“จริยาสตูดิโอ” กับงานศิลปะวาดภาพบนกระเบื้องแนวพอร์ซเลน (Porcelain)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07066011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

ศิลปหัตถกรรม

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

“จริยาสตูดิโอ” กับงานศิลปะวาดภาพบนกระเบื้องแนวพอร์ซเลน (Porcelain)

พอร์ซเลน (Porcelain) เป็นศิลปะการวาดภาพบนพื้นกระเบื้องอีกแนวหนึ่งที่มีความสวยงามประณีตจากปลายพู่กัน และที่รู้จักกันดีอย่างเช่นงานเบญจรงค์

ศิลปะการเขียนสีและวาดลวดลายบนกระเบื้องพอร์ซเลนนั้นถือเป็นจินตนาการอันงดงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยมและสุนทรีย์

แต่เนื่องจากผู้ผลิตงานศิลปะชนิดนี้ต้องมีความสามารถสูงทั้งทักษะ ความชำนาญ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ ประกอบกับการผลิตชิ้นงานมีต้นทุนสูงไม่ว่าจะในเรื่องของสี พู่กัน กระเบื้อง และอุปกรณ์สำคัญที่สุดคือ เตาเผา ที่มีราคาสูงมาก ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้งานศิลปะชนิดนี้อยู่ในวงจำกัด ไม่ค่อยแพร่หลายในวงการศิลปะบ้านเราสักเท่าไร

“จริยาสตูดิโอ” นอกจากเป็นร้านจำหน่ายและรับผลิตงานศิลปะในแนวพอร์ซเลนแล้วยังเป็นสถานที่รับสอนงานศิลปะแนวนี้ด้วย

คุณจริยา กิระนันทวัฒน์ หรือ คุณเล็ก เจ้าของร้านบอกเล่าถึงความเป็นมาว่า “จริยาสตูดิโอ” รับสอนเพ้นต์กระเบื้องและเพ้นต์ผ้า มาประมาณ 15 ปี ตอนแรกที่เริ่มเพ้นต์ตั้งใจให้เป็นงานอดิเรกเพราะใจชอบ และรักการวาดรูป แต่กลับเรียนมาทางด้านการเงินและบัญชี

ทั้งนี้ เพราะด้วยใจรักจึงใฝ่เรียนรู้ ฝึกฝน กระทั่งเห็นว่าฝีไม้ลายมือพอเข้าขั้น จึงทดลองส่งงานเข้าประกวดของนิตยสารต่างประเทศ ปรากฏว่าได้รับรางวัล จึงเป็นที่สนใจของหลายฝ่าย ได้ออกสื่อแทบทุกชนิด จากนั้นเลยตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเอง

งานประเภทแรกเป็นการเพ้นต์กระเบื้องในอุณหภูมิสูง แล้วยังได้เพ้นต์งานกระเบื้องที่อุณหภูมิต่ำด้วย โดยงานประเภทนี้มักเป็นชิ้นงานขนาดเล็กและถือเป็นงานอดิเรกที่คนทั่วไปนิยมวาดกัน อย่างเช่น ถ้วยกาแฟ จานรองแก้ว อย่างไรก็ตาม สรุปว่ามีความสามารถและเชี่ยวชาญงานเพ้นต์ทั้ง 2 แบบ

คุณจริยาชี้ว่า ข้อดีของงานเพ้นต์อุณหภูมิต่ำจะไม่ยุ่งยาก ซึ่งเหมาะกับวัสดุขนาดเล็ก สามารถทำเป็นงานอดิเรกยามว่างได้ แต่ไม่ทนทานนานนัก ตรงข้ามกับงานเพ้นต์กระเบื้องอุณหภูมิสูงที่มีความยุ่งยาก เพราะต้องใช้ความร้อนจากอุณหภูมิสูงที่ 750-850 องศาเซลเซียส มีความทนทานกว่า จะต้องเผาจำนวนหลายครั้งประมาณ 5-6 ครั้ง เพื่อให้ได้ความสวยคมชัดตามที่ต้องการ ดังนั้น ผู้ทำต้องมีความชำนาญ มีทักษะ อีกทั้งยังต้องลงทุนสูง แต่มีความทนทานมาก จึงเหมาะกับการทำเป็นอาชีพมากกว่า

งานที่รับทำเป็นงานออร์เดอร์มากกว่า อย่างงานชุดดินเนอร์ เป็นของชำร่วยงานเกษียณ วันเกิด ครบรอบวันแต่งงาน หรืองานพิเศษต่างๆ แล้วแต่ลูกค้าต้องการ ทั้งนี้ งานทุกอย่างมีเข้ามาตลอด โดยแต่ละงานที่รับจะต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากมีความละเอียด หลายขั้นตอน อีกทั้งยังต้องทำด้วยความประณีต ทั้งนี้ การรับแต่ละงานต้องคุยและตกลงกับเจ้าของงานก่อน

สำหรับวัสดุที่ต้องการนำมาเพ้นต์ลูกค้าอาจซื้อมาเอง ซึ่งมีขายตามแหล่ง หรือจะให้ทางร้านแนะนำก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนอื่นต้องมาคุยกันก่อนเพราะจะได้แนะนำให้ไปเลือกซื้อวัสดุที่ถูกต้องเหมาะสม ทั้งนี้ งานที่ได้จะออกมาสวยและมีความทนทาน

แนวการเพ้นต์จะมีรูปแบบและสไตล์ทั้งยุโรปและอเมริกา ทั้งนี้ คุณจริยา เผยว่า ความยาก-ง่ายของงานประเภทนี้อยู่ที่ลายกับประเภทวัสดุที่ใช้เพ้นต์ เพราะถ้าลายที่มีขนาดเล็กแล้วยังต้องเพ้นต์ในบริเวณพื้นที่ที่ลำบากจะค่อนข้างยากและต้องอาศัยทักษะความชำนาญมาก หรืออีกอย่างถ้าเป็นงานที่มีลักษณะโค้งมนกลมถ้าต้องเพ้นต์ลายขนาดใหญ่ก็จะยากลำบากกว่าลายที่มีขนาดเล็กเช่นกัน

ส่วนลายที่ใช้เพ้นต์ให้ลูกค้านั้นอาจจะดูตัวอย่างจากสินค้าในร้าน ซึ่งมีหลากหลายแบบให้เลือก หรือลูกค้าอาจนำแบบที่ต้องการนำมาให้วาดก็ได้ อย่างที่ผ่านมาอาจเป็นรูปตัวการ์ตูน รูปดอกไม้ หรือแม้แต่สัตว์ตามราศี สำหรับลูกค้าท่านใดที่ต้องการความเร่งด่วนทางร้านมีงานเพ้นต์สำเร็จวางขายหน้าร้าน และสามารถรับสินค้าไปได้ทันทีหากพอใจ

นอกจากงานเพ้นต์กระเบื้องแล้ว ในยุคแรกๆ คุณจริยายังรับงานเพ้นต์เสื้อด้วย แต่ในปัจจุบันงานเพ้นต์เสื้อแทบจะไม่ได้ทำแล้ว ทั้งนี้ เพราะสีที่นำมาใช้จะต้องสั่งนำเข้า จึงมีความยุ่งยากหลายขั้นตอน และที่มีวางขายอยู่จะเป็นงานเดิม

เมื่อถามถึงอัตราค่าจ้างเพ้นต์ เจ้าของร้านบอกว่า ในเรื่องค่าจ้างคงไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชนิดสี ลาย ขนาดวัสดุ ความยากง่าย

ทางด้านการขายสินค้าของร้าน “จริยาสตูดิโอ” นั้น ไม่เพียงการนำงานศิลปะสวยๆ มาวางขายหน้าร้านของตัวเองที่ตั้งอยู่แถวบางโพแล้ว เธอยังเปิดช่องทางขายด้วยการใช้สื่อออนไลน์ช่วย อย่างไรก็ตาม จะไม่มีสินค้าของตัวเองวางขาย

ส่วนทางด้านการสอนเพ้นต์กระเบื้อง คุณจริยา บอกว่า ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นความรู้ด้านศิลปะลึกซึ้ง เพียงแค่สนใจ มีใจรัก และชอบ อย่างที่ผ่านมา คนที่มาเรียนเป็นนักเรียนทั่วไป แม่บ้าน คนทำงาน จะมาเรียนวาดคนเดียวหรือหลายคนก็รับสอน

สำหรับเนื้อหาการสอนจะเน้นตั้งแต่การร่างลายเส้น การจัดองค์ประกอบศิลป์ ทฤษฎีสี การให้แสงและเงา เทคนิคการเพ้นต์ การอบชิ้นงานเพื่อให้สีติดทนทาน ตลอดจนการตกแต่งชิ้นงานเพื่อให้มีความสวยงาม

อีกทั้งยังสอนเพ้นต์กระเบื้องเคลือบสไตล์อเมริกัน ด้วยการใช้สีไร้สารตะกั่วที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม อบที่อุณหภูมิ 820 องศาเซลเซียส ด้วยเตาอบเซรามิกที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ทั้งนี้ ผลงานภายหลังการเพ้นต์ที่อบเรียบร้อยแล้วสามารถนำมาใส่อาหารหรือตกแต่งได้ มีค่าอบรมจำนวน 6 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง ในอัตราท่านละ 3,800 บาท (ไม่รวมอุปกรณ์)

“ความจริงการมาเรียนเพ้นต์นั้น ผลงานที่ออกมาจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน อีกทั้งรสนิยม จินตนาการวาดมีความแตกต่างกัน สิ่งที่นำเสนอออกมาคงวัดไม่ได้ว่าดีหรือไม่ แต่ขอให้คิดว่าเป็นการเติมเต็มความรู้อีกด้านที่ชอบ แล้วนำความรู้นี้มาเป็นงานอดิเรกในช่วงเวลาที่ว่างดีกว่า เป็นการสร้างความสุข และการพักผ่อนทางใจได้”

คุณจริยามองว่า ในปัจจุบันงานศิลปะแบบการเพ้นต์กระเบื้องไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เธอชี้ว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกระแสความสนใจอย่างอื่นอาจมีมากกว่า จึงทำให้คนทั่วไปรู้จักการเพ้นต์กระเบื้องในแนวพอร์ซเลนน้อยมาก

ดังนั้น เพื่อเป็นการคงเอกลักษณ์ของศิลปะแนวนี้ให้อยู่ต่อไป จึงมีการรวมกลุ่มของผู้รักและทำอาชีพการวาดภาพบนกระเบื้องจำนวน 100 คน เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและทักษะในการวาดภาพระหว่างสตูดิโอต่างๆ ภายในประเทศไทย ตลอดจนเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งชมรม “นักวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบแห่งประเทศไทย” ขึ้นเมื่อราวกลางปี 2545

โดยชมรมมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้องการเผยแพร่ความรู้ในศิลปะแนวนี้ให้กว้างขวางขึ้น ตัวอย่างกิจกรรมที่ทางชมรมจัดขึ้น อาทิ มีการจัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการสอนวาดภาพและเพ้นต์กระเบื้องจากสตูดิโอต่างๆ ซึ่งผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจะต้องสมัครเป็นสมาชิกชมรมก่อน

“หรืออย่างกิจกรรมล่าสุดเป็นการจัดนิทรรศการภาพวาดบนกระเบื้องเคลือบ ครั้งที่ 3 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-27 ธันวาคม 2558 ณ PEOPLE”S GALLERY ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร BANGKOK ART AND CULTURE CENTRE (BACC)

จึงอยากเชิญชวนทุกท่านที่รักและสนใจงานศิลปะมาร่วมงานในครั้งนี้ และในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ในช่วงที่จัดงานจะมีการสอนเพ้นต์สีบนกระเบื้องด้วย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ (081) 495-5605” คุณจริยา กล่าว

งานศิลปะวาดภาพบนกระเบื้องสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อาจใช้เป็นของตกแต่ง ของชำร่วย หรือให้เป็นของฝากของขวัญก็ย่อมได้ รวมถึงเป็นการใช้เวลาได้อย่างมีคุณค่าจากผลงานที่ทำขึ้นด้วยตัวเอง แล้วหากมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลายังสามารถสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

สนใจสอบถามรายละเอียดสมัครเรียนเพ้นต์สีบนกระเบื้อง หรือสั่งทำสินค้า ติดต่อได้ที่ร้าน “จริยาสตูดิโอ” โทรศัพท์ (02) 585-6945 และ (081) 495-5605 หรือเข้าไปดูที่เฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/lek.kiranantawat

“เอ๊ะ จิรากร” ร้าน “Shoes Wish” กับแนวคิดธุรกิจใกล้ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07072011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

อาชีพคนดัง

นันท์นิ ชาดา

“เอ๊ะ จิรากร” ร้าน “Shoes Wish” กับแนวคิดธุรกิจใกล้ตัว

“เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์” เคยเป็นนักร้องนำวง Nothing To Lose และทำงานเบื้องหลังด้วยการเป็นนักร้องไกด์ให้กับศิลปินชื่อดังในเครือ GMM ก่อนจะออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว สังกัด WE และกับซิงเกิ้ลดัง “ไม่มีตรงกลาง” ซึ่งเพลงนี้เองที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างในนาม “เอ๊ะ จิรากร” และมาดังเป็นพลุแตก จากเพลง “จากนี้ไปจนนิรันดร์” ประกอบละครสาวน้อยร้อยเล่มเกวียน ทางช่อง 7 สี หลังจากมีชื่อเสียงแล้ว เอ๊ะยังสร้างโอกาสให้กับตัวเองด้วยการต่อยอดธุรกิจครอบครัว เปิดธุรกิจขายรองเท้าที่ตลาดนัด ในชื่อ “Shoes Wish”

“Shoes Wish” ร้านแห่งความหวัง

เจ้าของร้านเล่าที่มาของชื่อร้าน “Shoes Wish” เป็นร้านรองเท้าแห่งความหวัง เพราะตนเองตั้งความหวังไว้ว่า ร้านรองเท้านี้จะกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างมั่นคงให้กับตนต่อไปในอนาคต

“ที่มาของชื่อร้าน Shoes Wish เพราะเราอยากให้ร้านนี้เป็นความหวังของเราที่จะสร้างรายได้ที่มั่นคงเพิ่มขึ้น รองมาจากรายได้ที่มาจากการทำงานเพลง ซึ่งผมมองว่ามันยังเป็นรายได้ที่ไม่มั่นคงเท่าไหร่ ผมรู้สึกว่าชื่อนี้มันดูมีอะไร มันดูกวนๆ ซึ่งถ้ามองความหมายแล้วมันไม่น่าจะมาอยู่ด้วยกันได้เลย ผมเปิดร้านนี้มา 2 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ก็ทดลองขายมาหลายอย่างมาก ตั้งแต่ไปรับเสื้อผ้ามา แล้วเจอน้ำท่วม ทุกคนก็หนีน้ำท่วมไปขึ้นตึกกันหมด ไม่มีที่เลยย้ายไปขายที่ยูเนี่ยนมอลล์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วก็เปลี่ยนมาขายครีม ด้วยการรับเขามาขายอีกทอดหนึ่ง ก็ขายดีนะครับ เราเลยอยากจะทำสูตรครีมของเราเอง แต่ด้วยความที่ตลาดครีมมันเยอะหลากหลาย มันก็เกร่อ เราเลยกลับมานั่งมองตัวเอง ที่ผ่านมาเราอยากทำอะไรที่แตกต่างไปจากความเคยชิน สิ่งที่ห่างไกลจากครอบครัวเรา แต่แล้วเราก็ได้ค้นพบว่าสิ่งที่เราถนัดที่สุด คือสิ่งที่มันติดตัวมากับเราตั้งแต่เกิด เลยคิดกับแฟนว่าเรามาขายของที่เราถนัดดีกว่า ด้วยความที่รองเท้ามันคือธุรกิจครอบครัวของแฟนผมอยู่แล้ว ที่บ้านเขาอยู่กับรองเท้ามาเป็นสิบปี ก็เลยกลับมาต่อยอดธุรกิจของครอบครัวเราดีกว่า เป็นแบรนด์ Shoes Wish ขายรองเท้าแฟชั่นผู้หญิง”

เลือกทำเลและวิเคราะห์เป้าหมาย

เอ๊ะ เล่ามุมมองส่วนตัวการเริ่มต้นธุรกิจขายของในตลาดนัด คือการเลือกทำเลที่เหมาะและวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายให้ขาด ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

“เริ่มแรกผมเลือกทำเลก่อน ผมมองว่าตลาดนัดเมเจอร์คนที่มีกำลังซื้อ เดินเยอะ ทำเลเดินทางสะดวก แล้วจากการที่เราวิเคราะห์ตลาดในเมเจอร์มาแล้ว คู่แข่งเรามีแค่รายเดียว จากนั้นเราดูว่ากลุ่มเป้าหมายคนที่มาเดินที่ตลาดเมเจอร์รัชโยธินคือคนพวกไหน ก็จะเป็นพวก นางแบบ พริตตี้ พวกทำงานที่เกี่ยวกับความสวยงาม แล้วเรามองลึกไปอีกว่า นางแบบสูงๆ เขาชอบรองเท้าประมาณไหน พริตตี้ตามบู๊ธเบียร์ควรใส่รองเท้าสีไหนถึงจะเหมาะกับชุดทำงานเขา นักแสดงช่วงนี้แต่งตัวประมาณไหนกัน เราจะเลือกมาเจาะกลุ่มพวกนางแบบ พริตตี้ เพราะมีกำลังซื้อและเปลี่ยนรองเท้าบ่อยที่สุด เราเลยใช้ตรงนี้เป็นคีย์เวิร์ดเลือกสินค้าตอบสนองลูกค้าของเรา”

ชื่อเสียงต่อยอดธุรกิจ

เอ๊ะ เล่าติดตลกว่า ที่ผ่านมาตนไม่เคยสนใจเรื่องของการทำธุรกิจเลย จนได้มาคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่นับถือ จึงทำให้ตนเกิดแนวคิดใหม่ๆ ในวันที่เขามีชื่อเสียงพร้อมแล้ว จึงหันมาจับธุรกิจเพื่อสร้างรากฐานให้ตัวเองไว้ในอนาคตข้างหน้า

“รายได้ต่อเดือนช่วงแรกๆ ขายดีมาก แล้วก็มีช่วงอยู่ตัว ร้านก็ทำกำไร 40,000-50,000 บาท ต่อเดือน คนอาจจะมองว่าอุ๊ยมันน้อยกว่ารายได้ที่เราเป็นนักร้องอยู่ ทำไมยังทำให้เหนื่อย รุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนกับพี่เอ ผมถามแกว่าทำไมคนอย่างพี่เอ ศุภชัย ต้องทำโน่นนี่นั่นเยอะไปหมด ทั้งๆ ที่เขาทำอาชีพแค่อาชีพเดียวก็น่าจะอยู่ได้ รุ่นพี่จึงยกตัวอย่างพี่เบิร์ด ธงไชย ที่นอกจากเป็นนักร้องแล้ว ยังทำสวน ทำโน่นนี่นั่นอีกมากมาย ทั้งที่พี่เบิร์ดเป็นซุปเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้า พี่เอก็เช่นกัน นอกจากแกเป็นผู้จัดการปั้นดาราแล้ว แกก็ทำสวน ทำไร่ ร้านอาหารอะไรต่างๆ มากมาย พี่ผมบอกว่าคนพวกนี้เขามองว่าชื่อเสียงเป็นเรื่องที่ไม่จีรัง ถ้าวันหนึ่งชื่อเสียงมันไม่ได้อยู่กับเราแล้ว ถ้าเราไม่มีอาชีพอื่นรองรับจะทำอะไร เราต้องทำอะไรไว้รองรับชีวิตตัวเองในวันที่ชื่อเสียงอาจจะหายไปแล้ว หลังจากได้ฟังผมก็เก็บความคิดนี้เอาไว้ เมื่อผมทำอัลบั้มแรกเสร็จผมเลยคิดที่จะทำธุรกิจบ้าง ผมมองว่าตรงนี้มันต้องไปตามๆ กัน เมื่อใดที่ทำให้คนสามารถเห็นเราได้แล้ว เมื่อนั้นเรามีโอกาส ตอนที่ผมทำครีมผมยังไม่ได้เป็นคนที่คนทั่วประเทศให้ความสนใจ ผมอยู่เบื้องหลัง ทำอะไรมันก็ไม่มีใครสนใจ มันก็ทำอะไรยากกว่าตอนนี้ที่คนมองเห็นเราแล้ว Shoes Wish เราทำสแปร์ไว้ให้กับอนาคตของเราเอง เราคิดง่ายๆ ว่าตอนนี้สมมติยอดขายอยู่ที่ 20,000 แต่ถ้า 20,000 นี้ เราขยายธุรกิจอีก 2-3 ร้านล่ะ เราก็จะได้กำไรที่มากขึ้นเป็น 60,000”

ต้องสู้ในวันนี้ที่เศรษฐกิจรัดเข็มขัด

เมื่อถามถึงวันนี้ที่เศรษฐกิจภาพรวมไม่ดี เอ๊ะ บอกว่า วิธีการเซฟตัวเองให้รอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจคือการทำให้สินค้าเหลือค้างสต๊อกน้อยที่สุดคือสิ่งที่สำคัญ “Shoes Wish” จึงต้องทำการบ้านหนัก คัดเลือกสินค้าแต่ที่มั่นใจว่าจะต้องโดนใจลูกค้าเท่านั้นมาขาย

“ตอนนี้เป็นช่วงที่ทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าขายของยาก แม้แต่ของกิน ด้วยความที่กลุ่มเป้าหมายเราคือสาวทำงานที่เกี่ยวกับความสวยความงาม พริตตี้ นางแบบ เศรษฐกิจไม่ดี งานอีเว้นต์น้อยลูกค้าเราก็น้อยตามไปด้วย บอกเลยว่ากำไรต่อเดือนเราหายไปครึ่งต่อครึ่ง ยิ่งช่วงนี้มาเข้าหน้าฝนอีก ทุกอย่างมันก็ผกผันตามไปด้วย ผมโชคดีอย่างที่บอกเรามีทุนความรู้ด้านรองเท้ามาอยู่บ้างจากครอบครัว แฟนผมเขาจะมองขาดในการเลือกสินค้ามาขาย เขารู้ว่าตัวไหนเอาแล้วต้องขายดี อันไหนทำกำไร จุดง่ายๆ คือการวิเคราะห์จากการดูแฟชั่นดาราก่อนเลย ว่าตอนนี้ดาราเขานิยมใส่รองเท้าแบบไหนกัน แบบไหนมันกำลังมา ดาราใส่เยอะกว่า 3 คนเราต้องรีบหาแบบนั้นมาไว้ที่ร้าน เลือกมองความต้องการของตลาด เลือกมองแนวทางไว้ล่วงหน้าว่าเดี๋ยวอะไรมันจะอินเทรนด์ ไม่ได้เลือกหยิบอะไรสุ่มสี่สุ่มห้ามาขาย มันเลยทำให้ร้านอยู่รอด ไม่จมไปกับสต๊อกของ”

เพื่อนดาราอีกหนึ่งตัวช่วย

นอกจากขาประจำที่รู้จักร้านรองเท้า “Shoes Wish” เป็นอย่างดีแล้ว เอ๊ะยังขยายโอกาสให้กับธุรกิจตัวเองให้คนเห็นเยอะขึ้นด้วยการให้เพื่อนคนดังช่วยโปรโมตแนะนำร้านให้ และสำหรับอนาคตของร้าน ตั้งไว้ที่การขยายสาขาและเปิดโรงงานผลิตเอง

“เราให้เพื่อนๆ พี่ๆ ในวงการ เน็ตไอดอลช่วยโปรโมตร้าน โปรโมตสินค้าเราให้ด้วย นี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้เรายืนหยัดได้ แต่ไม่ได้ให้เขาใส่โปรโมตในเวลานี้ เพราะตรงนี้มันอยู่ได้ของมันอยู่แล้ว เราถ่ายเก็บไว้เผื่อเราทำร้านสาขาอื่นๆ ที่เรากำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ พยายามโปรโมตเอง รวมถึงให้พี่ๆ เพื่อนๆ ช่วยโปรโมตให้ในโซเชียล มันก็ช่วยนะ หลายคนมาที่ร้านจากการตามอินสตาแกรม

อนาคตเราอยากเปิดสาขาเพิ่มอีก จริงๆ เราก็แพลนไว้แหละว่าจะเปิด แต่ด้วยช่วงนี้สภาพเศรษฐกิจยังไม่เอื้อ ตั้งแต่ปัญหาทางการเมืองแล้ว การขายของมันก็ไม่เหมือนเดิม ตอนนี้ก็กำลังดูทำเลอยู่ ผมให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลเป็นอันดับแรก ตอนนี้ก็พยายามหาทำเลที่มันมั่นคงมากกว่าจะไปเปิดเต็นท์ร้าน และอีกเป้าหมายหนึ่ง เรามองว่าสักวันเราจะผลิตรองเท้าเป็นของตัวเอง ทำเองแบบครบวงจร รอให้เศรษฐกิจมันดีกว่านี้หน่อย ตอนนี้เราเลือกที่จะซื้อมาขายไป ไปก่อน ด้วยความที่เราขายรองเท้าแฟชั่น มันมาไวไปไว เราไม่อยากแบกรับค่าเสื่อมราคาของของ มันยุ่งยากกว่า เปอร์เซ็นต์สินค้าค้างสต๊อกมีมาก เราศึกษากรรมวิธีเบื้องหลังมาแล้ว จึงตัดสินใจกันว่าเราเป็นผู้ซื้อมาขายไปดีกว่า ณ เวลาที่เศรษฐกิจมันยังเป็นแบบนี้อยู่”

สนใจอยากแวะเข้าไปเลือกชมรองเท้าแฟชั่น “Shoes Wish” ได้ที่ ตลาดนัดเมเจอร์รัชโยธิน ซอย 3 ล็อก D11-12 เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน

“ณิศา รีสอร์ท” ห้องพักมีระดับ ทั้งถูกทั้งดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07076011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

ช่องทางสร้างอาชีพ

สร้าง บุญสอง srangbun@hotmail.com

“ณิศา รีสอร์ท” ห้องพักมีระดับ ทั้งถูกทั้งดี

สมัยก่อนหากไปตามตัวอำเภอต่างๆ ที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว การจะหาที่พักดีๆ สักแห่งเป็นเรื่องยากทีเดียว แต่ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการหน้าเก่าหน้าใหม่หลายรายหันมาทำธุรกิจรีสอร์ตกันจำนวนไม่น้อย เพราะเห็นว่าเป็นธุรกิจที่สามารถคืนทุนได้ในระยะไม่กี่ปี ถ้าอยู่ในทำเลดีๆ เนื่องจากยุคนี้ผู้คนนิยมเดินทางกันมากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นรีสอร์ตที่ลูกค้าที่มาพักติดอกติดใจก็มักจะนำเรื่องราวไปแชร์ให้พรรคพวกได้รับทราบกันในโลกโซเชียลทั้งหลาย

ใช้งบ 16 ล้านบาท

คุณวรรณิศา อาษาสุจริต หรือ คุณเป็ด วัย 46 ปี เจ้าของ “ณิศา รีสอร์ท” เป็นอีกคนหนึ่งที่เข้าสู่ธุรกิจรีสอร์ต จากแต่เดิมที่ทำมินิมาร์ทอยู่ที่จังหวัดปัตตานี แต่เนื่องจากปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เธอและสามีขายกิจการมินิมาร์ท เพื่อนำเงินก้อนนั้นมาซื้อที่ดินที่ตำบลระวะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 8 ไร่ บวกกับเงินสะสมก้อนหนึ่ง และกู้ธนาคารส่วนหนึ่ง สร้างที่พักจำนวน 14 ห้อง รวมเบ็ดเสร็จใช้งบประมาณไปทั้งหมด 16 ล้านบาท เนื่องจากที่ดินผืนนี้เป็นที่นา ต้องใช้ดินมาถมจำนวนมาก และใช้วัสดุก่อสร้างอย่างดี รวมถึงการตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่หลากหลายชนิดทั่วบริเวณรีสอร์ต

ประกอบกับสองสามีภรรยาไม่มีประสบการณ์ และปล่อยทุกอย่างให้อยู่ในการตัดสินใจของผู้รับเหมาเพียงลำพัง จึงทำให้งบบานปลายไปหลายล้านบาท

“ณิศา รีสอร์ท” เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ด้วยความที่เป็นที่พักแห่งใหม่ของระโนด และราคาไม่แพงหากเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ ทั้งแอร์ ตู้เย็น เตียง หมอน ผ้าห่ม ใช้ของดีมีคุณภาพเทียบเท่ากับโรงแรมทั่วไป โดยมีราคาให้เลือก 2 ราคาคือ ห้องละ 550 บาท และ 700 บาท

คุณเป็ด บอกว่า ความจริงห้องพักราคา 550 บาท กับห้องราคา 700 บาท ไม่ค่อยแตกต่างกันมาก คือ ห้อง 700 บาท จะมีความเป็นส่วนตัว มีระเบียง มีที่จอดรถ แต่ห้อง 550 บาท ไม่มีระเบียง ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกก็เหมือนกัน โดยจะมีชากาแฟให้ลูกค้าได้เลือกดื่มด้วย ช่วงแรกที่แขกยังไม่ได้เข้าพักก็มักจะต่อรองราคาให้เหลือห้องละ 500 บาท แต่เมื่อได้เห็นและได้เข้าพักจริงๆ กลับบอกว่า น่าจะขึ้นราคาเป็นห้องละ 600 บาท

นอกจากปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่ทำให้เธอและสามีตัดสินใจมาทำรีสอร์ตที่ระโนดแล้ว ทั้งสองยังมองว่า จะได้มีเวลาดูแลคุณแม่ของทั้งสองที่อยู่ในวัยชราและเจ็บป่วยด้วย ซึ่งเธอสร้างบ้านพักไว้ด้านหลังของรีสอร์ต ในขณะที่สามีก็ยังไปๆ มาๆ อยู่เพราะสามียังทำโรงงานเจียที่ปัตตานี อันถือเป็นรายได้หลักของครอบครัว

“สมัยก่อนปัตตานีถ้าคนขยันสามารถได้เงินทุกวัน เงินสะพัดมาก เหมือนตอนที่มาเปิดมินิมาร์ท 24 ชั่วโมง ในสะพานปลา เพลินกับการนับตังค์มาก พอมีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นบ่อย เรือก็ไม่มา เรือเริ่มไปมาเลย์ เริ่มไปขึ้นฝั่งที่สงขลา ไปภูเก็ต เรือในปัตตานีก็เริ่มร่อยหรอลง”

เน้นอุปกรณ์ของใช้มีคุณภาพ

“ที่ผ่านมา เราจ้างผู้รับเหมามาทำทั้งหมดเลย คือโครงสร้างแข็งแรงดี แต่ถ้าเรื่องการตกแต่งยังไม่เป็นที่พอใจของเรานัก โดยเฉพาะเรื่องการใช้สีในแต่ละห้อง แต่ลูกค้าบางคนก็ชอบ เพราะห้องดูใหม่และกว้างขวาง ส่วนมากถูกใจผ้าปูที่นอนและหมอน เพราะเราใช้แนวของโรงแรม คือยอมลงทุนแพงในส่วนตรงนี้ เพราะอย่างน้อยลูกค้าจะได้สบายใจว่า เราถอดซักทุกวัน เราเคลียร์ทุกวัน” คุณเป็ด กล่าวและว่า ทุกอย่างที่รีสอร์ตใช้ของดีหมด อย่างอุปกรณ์ไฟฟ้า ทีวีก็เป็นจอแบน LED มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ ในละแวกนี้คิดว่าของเราทันสมัย คือตัวเราอยากจะพักดีแบบไหนก็อยากให้คนอื่นได้พักดีแบบนั้นด้วย

แม้รีสอร์ตแห่งนี้จะเปิดได้ไม่นาน แต่ก็มีแขกมาพักตลอด และส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ หรือไม่ก็ได้รับการบอกปากต่อปากจากพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เคยมาใช้บริการกันแล้ว

คุณเป็ด แจงว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นแขกเมืองทั้งนั้น เช่น คุณถาวร เสนเนียม และล่าสุด ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเปิดโรงพยาบาล ข้าราชบริพารชุดตามเสด็จของพระองค์ท่านมาพักที่นี่ ทำให้รู้สึกภูมิใจที่ได้รับเลือกเข้าพัก อีกทั้งคุณถาวรยังได้ให้คำแนะนำที่ดีหลายอย่าง เช่นบอกว่า ใช้เงินลงทุนเยอะเกินไป ดังนั้น ต้องโฆษณา โปรโมตให้เยอะขึ้น ต้องเข้าไปเจาะหน่วยงานราชการ เช่น อบต. ไปเปิดตัวให้รู้ว่า ทำตรงนี้ และมีบริการอะไรบ้างที่สามารถเข้ามาใช้บริการได้

เธอบอกด้วยว่า ทุกวันนี้ห้องพัก 10 กว่าห้องที่มีอยู่ไม่เพียงพอเวลามีคณะใหญ่มาจอง ดังนั้น จึงคิดจะสร้างห้องพักเพิ่มเติมเพราะยังมีที่ว่างที่จะก่อสร้างได้อีก โดยคิดจะสร้างแบบน็อกดาวน์เพราะค่าใช้จ่ายไม่แพงและเสร็จในเวลารวดเร็ว แต่สามีมองว่าอาจจะไม่แข็งแรง จึงยังไม่ลงตัวว่าจะสร้างแบบไหนดี นอกจากนี้ ยังคิดจะสร้างห้องประชุมสัมมนาเพื่อรองรับลูกค้าในหน่วยราชการ เพราะที่ระโนดยังไม่มีโรงแรมไหนทำห้องประชุมสัมมนา

จุดเด่นหนึ่งของรีสอร์ตแห่งนี้คือ กังหันลมขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าของสร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ โดยดูแบบอย่างมาจากการไปเที่ยวสวนผึ้ง พร้อมกับนำสิ่งประทับใจจากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มาประดับประดาตกแต่งรีสอร์ต

ห้องน้อย ต้องจองล่วงหน้า

ร้านอาหารด้านหน้าที่พัก เป็นอีกจุดที่ผู้มาเยือนมักมานั่งสนทนากันในช่วงที่มีเวลาว่าง ซึ่งคุณเป็ด ระบุว่า อยากให้ร้านอาหารนี้เป็นจุดขายอีกอย่างของรีสอร์ตให้คนข้างนอกได้เข้ามารับประทาน โดยจะขายเป็นอาหารจานเดียวในราคาไม่แพง 40-50 บาท และยังมีแผนจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆ พร้อมจะนำเครื่องเล่นเด็กมาตั้งไว้เพื่อให้เด็กๆ ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน เนื่องจากที่ระโนดยังไม่มีรีสอร์ตที่ไหนทำแบบนี้ และการเปิดร้านอาหารก็จะช่วยเพิ่มรายได้ส่วนหนึ่งให้กับพนักงานของรีสอร์ตด้วย

คุณเป็ด ยอมรับว่า ช่วงเปิดรีสอร์ตใหม่ๆ รายได้ยังไม่พอกับรายจ่าย ซึ่งแต่ละเดือนตก 40,000-50,000 บาท เป็นค่าจ้างแม่บ้าน คนสวน และแม่ครัว แต่ตอนนี้มีแขกเข้ามาพักเรื่อยๆ กิจการดีขึ้นโดยเฉพาะพวกที่มางานศพและงานบวช ซึ่งจะบอกต่อๆ กัน

ฉะนั้น ใครจะเข้าพักที่นี่จะต้องโทรจองล่วงหน้า เพราะห้องมีไม่มาก โดยโทรจองได้ที่ (081) 541-5592

เธอเปรียบเทียบการทำธุรกิจมินิมาร์ทกับรีสอร์ตว่า มินิมาร์ทได้เงินดีกว่า เงินสะพัดกว่า แต่ว่าเหนื่อยมากต้องซื้อของ เช็กของ ต้องอยู่หน้าร้านตลอด ตัวเองเป็นคนชอบงานบริการ และชอบต้นไม้ ทำรีสอร์ตก็ดีตรงที่ได้เจอคน คิดว่าต่อไปจะปลูกต้นไม้ขายด้วย เพราะที่รีสอร์ตยังมีที่ว่างอีกเยอะ

เมื่อถามถึงระยะเวลาในการคืนทุน คุณเป็ด ตอบว่า “ถ้ามองในแนวธุรกิจ การทำรีสอร์ตแห่งนี้เป็นความผิดพลาดอย่างแรง เพราะลงเงินไปเยอะมากเกินไป แต่ดิฉันกับแฟนคิดว่าดีที่ได้มีเวลาดูแลคุณแม่ และยังได้ทำตามความฝันและความชื่นชอบของตัวเอง ได้ปลูกต้นไม้”

เจ้าตัวให้คำแนะนำสำหรับคนที่อยากจะเข้ามาทำธุรกิจรีสอร์ตว่า “ต้องดูกำลังทุน กับเป้าหมายของตัวเองเป็นหลัก อย่างของเป็ดถ้ามองเป็นธุรกิจไม่คุ้มแน่นอน แต่ถ้ามองชีวิตมีความสุข ก็คุ้มกับการที่เราทำงานเหนื่อยมาครึ่งชีวิต แฟนบอกว่า ถ้าเราเคลียร์หนี้หมดเราก็จะสบาย”

ใครที่เคยมาพัก “ณิศา รีสอร์ท” นอกจากจะชื่นชอบต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้กินผลอย่างมะละกอและแก้วมังกรแล้ว ยังประทับใจในอัธยาศัยไมตรีของคุณเป็ด ซึ่งเธอมักมาถามมาคุยกับลูกค้าอยู่เสมอ และใครติชมอะไรเธอก็น้อมรับไปปฏิบัติ นับเป็นรีสอร์ตอีกแห่งของระโนดที่น่าพัก เพราะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ท่ามกลางแมกไม้สีเขียวขจี

รถไฟพระที่นั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07078011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

Big Idea

สุมิตรา จันทร์เงา

รถไฟพระที่นั่ง

การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ นับตั้งแต่มีการเดินรถไฟครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบเนื่องมาแห่งราชจักรีวงศ์

เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จฯ ไปในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ทอดพระเนตรวิถีชีวิตชุมชน ระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2558 พสกนิกร 3 จังหวัดรายทางต่างปลื้มปีติเฝ้ารอรับเสด็จอย่างคับคั่งด้วยความจงรักภักดี

โดยปกติแล้วเมื่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จฯ ทางรถไฟ ทางกรมรถไฟหลวง (หรือการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน) จะถวายรถไฟพระที่นั่ง เพื่อให้พระมหากษัตริย์เสด็จฯ โดยเฉพาะ

การเสด็จฯ โดยรถไฟครั้งแรกในประวัติศาสตร์สยามคือ การเสด็จฯ ไปทรงเปิดทางรถไฟปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯ-กรุงเก่า (อยุธยา) โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2439

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ ไปบางปะอินโดยทางรถไฟอีกหลายครั้ง ตลอดจนการเสด็จฯ เพื่อเปิดเส้นทางรถไฟในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นแปดริ้ว นครราชสีมา เพชรบุรี

ในช่วงแรกไม่ปรากฏหลักฐานว่ากรมรถไฟหลวงได้จัดซื้อรถพระที่นั่งมาเมื่อใด แต่ลักษณะของรถพระที่นั่งทั้ง 2 คันเป็นรถ 2 เพลา (รถ 4 ล้อ) จำนวน 1 คัน และเป็นรถขนาด 8 ล้อ อีก 1 คัน สำหรับทางกว้าง 1.435 เมตร (สายเหนือ, สายตะวันออก, สายตะวันออกเฉียงเหนือ) และสำหรับเส้นทางสายใต้ ซึ่งเป็นทางกว้างขนาด 1.000 เมตร จะเป็นรถพระที่นั่งแบบ 4 ล้อ จำนวน 1 คัน ใช้การมาจนถึงปี 2460

ต่อมาใน พ.ศ. 2469 กรมรถไฟหลวงได้จัดซื้อรถพระที่นั่งบรรทมเพิ่ม 1 คัน และรถพระที่นั่งกลางวันอีก 1 คัน เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชพาหนะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยรถพระที่นั่งทั้ง 2 คันที่จัดซื้อในปี 2469 นั้นเป็นรถโดยสาร 8 ล้อ (แบบโบกี้) สำหรับทางกว้าง 1.000 เมตร เนื่องจากในขณะนั้นทางรถไฟทั่วประเทศได้เป็นทางกว้างขนาด 1.000 เมตร แล้ว

ตัวรถพระที่นั่ง สร้างด้วยไม้อย่างวิจิตรบรรจง การตกแต่งภายในสวยงามตระการตา โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาทรงเป็นต้นตระกูล “บุรฉัตร”) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟในขณะนั้น ทรงแนะนำการออกแบบเบื้องต้นโดยละเอียด และดำเนินการสร้างโดยบริษัท The Metropolitan Carriage Wagon & Finance Company Limited, Manchester England และได้นำมาใช้เป็นพระราชพาหนะจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2511 จึงเลิกใช้การ รวมอายุการใช้งานทั้งสิ้น 52 ปี

ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 ในรัชกาลปัจจุบัน ทางการเห็นสมควรจัดหารถพระที่นั่งใหม่จำนวน 3 คัน เพื่อทดแทนรถพระที่นั่ง 2 คันแรกที่ปลดระวางไป โดยทั้ง 3 คัน ประกอบด้วย

1. รถพระที่นั่งประทับกลางวัน (พนก.) : His Majesty”s Day Saloon

2. รถพระที่นั่งกลางวันและบรรทม (พกท.) : Royal Day and Night Saloon

3. รถพระที่นั่งบรรทม (พนท.) : His Majesty”s Royal Night Saloon)

โดยรัฐบาลได้มอบให้การรถไฟฯ ดำเนินการจัดหาในปี พ.ศ. 2506 และบริษัทผู้สร้างคือบริษัท คราเวนส์ (Cravens) แห่งประเทศอังกฤษ ภายในรถตกแต่งด้วยเครื่องเรือนและเครื่องประดับที่วิจิตรงดงามเช่นเดียวกับรถพระที่นั่ง 2 คันแรก โดยรถพระที่นั่งกลางวัน และรถพระที่นั่งบรรทม มีรูปแบบการตกแต่งคล้ายคลึงกับคันเดิม รวมมูลค่าก่อสร้าง 695,030 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14 ล้านบาท (ในขณะนั้น)

รถไฟพระที่นั่งทั้ง 3 คันติดตราครุฑตู้ละ 4 ตัว ทำจากทองคำเปลวแท้ ตัวตู้รถไฟใช้สีเหลืองไข่ไก่สีเข้มและอ่อนไล่สีอย่างสวยงาม สร้างด้วยเหล็กชนิดเบา ใช้แคร่รับน้ำหนักที่ทันสมัย สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 90 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

การรถไฟฯ ได้น้อมเกล้าฯ ถวายรถพระที่นั่งชุดใหม่ทั้ง 3 คัน เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2510 เวลา 12.00 น. และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับจากสถานีชุมทางทุ่งสงถึงสถานีหัวหิน ในคราวเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัดภาคใต้เป็นปฐมฤกษ์ และทรงใช้เป็นพระราชพาหนะเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร ในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภาคของประเทศไทยมานับแต่นั้น

ประวัติการเสด็จฯ ทางรถไฟ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีดังนี้

ครั้งที่ 1 : 29 เมษายน 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 5 วัน พร้อมด้วยคณะผู้ติดตามเสด็จ

ครั้งที่ 2 : 12 ธันวาคม 2496 เสด็จฯ เปิดสะพานพระราม 6 (พระนคร) หลังซ่อมบำรุงจากสภาวะสงคราม

ครั้งที่ 3 : 18 พฤษภาคม 2498 เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ครั้งที่ 4 : 2-20 พฤศจิกายน 2498 เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมพสกนิกรจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ครั้งที่ 5 : 7 กุมภาพันธ์ 2500 เสด็จฯ ทรงเปิดเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท

ครั้งที่ 6 : 18 มีนาคม 2500 เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ครั้งที่ 7 : 27 กุมภาพันธ์-18 มีนาคม 2501 เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมพสกนิกรจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ

ครั้งที่ 8 : 6-28 มีนาคม 2502 เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมพสกนิกรจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้

ครั้งที่ 9 : 7 เมษายน 2502 เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ครั้งที่ 10 : 16 เมษายน 2504 เสด็จฯ ทรงต้อนรับประธานาธิบดี ซูการ์โน แห่งประเทศอินโดนีเซีย จากดอนเมือง- จิตรลดา

ครั้งที่ 11 : 8 มิถุนายน 2504 เสด็จนิวัติพระนคร จากพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน

ครั้งที่ 12 : 8 ธันวาคม 2504 ทรงต้อนรับ ประธานาธิบดี อาร์เจนตินา ที่สถานีจิตรลดา (ไม่ได้ประทับบนรถไฟพระที่นั่ง)

ครั้งที่ 13 : 12 มกราคม 2505 เสด็จฯ ทรงต้อนรับ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดริค ที่ 9 แห่งเดนมาร์ก และสมเด็จพระราชินีอิงกริด จากสถานีดอนเมือง-จิตรลดา

ครั้งที่ 14 : 15 มกราคม 2505 เสด็จฯ นำ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดริค ที่ 9 แห่งเดนมาร์ก และสมเด็จพระราชินีอิงกริด ไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทอดพระเนตรโบราณสถาน และการคล้องช้างในเพนียด

ครั้งที่ 15 : 16 มกราคม 2505 เสด็จฯ นำ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดริค ที่ 9 แห่งเดนมาร์ก และสมเด็จพระราชินีอิงกริด ไปยังอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อทรงเปิดฟาร์มโคนม ไทย-เดนมาร์ค

ครั้งที่ 16 : 26 มีนาคม 2506 เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน

ครั้งที่ 17 : 2 พฤษภาคม 2506 เสด็จนิวัติพระนคร จากพระราชวังไกลกังวล

ครั้งที่ 18 : 26 ตุลาคม 2506 เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน และทรงเยี่ยมพสกนิกรจังหวัดกาญจนบุรี (การรถไฟฯ ถวายรถดีเซลรางเป็นขบวนพิเศษพระที่นั่ง)

ครั้งที่ 19 : 16 พฤศจิกายน 2508 เสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดแก้วพิจิตร จังหวัดปราจีนบุรี

ครั้งที่ 20 : 19 มีนาคม 2508 เสด็จฯ ประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน

ครั้งที่ 21 : 6 มิถุนายน 2508 เสด็จนิวัติพระนคร จากพระราชวังไกลกังวล

ครั้งที่ 22 : 3 มิถุนายน 2509 เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา

ครั้งที่ 23 : 3 กุมภาพันธ์ 2510 (เริ่มใช้รถพระที่นั่งคันปัจจุบัน) เสด็จนิวัติจากการเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ทางจังหวัดภาคใต้ มาประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน

ครั้งที่ 24 : 23 พฤษภาคม 2510 เสด็จฯ กลับจากทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ณ วัดพระบรมธาตุไชยา

ครั้งที่ 25 : 22-23 พฤษภาคม 2517 เสด็จฯ ไปประทับแรม ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทรงเททองหล่อพระประธานวัดโคกเมรุ อำเภอฉวาง และเสด็จฯ กลับไปประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล

ครั้งที่ 26 : 4 สิงหาคม 2517 เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส

ครั้งที่ 27 : 25-28 สิงหาคม 2517 เสด็จฯ จากพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ไปประทับแรม ณ ที่ประทับแรม โรงปูนซีเมนต์ทุ่งสง

ครั้งที่ 28 : 22 กันยายน 2517 เสด็จนิวัติพระนคร จากพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

ครั้งที่ 29 : 5 กรกฎาคม 2531 เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีบวงสรวงสังเวยสมเด็จพระมหากษัตริย์ในอดีต เนื่องในมหามงคลสมัยพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเส้นทางจิตรลดา-อยุธยา อันเป็นครั้งล่าสุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ด้วยรถไฟพระที่นั่ง

การเสด็จฯ โดยรถไฟครั้งที่ 29 นับเป็นครั้งล่าสุดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หลังจากนั้นรถไฟพระที่นั่งก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานนานหลายปี จนกระทั่งครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดทางรถไฟสายหนองคาย-ท่านาแล้ง ทางรถไฟเชื่อมระหว่างประเทศไทย-สปป.ลาว สายแรก ในวันที่ 5 มีนาคม 2552 พระองค์ได้ประทับรถไฟพระที่นั่งอีกครั้งหนึ่ง จากสถานีรถไฟหนองคายข้ามไปยังสถานีท่านาแล้ง เมืองหาดทรายฟอง สปป.ลาว

สำหรับการเสด็จฯ โดยรถไฟของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อนหน้าการเสด็จฯ ไปจังหวัดกาญจนบุรีครั้งล่าสุด มีขึ้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ทรงนำข้าราชการ นักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทัศนศึกษากิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เสด็จฯ โดยรถไฟขบวนพิเศษ ณ สถานีรถไฟบางซื่อ ไปยังสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง)

ในการเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรวิถีชุมชนในจังหวัดกาญจนบุรีครั้งนี้ ราษฎรริมทางรถไฟต่างเตรียมตัวเฝ้ารับเสด็จอย่างคึกคัก ที่สถานีรถไฟ จังหวัดนครปฐม มีการจำลองวิถีชีวิตชุมชนบริเวณสถานีรถไฟในอดีต ด้วยการตกแต่งบรรยากาศร้านขายผัดไทย ข้าวแกงรถไฟ ไก่ย่าง หมูย่าง ข้าวเหนียว ถั่วต้ม มันต้ม เผือกต้ม รวมถึงผลไม้และสินค้าขึ้นชื่อของนครปฐม เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย ได้แก่ ส้มโอ น้ำมะพร้าว และข้าวหลาม และรถไฟพระที่นั่งจะจอดให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ด้วย

บริเวณสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นางปราณี หรือ ป้าน้อย เกิดจันทร์ทอง อายุ 68 ปี เจ้าของร้าน “ข้าวแกงป้าน้อย” หลังสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก ซึ่งเป็นร้านขายข้าวแกงกระทงใบตองแบบโบราณ ชนิดแบกถาดเดินขายให้กับนักท่องเที่ยวบนขบวนรถไฟมายาวนานกว่า 50 ปี ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดเครื่องเสวยกลางวันบนรถไฟแบบกระทงใบตอง ประกอบด้วย พะแนงเนื้อ พะแนงหมู เขียวหวานไก่ และไข่พะโล้ เป็นสิริมงคลและปลาบปลื้มแก่ป้าน้อยอย่างล้นพ้น

รถไฟพระที่นั่งแวะจอดที่ชุมทางหนองปลาดุกประมาณ 10 นาที เพื่อทอดพระเนตรวิถีชุมชน จากนั้นมุ่งหน้าต่อไปยังจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งมีการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพื่อเตรียมการรับเสด็จอย่างคึกคักเช่นกัน

บันทึกการเสด็จฯ โดยรถไฟพระที่นั่งครั้งนี้ นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของการรถไฟแห่งประเทศไทย หลังจากขบวนรถไฟพระที่นั่งชุดนี้ผ่านการใช้งานมาแล้วเกือบกึ่งศตวรรษ

การยื่นงบการเงิน ผ่านอินเตอร์เน็ต ตอนที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07083011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

บัญชีธุรกิจ

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา virojch@yahoo.com

การยื่นงบการเงิน ผ่านอินเตอร์เน็ต ตอนที่ 2

ตามที่กล่าวในคราวก่อนว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กำหนดให้การยื่นงบการเงินประจำปี 2558 ที่จะนำส่งภายในเดือนพฤษภาคม 2559 ต้องนำส่งผ่านระบบ e-filing ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เท่ากับเป็นการยุติกระบวนการนำส่งงบการเงินที่อยู่ในรูปกระดาษ ที่นำส่งโดยมีผู้ถือเอกสารไปยื่นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มาเป็นการส่งงบการเงินโดยการสแกนเป็นไฟล์ PDF พร้อมทั้งคีย์ตัวเลขผ่านระบบการส่งงบการเงินในเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ตัวเลขล่าสุด (ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2558) ประเทศไทยมีนิติบุคคลอยู่ 620,000 ราย มีผู้กรอกข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตผ่าน http://www.dbd.go.th แล้ว 360,194 ราย (58%) และมีผู้ยืนยันตัวตน และได้รับอนุมัติ Username และ Password แล้ว 141,890 ราย (23%) ณ ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขยายเวลาเพื่อให้นิติบุคคลไปยื่นเอกสารเมื่อกรอกข้อมูลผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต ออกไปโดยกิจการต้องลงทะเบียนและจัดการให้มี Username และ Password ให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ให้รีบดำเนินการ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

(1) กรอกข้อมูลทางระบบอินเตอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ http://www.dbd.go.th ข้อมูลที่กรอกคือ ชื่อและเลขที่นิติบุคคล ชื่อผู้มีอำนาจลงนาม อีเมลที่กิจการต้องการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งรหัสลับไปให้ (ควรเป็นอีเมลของกรรมการ หรือเจ้าของกิจการ ยกเว้นเราไม่สามารถจัดการด้วยตนเองและต้องการมอบหมายให้ผู้ทำบัญชีเขาดูแลให้) เมื่อกดบันทึกคำขอแล้ว ให้พิมพ์แบบคำขอที่กรอกนั้นออกมา จะมีเลขที่อ้างอิงตอนบนขวาของเอกสารเป็นเลขที่คำขอ และวันที่รับ ซึ่งต้องใช้อ้างอิงตอนนำเอกสารไปยื่นครั้งแรก

(2) เตรียมเอกสารซึ่งประกอบด้วย ใบคำขอ (ที่มีเลขรับ), หนังสือแสดงความตกลงในการขอรับ Username และ Password, รายงานการประชุม (กรณีผู้มีอำนาจลงนามมีมากกว่า 1 คน ให้ศึกษารายละเอียดในเว็บไซต์) และหนังสือมอบอำนาจ กรณีกรรมการมอบหมายให้พนักงานนำไปยื่นแทน

(3) ยื่นเอกสารแสดงตัวตน เมื่อยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่จะคีย์ข้อมูลเข้าระบบซึ่งจะส่งอีเมลรหัสลับไปให้ตามอีเมลที่ระบุ

(4) นำรหัสลับที่ได้ไปยืนยันทางเว็บไซต์ภายใน 30 วัน

หากอ่านขั้นตอนแล้วไม่เข้าใจ อธิบายง่ายๆ ว่า ขั้นตอนทั้ง 4 ข้างต้น เป็นการยืนยันตัวตนของผู้มีอำนาจลงนามของกิจการว่า ได้รับทราบว่าจะมีการนำส่งงบการเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ต จึงต้องลงนามพร้อมส่งสำเนาบัตรประชาชนที่มีลายเซ็นให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมเอกสารคำขอต่างๆ ที่ทำผ่านเว็บไซต์ http://www.dbd.go.th พอได้รหัสลับมา ก็ยังต้องยืนยันรหัสลับโดยเข้าไปที่ระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอีกรอบหนึ่งเพื่อยืนยันว่ากรรมการได้รับรหัสแล้ว ทั้งนี้ หลังจากการยืนยันขั้นต้นนี้แล้ว ในภายหลังเมื่อมีการนำส่งงบการเงินจะถือเป็นการนำส่งโดยความเห็นชอบและอนุมัติจากกรรมการผู้มีอำนาจ โดยที่ไม่มีการลงลายมือชื่ออีก จึงต้องยืนยันกัน 2 รอบในขั้นตอนการลงทะเบียนในระบบ

เจ้าของกิจการ หรือกรรมการบริษัท จึงควรระมัดระวังในขั้นตอนการลงทะเบียน เพื่อให้รหัสลับผ่านหูผ่านตาก่อน เนื่องจากขั้นตอนการนำส่งงบการเงินจริงหลังจากนี้ หากเรามอบหมายให้พนักงานบัญชีทำให้ เท่ากับเป็นการส่งตัวเลขอย่างเป็นทางการเสมือนหนึ่งกรรมการเป็นผู้กระทำการโดยตรง และผูกพันกิจการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ขั้นตอนการนำส่งตัวเลขและข้อมูลดังกล่าวที่กิจการส่งผ่านระบบอินเตอร์เน็ตจะถือว่าเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการตามระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากตัวเลขในงบการเงินที่จะมีการนำส่งแล้ว ยังมีเอกสารอีก 2 ฉบับ ได้แก่ แบบ สบ.ช.3 (แบบนำส่งงบการเงิน) และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ที่โดยปกติทุกปี กิจการต้องนำส่งพร้อมกับงบการเงิน ก็จะนำส่งผ่านระบบ e-filing ดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน

ในขั้นตอนการนำส่งข้อมูลในช่วงมกราคมถึงพฤษภาคมของทุกปี กิจการน่าจะจัดให้มีระบบการตรวจสอบตัวเลขและข้อมูล ก่อนนำส่ง เช่น พนักงานบัญชีอาจเป็นผู้จัดเตรียมข้อมูล โดยมีผู้ตรวจทานก่อน upload ข้อมูลเข้าระบบอินเตอร์เน็ต

กิจการควรให้ความสำคัญและระมัดระวังการนำส่งข้อมูลแก่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในทุกๆ ครั้งทุกๆ ปี เนื่องจากข้อมูลเหล่านั้นจะเป็นตัวเลขที่เป็นทางการที่ใช้อ้างอิงแก่บุคคลทั่วไป และเป็นตัวเลขที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะไม่มานั่งตรวจสอบความถูกต้องให้ และหากมองอีกมุมหนึ่ง การนำส่งข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ตดังกล่าว เป็นการคีย์ข้อมูลโดยกิจการ แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และผูกพันตามข้อมูลที่กิจการนำส่งอีกด้วย

กระตุ้นยอดขายและสร้าง Brand Awareness ด้วย Google Adwords ตอนที่ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07086011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

ไอทีมาร์เก็ตติ้ง

กิตติ ภูวนิธิธนา http://www.facebook.com/KittiFanPage

กระตุ้นยอดขายและสร้าง Brand Awareness ด้วย Google Adwords ตอนที่ 1

Google ยังคงเป็นช่องทางที่มีอิทธิพลต่อการทำการตลาดออนไลน์ แม้ว่าในแต่ละช่วงเวลาจะมีช่องทางอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมเกิดขึ้นใหม่ และมีศักยภาพที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่า Google แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะมาแทนที่ได้เสียทีเดียว คงทำได้แค่เพียงการเดินไปแบบคู่ขนาน

หมายถึงไม่ว่าผู้ทำการตลาดออนไลน์จะใช้ช่องทางอื่นใดเพื่อทำการตลาดให้กับสินค้าและบริการ ก็ยังคงต้องมี Google เป็นอีกช่องทางหนึ่งคู่ขนานอยู่เสมอ โดยช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ที่มีอิทธิพลอย่างมากของ Google ก็คือ Google Adwords

Google Adwords คืออะไร

Google Adwords คือ บริการแสดงโฆษณาของผู้ลงโฆษณา (เว็บไซต์ หรือร้านค้าออนไลน์ต่างๆ) ผ่านทาง Google Search และหน้าเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรของ Google เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการ

ด้วยความที่ Google เป็นผู้ให้บริการ Search Engine ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในบ้านเรา เวลาที่ใครคิดอยากจะรู้เรื่องอะไร อยากจะค้นหาข้อมูลหรือสินค้าและบริการอะไร ก็มักจะนึกถึงและเปิดเว็บไซต์ Google เป็นลำดับแรก และข้อมูลที่แสดงผลบนหน้าการค้นหาของ Google โดยเฉพาะหน้าแรก หากเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ มีโอกาสที่จะขายสินค้าได้มากกว่าร้านค้าที่แสดงผลอยู่ในหน้าถัดไปหรือไม่มีข้อมูลอยู่ในสารบบการค้นหาของ Google เลย

การที่จะผลักดันให้เว็บไซต์ของสินค้าและบริการถูกแสดงผลใน Google โดยเฉพาะหน้าแรก เช่น เมื่อมีผู้ค้นหาด้วยคำว่า “เคสโทรศัพท์” แล้วเว็บไซต์ของร้านค้าที่ขายเคสโทรศัพท์มือถือถูกแสดงผลลัพธ์ขึ้นมาบนหน้าการค้นหาของ Google นั้น ไม่ได้มีเฉพาะการทำ Google Adwords มีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้คือ การทำ SEO

ผมเคยเขียนถึงการทำ SEO สำหรับร้านค้าออนไลน์ไปบ้าง ถ้ามีโอกาสจะมาแนะนำเพิ่มเติมกันอีกครั้ง สำหรับการทำ SEO มีวัตถุประสงค์ในการทำให้เว็บไซต์ของสินค้าและบริการติดอันดับการค้นหาใน Google เหมือนกัน แต่วิธีการและเป้าหมายต่างกันเล็กน้อย เป็นวิธีที่ต้องใช้เวลาและมีกระบวนการค่อนข้างซับซ้อน แต่หากถูกจัดอยู่ในสารบบการค้นหาของ Google แล้ว จะมีความยั่งยืนมากกว่า

ในขณะที่การทำ Google Adwords สามารถลงมือทำและเห็นผลได้ทันที เมื่อมีผู้ค้นหาด้วยคำ หรือคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเราที่เรากำหนดไว้ เช่น ให้โฆษณาของเราแสดงผลบนหน้าค้นหาของ Google ด้วย เมื่อมีผู้ค้นหาด้วยคำว่า “ของเล่นเด็ก”

ถ้าเราทำโฆษณากับ Google Adwords แม้ว่าเว็บไซต์ของเราจะเป็นเว็บไซต์ใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ก็สามารถที่จะถูกนำขึ้นมาแสดงผลบนหน้าการค้นหาที่หน้าแรกของ Google ได้เลย นั่นหมายถึงมีโอกาสที่จะขายสินค้าได้ในทันที เรียกว่าเปิดร้านปุ๊บก็ขายได้ทันที แต่การที่เราจะสร้างโฆษณาและโฆษณาของเราถูกนำมาแสดงผลบนหน้าการค้นหาของ Google เราจะต้องจ่ายเงินให้กับ Google ด้วยเป็นค่าบริการ

ค่าบริการของ Google Adwords

ค่าบริการของ Google Adwords จะคิดตามการประมูลคำหลัก หรือคีย์เวิร์ด (Keyword) ถ้าเรากำหนดว่าจะจ่ายเมื่อมีผู้ค้นหาด้วยคำหลักที่ตั้งไว้ด้วยราคาที่สูงกว่าคนอื่น เมื่อมีผู้ค้นหาด้วยคำคำนั้น เช่น “ของเล่นเด็ก” โฆษณาและเว็บไซต์ของเราก็มีโอกาสที่จะถูกแสดงผลอยู่ในหน้าแรกและในลำดับต้นๆ ของการค้นหาครั้งนั้นๆ แต่หากมีผู้จ่ายค่าคีย์เวิร์ดในคำเดียวกันกับเราแต่จ่ายมากกว่า โฆษณาของเรายังคงถูกแสดงผล แต่อาจอยู่ในลำดับที่รองๆ ลงไป (ในแต่ละหน้าการค้นหาของ Google Search จะแสดงผลโฆษณาไว้ 3 ตำแหน่งคือ ด้านบนสุดของหน้า ด้านล่างสุดของหน้า และด้านข้าง (ขวา) ของหน้า รวมทั้งหมด 11 รายการ)

ค่าประมูลคีย์เวิร์ดมีตั้งแต่หลัก 1 บาท ไปจนถึง หลักหลายสิบบาท 40 บาท หรือ 50 บาทก็มี ถ้าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ ค่าประมูลคีย์เวิร์ดก็จะสูงตามไปด้วย

ในการคิดค่าใช้จ่าย Google ไม่ได้คิดต่อการแสดงผล แต่คิดเมื่อมีคนคลิก หรือเรียกว่า Pay Per Click เมื่อมีคนคลิกถึงค่อยจ่าย เช่น หากโฆษณาเราประมูลคีย์เวิร์ดใดๆ ไว้ที่ 10 บาท ถ้าโฆษณาของเราแสดงผล 30 ครั้ง แต่มีคนคลิกที่โฆษณาและเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์ของร้านเพียง 5 ครั้ง เราก็จะเสียเงินโดยประมาณเพียง 50 บาท

นอกจากค่าใช้จ่ายต่อคลิกแล้ว เรายังสามารถกำหนดงบประมาณต่อวันได้อีกด้วยว่า ในแต่ละวันจะจ่ายค่าโฆษณาให้กับ Google Adwords เท่าไร เช่น ตั้งงบประมาณไว้วันละ 200 บาท โฆษณาของเราจะแสดงผลน้อยหรือมากตามปริมาณการค้นหาและประสิทธิภาพของโฆษณาที่ทำไว้ แต่จำนวนคลิกซึ่งหมายถึงผู้ที่จะเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์ของเราจะอยู่ที่ประมาณ 20 คนหรือ 20 ครั้งเท่านั้น (คิดจากการตั้งค่าประมูลคีย์เวิร์ดที่ 10 บาท/คลิก)

การทำโฆษณากับ Google Adwords เราสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ จะลงโฆษณากี่วันก็ได้ จะเปลี่ยนแปลงค่าประมูลคีย์เวิร์ด หรืองบประมาณต่อวันเมื่อไรก็ได้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแปรผันตามการตั้งค่าของเรา ตราบใดที่เรายังมีเงินอยู่ในระบบ Google ก็จะแสดงโฆษณาของเราตามเงื่อนไขที่เรากำหนด แต่เมื่อใดที่เงินในระบบของเราหมด โฆษณาของเราก็จะไม่ถูกแสดงผลในการค้นหาอีกต่อไป

การทำการตลาดผ่านโฆษณากับ Google Adwords เหมาะสำหรับร้านค้าเปิดใหม่ที่ต้องการแนะนำร้านให้เป็นที่รู้จักพร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า หรือในช่วงเวลาที่มีการทำโปรโมชั่นพิเศษ ฉบับหน้ามาดูกันครับว่าการทำ Google Adwords สามารถทำได้กี่รูปแบบ

เทียบฟอร์ม สภาขับเคลื่อนฯ กับ สภาปฏิรูปฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07091011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

เส้นทางปฏิรูป

บุญเลิศ ช้างใหญ่

เทียบฟอร์ม สภาขับเคลื่อนฯ กับ สภาปฏิรูปฯ

ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ลงมติเลือกประธาน สปท. และรองประธานอีก 2 คน ซึ่งผ่านฉลุยตามโผอย่างไร้คู่แข่งเมื่อตอนเช้าวันที่ 13 ตุลาคม ได้แก่

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. คนที่ 1

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท. คนที่ 2

วันเดียวกันนั้น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ลงนามในประกาศแต่งตั้งทันที

ใครหลายคนที่ดูและฟังการถ่ายทอดการประชุมนัดแรก พูดตรงกันว่า

นี่คือ สภาการเมือง

ไม่ใช่ สภาวิชาการ เหมือนกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

และต่างเป็นห่วงว่า การปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ที่ สปท. จะทำงานสืบแทนต่อเนื่องจาก สปช. อาจไม่เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างรวดเร็วตามความคาดหวังของประชาชน

ประกอบกับ ได้ประธาน สปท. เป็นผู้สูงวัย อายุ 81 ปี จะขับเคลื่อนไหวแน่หรือ

หรือคิดว่า ถ้าคนแก่ขับแล้วไม่เคลื่อน ก็จะเรียกคนหนุ่มอย่างนายอลงกรณ์มาช่วยแก้ปัญหาทีก็มิอาจรู้ได้

แต่ที่แน่ๆ อดีต สปช. ในมาดนักการเมือง ยี่ห้ออดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่างนายอลงกรณ์คงจะรับเละ เพราะหันมามองข้างๆ รองประธานคนที่ 2 นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ ก็เป็นมือใหม่หัดขับทั้งเรื่องการปฏิรูป เนื่องจากไม่ได้เป็น สปช. มาก่อนและเรื่องงานสภาที่จะต้องเข้าใจข้อบังคับและธรรมชาติของที่ประชุมคนหมู่มาก 200 คน ที่เมื่อมารวมอยู่ด้วยกัน ต่างก็ต้องการจะพูด อภิปราย แสดงความคิดเห็น เสนอแนะ โดยแต่ละคนต้องการพูดมากๆ กันทั้งสิ้น

สุดท้าย สื่อมวลชนและประชาชนคงเอาไปเปรียบเทียบว่า

ระหว่างประธาน สปช. เทียนฉาย กีระนันทน์ กับ ประธาน สปท. ทินพันธุ์ นาคะตะ

ใครจะเจ๋งกว่ากัน

ระหว่าง สปช. 250 คน กับ สปท. 200 คน ใครมีคุณภาพและทำงานปฏิรูปได้ดีกว่ากัน

ช่วงนับจากนี้ ภารกิจของ สปท. คือการจัดสัมมนานอกสถานที่เพื่อสร้างความรู้จักและความคุ้นเคยต่อกัน นอกจากนั้น ยังต้องตั้งคณะกรรมาธิการไปจัดทำข้อบังคับการประชุมสภาขับเคลื่อนฯ ว่าจะให้มีคณะกรรมาธิการกี่คณะ คณะใดบ้าง

เมื่อข้อบังคับผ่านการพิจารณาของที่ประชุม นำมาใช้ก็จะเลือกสมาชิก สปท. เข้าไปอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ วางหลักเกณฑ์การบริหารงาน โดยเฉพาะการอภิปรายในที่ประชุม จะอภิปรายเรื่องอะไร อย่างไร

เช่น เรื่องความปรองดองที่เถียงกันอยู่และ พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การสร้างความปรองดอง คือการปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การนิรโทษกรรม สปท. จะว่ายังไง

รวมไปถึง สปท. จะทำให้ประชาชนเข้าใจการปฏิรูป และรู้สึกชื่นชอบ มีความหวังต่อ สปท. ได้หรือไม่ แค่ไหน

ถึงตอนนั้นจะรู้ว่า 200 คน ที่ พล.อ. ประยุทธ์ลงนามแต่งตั้งเข้ามาตามสัดส่วน จะได้ผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปด้านต่างๆ พร้อมที่จะสานงานปฏิรูปต่อจาก สปช. เพียงไร

โรดแมป 6-4-6-4 รวมแล้ว 20 เดือน จะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตามห้วงเวลาที่ผ่านไปแต่ละเดือน สำหรับคำตอบว่าด้วยการปฏิรูปถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา เรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องสร้างความปรองดอง เป็นต้น

การรับไม้ปฏิรูปของ สปท. ต่อจาก สปช. แม้จะให้เวลาไว้ถึง 20 เดือน มากกว่า สปช. ที่มีอายุสั้นแค่ 11 เดือน อาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดีที่สมาชิก สปท. จะได้อยู่นานๆ เพราะประชาชนส่วนหนึ่งที่เคยบอกว่าชอบความสงบเรียบร้อย ไม่มีการชุมนุมประท้วง ไม่มีเรื่องวุ่นวายเหมือนหลายปีที่ผ่านมาก่อนเกิดการรัฐประหาร อาจรู้สึกหงุดหงิด แล้วพูดว่าไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ก็จะกลายเป็นปัญหาได้

นี่ยังไม่พูดถึงประชาชนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลที่ไม่ว่ารัฐบาลจะทำดีหรือไม่ สปท. จะขับเคลื่อนการปฏิรูปแบบไหน คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะร่างออกมาอย่างไร ก็ไม่เอาด้วย คนเหล่านี้รอเวลาได้แสดงตัวตนและความคิดอุดมการณ์ทางการเมืองเมื่อถึงจังหวะ นั่นคือ การออกเสียงประชามติหรือการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.

ดังนั้น การทำงานของ สปท. เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เกิดมรรคเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ จึงเป็นข้อสอบของสมาชิก 200 คน ที่จะต้องทยอยส่งคำตอบให้กับประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ไปเรื่อยๆ

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07093011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ราศีเมษ (13 เมษายน-13 พฤษภาคม)

เป็นช่วงเดือนที่ต้องระวังในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน รวมถึงการตัดสินใจใดๆ ก็ตาม ควรมีที่ปรึกษา หรือคิดให้รอบคอบก่อนการรับปาก จะมีเหตุให้คุณทำไม่ได้ หรือคุณเองจะถูกเลื่อนนัด ใครรับปากจะให้สิ่งใดยังเป็นข่าวที่เชื่อถือค่อนข้างยาก อีกประการ ระวังการใจร้อนทำให้เสียหายทั้งระบบ เป็นช่วงเดือนที่เคยทำสิ่งใดให้ทำสิ่งนั้นไปเหมือนเดิมๆ ยังไม่ควรปรับเปลี่ยนหรือตัดสินใจในเรื่องใหญ่ การเงินเป็นช่วงของการหมุนเงิน มีผู้ใหญ่ให้งานที่เป็นรายได้เสริมให้กับคุณ โชคลาภไม่ควรเสี่ยงก้อนใหญ่ ความรักระวังการเข้าใจผิด พูดจาที่ไม่เป็นมงคลระหว่างกันทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งผู้ใหญ่ที่คุณเคารพสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาได้ กับท่านที่มีรักซ้อนให้ระวังดีๆ เพราะตัวจริงของคุณเริ่มรู้ระแคะระคายอะไรบางอย่างในตัวคุณบ้างแล้ว อย่างไรเสียก็อย่ามาแนวหักหาญน้ำใจกันเกินไปก็แล้วกันมันจะออกมาไม่งามกับทุกฝ่าย สุขภาพระวังอุบัติเหตุทั้งในที่ทำงานและการเดินทางด้วยครับ ด้านโชคลาภนั้นมีก้อนเล็กๆ ซึ่งมาจากเพศตรงข้ามเป็นหลัก

ราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม-13 มิถุนายน)

เรื่องหน้าที่การงานระวังในส่วนของการรับปากทั้งในส่วนของคุณ คู่ค้า และคู่สัญญาที่ไม่สามารถทำได้อย่างที่วางแผนไว้ ด้วยหน้างานที่คุณรับผิดชอบมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของคนและระบบไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เมื่อเกิดปัญหาไม่ควรคิดหรือแก้ไขส่วนตัว ควรแจ้งผู้ใหญ่ให้ท่านทราบ สิ่งที่ร้ายแรงจะเบาบางลงได้ อริศัตรูยังคอยแอบแทงข้างหลัง ทำการสิ่งใดควรมีหลักฐานให้ชัดเจน การเงินมีรายได้ก้อนเล็ก จากการลงแรงไปก่อนหน้านี้ เริ่มออกดอกออกผลให้คุณได้เก็บเกี่ยวบ้างแล้ว ความรักระวังการหลงใหลได้ปลื้ม ทำให้ทุ่มทุนสร้าง ใครพูดใครเตือนสิ่งใดคุณจะไม่ฟัง ทำให้เสียหายทั้งตัวและหัวใจได้ ลูกน้องบริวารที่คุณสั่งงานได้กลับเปลี่ยนไป มีอาการแปลกๆ ไม่ร่าเริงสนุกสนานเหมือนก่อน ก็ให้ทราบไว้ว่าคนรอบตัวคุณตอนนี้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวเรื่องส่วนตัวกันถ้วนหน้า หาวิธีช่วยหรือถามไถ่บ้างก็จะได้ใจจากทุกคนไปเต็มๆ สุขภาพระวังเรื่องของอารมณ์ที่ขึ้นเร็วลงเร็ว ทำให้ความดัน โรคประจำตัวกำเริบได้ครับ ทางที่ดีควรหาเวลาไปพักผ่อนท่องเที่ยวไกลๆ จะช่วยได้

ราศีเมถุน (14 มิถุนายน-14 กรกฎาคม)

หน้าที่การงานคุณจะได้รับมอบหมายงานใหม่ๆ ทั้งงานที่ชอบหรือไม่ก็ตาม อีกทั้งยังเป็นงานที่คนอื่นทำไม่ประสบความสำเร็จ จะถูกโยนมาให้คุณเป็นผู้สานฝันนั้นต่อ ทำให้คุณต้องฝ่าฟัน โดนหนามเกี่ยวเจ็บแสบเป็นแผล กระทบกับคนอื่นบ้างในการเดินเพื่อให้ถึงเป้าหมายครั้งนี้ ท้ายสุดประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ ติดขัดเจ้านายหรือผู้ใหญ่ที่ดูแลยังเป็นที่ปรึกษาได้เป็นอย่างดี การเงินยังไม่ควรใช้จ่ายไปกับสิ่งของเครื่องใช้ที่ไม่จำเป็น ด้วยเหตุจะได้ของที่มีตำหนิคุณภาพไม่สมราคาที่จ่ายไป ความรักยังมีบางสิ่งที่เป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องที่เป็นความลับ ยังคงต้องเป็นความลับต่อไปจะเป็นผลดีกับตัวคุณในช่วงนี้ อีกทั้งมีสิ่งใดขัดข้องหมองใจต้องให้อภัยกัน อย่าขุดคุ้ยหาเรื่องราวในอดีตมาพูดคุยจะยิ่งไปกันใหญ่ รวมถึงจะมีญาติพี่น้องเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบายต้องถามไถ่ดูแลบ้าง และให้ระวังของสำคัญในบ้าน ในที่ทำงาน ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรเครื่องยนต์จะเสียหายทำให้ต้องเสียตังค์ซ่อม สุขภาพระวังเรื่องของอาหารไม่สะอาด น้ำ การดื่มของมึนเมา จะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้นครับ

ราศีกรกฎ (15 กรกฎาคม-16 สิงหาคม)

งานในความรับผิดชอบจะมีงานจ๊อบสั้นๆ เข้ามาให้คุณได้ทำ มีโอกาสเดินทางต่อเนื่อง เป็นงานที่เจ้านายหรือผู้ใหญ่ที่คุณให้ความเคารพท่านออกปากให้คุณช่วยไปดูแล ไปทำให้ท่าน เป็นงานที่ปฏิเสธยาก เป็นงานหิน แต่เป็นงานที่คุณสามารถนำมาสร้างชื่อ สร้างความเชื่อมั่นในอนาคตข้างหน้าได้เป็นอย่างดี มีโอกาสได้รับงานชิ้นใหญ่ในอนาคตอย่างแน่นอน รายได้ส่วนใหญ่ได้จากการเดินทางทำงานนอกสถานที่ จะมีเงินพิเศษเข้าต่อเนื่อง แต่ถ้าอยู่กับที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ รายได้พิเศษก็หดหายได้ ความรักเรื่องของเวลาที่มีให้ระหว่างกันไม่มากพอ เป็นสาเหตุของการขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกัน ควรหาเวลาอธิบายสั้นๆ ในเรื่องของงานเพื่อลดแรงกดดัน กับเพื่อนร่วมงานต้องระวังบางคนในที่ทำงานจะพยายามขัดแข้งขัดขา ดึงเรื่องและไม่ให้ความสะดวกในการทำงานกับคุณ ทางแก้ง่ายมากคือมีอะไรให้ทำเองไปก่อน ทำไม่ได้ให้บอกหัวหน้าหรือขอคำปรึกษาผู้ใหญ่ในงาน ท่านจะออกมาช่วยเหลือคุณเอง สุขภาพระวังกระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะอักเสบ พยายามเข้าห้องน้ำให้บ่อยขึ้นจะช่วยได้ครับ

ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม-16 กันยายน)

งานเป็นช่วงที่ต้องวิ่งออกนอกสถานที่ หรืออยู่ไม่ติดโต๊ะ มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ทำให้เวลาส่วนตัวที่จะเคลียร์ปัญหาเก่า งานเก่าๆ น้อยลง จำเป็นที่จะต้องจัดในเรื่องของเวลาหน้างานและเรื่องเอกสารให้ลงตัว ก่อนที่งานด้านเอกสารจะสร้างปัญหายุ่งยากกับคุณในอนาคต อีกทั้งระวังเรื่องของลายเซ็น ควรอ่านและตีความให้เข้าใจก่อนเซ็นชื่อลงในเอกสารต่างๆ การเงินจะมีรายได้พิเศษ เงินฟลุกเข้า แต่ต้องแลกมาด้วยแรงกายแรงใจอย่างหนัก อีกทั้งเงินหมุน การกู้ยืม จะเริ่มได้ข่าวดี ความรักระวังการเดินทางหรือการทำงานนอกสถานที่ ทำให้มีคนหน้าตาใหม่ๆ เข้ามาพึงพอใจในตัวคุณ ดังนั้น ควรเช็กข่าวให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจคบหา การเงินจะมีเหตุให้ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมในอีกไม่ช้านี้ ถึงไม่ใช่จำนวนใหญ่โตแต่ก็ทำให้เกิดความวิตกกังวลอย่างแท้จริงขึ้นมา ทางแก้คือการใช้เงินในส่วนที่จำเป็นที่สุดไปก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนทุ่มสุดตัวเดี๋ยวจะเครียดสุดใจไปซะก่อน เรื่องครอบครัวบุตรบริวารจะสร้างความชื่นใจและเป็นกำลังใจให้คุณสู้ต่อได้เป็นอย่างดี สุขภาพระวังเรื่องของอุบัติเหตุเจ็บเนื้อเจ็บตัวจากที่ทำงาน ที่บ้าน และการเดินทางให้มากขึ้นครับ

ราศีกันย์ (17 กันยายน-16 ตุลาคม)

งานช่วงต้นคิดการสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณและองค์กร ขอให้รีบดำเนินการโดยด่วน เพราะยังมีคนเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ชี้ช่องทางในเรื่องที่คุณติดขัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอกสาร สัญญาการเจรจาสิ่งใดที่ก่อนหน้านี้ทำท่าจะไม่ประสบความสำเร็จ จะมีคนเข้ามาช่วยทำให้หลายอย่างง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน แต่คุณต้องวิ่งให้สุดตัว อยู่เฉยรอเทวดามาโปรดไม่ได้ การเงินจะเป็นเงินหมุนเหมือนพายุ มีทั้งเข้าก้อนใหญ่และถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว สิ่งใดที่ควรจ่ายก็ควรจะจ่าย สิ่งใดที่ไม่ควรซื้อก็ไม่ควรซื้อในช่วงนี้ การค้าการขายต้องยิ้มให้บ่อยขึ้น ไม่รวมแค่ตัวคุณ ลูกน้องบริวารทั้งหลายก็ต้องหันมาหน้าชื่นตาบาน รู้จักวิธีการเทกแคร์ดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้มากกว่าเดิม เพราะกุญแจสำคัญจากนี้ไปคืองานบริการมากกว่าเรื่องใดๆ ครับ เมื่อทราบเคล็ดลับเช่นนี้ก็เร่งเสริมทัพด้านการบริการโดยไว ด้านความรักเวลาและการเงินยังสร้างปัญหาระหว่างกัน ควรจับมือปรึกษากันอย่างมีสติและใจเย็น ทุกอย่างมีทางออกที่ดีเสมอ สุขภาพระวังเรื่องของกล้ามเนื้อปวด บวมอักเสบได้ครับ

ราศีตุล (17 ตุลาคม-16 พฤศจิกายน)

เป็นช่วงที่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน การเงินและความรัก เป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาและวางแผนสิ่งใดได้เลยในช่วงนี้ สิ่งที่คุณต้องทำ คือทำทุกอย่างเต็มกำลังความสามารถในทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย อีกทั้งต้องเตรียมแผนสำรองไว้ล่วงหน้าเช่นกัน ใครที่รับปากว่าจะทำสิ่งใดให้ในช่วงนี้ ให้เตรียมใจว่ามีการพลิกได้ในนาทีสุดท้าย แต่ถ้าคุณเตรียมแผนสำรองอย่างที่ผมบอกไว้จะทำให้เจ็บตัวน้อยและหลายอย่างยังไหลไปตามระบบได้ การเงินการเสี่ยงโชคต่างๆ ที่เป็นการลงทุนด้วยตัวเลขควรงด การลงทุนและการค้าขายระยะนี้ยิ่งมึนขึ้นทุกวัน รายรับลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทางที่ดีคุณควรเร่งปรับทัพใหม่ วางแผนด้านการหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้เข้ากับยุคสมัย รวมทั้งการบรรจุหีบห่อถ้าได้รับการปรับปรุงอีกสักนิดรับรองลูกค้าจะติดใจเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เรื่องความรักปัญหาจากการเงินที่ติดขัด ทำให้การพูดคุยระหว่างกันเป็นปัญหาทุกเรื่อง ควรเปิดใจคุยกันจะช่วยให้เข้าใจกันมากขึ้น สุขภาพระวังปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ แพ้อาหารด้วยครับ

ราศีพิจิก (17 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม)

งานเป็นช่วงที่มีการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงหน้างานอย่างต่อเนื่อง แผนที่วางไว้มีการปรับรายวัน แต่ยังคงต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า มีคนเข้าออกต่อเนื่องทำให้งานบางส่วนชะลอช้าลง เป็นผลทำให้ผู้ใหญ่ที่ดูอยู่ไม่พอใจ แต่ถ้าคุณมีแผนและมีการปรับเปลี่ยนเตรียมการไว้เป็นอย่างดี นี้ถือเป็นโอกาสแสดงฝีมือให้เจ้านายไว้วางใจและสามารถปล่อยให้คุณตัดสินใจงานในอนาคตได้ด้วยตัวเอง รายได้พิเศษยังมีเข้าต่อเนื่อง แต่การเสี่ยงในเรื่องตัวเลข การลงทุนโดยใช้เงิน ควรมีข้อมูลให้มากพอก่อนการตัดสินใจ การค้าขายในช่วงนี้จะมีคู่แข่งเข้าตีประชิด นั่นหมายถึงจะมีคนลอกเลียนแบบสินค้าหรือเล่นตัดราคาสินค้ากันอย่างน่าใจหาย แต่คุณอย่าตื่นตูมตามเกมตลาดมากเกินไป คุณภาพที่ออกมาจากน้ำมือคุณจะสำคัญกว่าสิ่งใดๆ ความรักระวังเรื่องของบุคคลที่สามที่จะมาสร้างความหวั่นไหว ทำให้ความมั่นคงส่วนตัวสั่นคลอนได้ ด้านโชคลาภจะมีเข้ามาโดยเพศตรงข้ามเป็นผู้นำพาข่าวดีมาให้ สุขภาพระวังเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดจากงาน เกิดจากการเดินทาง ปวดหัวเข่า ขาอ่อนแรงกะทันหัน ด้วยครับ

ราศีธนู (16 ธันวาคม-15 มกราคม)

หน้าที่การงานมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน แบบไม่เปิดตัว ช่วยเหลือหรือส่งงาน ช่วยหารายได้ให้คุณอย่างลับๆ สิ่งที่ต้องระวังเรื่องของแผนและการบริหารหน้างาน รวมถึงการใช้คนให้เหมาะกับงานจะสามารถให้งานเดินเร็วเสร็จตามกำหนด รับงานสิ่งใดช่วงนี้คงต้องทำการบ้านให้มากสักหน่อย เพราะจะเจอคนที่เจนสนาม แสบสันต์ แต่ถ้าคุณเตรียมข้อมูลมาแน่น รับรองจะรอดอย่างสง่างาม การเงินมีรายได้ก้อนใหญ่ รวมถึงเงินพิเศษที่ไม่คาดว่าจะได้จะมีเข้ามา แต่จะต้องจ่ายไปกับเรื่องของรถ อะไหล่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพาหนะที่คุณใช้อยู่ การค้าขายในช่วงจากนี้ไปเตรียมตัวเรื่องค่าของ ค่าแรง ค่าใช้จ่ายต่อวันจะสูงขึ้นกว่าปัจจุบันนี้อีกระลอก งานนี้อาจได้เห็นเพื่อนร่วมอาชีพของคุณปิดกิจการหรือลดขนาดบริษัทลงก็คราวนี้แหละ แต่เมื่อคุณทราบล่วงหน้าก็ขอให้คุณตั้งรับเอาไว้ก่อนใคร ก็จะอยู่รอดปลอดภัยได้ครับ ความรักโอกาสได้ร่วมงานกับคนรักมากขึ้นบ่อยขึ้น ทำให้รู้ใจกันและเข้าใจกันมากขึ้น สุขภาพระวังโรคประจำตัว อีกทั้งระบบความดัน ปวดหัว นอนไม่พอ ทำให้เจ็บไข้ได้ง่ายขึ้นครับ

ราศีมังกร (16 มกราคม-12 กุมภาพันธ์)

งานในความรับผิดชอบจะมากขึ้น มีงานหลากหลายให้คุณได้จับได้ทำ จนต้องทำงานล่วงเวลาต่อเนื่อง ยังทำงานไม่ทัน ควรจัดสรรเนื้องานว่าชิ้นไหนสำคัญที่สุดให้รีบทำและรีบส่งต่อให้เร็วก่อนกำหนดได้ยิ่งเป็นการดี งานชิ้นใดที่ได้รับมอบหมายแล้วหาทางออกทางแก้ไม่เจอ ควรรีบปรึกษาเจ้านาย หัวหน้าที่เมตตาต่อตัวคุณ ท่านจะช่วยชี้แนะให้ เพื่อนสนิท ลูกน้องบริวารยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีรายได้พิเศษเข้ากระเป๋า แต่ประเภทโชคฟลุกๆ ไม่ต้องคาดหวัง ออกแรงเสียเหงื่อมากเท่าไหร่ เงินเข้ามากเท่านั้น รายรับรายจ่ายในช่วงจากนี้ต้องเน้นดีๆ ยังไม่จำเป็นอย่าเพิ่งรีบซื้อของที่ยังไม่ได้ใช้เข้ามาในบ้านในร้านหรือในบริษัท เพราะมีเกณฑ์ของการหมุนเงินไม่ทัน ให้ทำงานตามปกติไปก่อนเพราะเงินที่ทำการค้าในช่วงนี้ยังงดงามดีอยู่ ความรักเป็นช่วงสั้นๆ ที่อึดอัดใจเรื่องของครอบครัวคนรัก ด้วยความต้องการที่ต่างกัน ควรจับมือกันให้แน่นๆ แล้วมุ่งหน้าเดินลุยไปด้วยกัน เพราะที่สุดแล้วคนรักคนใกล้ตัวนี่แหละที่จะอยู่ข้างๆ คุณไปจนถึงฝั่ง สุขภาพระวังลมในกระเพาะ ทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ได้ครับ

ราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์-13 มีนาคม)

เรื่องของงานระวังจะมีคนใส่ร้ายใส่ความในเรื่องที่คุณไม่ได้ทำ ดังนั้น เป็นช่วงที่ทำสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับงานและความรับผิดชอบต่างๆ ควรทำเป็นเอกสาร หลักฐาน มีการเซ็นรับทราบกันทุกขั้นตอน อย่างน้อยเพื่อเป็นหลักฐานในอนาคตที่จะทำให้คุณรอดปลอดภัยจากคนที่คิดไม่ดี ลูกน้องสนิท คนใกล้ชิดยังเป็นหูเป็นตาให้ทำงานบางอย่างแทนคุณได้อยู่ การเงินเป็นช่วงที่ต้องหมุนเงินตลอดเวลา แต่โชคดีที่สามารถหมุนผ่านได้นาทีสุดท้าย ถึงจะเหนื่อยจะเครียด แต่ยังมีทางออกที่ดีให้คุณเสมอ ความรักครอบครัว คนรักโอกาสพบเจอ พูดคุย ปรับทุกข์ มีการช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกันมากขึ้น การค้าขายในระยะนี้เหมาะกับการจัดโปรโมชั่นทุกรูปแบบ จะลด แลก แจก แถมหรือจะสะสมแต้มชิงรางวัลอะไรควรต้องรีบทำเพราะจะทำกำไรช่วงสั้นๆ เข้ากระเป๋าให้คุณชื่นใจได้เป็นอย่างดี การเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงจะได้มาจากคนที่อายุน้อยกว่าแต่พยายามอย่าทุ่มเทให้กับการเสี่ยงมากเกินไปเดี๋ยวมันจะถอนตัวไม่ขึ้นซะ สุขภาพระวังเดินวิ่งพื้นที่มีน้ำขัง ทำให้ลื่น หกล้มรุนแรงได้ง่าย อีกประการ ระวังแขน ขา อ่อนแรงด้วยครับ

ราศีมีน (14 มีนาคม-12 เมษายน)

หน้าที่การงานระวังในส่วนของงานเก่า งานค้าง งานที่ถึงกำหนดส่งแล้วยังไม่สามารถส่งได้ จะสร้างปัญหาให้กับคุณจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ในที่ทำงานได้ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วควรรีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วน รีบทำ รีบส่ง ไม่ควรเก็บงานไว้กับตัวนานเกิน งานสิ่งใดที่คุณไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบช่วงนี้ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นที่มีหน้าที่โดยตรงไปซะ ติดขัดปัญหาควรรีบปรึกษาเจ้านาย หัวหน้าเป็นการด่วน การเงินยังมีเงินพิเศษจากงานเก่า งานที่ค้างจ่าย จะได้รับเพิ่มเติมขึ้น การกู้ยืมต่างๆ ควรติดตามต่อเนื่องถึงจะสัมฤทธิผลอย่างที่ตั้งใจ มีสิ่งที่ต้องเตือนในช่วงนี้คือเรื่องระบบบัญชี ท่านใดเป็นเจ้าของกิจการให้หันมาดูแลระบบบัญชีโดยด่วน มีเกณฑ์เกิดปัญหาใหญ่ในภายภาคหน้าได้ ความรักครอบครัวเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี เมื่อกลับบ้านอยู่กับครอบครัว คนรักเป็นสิ่งที่ทำให้คุณสบายใจสบายกายมากที่สุด ในช่วงนี้ มีโอกาสควรหาเวลาไปเที่ยวไปพักผ่อนยังต่างจังหวัดร่วมกัน จะยิ่งสานสัมพันธ์ต่อกันได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น สุขภาพระวังเรื่องของกระดูกหลัง กล้ามเนื้อส่วนขาและแขนปวดเมื่อย หาเวลาออกกำลังกายหรือทำโยคะจะช่วยให้แข็งแรงขึ้นได้ครับ

เลขมงคลประจำปักษ์นี้ เลข 3 เลข 9 และ เลข 8 ควรเว้น เลข 1

สิ่งมงคลที่ควรกราบไหว้บูชาประจำปักษ์นี้ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน และ หลวงพ่อคล้าย วาจาสิทธิ์

เรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษในปักษ์นี้ ทั้งตนเองและคนรอบข้าง คนรู้จัก จะเกิดอุบัติเหตุ ป่วยฉับพลัน คนสนิทเข้าโรงพยาบาล ควรเตรียมเงินสำรองไว้ล่วงหน้า อีกทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านจะชำรุดเสียหาย

เลือกใช้คู่เลขไหนดี บนเบอร์โทรศัพท์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07096011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

องศาชีวิต ลิขิตแห่งตัวเลข

ปอ นางฟ้าเลขลิขิตom

เลือกใช้คู่เลขไหนดี บนเบอร์โทรศัพท์

การถอดรหัสตีความหมาย เบอร์มือถือ

โครงสร้างเบอร์มือถือ

1) รหัส 3 ตัวแรก ไม่มีผลกระทบต่อผู้ใช้ เพราะเป็นภาพรวมของคนส่วนใหญ่ที่มีเหมือนกันนับล้านคน xxx-1234567 (xxx ไม่นำมาพยากรณ์)

2) ถอดรหัสเลข 7 ตัวหลัง จับคู่ตัวเลขได้ 6 คู่ (12) (23) (34) (45) (56) (67) ที่ต้องจับคู่ เพราะตัวเลขที่เชื่อมต่อกันจะส่งผลกระทบถึงกันชัดเจนที่สุด

3) ผลรวมตัวเลขทั้ง 10 ตัวของเบอร์โทรศัพท์ ไม่มีผลต่อการพยากรณ์ (ผลรวมเท่ากัน แต่ทำไมชีวิตแตกต่างกันมาก)

โดยพื้นฐาน สูตรคู่ตัวเลขมงคล ถือเป็นการเลือกใช้คู่ตัวเลขมงคลระดับทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

เลขที่ปลอดภัยในการใช้งาน : 14 15 16 19 22 24 26 29 35 36 39 41 42 44 45 46 49 51 53 54 55 56 59 61 62 63 64 65 66 69 91 92 93 94 95 96 99 รวม 37 คู่เลข

(หมายเหตุ หากรู้วิชาการวางเบอร์ตัวเลขและเทคนิคพิเศษ จะสามารถเลือกใช้คู่ตัวเลขได้มากกว่าสูตรคู่ตัวเลขมงคลพื้นฐาน)

เลขที่ต้องศึกษาข้อมูลก่อนการเลือกใช้ : 23 25 28 32 33 47 52 57 58 74 75 78 79 82 87 89 97 98 เลขกลุ่มนี้ต้องพิจารณาความเหมาะสม ด้านเพศ ลักษณะงานเฉพาะ รวม 19 คู่เลข

เลขหลีกเลี่ยง : 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 17 18 20 21 23 27 30 31 37 38 40 43 48 50 60 67 68 70 71 72 73 76 77 80 81 83 84 86 88 90 เลขกลุ่มนี้ไม่ควรมีในเบอร์โทรศัพท์ รวม 44 คู่เลข

เบอร์โทรศัพท์ที่ดีมีมงคลนั้น นอกจากจะเลือกใช้คู่เลขที่ดีแล้ว ความสมดุล ความพอดีของการใช้คู่ตัวเลขนั้นสำคัญมากเช่นกัน เช่น ถ้า 6 คู่เลข เน้นไปเฉพาะเรื่องฉลาดรอบคอบอย่างเดียว xxx-4545454 จะกลายเป็นพลังเฉพาะด้านความคิด แต่ไม่ลงมือทำ ดังนั้น ต้องดึงคู่เลขที่ให้พลังดีต่างกันมาเรียงร้อยให้เกิดประโยชน์ในหลายๆ ด้านที่เราต้องการ

จากนี้ เรามาดูความหมายของเลขเหล่านี้ ทำไมต้องหลีกเลี่ยง ทำไมต้องพิจารณาศึกษา หรือเลขชุดเหล่านี้ใช้ได้เลย

เลขหลีกเลี่ยง

00-09 0 ดาวมฤตยู จับคู่กับเลขใดก็ตาม

– เกี่ยวข้องกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น

0 00-08 อาจเกิดโรคมะเร็ง เนื้องอก

04 40 โรคเกี่ยวกับช่องท้อง กระเพาะ

01 03 ไมเกรน สายตา

07 70 ปวดกระดูก เส้นเอ็น ข้อ อัมพาต

09 90 ปลีกวิเวก โลกส่วนตัวสูงเกินไป

– ลดทอนพลังด้านดีของเบอร์โทรศัพท์

11 โดดเด่น แต่เป็นภัย

12 21 อารมณ์เหวี่ยงขึ้น-ลง รุนแรง ผีเข้าผีออก

13 31 อุบัติเหตุ ผ่าตัด ทะเลาะเบาะแว้งขั้นเลือดตกยางออก ชีวิตพลิกผัน

17 71 เครียด กดดัน ความรับผิดชอบสูง ซึมเศร้า หลับไม่ลง

18 81 ถูกหักหลังด้านความรัก การงาน ถูกแทงข้างหลัง

27 72 หนี้สินรุงรัง หามาแต่ไม่เคยได้ใช้เอง

34 43 ปากพาจน ปากสร้างศัตรู พูดจาขวานผ่าซาก แบบไม่สนใจความรู้สึกคนรอบข้าง

37 73 ระเบิดอารมณ์ เพราะกดดัน

38 83 อารมณ์ร้อน กล้าได้กล้าเสียเกินไป

48 84 ปัญหาเอกสาร คดีความ ค้ำประกัน

67 76 ชีวิตพลิกคว่ำ เลิกรา แยกกันอยู่ พูดคุยคนละภาษากับคู่รัก หย่าร้าง ถูกโกง

77 อุปสรรคขวากหนาม ปัญหารุมเร้า เครียดสุดๆ

68 86 ลุ่มหลง การเงิน ความรัก ฟุ้งเฟ้อ

88 เงินมาก อำนาจล้น อารมณ์รุนแรง ควบคุมตัวเองไม่ได้

เลขปลอดภัยในการใช้งาน

14 41 ผู้ใหญ่ให้ความเมตตา พูดจาน่าเชื่อถือ พูดปิดการขาย เรียนหนังสือดี

15 51 สติปัญญารอบคอบ มีเหตุผล ผู้ใหญ่เอ็นดูอุปถัมภ์ เก่งวิชาการ เรียนหนังสือเก่ง

16 61 มองการณ์ไกล วิสัยทัศน์เยี่ยม เข้มงวดการเงิน

19 91 เป็นผู้นำ ฉลาด ทันสมัย รสนิยมดี เด่นดัง มีชื่อเสียง

22 อ่อนหวาน น่ารัก ใจเย็น มองโลกในแง่ดี

24 42 เจรจาดี เงินคล่อง ประสานงานดี น่ารัก

26 62 มีเสน่ห์ทางคำพูดอยู่ใกล้แล้วอบอุ่น รสนิยมด้านศิลปะดี

29 92 มนุษย์สัมพันธ์ดี งานประชาสัมพันธ์งานแสดงศิลปะ ไหวพริบดี แต่งตัวเก่ง

35 53 อำนาจบารมี เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การงานดีผู้ใหญ่ส่งเสริม

36 63 มีเสน่ห์ ฉลาด ช่างคิดช่างพูด สวยหล่อเลือกได้ รายได้ดี ชอบเดินทาง

39 93 แข่งกี่ครั้งก็ชนะงาน การใช้ชีวิต เติมไฟในการทำงาน การเสี่ยงโชค

44 ฉลาด ช่างสังเกตช่างจดจำ ถ่ายทอดข้อมูลได้ครบถ้วน ไหวพริบดี อัธยาศัยดี

45 54 เทพีแห่งโชค เลขปัญญาน่าเชื่อถือ ผู้ใหญ่เมตตา รวยเพราะความฉลาด

46 64 ผู้มีวาทศิลป์ ร่าเริงสนุกสนาน หาเงินได้หลายทาง การเงินดี

49 94 คิดเร็วทำเร็ว ทันเกม ค้าขายทางเน็ต ติดต่อต่างประเทศดีมาก

55 มีขั้นตอน ใจเย็น ชีวิตรุ่งโรจน์ มีความสุข ความรักสดใสด้วยเหตุและผล

56 65 ความรัก การเงิน ความช่วยเหลือ ความฉลาด โอกาสดีๆ เข้ามาบ่อย

59 95 มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ได้โชคลาภ ปล่อยวางเก่ง สุขภาพจิตดี

66 เสน่ห์ดีมาก หาเงินเก่ง ฉลาด ลูกเล่นแพรวพราว น่าเข้าใกล้

69 96 รสนิยมดี มีเสน่ห์ เด่นดัง หาเงินง่าย เงินเข้าแรง

(แต่อย่าอยู่ตำแหน่งสุดท้ายของเบอร์ เงินจะไหลออกเร็วด้วย)

99 เลขคู่ปาฏิหาริย์ มีมุมมองแตกต่างจากคนอื่น

เลขที่ต้องศึกษาข้อมูลก่อนการใช้งาน

23 32 เลขเสน่ห์น้ำมันพราย ผู้คนเหลียวหลัง ติดตราตรึงใจ อาชีพ ดารา คนออกสื่อ พนักงานขาย แต่ไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่มีแฟนขี้หวง

25 52 ผู้หญิงใช้จะต้องอุปถัมภ์ผู้ชาย ผู้ชายใช้นารีอุปถัมภ์

28 82 บริหารเงินก้อนโต หาเงินเก่ง ใจใหญ่ เหมาะใช้กับผู้ที่มีพื้นฐานการเงินกิจการดีอยู่ก่อนแล้ว

33 บ้าพลัง กระตือรือร้นตลอดเวลา ขยัน ดีกับการทำงานที่ต้องการความว่องไว ตื่นตัวแต่ขาดความรอบคอบ

47 74 นักพัฒนาอสังหา-โครงการ คำพูดหนักแน่น น่าเชื่อถือพูดจริงทำจริง มีความเครียดสูง

57 75 มานะ อดทน ใจสู้ เครียดสูง ใช้เฉพาะช่วงเริ่มต้น บุกเบิกกิจการ

58 85 ฉลาดมีไหวพริบ มีเล่ห์เหลี่ยม ชอบเดินทางลัด เหมาะกับงาน นักเจรจาต่อรอง งานวิ่งเต้นล็อบบี้ยิตส์

78 87 เลขคู่มิตรใหญ่ มีผู้ช่วยเหลือ พรรคพวกบริวารใจคอกว้างขวาง จับเงินก้อนโต มีลาภลอย มีดวงทางเสี่ยงโชค เกี่ยวข้องกับที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ เหมาะกับงานที่ต้องมีบุคลิกที่เข้มแข็ง

79 97 มองการณ์ไกล วิสัยทัศน์ดี มีมุมมองแปลก จะถูกมองว่าเพี้ยน เหมาะกับอาชีพ งานไอที คอมพิวเตอร์ เครื่องรางของขลัง

89 98 อำนาจ บารมี ปกครองคน เจ้าระเบียบ ใจกว้าง มีอิทธิพล จับเงินก้อนโต เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ใช้กับเจ้าของกิจการใหญ่ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปที่ http://m.facebook.com/Porleklikit หรือ “ปอ นางฟ้าเลขลิขิต”

ขยะพิษในโลกโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07098011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

ก่อนปิดร้าน

วิมล ตัน Monmati13@yahoo.com

ขยะพิษในโลกโซเชียล

อย่างที่เคยย้ำนักย้ำหนาว่า ในขณะที่โลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก สร้างคุณประโยชน์อนันต์ ในการช่วยเปิดโลกทัศน์ ย่อโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลให้เล็กลง ทำให้การติดต่อสื่อสารของคนจากทุกพื้นที่ในโลกทำได้ง่ายดายเพียงแค่คลิกเดียว แต่ในทางตรงกันข้าม โลกออนไลน์ก็มีอันตรายมหันต์ที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะผลพวงจากการโพสต์ การแชร์ การแสดงความคิดเห็น หรือคอมเมนต์โดยไม่ไตร่ตรองเสียก่อน นำมาซึ่งผลกระทบ ถูกเมนต์กลับ หรืออาจลุกลามบานปลายจนทำให้เสียผู้เสียคน เสียการเสียงาน เสียอนาคต ดังที่มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วหลายกรณี

นอกจากนี้ พิษภัยที่น่ากลัวอีกด้านหนึ่งของโลกโซเชียล ก็คือ ไม่น่าเชื่อที่โลกโซเชียล เต็มไปด้วยข้อมูลลวง ข้อมูลขยะ หรือการนำเสนอข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง หากใครเสพข่าวสาร ข้อมูลจากโลกออนไลน์โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง อาจนำมาซึ่งผลร้ายถึงขั้นเสียชีวิตก็ว่าได้

ดังเช่นตัวอย่างที่หยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งเป็นโพสต์ของ หมอจ๊วด หรือ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา นำเรื่องเล่าจากเฟซบุ๊กของหมอคนหนึ่ง ที่เล่าถึงครูยุทธ ซึ่งเป็นครูเกษียณอายุ ครูยุทธก็เหมือนคนแก่ทั่วไปในยุคสมัยนี้ที่นิยมใช้เวลาส่วนใหญ่เข้าอินเตอร์เน็ต ดูเฟซบุ๊ก อ่านโน่นอ่านนี่ และที่น่าห่วงก็คือ โลกโซเชียลมักจะมีคนชอบแชร์เรื่องราวการดูแลรักษาสุขภาพแบบธรรมชาติไม่ต้องพึ่งหมอ เช่น แนะนำให้ทานน้ำผึ้งผสมมะนาว นัยว่า เป็นสูตรล้างพิษ ช่วยลดความอ้วน หรือแนะนำให้ใช้น้ำมันหมูทำกับข้าวแทนน้ำมันพืช และหุงข้าวด้วยน้ำมันมะพร้าว จะดีต่อสุขภาพ เป็นต้น

แม้ว่าหมอจะพยายามให้ข้อมูลว่า ไม่เป็นความจริง แต่คนส่วนใหญ่ในโลกโซเชียลกลับเชื่อ เช่นเดียวกับครูยุทธ ทั้งๆ ที่ครูยุทธเป็นสารพัดโรคของคนแก่ ไม่ว่าจะโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง แรกๆ อาการของโรคก็ยังไม่มากนัก หมอที่รักษายังสามารถควบคุมระดับของโรคไว้ได้ แต่ระยะหลังๆ ปรากฏว่า ตัวเลขกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ สอบถามจนได้ความว่า ครูยุทธเชื่อข้อมูลในไลน์ หรือข้อมูลที่โพสต์แชร์ต่อๆ กันมา ยาความดันไม่ดีต่อร่างกาย จะส่งผลในการทำลายตับและไต ถึงขนาดมีการแชร์กันว่า ค่าความดันสูงเป็นการหลอกลวงของฝรั่งที่จะขายยา สุดท้าย ครูยุทธเลิกทานยาความดัน

ต่อมาอีกปี ครูยุทธมาโรงพยาบาลด้วยภาวะน้ำตาลสูงปรี๊ด และไตวาย สาเหตุเกิดจากครูยุทธเชื่อข้อมูลที่แชร์กันมา แนะนำให้ทานน้ำผึ้งกับน้ำมะนาว จะช่วยเรื่องเบาหวาน แถมยังเลิกทานยาเบาหวานอีกต่างหาก ด้วยเพราะครูยุทธเห็นผลจากการทานน้ำผึ้งกับน้ำมะนาว ทำให้น้ำหนักลดตั้ง 10 กิโลกรัม แม้ว่าหมอจะพยายามชี้แจงเหตุว่า น้ำหนักลดเพราะภาวะน้ำตาลพุ่งสูงจนทำให้ร่างกายเสียน้ำไปทางปัสสาวะ และเหตุที่ไตวายเพราะหยุดยาเบาหวาน

นี่ยังไม่รวมข้อมูลผิดๆ อีกเป็นหางว่าวที่ครูยุทธได้รับมาจากไลน์ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องแหกตาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะแนะว่า ทานทุเรียนช่วยลดน้ำหนัก ถ้าเส้นเลือดแตกในสมองให้เอาเข็มจิ้มนิ้วก่อน หรือแม้แต่หากถูกไฟชอร์ต ห้ามปั๊มหัวใจ แต่ให้นำตัววางบนสังกะสีแล้วราดน้ำ เพื่อคายประจุไฟฟ้า

สุดท้าย ครูยุทธเสียชีวิตกะทันหันด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก หมอไปตรวจสภาพศพ พบที่นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว ถูกจิ้มด้วยเข็ม เพราะภรรยาครูยุทธก็เชื่อข้อมูลที่แนะให้ใช้เข็มจิ้มนิ้วถ้าเส้นเลือดแตก แต่เข็มไม่ได้ช่วยชีวิตครูยุทธได้อย่างที่แชร์กันมา

น่าเศร้าที่เรื่องราวนี้ไม่ได้ถูกนำมาเป็นข่าวครึกโครมเพื่อเตือนสติเหล่านักเลงคีย์บอร์ดทั้งหลาย ได้แต่หวังว่า จะมีคนแก่อีกหลายคนที่ได้อ่าน และได้ตระหนักถึงข่าวมั่วๆ ในโลกโซเชียลที่ว่ากันว่า แทบจะ 80 เปอร์เซ็นต์ของเรื่องที่แชร์กันมา เป็นเรื่องลวงทั้งสิ้น

และโปรดใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูล!!