีสำหรับคนที่อยากมีอาชีพ มติชน อคาเดมี ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 เปิดตัว 20 หลักสูตรทำเงิน ที่อาจจะทำให้คุณพลิกผันชีวิตได้ ด้วยเงินลงทุนเพียง 999 บาทเท่านั้น!!! เตรียมพบกับหลักสูตรที่น่าสนใจ อาทิเช่น ครองแครงพริกไทยดำ (วันที่ 2 และ 9 ตุลาคม 58), กล้วยปิ้ง (วันที่ 2 และ 16 ตุลาคม 58), ไก่ทอดสมุนไพร (วันที่ 2 และ 9 ตุลาคม 58), สลัดแขก (วันที่ 2 และ 9 ตุลาคม 58), มันโบราณ (วันที่ 2 และ 9 ตุลาคม 58), ก๋วยเตี๋ยวหลอด เจ้าดังนางเลิ้ง (วันที่ 16 และ 30 ตุลาคม 58), ไก่ทอดหาดใหญ่ (วันที่ 16 และ 30 ตุลาคม 58), คุกกี้อัลมอนด์สไลซ์ (วันที่ 16 และ 30 ตุลาคม 58), ขนมเปี๊ยะไข่เค็ม (วันที่ 16 และ 30 ตุลาคม 58) เป็นต้น

สำหรับท่านที่สนใจอยากเรียนรู้เทคนิค-เคล็ดลับของหลักสูตรสร้างอาชีพทั้ง 20 หลักสูตร ตลอดเดือนตุลาคม 2558 นี้ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์)

“มติชน อคาเดมี” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 เปิดหลักสูตร “999” เสริมความรู้…สร้างรายได้ ให้กลายเป็น “อาชีพ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07057150958&srcday=2015-09-15&search=no

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 381

เปรี้ยวปาก

โดย อนุภาค ชัยชนะดารา

“มติชน อคาเดมี” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 เปิดหลักสูตร “999” เสริมความรู้…สร้างรายได้ ให้กลายเป็น “อาชีพ”

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 แล้วสำหรับ “ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี)” ผู้นำด้านการฝึกอาชีพของเมืองไทย ที่ได้สร้างอาชีพให้กับผู้เรียนมาแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นราย สามารถพลิกผันให้ผู้เรียนนับพันมีรายได้ และก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจอย่างเต็มตัว และหลังจากเจอกระแสวิกฤตเศรษฐกิจมาได้พักใหญ่ มติชน อคาเดมี จึงเตรียมพร้อมรับมืออย่างทันควัน ด้วยการ เปิดตัว 20 หลักสูตรทำเงิน ที่อาจจะทำให้คุณพลิกผันชีวิตได้ ด้วยเงินลงทุนเพียง 999 บาทเท่านั้น!!!

ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจค่อนข้างผันผวนเช่นนี้ ต้องบอกว่าภาคอุตสาหกรรมใหญ่ๆ หลายแห่ง ล้วนประสบปัญหาทั้งสิ้น ในขณะที่หลายคนเองก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้เช่นกัน แต่จะทำอย่างไร? หรือมีวิธีไหนบ้าง? จึงจะสามารถช่วยสร้างอาชีพให้ทุกๆ คนได้ด้วยตัวเองในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ด้วยเงินลงทุนที่ไม่ต้องมาก แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของแต่ละคนให้มีรายได้เสริมสามารถเลี้ยงครอบครัว และแบ่งเบาการใช้จ่ายได้อีกทางเลือกหนึ่งในยามเศรษฐกิจถดถอย

การเปิดคอร์สอบรม 999 จึงเกิดขึ้น โดยมีหัวใจสำคัญว่า หลักสูตรอาหารที่เราเลือกมาสอนนั้นจะต้องเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด สามารถนำไปทำขายได้ง่าย ลงทุนไม่ต้องเยอะมาก และคนทั่วๆ ไปก็สามารถตัดสินใจซื้อทานได้ไม่ยาก ดังนั้น คอร์สเรียนทั้ง 20 หลักสูตรนี้ จึงเปรียบเสมือนการช่วยชี้ช่องทางในการทำมาหากินของทุกคน ด้วยเงินลงทุนเพียงคอร์สละ 999 บาทเท่านั้น ซึ่งเราถือว่าเป็นการช่วยเหลือทุกคนให้ร่วมกันสู้ชีวิต ในยามเศรษฐกิจถดถอย พร้อมนำเสนอแนวทางสร้างรายได้ให้ทุกท่านในอนาคตได้อีกด้วย

ว่าแล้ว…อย่ารอช้า ไปดูหลักสูตรอาหารทั้ง 20 วิชา ที่จะเปิดสอนตลอดเดือนตุลาคมนี้กันดีกว่า

เริ่มกันที่ ข้าวต้มมัดไส้กล้วย-ไส้ถั่วเหลือง สูตรโบราณ จากจังหวัดนนทบุรี ของ คุณประนอม โตจันทร์ (ป้านอม) ที่อร่อยจนเป็นที่เลื่องลือมายาวนานกว่า 30 ปี ถ้าอยากทานต้องสั่งล่วงหน้า เพราะว่าเขามีออร์เดอร์เต็มกันทุกวัน เคล็ดลับความอร่อยนั้นก็คือ การเลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เริ่มตั้งแต่ข้าวเหนียวเขี้ยวงูคุณภาพดี, หัวกะทิสดใหม่ และกล้วยน้ำว้าที่ลูกโต ที่จะทำให้ได้อรรถรสเวลาทาน ใครอยากเรียนรู้ป้านอมก็ใจดีพร้อมบอกเทคนิค-วิธีการทำชั่ง ตวง เองทุกขั้นตอน พร้อมสอนเทคนิคที่ควรรู้ เช่น การมัดข้าวต้มมัด ให้มีลักษณะแน่น พอดีคำ ออกมาสวยงามน่าทาน ไปจนถึงขั้นตอนการนึ่งเลยทีเดียว ถ่ายทอดสูตรเด็ดพร้อมกัน ทั้ง 2 รอบ ในวันที่ 2 ตุลาคม และวันที่ 16 ตุลาคม 2558

นอกจากนี้ ป้านอมยังมีสูตรเด็ดเคล็ดลับในการทำ วุ้นเป็ด (วุ้นมะพร้าวน้ำหอม) หนึ่งในเมนูยอดฮิตในปัจจุบัน ที่ขายกันมาตั้งแต่เป็นวุ้นมะพร้าวน้ำหอมธรรมดากว่า 20 ปีแล้ว ด้วยเทคนิคการขูดเฉพาะเนื้อมะพร้าวเลยไม่ติดเยื่อมะพร้าว แล้วนำมาสับอย่างละเอียดเพื่อนำไปผสมในวุ้นก่อนนำมาหยอดลงพิมพ์ ทำให้เมนูนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อย อยากรู้เทคนิคการทำ มีให้เรียน 2 รอบ วันที่ 16 ตุลาคม และวันที่ 30 ตุลาคมนี้

ตามติดมาด้วยความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่ฮิตจนหลายร้านเบเกอรี่นำไปทำขายจนรวยกันถ้วนหน้า อย่าง มิลค์เค้กครีมสด (ฮอกไกโดเค้ก) เค้กชิฟฟ่อนสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อเค้กละเอียด เบา และนุ่มกว่าเค้กชิฟฟ่อนทั่วๆ ไป ชูรสชาติความอร่อยด้วยเค้กเนื้อละเอียด เบา นุ่ม ฉีดไส้ครีมสด มีกลิ่นหอมของนมเหมือนกลิ่นไอศกรีม ที่สำคัญ มิลค์เค้กครีมสดยังเก็บไว้ได้นานนับเดือนในตู้เย็นอีกด้วย เรียนรู้ขั้นตอนการทำ โดย อาจารย์เกษราภรณ์ รอดไหม (คุณหญิง) วิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเบเกอรี่มานานกว่า 12 ปี ปัจจุบันทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตเบเกอรี่ของโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต และมีธุรกิจเบเกอรี่เป็นของตัวเอง ในย่านตลาดอโศกอีกด้วย เปิดสอน 2 รอบ วันที่ 2 ตุลาคม และวันที่ 16 ตุลาคมนี้

อีกหนึ่งเมนูแนะนำอย่าง ขนมถ้วยตะไล เจ้าดังแห่งย่านนางเลิ้ง ของ คุณจิราพรรณ คงเทียน (คุณนก) ที่ทำขายมายาวนานกว่า 40 ปีแล้ว เป็นสูตรของคุณยายที่ได้มาจากวังหลัง ในตระกูลปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา สืบทอดต่อมาถึง คุณมณฑา คงเทียน (คุณแม่) แล้วนำมาทำขายที่ตลาดนางเลิ้ง เป็นเวลากว่า 10-20 ปี ซึ่งปัจจุบันคุณนกมารับช่วงต่อ 15 ปีแล้ว และได้ปรับสูตรให้นิ่มลง และน่าทานมากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องของรสชาติขนมถ้วยตะไลของคุณนกนี้ได้รสชาติเหมือนทานเนื้อมะพร้าว ตัวขนมถ้วยรสนุ่มนวล หอมกลิ่นมะพร้าวและใบเตย นอกจากนี้ คุณนกยังใช้เทคนิคการหยอดแบบกะลาตาเดียว เพราะจะทำให้ขนมสวยน่าทาน สำหรับใครที่อยากรู้เทคนิค-เคล็ดลับ มีเปิดสอน 2 รอบ วันที่ 2 ตุลาคม และวันที่ 9 ตุลาคมนี้

นอกเหนือจากนี้ยังมีหลักสูตรที่น่าสนใจอื่นๆ รวมแล้วถึง 20 หลักสูตร อาทิเช่น ครองแครงพริกไทยดำ (วันที่ 2 ตุลาคม และ 9 ตุลาคม), กล้วยปิ้ง (วันที่ 2 ตุลาคม และ 16 ตุลาคม), ไก่ทอดสมุนไพร (วันที่ 2 ตุลาคม และ 9 ตุลาคม), สลัดแขก (วันที่ 2 ตุลาคม และ 9 ตุลาคม), เต้าหู้ทอด (วันที่ 2 ตุลาคม และ 9 ตุลาคม), ทองม้วนกรอบ (วันที่ 2 ตุลาคม และ 16 ตุลาคม), มันโบราณ (วันที่ 2 ตุลาคม และ 9 ตุลาคม), หมูทอดเจียงฮาย ตลาดบางแค (วันที่ 16 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม), ก๋วยเตี๋ยวหลอด เจ้าดังนางเลิ้ง (วันที่ 16 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม), ขนมเบื้องญวน เจ้าดังนางเลิ้ง (วันที่ 9 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม), เปาะเปี๊ยะสด เจ้าดังนางเลิ้ง (วันที่ 9 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม), ไก่ทอดหาดใหญ่ (วันที่ 16 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม) ปั้นสิบไส้ปลา (วันที่ 9 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม), หมูอบโอ่ง (วันที่ 9 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม), คุกกี้อัลมอนด์สไลซ์ (วันที่ 16 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม), ขนมเปี๊ยะไข่เค็ม (วันที่ 16 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม)

ซึ่งต้องบอกว่า 20 หลักสูตรที่คัดเลือกมานั้น ล้วนเป็นอาหารที่สามารถทำเองได้ง่าย หรือจะนำไปต่อยอดเปิดร้านขาย สร้างรายได้ก็ไม่ยากเย็นเท่าใดนัก ใช้เวลาอบรมเพียงแค่ 1 วัน โดยผู้เรียนสามารถเลือกหลักสูตรอบรมที่มีทั้งภาคเช้า และภาคบ่าย สะดวกช่วงไหนก็เลือกเรียนได้ไม่ยาก เพราะไม่เสียเวลาอบรมตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังใช้เงินลงทุนในการอบรมไม่มากอีกด้วย นอกจากนี้ เมนูอาหารที่นำมาสอนนั้น ยังซื้อง่ายขายคล่อง ถ้านำไปทำขายกลุ่มลูกค้าก็สามารถตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก เพราะเป็นสินค้าราคาไม่แพง ซื้อได้ตั้งแต่พนักงานทั่วไป ไปจนถึงพนักงานออฟฟิศเลยทีเดียว ถ้าคุณมุ่งมั่นตั้งใจในห้องเรียน และเก็บความรู้เทคนิค-เคล็ดลับต่างๆ จากผู้สอนไปได้อย่างครบถ้วน แล้วนำไปฝึกฝนให้ชำนาญอีกสักนิด รับรองว่า ท่านก็อาจเปิดร้านขายอาหารได้ไม่ยากเย็นแน่นอน

สำหรับท่านที่สนใจอยากเรียนรู้เทคนิค-เคล็ดลับของหลักสูตรสร้างอาชีพทั้ง 20 หลักสูตร ตลอดเดือนตุลาคม 2558 นี้หรืออยากทราบรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับคอร์สอบรมอาชีพ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือจะเข้าไปดูเพิ่มเติมที่ http://www.matichonacademy.com

เปิดสูตรเด็ด-ร้านดัง “ครัวคุณจ๋า” ชิมอาหารทะเลพื้นบ้านแท้ๆ แห่งวัดเขายี่สาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07056010958&srcday=2015-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 380

เปรี้ยวปาก

โดย : อนุภาค ชัยชนะดารา

เปิดสูตรเด็ด-ร้านดัง “ครัวคุณจ๋า” ชิมอาหารทะเลพื้นบ้านแท้ๆ แห่งวัดเขายี่สาร

สมุทรสงคราม ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดทางภาคกลาง ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นิดเดียว แต่มีที่เที่ยวให้ไปเยือนมากมาย อาทิเช่น ตลาดน้ำอัมพวา, ดอนหอยหลอด, ตลาดน้ำบางน้อย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักชิม เพราะมีสารพัดเมนูอร่อยมากมายที่ได้รับความนิยม อาทิเช่น อาหารทะเลนานาชนิด, ปลาทูสดจากแม่กลอง, กะปิคลองโคน อีกทั้ง ลำไยบ้านแพ้ว, ข้าวเหนียวมะม่วง และลอดช่องวัดเจษฯ ของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นหลายคนอาจคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ในฉบับนี้ เราไม่ได้พาทุกคนไปลิ้มลองเมนูเหล่านี้หรอกครับ…แต่เราจะแวะเวียนไปลองชิมอาหารจานเด็ดจากร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภออัมพวา ที่มีชื่อว่า “ร้านครัวคุณจ๋า” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในร้านอร่อยของคนรักอาหารทะเลพื้นบ้านแท้ๆ ซึ่งใครหลายคนต้องรู้จักเป็นอย่างดีแน่นอน

“ครัวคุณจ๋า” ความอร่อยนี้มีที่มา…

คุณนิภาภัทร พยนต์ยิ้ม หรือ คุณจ๋า เจ้าของร้าน ครัวคุณจ๋า เล่าว่า “เมื่อก่อนขายก๋วยเตี๋ยว-ผัดไทย-ผัดซีอิ๊ว-ราดหน้า และขายอาหารตามสั่งให้ชาวบ้านย่านนั้น และคนที่มาเที่ยวทำบุญที่วัดเขายี่สาร เนื่องจากร้านตั้งอยู่ติดวัด แต่ในตอนหลังเริ่มมีคนติดใจในรสชาติอาหาร จึงขยับขยายร้านเปลี่ยนมาเป็นร้านขายอาหารพื้นบ้าน เน้น ผักชะคราม เป็นเครื่องเคียง แต่ก็ยังไม่วายทำร้านกาแฟบริการคอกาแฟตั้งแต่ตอน 6 โมงเช้าเป็นต้นไป และจะเริ่มขายอาหารแบบครบเครื่องอีกที ก็ตอนสายช่วงประมาณ 3 โมงเช้า เลิกขายประมาณ 4 โมงเย็น

คุณจ๋า ยังเล่าถึงความประทับใจถึงเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งว่า “ครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ มาทรงเปิดพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร ก็จะมีสำนักพระราชวังเข้ามาตรวจเส้นทางก่อนจะเสด็จฯ แล้วอาของตนเองเป็นประธานพิพิธภัณฑ์ จึงให้ดิฉันทำอาหารต้อนรับสำนักพระราชวัง ซึ่งตอนนั้นเราก็พอทำกับข้าวเป็นอยู่แล้ว โดยมีเมนูตามสั่งคือ น้ำพริกชะคราม, กุ้งต้มเค็ม, ผัดชะคราม, แกงส้มชะคราม และก็ปลาแดดเดียวทอด เป็นเมนูที่เราทำกินกันในหมู่บ้าน พอถึงวันสำนักพระราชวังแวะมาทานอาหารที่ร้าน แล้วก็ติดใจในรสชาติ จึงได้ถามว่า “อร่อยมาก ผักอะไร สนใจผักชะครามมาก” ซึ่งตอนนั้นเขาบอกว่าน่าจะทำขายได้นะ และทางสำนักพระราชวังก็เห็นช่องทาง แล้วบอกว่า ถ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปที่ไหนความเจริญจะไปถึงที่นั้น ให้ทำขายแล้วเดี๋ยวเขาจะสั่งนายอำเภอ และผู้ว่าฯ ที่มาร่วมงานด้วย ให้โปรโมตร้านให้ และจะแนะนำคนให้มากิน ซึ่งวันนั้นเองเขาก็บอกว่าให้พิมพ์นามบัตรเอาไว้เลย ไว้สำหรับแจกวันที่พระองค์ท่านเสด็จฯ แล้ววันนั้นพระองค์ท่านก็เสด็จฯ มาบ้านคุณอา คุณอาก็เฝ้าฯ รับเสด็จ พระองค์ท่านก็เสด็จฯ ไปเสวยพระกระยาหารที่บ้านคุณอา ซึ่งเราได้ทำน้ำพริกชะครามถวายด้วย แล้วพระองค์ท่านก็ตรัสว่า “ผักอะไร อร่อยนะ น่าจะทำขายได้”

“เราก็เลยเริ่มทำขาย โดยคาดหวังว่าวันหนึ่งขายได้วันละโต๊ะ 2 โต๊ะก็น่าจะพอแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ปรากฏว่าพอเราทำขายจริง ก็ได้รับการตอบรับที่ดี เพราะเราจะแนะนำลูกค้าที่มากินก๋วยเตี๋ยวว่า เรามีเมนูเสริมแนะนำด้วย ซึ่งลูกค้าก็สนใจและสั่งมาทานอยู่เป็นประจำ เราจึงทำควบคู่ไปกับการขายก๋วยเตี๋ยวด้วยแต่ให้ลูกค้าเลือก อย่างวันนี้เรามี แกงส้ม ปลาแดดเดียวนะ มีน้ำพริกนะ ลูกค้าก็ลอง พอลองแล้วลูกค้าบอกว่าอร่อยให้ทำขายสิ เดี๋ยววันหลังจะแนะนำลูกค้ามาให้ ก็เริ่มจากปากต่อปากไปเรื่อยๆ จากวันละโต๊ะ 2 โต๊ะ ก็เป็น 5-6 โต๊ะ แล้วก็เพิ่มขึ้นๆ จนเราต้องเอาอาหารมาเพิ่มหลายๆ อย่าง ก็เริ่มจะมี กุ้งสามรส อะไรแบบนี้ เพิ่มเมนูจนต้องเลิกขายก๋วยเตี๋ยว แต่ร้านเราจะปิด 16.00 น. เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนทางวัดด้วย” คุณจ๋า กล่าว

“ครั้งหนึ่งเราได้มีโอกาสไปแข่งที่ อบจ.สมุทรสงคราม ที่อุทยาน ร.2 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงมอบรางวัลให้ ทางจังหวัดประกาศมาว่าให้ไปร่วมแข่งขัน ใครจะร่วมให้ไปสมัคร เราก็ไปสมัคร ทั้งหมด 12 ทีม เราก็ตื่นเต้นมากเลยเพราะไม่เคยออกสนาม แล้วเราก็ลองไปแข่งดูเพราะเราก็ทำอาหารได้ เมนูที่ไปแข่งคือ กุ้งฉู่ฉี่ ปลาทูต้มส้ม ยำหัวปลี ขนมเบื้องโบราณ แล้วก็มีน้ำพริกปลาทู ซึ่งเป็นอาหารที่เราทำทุกวันอยู่แล้ว น่าจะพอมีฝีมือสู้คู่ต่อสู้ได้ แต่ก็คิดว่าเราคงแพ้เพราะไม่เคย ประหม่า พอประกาศผลออกมาแล้วเราชนะ ได้ที่ 1 ได้รับรางวัลจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเราโชคดีมากๆ”

ชูโรงความอร่อย ด้วยอาหารพื้นบ้าน…

พูดเกริ่นถึงที่มาของร้านแล้ว เราก็มาดูเมนูอร่อยของร้านครัวคุณจ๋า…กันบ้างดีกว่า เริ่มกันที่เมนู น้ำพริกใบชะคราม-ปลาหมอเทศแดดเดียว จุดเด่นความอร่อยของเมนูนี้อยู่ที่ ใบชะคราม ซึ่งเป็นผักพื้นบ้าน ซึ่งลูกค้าของร้านเราจะนิยมทานของพื้นบ้านที่หาได้ในท้องถิ่นของเรา ซึ่งเมนูนี้ตอบโจทย์ความอร่อยนั้นได้ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากใบชะคราม ที่มีธาตุเหล็ก และคลอโรฟิลล์ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เพราะทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้วิจัยมาแล้ว ส่วนเมนูน้ำพริกนั้นได้สูตรคุณแม่สอนมา เมื่อก่อนจะทำให้คุณแม่ลองชิมทุกเช้า จนตอนนี้มั่นใจแล้วก็ชิมเอง น้ำพริกของร้านเราจะมีรสชาติเข้มข้น เพราะใช้กะปิแท้จากท้องถิ่น และมีเนื้อสัมผัส ไม่เหลวเป็นน้ำ อีก 1 เมนูอย่าง ต้มส้มปลากระบอก ถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้านที่ไม่ควรพลาดอีกเช่นกัน เป็นสูตรเด็ดจากคุณป้าที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่น

อีกหนึ่งความอร่อยที่พลาดไม่ได้ก็คือ ปลาทูทอดน้ำปลา จุดเด่นอยู่ที่เราจะทอดปลาด้วยน้ำมันใหม่ตลอด และทอดให้กรอบ โดยยังคงความสดของเนื้อปลาทูเอาไว้ และใช้น้ำปลาอย่างดีเคี่ยวให้หอม ซึ่งจะมีรสชาติที่ต่างจากน้ำปลาทั่วๆ ไป เพราะน้ำปลาทั่วๆ ไปจะมีกลิ่นฉุน เค็มจัด แต่น้ำปลาที่เราใช้จะมีรสชาติกลมกล่อม

ปิดท้ายกันด้วย 2 เมนูสุดอร่อย อย่าง ฉู่ฉี่กุ้ง ซึ่งเราจะไปเลือกซื้อกุ้งสดที่ตลาดทุกเช้า และใช้กะทิสดทุกวัน ซึ่งบางร้านเขาจะใช้นมสด แต่ของร้านเราใช้กะทิสดอย่างเดียว ทำให้รสชาติออกมากลมกล่อม ตามมาด้วยเมนู หลนปูม้า ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่วัตถุดิบที่ใช้ อย่าง ตะไคร้ซอย หอมแดงซอย ซึ่งเราจะใส่วัตถุดิบสดใหม่ทุกวันไม่ค้างคืน และใช้กะทิสด เป็นวัตถุดิบหลักในการเสริมความอร่อยอีกด้วย

ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) จึงไม่พลาดที่จะเชิญร้านดัง อย่าง “ร้านครัวคุณจ๋า” มาเปิดสูตรเด็ด-เคล็ดลับในการทำอาหารในหลักสูตร สูตรเด็ด-ร้านดัง ครัวคุณจ๋า วัดเขายี่สาร นำเสนอเทคนิคการทำเมนูขายประจำร้านอย่าง น้ำพริกชะครามปลาทอด, ต้มส้มปลากระบอก, หลนปูม้า และปลาหมึกผัดกะปิ สอนทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงการปรุงทุกขั้นตอน โดยเจ้าของร้านตัวจริงอย่าง คุณนิภาภัทร พยนต์ยิ้ม (คุณจ๋า) เจ้าของร้านผู้มีฝีมือการทำอาหารทะเลพื้นบ้านแท้ๆ ได้อร่อยไม่แพ้ใคร ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2558 นี้ จัดเต็มทุกขั้นตอน…ตั้งแต่ต้นจนจบชั่วโมงเรียนเลยทีเดียว!!

“ในคอร์สเรียนนี้ผู้เรียนจะทำกับข้าวอร่อยขึ้น ถ้าเขาจะเอาไปค้าขาย แล้วตั้งใจจริงๆ ก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก เมื่อก่อนพี่ก็ไม่ชอบทำอาหาร แต่พอมาทำแล้วมันก็ทำให้เรารู้สึกว่า เรายืนได้ด้วยลำแข้งของเราเอง ต้องตั้งใจทำ ต้องจริงจังกับมัน ทุ่มกำลังกายกำลังใจให้เต็มที่ ทำให้ลูกค้ามากินแล้วมากินอีก ต้องให้เขาชมเราแล้วชมเราอีก มาเรียนได้เลยคุณจ๋าไม่หวงสูตร เชื่อว่าถ้าเขาเอาไปทำขาย รายได้ดีเลยละ” คุณจ๋า กล่าว

คุณจ๋า ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า…

“ลูกค้า คือ แรงบันดาลใจในการทำอาหาร ลูกค้าน่ารักมาก เวลามาทานจะเรียกพี่จ๋าไปแนะนำถ้าอาหารรสชาติยังไม่โอเค ลูกค้าไม่ตำหนิ วันนี้เขาชมว่าอร่อย พรุ่งนี้ก็ต้องทำให้เขาติดใจ มากินแล้วอยากให้มาอีก อยากเห็นหน้าเขาบ่อยๆ เวลายืนแอบดูแล้วมีความสุข”

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนอื่นๆ อาทิเช่น หลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

10 หลักสูตรสร้างอาชีพ “ร่วมกันสู้ชีวิต ในยามเศรษฐกิจถดถอย” เรียนรู้ได้ภายใน 1 วัน!! ที่ มติชน อคาเดมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07060150858&srcday=2015-08-15&search=no

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 379

เปรี้ยวปาก

โดย : อนุภาค ชัยชนะดารา

10 หลักสูตรสร้างอาชีพ “ร่วมกันสู้ชีวิต ในยามเศรษฐกิจถดถอย” เรียนรู้ได้ภายใน 1 วัน!! ที่ มติชน อคาเดมี

ในภาวะเศรษฐกิจขาลงและค่อนข้างผันแปร ณ เวลานี้ การใช้จ่ายเงินของใครหลายคนอาจจะฝืดเคืองไปบ้างตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทำให้บางคนอาจจะกำลังมองหา “รายได้เพิ่ม” เพื่อนำมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวเพิ่มเติม หรือบางรายก็อาจกำลังคิดจะ “เปลี่ยนอาชีพ” ไปเป็น พ่อค้า-แม่ขาย เพื่อสร้างรายได้เป็นของตัวเองบ้าง แต่…มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้ ครั้นจะออกไปลองผิดลองถูก ก็อาจกลายเป็นปัญหาที่หนักยิ่งกว่าเดิม กลายเป็นเพิ่มหนี้สิน หรือเสียเงินลงทุนฟรีไปโดยปริยาย แถมยังไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง มติชน อคาเดมี จึงขันอาสาขอหาทางออกมาบอกทุกท่าน ให้ผ่านพ้นเศรษฐกิจช่วงนี้ไปพร้อมๆ กันครับ

ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ผู้ริเริ่มคอร์สการฝึกอาชีพชั้นนำของเมืองไทย เตรียมเปิดหลักสูตรสร้างอาชีพ พร้อมนำไปต่อยอดสร้างรายได้ด้วยตัวคุณเอง เพียงคอร์สละ 999 บาทเท่านั้น!!! ท่านก็สามารถเรียนรู้หลักสูตรทำเงินที่น่าสนใจ อาทิเช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอด, วุ้นเป็ด, ไก่ทอดหาดใหญ่, หมูทอดเจียงฮาย และหลักสูตรอื่นๆ รวมแล้วถึง 10 วิชาที่สามารถช่วยให้คุณนำความรู้จากห้องเรียนไปลงทุนสร้างธุรกิจขายอาหารแบบย่อมเยาได้ไม่ยากเย็นเลยทีเดียว

คุณสุรพล พิทยาสกุล ผู้อำนวยการศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน กล่าวว่า “ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจค่อนข้างผันผวนเช่นนี้ ต้องบอกว่าภาคอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ล้วนประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจโดยทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน ก็จะมีคนที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้เช่นกัน ทำให้เรารู้สึกว่า จะทำอย่างไร? หรือมีวิธีไหนบ้าง? ถึงจะสามารถช่วยสร้างอาชีพให้ทุกๆ คนได้ด้วยตัวเองในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ด้วยเงินลงทุนที่ไม่ต้องมาก แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของแต่ละคนให้มีรายได้เสริมสามารถเลี้ยงครอบครัว และแบ่งเบาการใช้จ่ายได้อีกทางเลือกหนึ่งในยามเศรษฐกิจถดถอย เราจึงเกิดแนวคิดที่จะเปิดคอร์สอบรมสำหรับผู้เรียนที่อยากจะนำความรู้ไปประกอบอาชีพจริงๆ โดยมีหัวใจสำคัญว่า หลักสูตรอาหารที่เราเลือกมาสอนนั้น จะต้องเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด สามารถนำไปทำขายได้ง่าย ลงทุนไม่ต้องเยอะมาก และคนทั่วๆ ไปก็สามารถตัดสินใจซื้อรับประทานได้ไม่ยาก ดังนั้น คอร์สเรียนทั้ง 10 หลักสูตรที่ทีมงานของเราคัดสรรมาให้ทุกท่านได้เลือกอบรมครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการช่วยชี้ช่องทางในการทำมาหากินของทุกคน ด้วยเงินลงทุนเพียงคอร์สละ 999 บาทเท่านั้น ซึ่งเราถือว่าเป็นการช่วยเหลือทุกคนให้ร่วมกันสู้ชีวิตในยามเศรษฐกิจถดถอย พร้อมนำเสนอแนวทางสร้างรายได้ให้ทุกท่านในอนาคตได้”

สำหรับหลักสูตรอาหารทั้ง 10 วิชาที่นำมาสอนในเดือนตุลาคม 2558 นี้ ทีมงานมติชน อคาเดมี ได้เลือกสรรหาเมนูเด็ดขายดี ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของอาชีพจนสามารถเลี้ยงครอบครัวมาได้จนถึงปัจจุบัน อย่าง ข้าวต้มมัดไส้กล้วย-ไส้ถั่วเหลือง สูตรโบราณ จากจังหวัดนนทบุรี ที่อร่อยจนเป็นที่เลื่องลือมายาวนานกว่า 30 ปี ที่เจ้าของสูตรก็ใจดีพร้อมบอกเทคนิค-วิธีการทำ ให้นำไปขายเป็นอาชีพได้เลย อีกหนึ่งความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่ฮิตจนหลายร้านเบเกอรี่นำไปทำขายจนรวยกันถ้วนหน้า อย่าง มิลกี้เค้กครีมสด (ฮอกไกโดเค้ก) สูตรเพื่อการค้า จากผู้มีประสบการณ์ด้านการทำเบเกอรี่ยาวนานกว่า 10 ปี จากสวนดุสิตฯ ที่ได้คิดสูตรเด็ดของเบเกอรี่เมนูนี้ขึ้นมา และพร้อมถ่ายทอดวิชาให้กับทุกคนนำไปทำกินทำขาย ตามมาด้วยจานเด็ดแนะนำอย่าง ขนมถ้วย เจ้าดังแห่งย่านนางเลิ้ง ที่ขายกันมายาวนานกว่า 40 ปีแล้ว มีทีเด็ดความอร่อยที่ตัวแป้งขนมนุ่มนิ่ม เสริมด้วยหน้ากะทิเนียนตา ไม่แตกมัน เพราะท่านว่าใช้ “กะทิคั้นสดๆ” มาทำเมนูนี้กันเลยทีเดียว ทำให้ขายดิบขายดีมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรที่น่าสนใจอย่าง ครองแครงพริกไทยดำ เจ้าดังนางเลิ้ง, วุ้นเป็ด เมืองนนท์, ก๋วยเตี๋ยวหลอด เจ้าดังนางเลิ้ง, หมูทอดเจียงฮาย ตลาดบางแค, ขนมเบื้องญวน เจ้าดังนางเลิ้ง, เปาะเปี๊ยะสด เจ้าดังนางเลิ้ง, ไก่ทอดหาดใหญ่ จรัญสนิทวงศ์ ซึ่งต้องบอกว่าคอร์สเรียนทั้ง 10 หลักสูตรที่คัดเลือกมานั้น ล้วนเป็นอาหารที่สามารถทำเองได้ง่าย หรือจะนำไปต่อยอดเปิดร้านขายก็ดี ใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่ก็สามารถขายได้ตลอด เพราะเป็นเมนูที่นิยมในท้องตลาด ถ้าคุณสามารถเรียนรู้ และเก็บความรู้เทคนิค-เคล็ดลับต่างๆ จากผู้สอนไปได้ในชั่วโมงเรียน แล้วนำไปฝึกฝนให้ชำนาญอีกสักนิด รับรองว่า ใช้เวลาอบรมเพียงแค่ 1 วัน ท่านก็นำไปทำขาย สร้างรายได้ไม่ยากเย็น

นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่กำลังอยากเป็นพ่อค้า-แม่ขาย หรืออยากมีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ เพื่อต่อสู้กับสถานการณ์ที่เศรษฐกิจซบเซา ซึ่งแต่ละคนล้วนมองหาโอกาสเหล่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน ยังคงเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรการฝึกอาชีพต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ให้กับคนที่เข้ามาฝึกอบรมได้มีความรู้ในด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ แล้วสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปต่อยอดสร้างอาชีพและรายได้ต่อไปในอนาคต

“ความรู้จากคอร์สเรียนของมติชน อคาเดมี ผมว่าเปรียบเสมือนมรดกด้านวิชาชีพที่ติดตัวเราไปจนตาย สามารถนำไปถ่ายทอดต่อให้คนรุ่นถัดไปได้ไม่ยาก ซึ่งความรู้นั้นอาจกลายเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวของพวกเขาต่อไปได้ในอนาคต” คุณสุรพล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากเรียนรู้เคล็ดลับของหลักสูตรสร้างอาชีพทั้ง 10 หลักสูตรที่กล่าวมา หรืออยากทราบรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับคอร์สอบรมอาชีพ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือจะเข้าไปดูเพิ่มเติมที่ http://www.matichonacademy.com