“PATAPIAN” หัตถกรรมร่วมสมัย ถูกใจไทย-เทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07040011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

ศิลปหัตถกรรม

อันติกา

“PATAPIAN” หัตถกรรมร่วมสมัย ถูกใจไทย-เทศ

“ผมชอบงานหัตถกรรมจักสาน อย่าง ตะกร้า กระจาด ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ผลิตที่มีภูมิปัญญาด้านนี้จำนวนมาก แต่ผมสนใจและชอบงานจักสานจากไม้ไผ่ หากเรารู้จักนำมาต่อยอดสร้างรูปแบบใหม่ๆ ให้เข้ากับการใช้งานของคนในยุคปัจจุบัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มมูลค่า และยังสามารถทำตลาดออกไปได้กว้างขึ้น”

ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจักสาน คือสิ่งที่ คุณวลงค์กร เทียนเพิ่มพูล (คุณจ้ำ) ให้ความสนใจจนต้องเดินทางเข้าไปคลุกคลีอยู่กับชาวบ้าน เพื่อวางแนวทางสร้างความร่วมสมัยให้กับชิ้นงาน โดยหวังตอบตลาดคนยุคปัจจุบัน และเพื่อทำให้งานหัตถกรรมของคนไทยเป็นที่รู้จักในต่างประเทศยิ่งขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปตามใจหมาย เพราะบัดนี้สินค้าภายใต้แบรนด์ “PATAPIAN” (ออกเสียงว่า พาตาเพียร) กลายเป็นสินค้ายกระดับฝีมือคนไทย ให้ก้าวไกลโกอินเตอร์

ต่อยอดภูมิปัญญา

จักสานร่วมสมัย

คุณวลงค์กร หนุ่มผู้มีความรู้ด้านศิลปะการออกแบบ เล่าถึงงานหัตถกรรมไทย ว่ามีความละเอียดสวยงาม เป็นภูมิปัญญาที่น่าต่อยอด เพื่อให้ฝีมือคนไทยได้รับการยกย่องในตลาดโลก และนี่คือจุดเริ่มต้นให้เขาคิดสร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมร่วมสมัยขึ้นมา

ความฝันของเขาถูกแสดงออกด้วยการลงมือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับงานหัตถกรรม ส่วนในภาคปฏิบัติ เขาเข้าไปพบชาวบ้านกลุ่มจักสานงานหัตถกรรม เพื่อเรียนรู้การทำงาน และบอกถึงแนวคิดในการต่อยอดผลิตภัณฑ์

“ผมชอบงานหัตถกรรมจักสาน อย่าง ตะกร้า กระจาด ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ผลิตที่มีภูมิปัญญาด้านนี้จำนวนมาก แต่ผมสนใจและชอบงานจักสานจากไม้ไผ่ หากเรารู้จักนำมาต่อยอดสร้างรูปแบบใหม่ๆ ให้เข้ากับการใช้งานของคนในยุคปัจจุบัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มมูลค่า และยังสามารถทำตลาดออกไปได้กว้างขึ้น”

แม้ในเวลานั้นคุณวลงค์กรจะมีงานประจำด้านการออกแบบ อยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต แต่ด้วยความสนใจและต้องการเดินตามความฝัน เขาเลือกใช้เวลาว่างช่วงวันหยุด เดินทางไปพบผู้ผลิต ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี เป็นเวลาราว 2 ปี จึงตัดสินใจ เดินสู่เส้นทางสายนี้อย่างจริงจัง โดยกำเงินลงทุน 50,000 บาท รังสรรค์ผลงานขึ้นมา

“แรกๆ ที่ไปพบผู้ผลิต ซึ่งก็เป็นชาวบ้าน ผมต้องไปเช่าโรงแรมเพื่อพัก แต่ต่อมากลายเป็นลูกหลานคนหนึ่งของบ้านเขา ทำให้การทำงานเริ่มง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้แรงงานผลิตมีทั้งหมดราว 11 คน”

ใส่ไอเดียก็ขายได้

ไทย-เทศ ชื่นชอบ

คุณวลงค์กรเลือกออกแบบผลิตภัณฑ์โดยจับจุดสินค้าใกล้ตัวเองก่อน อย่าง ปลอกดินสอ ยางลบ กบเหลาดินสอ

“ผมเป็นนักออกแบบ ต้องใช้ดินสอและต้องเหลาบ่อย เลยทำปลอกหุ้มตรงปลายดินสอส่วนที่เหลาไม่ให้หัก จากนั้นก็เพิ่มผลิตภัณฑ์มาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาอยู่ทั้งในกลุ่มของใช้ และของตกแต่ง”

คุณวลงค์กร ได้กล่าวถึงการตลาดในครั้งแรกเปิดตัวกับงานบ้านและสวน เมื่อปี 2557 และผลตอบรับก็เกินคาด ได้รับแรงสนับสนุนจากลูกค้า ทำให้ทั้ง 2 ผู้ประกอบการรู้กลุ่มเป้าหมายหลัก

“เมื่อก่อนคนไทยอาจไม่ให้ความสนใจกับงานหัตถกรรม แต่ปัจจุบันผมว่าเริ่มหันกลับมามองมากขึ้น ผู้คนเริ่มเข้าใกล้ธรรมชาติ ส่วนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น งานของ PATAPIAN ถือว่าเข้าตาเขา และด้วยมีชาวต่างชาติให้ความสำคัญ ผมจึงได้โอกาสส่งสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายในโรงแรมที่จังหวัดภูเก็ต วางจำหน่ายใน คิง เพาเวอร์ ร้านค้าในหอศิลป์กรุงเทพฯ และที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)”

คุณวลงค์กร ยังกล่าวถึงโอกาสทางการตลาด ไม่ว่าจะการออกงานแสดงสินค้า และการได้นำสินค้าไปจำหน่ายยังสถานที่สำคัญๆ นั้นเพราะส่วนหนึ่งมาจากการสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) จึงเกิดการสร้างเครือข่ายขึ้นมา

นอกจากขายผ่านการออกงานแสดงสินค้า ฝากขายแล้ว คุณอลงค์กรยังให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ โดยเปิดเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ซึ่งกลายเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างไกล

“ตอนนี้ลูกค้าจะมีชาวต่างชาติมากขึ้น อย่าง กลุ่มเอเชีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และมีทางฝั่งสแกนดิเนเวีย อย่าง นอร์เวย์เขาก็ให้ความสนใจมาก ผมว่าสินค้าหัตถกรรม ถ้าเราต่อยอดโดยจับความต้องการของลูกค้าถูก ก็จะทำให้มีความเป็นไปได้ในตลาดสูง”

งานฝีมือต้องใส่ใจ

ไม่เร็ว แต่เรียบร้อย

คุณวลงค์กร ยังกล่าวต่อถึงกระบวนการทำงานว่า “งานหัตถกรรมใช้แรงงาน ใช้ฝีมือเป็นหลัก สิ่งที่ผมต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าคือ ระยะเวลาในการผลิตไม่สามารถเร่งได้ และผมต้องการให้ผลงานทุกชิ้นออกมาดีที่สุด ฉะนั้น ถ้าลูกค้าเข้าใจ และรอได้ ก็พร้อมผลิตให้อย่างเต็มที่ครับ”

ความคิดสร้างสรรค์ ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการทำให้สินค้าภูมิปัญญาเกิดมูลค่าและน่าจับต้องในยุคปัจจุบัน ซึ่งคุณวลงค์กรอาศัยความรู้ด้านการออกแบบที่ได้ร่ำเรียนมาจากมหาวิทยาลัยรังสิต บวกกับความชอบของตนเอง เนรมิตให้สินค้าหัตถกรรมกลายเป็นผลงานร่วมสมัย

“สินค้าจะเป็นแนวผสมผสาน ซึ่งผมมองไปในส่วนของวัสดุ อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้คือ ไม้ไผ่สานบวกเข้ากับไม้ อย่าง สนนอก ไม้สัก ล้วนเป็นเศษไม้ที่ซื้อมาจากตลาดบางโพ ราคาถูกมากเพราะเขาจะทิ้งแล้ว พอนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน สามารถเพิ่มมูลค่าได้มาก โดยราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 650-7,500 บาท ส่วนยอดขายก็ประมาณ 70,000-80,000 บาท ต่อเดือน”

คุณวลงค์กร ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงวัสดุที่นำมาใช้ผลิตว่า จะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะมีผลงานหัตถกรรมไทยอีกมากมาย สามารถนำมาต่อยอดได้ แต่ทว่าสิ่งที่จะยังคงไว้คือ ความเป็นตัวตน เพื่อให้ผู้เห็นผลงานจำได้โดยไม่ต้องดูแบรนด์

สนใจติดต่อ “PATAPIAN” http://www.patapian.com, http://www.facebook.com/patapian, Instagram : patapian หรือ โทรศัพท์ (081) 961-1295 (คุณจ้ำ)

“BRITISH CYCLE SQUARE” ร้านจักรยาน+กาแฟ…มีอะไรมากกว่าที่คิด?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07042011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

ช่องทางสร้างอาชีพ

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

“BRITISH CYCLE SQUARE” ร้านจักรยาน+กาแฟ…มีอะไรมากกว่าที่คิด?

ช่วงนี้กระแสจักรยานมาแรง มองไปมุมไหน จุดไหน เห็นผู้คนไม่ว่าผู้ใหญ่ เด็ก ผู้สูงอายุล้วนแต่นำจักรยานคันโปรดของตัวเองออกมาปั่นบนท้องถนน ยิ่งได้รับการสนับสนุนส่งเสริมเพื่อสร้างเส้นทางเฉพาะสำหรับจักรยานด้วยแล้ว ดูจะเป็นการสร้างบรรยากาศ รวมถึงโอกาสให้แก่บรรดาสิงห์นักปั่นกันอย่างคึกคัก

การปั่นจักรยานไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงต่อสุขภาพ แต่ยังทำให้มีโอกาสได้พบปะผู้คนในกลุ่มที่มีรสนิยมเดียวกัน แล้วผลักดันให้มีการปั่นจักรยานเป็นลักษณะกลุ่มก้อนขึ้น และนั่นถือเป็นกิจกรรมการพักผ่อนที่ดีได้อีกด้วย

ความร้อนแรงของพาหนะสองล้อส่งผลให้ธุรกิจจักรยานกลับมาคึกคักอีกครั้ง ภายหลังจากที่ซบเซาเงียบเหงาและห่างหายกันไปนานหลายปี

ฉะนั้น ในตอนนี้จึงผุดร้านจำหน่ายจักรยานที่มีดาษดื่นทั่วประเทศ ทั้งเล็กและใหญ่ เก่าและใหม่ ในรายเดิมเคยขายจำนวนน้อยก็ต้องสั่งเพิ่มเติมเข้ามา ส่วนรายใหม่เน้นจัดเต็มเป็นหลัก

คุณเจนวิทย์ แก้ววิทย์ หรือ คุณกอฟ เป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานแล้วใช้ความสุขอยู่บนอานจักรยานมาตลอดหลายสิบปี จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาคิดว่าควรจะหาอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนด้วยการทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ

คุณกอฟเปิดร้าน “BRITISH CYCLE SQUARE” เพื่อขายจักรยานระดับไฮเอนด์ (High end) และเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งออกตัวได้ราวปีเศษ เน้นขายสองล้อขนาดเล็กเป็นหลัก อีกทั้งจักรยานที่นำเข้าเหล่านั้นล้วนมาจากประเทศอังกฤษเป็นหลัก จึงเป็นเหตุผลของการตั้งชื่อร้าน นอกจากนั้นยังมีบริการรับทำความสะอาดและปรับแต่ง แก้ไขรถจักรยานอย่างถูกวิธีโดยช่างผู้ชำนาญและมีมาตรฐาน

ไม่เพียงแค่นั้น เจ้าของร้านนี้ยังต้องการทำเป็นจุดนัดพบของบรรดาสมาชิกจักรยานเพื่อที่จะเสิร์ฟความอร่อยของรสชาติกาแฟ เบเกอรี่ และอาหารคุณภาพเยี่ยมให้กับลูกค้า โดยมี คุณสุพิชญา เบญจรุราวงศ์ ภรรยา ซึ่งชื่นชอบและเป็นคอกาแฟมายาวนาน ทำหน้าที่ดูแล

ร้าน BRITISH CYCLE SQUARE เป็นผู้แทนจำหน่ายจักรยานชนิดล้อเล็ก อาทิ MOULTON, BROMPTON, birdy และ Pashley (จักรยานย้อนยุคที่ผลิตด้วยมือ) ทั้งนี้ล่าสุดจะมีแบรนด์ใหม่ที่ชื่อ BICKERTON เป็นจักรยานที่ต้องการนำเข้ามาเพื่อจับกลุ่มตลาดกลาง-ล่าง เพราะมีราคาราวหมื่นกว่าบาท

“MOULTON ถือว่าเป็นโรลรอยด์ของจักรยานเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้เพราะเป็นสุดยอดของพาหนะสองล้อที่ถูกออกแบบให้มีคุณลักษณะโดดเด่นที่มีความพิเศษในหลายด้าน ฉะนั้น เมื่อได้สิทธิการขาย MOULTON พอทาง BROMPTON ทราบ เลยตกลงให้ทางร้านเป็นตัวแทนขายอีกยี่ห้อหนึ่งด้วย”

เจ้าของร้าน BRITISH CYCLE SQUARE เผยถึงเหตุผลที่ต้องนำจักรยานจากประเทศอังกฤษมาจำหน่ายเพราะจักรยานแต่ละคันถูกสร้างขึ้นด้วยความพิถีพิถัน ผ่านการออกแบบในแนวทางเดียวกันกับหลักวิศวกรรมยานยนต์ และที่สำคัญบางคันยังผลิตด้วยมือ ฉะนั้น จึงมีความแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา แล้วมีความปลอดภัยอย่างสูงขณะปั่นและขับขี่

คุณกอฟ เผยว่า ลูกค้าที่มาอุดหนุนมีเป็นจำนวนมาก แม้ราคาจะสูงไปสักนิด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะประเทศเรามีกิจกรรมสำคัญที่เกี่ยวกับจักรยานมาตลอดและต่อเนื่อง ดังนั้น ลูกค้าจึงมองว่าถ้าหาจักรยานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งานสูง สามารถขับขี่และปั่นได้นานโดยไม่รู้สึกปวดเมื่อย ก็จะถือว่าคุ้ม เพราะไม่ทำให้รู้สึกทรมาน อีกทั้งยังอยากปั่นทุกครั้งเมื่อต้องการ

“ตั้งแต่เปิดร้านมา สามารถขาย MOULTON ได้ 20 กว่าคัน เพราะมีหลายคนกำลังมองหาอยู่ พอมาเจอดีใจมาก ส่วน BROMPTON ในร้านมีให้เลือกหลายรุ่น หลายแบบ ทั้งนี้ได้สั่งซื้อชุดระบบ 6 เกียร์ซึ่งถือเป็นรุ่นดีที่สุด (รุ่น TOP) เลย แล้วยังมีแฮนด์ให้เลือกหลายแบบตามความชอบความถนัด อันได้แก่ แบบตรง แบบปีกนก หรือแบบพี”

เมื่อถามถึงจักรยานที่มีราคาแพงที่สุดในร้าน คุณกอฟ เผยว่า ราคาแพงที่สุดในราคาประมาณ 200,000 กว่าบาท เหตุผลที่มีราคาสูงเช่นนี้ เพราะเป็นจักรยานที่ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่ในระดับสูงจากโช้คอัพที่ช่วยลดแรงกระแทกบริเวณด้านหน้าและลูกยางด้านหลัง

“ทั้งนี้เพราะผู้ออกแบบมีความต้องการเสริมสร้างความปลอดภัย รถมีน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนทาน ขับขี่สบายและสามารถทำความเร็วได้โดยไม่ต้องใช้แรงกายมาก อีกทั้งยังทำให้รู้สึกมีความสบายระหว่างขับขี่ จึงทำให้ไม่รู้สึกเบื่อกับการปั่นเป็นเวลานาน”

แล้วยังบอกต่ออีกว่า ไม่นานนี้จะสั่งซื้อ MOULTON ทุกรุ่นทุกแบบมาไว้ในร้านแห่งนี้ และถ้าเป็นเช่นนั้นจะถือเป็นร้านแรกของเมืองไทยที่มีครบ คุณกอฟ เผยว่า รุ่นที่แพงที่สุดแต่อยู่ที่อังกฤษ มีราคาเมื่อเทียบกับค่าเงินในไทยแล้วตกประมาณคันละ 900,000 บาท เพราะโครงสร้างทำด้วยสเตนเลสสตีล ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงมาก

ร้านแห่งนี้ หากมองมาจากภายนอกอาจคิดว่าขายเฉพาะจักรยานนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่า ภายในร้านมีกาแฟซึ่งเป็นการคิดค้นสูตรการทำเฉพาะจากเจ้าของที่มีความต่างจากแห่งอื่นด้วยรสชาติกาแฟที่หอมกรุ่น ไม่หวาน ในราคาปกติทั่วไป อย่างถ้าเป็นกาแฟร้อนแก้วละ 60 บาท, กาแฟเย็นแก้วละ 70 บาท พร้อมเสิร์ฟกับเบเกอรี่ที่ผ่านการทำโดยเชฟเบเกอรี่ระดับมือโปรของร้านกาแฟชื่อดัง นอกจากนั้นแล้วยังมีอาหารหลากหลายเมนูสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไว้จำหน่ายด้วย

เมื่อเข้ามาภายในร้าน พบว่ามีการตกแต่งแบบเรียบง่าย แฝงไว้ด้วยความนุ่มลึกของโทนสีในแต่ละคอร์นเนอร์ ผนังร้านเน้นสีปูนเปลือยแบบดิบ มี 2 ชั้น ชั้นล่างจัดวางเป็นที่นั่งดื่มกาแฟและทานของว่าง มีมุมอ่านหนังสือและเปิดฉายหนังเรื่องราวของจักรยานแบรนด์ดังในอังกฤษ

ส่วนอีกซีกของชั้นล่างจัดทำเป็นห้องเซอร์วิสจักรยานไว้รองรับลูกค้าที่มีปัญหา ตลอดจนยังมีมุมไว้บริการซ่อม ดูแล หรือแนะนำการใช้จักรยานคู่ใจของคุณ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ระดับชาติมาดูแล

สำหรับด้านบนเป็นที่วางจักรยาน ตลอดจนอุปกรณ์อะไหล่ หรืออุปกรณ์เสริมในการใช้ขับขี่ ไว้บริการ เช่น หมวก กระเป๋า อาน เครื่องแต่งกาย ไฟส่องสว่าง ฯลฯ เป็นต้น เรียกว่ามีครบครันทุกอย่าง

แต่ที่ดูจะเป็นไฮไลต์ของร้านน่าจะเป็นการแขวนขบวนรถไฟของเล่นไว้กลางห้อง โดยขบวนรถไฟจะออกวิ่งรอบร้านในทุกชั่วโมงที่ตั้งเวลาไว้ จึงเป็นการสร้างบรรยากาศและสีสันให้แก่ลูกค้าที่มาในร้าน ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำร้านจนลูกค้ามักเรียกและคุ้นกับชื่อร้านว่า ร้านรถไฟวิ่ง

เจ้าของร้าน กล่าวว่า เหตุผลในการตั้งชื่อเพราะความจริงตั้งใจขายรถจักรยานที่ผลิตจากประเทศอังกฤษ เลยใช้คำว่า BRITISH ส่วน SQUARE มีความหมายคือต้องการให้เป็นที่รวมตัวกันของผู้รักจักรยานประเภทนี้ แล้วมานั่งจิบกาแฟ ทานของว่างแล้วพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน หรือในบางคราวอาจมีกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์กับคอนักปั่น หรือกิจกรรมสันทนาการต่างๆ

“นอกจากกิจกรรมภายในร้านแล้ว ยังมองไปถึงเรื่องกิจกรรมปั่นนอกสถานที่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล เพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาสใกล้ชิดและสัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ หรือสถานที่สำคัญ อีกทั้งในบางโอกาสอาจมีการสมนาคุณลูกค้าด้วยการชักชวนไปปั่นจักรยานยังสถานที่สำคัญ โดยทางร้านจะไม่เก็บค่าใช้จ่าย แล้วยังเตรียมวางแผนสำหรับกิจกรรมอื่นๆ ไว้ทยอยออกมาให้บริการกับลูกค้าทุกท่าน”

ท้ายนี้ เจ้าของร้าน BRITISH CYCLE SQUARE กล่าวว่า การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายก็ดี ทั้งยังช่วยทำให้สมาชิกทุกท่านเกิดความรักสมัครสมานสามัคคีกัน ช่วยเหลือกัน มีความร่วมมือร่วมใจกัน เพราะแต่ละคนมาจากต่างถิ่น เมื่อมาเจอกันกลับกลายเป็นความผูกพันระหว่างกัน

“แต่ถ้าสามารถใช้เป็นพาหนะแทนการขับรถยนต์จากบ้านมาทำงานจะดีมาก เพราะไม่เพียงจะเกิดประโยชน์กับตัวเราในเรื่องสุขภาพที่แข็งแรง มีอายุยืนยาวแล้ว ยังเกิดประโยชน์กับประเทศด้วยการช่วยการประหยัดพลังงาน แล้วลดมลภาวะของเสีย เสริมสร้างสภาพอากาศให้มีความสดชื่นขึ้นด้วย จึงถือเป็นไลฟ์สไตล์อีกแบบของการแสวงหาความสุข ที่ได้ประโยชน์ครบด้าน ”

สำหรับท่านที่กำลังมองหาจักรยานล้อเล็ก แบรนด์คุณภาพจากประเทศอังกฤษ แต่หาซื้อยาก หรือหาซื้อได้แต่ไม่ถูกใจในเรื่องการบริการหลังการขาย ลองแวะไปเลือกชมพร้อมจิบกาแฟ ทานของว่าง ในบรรยากาศแบบสบายๆ ได้ที่ร้าน BRITISH CYCLE SQUARE ร้านนี้หาไม่ยากเลย อยู่หลังมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สามารถเดินทางมาเส้นถนนประชาชื่น (เลียบคลองประปา) หรือมาเส้นวิภาวดีรังสิตยังได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ (02) 951-5987 หรือ Facebook BRITISH CYCLE SQUARE

ขานรับยุคดิจิตอล “ROOMz” สื่อสารรูปแบบใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07045011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

ช่องทางสร้างอาชีพ

วัชรี ภูรักษา

ขานรับยุคดิจิตอล “ROOMz” สื่อสารรูปแบบใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

“โลกออนไลน์เป็นของทุกคน” ทุกคนสร้างคอนเทนต์และแชร์ได้ด้วยตัวเองทุกวัน ROOMz Liveteractive จะกลายเป็นสังคมของคนออนไลน์ให้เข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปพร้อมๆ กับการฟังเพลงที่ดีเจกำลังดำเนินรายการอยู่ขณะนั้น

สถิติการใช้อินเตอร์เน็ตของคนไทยเฉลี่ย 62 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือถึง 56.1 ล้านคน และมีสมาร์ตโฟนใช้ถึง 48.2 ล้านคน จาก 91.9 ล้านเลขหมาย “Digital Media Interface” (ดิจิตอล มีเดีย อินเตอร์เฟซ) จึงก้าวรับกระแสโลกดิจิตอลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้

จาก “แยกกันใหญ่”

ก้าวสู่ “ผนึกกันโต”

จากกลยุทธ์ “แยกกันใหญ่” ก้าวสู่จุด “ผนึกกันโต” และปรับโครงสร้างเพื่อเสริมพลังธุรกิจมีเดียทุกประเภท เป็น โททัล มีเดีย โซลูชั่น และพร้อมชู วิทยุ ทีวี อีเว้นต์ ขับเคลื่อนธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ “อินดิเพ็นเดนท์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวอร์ค” จัดทัพธุรกิจเตรียมข้ามสู่ความเป็นดิจิตอล มีเดีย อินเตอร์เฟซ อย่างเต็มรูปแบบ

คุณเดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อินดิเพ็นเดนท์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวว่า “เราได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคผนึกกันโต จากการเสริมพลังธุรกิจมีเดียทุกประเภทให้กลายเป็น โททัล มีเดีย โซลูชั่น (Total Media Solution) ทั้งจากกลุ่มผู้ฟังทั้งวิทยุและรายการทางโทรทัศน์ รวมถึงธุรกิจจัดโชว์และกิจกรรมต่างๆ ให้ก้าวเข้าสู่ดิจิตอล มีเดีย อินเตอร์เฟซ (Digital Media Interface) ซึ่งคือการนำรวมเอาทั้งดิจิตอลและมีเดีย ประสานให้เข้าด้วยกันกลายเป็นธุรกิจใหม่

อีกทั้งเรายังเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ จากเทคโนโลยีและพฤติกรรมการเข้าถึงมีเดียของผู้บริโภคที่ไม่ได้รับชมทีวี ฟังวิทยุผ่านเครื่องรับแบบเดิม อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากการเข้ามาของอินเตอร์เน็ตและการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว

เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างฐานสมาชิกราว 300,000 คน และตั้งเป้าเติบโต 300 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 1 ล้านคน ภายในปี 2559 อีกทั้งยังเป็นฐานที่แข็งแกร่งในการรุกครั้งใหญ่ในแผนธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากออนไลน์จะเติบโตมากยิ่งขึ้น เป็นเทรนด์ที่จะย้ายเม็ดเงินลงทุนจากมีเดียเดิม มาสู่รูปแบบใหม่นี้”

“ROOMz” ห้องใหม่

ของคนมีความสามารถ

จากการพัฒนารูปแบบของมีเดียแบบใหม่ ของระบบทางเทคโนโลยี หรือ Independent Digitalization นั้นคือการสร้างและดูแลคอมมูนิตี้ ภายใต้ภารกิจหลักคือการสร้างระบบมีเดียให้ตรงกับเทรนด์ของโลก ด้วยการรุกดิจิตอล แพลตฟอร์ม ภายใต้ชื่อ ROOMz (รูมส์) โดยมีคอนเซ็ปต์ว่า Liveteractive

คุณสุรศักดิ์ อารีย์สว่างกิจ กรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจดิจิตอล เสริมว่า “Independent Digitalization” (อินดิเพ็นเดนท์ ดิจิตอลไลเซชั่น) คือการสร้าง และดูแลคอมมูนิตี้ (Community) ในทุกแพลตฟอร์ม (Platform) ของ บริษัทอินดิเพ็นเดนท์ฯ อาทิ เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และโซเชียลมีเดียทั้งหมด โดยมีทีมงานที่เป็นทั้งผู้สร้างและดูแล

โดยแบ่งเป็นทีมสร้าง Entertainment tools (เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ทูลส์) ที่จะสร้างแนวทางการเล่นเกม วิธีการร่วมกิจกรรมแบบใหม่ๆ ภายในคลื่นผ่านทางสื่อออนไลน์เพื่อทดแทนการร่วมกิจกรรมแบบเดิมๆ เช่น เกมออนไลน์ เพื่อให้แต่ละคลื่นได้นำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ

เน้นภารกิจหลักคือ การสร้างแพลตฟอร์มเพื่อให้ตรงกับเทรนด์ของโลกออนไลน์ในปัจจุบัน คือ ROOMz ที่เราจะยกระดับความเชื่อมโยง, ผู้ใช้งาน และเนื้อหา เข้าด้วยกัน ปรับเปลี่ยนจากการสื่อสารฝ่ายเดียว สู่การเป็น Liveteractive Media Platform (ไลฟ์เตอร์แอคทีฟ มีเดีย แพลตฟอร์ม) ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปชมเนื้อหาได้แบบสดๆ เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ แสดงความคิดเห็นได้แบบเรียลไทม์

จึงทำให้เนื้อหาและผู้ใช้งานใกล้ชิดกันมากขึ้น ดังนั้น ROOMz (รูมส์) จึงถือได้ว่าเป็นสื่อรูปแบบใหม่ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างครบวงจร ทั้งยังเป็นสื่อกลางของคนกล้าคิด กล้าแสดงออก และมีความสามารถที่จะเข้ามาใช้งานได้อย่างไม่จำกัด ที่สำคัญยังง่ายต่อการใช้บริการ

โดย ROOMz แบ่งเป็น 3 เนื้อหาคือ Live ROOMz (ไลฟ์ รูมส์) ฟังดูเล่นเกมในรายการต่างๆ, Idol ROOMz (ไอดอล รูมส์) ความสนุกในรูปแบบ Interactive พูดคุยใกล้ชิดตามติดไลฟ์สไตล์เหล่าบรรดา DJ/CJ/ศิลปิน/นักแสดง/เซเลบ/เน็ตไอดอล หรือบล็อกเกอร์ที่จะหมุนเวียนมามอบความสุขและความบันเทิง และ INDI ROOMz (อินดิ รูมส์) ห้องที่ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ชมหรือผู้ฟังอีกต่อไป

ส่วนการเข้าถึงสามารถทำได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ (PC) แท็บเลต (Tablet) และโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ iOS และ Android

ที่หลับที่นอนแมว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07046011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

Pet Care

อาจี๋ที่ไม่เอาไหน

ที่หลับที่นอนแมว

คนเราย่อมต้องมีบ้าน ที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยให้พักผ่อน พึ่งพิง แมวก็เช่นเดียวกัน แมวก็ต้องการที่ปลอดภัยไว้ซุกตัวลงนอนให้นอนหลับสบายเช่นกัน

การจัดเตรียมที่หลับที่นอนแมว เริ่มจากที่ใช้สิ่งของที่ประดิษฐ์เองไม่ต้องลงทุน ไปจนถึงที่นอนที่มีราคาแพงถึงหลักหลายพัน หลายหมื่น ก็มีให้เลือกมากมาย

ที่หลับที่นอนของแมวที่เราจะหามาให้แมว หรือซื้อมาให้แมว มีประโยชน์และการใช้งานแตกต่างกันไปดังนี้

1. ที่นอนทำจากลังกระดาษใช้แล้ว เอามาตัดแต่งทำเป็นที่นอนแมว เอาผ้าเก่าๆ วางไว้ให้นุ่มนิ่ม แค่นี้แมวก็ได้ที่นอนที่หลับสบายสามารถซุกตัวนอนได้อย่างปลอดภัยแล้ว

ข้อดีของที่นอนลังกระดาษคือ แมวชอบมาก และยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าเจ้าของแมวอีกด้วย

2. เบาะนอน ที่นอนผ้า ที่มีวางขายทั่วๆ ไปตามร้านเพ็ตช็อป สนนราคามีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ความสวยงาม การตัดเย็บ เนื้อผ้าที่นำมาใช้ ผลิตจากที่ไหน บางแบบนำเข้ามาจากต่างประเทศ บางแบบใช้ผ้านาโนช่วยป้องกันแบคทีเรีย บางแบบกันน้ำ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของว่าจะเลือกแบบไหน

ข้อดีของที่นอนผ้า นุ่มนิ่ม ให้ความอบอุ่น นอนสบาย ควรเลือกที่นอนแบบที่มีเบาะนอนไม่หนามาก เพื่อง่ายแก่การซักทำความสะอาด และควรเลือกขนาดพอดีตัวแมว เพราะแมวไม่ชอบที่นอนที่ใหญ่เกินไป

3. ที่นอนแมวแบบกระบะพลาสติก หวาย หวายเทียม ที่นอนที่ทำจากวัสดุเหล่านี้จะมีอายุการใช้งานยาวนาน ล้างทำความสะอาดง่าย อาจมีราคาแพงกว่าที่นอนผ้า แต่เมื่อมาคำนึงถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานก็จัดว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า

4. อุโมงค์แมว ถ้ำแมว บ้านแมว มีให้เลือกหลายรูปทรง ทำมาจากหลายๆ วัสดุ หลายๆ รูปทรง รูปแบบที่เป็นอุโมงค์หรือถ้ำนี้แมวจะชอบมาก เพราะให้ความรู้สึกปลอดภัยสูง

ถ้าต้องการให้อายุการใช้งานนานๆ ควรเลือกวัสดุที่ทำจากพลาสติก เพราะสามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย

การเลือกรูปแบบอุโมงค์ก็สำคัญ ควรเลือกแบบที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุคว่ำขังแมวไว้ข้างใน ต้องมีช่องอากาศถ่ายเท ให้แมวสามารถหายใจได้ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นได้ ซึ่งที่เคยมีข่าวให้เห็นคือ ที่นอน อุโมงค์รูปไข่ซึ่งมีน้ำหนักมากคว่ำทับแมว แล้วแมวโดนขังอยู่ข้างใน ขาดอากาศหายใจตาย

5. เตียงนอนเจ้าของแมว ไม่ต้องคิดอะไรมาก นอนด้วยกันเลยทั้งคนทั้งแมวบนเตียงเดียวกัน แต่ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดเก็บขนแมวที่ติดตามที่นอน หมอน ผ้าห่ม สม่ำเสมอ

6. ที่นอนเจลเย็น เป็นที่นอนเจลที่สามารถเก็บความเย็นไว้ในเจลได้นาน 3-4 ชั่วโมง ควรมีไว้ให้แมวในหน้าร้อน หรือวันที่มีอากาศร้อน จะช่วยทำให้แมวนอนเย็นสบาย หลับได้อย่างมีความสุข

7. ที่นอนดินเผา (ให้นึกถึงกระถางต้นไม้ดู) คุณสมบัติดินเผา จะมีความเย็นในตัว ควรมีไว้ให้แมวในหน้าร้อน ที่นอนดินเผาบางรุ่นมีช่องสำหรับไว้ใส่น้ำแข็ง ช่วยทำให้แมวเย็นสบายตลอดวันได้

ลองเลือกดูที่นอนให้ถูกใจแมว ถูกใจเจ้าของแมวได้ตามร้านเพ็ตช็อปทั่วไปนะจ๊ะ

GHOST SWEETS – ขนมผีบอก ผีไม่หลอก แค่อยากบอก…อาหย่อยยยมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07052011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

อาหารสร้างอาชีพ

พารนี

GHOST SWEETS – ขนมผีบอก ผีไม่หลอก แค่อยากบอก…อาหย่อยยยมาก

“ตอนแรกกลัวขายไม่ได้เหมือนกัน เพราะราคาขายค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่น แต่ที่ทำออกมา เพราะมั่นใจในรสชาติ…”

จุดกำเนิด…เกิดขึ้นของแต่ละธุรกิจบนโลกมนุษย์ใบนี้ ย่อมมีที่มาแตกต่างกันออกไป

บ้างได้รับมรดกตกทอดมาจากรุ่นปู่ย่า บ้างหาแรงบันดาลใจจากอินเตอร์เน็ต ขณะที่บางรายเก็ตไอเดียใหม่ๆ เพราะได้ออกไปท่องเที่ยว ฯลฯ

แต่สำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ กระซิบเกริ่นมาว่า

“เพราะผีบอกมา พวกเขาจึงชวนกันลงขันทำธุรกิจนี้”

บรื๋ออออออ…….อออออออออออออ

คุณซันซัน-ฐิติภรณ์ วิชญาโนทัย วัย 27 ปี ตัวแทนร้านขนมผีบอก – GHOST SWEETS (โกสต์ สวีทส์) ผู้ผลิตเครปเค้กเกรดพรีเมี่ยมตามออร์เดอร์ มีให้เลือก 5 รส ได้แก่ ชาไทย ชาเขียว มะพร้าวกะทิ น้ำผึ้งมะนาว และ ช็อกโกแลต

เริ่มต้นให้ฟังด้วยน้ำเสียงร่าเริง ร้านขนมผีบอกนี้ เพิ่งเปิดขายได้ไม่ถึงปี เป็น “อาชีพเสริม” ของหุ้นส่วน 4 คน ซึ่งต่างมีงานประจำทำกันอยู่ก่อนแล้ว แต่มีความชอบเหมือนกันคือ ตระเวนหาของอร่อยรับประทาน

จนเมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และได้รับประทาน “เครปเค้ก” ฝีมือคุณน้าท่านหนึ่ง ซึ่งหน้าตาและสีสัน สุดแสนจะธรรมดา

แต่พอตักเข้าปาก แค่ได้ชิมคำแรกเท่านั้น…ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียว

“อร่อย…จุงเบย”

เลยถามไถ่ถึงขั้นตอนการทำ คุณน้าท่านนั้น ยินดีเผย “สูตรลับ” ให้ไปลองทำเอง

กลับมาจึงบรรเลงตามสูตร ควบคู่ไปกับการพัฒนาดัดแปลงให้มีความน่าสนใจมากขึ้น และหุ้นส่วนท่านหนึ่งซึ่งเป็นสถาปนิก ใช้ความสามารถด้านการออกแบบเข้ามาช่วย จนได้เครปเค้ก ออกมาหน้าตาดึงดูด ส่วนรสชาตินั้นการันตีได้อยู่แล้ว

ทำแจกจ่ายให้ญาติและเพื่อนรับประทาน…ปรากฏผลตอบรับกลับมาภายในไม่นาน เป็นเสียงเดียวกัน

“ให้ทำขายเลย…ดีกว่า”

สี่หุ้นส่วน เลยชวนกันมาระดมสมอง

ระหว่างใช้ความคิด ทุกคนได้ยินเสียงจากข้างใน เหมือน “ผี” มาบอก เฮ้ย!…ทำสิ ลงมือทำเลย

กระทั่งได้ข้อสรุปตรงกัน ลงขันด้วยเงินทุนหลักแสน เปิดกิจการ GHOST SWEETS – ขนมผีบอก รับทำเครปเค้ก ตามออร์เดอร์ ผ่านช่องทางออนไลน์ แฟนเพจและเว็บไซต์

พร้อมกับความตั้งใจ จะออกแบบและสร้างสรรค์เมนูขนมแปลกใหม่หลากหลาย ที่มีความอร่อย คัดสรรเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพดี เกรดพรีเมี่ยม ทุกเมนูอัดแน่นด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ ไม่มีการหวงเครื่องเพื่อประหยัดต้นทุน โดยรสชาติความอร่อยจะต้องเกิดขึ้นจากเนื้อแท้ตามธรรมชาติของวัตถุดิบเหล่านั้นจริง ไม่ได้เกิดจากการแต่งสี แต่งกลิ่นด้วยวัตถุดิบสังเคราะห์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับแต่สิ่งดี

คุณซันซัน เล่าให้ฟังต่อ ผลตอบรับช่วง 3 เดือนแรก ยังไม่มีใครรู้จัก อาศัยคนใกล้ตัวช่วยกันซื้อ แต่พอย่างเข้าเดือนที่ 4 เริ่มมีลูกค้าคนนอก ถามไถ่เข้ามาผ่านทางไลน์และเฟซบุ๊ก จนยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ

กระทั่งเมื่อช่วงเทศกาลฮาโลวีน…ทีมงานช่วยกันคิดค้น “เครปเค้ก” เฉพาะกิจ ขึ้นมาขายเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง แม้ราคาขายจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเค้กในท้องตลาดทั่วไป โดยตั้งไว้ที่ 1 ชิ้น 149 บาท หรือ 3 ปอนด์ ตัดแบ่งได้ 12 ชิ้น ราคา 1,399 บาท

“ตอนแรกกลัวขายไม่ได้เหมือนกัน เพราะราคาขายค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่น แต่ที่ทำออกมา เพราะมั่นใจในรสชาติ เครปแต่ละชั้นบางมาก และมีถึง 30 ชั้นขึ้นไป แถมมีพุดดิ้งเป็นท็อปปิ้งหนาๆ น่ารับประทานแบบไม่เหมือนใครด้วย” คุณซันซัน บรรยายมาอย่างนั้น

ย้อนที่มาของชื่อร้าน “ขนมผีบอก” ที่ฟังแล้วออกจะหลอนนิดหน่อย เจ้าของกิจการท่านเดิม หัวเราะร่วน ก่อนเล่าให้ฟัง มีผู้ใหญ่หลายท่าน ไม่เข้าใจ ต้องถามกันใหม่หลายครั้งว่าเป็น “ยาผีบอก” หรือเปล่า บางท่านก็บอก ชื่อไม่เป็นสิริมงคล

แต่หุ้นส่วนทุกคนชื่นชอบตรงกัน แถมยังช่วยกันคิดสโลแกนออกมา

“ขนมผีบอก ผีไม่หลอก แต่ผีบอกว่า…อร่อยมาก”

มาถึงแผนธุรกิจที่วางไว้ คุณซันซัน เผยให้ฟัง ทุกวันนี้ยังไม่มีหน้าร้านเพราะต้องการประหยัดต้นทุน แต่ทุกวันนี้ลูกค้าหลายคนเริ่มอยากไปนั่งรับประทานที่ร้าน

ในอนาคตอันใกล้ จึงจะมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง เพื่อให้ง่ายต่อการรับ-ส่งสินค้า โดยรูปแบบของร้านที่ตั้งใจจะทำออกมานั้น บอกได้แค่ว่าต้อง “จัดเต็ม” แน่นอน

“สนใจขนมผีบอก ขอให้สั่งล่วงหน้า 2 วัน เพราะทำสดตามสั่ง ไม่มีสต๊อกสินค้า และจะสั่งกี่ชิ้นก็ได้ แต่ถ้าไม่ถึง 900 บาท ลูกค้าต้องมารับเองที่ทองหล่อ ซอย 5 หรือซอยพัฒนาการ 57 แต่ถ้าราคา 900 บาทขึ้นไป จัดส่งให้ คิดค่าส่งตามจริงค่ะ” คุณซันซัน ฝากประชาสัมพันธ์ไว้อย่างนั้น

ร้าน GHOST SWEETS รับออร์เดอร์ทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ (090) 543-2244 LINE : ghostsweets อีเมล : ghostsweets@gmail.com

“น้ำพริกสามแฝด” เจาะตลาดสุขภาพ ตอบรับ AEC

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07059011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

อาหารสร้างอาชีพ

มีนา

“น้ำพริกสามแฝด” เจาะตลาดสุขภาพ ตอบรับ AEC

“น้ำพริกมีโอกาสโตสูง ความต้องการในตลาดมีต่อเนื่อง ซึ่งคนไทยคุ้นเคยดีอยู่แล้ว และยิ่งตอนนี้เทรนด์รักสุขภาพมาแรง น้ำพริกสามารถตอบความต้องการของเขาได้ดี”

“น้ำพริก” เมนูที่คนไทยคุ้นเคยดี และยังเป็นเมนูทานได้ไม่รู้เบื่อ ซึ่งวัตถุดิบนำมาปรุงแต่งต้องบอกว่าคนไทยคิดเก่ง จนเกิดเป็นน้ำพริกหลากหลายประเภทให้ได้เลือกลิ้มรส

ดังเช่น “น้ำพริกสามแฝด” แบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาทำตลาดได้ประมาณ 1 ปี แต่เสียงตอบรับดีเกินคาด จนทำให้ต้องขยับขยายวงเงินลงทุน จากเริ่มต้นหลักหมื่นมาเป็นหลักล้าน เพื่อให้น้ำพริกเป็นสินค้ามาตรฐาน สามารถทำตลาดได้กว้าง

ดัดแปลงน้ำพริกปลาร้า

หอม ทานง่าย ได้ประโยชน์

คุณจิตรัตน์ นิลกมลวิลาศ เจ้าของธุรกิจ วัย 41 ปีที่แม้ศึกษาจบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่กลับชอบค้าขาย

“ตอนเรียนจบทำงานเป็นเลขานุการผู้บริหาร บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง รวมระยะเวลาทำงานประมาณ 10 ปี จากนั้นก็ลาออกมาทำธุรกิจก๊าซหุงต้มที่จังหวัดระยอง ซึ่งหลังจากผ่านมาได้ระยะหนึ่ง ก็เริ่มเห็นว่าในพื้นที่มีวัตถุดิบหลากหลาย และด้วยสมาชิกในครอบครัวชอบทานน้ำพริกปลาร้าสดกันมาก ซึ่งโดยส่วนตัวทานไม่เป็น จึงคิดว่าทำอย่างไรให้ทานง่ายขึ้น ก็เลยใช้วิธีนำมาผัดให้สุกจนได้กลิ่นหอม แต่ก็ลองผิดลองถูกสูตรอยู่ถึง 2 เดือน รสชาติและส่วนผสมจึงลงตัว”

หลังจากทำทานที่บ้าน ก็คิดว่าน่าจะมีผู้คนจำนวนมากทานน้ำพริกปลาร้าสดไม่เป็น แต่ถ้าเขาได้ทานแบบผัดสุก ก็น่าจะชื่นชอบเหมือนตนเอง

“ตอนนั้นมองถึงวัตถุดิบในจังหวัดระยองครบครันมาก ส่วนทางด้านแรงงานก็เห็นว่าธุรกิจก๊าซหุงต้มของเราจะมีพนักงานผู้ชายที่มีครอบครัว และภรรยาของเขาก็ไม่มีอาชีพอะไร ก็เหมือนได้สร้างรายได้ให้เขาอีกทางหนึ่ง”

คุณจิตรัตน์กำเงินลงทุนก้อนแรก 20,000 บาท เพื่อมุ่งสู่การผลิต โดยเปิดตลาดเล็กๆ เพื่อหวังสร้างรายได้เสริม แต่เมื่อ 4-5 เดือนผ่านไป น้ำพริกเริ่มได้รับความนิยม จึงคิดขยายตลาด โดยสร้างโรงงานให้ได้มาตรฐาน และยื่นขอตรามาตรฐาน อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) พร้อมขึ้นแท่นเป็นสินค้าโอท็อป ของดีอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ซึ่งกับการลงทุนครั้งใหม่นี้ผู้ประกอบการคนเก่งว่า ใช้เงินลงทุนไปกว่า 2 ล้านบาท ส่วนเงินทุนหมุนเวียนตกประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ต่อปี

ปรับรสให้หลากหลาย

อนาคตไปต่างประเทศ

สำหรับเมนูน้ำพริก ปรุงสูตรให้หลากชนิดมากขึ้น โดยปัจจุบันมีด้วยกัน 7 รายการ ได้แก่ น้ำพริกปลาร้าทรงเครื่อง น้ำพริกตาแดงปลาป่น น้ำพริกนรก น้ำพริกปลาข้าวสาร น้ำพริกเผา น้ำพริกเผากุ้ง น้ำพริกเห็ดหอม โดยกำหนดราคาขายไว้กระปุกละ 75 บาท ซึ่งขณะนี้ น้ำพริกสามแฝด สามารถทำยอดขายได้เดือนละประมาณ 100,000 บาท

เมื่อสินค้าได้มาตรฐาน คุณจิตรัตน์เริ่มวางเป้าหมายขยายตลาด ด้วยวิธีออกงานแสดงสินค้า ขายผ่านช่องทางออนไลน์ อย่าง facebook และ Line พร้อมกับเปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่าย รวมไปถึงผลักดันให้สินค้าเข้าไปอยู่บนชั้นวางสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการติดต่อ

ผู้ประกอบการคนขยัน ยังกล่าวถึงโอกาสทางการตลาดว่า “น้ำพริกมีโอกาสโตสูง ความต้องการในตลาดมีต่อเนื่อง ซึ่งคนไทยคุ้นเคยดีอยู่แล้ว และยิ่งตอนนี้เทรนด์รักสุขภาพมาแรง น้ำพริกสามารถตอบความต้องการของเขาได้ดี ส่วนผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ก็มีน้ำพริกเห็ดหอมไว้ให้ลิ้มรส ส่วนรสชาตินั้นจะทำไม่เผ็ดมาก จึงเสิร์ฟกลุ่มเป้าหมายได้ทุกเพศทุกวัย และเมื่อเราทำจนได้มาตรฐาน มีอายุการเก็บได้นาน 3 เดือน โดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย ลูกค้าก็ยิ่งชื่นชอบ”

ทั้งนี้ คุณจิตรัตน์ ยังกล่าวถึงความโดดเด่นของน้ำพริกภายใต้แบรนด์น้ำพริกสามแฝดว่า “เน้นวัตถุดิบคุณภาพดี สะอาดถูกหลักอนามัย และเป็นการนำวัตถุดิบในจังหวัดระยองมาใช้ทั้งหมด เพราะเราต้องการส่งเสริมอาชีพและสร้างงานให้ชุมชนด้วย แต่ยกเว้น ปลาร้า จะสั่งตรงจากจังหวัดนครสวรรค์ และปราจีนบุรี และตอนนี้กำลังทำวิจัยพัฒนาสูตรน้ำพริกรสชาติใหม่ๆ อย่าง น้ำพริกกะปิ น้ำพริกตะไคร้ โดยเน้นว่าต้องมีสมุนไพรไทยเป็นส่วนประกอบ”

คุณจิตรัตน์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงการทำตลาดว่า ในอนาคตวางเป้าหมายกับการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยจัดเตรียมความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ แรงงานผลิต และโดยเฉพาะในส่วนของคุณภาพยังพัฒนาต่อไป เพื่อให้การตลาดเดินได้อย่างคล่องตัว โดยเฉพาะกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ใกล้มาถึงนี้

สนใจติดต่อ “น้ำพริกสามแฝด” ตั้งอยู่เลขที่ 59 หมู่ 6 ตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง 21130 โทรศัพท์ (098) 861-5150, (086) 355-9425 คลิกข้อมูลได้ที่ http://www.facebook.com/น้ำพริกสามแฝด

30 ปีแห่งความอร่อยแบบดั้งเดิม ลองลิ้มชิมอาหารญี่ปุ่น ที่ “CHA CHA AN”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

เปรี้ยวปาก

อนุภาค ชัยชนะดารา

30 ปีแห่งความอร่อยแบบดั้งเดิม ลองลิ้มชิมอาหารญี่ปุ่น ที่ “CHA CHA AN”

อาหารญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในเมนูอาหารยอดนิยมในยุคปัจจุบันสำหรับใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเมนูยอดนิยมอย่าง ซาซิมิ, อุด้ง, ซูชิ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย แต่ถ้าให้พูดถึงร้านอาหารจากแดนอาทิตย์อุทัยขนานแท้!! ที่มีชื่อเสียงในด้านความอร่อยจนคนญี่ปุ่นยอมรับ และอยู่ในเมืองไทยมายาวนานกว่า 30 ปีแล้วนั้น ชื่อที่ผุดขึ้นมาอย่าง CHA CHA AN (ชะ ชะ อัน) ต้องเป็นหนึ่งในร้านที่อยู่ในใจของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน ด้วยคำบอกเล่าจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่มาลิ้มลองแล้วพูดนิยมร้านแห่งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “อาหารที่นี่มีรสชาติความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม มากกว่าต้นตำรับเสียอีก”

CHA CHA AN (ชะ ชะ อัน) ชื่อร้านแปลความหมายตรงตัวว่า ศาลาเล็กๆ สำหรับนั่งดื่มชา ส่วนที่มาที่ไปของร้านเรานั้น เกิดขึ้นมาจากเดิมทีเดียวร้านแห่งนี้เปิดให้บริการความอร่อยอยู่ในย่านสยามสแควร์มายาวนานกว่า 20 ปีแล้ว ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ซอยเอกมัย 10 เมื่อช่วง 10 ปีหลังที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้อาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจริงๆ ก็อาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าเป็นลูกค้าขาประจำจะรู้ว่า สวรรค์ของคนชอบทานอาหารญี่ปุ่น อยู่ที่นี่นั่นเอง

คุณณัฐพร แสงจันทร์ (พี่แดง) เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น CHA CHA AN (ชะ ชะ อัน) กล่าวว่า เมนูอาหารในร้านของเรานั้น จะเน้นอาหารญี่ปุ่นแบบโบราณ ใช้วัตถุดิบดั้งเดิมจากประเทศญี่ปุ่นเลย อย่างถ้าเป็นเมนู ปลาดิบ (ซาซิมิ) ร้านเราก็สั่งปลาทะเลสดๆ มาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรงเลย หรือพวกเครื่องปรุงต่างๆ ส่วนใหญ่ก็นำเข้ามาส่วนหนึ่งเหมือนกัน ในส่วนของลูกค้าของร้านเราก็มีหลายระดับมากๆ ตั้งแต่ระดับ ซาโจ้ หรือ ฉะโจ (ประธานบริษัท-เจ้าของกิจการ) ทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและในไทย ไปจนถึงพนักงานออฟฟิศทั่วไป หรือที่มาแบบเป็นครอบครัวก็มี แต่โดยส่วนใหญ่ลูกค้าของเราจะเป็นคนญี่ปุ่นเป็นหลัก

“เดิมทีเดียวพี่ได้มีโอกาสไปเรียนรู้วัฒนธรรม และเทคนิคการทำอาหารญี่ปุ่นมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่ง จึงทำให้ตัดสินใจที่จะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับความชอบของตัวเอง เพราะพี่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นมากๆ อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย จนมาลงตัวที่การทำร้านอาหารญี่ปุ่นนี่แหล่ะ ถือว่าตอบโจทย์ตัวเราเองพอสมควร โดยปกติสไตล์อาหารญี่ปุ่นที่พี่ชอบจะต้องมาแบบออริจินอลญี่ปุ่นจ๋าเลย อย่างเช่น น้ำซุป ก็จะต้องมีกลิ่นหอมมาจากวัตถุดิบสำคัญ อย่าง ปลาโอตากแห้ง (คัตสึโอะบุชิ) นำมาต้มและกรองไว้สำหรับทำเป็นน้ำซุปสต๊อกปลาโอ (ดาชิจิหรุ) เราก็จะได้น้ำซุปแบบญี่ปุ่นที่มีรสชาติกลมกล่อม แถมมีกลิ่นหอมของปลาแห้งเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย”

ในส่วนเมนูหลัก ที่นี่จะเน้นไปที่ ปลาดิบ (ซาซิมิ) และเนื้อวัววากิว เป็นหลัก อย่างถ้าเป็นปลาดิบเราจะมีให้เลือกมากมายหลายชนิด อาทิ เช่น ปลาทูน่า, ปลาซันมะ, ปลาโอ และเมนูปลาทะเลตามฤดูกาล อย่างตอนนี้เป็นฤดูกาลของ “ปลาซันมะ” เราก็จะนำปลาซันมะมาทำเป็นเมนูซาซิมิ และซูชิได้ ซึ่งถ้าเลยจาก 2 เดือนนี้ไปก็จะทำได้แค่ปลาแช่แข็งเพียงอย่างเดียว นำไปปรุงอาหารประเภทย่างหรือต้มเท่านั้นเอง ถือเป็นเมนูพิเศษของทางร้านที่เราภูมิใจนำเสนอจริงๆ เพราะหาทานได้ยาก หรือถ้ามีก็ราคาค่อนข้างแพงพอสมควรเลยทีเดียว

อีกหนึ่งเมนูไฮไลต์ประจำร้านแห่งนี้ก็คือ เมนูประเภทเนื้อวัววากิว ซึ่งทางร้านจะเน้นไปที่เนื้อวัวคุณภาพเยี่ยม นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัท ฟู้ดโปรเจ็ค (สยาม) จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนในการจัดจำหน่าย อย่าง เนื้อฮิดะ และเนื้อฮากาตะ อย่างถ้าเป็นประเภทเนื้อฮากาตะจะมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีกลิ่นหอม และมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มเนียน ส่วนเนื้อฮิดะ ก็จะมีจุดเด่นที่ความนุ่มของเนื้อไม่แพ้กัน แถมยังมีเอกลักษณ์ความอร่อยเฉพาะตัวของเนื้อในแต่ละท้องถิ่นนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า เนื้อวัวพรีเมี่ยมทั้ง 2 ชนิดถือเป็นหนึ่งไฮไลต์ของร้านเรา ในเรื่องของคุณภาพของวัตถุดิบนั้นเกินราคาจริงๆ หากไม่ได้ทานถือว่ายังมาไม่ถึงร้านนี้อย่างแน่นอน

สำหรับเมนูเด็ดจากเนื้อวากิว ที่น่าสนใจของร้านก็คือ เนื้อวากิวฮากาตะสเต๊ก สเต๊กเนื้อวัวสุดนุ่ม รสชาติอร่อยตามแบบฉบับเนื้อพรีเมี่ยมระดับ 5 ดาว สำหรับจานอร่อยสุดพิเศษนี้ รังสรรค์จากสุดยอดเนื้อวัวฮากาตะจากดินแดนภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในเมืองไทยกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ชอบเนื้อวัวนุ่มลิ้นมีเอกลักษณ์ รสสัมผัสความอร่อยไม่เหมือนใคร ผสานกับความหอมกรุ่นของเนื้อเมื่อถูกย่างไฟ เวลาทานร้อนๆ ก็แทบจะละลายไปในปากเลยทีเดียว

อุด้งหน้าเนื้อวากิวฮิดะ อีกหนึ่งเมนูที่คุณต้องไม่พลาด เพราะเนื้อฮิดะ ถือเป็นหนึ่งในเนื้อวัวคุณภาพลำดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เพราะเมืองฮิดะที่เลี้ยงวัวชนิดนี้ อยู่ในหุบเขาที่มีระบบน้ำและบรรยากาศที่ดีมาก ทำให้รสชาติของเนื้อวัวที่ออกมามีความหวานนุ่มแบบลงตัว ทานแล้วแทบจะละลายในปากกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ จุดเด่นที่สำคัญอีกหนึ่งอย่าง ก็คือ น้ำซุปรสกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่เข้ากันอย่างลงตัว สำหรับคนที่อยากลองทานเมนูง่ายๆ และลองสัมผัสเนื้อวัวรสชาติเยี่ยมสักครั้ง จานนี้น่าจะตอบโจทย์ความอร่อยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ต่อด้วยเมนู ข้าวหน้าเนื้อวากิวฮิดะ จานอร่อยสำหรับคนที่ชอบทานเนื้อ ปรุงรสชาติน้ำซอสราดอย่างพิถีพิถันตามแบบฉบับของร้าน ที่ให้กลิ่นหอมละมุน รสชาติหวานกลมกล่อมอย่างลงตัว พอจับคู่กับเนื้อวัวฮิดะคุณภาพเยี่ยม สำหรับคนชอบทานเนื้อ นี่คือความอร่อยอย่างลงตัวที่หากคุณมีโอกาส ต้องลองชิมสักครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง ซาซิมิโมริ (ปลาดิบแบบดั้งเดิม) ที่นำเสนอความอร่อยเด็ดของวัตถุดิบชั้นเลิศจากท้องทะเล อย่าง โอโทโร่, ชิมาอาจิ, อากามิ, ฮามาจิ, แซลมอน และ นามาคากิ (หอยนางรมสดญี่ปุ่น) ซึ่งถือเป็นพระเอกของจานนี้ เพราะหอยนางรมญี่ปุ่นจะมีความมันและรสชาติที่หวานโดยธรรมชาติ ก็เพราะน้ำทะเลที่ญี่ปุ่นมีความสะอาด และมีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์นั่นเอง ส่วนเอกลักษณ์ของเมนูซาซิมิแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมนั้น ให้สังเกตวิธีการแล่ชิ้นปลาที่ต้องมีขนาดใหญ่ เมื่อทานแล้วก็ให้ความรู้สึกเต็มปากเต็มคำ เพื่อให้ลิ้นของเราสามารถรับรสสัมผัสความอร่อยได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

เมนูต่อมา โอมากาเสะ สำหรับอาหารในชุดนี้ จะมีออร์เดิร์ฟที่น่าสนใจอย่างอะโวกาโด และเมนไทโกะ ที่ครีเอตรูปแบบออกมาอย่างเก๋ไก๋เป็นรูปแตงโมญี่ปุ่นผ่าซีก, คาโมโรซึ (เป็ดตุ๋น), ถั่วญี่ปุ่น, กุ้ง, คานิสลัด หรือ สลัดปูอัด, ซาซิมิ (ปลาดิบ) ที่ประกอบด้วย ชูโทโร่, ชิมาอิ และแซลมอน ที่สดใหม่และส่งตรงความอร่อยมาจากญี่ปุ่น เทมปุระกุ้ง, เทมปุระปลา และผักเทมปุระ ซึ่งที่นี่มีเอกลักษณ์ตรงที่จะใส่อัลมอนด์สไลซ์ลงไปในแป้งเทมปุระด้วย เวลาทานก็จะได้ความกรุบกรอบอร่อยไม่เหมือนใคร, ปลาจินดาระย่าง (ปลาหิมะญี่ปุ่น) หมักซอสมิโซะญี่ปุ่น รสชาติอร่อยแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ก้ามปูทาราบะย่าง ก้ามปูเนื้อนุ่มเต็มคำ นำเข้าจากญี่ปุ่น ที่มีกลิ่นหอมชวนหิวอยู่ไม่น้อย

นอกจากนี้ยังมีเมนูเบสิกแสนอร่อย อย่าง ซูชิปลากะพงญี่ปุ่น, อากามิ, ปลาทูน่า และปลาไหล ก่อนจะปิดท้ายด้วย ซุปมิโซะญี่ปุ่น ถือเป็นชุดอาหารสุดพิเศษสำหรับต้อนรับแขกคนสำคัญของเรา และอาหารตามฤดูกาลที่คัดสรรความอร่อยมาให้ได้ลิ้มลองอย่างลงตัว

“อยากเชิญชวนให้ลองมาทานอาหารที่ร้านของเราดูสักครั้ง เรานำเข้าวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นมาคอยให้บริการทุกท่าน เพราะอยากให้ทุกท่านได้ทานอาหารที่มีคุณภาพที่ดีเทียบเท่ากับที่ญี่ปุ่นจริงๆ ไม่ต้องเดินทางไปถึงที่โน่น ก็สามารถสัมผัสกลิ่นอายความอร่อยจากแดนอาทิตย์อุทัยได้ แถมคุณภาพของอาหารที่ร้าน ถือว่าเกินราคาจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ อยากชวนให้ทุกท่านได้มาลิ้มลองอาหารที่ร้านของเราค่ะ” คุณแดง กล่าวเชิญชวนทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่จะมาทานอาหารที่ร้านแห่งนี้ ก็มาได้ไม่ยาก ร้าน CHA CHA AN (ชะ ชะ อัน) เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. ร้านตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 10 ตรงข้ามแยก 2 มีที่จอดรถไว้ให้บริการในร้านอย่างสะดวก หรือถ้ามาไม่ถูกจริงๆ ก็สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ (02) 391-2491

เรียนไป ได้ใช้แน่!!! คอร์ส สอนทำ “โลงศพ” ไว้ใช้เอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07066011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

ของดี อินเตอร์

โดย รัตติกรณ์

เรียนไป ได้ใช้แน่!!! คอร์ส สอนทำ “โลงศพ” ไว้ใช้เอง

ถึงแม้เราทุกคนจะรู้ดีแก่ใจว่า สักวันหนึ่ง เราก็ต้อง “ตายแน่” แต่ถึงกระนั้น ความตายก็ยังเป็นเรื่องที่คนเราไม่ค่อยชอบพูดถึงกัน และถึงแม้ปัจจุบันจะมีทั้งเว็บ และเพจที่พูดถึงเรื่องการ “เตรียมตัวตาย” อยู่ไม่น้อย แต่ส่วนมากก็จะเป็นเว็บ หรือเพจเกี่ยวกับธรรมะ ซึ่งหลายคนอาจไม่ถูกจริต ไม่ชอบอ่าน หรืออ่านแล้ว “ไม่อิน” พอผ่านไปสักพักก็ลืม!!!

แต่วันนี้เรามีเรื่องราวของการ “เตรียมตัวตาย” อีกรูปแบบหนึ่ง ที่หากใครได้มีโอกาสลงมือทำแล้วไม่น่าจะลืมกันได้ง่ายๆ เป็นเรื่องราวของ มาร์ติน เจคส์ และนอร่า เคนเนดี้ ชาวอังกฤษ ในเมืองสเตราด์ แคว้นกลอสเตอร์เชียร์ ที่เปิดคอร์ส สอนการ “ทำโลงศพ” ไว้ใช้เอง แต่ระหว่างที่ยังไม่ถึงเวลาจำเป็นต้องใช้ก็สามารถนำโลงศพนั้นไปตั้งเป็นตู้ใส่หนังสือ หรือตู้ใส่ของอเนกประสงค์ใช้ไปพลางๆ ก่อนได้

มัน “เจ๋ง” ฝุดๆ ก็ตรงนี้ล่ะ!!!

ทั้งนี้ มาร์ติน เล่าว่า โลงศพที่ถักสานจากต้นวิลโลว์ (willow ) หรือต้นหลิว ซึ่งเป็นต้นไม้ที่หาได้ง่ายภายในประเทศอังกฤษ เป็นโลงศพแบบบ้านๆ ที่ชาวบ้านใช้กันมานานตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ อีกทั้งยังเป็นโลงศพที่สามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี หากเก็บไว้ในที่แห้ง แล้วยังเป็นโลงศพที่สามารถใช้ได้ทั้งฝัง หรือเผา จึงพูดได้ว่าเป็นโลงศพที่สามารถตอบโจทย์ได้ครบ

สำหรับค่าเรียนคอร์สเดอะ เมกกิ้ง ยู โอน วิลโลว์ คาสเกต (The Making you Own Willow Casket) ซึ่งแปลตรงๆ ได้ว่า สอนทำโลงศพของตัวเอง มาร์ติน และนอร่า เก็บค่าเรียน 300 ปอนด์ (ราว 16,350 บาท) โดยเริ่มเปิดสอนไปเมื่อวันฮาโลวีน เมื่อ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งมาร์ติน และนอร่า เล่าว่า ที่พวกเขาถือโอกาสเลือก “วันปล่อยผี” มาเป็นวันเปิดสอน ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศวันฮาโลวีน ที่คนชอบแต่งตัวเป็นคนตาย แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่มาร์ตินบอกก็คือ

“ในช่วงเวลานี้ของปี ซึ่งมีความเชื่อกันว่า ม่านกั้นระหว่างโลกความเป็น กับ โลกความตายได้ขยับเข้ามาใกล้กันมาก จึงนับเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทำอะไรดีๆ และมีเป้าหมาย นอกจากนั้น ยังถือเป็นโอกาสที่เราจะได้สำรวจดูความคิด ความรู้สึกของเราที่มีต่อความตายของตัวเราเองในทางที่สร้างสรรค์ด้วย”

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่นี่ไม่ใช่การเปิดสอนครั้งแรกของทั้งคู่ ดังนั้น มาร์ตินจึงสามารถหยิบคำบอกเล่าของบรรดาลูกศิษย์ที่เคยมาลงเรียนทำโลงศพกับเขา และนอร่า มาบอกต่อได้ว่า “คนที่เคยผ่านประสบการณ์ เคยสูญเสียคนในครอบครัว มักจะมาบอกกับผมว่า คอร์สนี้ได้เปลี่ยนมุมมองที่พวกเขามีต่อความตาย และผมคิดว่า ถ้าหากเราสามารถเผชิญหน้ากับความตายของตัวเองในแนวทางที่เป็นบวกอย่างนี้ได้ เราก็จะสามารถยอมรับความตายได้มากขึ้น”

แต่ที่รับประกันได้แน่ๆ ก็คือ ทำแล้วได้ใช้แน่ รับรองว่า ไม่เสียของ!!!

กสิกรไทย ฟันธง ธุรกิจรุ่ง ปี 59 เตือนภัยอุตสาหกรรมใช้แรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07067011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

เสริมไอเดีย

สร้าง บุญสอง srangbun@hotmail.com

กสิกรไทย ฟันธง ธุรกิจรุ่ง ปี 59 เตือนภัยอุตสาหกรรมใช้แรงงาน

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทางธนาคารกสิกรไทยออกมาประมาณการว่า ปี 2559 จีดีพีบ้านเราจะโต 3% โดย คุณปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า การลงทุนของภาครัฐยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากการผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 20 โครงการ มูลค่ารวม 1.77 ล้านล้านบาท ขณะที่ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจำปี รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายลงทุนทั้งสิ้น 5.44 แสนล้านบาท สูงกว่าปี 2558 ถึง 20.7% รวมทั้งมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่เอสเอ็มอี นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมที่สำคัญของไทยด้วย

การค้าชายแดนไปโลด

พร้อมกันนั้นยังชี้ด้วยว่า เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มฟื้นตัวในกรอบจำกัด โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่ยังเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของการส่งออกของไทยในปีหน้า อย่างไรก็ตาม หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านพ้นจุดต่ำสุดและเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น คาดว่าการส่งออกของไทยในปี 2559 จะกลับมาขยายตัวได้เล็กน้อยที่ประมาณ 2% ด้านการค้าชายแดนยังมีศักยภาพที่ดี

ประกอบกับการที่ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนในเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่การค้าชายแดน และซุปเปอร์คลัสเตอร์ (Border Special Economic Zones & Cluster Based Special Economic Zones) ซึ่งจะสนับสนุนให้ธุรกิจการค้าในพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีการขยายตัว นอกจากนี้ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (CLMV) ยังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง เป็นตลาดที่มีศักยภาพเพื่อการค้าการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคนี้

จากภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศและแนวโน้มของภูมิภาค ธนาคารกสิกรไทยจึงกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของธนาคารในปี 2559 ดังนี้ สินเชื่อโดยรวมเติบโตที่ 6-7% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) ที่ 45-47% และอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL) ที่ระดับ 3.5-3.6% พร้อมตอกย้ำเป้าหมายการเป็นธนาคารหลักของลูกค้า (Customer”s Main Bank) ในทุกกลุ่มลูกค้า ยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล และเดินหน้ายุทธศาสตร์การเป็นธนาคารแห่ง AEC+3 เพื่อตอบรับศักยภาพของตลาดในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผลและทันต่อภาวการณ์เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงในระยะยาว

ด้าน คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ย้ำอีกว่า ปีหน้ากสิกรไทยเน้นการเป็น “AEC+3 Bank” เพื่อตอบสนองต่อโอกาสทางธุรกิจจากการเกิด AEC และโอกาสทางธุรกิจกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยมีกลยุทธ์ในด้านธุรกิจข้ามประเทศที่มุ่งเน้นขยายการให้บริการ เพื่อรองรับลูกค้าที่ขยายธุรกิจและการลงทุนในกลุ่มประเทศ AEC+3 ด้วยบริการทางการเงินระหว่างประเทศแบบครบวงจร (Seamless Cross Border Solution) 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ บริการ Regional Value Chain Solution ที่เชื่อมโยงธุรกิจของลูกค้า เพื่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการสูงสุดภายในเครือข่ายธุรกิจ มุ่งเน้นในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักคือ กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคและบริการ และกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์

บริการ Investment Solution ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจไทยที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ผ่านการจับคู่ธุรกิจและการควบรวมกิจการ และบริการ Trade and Payment Solution ให้บริการการโอนและชำระเงิน ผ่านการสร้าง Border Trade Solution เช่น การจัดตั้งศูนย์ธุรกิจการค้าชายแดนที่แม่สอดเพื่อตอบรับกับนโยบายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการสร้าง Digital Cross Border Payment Solution ด้วยการจับมือกับพันธมิตรพัฒนาระบบการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านระบบดิจิตอล แบงกิ้ง เพื่อรองรับการชำระเงินและโอนเงินข้ามประเทศ

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายช่องทางการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับสาขาในประเทศจีนให้เป็นธนาคารท้องถิ่น การเปิดสาขาในประเทศกัมพูชา การขยายสาขาในประเทศลาว การวางแผนการเปิดสาขาในประเทศเวียดนามและเมียนมา รวมทั้งการเชื่อมต่อกับธนาคารพันธมิตร

ปัจจุบัน ธนาคารกสิกรไทยมีเครือข่ายบริการ ประกอบด้วย สาขาในต่างประเทศ 6 สาขา ได้แก่ สาขาเซินเจิ้น สาขาย่อยหลงกั่ง เซินเจิ้น สาขาเฉิงตู สาขาฮ่องกง สาขาลอสแองเจลิส สาขาหมู่เกาะเคย์แมน ธนาคารท้องถิ่น 1 แห่ง คือที่ สปป.ลาว สำนักผู้แทน 9 แห่ง ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง โตเกียว ย่างกุ้ง ฮานอย โฮจิมินห์ จาการ์ตา และ พนมเปญ ธนาคารพันธมิตร 72 แห่ง ใน 11 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี อิตาลี ลาว เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ จีน

เฮลท์แคร์ มีอนาคต

คุณธีรนันท์ สรุปภาพธุรกิจสำคัญในปี 2559 โดยแยกแต่ละอุตสาหกรรมให้เห็นดังนี้ ในส่วนของปิโตรเคมี ยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ แต่อาจจะไม่เลวร้ายเท่าปี 2558

ยานยนต์และชิ้นส่วน ยอดขายในประเทศประคองตัว แต่มีการคาดหวังส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง

อาหารแปรรูป การส่งออกขยายตัวในกลุ่มเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ไก่ สิ่งปรุงรสอาหาร แต่บางกลุ่มอย่างอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัยลบ

การค้าปลีกสมัยใหม่ ขยายตัวได้ในโมเดลที่จับตลาดกลางขึ้นบน และมีสัดส่วนของสินค้าอาหารค่อนข้างมาก และมีสาขาอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ อาทิ ชายแดนและในจังหวัดท่องเที่ยว

โรงแรม เชนโรงแรมขยายเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ระดับบนมาถึงระดับกลาง สอดรับกับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในสายการบินต้นทุนต่ำ ส่วนเอสเอ็มอี เจอการแข่งขันสูง

อสังหาริมทรัพย์ มาตรการรัฐ มีส่วนสนับสนุนกลุ่มที่อยู่อาศัย แต่ภาพรวมยังถูกกดดันจากกำลังซื้อ

ธุรกิจเฮลท์แคร์ เติบโตได้ต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องการดูแลสุขภาพ

สิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่มน่าห่วง

คุณธีรนันท์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยบวกในปี 2559 จากการที่ภาครัฐตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกิดการประมูลและเริ่มลงทุนโครงการต่างๆ รวมเป็นเม็ดเงินราว 3 แสนล้านบาท จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งทั้งภายในประเทศและที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน (ASEAN Connectivity) ซึ่งจะสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังการเปิด AEC สมบูรณ์ ส่งผลให้ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้ในปี 2559 ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง ขนส่ง

ขณะที่ธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคมจะมีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน จากการขยายการลงทุนของผู้ได้รับใบอนุญาต 4G รวมทั้งความต้องการบริการด้านข้อมูล (Non-Voice Service) ที่เพิ่มขึ้น ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิตอลและความต้องการใช้งานเพื่อสนับสนุนธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ

นอกจากนี้ ธุรกิจการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนจะมีแนวโน้มที่ดี จากการจัดสรรกำลังการผลิตไปสู่ตลาดศักยภาพในต่างประเทศ เพื่อทดแทนยอดขายในประเทศที่อาจยังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง

สำหรับธุรกิจที่พึงระวังในปีหน้า มีดังนี้ สินค้าเกษตรและประมง อันเนื่องมาจากปัญหาภัยแล้งที่ยังคงมีต่อเนื่อง และราคาที่แม้ไม่ทรุดแต่ก็ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะเป็นแรงถ่วงรายได้และกำลังซื้อของกลุ่มฐานราก นอกจากนี้ ในกลุ่มประมงอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการของประเทศคู่ค้า (IUU Fishing)

อีกประเภทหนึ่งคือ สินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้น ได้แก่ กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดที่ผู้ประกอบการมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ได้เปรียบด้านต้นทุนและสิทธิทางภาษี

สายป่าน ลุยร้านกาแฟ 29 NOV. ส่งต่อความอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07070011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

อาชีพคนดัง

นันท์นิ ชาดา

สายป่าน ลุยร้านกาแฟ 29 NOV. ส่งต่อความอร่อย

หลังจากคว้าใบปริญญามาหมาดๆ นางเอกสาว สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข ก็ลุยทั้งงานแสดงและธุรกิจส่วนตัว และเป็นจังหวะลักกี้อินเกม ลักกี้อินเลิฟซะด้วย เพราะตอนนี้หัวใจพองโตกับนายแบบหนุ่มสุดติสต์ เบย์-ณรัฐ สุมิตร และจุดเริ่มต้นของความรักมาพร้อมกับจุดเริ่มต้นของการลงหุ้นเปิดร้านกาแฟ 29 NOV. BY ME & MY ZOMBIEBOY ในโครงการ N-Siri Resort & Hotel ลำลูกกา 71 (คลองสี่)

ร้านกาแฟที่ทั้งสองตั้งใจแบ่งปันกาแฟอร่อยให้กับเพื่อนๆ

คอกาแฟ

ทั้งสายป่านและแฟนหนุ่มเปิดใจถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจร่วมกัน จากที่ทั้งคู่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวบ่อย และทุกครั้งที่ไปไม่เคยจะพลาดที่จะแวะชิมลิ้มรสกาแฟของแต่ละที่ และเรียกว่าทุกที่ที่ไป จะต้องนึกถึงกาแฟเป็นสิ่งแรกในชีวิต เลยปรึกษากันว่าถ้าชอบกินกาแฟมากขนาดนี้ก็น่าที่จะเปิดร้านเสียเลย ประกอบกับถ้าลงทุนซื้อเครื่องชง ก็น่าจะแบ่งปันให้คนอื่นกินด้วย

“เมื่อก่อนเรา 2 คนไปเที่ยวเยอะมาก คนอื่นๆ เวลาไปทัวร์จะไปตามแลนด์มาร์ก แต่สำหรับเราลงรถมาจะหันซ้ายหันขวาหาร้านกาแฟอย่างเดียวเลย หรือเวลาที่ป่านไปทำงานที่กองละคร ก็จะหากาแฟก่อนเลย ชอบกินกาแฟ และถ้าเจอร้านบรรยากาศดีๆ ก็จะนั่งได้นาน แต่ถ้าร้านไหนกาแฟไม่อร่อยจะหันหน้ามองกัน และ “ฮึ่ม!! ไม่มาอีกแล้ว” เรามานั่งคุยกันว่าถ้าชอบกาแฟขนาดนี้ทำไมไม่เปิดร้านซะเองเลย และก็เริ่มต่อมาที่จะซื้อเครื่องชงกาแฟไว้ที่บ้าน ตื่นเช้ามาจะได้ไม่ต้องลำบากในการหากาแฟกัน แต่พอเริ่มศึกษาการใช้เครื่องชง ถ้าเป็นเครื่องธรรมดามันก็ไม่ได้ ต้องเป็นเครื่องชงกาแฟออริจินอล ราคาแสนอัพ เราจะซื้อเครื่องราคาเป็นแสนเพื่อจะชงให้ 4 คนกินแค่นั้นเหรอ งั้นเราเปิดร้านดีกว่าจะได้แบ่งกาแฟให้คนอื่นกินด้วย เพราะฉะนั้น ร้านจึงมีที่มาจากเครื่องชง มันเกิดจากกาแฟที่เราชอบกิน และจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนของเมล็ดกาแฟ”

29 NOV.

สำหรับร้าน 29 NOV. เจ้าของร้านบอกเล่าว่า มาจากวันที่ทั้งคู่เริ่มต้นคบหากัน นั่นคือวันที่ 29 พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา และเมื่อเป็นร้านที่ทั้ง 2 คนร่วมมือลงแรงกายแรงใจ จึงใช้วันแห่งการเริ่มต้นเป็นชื่อของร้าน ส่วนไอเดียการตกแต่งร้านนั้น ฝ่ายแฟนหนุ่มเป็นผู้ดูแล เพราะครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว

“ชื่อร้านก็คือมันเป็นวันที่ป่านกับพี่เบย์ตกลงคบกัน พอจะทำร้านด้วยกันจึงคิดว่าใช้วันที่เราเริ่มคบกันเป็นชื่อร้านละกัน ส่วนโลเกชั่น ป่านมองว่าที่ตรงนี้ใกล้บ้านป่าน เดินทางสะดวก ค่าเช่าสมเหตุสมผล เดิมทีเป็นกำแพงเปล่าๆ โล่งๆ เป็นห้องเก่า รื้อผนังและทำใหม่ เรียกว่ารีโนเวตกันใหม่ ส่วนการตกแต่ง พวกเฟอร์นิเจอร์ พี่เบย์เป็นคนออกแบบ เพราะครอบครัวพี่เบย์มีธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ มันจึงเอื้อกันหลายอย่าง ไอเดียของการตกแต่งคือ ต้องรู้สึกว่ามันคือบ้าน อย่างที่บอกว่าเราอยากแบ่งปันกาแฟที่บ้านให้คนอื่นได้ชิมด้วย เพราะฉะนั้น ลูกค้าที่เข้ามาจะรู้สึกเหมือนกินกาแฟที่บ้านเพื่อน มีมุม มีบาร์ มีโต๊ะประชุม โต๊ะกินข้าวหรือว่าโซฟานั่งเล่น โต๊ะสนามก็มี อ่านหนังสือโต๊ะสูงก็มี หรือถ้าอยากจะมองอันนี้ก็เหมือนลิฟวิ่งรูม เป็นโซฟารับแขก”

จุดเด่น นำเข้าเมล็ดกาแฟ

หลังจากเดินหน้าเปิดร้านกาแฟ เจ้าของร้านไม่รอช้าที่จะศึกษาวัตถุดิบที่สำคัญของการเปิดร้าน นั่นคือ เมล็ดกาแฟ เพราะที่ผ่านมาจากการเป็นนักชิมกาแฟ ทำให้เธอได้รับรู้รสว่า กาแฟแต่ละร้านรสชาติไม่เหมือนกัน และได้คำตอบว่าสำคัญที่สุดคือ การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ และถ้าเธอสบโอกาสได้เดินทางไปลิ้มรสกาแฟที่อร่อย ไม่ว่าจะไกลถึงต่างแดน เธอก็ออร์เดอร์มาขายที่ร้าน

“ป่านเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง เริ่มจากเมล็ดกาแฟ เมื่อก่อนสงสัยมาตลอดว่าร้านกาแฟแต่ละร้าน รสชาติไม่เหมือนกัน บางร้านเปรี้ยว บางร้านขม บางร้านกินแล้วดิบ บางร้านไม่ดิบ หรือบางร้านอร่อยนุ่มจังเลย และทำให้รู้ว่ามันขึ้นอยู่กับการคัดเลือกวัตถุดิบ นั่นคือ กาแฟ และที่ร้านจะใช้กาแฟที่เป็นเมล็ดมาจากที่อื่น เปลี่ยนทุกเดือน ล็อตแรกที่เอามาคือเมล็ดกาแฟจากเคนยา ซึ่งเป็นร้านที่ป่านกับพี่เบย์ไปชิมมาแล้ว รสชาติจะมีทั้งคั่วเข้ม คั่วกลาง คั่วอ่อน เราชอบแบบไหนก็นำเข้ามาไว้ที่ร้าน พอล็อตเคนยาหมด ตอนนี้เป็นเมล็ดที่นำเข้าจากกัวเตมาลา เป็นสเปเชี่ยลเมนู มีจำนวนจำกัด ถ้าพลาดแล้วพลาดเลย ก็ต้องรอให้ป่านเบื่อกัวเตมาลา เบื่อบราซิล เบื่อเอธิโอเปีย มันอาจจะวนกลับมาอีกก็ได้ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ คือถ้าลูกค้าอยากกินเคนยา คุณไม่ต้องไปถึงเคนยา มาที่ร้านป่านก็ได้กิน คือถ้าอันนั้นที่ป่านกินแล้วอร่อยป่านจะเอามาไว้ที่ร้าน ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากความชอบ และการได้ไปชิมแล้วรู้สึกว่ามันดีที่สุดที่เอาเข้ามา ราคาจะขึ้นลงตามเมล็ดพันธุ์ของกาแฟค่ะ

เมนูแนะนำ สำหรับป่านชอบคาปูชิโน่ แต่ถ้าเมนูอื่นๆ แนะนำหมดเลย ถ้ากินเข้มแนะนำคาปูชิโน่ แต่ถ้ากินอ่อนไม่เข้มก็ต้องลาเต้ค่ะ”

ใส่ใจทุกรายละเอียด

นอกจากจะรักในสิ่งที่ทำแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ การใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งเรื่องของการบริหาร และการบริการ เพราะจากจุดเล็กๆ ถ้าไม่ใส่ใจอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เพราะฉะนั้น ทั้งเธอและแฟนหนุ่มจะไม่ปล่อยปละละเลยแม้แต่น้อย

“เรื่องของการบริหารสำคัญมาก ถ้าเราไม่รักร้านของเรา ถ้าเราไม่ใส่ใจร้านของเราแล้วเราปล่อยปละละเลย จากจุดเล็กๆ มันจะกลายเป็นใหญ่ จากขี้ฝุ่นขี้ผงหนึ่งมันก็จะกลายเป็นกองขยะ ถ้าเราละเลยเราไม่เข้าร้านมันก็จะกลายเป็นปัญหาทั้งหมด คือมันมีความจำเป็นต้องเข้า เราจะต้องรู้ว่าของเราอ่ะ…โกโก้ ช็อกโกแลต 1 ขวด เราใช้ไปกับอะไรบ้าง ใช้ไปเท่าไหร่ นมข้นลิตรละเท่าไหร่ ต่อ 1 แก้ว ใช้นมข้นไปเท่าไหร่ แล้วนมข้น 1 กิโล เราใช้ทำกาแฟได้กี่แก้ว แสดงว่าถ้านมข้นหายไปสัก 20 ออนซ์ อ่ะรู้แหละ…หายไปไหน ถ้าเกิดไปเปรียบเทียบกับเมล็ดกาแฟด้วย เมล็ดกาแฟก็หายไปด้วย มีคนใดคนหนึ่งในร้านเอาไป เป็นเด็กหรือเปล่าเราไม่รู้อะไรแบบนี้ค่ะ ดังนั้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าร้าน แก้วเย็นมีกี่ใบ แก้วร้อนมีกี่ใบ เราต้องรู้ แตกคือแตก บอกว่าแตก แต่อย่า “แก้วหายไปไหน” บอก “ไม่รู้” เราต้องใส่ใจรายละเอียดมากๆ ค่ะคือบอกกันมาตรงๆ เลย 20-30 บาท น้ำแข็งกระสอบหนึ่งใช้ได้กี่แก้ว อะไรแบบนี้ค่ะ”

อร่อยบอกต่อ

เจ้าของร้านคนสวย บอกเล่าด้วยรอยยิ้มว่า ที่ผ่านมา ร้านเธอมีลูกค้ามาใช้บริการตลอด โดยลูกค้ามาจาก 2 ช่องทางคือ 1. อยากมาลอง และ 2. บอกต่อและกลับมาอีก เธอยอมรับว่า การที่เธอเป็นนักแสดงมีส่วนช่วยให้คนสนใจมาก แต่ถ้ามาลองแล้วชอบและบอกต่อ นี่คือเป็นเรื่องของรสชาติที่ถูกใจ

“ตอนนี้เราทำร้านเหมือนเป็นธุรกิจของพี่น้องคือ ดูแลกัน 3 คน มีป่าน พี่เบย์ และพี่บูมน้องชายพี่เบย์ ดูแลกันแบบพี่น้อง อย่างที่บอกว่าเป็นบ้าน บ้านของเรา เราต้องดูแล แล้วเราก็ดูแลแขกทุกคนอย่างทั่วถึงไม่ได้ให้คนรับรองไปดู เราก็ดูกันตามประสาพี่น้อง แขกของป่านก็คือพี่เบย์ก็ต้องดูแลได้พี่บูมก็ต้องช่วย แขกของพี่เบย์…ป่านกับพี่บูมก็ต้องดูแลได้ แขกของพี่บูมมาป่านกับพี่เบย์ก็ต้องดูแลได้ พี่บูมก็นั่งรับแขกไป เหมือนเป็นบ้านเอาไว้รับแขกมากกว่า

ฟีดแบ็กจากลูกค้า ค่อนข้างโอเค ทุกคนบอกรสชาติดี ความชอบก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าแต่ละคนที่เข้ามา ชอบหวานมาก หวานน้อย เขาก็จะเป็นคนบอกของเขาเองเพราะว่าคราวนี้เขามากิน คราวหน้าเขาก็รู้แล้วว่ากาแฟร้านเรารสชาติเป็นแบบนี้ คราวหน้าเขาเข้ามาเขาก็จะบอก “ขอหวานๆ” “ขอหวานน้อย” อันนี้คือในส่วนของกาแฟเย็นนะคะ แล้วแต่รสนิยมการกินของแต่ละคนมากกว่า”

ขยับขยายสาขา

การขยับขยายสาขาเป็นเรื่องที่เธอกำลังมองลู่ทางอยู่ เพราะอย่างไรเสีย ก็อยากให้ร้านนี้อยู่ได้ด้วยตัวเองก่อนที่จะก้าวไปสู่สาขา 2 เพราะเธอมองว่าธุรกิจร้านกาแฟไม่ใช่เป็นช่องทางที่จะทำให้เธอรวย แต่เกิดจากความรัก อยากเปิดร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน และแบ่งกาแฟที่อร่อยให้คนอื่นได้ชิมกัน และตอนนี้เธอก็กำลังเตรียมเปิดร้านกาแฟอีกสาขาย่านลำลูกกา คลองสาม

“ทำร้านกาแฟเหนื่อยมากนะคะ คือต้องบอกก่อนว่าร้านกาแฟมันต้องใช้เวลาในการเอาใจใส่มันเยอะมาก เพราะว่าแค่กาแฟแก้วหนึ่งมันไม่ได้ปรุงด้วยครีมเทียมหรือคอฟฟี่เมตง่ายๆ มันต้องใส่ใจค่อนข้างเยอะค่ะ ดังนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะกับการที่ให้ตัวเองอยู่ได้ ก่อนอื่นเลยป่านต้องบอกก่อนว่าป่านกับพี่เบย์ไม่ได้มองว่าร้านกาแฟจะเป็นหนทางธุรกิจที่จะทำให้เรา 2 คนรวยและล่ำซำเป็นเถ้าแก่เนี้ยเป็นเถ้าแก่บริหารงานด้วยกัน มันเกิดจากความรัก ป่านอยากทำบ้าน ป่านอยากเปิดร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน ได้แบ่งกับแฟนหรือให้คนอื่นกิน ไม่ได้หวังจะกอบโกยเอากำไรตรงนี้เลย ถ้าวันหนึ่งมันเสมอตัวป่านก็จะไม่ว่าอะไรเพราะถือว่าแทนที่ป่านจะต้องตระเวนกินกาแฟที่อื่น ป่านมีเฟอร์นิเจอร์ที่พี่เบย์เลือกมา ป่านมีบรรยากาศร้านที่อบอุ่นเหมือนบ้าน ป่านมาถึงป่านมีพี่บูมมีพี่เบย์คอยอยู่ พวกเราทุกคนเดินสวนกันอยู่ในนี้ มันเหมือนกับเราตื่นมาแล้วเราอยู่บ้าน ป่านมีความสุขแบบนี้ แต่ว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่ว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราเลือกตั้งแต่แรกให้มันดี คนเข้ามาเขาก็เห็นว่ามันดี มันก็เลยได้ ตอนนี้มีมองไว้ตรงลำลูกกา คลองสาม อยากแบ่งปันกาแฟดีๆ แบบนี้ให้คนตรงนั้นได้กินด้วย เขาจะได้ไม่ต้องเดินทางมาไกลถึงขนาดนี้ค่ะ”

ใครเป็นคอกาแฟห้ามพลาดที่จะไปลิ้มรสกาแฟหอมกรุ่นที่ร้านกาแฟ 29 NOV. BY ME & MY ZOMBIEBOY ในโครงการ N-Siri Resort & Hotel ลำลูกกา 71 (คลองสี่)