WiFi?บางสิ่งที่เราหลงลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07086010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

เทคโนโลยีสร้างอาชีพ

สุเทพ โลหณุต

WiFi?บางสิ่งที่เราหลงลืม

“บางเรื่องเราอาจดูฉลาดแต่ถ้าขาดความเฉลียว ปัญหาอื่นๆ อีกมากมายจะตามมาไม่จบสิ้น?”

สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน ปัญหาบางเรื่องเป็นเสมือนเส้นผมบังภูเขาเหมือนกับเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเกิดขึ้นกับเพื่อนบ้านของผมท่านหนึ่ง บ้านเราทั้ง 2 หลังนี้เรียกว่าหลังคาบ้านแทบจะเกยกันด้วยซ้ำไป หากไม่มีรั้วกั้น ใครผ่านมาพบเห็นยังคิดเลยว่าบ้าน 2 หลังนี้เป็นบ้านแฝด

เพื่อนบ้านท่านนี้มีปัญหาหนึ่งที่คิดไม่ตกพยายามแก้ไขอยู่หลายเดือนเกี่ยวกับ WiFi ที่ใช้ในบ้านของตัวเอง พยายามหาวิธีแก้ไขก็ยังหาสาเหตุของปัญหาไม่เจอ ว่าทำไมใช้อินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนเหมือนกับผม แถมเราเตอร์ยังเป็นยี่ห้อเดียวกันด้วยสิ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นว่าบ้านของผมอินเตอร์เน็ตมีความเร็วสูงใกล้เคียงกับที่ผู้ให้บริการรายหนึ่งได้ประชาสัมพันธ์ไว้ก่อนการติดตั้ง ส่วนของเพื่อนบ้านรายนี้กลับกลายเป็นว่าสัญญาณ WiFi ที่ได้นอกจากจะไม่แรงแล้วยิ่งหากพ่วงอุปกรณ์อื่นๆ หรือการแชร์เพื่อแบ่งปันสัญญาณ WiFi เข้าไปด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึงเลยครับ เพราะยิ่งช้ามากกว่าเดิมเสียอีก

ช่วงแรกๆ พอเกิดปัญหาขึ้นเพื่อนบ้านท่านนี้ก็โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้ให้บริการรายนี้ทันที ทางนั้นก็ส่งช่างเข้าไปตรวจสอบสัญญาณพบว่าทุกอย่างปกติดีและไม่สามารถหาสาเหตุได้ จึงทำการเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้

หลังจากนั้นก็ยังเกิดปัญหาเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่เครื่องก็เหมือนเดิม สุดท้ายเพื่อนบ้านท่านนี้ตัดสินใจซื้อเราเตอร์ยี่ห้อใหม่มาใช้แทน เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุจากเราเตอร์ไม่ได้มาตรฐาน แต่ผลสรุปกลับเป็นว่าเสียเงินเปล่าโดยใช่เหตุ แถมยังแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดอีกด้วย จึงเป็นที่มาของเรื่องราวที่ผมจะหยิบมาเล่าและนำเสนอเคล็ดไม่ลับบางอย่างเกี่ยวกับ WiFi และอุปกรณ์ที่เราใช้งานอย่างเราเตอร์นำมาบอกเล่า

เคล็ดไม่ลับที่ 1 การเพิ่มความแรงของ WiFi

เอ่ยถึงชื่อ WiFi (Wireless Fidelity) เชื่อว่าคุณผู้อ่านคงรู้จักกันเป็นอย่างดี สัญญาณ WiFi เป็นคลื่นวิทยุเหมือนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีอยู่ในตัวอุปกรณ์สื่อสารอย่าง โทรทัศน์, วิทยุ, โทรศัพท์ เป็นต้น คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วระยะการรับส่งและกระจายสัญญาณของคลื่นในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารกับเราเตอร์มีระยะรับส่งเพียง 45 เมตร หรือประมาณ 150 ฟุต แต่การกระจายสัญญาณจะมีประสิทธิภาพที่ดีได้ก็ต่อเมื่อการจัดวางเราเตอร์อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและโดนถูกกีดกั้นจากวัตถุอย่างพื้นผิวโลหะ กำแพง หรือแม้แต่อุปกรณ์ตกแต่งอย่างเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ผมขอขยายความ ดังนี้

1. การจัดวางเราเตอร์มีผลต่อการกระจายสัญญาณ WiFi ยกตัวอย่างเช่น หากคุณรู้ว่าตำแหน่งในบ้านที่มีการใช้สัญญาณ WiFi บ่อยที่สุดอยู่ตรงตำแหน่งกลางบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนในบ้านจะใช้งานร่วมกันแนะนำว่าการติดตั้งตรงจุดนี้น่าจะดีกว่าการนำไปติดตั้งไว้ห้องใดห้องหนึ่งของบ้าน ถึงแม้ว่าจะสามารถกระจายสัญญาณส่งออกมาภายนอกได้เช่นกัน แต่ความแรงของสัญญาณไม่เท่ากันอย่างแน่นอน ดังนั้น สรุปว่าให้ค้นหาตำแหน่งที่เป็นจุดศูนย์กลางของบ้านแล้วติดตั้งตรงตำแหน่งนั้น เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีสำหรับการเชื่อมต่อสัญญาณ

2. สัญญาณ WiFi เป็นคลื่นวิทยุ หากจัดตั้งเราเตอร์เพื่อกระจายรับส่งสัญญาณในที่ปิดกั้น หรือวางเสาสัญญาณในตำแหน่งที่ชิดติดกำแพง ความแรงของสัญญาณจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

3. การวางเราเตอร์ไว้บนพื้นเป็นสิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด เพราะเสาสัญญาณอาจถูกบล็อก หรือลดความแรงของสัญญาณลงได้ โดยเฉพาะหากวัตถุที่วางไปนั้นสัมผัสกับซีเมนต์ ไม้ คอนกรีต จะส่งผลให้การกระจายสัญญาณ WiFi มีคุณภาพที่ต่ำลง

4. บ่อยครั้งที่คุณอาจเคยเห็นตามสำนักงาน หรือบางบ้านนิยมติดตั้งเราเตอร์ไว้บนชั้นสูงๆ หรือติดตามฝ้า เพดานแล้วปล่อยให้เสาสัญญาณทอดตัวลงมาด้านล่างนั่นถือเป็นวิธีการติดตั้งที่ถูกต้อง เพราะจะช่วยให้การรับส่งสัญญาณทำงานได้ดี โดยไม่มีสิ่งกีดกั้นการกระจายสัญญาณ ยิ่งหากอยู่ในที่โล่งได้ยิ่งดี สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลยคือ การหันเสาสัญญาณควรหันเข้าหาตำแหน่งอุปกรณ์ที่ใช้งาน ไม่ควรหันออกนอกอาคารเพราะเท่ากับว่าเป็นการกระจายสัญญาณออกด้านนอกตัวอาคาร ซึ่งจะทำให้เกิดความสิ้นเปลืองพลังงาน

5.การวางเราเตอร์ใกล้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะก่อให้เกิดสัญญาณคลื่นความถี่ที่รบกวนกันส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายสัญญาณที่มีประสิทธิภาพต่ำ ยกตัวอย่างเช่น ไม่ควรวางเราเตอร์กับอุปกรณ์อย่าง แอร์, โทรทัศน์, ไมโครเวฟ เป็นต้น

เคล็ดไม่ลับที่ 2 การใช้ Repeater เพื่อขยายสัญญาณ WiFi

ทำไมถึงต้องใช้ Repeater เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณต้องการยืดระยะรับส่งสัญญาณ WiFi ให้ไกลขึ้น อย่างเช่น สมมติว่าปกติคุณเคยใช้ WiFi ได้เพียงในตัวบ้าน แต่หากออกมานอกตัวบ้านสัญญาณจะเริ่มเบา หรือไม่มีสัญญาณ การใช้ Repeater จะช่วยแก้ไขข้อจำกัดในส่วนนี้ เพื่อช่วยการกระจายสัญญาณไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น Repeater ถือว่ามีส่วนช่วยอย่างมากสำหรับการขยายขีดความสามารถของสัญญาณ WiFi หากเป็นเมื่อก่อนขั้นตอนการทำ Repeater จะมีขั้นตอนที่สลับซับซ้อนมากโดยเฉพาะการเข้าไปตั้งค่า หรือคอนฟิกกับอุปกรณ์โดยตรงอย่าง Wireless Access Point หรืออุปกรณ์กระจายสัญญาณ เพื่อกำหนดช่องสัญญาณให้ตรงกับค่าตัวรับและส่งอุปกรณ์ นั่นคือเมื่อก่อน

ปัจจุบันนี้การขยายสัญญาณ WiFi หรือ Repeater ทำได้ง่ายกว่านั้นด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ประเภท “ตัวยืดระยะสัญญาณ Wireless” ในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ “TP-LINK TL-WA850RE 300Mbps Universal WiFi Range Extender” วิธีใช้งานก็ง่ายแสนง่ายครับ เพียงกดปุ่ม WPS ที่ตัวเราเตอร์ซึ่งเป็นตัวส่ง จากนั้นให้นำอุปกรณ์ TP-LINK ไปเสียบปลั๊กไฟที่บริเวณใดก็ได้เพื่อขยายสัญญาณออกไป เมื่อสถานะไฟแสดงขึ้นมาให้กด WPS ที่ตัวรับของอุปกรณ์ เพียงเท่านี้การยืดระยะสัญญาณก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เห็นไหมครับว่าไม่ยากเลยแถมสะดวกอีกด้วย ส่วนข้อจำกัดก็มีนะครับ อุปกรณ์ประเภทนี้ถึงแม้จะช่วยยืดระยะการรับส่งสัญญาณได้ไกลขึ้น แต่แบนด์วิดท์ (Bandwidth) หรือปริมาณการรับและส่งข้อมูลของอินเตอร์เน็ตจะลดลงครึ่งหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าคุณใช้สัญญาณได้รับส่งข้อมูลได้ แต่คงไม่เร็วหรือแรงเท่ากับการใช้ผ่านเราเตอร์โดยตรง ขอย้ำว่าทุกรุ่นทุกยี่ห้อ จะเป็นแบบนี้ทั้งหมด

บทสรุป “WiFi?บางสิ่งที่เราหลงลืม”

ทุกอุปกรณ์บนโลกใบนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การจะใช้งานให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้ถึงข้อจำกัดการใช้งานที่ถูกต้องเสียก่อน ว่าอันไหนทำได้หรือไม่ได้อย่างไร แล้วจึงค่อยหาอุปกรณ์เสริมมาช่วยแก้ไขข้อจำกัดเหล่านั้น เหมือนกับเรื่องราวของเพื่อนบ้านที่ผมได้หยิบยกนำมาเล่าให้เห็นว่า กว่าจะแก้ไขปัญหาได้เล่นเอาเจ้าของบ้านเกือบถอดใจ เพราะต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน โดยลืมมองไปว่าจริงๆ แล้วปัญหานี้เกิดจากการวางอุปกรณ์เราเตอร์ไม่ถูกตำแหน่งจึงส่งผลให้เกิดปัญหาการรับส่งสัญญาณที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าความเป็นจริง บทสรุปของเรื่องนี้จึงจบลงที่ว่า ถ้าเรารู้ต้นสายปลายเหตุและเข้าใจถึงวิธีการแก้ไขที่ถูกต้องก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

ถ้า ร่างรธน.มีชัย ไม่ผ่านประชามติ จะเกิดอะไรขึ้น?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07091010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

เส้นทางปฏิรูป

บุญเลิศ ช้างใหญ่

ถ้า ร่างรธน.มีชัย ไม่ผ่านประชามติ จะเกิดอะไรขึ้น?

นับจากวันที่ 29 มกราคม ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่รัฐสภา พร้อมเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญต่อสาธารณชน

จากนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ติติงก็ดังมาจากหลายสารทิศ บ้างก็เสนอแนะโดยดี บ้างก็ขู่ว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในชั้นลงประชามติ

แม้ประธาน กรธ. และโฆษกจะออกมาน้อมรับฟังข้อเสนอแนะ และบางอย่างก็ยอมปรับแก้ตามที่มีการเสนอแนะ แต่ก็ไม่วายที่จะปกป้องร่างรัฐธรรมนูญที่เขียนมาว่า ดีแล้ว เหมาะสมแล้ว

การปรับแก้ร่างแรกที่คนร้องยี้ ให้เป็นร่างสุดท้ายที่สมบูรณ์เพื่อให้คนยิ้มได้ หัวเราะออก มีเวลาหดสั้นน้อยลง-น้อยลงเรื่อยๆ

เป็นที่น่าสังเกตว่า นายมีชัยและโฆษก กรธ. พูดตรงกันว่า พวกตนและ กรธ. มีหน้าที่ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีหน้าที่ไปทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ คนที่มีหน้าที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติคือรัฐบาล

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศว่า จะจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2559

ช่วงแห่งการรณรงค์ รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คงเริ่มกันแล้ว เนื่องจากพอจะเห็นเลาๆ ว่า เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไร การรณรงค์ค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควร หากนับจากวันที่ กรธ. เขียนร่างรัฐธรรมนูญเสร็จวันที่ 29 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ก็จะตกราวๆ 4 เดือน แม้ในระหว่างที่ กกต. กำลังเร่งจัดพิมพ์หนังสือร่างรัฐธรรมนูญและสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแจกชาวบ้าน ก็คงไปห้ามการแสดงความเห็นของผู้คนและการเคลื่อนไหวเพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่นักข่าวและผู้สนใจเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติใคร่รู้ก็คือ

1. ในการแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลในอีกไม่ช้านี้ นอกจากประเด็น แก้เสียงข้างมากจาก “ผู้มีสิทธิ” เป็น “ผู้มาใช้สิทธิ” แล้ว จะมีประเด็นอื่นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะ ถ้าผลประชามติออกมาไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทาง คสช. และรัฐบาลจะทำยังไงต่อเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะแก้ไขเรื่องนี้มาพร้อมกันด้วยหรือไม่

ขอหมายเหตุไว้ตรงนี้ว่า หาก สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ แล้วนำไปออกเสียงประชามติ โดยที่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ยังคงใช้คำว่า เสียงข้างมากผู้มีสิทธิ แล้วผลออกมาไม่ถึงครึ่งของผู้มีสิทธิ กล่าวคือ ไม่ถึง 23.5 ล้านเสียง (ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศมีประมาณ 47 ล้านคน) ป่านนี้ไม่รู้เป็นไง…อาจจะขัดแย้ง ทะเลาะกันปั่นป่วนวุ่นวายกับคะแนนประชามติ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวอีกครั้งหนึ่ง ในประเด็นถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไรต่อไป รัฐบาลมีทางเลือกอยู่ 2 แนวทาง

แนวทางที่ 1 พ่วงประเด็นนี้เข้ามาด้วย กล่าวคือ ระบุลงไปว่า ถ้าไม่ผ่านประชามติจะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งหรือหลายฉบับมาปรับแก้แล้วประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุด ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีความชอบธรรมแค่ไหนเพียงไร ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งต่อการตัดสินใจของประชาชนว่าจะรับหรือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

แนวทางที่ 2 ไม่พ่วง ไม่ใส่เข้ามา ปล่อยให้เป็นปริศนาเอาไว้อย่างนั้น ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนว่า ชอบธรรมหรือไม่เช่นกัน

แน่นอนว่า จะหลีกเลี่ยงไม่พ้นกับข้อกล่าวหาที่ว่า ประชาชนเหมือนหนีเสือแล้วไปเจอจระเข้ หรือปลาฉลาม หรือสัตว์ร้ายอะไรก็ไม่รู้

จึงเป็นเรื่องที่ คสช. และรัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเอาแบบไหนถึงจะทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องกลัวจะถูกเสือขย้ำ หรือรอดจากเสือไปแล้วยังต้องไปฝ่าด่านที่อาจโดนจระเข้หรือปลาฉลามกัดตาย

2. ในกรณีร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยผ่านประชามติไปแบบขาดลอยหรือทิ้งห่างอย่างขาวสะอาด (ประชาชนใช้สิทธิอย่างอิสระ กกต. จัดการลงประชามติอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม) ก็ไม่มีปัญหา เพราะร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติจะได้นำไปประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุด การจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็จะดำเนินต่อไปตามโรดแมปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2560

กรณีประชาชนลงมติไม่รับหรือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เท่ากับคนส่วนใหญ่ “ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย” การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ใช้เป็นกฎหมายสูงสุดจะให้ใครทำ มีกระบวนการจัดทำอย่างไร ประชาชนซึ่งคว่ำร่างรัฐธรรมนูญมาหยกๆ คงไม่ยอมรับทางออกแบบนี้

การที่พูดว่า ให้ คสช. และรัฐบาลนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์และนายมีชัยมาปรับแก้แล้วประกาศใช้ คงไม่สะดวกง่ายดายขนาดนั้น

ประการแรก การที่เสียงส่วนใหญ่ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญนายมีชัย แสดงว่า โครงสร้างของร่างรัฐธรรมนูญทั้งรัฐสภา คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบอำนาจรัฐ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล มีปัญหา และอาจเลยเถิดไปถึงการไม่ยอมรับ คสช. และรัฐบาลที่บริหารประเทศมา 2 ปีเศษ

ทำอย่างไรให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้เป็นกฎหมายสูงสุด จากนั้นก็จะตามมาด้วยการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ ถามว่า ใครจะเป็นคนมาทำ จะได้รับการยอมรับจากประชาชนหรือไม่

3. ในกรณี ผลการออกเสียงประชามติ ฝ่ายรับร่างรัฐธรรมนูญชนะ แต่คะแนนออกมาแบบฉิวเฉียด ทิ้งห่างกันไม่มาก เช่น 2-3 ล้านเสียง จริงอยู่ แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยได้ชื่อว่าได้ผ่านประชามติด้วยเสียงที่มากกว่า แต่คะแนนที่ห่างกันเล็กน้อย และในระหว่างการรณรงค์ ฝ่ายต้องการให้คว่ำแสดงปฏิกิริยาคัดค้านต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง กล่าวหาว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่มีปัญหามากทั้งโครงสร้างและรายละเอียดในหลายจุด ไม่สามารถยอมรับสำหรับการใช้เป็นกฎหมายสูงสุดต่อไปได้ ต้องรื้อแล้วจัดทำให้ทั้งฉบับด้วยกระบวนการประชาธิปไตย

แม้เสียงฝ่ายแพ้ประชามติจะน้อยกว่า แต่เป็นเสียงที่จะดังต่อเนื่องไปตลอด

ส่งผลให้การเดินหน้าเพื่อการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติมีปัญหาไปอีกแบบหนึ่ง

การจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็จะถูกโต้แย้ง เกิดเป็นความขัดแย้งไปจนถึงวันเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งก็อาจจะยังไม่เลิกขัดแย้ง

การขับเคลื่อนการปฏิรูปก็คงยักแย่ยักยัน เหมือนคนเดินขากะเผลก การปฏิรูปไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่ประชาชนคาดหวัง

เหตุการณ์และวันเวลาที่ผ่านไปแล้ว ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรที่เป็นความผิดพลาดได้ สำคัญอยู่ตรงที่การก้าวเดินไปข้างหน้า จะเดินอย่างไรถึงจะประสบผลสำเร็จ ทั้งการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ทุกฝ่ายยอมรับ การเกิดความปรองดองในชาติ

เป็นเรื่องที่แม่น้ำ 5 สาย อันประกอบด้วย คสช., ครม. (คณะรัฐมนตรี), สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ), สปท. (สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ) และ กรธ. ต้องคิดหาคำตอบและช่วยตัวเองด้วยการฝ่าฟันให้ก้าวพ้นวิกฤตไปให้ได้

บางที การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ สำหรับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะบุคคล ที่ทุกพรรค ทุกฝ่ายร่วมกันเสนอความเห็นและเห็นพ้องต้องกันว่าคณะบุคคลนั้น จะคัดสรรมาจากไหน มีกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ใช้เวลาสั้นๆ เพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยไม่ชักช้า

อาจเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นทางออกจากวิกฤตความขัดแย้ง

ขึ้นกับหัวใจของ คสช. และ ครม. ว่าจะรับได้หรือไม่?

เลือกโภชนาการ เป็นอาหารธาตุเจ้าเรือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07092010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

แท็กซี่กูรู

TAXI MASTER

เลือกโภชนาการ เป็นอาหารธาตุเจ้าเรือน

ถ้าจะย้อนหลังสัก 30 กว่าปี รถยนต์แท็กซี่สมัยนั้น รวมทั้งรถยนต์ส่วนตัวทั่วไปก็ไม่ได้ติดตั้งแอร์คอนดิชั่นในรถทุกคัน ดังนั้น เวลาขับรถไปตามเส้นทางการจราจร รถยนต์ส่วนใหญ่ก็จะเปิดกระจก หรืออย่างน้อยก็จะผลักกระจกหูช้างที่ประตูด้านคนขับ หรือประตูหน้าปรับทำมุมรับลมให้เข้าในรถ มีมือหมุนกระจกประตูหน้าหลังขึ้นลง ไม่ใช่เหมือนปัจจุบันที่เป็นกระจกประตูบานเดียวกดสวิตช์ไฟฟ้าบังคับขึ้นลงอัตโนมัติ ดังนั้น สำหรับรถแท็กซี่เมื่อมีผู้โดยสารโบกมือเรียก ทุกคนมักจะก้มตัวเข้าในหน้าต่างรถเพื่อบอกจุดหมายปลายทาง โดยการต่อรองราคา หรือเส้นทางที่คิดว่าสะดวกที่สุด ถ้าจะปฏิเสธผู้โดยสารก็น่าจะหมายถึงตกลงค่าโดยสารไม่ลงตัว

ปัจจุบัน บรรยากาศที่ผู้โดยสารต้องก้มตัวเข้าในรถก็ยังคงมีอยู่ เพราะคนขับเพียงกดสวิตช์ลดกระจกลง หรือผู้โดยสารบางคนก็ถนัดที่จะเปิดประตูรถเพื่อบอกว่าจะไปไหน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อรองค่าโดยสาร แต่การปฏิเสธผู้โดยสารก็จะหมายถึงผู้ขับแท็กซี่พิจารณาแล้วว่า “ไม่อยากไป” โดยที่มีเหตุผลในใจหลายประการประกอบการปฏิเสธที่ไม่ต้องชี้แจงรายละเอียด คำที่ถูกยกมาใช้มากที่สุดคือ “ส่งรถไม่ทัน หรือก๊าซไม่พอ” ดังนั้น สถิติที่ถูกร้องเรียนจากผู้ใช้บริการก็ยังเป็นข่าวเด่นดังตลอดมาว่าอันดับ 1 คือ แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร ทั้งๆ ที่ตามข้อตกลงเดิมที่ปรับอัตราค่าโดยสารแล้วสิ่งที่อยากได้เห็นการใช้บริการรถแท็กซี่ก็คือ สามารถเปิดประตูเข้านั่งในรถแล้วบอกปลายทางได้เลยโดยไม่ต้องต่อรองใดๆ แต่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็ยังคุ้นชินกับพฤติกรรมเดิมๆ จนกลายเป็นประเพณีตกลงก่อนเข้านั่ง เพราะไม่อยากเข้าไปนั่งในรถแล้วต้องเปิดประตูลงจากรถเสียบรรยากาศ เสียอารมณ์ และเสียเวลาเปล่าๆ

ผมถูกเพื่อนร่วมอาชีพบางคนต่อว่าเสียดสีที่ยอมไปส่งผู้โดยสารทุกครั้งทั้งๆ ที่รู้ว่าไปแล้วรถติด ปลายทางไกลเกินอาจจะต้องกลับโดยไม่มีผู้โดยสาร แน่นอนว่าจะไม่คุ้มค่า หรือขาดทุนแน่ๆ แต่พวกเราในกลุ่มชมรมที่ตั้งปณิธานตกลงกันแล้วว่าจะปฏิบัติดีตามกฎกติกาสังคม ก็มีความภูมิใจที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดตามที่สังคมหรือสื่อออนไลน์กล่าวประณามพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ และพวกเราก็จะไม่ร้อนตัวหรือกังวลเมื่อมีข่าวกฎหมายจะลงโทษตัดแต้ม

ตั้งใจว่าจะออกรถเช้ามากๆ แต่มีพรรคพวกโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือบอกว่าไฟแบตเตอรี่ในรถหมด ขอพ่วงจากรถข้างบ้านแล้วก็สตาร์ตไม่ติด คือไม่ได้ยินเสียงเครื่องหมุนเลย ทั้งๆ ที่ไฟแบตเตอรี่รถอีกคันเต็มแน่นอน ยังติดต่อช่างไม่ได้ ถ้าผมผ่านทางนั้นช่วยแวะดูหน่อย รู้สึกภูมิใจวิญญาณช่างผุดขึ้นแวะไปดู ปรากฏว่า สายพ่วงไฟแบตเตอรี่พ่วงโยงถูกต้องตามขั้วบวกขั้วลบ แต่เขาลืมสังเกตว่า ตำแหน่งคันโยกเกียร์ไม่ได้ลงล็อกในตำแหน่ง N หรือ P เนื่องจากเป็นรถเกียร์ออโตเมติก ดังนั้น จึงสตาร์ตไม่ได้เพราะสะพานไฟไม่เชื่อมกัน เพื่อนสารภาพว่าก็เพิ่งจะรู้ว่ารถเกียร์ออโต้จัมป์ไฟสตาร์ตที่ N หรือ P เท่านั้น

สมาพันธ์ระหว่างประเทศประกาศเป็นยุคเออีซีสมบูรณ์แบบ พวกเราต้องเตรียมคำศัพท์ภาษาต่างๆ แต่ช่วงหลังๆ นี้ไม่ค่อยได้เข้าไปชมรมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เนื่องจากภารกิจส่วนตัว เมื่อถูกพรรคพวกถามถึงและเรียกร้องว่า ขอให้ไปแลกเปลี่ยนคำศัพท์จากเพลงสากลเหมือนแต่ก่อน วันนี้จงต้องเตรียมตัวหาบทเพลงถูกใจไว้อวดเพื่อนๆ คิดถึงหนังรักโรแมนติกเรื่อง โรมิโอจูเลียต ฉายที่โรงหนังพาราเมาท์แถวๆ ประตูน้ำ เมื่อกว่า 40 ปีมาแล้ว ชอบเพลงหวานเพลงหนึ่งชื่อ A Time For Us แต่ซึ้งกับเสียงปัจจุบันที่ Andy Williams ขับร้อง “A time for us some day there”ll be. When chains are torn by courage born of a love that”s free. A time when dreams so long denied, Can flourish as we unveil the love we now must hide. A time for us at last to see, A life worthwhile for you and me” พรรคพวกชอบเสียงเพลงแต่ไม่รู้จักโรงหนัง

ออกจากชมรมตั้งใจจะไปแวะหาน้ำผลไม้ผสมสมุนไพรเจ้าประจำดื่มให้ชื่นใจ มีผู้โดยสารชายหญิงโบกมือเรียก จอดรถยังไม่หยุดสนิทคุณผู้ชายเปิดประตูขึ้นนั่งเบาะหน้า แล้วบอกคุณผู้หญิงว่าไปไกลรถติดเธอนั่งหลับคนเดียวเบาะหลังก็แล้วกันนะ เสร็จแล้วจึงหันมาบอกผมว่า ไปส่งที่ตลาดนัดต้นไม้แถวๆ ปทุมธานี นัดเจ้าของต้นไม้หาสมุนไพรไว้อยากให้รอขนกลับมาที่ตลาดนัดจตุจักร ผมตอบรับยินดีครับ รอได้ แต่ในใจก็อยากจะถามข้อตกลงขากลับกดมิเตอร์เริ่มค่าโดยสารใหม่ได้ไหม ไม่ทันถามคุณผู้ชายก็พูดเองว่า ถ้ารอได้คุณแท็กซี่ก็ไม่ต้องวิ่งรถเปล่ากลับไม่ต้องเริ่มมิเตอร์ใหม่หรอกนะ ผมพยักหน้า ได้ครับ คุณผู้ชายบอกขอบคุณ เรียกมา 2 คันแล้วไม่ยอมจึงไม่ใช้บริการ

ดูเหมือนทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงจะชอบใจที่ผมไม่ปฏิเสธ เขาจึงมีไมตรีที่จะคุยต่อว่า สมุนไพรที่เขาจะไปรับเป็นสมุนไพรธาตุเจ้าเรือน เพราะมีคนจองติดต่อไว้มากไปใช้ประกอบเป็นยาแผนโบราณ ผมได้จังหวะจึงขอให้เขาอธิบายคำว่า สมุนไพรธาตุเจ้าเรือน คุณผู้หญิงจึงแหย่ผมว่า อธิบายให้คุณแท็กซี่ฟังซิ เผื่อจะได้จองเพิ่มอีกเจ้า ผมเพิ่งสะกิดใจว่าเขาก็ต้องการพูดเชิงการค้าด้วยจึงเต็มใจอธิบายให้ฟัง

คุณผู้ชายเริ่มเองว่า ผัก ผลไม้ สมุนไพร เป็นพืชอาหารที่เรานำมาบริโภคเพื่อการเจริญของร่างกาย และบำรุงรักษาสุขภาพป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ตามภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษเราถ่ายทอดไว้ ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทยกล่าวว่าคนเราเกิดมาในร่างกายประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ โดยแต่ละคนมีธาตุหลักเป็นธาตุประจำตัวเรียกว่า “ธาตุเจ้าเรือน” และมี 2 ลักษณะคือ ธาตุเจ้าเรือนเกิดซึ่งจะเป็นไปตามวัน เดือน ปีเกิด และธาตุเจ้าเรือนปัจจุบัน ที่พิจารณาจากบุคลิกลักษณะ อุปนิสัย และสภาวะด้านสุขภาพ กาย และใจ ว่าสอดคล้องกับลักษณะของบุคคลธาตุเจ้าเรือนอะไร เมื่อธาตุทั้ง 4 ในร่างกายสมดุล บุคคลก็ไม่เจ็บป่วย เพื่อป้องกันปัญหา สิ่งที่จะช่วยได้ระดับหนึ่งคือ “พฤติกรรมการบริโภคอาหารของแต่ละคน” ในชีวิตประจำวัน โดยใช้รสของอาหารคุณลักษณะที่เป็นยามาปรับสมดุลของร่างกายเพื่อป้องกันความเจ็บป่วย ผมได้จังหวะถามข้อสงสัยว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นคนธาตุอะไร สุขภาพอย่างไร รับประทานอาหารอย่างไรให้ตรงกับธาตุเจ้าเรือน คุณผู้ชายหันไปทางคุณผู้หญิงแล้วบ่นว่า อ้าว หลับเสียแล้วจะให้อธิบายสักหน่อย

เขาหันมาคุยกับผมต่อว่า ธาตุทั้ง 4 นั้น ถ้าเป็นธาตุดินคือ คนที่เกิดเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม ส่วนใหญ่มีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ กระดูกใหญ่ ผมดกดำ ล่ำสัน ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน และเค็ม ว่ากันว่าธาตุนี้ไม่ค่อยเจ็บป่วยเพราะเป็นที่ตั้งกองธาตุ ธาตุน้ำคือ ผู้เกิดเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน รูปร่างสมบูรณ์ สมส่วน ผิวสดใส ความรู้เรื่องเพศดี แต่ไม่ค่อยกระฉับกระเฉง ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยวและขม ผู้เป็นธาตุน้ำช่วงแรกเกิดจะเจ็บป่วยเพราะธาตุน้ำกำเริบ ผู้ที่มีธาตุลม คือผู้เกิดเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน ส่วนใหญ่รูปร่างโปร่ง ช่างพูด ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน และผักพื้นบ้าน ผู้อยู่ในเจ้าเรือนธาตุลม ในช่วงอายุ 32 ปีขึ้นไป ต้องระวังการเจ็บป่วยในฤดูฝน เพราะธาตุลมกำเริบ สำหรับธาตุไฟ ส่วนใหญ่เกิดเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม เป็นคนทนร้อนไม่ได้ หิวบ่อย ใจร้อน ควรรับประทานอาหารรสขม เย็น จืด ในช่วงอายุ 16-32 ปี มักจะหงุดหงิด อารมณ์เสียบ่อย เจ้าอารมณ์ เพราะธาตุไฟกำเริบ

คุณผู้ชายบ่นว่า เสียดายที่ไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของพืช ผัก ผลไม้ รวมทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม พร้อมทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกาย โดยระบุชนิดต่างๆ ให้ชัดเจนของแต่ละธาตุเจ้าเรือนของแต่ละคน เพราะพูดแบบสรุปให้ฟัง แต่ถ้าสนใจจริงๆ จะฟังเขาบรรยายรวมกลุ่มติดต่อได้ หรือถ้าจะสอบถามรายละเอียดเป็นทางการ ก็ติดต่อโดยตรงที่หน่วยงานคือ “งานพืชสมุนไพร สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร” ก็จะเป็นประโยชน์ที่สุด แม้ว่าเทคโนโลยีทันสมัยวิทยาการการแพทย์ก้าวหน้า โรคภัยก็วิวัฒนาการตามไปด้วย จำเป็นต้องกลับมองอดีตสนใจธรรมชาติฟื้นภูมิปัญญาบรรพบุรุษมาใช้ประโยชน์บ้าง

จอดที่ล็อกถัดไปนั่นแหละ รอด้วยนะครับ

สรุปจาก “พืชอาหารธาตุเจ้าเรือน” โดยกองบรรณาธิการ นสพ.กสิกร ฉบับที่ 5 กันยายน-ตุลาคม 2552

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07094010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ราศีเมษ (13 เมษายน-13 พฤษภาคม)

งานระวังจะมีเหตุให้ทะเลาะขัดแย้งกับคนในที่ทำงาน มีคนดึงเรื่อง ทำให้การติดต่อยุ่งยากมากขึ้น แต่สุดท้ายก็จะหาทางแก้ทางออกได้ สั่งงานสิ่งใดควรตามเป็นระยะไม่ควรปล่อยทิ้งจนงานเสร็จแล้วค่อยตรวจทีเดียว จะเกิดการผิดพลาดและเวลาใกล้กำหนดส่ง ทำให้ปรับแก้งานไม่ทัน งานติดขัดแต่ลูกน้องบริวารคนใกล้ชิดยังให้ความร่วมมือช่วยเหลือเป็นอย่างดี การค้าขายจะมีช่องทางทำการตลาดแบบใหม่ๆ มีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสทำเงิน ทำรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่ยังต้องระวังเรื่องของเอกสารสัญญา ข้อตกลงต่างๆ ที่จะมารูปแบบใหม่ๆ เช่นกัน เป็นการทำสัญญา ทำข้อตกลงที่คุณเองไม่เคยเจอ ควรปรึกษาผู้รู้ รายได้เข้าตามระบบ แต่มีส่วนพิเศษจากลูกค้ารายใหม่ ลูกค้าที่ซื้อจำนวนมากขึ้น ทำให้เงินในระบบคล่องตัวขึ้น เรื่องของการเงินควรเช็กระบบเอกสาร รับจ่าย เข้าออก ให้รัดกุมจะเป็นการดีกับเจ้าของกิจการ คนรักไม่ควรสร้างเงื่อนไขระหว่างกันมากเกิน ควรให้ทุกคนมีเวลาหรือพื้นที่ส่วนตัวบ้างจะทำให้บรรยากาศดีขึ้นได้ สุขภาพอาการเหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย อ่อนเพลีย จะเป็นมากยิ่งขึ้นควรรีบดูแลด่วน เรื่องของการกิน การนอนให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมาด้วยครับ

ราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม-13 มิถุนายน)

งานระวังเรื่องของเอกสารสัญญา ข้อตกลงในเรื่องของผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นในส่วนขององค์กรหรือส่วนตัว การเป็นคนกลาง เป็นนายหน้าการติดต่อเจรจา ระวังเรื่องของผลประโยชน์หรือรายละเอียดต่างๆ ไม่เป็นไปตามข้อตกลงตามสัญญาเดิมมีการพลิกลิ้นเกิดขึ้น ระวังเรื่องการรับปากจะทำให้เกิดความเสียหาย ผู้ใหญ่หรือคนมีสีมีบารมียังพูดกันไม่ค่อยจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ต้องหาผู้ใหญ่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเคารพเป็นคนกลาง เป็นคนไกล่เกลี่ย การเงินยังมีเข้าจากงานเก่า งานแก้ ยังมีงานใหม่เข้ามาเสริมเพิ่มเติมทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่จะหมดไปกับบริวาร ลูกน้องคนที่คุณรับผิดชอบดูแลส่วนตัว แต่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อความสบายใจ ยังรวมถึงค่าเดินทางใกล้ไกล การซื้อของฝากของเพื่อนร่วมงาน ของคนในครอบครัว ยังไม่ควรจ่ายของใช้ที่มีค่า มีราคาแพง ระวังจะได้ของมีตำหนิ ของที่ไม่ได้มาตรฐาน ครอบครัวความรักบุตรบริวารสร้างความชื่นใจ ภูมิใจ มีเรื่องน่ายินดีให้กับคนในครอบครัว และเป็นกำลังใจให้คุณสู้ต่อเพื่อเขาเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี สุขภาพระวังความเครียดส่วนตัวทำให้เจ็บป่วยได้ครับ

ราศีเมถุน (14 มิถุนายน-14 กรกฎาคม)

งานระวังในเรื่องของการจัดสรรเวลาที่ไม่ลงตัว ทำงานไม่ทัน ส่งงานไม่ทันกำหนด เหตุด้วยงานที่รับผิดชอบขยายหน้างานมากขึ้น แต่ลูกน้องบริวาร คนที่สามารถใช้งานและเข้าใจระบบการทำงานของคุณมีจำนวนจำกัดเท่าเดิม ทำให้เวลาบางส่วนต้องลงมาที่การสอน อธิบาย ควบคุมการทำงานมากขึ้น ไม่สามารถที่จะปล่อยผ่านได้ทันทีเมื่อมีการประชุมจบ แต่จะเป็นเช่นนี้ไม่นานนัก ระบบทุกอย่างจะเริ่มเข้าที่ จะได้คนดีมีฝีมือเข้ามาช่วยงานเพิ่มเติม คนที่ไม่ใช่จะถูกกำจัดออกไปด้วยระบบเอง คุณต้องเตรียมแผนสำรองพร้อมกับลูกน้อง บริวาร ในการเปลี่ยนแปลงหน้างานไว้จะทำให้งานลงตัวประสบความสำเร็จ การเงินมีเข้าจากงานเก่า ลูกค้าเก่าและมีรายได้ฟลุกๆ แต่ให้ระวังการเสี่ยงในเรื่องของการลงทุนที่เป็นตัวเงิน สิ่งใดที่ไม่มีความถนัด หรือข้อมูลที่มีอยู่ในมือไม่มากพอ ไม่ควรเสี่ยงในการลงทุน ครอบครัวคนรัก เวลาไม่ลงกันเป็นสาเหตุของการไม่เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น ควรใช้เครื่องมือสื่อสารเป็นตัวช่วยสื่อสารทำความเข้าใจ แต่ละช่วงเวลาของกันและกัน อีกทั้งไม่ควรจับผิดในเรื่องเล็กน้อย จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ สุขภาพระวังเรื่องของลมในเส้น ทำให้ปวดเมื่อย จุกเสียดท้อง แน่นหน้าอกได้ครับ

ราศีกรกฎ (15 กรกฎาคม-16 สิงหาคม)

งานจะมีการเดินทางแบบที่ตัวคุณไม่ทันตั้งตัว มีงานด่วน งานเร่ง งานที่เข้าไปทำแทนหรือแก้ไขแทนคนอื่นแล้วถูกบีบด้วยเรื่องของเวลา ตัวช่วยของคุณคือผู้ใหญ่ หัวหน้าที่ส่งคุณไปทำงาน ให้คุณรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ เป็นช่วงที่สามารถสร้างชื่อ สร้างเป็นผลงานในอนาคตของตัวคุณ และได้รับการไว้วางใจจากผู้ใหญ่มากขึ้น ควรวางแผนในเรื่องของเวลา คน และวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ รวมถึงแผนสำรองในแต่ละช่วงของการทำงาน ด้วยเหตุหน้างานจะไม่ตายตัว มีการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงในทุกเรื่อง จนคุณตั้งตัวไม่ทัน การเงินมีเงินบางส่วนที่คิดว่าจะได้ แต่ได้ช้ากว่ากำหนด ทำให้คุณต้องหมุนเงินมากกว่าที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น รวมถึงของฝาก ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มมากขึ้น ความรักคือการให้ ช่วงเดือนนี้มีสิ่งใดขัดข้องหมองใจต้องให้อภัยกัน อย่าขุดคุ้ยหาเรื่องราวในอดีตมาพูดคุยจะยิ่งไม่จบง่ายๆ อีกประการ ควรให้เกียรติเพื่อมีเวลาส่วนตัวของกันและกันบ้าง รวมถึงจะมีญาติพี่น้องเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบายต้องถามไถ่ดูแล ช่วยเหลือตามกำลัง สุขภาพระวังความเครียด การนอนไม่พอ ทำให้ความดัน เบาหวาน แสดงอาการมากขึ้นครับ

ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม-16 กันยายน)

งานให้ระวังเรื่องของคำพูดแรงขึ้น อารมณ์ขึ้นเร็วกว่าที่ผ่านมา ทำให้คนใกล้ชิด คนที่ต้องร่วมงานด้วยไม่เข้าใจสิ่งที่คุณต้องการสื่อสาร ทำให้เกิดปัญหาระหว่างการทำงานได้ ทั้งในส่วนของเพื่อนร่วมงาน คู่ค้า คู่สัญญา ทางแก้คือถ้าเมื่อไหร่รู้ว่าตัวเองกำลังจะหงุดหงิดให้ยิ้ม แล้วหลายอย่างจะค่อยๆ เริ่มดีขึ้น อีกทั้งระวังการสั่งการ การสื่อสารเกิดความผิดพลาด ช่วงนี้เป็นช่วงที่พูดด้วยวาจา และต้องตามด้วยเอกสารหลักฐาน กันการเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ชื่อเสียงจะมีคนพูดให้เกิดความเสียหายทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน จะมีคนนำไปโยงกัน ไม่ควรนำมาใส่ใจ ให้ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เสร็จงานก่อนกำหนดเวลา ผลงานเป็นตัวชี้วัด อีกทั้งเจ้านายคุณเข้าใจ ทุกอย่างผ่านฉลุย การเงินคุณต้องออกวิ่งหาเงิน ติดต่อลูกค้ารายใหม่ๆ ให้มากขึ้น เดินทางออกนอกสถานที่ นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานรายได้ไม่เกิด การติดต่อเจรจาเป็นรายได้เข้ากระเป๋า ครอบครัวความรักมีโอกาสได้ร่วมงาน ทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น สิ่งใดที่ทำให้เกิดความทุกข์ระหว่างกันไม่ควรนำมาคิด หรือพูดจาให้ร้ายกัน สุขภาพระวังการปวดท้อง ท้องเสีย อันเนื่องมาจากความเครียด และอาหารเป็นพิษครับ

ราศีกันย์ (17 กันยายน-16 ตุลาคม)

งานในความรับผิดชอบหลายเรื่องที่ไม่ชัดเจนก่อนหน้า เริ่มมีทางออกทางแก้ มีคนเข้ามาให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างจริงจังกว่าที่ผ่านมา ผู้ใหญ่เข้าใจในสิ่งที่คุณทำและต้องการสื่อสาร ท่านสนับสนุนคุณมากขึ้นแต่ไม่สามารถเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ ท่านจะให้คำชี้แนะหรือแนวทางในการทำงานกับคุณ ไม่ว่าช่วงนี้คุณจะจับงานทางด้านไหนควรเตรียมแผนสองแผนสามไว้ประกันความผิดพลาดหน้างาน เช่น คนไม่พอ ของไม่ครบ อุปกรณ์ที่ต้องการใช้หลักเกิดความเสียหาย เป็นต้น เป็นอีกเดือนที่คุณจะวิ่งหางาน หาเงิน มีการเดินทางในระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง มีทั้งส่วนของงานเก่า งานใหม่ นัดเจรจาการค้าธุรกิจ ควรเดินทางก่อนเวลา แต่เข้าพบตามเวลานัดหมาย ควรมีบทสรุปของแต่ละงานที่คุณรับผิดชอบ การเงินมีส่วนของการขยับขยายหน้างานเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีเงินไหลเวียนเข้ากระเป๋าต่อเนื่อง มีเงินพิเศษเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านๆ มา ทำให้สภาพคล่องดีขึ้น ควรงดใช้จ่ายของที่ไม่จำเป็น ครอบครัวระวังคำพูดและการตัดสินใจที่ผิดพลาด ผู้ใหญ่ที่คุณเคารพสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาได้ สุขภาพระวังโรคออฟฟิศ ปวดบ่า คอ ไหล่ หลัง มากขึ้นครับ

ราศีตุล (17 ตุลาคม-16 พฤศจิกายน)

งานเป็นช่วงที่คุณมีไอเดียความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เมื่อคุณลงมือปฏิบัติจริงตามที่คิดและตั้งใจ ความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนเต็มที่ อย่างเดียวคือคุณต้องขยันและลงมือทำอย่างจริงจัง สิ่งที่คุณคิดฝันเป็นจริงอย่างแน่นอน อีกทั้งได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากมีคนเข้าออก มีการขยับเรื่องตำแหน่งความรับผิดชอบกันทั่วทั้งองค์กร ทำให้ระบบรวมถึงเอกสารต่างๆ ที่ต้องถึงมือแต่ละฝ่าย แต่ละบุคคล ยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าที่ควร ก่อนรับมอบงานส่งงานสิ่งใดควรเตรียมเรื่องของเอกสาร หลักฐานให้พร้อม ประการสำคัญควรรายงานเจ้านายหรือผู้ใหญ่ที่ดูแลคุณให้ท่านทราบเป็นระยะ การเงินเช่นกัน เป็นช่วงโอกาสเปิดให้คุณแสดงศักยภาพส่วนตัว ทำให้งานที่เป็นรายได้ไหลเข้าต่อเนื่อง อีกทั้งการเจรจา การเปิดตัวหาลูกค้ารายใหม่ สำเร็จตามเป้าที่คุณวางไว้ ครอบครัวความรักหลายเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน จะชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น พูดจาปรึกษากับคนรักไปในทิศทางเดียวกัน มีความหวาน ความเข้าใจให้แก่กันมากขึ้น สุขภาพระวังโรคส่วนตัวที่เคยเป็นมานานจะกลับมาทำให้คุณไม่สบายตัวได้ครับ

ราศีพิจิก (17 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม)

งานเป็นช่วงที่คุณต้องรีบดำเนินการทั้งงานเก่าและงานใหม่ให้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่งต่องานได้ทันทีเมื่อถูกถามถึง หรือดำเนินการให้เสร็จก่อนกำหนดเวลาส่ง ควรรายงานหรือแจ้งเจ้านายคุณเป็นระยะเกี่ยวกับงานที่คุณได้รับมอบหมาย ถึงบางทีเจ้านายคุณทำท่าทางไม่สนใจ แต่ให้รู้ไว้ว่าท่านอยากให้คุณเข้าหา เข้ามาบอกถึงสถานการณ์ต่างๆ ให้ท่านทราบ ส่วนด้านเอกสาร สัญญา รวมถึงการรับปากทั้งในส่วนของตัวคุณและคู่สัญญาเริ่มชัดเจนเห็นผลสำเร็จมากกว่าที่ผ่านมา แต่ให้ระวังการพูดลับหลัง การนินทาว่าร้ายทำให้คุณเสียชื่อ สิ่งที่ควรทำคือไม่ต้องแก้ข่าวให้อยู่ปกติ เวลาจะค่อยๆ ทำให้ทุกอย่างเงียบหายไป อีกประการ เรื่องของลายเซ็นควรตรวจเช็กให้รอบคอบก่อน การเงินยังต้องวิ่งหมุนจากงานใหม่ งานเก่าสลับกันยังมีให้คุณกินใช้ปกติ แต่การใช้จ่ายส่วนตัวที่ฟุ่มเฟือยควรงดเว้น อีกทั้งผู้ใหญ่จะมอบหมายงานที่เป็นรายได้มาให้ แต่เป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือมากกว่าปกติสักหน่อยกว่าจะได้เงิน แต่จะเป็นการสร้างชื่อให้กับคุณในกาลอนาคต ครอบครัวความรักระวังในส่วนของรักซ้อนซ่อนกันไม่มิด จะสร้างปัญหาให้ตัวคุณและครอบครัวได้ สุขภาพระวังการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ด้วยครับ

ราศีธนู (16 ธันวาคม-15 มกราคม)

เรื่องที่ต้องระวังในช่วงนี้ คือการถูกหลอก ถูกโกงในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับปากทั้งตัวคุณเองและคู่สัญญายังไม่สามารถทำได้ตามที่ตกลงกันไว้ รวมถึงเรื่องของสัญญา เอกสาร ข้อตกลงในเรื่องของผลประโยชน์ ก่อนทำการเซ็นเอกสารสิ่งใด ควรอ่านข้อมูลและทำความเข้าใจให้ชัดเจน ควรหาผู้รู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจในตัวคุณและในรายละเอียดที่คุณทำ ลูกน้องบริวารคนใกล้ตัวยังมีฝีมือสามารถช่วยงานคุณให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไม่ยาก แต่คุณต้องมีเวลาเข้าไปคลุกคลี ให้ข้อมูล ทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ให้ชัดเจน จะมีเหตุที่เข้าใจไม่ตรงกันเมื่อลงมือทำจะทำให้เกิดความเสียหายตามมาจนแก้ไขได้ยากกว่าการเคลียร์หน้างานตั้งแต่แรก รายได้เข้าจากคู่ค้าคู่สัญญา ลูกค้าใหม่ๆ การขายของชิ้นที่คุณคาดหวังไว้นำมาเป็นทุนก้อนสำคัญได้ในช่วงนี้ ความรักระวังเรื่องของการมีรักต้องห้ามหรือการคบกับคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วทำให้ปัญหาจะเกิดได้ง่ายขึ้น เจอกันน้อยลง ปัญหาก็จะน้อยลงเช่นกัน สุขภาพระวังระบบทางเดินหายใจ การอยู่ในที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ทำให้ไม่สบายง่ายขึ้นครับ

ราศีมังกร (16 มกราคม-12 กุมภาพันธ์)

งานมีโอกาสได้เริ่มงานใหม่ เปิดจ๊อบใหม่ ใครที่รองานสิ่งใดอยู่จะเริ่มมีข่าวดีเกี่ยวกับงานที่คุณรอคอยและต้องการ เป็นอีกเดือนที่คุณมีความเปลี่ยนแปลงจากจุดเดิมๆ ไม่หยุดนิ่ง มีการปรับเปลี่ยน โยกย้ายหน้าที่การงาน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หน้าที่ความรับผิดชอบสูงขึ้น กว้างขึ้น ลูกน้องบริวารคนที่คุณต้องดูแล ติดต่อหน้างานเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่สำคัญควรรีบเรียนรู้งานใหม่ๆ ให้เร็วที่สุด อีกไม่นานจะมีคนเข้ามาลองวิชากับคุณ แต่ถ้าความรู้ความสามารถส่วนตัวคุณมากพอ ต่อไปจะไม่มีใครกล้าเข้ามาคิดจะต่อกรกับคุณอีก ส่วนท่านที่ติดต่อเจรจาค้าขายประสบความสำเร็จ ระวังการตัดสินใจที่เร็วเกิน จะทำให้เกิดความเสียหายตามมาในอนาคตได้ ควรหาผู้มีความรู้หรือบุคคลที่มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นเป็นที่ปรึกษาให้ดีกว่าการคิดและตัดสินใจเพียงลำพัง ฝีมือในการทำงานดีขึ้นทำให้มีผลงานโดดเด่นนำมาของการจ้างงานหรือให้ทำงานเพิ่มขึ้น เป็นผลทำให้รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ครอบครัวความรักเวลาที่จะอยู่เจอหน้ากันอย่างเป็นทางการน้อยลง ระวังคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วทำให้ทุกข์ใจมากขึ้น สุขภาพระวังระบบเลือด ความดัน ไมเกรน ครับ

ราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์-13 มีนาคม)

งานในความรับผิดชอบยังมีความวุ่นวายไม่หยุดนิ่ง อีกทั้งมีการเปิดตัวงานชิ้นใหม่ และความรับผิดชอบนอกเหนือจากปกติ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ทำให้เรื่องของเวลาในการทำงานและเวลาส่วนตัวดูน้อยลงไปทันที เป็นช่วงที่ลูกน้องบริวารคนใกล้ตัว มีฝีมือทำให้งานลุล่วงไปได้ด้วยดีแต่ต้องกระตุ้นเป็นระยะๆ ควรหาเวลาใกล้ชิดเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา จะมีเหตุที่หน้างานต้องแก้ไขด่วน แต่ถ้าคุณไม่อยู่ให้ลูกน้องได้เรียกหา จะสร้างปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน นอกเสียจากคุณจะวางระบบงานอย่างชัดเจน และให้ทำงานตามระบบที่คุณวางไว้ในช่วงนี้ ห้ามใครแหกคอกจะช่วยให้ปัญหาใหญ่ๆ ไม่เกิด ระวังเรื่องของลายเซ็นเพิ่มมากขึ้น และคนที่ไม่หวังดีปล่อยข่าวทำให้คุณเสียหาย กระเทือนถึงชื่อเสียงได้ ไม่ต้องแก้ตัวใดๆ ให้ใช้ผลงานเข้าชนอย่างเดียว จะทำให้เรื่องต่างๆ เงียบไปเอง การเงินมีงานพิเศษส่วนตัว การได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเก่า นำลูกค้ารายใหม่ๆ มาให้ ทำให้มีรายได้มากขึ้น ความรักปัจจัยที่ทำให้ทะเลาะกันง่ายขึ้นคือการเงินและความเป็นอยู่ อดทนแล้วทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น สุขภาพระวังพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้มึน งง วูบได้ง่ายๆ ครับ

ราศีมีน (14 มีนาคม-12 เมษายน)

งานเรื่องที่ต้องระวังคือเอกสาร หลักฐาน ข้อมูลสำคัญ ทั้งข้อมูลในส่วนขององค์กร และข้อมูลส่วนตัว เกิดการรั่วไหล ทำให้เสียหาย ความลับบางอย่างถูกเปิดเผย ดังนั้น เรื่องใดที่ต้องเป็นความลับ คนที่ควรรู้ ควรเห็น ก็ต้องมีจำนวนที่น้อยที่สุด และไว้วางใจได้มากที่สุด ควรรู้เฉพาะกลุ่มคน อีกทั้งควรมีแผนสำรองส่วนตัวที่เตรียมการไว้ โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ จะช่วยให้หลายเหตุการณ์สามารถผ่านไปได้ด้วยดี อีกทั้งในเรื่องของผลประโยชน์มีทั้งการเจรจาปกติ และการเจรจานอกรอบ ทำให้งานไหลรื่นได้ง่ายมากขึ้น มีโอกาสที่จะเดินทางใกล้ไกล ได้พบบุคคลใหม่ๆ ในสังคม แวดวงอื่นเพิ่มมากขึ้น เป็นโอกาสที่ควรเปิดตัว และสานสัมพันธ์ต่อเนื่องในอนาคตได้ การเงินจะหมดไปกับการจับจ่ายกับของที่อยากได้มานาน ระมัดระวังเสียเงินเกี่ยวกับเรื่องของลูกน้องบริวารและเพื่อนสนิท เป็นเรื่องที่ยากจะปฏิเสธ แต่ถ้าออกจากกระเป๋าก็ควรตัดใจที่จะได้คืนนั้นยากถึงยากมาก ควรช่วยเหลือเท่าที่ความสามารถคุณทำได้และไม่เดือดร้อนตัวคุณและครอบครัว ครอบครัวคนที่คุณสนิทระวังเจ็บไข้ ไม่สบาย กับคนรักมีความสนิท มีความเข้าใจระหว่างกันมากขึ้น สุขภาพระวังความดัน ไมเกรน ปวดกระบอกตา มากขึ้นครับ

เลขมงคลประจำปักษ์นี้ เลข 7 เลข 9 และเลข 8 ควรเว้น เลข 1

สิ่งมงคลที่ควรกราบไหว้บูชาประจำปักษ์นี้ เจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร และ หลวงปู่สรวง

เรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษในปักษ์นี้ เรื่องงานจะมีพลิกล็อก มีคนตัดหน้า สิ่งใดที่ยังไม่ชัวร์ยังไม่แน่นอนอย่าประมาท อย่าเชื่อวาจาใครง่ายๆ

รู้ก่อนขายออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07098010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

ก่อนปิดร้าน

วิมล ตัน Monmati13@yahoo.com

รู้ก่อนขายออนไลน์

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบชำระเงินระดับโลก หรือที่เรารู้จักกันดีว่า บัตรเครดิตวีซ่า นั่นเอง ได้มีการเปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของผู้บริโภค ประจำปี 2015 ซึ่งน่าสนใจที่วีซ่า ระบุชัดว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง และมีการใช้จ่ายเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด ก็คือ คนเจนเอ็กซ์ (Gen X) หรือกลุ่มคนวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 35-60 ปี ไม่ใช่คนเจนวาย (Gen Y) หรือกลุ่มคนอายุระหว่าง 18-34 ปี อย่างที่เราเข้าใจกัน

เข้าใจได้ว่า คนเจนเอ็กซ์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานมาแล้วระยะหนึ่ง นอกจากมีเงิน มีกำลังซื้อ มีความพร้อมที่จะใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือผ่านระบบชำระเงินออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นโมบาย แบงกิ้ง หรืออินเตอร์เน็ต แบงกิ้ง จึงไม่นิยมซื้อสินค้าด้วยเงินสด จึงไม่น่าแปลกใจที่คนเจนเอ็กซ์ จะให้ความสนใจการซื้อขายผ่านโลกออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

เป็นข้อมูลที่สำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตและผู้ขายสินค้าได้นำไปใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย หรือการมุ่งเน้นการขายไปยังลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งน่าจะได้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลต่อการทำธุรกิจสูงสุด

ส่วนในแง่ของช่องทางการขายผ่านออนไลน์ก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบันผู้ผลิต ผู้ขาย ต่างก็เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มช่องทางขายผ่านโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม นอกเหนือจากช่องทางปกติทั่วไปที่ผ่านหน้าร้านหรือโมเดิร์นเทรด

ในเมื่อทุกคนต่างก็ให้ความสำคัญ ต่างมุ่งเข้าไปขายในออนไลน์จนเต็ม ละลานตาไปหมด ถามว่า แล้วจะทำอย่างไรให้สินค้าของเราโดดเด่น เตะตา ทำให้ผู้ซื้อมองเห็น?

คำตอบมีอยู่ในอินเตอร์เน็ตเยอะไปหมด แค่เพียงคลิกถามกูเกิ้ล เราจะได้วิธีการ กลยุทธ์ในการทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จัก ถูกมองเห็นบ่อยๆ ในโลกโซเชียล ยกตัวอย่างเช่น กลยุทธ์การตั้งชื่อร้าน ออกแบบโลโก้ ตั้งเว็บเพจร้านค้าให้สะดุดตา ชื่อไม่ยุ่งยาก เข้าถึงง่าย รวมถึงวิธีการสร้างแฟนเพจ การลงทุนซื้อยอดไลก์ เป็นต้น

ใครชื่นชอบวิธีการ กลยุทธ์แบบไหน ศึกษา เรียนรู้กันเอง!!

นอกเหนือจากช่องทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมแล้ว ยังมีอีกหนึ่งช่องทางที่ถือว่า ได้รับความนิยมสูงทีเดียวในบ้านเรา นั่นคือ การค้าขายผ่านไลน์ (LINE) ซึ่งจากข้อมูลของไลน์ ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยมีการใช้งานไลน์ถึง 33 ล้านคน ถือว่าสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น ประเทศแม่ของไลน์เสียด้วยซ้ำ ขณะเดียวกัน คนไทยใช้เวลาแชตผ่านไลน์ถึง 83 นาที ต่อวัน

ในระบบการให้บริการของไลน์ มีช่องทางที่ให้บริการเอสเอ็มอีด้วย ซึ่งเป็นบริการ LINE@ สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี มีรูปแบบการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายคล้ายๆ Official Account ซึ่งไลน์ระบุว่า ปัจจุบันมีเอสเอ็มอีใช้บริการช่องทางนี้กว่าแสนราย จากจำนวนเอสเอ็มอีทั่วประเทศที่มีอยู่ 2.8-2.9 ล้านราย ซึ่งปัจจุบัน ช่องทางนี้ยังให้บริการฟรี แต่มีแนวโน้มว่า ไลน์จะมีการเรียกเก็บค่าบริการในเร็วๆ นี้

รีบไปใช้บริการฟรีๆ กันก่อนดีมั้ย เผื่อฮิตในอนาคต เราจะได้ไม่ตกเทรนด์!!

“ขายภาพ” อาชีพอิสระ แนวใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0720150259&srcday=2016-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 391

รายงานพิเศษ

วัชรี ภูรักษา

“ขายภาพ” อาชีพอิสระ แนวใหม่

อาจไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไร ว่าแค่โพสต์รูปขายบนเว็บไซต์จะสามารถสร้างรายได้และทำเงินได้ และกลายเป็นอาชีพอิสระอีกอาชีพหนึ่ง ด้วยเพราะยุคที่อะไรๆ อินเตอร์เน็ตก็เข้าถึงแบบนี้ ความรวดเร็วและไร้ซึ่งกรอบ กฎเกณฑ์ใดๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ

อาชีพ “คนขายภาพ” ก็เช่นกัน เพราะนอกจากจะสามารถสะท้อนตัวตนในการดำเนินชีวิตและสามารถสร้างคาแร็กเตอร์ใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของคนสมัยใหม่แล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เมื่อเข้าสู่สังเวียนและสมรภูมิที่ว่าด้วยความงามของภาพถ่าย ศิลปะและรสนิยมแล้วนั้น การขายภาพบนเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการต่างๆ จึงมีขั้นตอนและวิธีการหลายขั้นไม่น้อย ซึ่งแต่ละเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการทั้งหลายต่างก็มีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

โดยปัจจุบันมีเว็บไซต์จำนวนมากที่เป็นตัวกลางหรือนายหน้า ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ โดยกำหนดให้มีหลักเกณฑ์การขายและการซื้อที่แตกต่างกันไปในแต่ละเว็บไซต์ ทั้งการเข้าใช้งานก็แตกต่างกันต่างรูปแบบของเว็บไซต์ด้วย

ยกตัวอย่าง เว็บไซต์ต่างประเทศที่หลายคนรู้จักกันดี อย่าง http://www.123rf.com ที่เปิดให้บริการซื้อ-ขายภาพ มีการแบ่งหมวดหมู่ของภาพเอาไว้อย่างชัดเจนบนหน้าเว็บ

สำหรับคนขายภาพ ที่ต้องการสมัครสมาชิกเพื่อขายภาพถ่ายของตัวเอง ทางเว็บไซต์ได้กำหนดให้มีการลงทะเบียน ดังนี้

1. เข้าไปยัง หน้าสมัครสมาชิก (sign up) ของเว็บไซต์ 123rf.com จากนั้นให้กรอกข้อมูลตามความเป็นจริง ตามแบบฟอร์มที่ปรากฏ อย่าลืมติ๊กถูกที่ช่อง Sign-up as 123rf photogragper/contributor ซึ่งหมายความว่าต้องการสมัครในฐานะช่างภาพหรือผู้ขายภาพ จากนั้นจะมีแบบฟอร์มปรากฏขึ้นมาด้านล่าง เพื่อให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติม กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม Register Now

2. หลังจากคลิก Register Now จะมีข้อความปรากฏในหน้าถัดไป รออีเมลตอบกลับ

3. ทำการเปิดการใช้งาน โดยเข้าไปคลิก Verification Link ในอีเมลที่ได้รับ ไปใส่ในช่องสี่เหลี่ยมของหน้าในขั้นตอนที่ 2 ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เพื่อเปิดใช้งาน เสร็จแล้วสามารถ Log in เข้าไปใช้งานและเริ่มอัพโหลดรูปได้ทันทีครับ

หรือแม้กระทั่ง http://www.shutterstock.com ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีไม่น้อย ซึ่งเว็บไซต์นี้ได้กำหนดเกณฑ์การเข้าใช้งานระบบและการสมัครเข้าใช้งานเพื่อเป็นคนขายภาพ ไว้ดังนี้

1. กดสมัคร Sign-up Now แล้ว ใส่ชื่อจริง นามสกุลจริง เป็นภาษาอังกฤษ ให้ตรงกับ Passport ของเราทุกตัวอักษรนะครับ ถ้าไม่ตรง อาจจะยุ่งยากทีหลังได้

2. ใส่ชื่อที่เราต้องการให้แสดงอยู่ในหน้าแกลลอรี่ของเราครับ จะใส่ชื่อจริง ชื่อเล่น นามแฝงต่างๆ ได้ทั้งหมด บางคนไม่อยากให้ใครเห็นชื่อจริงในการขายภาพออนไลน์ ด้วยเหตุผลส่วนตัว ก็สามารถใส่ชื่อที่ต้องการแสดงในช่องนี้ได้ครับ (ชื่อนี้สามารถแก้ไขใหม่ภายหลังได้ครับ)

3. ใส่อีเมลที่เราจะใช้ติดต่อกับทาง Shutterstock

4. ใส่พาสเวิร์ดที่ใช้ ซึ่งจะต้องมี 8 ตัว หรือมากกว่าก็ได้ (แต่น้อยกว่า 8 ตัวไม่ได้) และมีตัวเลขกับตัวอักษรผสมกัน และตัวอักษรต้องมีตัวเล็กตัวใหญ่ผสมกันด้วย เช่น 1234Abcd หรือ 1234abcD หรือ 1234aBcd หรือ Abcd1234 หรือ ABcd1234 เป็นต้น

ระบบก็จะแจ้งให้เราไปตรวจสอบอีเมลที่เราลงทะเบียนไว้ ก่อนจะไปเปิดอีเมล ในอีเมลดังกล่าวก็จะมีลิงก์สำหรับให้เราคลิกเพื่อทำการยืนยันการสมัคร ถ้าคอยนานแล้วไม่มีอีเมลไป ก็คลิกเข้าไปดูในกล่องอีเมลขยะก่อนนะครับ ถ้ายังไม่มีอีก ก็ลองมาคลิกที่คำว่า Send E-mail อีกครั้ง

เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้ง 2 เว็บไซต์มีความเหมือนกันที่ การส่งหลักฐานยืนยันตัวตน หลังจากสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจำเป็นจะต้องส่งเอกสาร เพื่อยืนยันความมีตัวตนของเรา เช่น พาสปอร์ต บัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้โดยจะต้องมี ชื่อ และวันเดือนปีเกิด เป็นภาษาอังกฤษ เราสามารถถ่ายรูปหรือสแกนเอกสารดังกล่าว โดยที่ไฟล์จะต้องเป็นแบบ JPEG ซึ่งคาดได้ว่าอีกหลายเว็บไซต์ก็มีลักษณะการเข้าใช้งานหรือการสมัครคล้ายๆ กันนี้เช่นเดียวกัน

หลังจากที่ยืนยันการสมัครตามขั้นตอนต่างๆ แล้ว ก็สามารถเข้าไปอัพโหลดรูป เพื่อรอผลการพิจารณาจากเว็บไซต์ หากผ่านการพิจารณาก็สามารถนำภาพที่มี หรือเตรียมเอาไว้ นำโพสต์ขายบนเว็บไซต์ได้ หากไม่ผ่านเงื่อนไข ก็ต้องรอการตอบกลับ เพื่อทำตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม แต่ละเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการนั้น ต่างก็มีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป ควรศึกษาถึงข้อกำหนดและกฎระเบียบให้ละเอียด เพื่อความรวดเร็วในการเข้าใช้งานระบบโดยไร้ปัญหาใด ส่วนราคาขายภาพของแต่ละเว็บไซต์นั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของภาพ เช่น S M L, รายละเอียดของภาพ เช่น 72dpi หรือ 300dpi จำนวนภาพที่ต้องการซื้อ

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของผู้ซื้อและการใช้งานด้วยเป็นสำคัญ ซึ่งบางเว็บอาจมีสนนราคาขายเริ่มที่ 25 เหรียญสหรัฐ หรือสนนราคาขายด้วยจำนวนเครดิต หรือขายแบบแพ็กเกจรวมรูปก็มี

สำหรับใครที่สนใจ สามารถค้นหาด้วยคำว่า “ขายภาพ” จาก Google แล้วเข้าไปอ่านรายละเอียด หรือเข้าไปดูรูปภาพต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการ เช่น http://www.istockphoto.com, http://www.fotolia.com, http://www.kaypap.com รวมไปถึงเว็บไซต์ขายภาพอื่นๆ ด้วยก็ได้

“สุระ นวลประดิษฐ์” ไขประตูสู่ความรวย อาชีพ “ช่างภาพออนไลน์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0722150259&srcday=2016-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 391

รายงานพิเศษ

อันติกา

“สุระ นวลประดิษฐ์” ไขประตูสู่ความรวย อาชีพ “ช่างภาพออนไลน์”

“อาชีพนี้มีเสน่ห์มาก มีช่างภาพตั้งแต่เริ่มหัดถ่ายภาพไปจนถึงช่างภาพมืออาชีพลงมาอยู่ในสนาม ส่วนสิทธิ์ที่ได้รับก็เสมอภาค ไม่ว่าคุณจะใช้กล้องราคาเป็นแสนเป็นหมื่น หรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือ จะมีประสบการณ์ 3 วัน หรือ 20 ปี ทุกสิทธิ์เท่าเทียมกันหมด”

ชื่อเสียง ประสบการณ์ ผลงาน ดังกล่าวมาคือคุณสมบัติของช่างภาพที่ควรต้องมีเพื่อการันตีฝีมือตนเอง แต่ทว่าไม่ใช่กับอาชีพ “ช่างภาพออนไลน์” เพราะเพียงแค่คุณมีมุมมองของตนเอง หรือเข้าใจตลาดผู้ซื้อ กดชัตเตอร์หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือเป็น คุณก็สามารถก้าวสู่อาชีพนี้ได้ และต้องบอกว่าหลายคน “รวย” ด้วยอาชีพนี้มาแล้ว

ช่างภาพออนไลน์

ทำได้แม้ตาบอดสี

ทำได้จริง รวยจริงหรือไม่ พื้นที่บนหน้ากระดาษนี้ขอยกให้ คุณสุระ นวลประดิษฐ์ ช่างภาพออนไลน์คนแรกๆ ของไทย ที่มีผลงานพ็อกเก็ตบุ๊กแนะนำผู้สนใจก้าวสู่อาชีพช่างภาพออนไลน์ และยังได้รับหน้าที่ Community Leader ให้กับ http://www.shutterstock.com (ตัวแทนของ http://www.shutterstock.com ในการทำหน้าที่พัฒนา Contributors หรือคนขายภาพในประเทศนั้นๆ)

คุณสุระ คือผู้หนึ่งที่เข้ามาสู่อาชีพนี้ด้วยการมองเห็นโอกาส บวกกับชอบถ่ายภาพเป็นทุนเดิม แต่ทว่า ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดฝันว่าจะก้าวมาเป็นช่างภาพ ด้วยเพราะคุณสุระมีปัญหา “ตาบอดสี”

“ผมชอบถ่ายภาพมาตั้งแต่อายุประมาณ 13 ปี โดยภาพที่ถ่ายจะเก็บไว้ดูเอง ไม่เคยส่งเข้าประกวด และไม่คิดเป็นช่างภาพมืออาชีพ เพราะผมมีปัญหาตาบอดสี

จนกระทั่งเมื่อประมาณปี 2009 ผมทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่ต้องดูแลพนักงานทั่วประเทศให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งทุกเดือนจะจัดประชุม ทำเอกสารแผ่นสไลด์เพื่อใช้บรรยาย รูปจึงเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งตอนนั้นลองเสิร์ชข้อมูล กระทั่งไปเจอไมโครสต๊อก (เว็บไซต์ขายภาพออนไลน์) เมื่อคลิกเข้าไปดูก็เห็นภาพถ่ายจำนวนมาก แต่สิ่งที่คิดตอนนั้นคือ ผมก็น่าจะส่งภาพผลงานของผมมาจำหน่ายได้เช่นกัน”

คุณสุระลงมือเลือกภาพถ่ายฝีมือตนเอง ส่งไปยังไมโครสต๊อกแห่งหนึ่ง จนกระทั่งได้รับคัดเลือกให้เป็นช่างภาพออนไลน์ของเว็บไซต์ และเพียงโพสต์ภาพจำหน่ายได้เพียง 2 วัน ก็เข้าตาผู้ซื้อชาวอเมริกัน

รายได้แม้แค่ไม่กี่สิบบาท แต่ทว่าสร้างกำลังใจในการเดินสู่เส้นทางสายนี้

ถ่ายภาพตามใจ (ฉัน)

หรือจะเข้าใจตลาด

ภาพแลนด์สเคป หรือภาพทิวทัศน์ ที่เกิดจากความชอบท่องเที่ยว คือผลงานหลักที่คุณสุระบรรจงถ่าย และส่งไปยังไมโครสต๊อกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เขามีรายได้เสริมก้อนโต

“ตาบอดสี ไม่ได้มีปัญหากับช่างภาพออนไลน์ ด้วยเพราะจุดประสงค์ของผู้นำภาพออนไลน์ไปใช้ก็เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ประกอบในธุรกิจ หรือใช้เพื่อตีพิมพ์ลงในบรรจุภัณฑ์ ภาพเสมือนจริงจึงไม่ใช่คำตอบนำมาใช้ แต่ทว่าคือภาพที่ถูกใจ (ผู้ซื้อ) ต่างหาก

อย่างสีของท้องฟ้า ลูกค้าก็ไม่ได้ดูว่า สีจริงกับภาพถ่าย ณ ตอนนั้นจะตรงกันหรือไม่ แต่เขาดูแค่ว่าเหมาะกับประโยชน์นำไปใช้งานหรือเปล่า ลูกค้าเลือกตามสายตาของเขา ไม่ได้สนใจต้นฉบับ”

คุณสุระยังกล่าวแนะนำสำหรับผู้สนใจถ่ายภาพออนไลน์ว่า มีอยู่ 2 รูปแบบคือ ถ่ายตามใจตลาด นั่นคือเข้าไปศึกษาว่าภาพประเภทใดที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ กับอีกประเภทหนึ่งคือ ถ่ายภาพตามใจตัวเอง

ทั้งนี้ หากต้องการก้าวสู่อาชีพช่างภาพออนไลน์ คุณสุระ ว่า โอกาสยังเปิดกว้าง ด้วยเพราะจำนวนช่างภาพออนไลน์ทั่วโลกราวหลักแสนคน (คนไทยมีช่างภาพออนไลน์ถือว่าตัวเลขสูงสุดราวหลักหมื่นคน) เมื่อเทียบกับกำลังซื้อทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 40-50 เปอร์เซ็นต์ ภาพถ่ายจึงมิอาจเพียงพอ

คุณสุระยังกล่าวแนะนำกับการเริ่มต้น อันดับแรกควรมีความรู้ด้านการถ่ายภาพขั้นพื้นฐาน หรือถ้าตั้งใจจริงจังก็ควรไปเรียนรู้วิธีถ่ายภาพขั้นสูง เพื่อให้ได้คุณภาพภาพที่ตอบตลาดได้กว้างขึ้น

“ทำความเข้าใจในรูปแบบของภาพที่ลูกค้าต้องการนำไปใช้งาน เพื่ออะไร ลักษณะภาพแบบไหนที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้เพื่อประกอบสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ จึงควรสื่อถึงเรื่องราวนั้นๆ อย่างชัดเจน”

เริ่มรายได้หลักพัน

หลักล้านก็ทำได้

เมื่อมีภาพอยู่ในมือแล้ว การเลือกไมโครสต๊อกที่จะส่งภาพไปจำหน่าย ควรเลือกเว็บไซต์ชั้นนำอันดับต้นๆ ซึ่งบางเว็บไซต์อาจต้องให้สอบก่อน และมีการคัดเลือกภาพ โดยถ้าผ่านการคัดเลือกก็จะได้เป็นช่างภาพออนไลน์ประจำไมโครสต๊อกนั้นๆ การส่งภาพครั้งต่อๆ ไปจึงไม่ใช่เรื่องยาก

“บางภาพอาจถ่ายเล่นๆ แต่ออกมาดี ก็สามารถส่งภาพไปขายได้ ฉะนั้น แม้จะเพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพ ก็สามารถเดินสู่อาชีพนี้ได้ จากนั้นก็ค่อยๆ เรียนรู้ประสบการณ์ไปพร้อมๆ กับการทำงานได้เลย”

สำหรับรายได้กับการสร้างอาชีพเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนหลายๆ คนกำเงินหลักแสนหลักล้านมาแล้ว “หลายคนเริ่มต้นช่างภาพออนไลน์จากงานอดิเรก บางคนเป็นหมอ เป็นเภสัชกร เป็นวิศวกร แต่เมื่อเห็นว่าอาชีพนี้ให้อิสระ ทำรายได้ดี ก็ลาออกจากงานประจำ”

คุณสุระยังกล่าวถึงราคาขายภาพ ถูกกำหนดโดยไมโครสต๊อก ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบแพ็กเกจ เฉลี่ยราคาเริ่มต้นประมาณภาพละ 10 กว่าบาท ไปจนถึงหลักหมื่น (ถ้าซื้อลิขสิทธิ์ภาพจะจ่ายในราคาสูง ขึ้นอยู่กับการกำหนดราคาและข้อตกลงกัน)

“อาชีพนี้มีเสน่ห์มาก มีช่างภาพตั้งแต่เริ่มหัดถ่ายภาพไปจนถึงช่างภาพมืออาชีพลงมาอยู่ในสนาม ส่วนสิทธิ์ที่ได้รับก็เสมอภาค ไม่ว่าคุณจะใช้กล้องราคาเป็นแสนเป็นหมื่น หรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือ จะมีประสบการณ์ 3 วัน หรือ 20 ปี ทุกสิทธิ์เท่าเทียมกันหมด ซึ่งในส่วนของรายได้ที่ช่างภาพจะได้รับก็ราวๆ 30 เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ซึ่งค่าคอมมิสชั่นนี้จ่ายเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพจากประเทศใด และอัตราจ่ายก็เป็นอัตราที่ถูกกำหนดให้ช่างภาพซึ่งอยู่ในประเทศที่มีค่าครองชีพสูงอยู่ได้ ฉะนั้น ช่างภาพคนไทยจึงได้เปรียบเพราะค่าครองชีพของเราต่ำกว่าเขา” คุณสุระ กล่าวทิ้งท้าย

ไมโครสต๊อกชั้นนำ ระดับ Top

1. http://www.shutterstock.com

2. http://www.dreamstime.com

3. http://www.istockphoto.com

4. http://www.fotolia.com

5. http://www.123rf.com

6. http://www.bigstock.com

ต้องการเข้าสู่อาชีพนี้ คลิกศึกษาข้อมูลได้ที่

http://www.stockphotothailand.com

– สมัครเข้ากลุ่ม https://www.facebook.com/groups/1454798028109768/Shutterstock Thailand Contributors

– ศึกษาข้อมูลจากหนังสือ ภายใต้การเขียนของคุณสุระ “แชะ!!!…รวยทะลุเลนส์ ถ่ายภาพขายออนไลน์”, “แชะ…รวยทะลุเลนส์ ถ่ายภาพขายออนไลน์ ธุรกิจสร้างเงินล้าน”

– ไมโครสต๊อก หมายถึง เว็บขายภาพออนไลน์ ที่ขายภาพแบบ จ่ายค่าธรรมเนียมครั้งเดียวตอนดาวน์โหลดภาพ แล้วสามารถนำภาพไปใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ตามที่เงื่อนไขการใช้งานได้อนุญาตไว้

– เว็บขายภาพออนไลน์ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ไมโครสต๊อก กับ มาโครสต๊อก ครับ

มาโครสต๊อก จะขายภาพแบบ คิดราคาภาพตามลักษณะการนำภาพไปใช้ และระยะเวลาในการนำภาพไปใช้งาน เช่น ใช้พิมพ์หนังสือ 1 ปี คิดราคาหนึ่ง พิมพ์ 2 ปี คิดอีกราคาหนึ่ง

ไมโครสต๊อก คิดราคาเดียว จะนำไปพิมพ์กี่ปีก็ได้

– มาโครสต๊อก เกิดขึ้นก่อนไมโครสต๊อก แต่ปัจจุบันเมื่อไมโครสต๊อกมาแทน มาโครสต๊อกก็ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะราคาขายภาพสูงกว่า

“กฤชณัท อ่อนมั่ง” ขายภาพถ่ายออนไลน์ รายได้หลักแสน บนโลกอินเตอร์เน็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0724150259&srcday=2016-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 391

รายงานพิเศษ

ดวงกมล

“กฤชณัท อ่อนมั่ง” ขายภาพถ่ายออนไลน์ รายได้หลักแสน บนโลกอินเตอร์เน็ต

“รูปภาพเปรียบเหมือนสินค้าชนิดหนึ่ง มีความพิเศษคือ ไม่มีวันหมดอายุ สามารถขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้ามีทั่วโลก ได้ค่าตอบแทนเป็นคอมมิสชั่นที่หลากหลายต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้า หรือเป็นตลาด ที่ทำการรวบรวมภาพถ่ายจากช่างภาพ ส่วนขั้นตอนการซื้อขาย ทางเว็บไซต์จัดการให้หมด”

เมื่อก่อน เวลาบริษัทผลิตสื่อรูปแบบต่างๆ อาทิ สื่อโฆษณา นักพัฒนาเว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ ต้องการรูปภาพประกอบจะต้องจ้างช่างภาพ จ้างนางแบบ นายแบบ รวมถึงกราฟิกดีไซเนอร์เพื่อมาถ่ายรูปตามที่เจ้าของงานเรียกร้อง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ ก่อให้เกิดธุรกิจผู้ให้บริการขายภาพออนไลน์ เรียกว่า ไมโครสต๊อก (Microstock) ซึ่งถ้าคนซื้อเสียตังค์แล้วก็นำภาพมาใช้ได้ทันที เรียกว่าสะดวก รวดเร็ว ประหยัดงบ ส่วนคนขายภาพก็ได้รับค่าตอบแทนเป็นคอมมิสชั่น มีข้อมูลปี 2011 ช่างภาพสต๊อกระดับแนวหน้าของโลกชื่อ Yuri Arcurs ชาวเดนมาร์ก มีรายได้จากการขายภาพเพียงอย่างเดียว ปีละไม่น้อยกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 60,000,000 บาท เลยทีเดียว

ขายภาพแต่ละเดือน

สร้างรายได้หลักแสน

คุณกฤชณัท อ่อนมั่ง หรือ คุณเอก ผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการขายภาพออนไลน์เป็นลำดับต้นๆ ของเมืองไทย ปัจจุบัน ขายภาพออนไลน์ผ่านเว็บไซต์มากกว่า 10 เว็บไซต์ อาทิ http://www.shutterstock.com, http://www.istockphoto.com, http://www.123rf.com, http://www.fotolia.com, http://www.dreamstime.com, http://www.depositphotos.com ปัจจุบัน ลูกค้ากระจายทั่วโลกแต่ที่เยอะจะเป็นโซนเอเชีย อาทิ จีน เกาหลี อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เป็นต้น

ก่อนหน้าที่คุณเอกจะเข้าสู่ธุรกิจขายภาพออนไลน์ อดีตเขาเคยเป็นสถาปนิกทำงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ จากนั้นไปเรียนต่อด้านคอมพิวเตอร์ดีไซน์ เป็นฟรีแลนซ์รับงานออกแบบตกแต่งภายใน ราวปี 2012 เพื่อนสนิทชักนำเข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นั่นคือ ขายภาพออนไลน์ ผ่านไปเกือบ 2 ปี ชายหนุ่มเริ่มมีรายได้มากกว่างานหลัก จากจุดเริ่มต้นนั้น ปัจจุบัน เขามีรายรับจากการขายภาพต่อเดือนสูงถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว

“โดยส่วนตัวผมมองว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจขายภาพออนไลน์ในเมืองไทยมาจาก คุณสุระ นวลประดิษฐ์ เจ้าของหนังสือ แชะ!!…รวยทะลุเลนส์ แนะนำการถ่ายภาพขายออนไลน์ เสมือนเป็นการจุดประกายให้เกิดกระแสนิยม จำนวนผู้ที่สนใจเพิ่มขึ้น ส่งผลถึงอัตราการเติบโตของคนกลุ่มนี้”

สำหรับคุณเอก มองว่า การขายภาพออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรก แต่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ เพราะภาพถ่ายก็เหมือนสินค้า หากสินค้ามีคุณภาพและตรงกับความต้องการของตลาด ก็สามารถทำราคาได้ นอกจากนั้นยังเป็นงานที่สามารถทำเองคนเดียว หรือทำเป็นทีมได้

“รูปภาพ เปรียบเหมือนสินค้าชนิดหนึ่ง มีความพิเศษคือ ไม่มีวันหมดอายุ สามารถขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้ามีทั่วโลก ได้ค่าตอบแทนเป็นคอมมิสชั่นที่หลากหลายต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้า หรือเป็นตลาด ที่ทำการรวบรวมภาพถ่ายจากช่างภาพ ส่วนขั้นตอนการซื้อขาย ทางเว็บไซต์จัดการให้หมด”

ภาพเดียว ขายซ้ำได้ไม่จำกัด

ลูกค้ามีทั่วโลก ขายได้ 24 ชม.

ในส่วนของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย คุณเอก เผยว่า โดยเฉลี่ยแต่ละภาพได้ค่าคอมมิสชั่นประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ ราคาต่อภาพมีตั้งแต่หลักสิบบาท ไปจนถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับยอดการดาวน์โหลด ขนาดและความละเอียดของภาพ รวมถึงโปรโมชั่นของแต่ละเว็บไซต์

“ลูกค้ากับเจ้าของภาพจะไม่มีการได้ติดต่อกันโดยตรง จริงๆ แล้วการขายภาพในไมโครสต๊อก ไม่ใช่การขายสิทธิ์ในการครอบครองเป็นเจ้าของ แต่หมายถึงอนุญาตให้ผู้ซื้อนำภาพไปใช้ภาพตามวัตถุประสงค์และขอบเขตตามที่ตกลงร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าของภาพยังคงมีสิทธิ์ให้เช่าหรือขายภาพดังกล่าวซ้ำได้เสมอ”

สำหรับราคาภาพที่ขายในไมโครสต๊อก มีหลายราคา ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักคือ ขนาดของภาพและวัตถุประสงค์ในการใช้งานของลูกค้า ราคาจะเริ่มตั้งแต่ไม่ถึง .25 เซนต์ (ไม่ถึงสิบบาท) ไปจนถึงระดับ 100 เหรียญสหรัฐ ต่อการขายภาพ 1 ครั้ง

ด้านประเภทของภาพที่คุณเอกขาย มีทั้งภาพถ่าย ภาพตัดต่อ ภาพกราฟิก คลิปวิดีโอ ส่วนคุณสมบัติของภาพที่สามารถนำมาจำหน่ายได้ ต้องเป็นผลงานของตัวเอง ภาพถ่ายความละเอียดต้องไม่น้อยกว่า 4 ล้านพิกเซล กรณีใช้โปรแกรมตกแต่งภาพต้องเป็นโปรแกรมถูกลิขสิทธิ์

คุณเอก บอกถึงเงื่อนไขการขายภาพออนไลน์คร่าวๆ ว่า เว็บไซต์ขายภาพชั้นนำหลายเว็บ ใช้พาสปอร์ตเป็นเอกสารในการยืนยันตัวตนของผู้สมัครขายภาพ บางเว็บไซต์ก็ใช้เพียงบัตรประชาชนที่มีข้อมูลภาษาอังกฤษเพื่อยืนยันตัวตน บางเว็บไซต์มีการทดสอบ อาทิ เว็บ Shutterstock และ istockphoto

ยกตัวอย่าง เว็บไซต์ที่มีเงื่อนไข ต้องส่งภาพไปทดสอบก่อน จึงจะมีสิทธิ์ส่งภาพไปขาย มี http://www.shutterstock.com, http://www.istockphoto.com ส่วนสมัครสมาชิกแล้วเริ่มส่งภาพได้เลยไม่ต้องทดสอบ มี http://www.dreamstime.com, http://www.fotolia.com, http://www.1232rf.com

จากคนไม่เคยเรียนถ่ายรูป

อาศัยมุมมอง และตีโจทย์ให้แตก

นอกจากขนาดและความละเอียดของไฟล์แต่ละประเภทแล้ว การตั้งชื่อ รวมถึงคีย์เวิร์ดของภาพถือเป็นสิ่งสำคัญ ในการสืบค้นของผู้ที่ต้องการซื้อภาพ เช่น ภาพทะเล ใช้คำว่า sea เป็นต้น

ถามว่า ภาพแบบไหนถึงได้รับการซื้อ เจ้าของผลงาน ระบุว่า ภาพทุกภาพมีโอกาสขายได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพคน สัตว์ วัตถุสิ่งของ ของกิน ของใช้ ทุกๆ อย่างที่อยู่รอบตัว ขึ้นอยู่กับมุมมอง และตลาดว่าต้องการภาพประกอบแบบไหน เช่น คลินิกหมอฟันอาจจะต้องการภาพคนกำลังปวดฟัน หรือคนกำลังยิ้ม ธนาคารต้องการภาพที่เกี่ยวกับการออม การเงิน การลงทุน ห้างสรรพสินค้าจะมีสัญลักษณ์ต่างๆ ภาพและสัญลักษณ์กราฟิกเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการนำไปใช้งานทั้งนั้น

ต้องบอกก่อนว่า คุณเอกไม่ได้เรียนถ่ายภาพหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพเลย อาศัยว่ามีมุมมอง ชอบถ่ายภาพและคิดว่าอาชีพนี้น่าสนใจ

“ผมถ่ายภาพไม่เก่ง จึงไม่มีภาพสวยๆ ส่งเข้าไปขาย ผมอาศัยตีโจทย์ให้แตกว่า ภาพแนวไหนที่ลูกค้าต้องการ สิ่งสำคัญคือ คุณภาพ ภายในปีนี้จะเพิ่มจำนวนทีมงาน หานางแบบ นายแบบ สถานที่ถ่ายภาพให้เป็นกิจจะลักษณะมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจการขายภาพ เกิดการแข่งขันขึ้นมาก”

บรรดาคนใช้งานคอมพิวเตอร์ คงมีคำถาม ทำไมต้องซื้อภาพ ทั้งๆ มีภาพฟรีให้ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์เยอะแยะ นั่นก็เพราะภาพฟรีที่ได้จากกูเกิ้ล หรือเว็บภาพฟรี อาจจะไม่ตรงต่อความต้องการของผู้ใช้ ขนาดภาพไม่มาตรฐาน และถูกจำกัดสิทธิ์ในแง่ของการนำไปใช้เพื่อเชิงการค้า ดังนั้น ภาพที่ถูกลิขสิทธิ์จึงมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ

มีคำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นกับอาชีพนี้ สามารถเริ่มต้นได้ง่ายมาก เพราะปัจจุบันมีทั้งหนังสือ เว็บไซต์ให้คำแนะนำ รวมถึงมีกลุ่มเฟซบุ๊กที่เกี่ยวกับงานขายภาพออนไลน์อยู่มากมายในเมืองไทยให้ได้พูดคุยและขอคำแนะนำกัน

สำหรับคุณเอกและทีมงานได้จัดทำเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการขายภาพออนไลน์แนะนำขั้นตอนต่างๆ สำหรับผู้เริ่มต้นไว้เช่นกัน โดยเข้าไปศึกษาได้ตามนี้เลย http://www.richwithphoto.com

นอกจากนี้ ยังได้เปิดเฟซบุ๊กกลุ่มคนขายภาพออนไลน์ขึ้นมา เพื่อเอาไว้เป็นที่พูดคุย แนะนำ แชร์ประสบการณ์ และอัพเดตกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่องานขายภาพออนไลน์ในเมืองไทยด้วย ใช้ชื่อว่า http://www.facebook.com/groups/richwithphoto

TOFUSAN น้ำเต้าหู้…สุดฮิต โกยปีละ 200 ล้าน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0732150259&srcday=2016-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 391

เสริมไอเดีย

ณัฏฐ์ฤดี รวยนิรันดร์

TOFUSAN น้ำเต้าหู้…สุดฮิต โกยปีละ 200 ล้าน!

“โทฟุซังมียอดโตต่อเนื่อง 300 เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย มีรายได้รวมต่อปีอยู่ที่ 200 ล้านบาท ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ขึ้นครองตลาดน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มแบบขวด ภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี”

ท่ามกลางวิถีชีวิตเร่งรีบในชีวิตประจำวัน คนไทยมักไม่มีเวลาหันมาดูแลสุขภาพ จำเป็นต้องหาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็วและสามารถดูแลสุขภาพได้ในทุกวัน

ทำให้กระแสการดูแลสุขภาพนั้นไม่มีวี่แววว่าจะแผ่วลง แถมดูแล้วจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพมีการพัฒนาให้มีความหลากหลายขึ้น

……………

คุณสุรนาม พานิชการ เจ้าของผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองผสมฟองเต้าหู้ แบรนด์ TOFUSAN (โทฟุซัง) นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่หันมาจับสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า เคยทำแบรนด์ขนมไทย WAYDHANAR (เวย์ตาน่า) ร่วมหุ้นกับเพื่อน โดยนำสูตรมาจากในวัง มีความเป็นไทยที่มีลักษณะโดดเด่น อาทิ ธัญพืชอบกรอบ ผลไม้อบแห้ง สาคูมะพร้าวอ่อนกวนกะทิแบบอังกฤษ และขนมไทยนานาชนิด ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ทำมา 4-5 ปี เริ่มมีกระแสจากลูกค้าถามหาขนมทานแล้วไม่อ้วน

จึงพยายามวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคมาตลอด ประกอบกับความชอบส่วนตัว ที่ทานน้ำเต้าหู้รถเข็นอยู่เป็นประจำ แต่ร้านที่ขายจะต้องเลือกที่สะอาดและอร่อย ซึ่งส่วนใหญ่ขายในตอนเช้า ทำให้ต้องขับรถออกมาในเวลาเร่งด่วนเพื่อไปซื้อก่อนออกไปทำงาน

และด้วยความที่น้ำเต้าหู้มีขายทั่วไปมักมีรสชาติไม่ถูกปาก อาจมาจากการผสมของน้ำมันพืช นมผง และสารปรุงแต่งเข้าไป เลยเกิดความคิด หากทำสินค้าที่ไม่ผสมสารปรุงแต่งใดๆ และทำให้มีรสดั้งเดิมแบบน้ำเต้าหู้รถเข็นได้น่าจะมีกลุ่มลูกค้าที่สนใจเช่นกัน

ซึ่งจากการสำรวจช่วงเวลานั้นในท้องตลาดยังไม่มีใครทำ และเชื่อว่าตัวเองทำได้ดีกว่าที่มีขายอยู่ในตลาดได้ เลยเข้าไปขอคำปรึกษาและทำการวิจัยร่วมกับทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ Innovative House เพื่อพัฒนาสินค้าอยู่ 9 เดือน ด้วยเงินลงทุนกว่า 600,000 บาท

โดยโจทย์มีอยู่ว่า จะทำนมถั่วเหลืองคั้นสดที่ไม่ใช้ผงถั่วเหลืองผสม ไม่ใส่สารปรุงแต่ง และต้องมีรสชาติใกล้เคียงกับน้ำเต้าหู้ที่ขายตามรถเข็น

เมื่อวิจัยจนสำเร็จ จึงเปิดตัวสินค้าตัวแรกคือ นมถั่วเหลืองผสมฟองเต้าหู้ จำหน่ายสู่ตลาดในปี 2554 ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก

“ตอนแรกจะใส่เครื่องน้ำเต้าหู้ โดยทำตามแบบรถเข็น อย่าง ลูกเดือย เม็ดแมงลัก วุ้น แต่ดูธรรมดาเกินไปจึงนึกถึงฟองเต้าหู้ซึ่งยังไม่มีใครคิดทำเพราะกรรมวิธียุ่งยากพอสมควร” คุณสุรนาม บอกอย่างนั้น

แต่เส้นทางธุรกิจอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะแม้สินค้าจะได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี กิจการของคุณสุรนามนี้ยังประสบปัญหาเป็นระยะ เช่น ปัญหาการขาดทุนจากการจ้างโรงงานผลิต ปัญหาโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามกำหนด และปัญหาการลอกเลียนแบบ ฯลฯ

จนในที่สุด จึงเลือกเปิดโรงงานเป็นของตัวเองในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ในทุกขั้นตอน หมดปัญหาขาดทุน และการเลียนแบบสินค้า

คุณสุรนาม เล่าถึงปัญหาราคาถั่วเหลืองที่ขยับตัวสูงขึ้นด้วยว่า ปกติผู้ค้าจะซื้อถั่วเหลืองผ่านพ่อค้าคนกลาง เมื่อถั่วเหลืองมีราคาสูงขึ้นทำให้คู่แข่งรายอื่นปรับขึ้นราคาน้ำนมถั่วเหลือง แต่โทฟุซังวิเคราะห์การตลาดและใช้วิธีเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง จากขวดแก้วเป็นขวดพลาสติก และลดขนาดของสินค้าลงเป็น 225 มิลลิลิตร และออกแบบรูปทรงขวดแบบเหลี่ยม ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ปริมาณมากกว่าและประหยัดพื้นที่ในการขนส่ง โดยไม่ต้องขึ้นราคาและไม่ต้องลดวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุน อีกทั้งยังสามารถแข่งขันทำโปรโมชั่นได้ดีกว่าคู่แข่ง และลูกค้าได้ทานสินค้ามีคุณภาพเช่นเดิม

กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ล่าสุด โทฟุซังตั้งเป้าเติบโต 200 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2559 หลังจากนำสินค้าตัวแรกจำหน่ายออกสู่ตลาดเมื่อปี 2554 มีการเพิ่มสินค้าใหม่ และขยายตลาดมาจนถึงปัจจุบันที่สามารถผลิตสินค้าได้ 100,000-200,000 ขวด ต่อวัน มียอดโตต่อเนื่อง 300 เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย มีรายได้รวมต่อปีอยู่ที่ 200 ล้านบาท ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ขึ้นครองตลาดน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มแบบขวด ภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี

นอกจากนี้ยังมีรางวัลมากมายมาการันตีคุณภาพ อาทิ รางวัล The Winner of Design Innovation Contest 2011, 7 Inventor Awards สุดยอดนักประดิษฐ์ รางวัลนวัตกรรมประเภทที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจหรือธุรกิจ และรางวัล 6th SMEs National Award รางวัล SMEs ดาวรุ่ง ครั้งที่ 6

ในอนาคต ผลิตภัณฑ์โทฟุซัง มีความตั้งใจขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนก่อน ขณะนี้กำลังติดต่อกับทางประเทศฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จากนั้นค่อยขยับต่อไปภูมิภาคอื่น เช่น ฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น และทยอยทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในทุกประเทศแล้ว เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ

“เทสโก้ โลตัส” ชวนบุกสวนมะพร้าว เผยยอดขาย สัปดาห์ละกว่าแสนลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0742150259&srcday=2016-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 391

ช่องทางสร้างอาชีพ

วัชรี ภูรักษา

“เทสโก้ โลตัส” ชวนบุกสวนมะพร้าว เผยยอดขาย สัปดาห์ละกว่าแสนลูก

มะพร้าวน้ำหอม ของไหว้ประเภทผลไม้ที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากมีความหมายดี สื่อถึงการอยู่ร่วมกัน โดยแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของประเทศไทยที่ให้รสชาติของมะพร้าวน้ำหอมหวานอร่อยไม่เหมือนใคร อยู่ใน 4 จังหวัดคือ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และนครปฐม

โดยครั้งนี้ได้มีโอกาสเดินทางไปบุกถึงสวนมะพร้าวน้ำหอม ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ถิ่นที่ได้ชื่อว่า ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ได้หอม อร่อย อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย

มาตรฐานของเทสโก้

ชาวสวนลุยได้ ผลผลิตดี

มะพร้าวน้ำหอม ขึ้นแท่นเป็นผลไม้ไหว้ยอดนิยมช่วงเทศกาลตรุษจีนเช่นเดียวกับส้มและกล้วย อีกทั้งช่วงประมาณ 7-8 ปีมานี้ คนหันมานิยมมะพร้าวน้ำหอมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีผลงานวิจัยต่างๆ ที่กล่าวถึงคุณประโยชน์ที่ดีและเด่นของน้ำมะพร้าวน้ำหอม ไม่ว่าจะเป็นดีต่อสุขภาพ ผิวพรรณ และหากทานเป็นประจำจะช่วยทำให้แลดูอ่อนเยาว์ ทำให้ผลไม้ชนิดนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

ครั้งนี้ได้ คุณพรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ รองประธานกรรมการฝ่ายกำกับดูแลคุณภาพสินค้าเทสโก้ โลตัส มาเผยว่า “เทสโก้ โลตัส เน้นการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไทย โดยได้มีการส่งเสริมนโยบายประชารัฐที่จะสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้กับเกษตรกรไทย ทั้งยังสามารถพัฒนาสินค้าคุณภาพดีและปลอดภัยร่วมกัน

โดยสิ่งสำคัญสำหรับมะพร้าวน้ำหอมคือการพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน ซึ่งทางบริษัทที่เป็นคู่ค้าคือ บริษัท เอ แอนด์ เจ ผลไม้ไทย จำกัด นั้นได้รับมาตรฐาน GAP HACCP มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราก็ต้องร่วมกันในการพัฒนาผลไม้ไทยให้มีคุณภาพที่ดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านนวัตกรรมสินค้า หรือการพัฒนาลักษณะของมะพร้าวให้ตรงความต้องการของตลาด”

ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส รับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรประมาณ 120,000 ลูก ต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน ถือได้ว่าเป็นฤดูที่มะพร้าวน้ำหอมขายดีและเป็นที่ต้องการของตลาดค่อนข้างสูงอีกด้วย

ส่วนทางด้าน คุณสรรค์ชัย ปวุติภัทรพงศ์ กรรมการ บริษัท เอ แอนด์ เจ ผลไม้ไทย จำกัด ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของสวนและผู้ผลิตมะพร้าวน้ำหอมที่ส่งขายให้กับเทสโก้ โลตัส ก็ได้มาเผยว่า “มะพร้าวน้ำหอมในปัจจุบันที่ส่งขายให้กับเทสโก้ โลตัส มีอยู่ 3 แบบคือ มะพร้าวควั่น (มะพร้าวที่นำมาปอกเปลือกเขียวออกหมดหรือบางส่วน ตกแต่งให้มีรูปทรงกระบอกสอบ ด้านบนเป็นรูปฝาชี) มะพร้าวเจีย (มะพร้าวที่นำมาปอกเปลือกเขียวและขาวออกหมด) และมะพร้าวหัวโต (มะพร้าวที่นำมาปอกเปลือกขาวออกเกือบทั้งหมด เหลือบางส่วนไว้เป็นฐาน)

โดยยอดจัดส่งรอบปี 2558 ที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านลูก โดยเฉลี่ยปกติที่ทางเทสโก้ โลตัส รับซื้อประมาณสัปดาห์ละ 30,000-40,000 ลูก ยิ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมียอดขายมากกว่าปกติถึง 3 เท่า จึงจะรับซื้อเพิ่มขึ้นถึงสัปดาห์ละมากกว่า 100,000 ลูก

สำหรับสัดส่วนการวางจำหน่ายของมะพร้าวน้ำหอม สัดส่วนอยู่ที่ในประเทศร้อยละ 40 ส่งออกต่างประเทศร้อยละ 60 ซึ่งขณะนี้ส่งออกต่างประเทศรวมทั้งหมด 7 ประเทศ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา

ต้องวางแผนปลูกมะพร้าว

ถึงส่งขายเทสโก้ โลตัส ทัน

ครั้นมาเยือนยังถิ่นมะพร้าวทั้งที จะไม่เดินเข้าสวนก็เหมือนมาไม่ถึงแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่ได้คุณภาพ โดยได้ คุณณรงค์ศักดิ์ จรณะพุต เจ้าของสวนมะพร้าวอีกรายหนึ่ง ที่ส่งมะพร้าวน้ำหอมขายให้กับทางเทสโก้ โลตัส เล่าให้ฟังว่า “มะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกที่นี่ จะมีรสชาติที่ต่างจากที่อื่น ความโดดเด่นอยู่ที่ความหวานและหอม ประกอบกับเวลาดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น ดีต่อสุขภาพ ทำให้มะพร้าวเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นผลสดหรือแปรรูป”

เมื่อมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ชาวสวนอย่างคุณณรงค์ศักดิ์ จึงต้องมีการวางแผนร่วมกับทั้งทางเทสโก้ โลตัส และทางบริษัท เอ แอนด์ เจฯ ด้วยเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้นนี้ อีกทั้งถือเป็นการเรียนรู้มาตรฐานด้านคุณภาพที่ต้องควบคุมให้ได้ อาทิ ขนาด น้ำหนัก รูปทรง รอยแดงช้ำ ค่าความหวาน เป็นต้น ทั้งยังช่วยลดปัญหาผลิตผลที่ล้นหรือขาดตลาดอีกด้วย

สำหรับสวนของคุณณรงค์ศักดิ์นั้น มีการเก็บเกี่ยวมะพร้าวเพื่อให้ได้คุณภาพสูงที่สุด โดยความน่าสนใจของการเก็บมะพร้าวคือ การเก็บผลผลิตด้วยวิธีการลากร่องสวน ที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่ช่วยให้ผลผลิตที่ได้มีรอยช้ำน้อย เพื่อให้เกษตรกรสามารถคงคุณภาพของมะพร้าวไม่แตก ไม่ช้ำ ลดความเสียหายลงได้

วิธีการเก็บลูกมะพร้าวน้ำหอมดังกล่าว จะอาศัยน้ำในท้องร่องที่ขุดขึ้น โดยระดับความลึกนั้นต้องสามารถรองรับน้ำหนักการร่วงของลูกมะพร้าวได้ ซึ่งต้องมีระดับความลึกอยู่ที่ประมาณ 140-160 เซนติเมตร จึงจะสามารถลดความเสียหายจากการตัดลูกมะพร้าวได้