ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07048011158&srcday=2015-11-01&search=no
| วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384 |
เล็งทำเลธุรกิจ
มีนา
ผุด “City Park” คอมมูนิตี้มอลล์ ค้าส่ง-ค้าปลีก แห่งแรกในไทย
“อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเป็นหัวใจสำคัญในการโปรโมตเออีซี ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการต่างชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะเดินทางเข้ามา ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าจะส่งศักยภาพให้กับ City Park ด้วย เพราะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกในประเทศไทย ที่รวมเอาความเป็นค้าส่งและค้าปลีกไว้ที่เดียวกัน โดยมีพื้นที่ขายทั้งหมดราว 13,000 ตารางเมตร”
“ธนพัต ปิติวราธนกุล” เขาคือตัวอย่างของคนผ่านร้อนผ่านหนาว จนก้าวมาสู่ความสำเร็จได้ ด้วยวัยในวันนี้เพียง 37 ปีเท่านั้น
ประสบการณ์การทำธุรกิจ ทำให้เขาได้เรียนรู้ข้อผิดพลาด ปัญหา ความล้มเหลว แต่ทว่าเพียงเพราะเขามีความตั้งมั่นอยู่กับการทำงานบนพื้นฐานแห่งความตั้งใจ ทำให้ในวันนี้เขาคือ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วราพัฒนาทรัพย์ จำกัด บริษัทให้คำปรึกษาและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ แกรนิต จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิวแม็กดีไซน์แอนด์อินทรีเรีย จำกัด และล่าสุด เขาคือเจ้าของโครงการ คอมมูนิตี้มอลล์ “City Park” บนพื้นที่ 17 ไร่ ในเมืองทองธานี
ประสบการณ์สู่ธุรกิจ
ลูกจ้าง สู่ ผู้ประกอบการ
เดิมที คุณธนพัตเป็นเฉกเช่นชายหนุ่มทั่วไป หลังศึกษาจบปริญญาตรี ด้านการตลาดสาขาวิชาบริหารการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เขาทำงานรับเงินเดือนในบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งจำหน่ายสินค้าประเภทหินแกรนิตสำหรับปูพื้นและผนังบ้าน
การได้อยู่ในตำแหน่งเซลส์แมน ทำให้ได้เรียนรู้เทคนิคการค้าขาย ให้บริการ เรียนรู้ลูกค้า และยังทำให้รู้จักสินค้าและแหล่งที่มาเป็นอย่างดี
5-6 ปีกับประสบการณ์ลูกจ้าง เขาตัดสินใจลาออก แล้วร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทนำเข้าหินแกรนิตจากต่างประเทศ มาเสิร์ฟตลาดคนไทย โดยมีผู้ซื้อคือกลุ่มลูกค้าซึ่งศรัทธาในการดำเนินงานของเขาเป็นผู้อุดหนุน จนธุรกิจรุดหน้า
“เมื่อสมัย 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมอายุ 27 ปี การสร้างบ้านหรือคอนโดฯ ส่วนมากใช้งานกระเบื้อง และมาช่วงหนึ่ง หินเริ่มมีบทบาท ซึ่งถ้าบ้านใดใช้หินอ่อน หินแกรนิต แสดงว่าหรูมาก ตรงนี้จึงเกิดช่องว่างให้ก้าวเข้าไปทำ กอปรกับเรารู้แหล่งนำเข้า การลงทุนจึงไม่สูงมาก เริ่มต้นจาก 400,000-500,000 บาท โดยพยายามซื้อขายด้วยระบบเงินสดในช่วงแรก”
จากลูกค้าเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมารายเล็ก เริ่มขายสู่โครงการหมู่บ้านจัดสรร ได้โอกาสจำหน่ายสินค้าให้กับผู้รับเหมารายใหญ่ ส่งรายได้ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
จากธุรกิจหนึ่งส่งต่อให้เกิดธุรกิจอื่นตามมา โดยอาศัยฐานลูกค้ามีอยู่ในมือ และในวัยเพียง 30 ต้นๆ คุณธนพัตก็สามารถทำรายได้สู่บริษัทสูงถึงหลักร้อยล้านบาท
หลายคนอาจมองว่านี่คือเส้นทางแห่งความสำเร็จที่ดูหอมหวาน แต่ใครจะรู้ว่า นักธุรกิจหนุ่มคนนี้มาถึงจุดซวนเซกับมรสุมครั้งสำคัญ ทำให้เขากลายเป็นหนี้ถึง 40 ล้านบาท
“ตอนนั้นใครชวนทำธุรกิจอะไร ถ้าได้กำไรยอมทำหมด บางธุรกิจไม่คุ้นเคยก็ทำ ไม่ได้ดูแลเองก็ลงทุน เพราะคิดว่าหาเงินได้เร็ว ก็กระจายไปลงทุนกับธุรกิจอื่นๆ บ้าง ลงไปธุรกิจหนึ่ง 5 ล้านบ้าง 10 ล้านบ้าง โดยไม่ศึกษาข้อมูลความรู้ในธุรกิจนั้นๆ ให้ดีก่อน ในที่สุดก็ประสบปัญหาล้มเหลว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลัก ภายในระยะเวลา 6 เดือน ผมหมุนเงินไม่ทัน เกือบจะล้มละลาย เพราะเป็นหนี้ 40 ล้านบาท แต่ว่าโชคดีได้ผู้ใหญ่ซึ่งเห็นความตั้งใจในการทำงานช่วยเหลือ จากนั้น ภายใน 6 เดือนก็สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ และภายใน 2 ปีสามารถปลดหนี้จนหมด ก้าวพ้นปัญหามาได้”
ผ่านบททดสอบครั้งใหญ่
เดินหน้าก้าวไปสำเร็จ
จะว่านี่คือบททดสอบบทสำคัญของคุณธนพัตคงได้ แต่บททดสอบนี้ทำให้เขาเกิดความรอบคอบ และวางเป้าหมายในการทำงานไว้เลยว่า ถ้าจะทำธุรกิจใดต้องอยู่ในความถนัด รู้จริง สำคัญคือ อย่าไว้ใจให้คนอื่นทำแทน
ความพลาดพลั้งในครั้งนั้น ส่งผลให้เส้นทางธุรกิจของคุณธนพัตเดินสู่ทิศทางที่มั่นคง จนกระทั่งเขามีโอกาสได้เข้าสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ และกลุ่มโครงการค้าปลีก อาทิ ศูนย์การค้าสาทร ซิตี้ พลาซ่า ที่ได้รับผลตอบรับอันดี
จากประสบการณ์ส่งผลให้ในวันนี้เขาพร้อมแล้วกับการเดินหน้าเปิดโครงการ “City Park” คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่บนพื้นที่ 17 ไร่ อาณาจักรค้าปลีก ค้าส่ง ตลาดอินดี้ แหล่งรวมสินค้าและบริการครบวงจร ที่ครั้งนี้คุณธนพัตทุ่มแรงกายแรงใจด้วยตนเอง บวกเงินทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเนรมิตให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในเมืองทองธานี
“จากประสบการณ์การทำงาน ทำให้เห็นว่าคอมมูนิตี้มอลล์เป็นธุรกิจที่เติบโตมาก สวนทางกับธุรกิจอสังหาฯ อื่นๆ ที่เริ่มซบเซาลง กอปรกับได้เห็นศักยภาพของทำเล ซึ่งจากผลวิเคราะห์จะเห็นว่า คนในเมืองทองธานีซึ่งมีอยู่ราว 70,000 คน และยังมีกลุ่มพนักงานราชการ วิสาหกิจ ประมาณ 15,000 คน ที่ไปทำงานที่นั่น ล่าสุดมีกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติสร้างบนเนื้อที่ 128 ไร่ คาดว่าในปี 2561 จะแล้วเสร็จไปพร้อมๆ กับ City Park
นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มนักศึกษา มสธ. และกลุ่มคนที่เข้าไปใช้พื้นที่ในอิมแพ็ค ซึ่งเรามองว่าสามารถเชื่อมต่อกับอิมแพ็คได้ด้วย”
ผุดคอมมูนิตี้มอลล์
แลนด์มาร์กเมืองทองธานี
คุณธนพัต กล่าวอีกว่า การค้าส่วนใหญ่ในเมืองทองธานีจะอยู่ในรูปตึกแถว สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะที่จอดรถ จุดพักผ่อน สังสรรค์ของครอบครัว ไม่ค่อยอำนวยความสะดวกมากนัก การผุดโครงการ City Park จึงตอบโจทย์ในทุกๆ ด้าน โดยจะสร้างให้เป็นปอดในเมืองทองธานี โดยใส่พื้นที่สีเขียวลงไปมากที่สุด อย่าง อุโมงค์ต้นไม้ความยาว 350 เมตร ที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการพักผ่อนและกิจกรรมต่างๆ
การผุดโครงการ City Park ยังเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ การค้าขายที่จะไม่ได้อยู่แค่ในประเทศ แต่จะตอบโจทย์การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
“อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเป็นหัวใจสำคัญในการโปรโมตเออีซี ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการต่างชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะเดินทางเข้ามา ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าจะส่งศักยภาพให้กับ City Park ด้วย เพราะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกในประเทศไทย ที่รวมเอาความเป็นค้าส่งและค้าปลีกไว้ที่เดียวกัน โดยมีพื้นที่ขายทั้งหมดราว 13,000 ตารางเมตร”
คุณธนพัต ยังกล่าวถึงการแบ่งพื้นที่หลักๆ ออกเป็น 4 โซน ได้แก่ พื้นที่ค้าส่งราว 2,500 ตารางเมตร รองรับร้านค้าได้กว่า 400 ร้านค้า ต่อมาคือโซนค้าปลีก บนพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร รองรับร้านค้าสุดฮิตกว่า 50 แบรนด์ ส่วนต่อมาตลาดนัดอินดี้ บนพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร และส่วนเอาใจหนูๆ กับโซนสวนสนุกบุกมอลล์ บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร
City Park ยังมีความโดดเด่นในด้านการออกแบบโครงการ ที่ให้ความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ บวกกับความเย็นฉ่ำกับการเดินจับจ่ายด้วยการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพื่อดึงให้ผู้คนเดินทางเข้ามาแม้ช่วงอากาศร้อน ส่วนที่จอดรถนั้นก็จัดเตรียมไว้รองรับได้ถึง 1,000 คัน (สามารถเทิร์นรอบได้วันละ 4 รอบ จึงเท่ากับ 4,000 คัน) สามารถรองรับผู้เข้ามาใช้บริการได้ราว 5,000 คน ต่อวัน
กับการผุดโครงการ City Park คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ในครั้งนี้ คุณธนพัต ว่า คือการก้าวสู่ความเติบโตที่หลอมรวมมาจากประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปี