InMobi ผนึก Nielsen Digital Ad Ratings ช่วยนักโฆษณาวัดผลผู้รับชมได้อย่างแม่นยำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซานฟรานซิสโก–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

InMobi ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโฆษณาและการค้นหาผ่านอุปกรณ์มือถือ ประกาศผนวกรวมโซลูชั่น Nielsen Digital Ad Ratings (DAR) อันเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการวัดผลโฆษณาดิจิทัล การดำเนินการดังกล่าวเปิดโอกาสให้เหล่านักโฆษณาสามารถวัดองค์ประกอบทางประชากรศาสตร์ของกลุ่มผู้ที่รับชมโฆษณาผ่าน InMobi ด้วยแหล่งข้อมูลอิสระมาตรฐานอุตสาหกรรม

การผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะช่วยยกระดับการดำเนินการของ Inmobi ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้สำหรับการซื้อสื่อ ทั้งในเครือข่ายโฆษณาของบริษัท และช่องทางซื้อขายโฆษณาอัตโนมัติInMobi Exchange ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยให้นักโฆษณาสามารถใช้แท็กจาก Nielsen DAR เพื่อระบุอายุและเพศของผู้ใช้งานมือถือกลุ่มเป้าหมาย เครื่องมือนี้สามารถใช้งานได้บนเครือข่ายโฆษณาและผ่านการซื้อโฆษณาแบบ PMP (Private Marketplace) บน InMobi Exchangeนอกจากนี้ Inmobi ยังได้รับการรับรองจาก Nielsen สำหรับการใช้ DARผ่านแอปมือถือในหลายตลาดทั่วโลก ซึ่งรวมถึงสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย อินเดีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย และญี่ปุ่น

Nielsel DAR แสดงข้อมูลการรับชมโฆษณาออนไลน์และทางโทรศัพท์มือถืออย่างครอบคลุมได้ในวันถัดไป เทียบได้กับการวัดเรตติ้งทีวีของNielsen นอกจากนี้ ยังได้รับการสนุนจากฐานข้อมูลผู้ใช้ขนาดใหญ่ที่สุด และเครื่องมือวัด (panel) ที่มีคุณภาพมากที่สุดในโลก ทำให้กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการวัดผู้ชมยุคดิลิทัล

“คุณภาพของผู้ชมนับว่าเป็นเรื่องที่นักโฆษณากังวลมาก” เจฟฟ์ คูน รองประธาน Global Alliances ของ InMobi กล่าว “เรามุ่งมั่นจัดหาเครื่องมือวัดที่จำเป็นให้แก่นักโฆษณา เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของผู้ชม การผนวกรวมกับ Nielson Dar จะเปิดทางให้เราสามารถทำตามสัญญาแห่งคุณภาพที่วัดผลได้แก่นักโฆษณา”

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ InMobi เพื่อใช้ Nielsen DAR บนเครือข่ายระดับโลก” แอนดริว เฟเกนสัน กรรมการผู้จัดการฝ่ายดิจิทัลของ Nielsenกล่าว “Nielsen มุ่งมั่นที่จะส่งมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมที่นักโฆษณาทุกท่านจำเป็นต้องรู้ รวมทั้งเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ชมครอบคลุมในทุกอุปกรณ์”

เกี่ยวกับ InMobi

InMobi เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ค้นพบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ผ่านโฆษณาบนอุปกรณ์มือถือที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาโดนใจ รูปแบบการโฆษณาอันทันสมัยของ InMobi ช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชัน ผู้ประกอบการ และแบรนด์ต่างๆ สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้มือถือทั่วโลกได้InMobi ได้รับการยกย่องจาก Fast Company ให้เป็นหนึ่งในบริษัทนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุดของโลกในปี 2559 โดยสามารถเข้าถึงอุปกรณ์มือถือได้มากกว่า 1.5 พันล้านเครื่องทั่วโลก

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ
Anneka Patel
InMobi
อีเมล: pr@inmobi.com
InMobi Logo / InMobi Logo
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20150914/266030LOGO

“Horse and Rider” ผลงานประติมากรรมหนึ่งเดียวของ “เลโอนาร์โด ดา วินชี” เผยโฉมสู่สายตาชาวโลกอีกครั้งที่มิลาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มิลาน และ ลาสเวกัส–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Palazzo delle Stelline จัดแสดงผลงานประติมากรรมหนึ่งเดียวของเลโอนาร์โด ดา วินชี

นิทรรศการศิลปะซึ่งจัดแสดงผลงานประติมากรรมชิ้นเดียวเท่าที่โลกรู้จักของเลโอนาร์โด ดา วินชี เปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน ณ Institut Francais ใน Palazzo delle Stelline กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งอยู่ใกล้กับโบสถ์ Santa Maria delle Grazie อันเป็นสถานที่เก็บรักษาผลงาน The Last Supper ของจิตรกรอัจฉริยะผู้นี้

ศาสตราจารย์เออร์เนสโต โซลารี นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านผลงานของดาวินชี กล่าวในพิธีเปิดว่า “การจัดแสดงผลงาน Horse and Rider ในครั้งนี้ นำพา Charles d’Amboise กลับมาสู่มิลานอีกครั้งในรอบกว่า 500 ปี” ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ประติมากรรมHorse and Rider ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1508 คือต้นแบบของอนุสรณ์ขนาดมหึมาที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ของ Charles d’Amboise ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิทและผู้อุปถัมภ์ของดาวินชี

ในโอกาสนี้ เจมส์ เพตตี และ ร็อด มาลี เจ้าของประติมากรรมจากลาสเวกัส รัฐเนวาดา ได้เดินทางมาร่วมในพิธีเปิดเช่นเดียวกัน โดยคุณเพตตีกล่าวว่า “นิทรรศการศิลปะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่มีการนำประติมากรรม Horse and Rider และเบ้าหล่อมาอวดโฉมสู่สายตาชาวโลก” ขณะที่คุณมาลีกล่าวเสริมว่า “เราเห็นสมควรที่จะจัดแสดงผลงานอันน่าทึ่งชิ้นนี้ในมิลาน เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ดาวินชีสร้างสรรค์ประติมากรรมชิ้นนี้ขึ้นมา รวมถึงผลงานอื่นๆที่แสดงถึงอัจฉริยภาพในฐานะนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ และศิลปิน”

นิทรรศการศิลปะ Leonardo Sculptor – Horse and Rider เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมจนถึงวันที่ 22 ธันวาคมนี้ โดยสามารถเข้าชมได้ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 5 ยูโร ส่วนนักเรียนเข้าชมฟรี ทั้งนี้ ในอนาคตประติมากรรมดังกล่าวจะไปอวดโฉมในยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสหรัฐอเมริกาด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

สก็อต เฟอร์กูสัน

อีเมล: Scottf@artencounter.com

โทร. 702-227-0220

เว็บไซต์: www.davincihorseandrider.com

เอมานูเอลา รอสซี

อีเมล: Emanuela.rossi@equipemilano.com หรือpress@emanuelarossi.com

โทร. +39 335.6950018

 Leonardo da Vinci Horse and Rider / Leonardo da Vinci Horse and Rider (PRNewsFoto/Da Vinci Horse and Rider)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444918 

Opening Night of Leonardo da Vinci / Opening Night of Leonardo da Vinci Horse and Rider Exhibit - 24 November, 2016 - Milan, Italy (PRNewsFoto/Da Vinci Horse and Rider)
รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444920 

Milan Exhibit of Da Vinci Horse and Rider / Milan Exhibit of Da Vinci Horse and Rider (PRNewsFoto/Da Vinci Horse and Rider)
รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444919

Slim Chickens จับมือ Alghanim Industries รุกขยายธุรกิจอาหารในตะวันออกกลาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

คูเวต ซิตี้–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Slim Chickens เตรียมเปิดร้านอาหารสาขาแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือต้นปีหน้า 

Slim Chickens ผู้นำธุรกิจร้านอาหารแบบฟาสต์-แคชชวลในสหรัฐอเมริกา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “better chicken” เตรียมขยายธุรกิจนอกอเมริกาเป็นครั้งแรก ผ่านการร่วมมือกับ Alghanim Industries บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) โดยทั้งสองบริษัทประกาศว่าได้ทำข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ Alghanim Industries สามารถนำแบรนด์ Slim Chickens เข้าสู่ภูมิภาค MENA เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองความอร่อยกันถ้วนหน้า

 Slim-Chickens-Store / One of the latest Slim Chickens stores in the USA (PRNewsFoto/Alghanim Industries)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445568 )

Slim-Chickens-Contract / Tom Gordon and Omar Alghanim signing the contract (PRNewsFoto/Alghanim Industries)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445569 )

Slim-Chickens-2 / Tom Gordon and Omar Alghanim (PRNewsFoto/Alghanim Industries)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445570 ) 

Alghanim Industries มีสำนักงานใหญ่อยู่ในคูเวต ซิตี้ เมืองหลวงของประเทศคูเวต โดยเป็นเจ้าของและผู้บริหารมากกว่า 30 ธุรกิจใน 40ประเทศทั่วภูมิภาค MENA รวมถึงตุรกี อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Alghanim Industries ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลักมานานกว่า 1 ศตวรรษ ปัจจุบัน บริษัทเติบโตจนมีแบรนด์ภายใต้การบริหารมากกว่า 300 แบรนด์ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ที่จับมือกับคู่ค้าจากสหรัฐอย่างGeneral Motors, Ford, Mars, Whirlpool, Wendy’s และ American Express 

Slim Chickens ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 ที่ฟาเยตต์วิลล์ รัฐอาร์คันซอ โดยมุ่งมั่นที่จะให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองเนื้อไก่คุณภาพสูงภายใต้สโลแกน “Life Changing Chicken” แบรนด์ดังจากรัฐทางใต้ของอเมริกานี้มีเมนูยอดนิยมมากมาย เช่น ไก่นุ่มชุบแป้งทอด ไก่ย่าง และปีกไก่ ทานคู่กับซอสสูตรเฉพาะแบบแฮนด์เมด ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 10 รสชาติ จึงได้รับความนิยมจากทั้งผู้บริโภคและนักวิจารณ์อาหารมาอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับร้าน Slim Chickens สาขาแรกในภูมิภาค MENA นั้น คาดว่าจะเปิดให้บริการที่คูเวตในเดือนมีนาคม ปี 2560 หลังจากนั้นจะมีการเปิดสาขาอื่นๆตามมาอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค 

Kutayba Alghanim ประธาน Alghanim Industries กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะขยายกิจการของเราออกไปอีก ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่เป็นผู้บุกเบิกและให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลักอย่าง Slim Chickens เราตั้งตารอที่จะนำเสนอแนวคิดของ Slim Chickens ให้กับลูกค้าทั่วตะวันออกกลาง ทั้งนี้ เราภูมิใจในผลงานการพัฒนาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและเปี่ยมด้วยศักยภาพในการเติบโต ซึ่งสามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคที่กำลังขยายตัวได้เป็นอย่างดี” 

Omar Alghanim ซีอีโอของ Alghanim Industries กล่าวว่า “ความร่วมมือตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราเข้าใจถึงความคาดหวังในด้านอาหารและเครื่องดื่มของผู้บริโภคในภูมิภาค MENA มากขึ้น Slim Chickens เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเราเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันในตะวันออกกลาง Alghanim Industries และ Slim Chickens มีค่านิยมหลักร่วมกัน โดยทั้งสองบริษัทต่างมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับชุมชน ไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องของคุณภาพ อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นในการทำผลงานให้เหนือกว่าความคาดหวังของลูกค้าเสมอ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการที่จะได้ช่วยพัฒนาแบรนด์Slim Chickens ให้มีความเป็นสากล และเปิดร้านสาขาแรกนอกอเมริกาในภูมิภาคของเรา” 

Tom Gordon ซีอีโอของ Slim Chickens กล่าวถึงค่านิยมร่วมกันของสองบริษัท และแนวทางในการขยายธุรกิจในครั้งนี้ว่า “การที่Alghanim Industries มีความเป็นเลิศในด้านการให้บริการลูกค้าและมีผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมนั้น ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับแบรนด์ของเรา ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับบริษัท ผู้คน และค่านิยมที่เรามีร่วมกัน ซึ่งทำให้สองบริษัทมีความแนบแน่นยิ่งขึ้น” 

เขากล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับ Alghanim Industries และเราตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานของ Alghanim Industries เพื่อนำไก่สูตรเฉพาะ ไมตรีจิตในแบบฉบับของเรา และการบริการอันเป็นเลิศ มามอบให้กับลูกค้าในตะวันออกกลางSlim Chickens เสิร์ฟอาหารด้วยความจริงใจ ต้องการให้ลูกค้ามีความสุขกับอาหาร ทั้งยังใส่ใจในชุมชน และความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถขยายวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ดังล่าวไปยังตลาดแห่งใหม่ และเข้าถึงลูกค้าที่มีคุณค่าทั่วภูมิภาค MENA   

Alghanim Industries มีความกระตือรือร้นที่จะขยายธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ซึ่งเริ่มทำเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2556 ด้วยการลงนามในข้อตกลงแฟรนไซส์ร่วมกับ Costa Coffee ธุรกิจร้านกาแฟสัญชาติอังกฤษที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ต่อมาในปี 2558 Alghanim Industries ได้รับสิทธิ์ในการขยายธุรกิจร้านอาหารสัญชาติอเมริกันอย่างWendy’s ในภูมิภาค MENA ซึ่งครอบคลุมถึงร้านทุกสาขาในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ยังเตรียมขยายสาขาไปยังคูเวตในปี 2559 รวมถึงซาอุดิอาระเบียในปี 2560 และการจับมือกับ Slim Chickens ล่าสุดนี้ก็สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ F&B ของ Alghanim Industries สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.alghanim.com

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน

ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

Alghanim Industries

Reem AIGshat

อีเมล: ralgshat@alghanim.com

โทร. +965 60650205

สหราชอาณาจักร

Powerscourt

Giles Read / Isabelle Saber / Tessa Berry

อีเมล: alghanim@powerscourt-group.com

โทร. +44 (0)20 7324 0495

สหรัฐอเมริกา

Hill+Knowlton Strategies

Leslie Cauley

อีเมล: Leslie.Cauley@hkstrategies.com

โทร. (202) 412-4847

            ที่มา: Alghanim Industries

“Deer Jet” คว้ารางวัลผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวชั้นนำของโลก 2 ปีซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง และ เซี่ยงไฮ้–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์   

บริษัทเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวรายแรกจากเอเชียที่คว้ารางวัลจากเวทีWorld Travel Awards ติดต่อกัน 2 ปี

Deer Jet คว้ารางวัลผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวชั้นนำของโลก หรือ World’s Leading Private Jet Charter เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยWorld Travel Awards (WTA) ได้มอบรางวัลสูงสุดในธุรกิจการบินให้แก่Deer Jet สำหรับการให้บริการระดับเวิลด์คลาส การดำเนินงานที่เป็นเลิศ และการวางแผนที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ หลังจากเฟ้นหาผู้ที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวทั่วโลกมาตลอด 1 ปี

World Travel Awards ซึ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 23 ปีในปีนี้ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะรางวัลสูงสุดในแวดวงการเดินทางท่องเที่ยว รางวัลนี้จะมอบให้แก่องค์กรที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นเลิศในอุตสาหกรรม

ตั้งแต่ต้นปีมานี้ Deer Jet ได้รับรางวัลและประกาศนียบัตรมากมายที่ยกย่องความเป็นเลิศของบริษัททั้งในด้านความปลอดภัยและการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงรางวัล National Business Aviation Association (NBAA) Corporate Safety Awards จากการบินที่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลยตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน Deer Jet ดำเนินงานและบริหารจัดการฝูงบินจำนวน 90 ลำ ที่เดินทางไปยังสนามบิน 820 แห่ง ใน 180 ประเทศและเขตแดนทั่วโลกDeer Jet เป็นผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ตเชิงธุรกิจรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นผู้ให้บริการเครื่องบิน BBJ 787 “Dream Jet” ลำเดียวของโลก นอกจากนี้ Deer Jet ยังเป็นเจ้าของเครือข่าย FBO ในสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในจีน และเป็นผู้ให้บริการสัญชาติจีนรายเดียวที่มีห่วงโซ่ FBO แบบครบวงจร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Air Elite Network ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

Frank Fang รองประธาน Deer Jet กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบริษัทเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวชั้นนำของโลกอีกครั้งหนึ่ง ในปีนี้เราได้เฉลิมฉลองความสำเร็จมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์สุดหรูระดับวีไอพีให้แก่ลูกค้า และหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศของเราก็คือ การให้บริการเครื่องบิน BBJ 787 “Dream Jet” ลำแรกของโลก นอกจากนี้ เรายังจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในแวดวงศิลปะ ความหรูหรา และการออกแบบ เพื่อสร้าง “ศิลปะแห่งการบิน” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่เรามีต่ออนาคตของธุรกิจการบิน”

Deer Jet มุ่งมั่นในการขยายธุรกิจสู่สากลผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์และการเป็นพันธมิตรกับธุรกิจชั้นนำในอุตสาหกรรมการบิน โดยบริษัทได้ก่อตั้ง Hong Kong Jet ทั้งยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน Asia Jet และHawker Pacific นอกจากนั้นยังอาศัยกลุ่มบริษัทในเครือในการสร้างความร่วมมือที่ทรงคุณค่าและส่งมอบบริการที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้าด้วย

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161205/0861613081

“Afini” เปิดตัวเดสทิเนชั่นคลับสุดหรูแห่งแรกในเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          รังสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวอันหรูหราแก่สมาชิกผู้มีวิสัยทัศน์

          Afini มีความยินดีที่จะได้แนะนำนิยามใหม่แห่งการท่องเที่ยวหรูหราเหนือระดับ ด้วยการเปิดตัวเดสทิเนชั่นคลับสุดหรูเพียงหนึ่งเดียวของเอเชีย ซึ่งต่อยอดจากความสำเร็จของธุรกิจรูปแบบเดียวกันนี้ในอเมริกาAfini คือคลับที่ให้บริการแก่สมาชิกที่เป็นนักเดินทางกระเป๋าหนักในเอเชียด้วยเอกสิทธิ์ต่างๆ อาทิ การมีสิทธิเข้าพักในที่พักส่วนตัวมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ตามรีสอร์ทชั้นนำหลายแห่ง การเป็นพันธมิตรกับโรงแรมแบรนด์ดังในเมืองใหญ่ๆ สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมงานรอบปฐมทัศน์ต่างๆ ตลอดจนสิทธิประโยชนอื่นๆที่ตรงกับความชอบและความต้องการของสมาชิก ทั้งยังไม่จำกัดช่วงเวลาการใช้ Afini สร้างสรรรค์และส่งมอบคุณค่าอันเป็นเลิศผ่านทางการให้บริการที่เหนือระดับ โดยสมาชิกจะได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งมีความทุ่มเทและได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยจัดสรรทุกองค์ประกอบในการเดินทางของคุณ พร้อมทั้งยังมีผู้ช่วยในแต่ละสถานที่ให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกรายละเอียดการเดินทางนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ โดยทั้งหมดนี้จะช่วยให้สมาชิกเดินทางได้อย่างไร้กังวล พร้อมสร้างประสบการณ์สุดประทับใจไปกับครอบครัวและมิตรสหาย ในราคาสุดพิเศษ

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161202/8521607903-a

          คำบรรยายภาพ: Afini Phuket Residence

 

         http://photos.prnasia.com/prnvar/20161202/8521607903LOGO-b

          ผู้ที่สนใจเป็นสมาชิกของ Afini เพียงจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้า และต่ออายุประจำปี พร้อมรับส่วนลดทุกคืน โดยไม่จำกัดจำนวนวันเดินทาง ทั้งนี้ เพื่อฉลองการเปิดตัวดังกล่าว Afini มอบส่วนลดแรกเข้าจำนวนจำกัดแก่สมาชิกแรกเริ่มด้วย

          ที่พักสุดหรูหราในราคาที่จับต้องได้

          ที่พักอันแสนวิเศษในเครือ Afini ล้วนตั้งอยู่ตามชายหาด ภูเขา และเมืองสำคัญต่างๆ ซึ่งเหมาะสำหรับการมาพักผ่อนพร้อมครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ด้วยห้องนอนจำนวนหลายห้อง และพื้นที่อันกว้างขวาง พร้อมการตกแต่งที่สวยงาม ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกแสนหรูหรา อาทิ สระว่ายน้ำส่วนตัว แพ็คเกจที่รวบรวมสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ที่ได้รับออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์อันล้ำค่าให้แก่สมาชิก ไปจนถึงสิทธิพิเศษในการเข้าใช้รีสอร์ทหรือคลับใกล้เคียงด้วย ในกรณีที่สมาชิกต้องการพักผ่อนในสถานที่เล็กๆ อันเงียบสงบ ตั้งอยู่ห่างไกลผู้คนAfini ก็มีโรงแรมพันธมิตรมากมายไว้ให้เลือกสรร โดยในฐานะที่ Afini เป็นผู้ควบคุมดูแลและจัดการที่พักต่างๆ แต่เพียงผู้เดียว สมาชิกของ Afini จึงสามารถจองที่พักเหล่านี้ในราคาต่ำกว่าราคาตลาด 15% – 45% โดยเฉลี่ย

          ความเป็นผู้นำอันแข็งแกร่งและการสนับสนุนด้านการเงิน

          Afini ยึดมั่นในความเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่มีใครเทียบได้ ควบคู่ไปกับการสานต่อแนวคิดธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมในรูปแบบเดสทิเนชั่นคลับสุดหรู ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในอเมริกา สำหรับทีมบริหารชุดก่อตั้ง ได้แก่

          ซีอีโอ จอห์น บลังโก มีความหลงใหลและเข้าใจในธุรกิจโรงแรมหรูอย่างถ่องแท้ จากการคร่ำหวอดในวงการนี้ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โดยประสบการณ์การทำงานส่วนใหญ่ของเขามาจากการร่วมงานกับโรงแรม Ritz-Carlton ซึ่งบทบาทล่าสุดคือการดูแลผลการดำเนินงานของโรงแรมหรู 7 แห่งในภูมิภาคอินโดจีน 

          ซีโอโอ มาร์ติน พูเชอร์ สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปีในการบริหารทีมงานที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ด้วยผลการดำเนินงานอันแข็งแกร่งและการสร้างมูลค่าได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับบทบาทล่าสุดของเขาคือการเป็นผู้ก่อตั้งและซีโอโอของ Inspiratoโดยพูเชอร์รับหน้าที่ดูแลการปฏิบัติการและเทคโนโลยีให้กับเดสทิเนชั่นคลับสุดหรูขนาดใหญ่ที่สุดและเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลกแห่งนี้

          ซีเอฟโอ เบน รูล เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมธนาคารเพื่อการลงทุนและธุรกิจโรงแรมหรูในรูปแบบเดสทิเนชั่นคลับ โดยในฐานะที่เป็นสมาชิกหลักของทีมงานชุดก่อตั้ง เขาจะนำประสบการณ์กว่า 12 ปีจากการร่วมงานกับExclusive Resorts และ Inspirato มาปรับใช้ในการบริหารงานด้านการเงิน กลยุทธ์ และอสังหาริมทรัพย์ที่ Afini

          ทั้งนี้ Afini เสร็จสิ้นการระดมทุนรอบแรก และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจเชิงลึกที่เหนือกว่า รวมถึงมีเครือข่ายความสัมพันธ์อันกว้างขวางในอุตสาหกรรมบริการ อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และการลงทุน เปิดทางให้ Afini ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ครอบคลุมเพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย

          เกี่ยวกับ Afini

          Afini คือเดสทิเนชั่นคลับสุดหรู ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ Afini มุ่งมั่นสรรสร้างแนวทางที่ดีกว่าในการให้บริการด้านการท่องเที่ยว ชื่อ Afini มาจากคำว่า “affinity” ซึ่งมีความหมายว่าความสัมพันธ์ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรังสรรค์ประสบการณ์อันแสนวิเศษให้กับสมาชิกทุกท่านเพื่อแบ่งปันความสุข เสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและมิตรสหาย รวมถึงเก็บเกี่ยวความทรงจำอันน่าประทับใจ ด้วยการนำเสนอที่พักสุดหรูและโรงแรมพันธมิตรแบรนด์ดังทั่วโลก Afini ทำให้ทุกวันเป็นวันหยุดสำหรับสมาชิก โดยมั่นใจได้ว่าจะไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง นอกจากนี้ Afini ยังมีที่ปรึกษาด้านไลฟ์สไตล์และผู้ช่วยส่วนตัว ณ จุดหมายปลายทางที่เข้าพัก ซึ่งจะรับประกันการเดินทางที่มีการวางแผนอย่างพิถีพิถันและดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์แบบ พรั่งพร้อมด้วยที่พักสุดหรู บริการอันไร้ที่ติ และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับห้าดาว บริการระดับแนวหน้าในราคาสุดพิเศษนี้เองที่จะส่งให้ Afini ก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการชั้นนำในอุตสาหกรรมโรงแรมสำหรับนักเดินทางชาวเอเชียผู้ทันสมัยและมีมุมมองกว้างไกล www.afini.com

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Petrie PR

          Linda Petrie (ฮ่องกง)

          อีเมล: linda@petriepr.com

          โทร:  +852-2521-9608

          Tania Joslin (สิงคโปร์)

          อีเมล: tania@petriepr.com

          โทร: +65-6908-0698

          Risti Brophy (อินโดนีเซีย)

          อีเมล: risti@petriepr.com

          โทร: +62-878-8222-3730

AAOIFI ร่วมกับสภาทองคำโลก เปิดตัวมาตรฐานชะรีอะห์สำหรับการลงทุนในทองคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

องค์กรการบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม หรือ The Accounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institutions (AAOIFI) ร่วมกับสภาทองคำโลก (World Gold Council) ได้ออกมาตรฐาน ‘Shari’ah Standard No. 57 on Gold and its Trading Controls (“มาตรฐาน”) เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการซื้อขายทองคำในรูปแบบและประเภทต่างๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำในสถาบันต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม

มาตรฐานที่มีขึ้นเป็นครั้งแรกนี้จะกำหนดกฎข้อบังคับเฉพาะสำหรับการใช้ทองคำในฐานะเครื่องมือการลงทุนในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีองค์กรใดออกกฎข้อบังคับดังกล่าว มาตรฐานใหม่จะแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในทองคำเป็นเรื่องที่ทำได้หากปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ ซึ่งรวมถึงการถือครองทองคำและการคำนวณซะกาตอย่างถูกต้อง

Dr. Hamed Hasan Merah เลขาธิการของ AAOIFI กล่าวว่า “มาตรฐานชะรีอะห์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดนี้ เกิดจากความทุ่มเทพยายามอย่างหนักของ AAOIFI Shari’ah Board ในฐานะที่เป็นองค์กรชะรีอะห์ชั้นนำที่มีอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมการเงินอิสลามทั่วโลก โดยมาตรฐานใหม่นี้จะเข้ามาเสริมมาตรฐานที่ AAOIFI มีอยู่ในปัจจุบัน และครอบคลุมกลไกต่างๆ ในการปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ เพื่อการจัดการและลงทุนในทองคำในยุคปัจจุบัน โดยจะวางรากฐานให้กับการสร้างและการจัดโครงสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆให้สอดคล้องกับกฎข้อบังคับและคำสอนตามหลักชะรีอะห์ นอกเหนือไปจากการบริหารสภาพคล่องสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม ผมหวังว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะนำมาซึ่งความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม”

มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยให้มีสินทรัพย์สำหรับการลงทุนประเภทใหม่ๆเกิดขึ้น ช่วยให้ธนาคารอิสลามและสถาบันการเงินอื่นๆขยายฐานลูกค้าของตนเอง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและออกผลิตภัณฑ์เพื่อการออม ป้องกันความเสี่ยง และกระจายการลงทุนที่หลากหลาย

Aram Shishmanian ซีอีโอของสภาทองคำโลก กล่าวว่า “นี่ถือเป็นการปฏิวัติวงการสำหรับนักลงทุนอิสลามและอุตสาหกรรมทองคำโดยรวม เราดีใจที่ในที่สุดก็มีแนวปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์สำหรับการลงทุนในทองคำ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อรักษาระดับความมั่งคั่ง โดยต่อไปนี้นักลงทุนอิสลามจะสามารถลงทุนในทองคำเพื่อปกป้องความมั่งคั่งของตนเองและกระจายความเสี่ยงของตลาด”

การอภิปรายเกี่ยวกับมาตรฐาน (หมายเลข 57) ได้ข้อสรุปในการประชุมAAOIFI Shari’ah Board ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งได้มีการอนุมัติมาตรฐานดังกล่าว โดยมาตรฐานนี้ได้รับการพัฒนาตามขั้นตอนที่เข้มงวดของ AAOIFI และต้องผ่านช่วงเวลาปรึกษาหารือ ซึ่งรวมถึงการทำประชาพิจารณ์ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายสำคัญทุกราย เพื่อรับประกันว่ามาตรฐานขั้นสุดท้ายจะเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรม

มาตรฐานใหม่นี้มีการเผยแพร่ทั้งในภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงมาตรฐานต่างๆของ AAOIFI ในรูปแบบดิจิทัล (ผ่านทางเว็บไซต์ของ AAOIFI และแอปมือถือ) หรือผ่านทางhttp://www.shariahgold.com

ติดตามสภาทองคำโลกได้ที่ Twitter at @goldcouncil  และกดไลค์บน Facebook

ติดตาม AAOIFI บน Twitter ได้ที่ @ AAOIFI_ORG 

ผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีการลงทุนในทองคำตามหลักการเงินอิสลาม สามารถอ่านได้จากรายงานการวิจัยของเรา:http://www.shariahgold.com

สำหรับบรรณาธิการ:

เกี่ยวกับ AAOIFI:

AAOIFI ก่อตั้งขึ้นในปี 2534 และมีสำนักงานใหญ่ในบาห์เรน AAOIFI เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรชั้นนำระดับโลกที่มีความรับผิดชอบหลักในการพัฒนาและออกมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิก ซึ่งประกอบไปด้วยธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน บริษัทบัญชีและตรวจสอบ และบริษัทกฎหมายในกว่า 45 ประเทศ ปัจจุบันสถาบันการเงินอิสลามชั้นนำในทั่วโลกได้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ AAOIFI อันนำมาซึ่งความสอดคล้องกลมกลืนของแนวปฏิบัติด้านการเงินอิสลามระหว่างประเทศ

เกี่ยวกับสภาทองคำโลก

สภาทองคำโลก เป็นองค์กรพัฒนาตลาดสำหรับอุตสาหกรรมทองคำ วัตถุประสงค์ของเราคือการกระตุ้นและรักษาอุปสงค์ในทองคำให้มีความยั่งยืน ตลอดจนเป็นผู้นำอุตสาหกรรมและผู้มีอำนาจระดับโลกในตลาดทองคำ

เราพัฒนาโซลูชัน บริการ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับทองคำ โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจตลาดในเชิงลึก เราทำงานร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลายเพื่อนำเอาแนวความคิดของเราไปปฏิบัติ ผลลัพธ์ที่ได้คือ เราได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสำหรับอุปสงค์ทองคำในทั่วทุกส่วนตลาดที่สำคัญ เราจัดหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดทองคำระหว่างประเทศ ช่วยให้ผู้คนเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพในการรักษาระดับความมั่งคั่งของทองคำ และบทบาทของทองคำที่สอดคล้องกับความต้องการทางสังคมและสภาพแวดล้อม

สมาชิกของสภาทองคำโลกประกอบไปด้วยบริษัทเหมืองทองคำชั้นนำระดับโลกที่มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกล

ที่มา: สภาทองคำโลก

DDB Worldwide คว้ารางวัล “Network of the Year” สมัยที่ 4 ติดต่อกัน จากงาน Eurobest Festival of Creativity

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์  

DDB Worldwide ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Omnicom Group (NYSE: OMC) คว้ารางวัลเครือข่ายแห่งปี หรือ “Network of the Year” ในงาน2016 Eurobest Festival of Creativity ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนับเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่ DDB สามารถคว้ารางวัลดังกล่าวมาครอง 

รวมแล้ว DDB คว้ารางวัลได้ทั้งสิ้น 57 รางวัลในงานนี้ ประกอบด้วยรางวัลกรังด์ปรีซ์ 4 รางวัล เหรียญทอง 15 รางวัล เหรียญเงิน 14 รางวัล และเหรียญทองแดง 24 รางวัล จาก 18 สาขา ได้แก่ ประสิทธิผลเชิงสร้างสรรค์ การออกแบบ งานฝีมือดิจิทัล สื่อทางตรง สื่อบันเทิง ภาพยนตร์ การสร้างภาพยนตร์ แคมเปญเพื่อสังคม บริการสุขภาพ การบูรณาการ อินเทอร์แอคทีฟ สื่อมวลชน อุปกรณ์มือถือ การประชาสัมพันธ์ สื่อสิ่งพิมพ์ งานพิมพ์และสื่อกลางแจ้ง สื่อวิทยุ รวมถึงโปรโมชั่นและการส่งเสริมการขาย 

รางวัลกรังด์ปรีซ์สาขาแคมเปญเพื่อสังคมตกเป็นของ DDB Group Berlin ที่ทำแคมเปญรณรงค์เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมให้กับองค์กร Pink Ribbon ในผลงานชื่อ “Check it Before It’s Removed” ซึ่งได้รับเหรียญทองอีก 11 เหรียญด้วย ขณะเดียวกัน รางวัลกรังด์ปรีซ์สาขาประสิทธิผลเชิงสร้างสรรค์ตกเป็นของ adam&eveDDB จากผลงาน “Monty” ที่สร้างสรรค์ให้กับ John Lewis ส่วนรางวัลกรังด์ปรีซ์สาขาการบูรณาการตกเป็นของผลงาน “Man on the Moon” ที่สร้างสรรค์ให้กับ John Lewisเช่นกัน นอกจากนี้ adam&eveDDB ยังได้รับรางวัลกรังด์ปรีซ์สาขาสื่อบันเทิงจากผลงาน “Becoming Beckham” ที่สร้างสรรค์ให้กับ H&M ด้วย 

นอกเหนือจากรางวัลเหรียญทอง 11 รางวัลที่กล่าวถึงข้างต้น ยังมีรางวัลเหรียญทองสาขาสื่อสิ่งพิมพ์ที่ตกเป็นของ DDB Brussel จากผลงาน “Simplified Stories” ที่ทำให้แก่ Alzheimer Liga รวมถึงรางวัลเหรียญทองสาขาการออกแบบที่ตกเป็นของ DDB Group Berlin จากผลงาน “Words of Welcome” ที่ทำให้แก่ Verein Fur Berliner Stadtmissionตลอดจนรางวัลเหรียญทองสาขาสื่อบันเทิงที่ตกเป็นของadam&eveDDB จากผลงาน “Becoming Beckham” และ “Road Trip” ที่รังสรรค์ให้แก่ H&M 

Pietro Tramontin ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DDB EMEA กล่าวว่า “รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของเรา หลังจากที่เราได้รับรางวัล “African Cristal Network of the Year” เมื่อไม่นานมานี้ และการที่เราได้รับรางวัลครอบคลุมในหลายสาขาก็ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เราสามารถส่งมอบความคิดสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพ และข้อเสนอที่หลากหลายได้อย่างต่อเนื่อง”  

สำหรับบริษัทในเครือที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย DDB Amsterdam, DDB Dusseldorf, DDB  Paris, DDB Stockholm และ DDB Remedy UK 

นอกจากนี้ DDB Group Berlin และ adam&eveDDB ยังได้รับการจัดให้เป็นเอเจนซี่แห่งปี หรือ “Agency of the Year” ในอันดับที่ 2 และ 3ตามลำดับ 

Eurobest เป็นงานมอบรางวัลชั้นนำที่ยกย่องความคิดสร้างสรรค์ของสื่อในยุโรป และจัดโดยผู้จัดงาน Cannes Lions สำหรับการคว้ารางวัล “Network of the Year” ในปีนี้ นับเป็นปีที่ 7 จากทั้งหมด 8 ปีที่DDB ได้ตำแหน่งนี้ไปครอง โดยก่อนหน้านี้ DDB ได้รับรางวัลดังกล่าวในปี 2009, 2010, 2011, 2013, 2014 และ 2015 

เกี่ยวกับ DDB

DDB Worldwide (www.ddb.com) เป็นหนึ่งในเครือข่ายการตลาดและการโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก โดยในงาน2016 Cannes International Festival of Creativity บริษัทสามารถกวาดรางวัลไปได้ถึง 101 รางวัล นอกจากนั้นยังได้รับรางวัล 2016 African Cristal Network of the Year รวมถึง 2016 Eurobest Network of the Year มากถึง 7 ครั้งจาก 8 ปี อีกทั้งยังได้รับรางวัล Agency of the Yearหลายต่อหลายครั้งจากนิตยสารด้านสื่อโฆษณาและงานประกาศรางวัลต่างๆ นอกจากนั้นยังติดอันดับ Top 3 Global Networks ซึ่งจัดโดย The Gunn Report ถึง 12 ครั้ง ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา สำหรับลูกค้าของ DDBประกอบด้วยบริษัทชั้นนำมากมาย อาทิ Volkswagen, McDonald’s, Unilever, Mars, Johnson & Johnson, Exxon Mobil เป็นต้น 

DDB ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 โดยเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Omnicom Group (NYSE) และมีสำนักงานมากกว่า 200 แห่ง ในกว่า 90 ประเทศ โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก 

เกี่ยวกับ OMNICOM 

Omnicom Group Inc. (NYSE: OMC) เป็นบริษัทสื่อสารองค์กรและการตลาดชั้นนำระดับโลก Omnicom มีเครือข่ายแบรนด์และบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายแห่ง ซึ่งให้บริการด้านการโฆษณา การวางแผนและการซื้อสื่อเชิงกลยุทธ์ การตลาดดิจิทัลและอินเทอร์แอคทีฟ การตลาดทางตรงและการส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ และบริการด้านการสื่อสารเฉพาะทางอื่นๆ แก่ลูกค้ากว่า 5,000 รายในกว่า 100ประเทศ 

ติดต่อ:

Sara Cosgrove +44 (0) 207 258 4230 sara.cosgrove@ddb-europe.com

Applus IDIADA ผนึกกำลัง TASS International ร่วมออกแบบและบริหารจัดการศูนย์ทดสอบยุคใหม่สำหรับยานยนต์ไร้คนขับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เฮลมอนด์, เนเธอร์แลนด์–6 ธ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Applus IDIADA และ TASS International ประกาศว่า ทั้งสองบริษัทได้บรรลุข้อตกลงระดับโลกในการร่วมกันออกแบบและบริหารจัดการสถานที่ทดสอบยุคใหม่สำหรับยานยนต์ไร้คนขับ (connected and automated vehicles) ซึ่งผลจากการประสานความร่วมมือในด้านวิทยาการครั้งนี้ จะทำให้สององค์กรมีศักยภาพเพิ่มขึ้นในการจัดหาโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับศูนย์ทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

 IDIAD-logo Logo / Applus+ IDIADA logo (PRNewsFoto/Applus+ IDIADA)

(Logo: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161202/445093LOGO )

การพัฒนายานยนต์ไร้คนขับจำเป็นต้องมีการออกแบบและวางหลักเกณฑ์การทดสอบทางเทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ เช่นเดียวกับที่ต้องสร้างเครื่องมือใหม่ๆขึ้นมารองรับ ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับนวัตกรรมเหล่านี้จะรวมไปถึงการสร้างสถานที่ทดสอบเฉพาะทางภายในระบบปิดที่จะใช้สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และตรวจสอบระบบก่อนที่จะนำออกสู่ท้องถนน จากการที่สองฝ่ายนำความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาเติมเต็มให้แก่กันในครั้งนี้ จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศล้วนได้รับประโยชน์

Applus IDIADA จะร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ในด้านการทดสอบและการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับ ตลอดจนการออกแบบและการบริหารจัดการสถานที่ทดสอบรถด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 20 ปี

ขณะที่ TASS International ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านระบบความปลอดภัยของรถยนต์มาอย่างยาวนาน จะเป็นผู้จัดหาชุดอุปกรณ์แบบบูรณาการ ซึ่งครอบคลุมระเบียบวิธีในการพ้ฒนายานยนต์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจำลองการขับขี่ไปจนถึงการทดสอบฮาร์ดแวร์

หนึ่งในโครงการความร่วมมือของสองบริษัทในระยะแรกนั้น จะมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันภายในศูนย์ทดสอบ American Center for Mobility ในเขตนิคมอุตสาหกรรม Willow Run ณ เมือง Ypsilanti มลรัฐมิชิแกนของสหรัฐฯ โดยศูนย์ดังกล่าวสร้างขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในการทดสอบ การศึกษา และการพัฒนายานยนต์แห่งอนาคตโดยไม่แสวงหาผลกำไร และมีการออกแบบขึ้นเพื่อรองรับการทดสอบในด้านความปลอดภัย และการพัฒนาระบบมาตรฐานต่างๆสำหรับรถยนต์ไร้คนขับ

Carles Grasas ซีอีโอ Applus IDIADA กล่าวว่า “นี่ถือเป็นความคืบหน้าในแผนกลยุทธ์ของเราที่จะก้าวขึ้นเป็นพันธมิตรชั้นนำระดับโลกเพื่อให้การสนับสนุนลูกค้า ท่ามกลางความท้าทายในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้น”

Jan van den Oetelaar ซีอีโอของ TASS International กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังกันระหว่างสองบริษัทจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และรัฐบาลของหลายประเทศ ในการเร่งผลักดันการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและมีการสื่อสารระหว่างยานยนต์ ไปจนถึงการออกใบรับรองต่างๆ”

John Maddox ประธานและซีอีโอของ American Center for Mobilityระบุว่า “American Center for Mobility เชื่อว่าจะต้องมีการประสานงานระหว่างการทดสอบทางกายภาพและการจำลองสภาพแวดล้อมในการขับขี่รถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งการที่สองบริษัทชั้นนำจับมือกันในครั้งนี้ จะนำไปสู่การประสานงานกันดังกล่าว”

Applus IDIADA

Applus+ IDIADA เป็นบริษัทวิศวกรรมชั้นนำที่มีประสบการณ์ในการดำเนินงานมากกว่า 25 ปี โดยให้บริการด้านวิศวกรรม การออกแบบ การทดสอบ และการขอใบรับรองเกี่ยวกับยานยนต์แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก IDIADA มีวิศวกรมากกว่า 2,100 คนจาก 28 ประเทศ ซึ่งล้วนมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนารถยนต์ บริษัทมีสำนักงานตั้งอยู่ใกล้เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน นอกจากนี้ยังมีบริษัทย่อยและสำนักงานสาขากระจายอยู่ใน 25 ประเทศทั่วโลก

TASS International

TASS International มีประสบการณ์ในการดำเนินงานมากว่า 10 ปี โดยให้บริการจัดหาอุปกรณ์การจำลองและการพัฒนารถยนต์ให้มีความปลอดภัยและมีความอัจฉริยะมากขึ้น TASS International เป็นผู้ประกอบการโรงงานที่สร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนา ทดสอบ และตรวจสอบระบบการขนส่งอัจฉริยะ ตลอดจนเทคโนโลยีการขับขี่แบบ cooperative driving ในเนเธอร์แลนด์ โดย MADYMO PreScan และ Delft-Tyre เป็นแบรนด์ซอฟต์แวร์ที่บรรดา OEMS และซัพพลายเออร์ต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมทั่วโลกผ่านทางสำนักงานท้องถิ่นในหลายประเทศ

รูปภาพและวิดีโอ: https://ftp.idiada.com/download.php?f42e02e7b7267edd59f15478b8add9ae0df0065eecc525de958a8066097dfeb3

ติดต่อ:

Susana Sanjuán – ssanjuan@kreab.com, โทร. +34 917027170, มือถือ +34677946805

Francisco Calderón – fcalderon@kreab.com, โทร. +34 917027170,มือถือ +34 654642160

ที่มา: Applus+ IDIADA และ Tass International

Telepizza เตรียมบุกตลาดอิหร่านปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาดริด–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– ถือเป็นร้านอาหารบริการด่วนจากยุโรปรายแรกที่เข้าไปทำธุรกิจในอิหร่าน

– ตั้งเป้าเปิด 200 สาขาภายใน 10 ปีข้างหน้า

– พร้อมรุกเข้าสู่ตลาดสำคัญอื่นๆ ได้แก่ สหราชอาณาจักร มอลตา และซาอุดิอาระเบีย

– ปัจจุบันมีร้าน 1,342 สาขาใน 4 ทวีป รองรับลูกค้ากว่า 60 ล้านคน และมียอดขายรวม 506 ล้านยูโร 

Telepizza บริษัทส่งพิซซ่าที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐและมีสาขามากที่สุดในโลก เตรียมบุกตลาดอิหร่านในเดือนมีนาคม 2560 ผ่านการทำข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์ร่วมกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์อย่าง Momenin Investment Group นอกจากนั้นยังตั้งเป้าเปิด 200 สาขาภายในระยะเวลา 10 ปี (หรือ 20 สาขาต่อปี) โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 100 ล้านยูโรตลอด 10 ปี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท MIG

 Telepizza logo / Telepizza logo

(โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20150317/735407-a )

Telepizza / Chairman of Momenin Investment Group (MIG)and Giorgio Minardi Telepizza (PRNewsFoto/Telepizza)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161202/444999 ) 

Telepizza สาขาแรกในอิหร่านจะตั้งอยู่ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ และจะมีการเปิดสาขาเพิ่มเติมอีก 7 สาขาก่อนสิ้นปี 

Pablo Juantegui ประธานและซีอีโอของ Telepizza กล่าวว่า “การรุกเข้าสู่ตลาดอิหร่านถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ตามแผนการขยายสาขาไปทั่วโลก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสอันดีเยี่ยมในการประกอบธุรกิจ เรายินดีที่ได้แบ่งปันแก่นแท้ของแบรนด์สู่ลูกค้าในอิหร่าน นั่นคือ การส่งพิซซ่ารสชาติโดนๆให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยทุกที่ทุกเวลา” 

Giorgio Minardi ประธานสากลของ Telepizza กล่าวว่า “เรารู้สึกพอใจที่ได้พบเจอกับพันธมิตรอย่าง Momenin Investment Group ที่จะมาร่วมลงทุนในตลาดอิหร่านที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เราจะเป็นร้านอาหารบริการด่วนรายแรกจากยุโรปที่เข้ามาทำธุรกิจที่นี่ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าที่ขาดหายไป” 

Hadi Momenin ตัวแทนจาก Momenin Investment Group กล่าวว่า “Telepizza เป็นแบรนด์ระดับโลกที่เราภาคภูมิใจนำเสนอในอิหร่าน คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร ประกอบกับสินค้าที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีการจัดส่งและการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ จะทำให้เราสามารถตอบสนองสิ่งที่ชาวอิหร่านกำลังมองหา นั่นคือ พิซซ่าแฮนด์เมดสดใหม่คุณภาพเยี่ยม รวมถึงบริการส่งพิซซ่าที่ทันสมัยและเปี่ยมด้วยไมตรีจิต เพื่อให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยทุกที่ทุกเวลา” 

เปิดให้บริการในสหราชอาณาจักร มอลตา และซาอุดิอาระเบีย

นอกเหนือจากการเปิดให้บริการในอิหร่านแล้ว บริษัทยังได้เปิดให้บริการในประเทศอื่นๆ ตามแผนการขยายสาขาทั่วโลกตลอดปี 2559 

ในสหราชอาณาจักร Telepizza ได้ประกาศเตรียมเปิด 80 สาขาภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยมีบริษัท Karali Ventures Limited เป็นพันธมิตร นอกจากนั้นยังได้พัฒนาแผนธุรกิจว่าด้วยการเปิดสาขาใหม่ๆอีก 300 สาขาภายใน 10 ปี ผ่านการร่วมมือกับผู้ร่วมธุรกิจแฟรนไชส์ 20 ราย 

นอกจากนี้ Telepizza จะเปิดร้านพิซซ่า 1 สาขาที่ประเทศมอลตา ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 และจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขาภายใน 3 ปี ผ่านการเป็นพันธมิตรกับ Joseph P. Attard 

สำหรับซาอุดิอาระเบีย Telepizza ได้เปิดสาขาไปแล้วถึง 3 สาขาในกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ และตั้งเป้าว่าจะเปิดให้ครบ 100 สาขาภายใน 10 ปี โดยมีบริษัท Emtyaz Catering Company ในเครือ Al Bayan Holding Group เป็นพันธมิตร 

ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ 

Telepizza ขยายสาขาไปยังต่างประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง นับตั้งแต่เริ่มขยายสาขาไปยังประเทศชิลีเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2535 ปัจจุบันTelepizza มีทั้งสิ้น 1,342 สาขา (456 สาขาเป็นร้านของบริษัทเอง และอีก 886 สาขาเป็นร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์) โดยเปิดให้บริการใน 15 ประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา เพื่อให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 60 ล้านราย โดยมียอดขายรวม 506 ล้านยูโร 

บริษัทมีโรงงานเป็นของตัวเองใน 6 ประเทศ ได้แก่ สเปน โปรตุเกส โปแลนด์ ชิลี โคลอมเบีย และเปรู รวมถึงโรงงานมาสเตอร์แฟรนไชส์ในอีก 6 ประเทศและภูมิภาค ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อเมริกากลาง รัสเซีย โบลิเวีย และแองโกลา นอกจากนั้นยังมีโกดังในเอกวาดอร์และโปแลนด์ด้วย 

Telepizza Group 

Telepizza เป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐและมีสาขามากที่สุดในโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน Telepizzaดำเนินงานใน 15 ประเทศ โดยมีทั้งร้านที่เป็นของบริษัทเอง รวมถึงร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์ รวมทั้งสิ้น 1,342 สาขาทั่วโลก โดย 456 สาขาเป็นร้านของบริษัทเอง (34%) และอีก 886 สาขาเป็นร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์ (66%) ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 

หากรวมคู่แข่งจากสหรัฐแล้ว เราจะเป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่มีสาขามากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก นอกจากนี้ เรายังเป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่มีสาขามากเป็นอันดับต้นๆในหลายประเทศ (มีสาขามากเป็นอันดับ 1 ในสเปน โปรตุเกส ชิลี และโคลอมเบีย และมากเป็นอันดับ 2 ในโปแลนด์) 

ยอดขายรวมของเรา (ทั้งร้านที่เป็นของบริษัทเอง รวมถึงร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์) อยู่ที่ 506 ล้านยูโร ในรอบ 12 เดือนสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 63.4 ล้านยูโรในช่วงเวลาดังกล่าว 

Telepizza จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บาร์เซโลนา บิลเบา มาดริด และวาเลนเซีย โดยเริ่มซื้อขายหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2559 และมีจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 100,720,679 หุ้น 

www.telepizza.com 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Ketchum – Monica Escusa / Ana Moreno

โทร. +34-917883200

อีเมล: prensa.telepizza@ketchum.es 

ที่มา: Telepizza

THOMAS SABO มอบโปรโมชั่นโดนใจรับวาเลนไทน์ เครื่องประดับรูปหัวใจลด 15%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์, เยอรมนี–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

สำหรับความรักนั้น การแสดงออกเล็กๆจากใจจริงสำคัญกว่าคำพูดสวยหรูมากมาย ด้วยเหตุนี้ THOMAS SABO จึงเลือกเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักที่ใกล้จะมาถึง ด้วยการจัดโปรโมชั่นลดราคา 15% สำหรับเครื่องประดับรูปหัวใจในคอลเลคชั่นต่างๆ 

 

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445633 ) 

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับสุดหรูฝังเซอร์โคเนีย เครื่องประดับที่รังสรรค์ขึ้นจากโรสโกล 18k ต่างหูสุดประณีต หรือชาร์มจี้ห้อยสุดน่ารัก เครื่องประดับสื่อรักรูปหัวใจก็ล้วนเป็นของขวัญที่แสนจะลงตัวสำหรับทุกคนในวันแห่งความรัก เครื่องประดับของ THOMAS SABO ในห่อของขวัญสุดน่ารักจึงเป็นไอเทมที่สื่อถึงความรักและความปราถนาดีที่จะทำให้สาวๆใจเต้นแรงตั้งแต่แรกเห็น และช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งรักให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ 

แคมเปญลดราคาพิเศษรับวันวาเลนไทน์จะเริ่มขึ้นในวันที่ 24มกราคม จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ปีหน้า ที่ช็อปของ THOMAS SABOรวมถึงเคาท์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าออนไลน์ และร้านพันธมิตรสาขาที่ร่วมรายการ ยกเว้นช็อปสาขา Wertheim Village, Ingolstadt Village, Neumunster Designer Outlet และ Factory Outlet Lauf

สามารถดาวน์โหลดรูปภาพพร้อมราคาได้ที่

http://images.thomassabo.com/www/2/2016/12/THOMAS-SABO-Valentine%C2%B4s-Day-2017.zip 

#foreverinmyheart #THOMASSABO #valentinesday 

เกี่ยวกับ THOMAS SABO 

THOMAS SABO เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับ นาฬิกา และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามชั้นนำระดับโลก โดยออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1984 โดยโธมัส ซาโบ ที่เมืองลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์ ทางตอนใต้ของเยอรมนี THOMAS SABO มีร้านค้าเป็นของตนเองราว 300 สาขา ใน 5 ทวีปทั่วโลก และมีพนักงานทั้งหมดราว 1,860 คน โดยที่สำนักงานใหญ่มีพนักงานประมาณ 490 คน นอกจากนี้ THOMAS SABO ยังมีพันธมิตรทางการค้าประมาณ 2,800 รายทั่วโลก ซึ่งรวมถึงสายการบินและเรือสำราญชั้นนำอีกด้วย 

สื่อมวลชนติดต่อ

Felizia Kindermann

หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศและองค์กร

โทร. +49912397150-0

อีเมล: press@thomassabo.com 

ที่มา: THOMAS SABO GmbH & Co.KG