มหกรรมการผลิตเครื่องจักร “SIMM 2017” มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

มหกรรมแสดงสินค้าอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรนานาชาติเซินเจิ้น (Shenzhen International Machinery Manufacturing Industry Exhibition: SIMM) ครั้งที่ 18 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคม ถึง 1เมษายนปีหน้า ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซินเจิ้น โดยถือเป็นงานใหญ่ที่สุดในจีนตอนใต้ ด้วยพื้นที่จัดแสดงถึง 110,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเนืองแน่นไปด้วยเครื่องจักรกลระดับอุตสาหกรรม 4.0 สุดอัจฉริยะ อันสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตเครื่องจักรของผู้ประกอบการในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล (PRD) ของจีน

เขต PRD มีศักยภาพในการผลิตมหาศาลและครองตลาดขนาดมหึมา จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “โรงงานของโลก” ทั้งยังประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ โดยได้รับอานิสงส์จากนโยบายสนับสนุนต่างๆของรัฐบาลท้องถิ่น กอปรกับข้อได้เปรียบของทำเลที่อยู่ใกล้กับตลาดจีนตอนใต้ ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้เอื้อให้มหกรรมSIMM เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมการผลิตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาคจีนตอนใต้

ภายในงานจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการผลิตใหม่ล่าสุดของบริษัทกว่า 1,000 แห่ง จากกว่า 20 ประเทศ อาทิ +GF+, HEXAGON, MAZAK, FANUC, TRUMPF และ Han’s Laser อนึ่ง เขต PRD ไม่ใช่แค่แหล่งผลิตเครื่องจักรการผลิตที่มีอนาคตสดใสที่สุดเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมอื่นๆ อาทิ เครื่องตัด เครื่องผลิตชิ้นส่วนที่ต้องการความแม่นยำสูง และอะไหล่ต่างๆ ซึ่งบรรดาผู้ผลิตที่ทรงอิทธิพลในเขต PRD จะมารวมตัวกันในมหกรรม SIMM เพื่อร่วมแสดงศักยภาพในการผลิตให้เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก

มหกรรม SIMM 2017 จะเน้นนำเสนอทุกแง่มุมของเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะในจีน โดยจะมีการจัดแสดงเครื่องตัดโลหะและเครื่องขึ้นรูปโลหะระบบดิจิทัล วัสดุคุณภาพสูง หุ่นยนต์เชิงอุตสาหกรรม เทคนิคการวัด การจัดการการผลิตด้วยระบบคลาวด์ และระบบควบคุมต่างๆ ซึ่งทั้งหมดสามารถนำมาผสมผสานกันเพื่อสร้างระบบการผลิตอัจริยะที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงไลน์การผลิตแบบ 3Cสำหรับโรงงาน เพื่อนำไปใช้ในโครงการนำร่องการผลิตอัจฉริยะ อันจะทำให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพด้านการผลิตอัจฉริยะของจีน

มหกรรม SIMM 2017 ประกอบไปด้วย 9 พาวิลเลียนที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ได้แก่ CNC, หุ่นยนต์, เครื่องมือวัดสำหรับอุตสาหกรรม,ระบบอัตโนมัติ, เครื่องตัด, เครื่องหล่อและขึ้นรูป, วัสดุโลหะ, ชิ้นส่วนที่ต้องการความแม่นยำสูง และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ นอกจากนี้ มหกรรม SIMM 2017 จะจัดการประชุมเพื่อจับคู่ผู้ประกอบการในด้านการควบคุมคุณภาพ หุ่นยนต์ และการผลิตแผ่นเหล็กที่มีความยืดหยุ่น โดยเวทีสำหรับมืออาชีพเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ร่วมงานได้ไอเดียใหม่ๆ และได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมหกรรม SIMM 2017 ได้ที่เว็บไซต์ของงาน [http://www.simmtime.com/home_en.htm?ADM_KEY=PRNEWS] และลงทะเบียนรับบัตรเช้าชมงานฟรีได้ที่นี่[http://www.simmtime.com/pre-index_en.htm?ADM_KEY=PRNEWS]

ซิมเมอร์ ไบโอเมท ผงาดคว้ารางวัล “นายจ้างดีเด่นแห่งปี 2560” ของจีน จากสถาบัน Top Employer Institute

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ซิมเมอร์ ไบโอเมท โฮลดิงส์ อิงค์ (NYSE และ SIX: ZBH) ผู้นำระดับโลกด้านการดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ ประกาศว่าบริษัทได้รับรางวัลนายจ้างดีเด่นของประเทศจีนเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกัน จากสถาบันTop Employer Institute ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการศึกษาวิจัยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ดี รวมไปถึงการจัดอันดับผู้นำในด้านทรัพยากรมนุษย์ กลยุทธ์ และภาวะผู้นำ

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161201/8521607821Logo

          นายหลี่ หย่งหมิง รองประธานของซิมเมอร์ ไบโอเมท ประเทศจีนและฮ่องกง เปิดเผยว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลผู้ว่าจ้างดีเด่นของประเทศจีนติดต่อกันเป็นสมัยที่ 6 ซึ่งนับเป็นการยกระดับความยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกขั้นในฐานะที่เป็นบริษัทด้านการดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้”

          “ซิมเมอร์ ไบโอเมท วางรากฐานด้านการจัดการโดยมุ่งเน้นและมุ่งมั่นในการพัฒนาความเป็นมืออาชีพและการเติบโต เพื่อเป็นหลักประกันว่าพนักงานของเราจะมีทั้งแรงจูงใจ มีส่วนร่วม และได้รับการสนับสนุนด้านการลงทุนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จขององค์กร เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์ และสะท้อนภาพความเป็นนายจ้างของเราออกมาอย่างแท้จริง รวมไปถึงการสะท้อนค่านิยมหลักที่หล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรของเราขึ้นมา”

          ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่องค์กรต่างๆ ที่มีมาตรฐานความเป็นเลิศสูงสุดในด้านสภาพการทำงานของลูกจ้าง โดยจะมีการประเมินวัดผลผ่านกระบวนการที่ครอบคลุม เริ่มจากการสำรวจความคิดเห็นโดย Human Resources (HR) Best Practices Survey จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการให้เหตุผล และการตรวจสอบโดยคณะกรรมการเพื่อยืนยันในผลการสำรวจที่ได้ ซึ่งคะแนนของแต่ละบริษัทจะถูกนำมาจัดลำดับตามมาตรฐานสากล โดยนายจ้างที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้นที่จะได้รับการรับรองจาก Top Employer Institute

          ซาง อี้ ประธานซิมเมอร์ ไบโอเมท ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวเพิ่มเติมว่า “การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง และการดูแลสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานของทีมงานเรานั้น เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาที่สำคัญของเราในการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การเชิดชูเกียรติของสถาบัน Top Employer Institute นับเป็นส่วนสำคัญสำหรับซิมเมอร์ ไบโอเมท ในการกำหนดกลยุทธ์การเติบโตขั้นต่อไปในประเทศจีน โดยช่วยให้เราสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรระดับหัวกะทิ ขณะเดียวกันก็ทำให้เราสามารถเดินหน้ามอบสิ่งดีๆ ให้แก่ลูกค้าของเราได้ต่อไป”

          เกี่ยวกับ Top Employers Institute

          Top Employers Institute เป็นองค์กรอิสระที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศฮอลแลนด์ ทางสถาบันได้ทำการศึกษาแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของนายจ้างรายใหญ่ทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2534 และได้คัดเลือก “นายจ้างดีเด่น” ด้วยการตรวจสอบนโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรนั้นๆอย่างครอบคลุม ตั้งแต่กลยุทธ์ การดำเนินนโยบาย การตรวจสอบ ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร โดยบริษัทแต่ละแห่งจะได้รับการจัดอันดับตามมาตรฐานสากล รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.top-employers.com

          เกี่ยวกับซิมเมอร์ ไบโอเมท

          ซิมเมอร์ ไบโอเมท ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2470 และมีสำนักงานใหญ่ในเมืองวอร์ซอ รัฐอินเดียนา เราเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ เราออกแบบ ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์บูรณสภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ, ผลิตภัณฑ์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา ชีวภัณฑ์ กระดูกแขนและขา และภาวะบาดเจ็บ, เทคโนโลยีแบบ office-based,ผลิตภัณฑ์ด้านกระดูกสันหลัง ขากรรไกร-ใบหน้า และทรวงอก รวมถึงรากฟันเทียม และผลิตภัณฑ์สำหรับการผ่าตัด

          เราทำงานร่วมกับนักวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลกเพื่อผลักดันความก้าวหน้าทางนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของเราช่วยเยียวยารักษาผู้ป่วยหลายล้านรายที่ทุกข์ทรมานจากโรคหรืออาการบาดเจ็บที่กระดูก ข้อต่อ หรือเนื้อเยื่ออ่อน ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

          เราดำเนินธุรกิจในกว่า 25 ประเทศ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zimmerbiomet.comหรือติดตาม ซิมเมอร์ ไบโอเมท ได้ทางทวิตเตอร์www.twitter.com/zimmerbiomet

          ข้อควรระมัดระวังเกี่ยวกับข้อความในลักษณะที่เป็นการคาดการณ์ในอนาคต

          ข่าวเผยแพร่ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความในลักษณะที่เป็นการคาดการณ์ในอนาคต ภายใต้ข้อยกเว้นความรับผิดชอบ ตามกฎหมาย Private Securities Litigation Reform Act of 1995 ข้อความคาดการณ์ ได้แก่ แต่ไม่จำกัดเพียง ข้อความเกี่ยวกับการคาดการณ์ แผนการ โอกาส และการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของ ซิมเมอร์ ไบโอเมท ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และศักยภาพความสำเร็จทางคลินิก ข้อความลักษณะดังกล่าวจัดทำขึ้นตามการคาดการณ์และความเชื่อในปัจจุบันของฝ่ายบริหาร และขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่สำคัญ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ผลที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างออกไปอย่างมาก สามารถอ่านรายการและคำอธิบายความเสี่ยงและความไม่แน่นอนดังกล่าวได้จากรายงานข้อมูลที่เรายื่นต่อ SEC เป็นช่วงๆ ไม่ควรตีความว่าปัจจัยเหล่านี้มีความละเอียดถี่ถ้วน และควรอ่านปัจจัยเหล่านี้ร่วมกับข้อควรระวังอื่นๆ ซึ่งรวมอยู่ในแบบแสดงรายการข้อมูลที่ ซิมเมอร์ ไบโอเมท ยื่นต่อ SEC เราขอปฏิเสธเจตนาหรือความรับผิดชอบใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ ไม่ว่าจะมีข้อมูลใหม่หรือเหตุการณ์ในอนาคตเกิดขึ้น เว้นแต่อาจมีการระบุอยู่ในรายงานของเราเป็นช่วงๆ ด้วยเหตุนี้ ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการกล่าวถึง ณ วันที่จัดทำเท่านั้น ผู้อ่านข่าวเผยแพร่ฉบับนี้ไม่ควรเชื่อถือข้อความคาดการณ์เหล่านี้มากเกินควร เนื่องจาก แม้ฝ่ายบริหารเชื่อในสมมติฐานตามข้อความคาดการณ์ว่ามีเหตุผล แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อความคาดการณ์เหล่านี้จะถูกต้องแม่นยำ อนึ่ง ข้อความเตือนนี้มีผลใช้ได้กับข้อความทุกข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตในข่าวเผยแพร่ฉบับนี้

          ติดต่อ:

          Jason Lee

          +65 90084780

           Jason.lee@zimmerbiomet.com

          โลโก้ –http://photos.prnasia.com/prnh/20161201/8521607821Logo

นครหางโจวปัดฝุ่นภาพลักษณ์ใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์ยอดนิยม หลังเป็นเจ้าภาพการประชุม G20 Summit

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หางโจว, จีน–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          “หางโจวสร้างแรงบันดาลใจสู่การเชื่อมโยงใหม่”

          นครหางโจวได้รับการกล่าวขานมายาวนานในของเรื่องทัศนียภาพที่สวยงามและชีวิตความเป็นอยู่ที่ผ่อนคลาย จากการที่หางโจวได้รับความสนใจภายหลังเป็นสถานที่จัดประชุม G20 Summit ครั้งที่ผ่านมา ทางBusiness Events Hangzhou จึงได้เปิดตัวโลโก้และสโลแกนใหม่เพื่อส่งเสริมให้หางโจวกลายเป็นศูนย์กลางในการจัดประชุมขององค์กร (meeting) การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (incentives) การจัดประชุมใหญ่ (conventions) และการจัดแสดงสินค้า (exhibitions) หรือ ไมซ์ (MICE)โดยสโลแกนใหม่ที่ว่า “หางโจวสร้างแรงบันดาลใจสู่การเชื่อมโยงใหม่” (Hangzhou, Inspiring New Connections) ได้สะท้อนความคาดหวังของหางโจว ในการก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางในรูปแบบไมซ์แถวหน้าของโลก ที่อำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ความรู้ และการพาณิชย์ทั่วโลก โดยนครหางโจวถือเป็นเมืองแห่งแรกของจีนที่มีฐานะเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์อย่างเป็นทางการ

 

           https://photos.prnewswire.com/prnvar/20161129/443556

          ผู้ซื้อและผู้เข้าร่วมการประชุมต่างประทับใจกับสิ่งที่นครหางโจวนำเสนอ ในแง่ของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และยินดีที่เห็นว่าหางโจวได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ยอดนิยม

          การเข้าร่วมการประชุมในนครหางโจวนับเป็นโอกาสที่ดีในการค้นพบทางออกของปัญหาที่ค้างคาใจเหล่าผู้เข้าร่วมงานมานานแสนนาน และนอกเหนือไปจากห้องประชุมและห้องโถงจัดงานแล้ว เมืองนี้ยังเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และตัดขาดจากความเครียดในชีวิตประจำวันจากการทำธุรกิจ นครหางโจวมีบทบาทใหม่ทั้งในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวพักผ่อนและจุดหมายปลายทางไมซ์ นอกจากนี้ นครหางโจวยังได้อำนวยความสะดวกให้กับความร่วมมือทางธุรกิจและสนับสนุนผลลัพธ์ในรูปแบบที่ได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย โดยได้เป็นหนึ่งในสักขีพยานของการลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกา-จีน และความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในที่ประชุมสุดยอด G20

          หางโจวยกระดับคุณภาพเมืองด้วยการเชื่อมโยงผู้ซื้อเข้ากับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดียิ่งขึ้น

          หางโจวได้พิสูจน์ถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งในการเป็นเมืองที่มีความพร้อมในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์ ซึ่งการประชุมสุดยอด G20 ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการสร้างสถานที่จัดประชุมขนาดใหญ่ขึ้นหลายแห่งในเมือง อีกทั้งยังดึงดูดให้กลุ่มโรงแรมระดับสากลมาเปิดให้บริการที่นี่กันอย่างคึกคัก จนทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงระหว่างหางโจวกับเมืองสำคัญกว่า 200 เส้นทางการบิน และมีบริการเที่ยวบินตรงจากหางโจวไปยังเมืองต่างๆอีกกว่า 35 เส้นทางบินทั้งในและนอกประเทศจีน โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลายสายการบินได้เพิ่มเที่ยวบินตรงจากหางโจวไปยังจุดหมายต่างๆ ซึ่งรวมถึงกรุงลิสบอน ลอสแอนเจลิส มาดริด ซานฟานซิสโก และซิดนีย์

          นอกจากนี้ บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมไมซ์ของหางโจวยังได้ปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการอย่างมีนัยสำคัญ หางโจวมุ่งมั่นในการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความเป็นส่วนตัวและสามารถกำหนดได้ตามต้องการ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้าร่วมการประชุมแต่ละรายจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด โดยหางโจวตั้งเป้าที่จะติดต่อกับผู้ร่วมการประชุมแต่ละคนโดยตรงผ่านเครือข่ายการเชื่อมต่อที่มีความหมาย เพื่อมอบความพึงพอใจให้กับทุกความต้องการอันหลายหลาก ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการยกระดับคุณค่า

          กระจายความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน

          เพื่อให้สอดคล้องกับแผนโลกาภิวัฒน์และกลยุทธ์ที่มุ่งก้าวทันความทันสมัยของอุตสาหกรรมไมซ์ระดับโลก นครหางโจวได้เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมระดับโลก ภายใต้สโลแกนใหม่ที่ว่า “หางโจวสร้างแรงบันดาลใจสู่การเชื่อมโยงใหม่” โดยประกอบไปด้วยกิจกรรมออนไลน์ที่กระตุ้นการแชร์ผ่านระบบนิเวศไมซ์ และกิจกรรมแบบออฟไลน์ที่เชิญชวนผู้ซื้อจากทั่วโลกให้มาสัมผัสกับประสบการณ์จากสิ่งอำนวยความสะดวกในอุตสาหกรรมไมซ์ของหางโจว ที่จะเปิดตัวในเร็วๆนี้

          โลโก้ –http://photos.prnasia.com/prnh/20161129/0861612871LOGO

“OneCoin” ดึงเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ ตั้งเป้าเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้งานแพร่หลายทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซเฟีย, บัลแกเรีย–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

OneCoin สกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกและสกุลเดียวของโลกที่มีการจัดเก็บเอกสาร KYC ลงในบล็อกเชนของระบบ ได้กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งขึ้น ในการเป็นสกุลเงินดิจิทัลยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้ทั่วโลก

 OneCoin-Ltd Logo / OneCoin Ltd. Logo (PRNewsFoto/OneCoin Ltd.)

(โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444679LOGO )

ปัจจุบัน ทั่วโลกมีสกุลเงินดิจิทัล (หรือสกุลเงินเสมือน) มากกว่า700 สกุลเงิน ทว่ามีน้อยคนนักที่เคยได้ยินหรือรู้หลักการทำงานของมัน และเพื่อเป็นการตอบรับเป้าหมายในการยุติการใช้สกุลเงินที่เป็นกระดาษของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย OneCoin จึงตั้งเป้าที่จะเป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ปรากฏการณ์สกุลเงินดิจิทัล

สกุลเงินดิจิทัลมีศักยภาพที่จะนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่เศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม แต่ผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือผู้ใช้รายหลักๆ เนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลเป็นเอกเทศจากธนาคารกลาง มูลค่าของมันจึงไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการเงินและอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ด้วยปริมาณที่มีจำกัดและการเข้ารหัส ทำให้การปลอมแปลงสกุลเงินดิจิทัลเป็นเรื่องยาก

สกุลเงินดิจิทัลถูกนำไปใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศมากที่สุด เพราะช่วยให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินได้เร็วขึ้นและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า โดยไม่ต้องพึ่งพาคนกลางซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพง ด้วยเหตุนี้ สกุลเงินดิจิทัลจึงไม่ได้เป็นคู่แข่งของธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงบริษัทอย่างWestern Union, MoneyGram, Currencies Direct และอีกมากมาย โดยมูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลแต่ละสกุลจะขึ้นอยู่กับประโยชน์ใช้สอย และอุปสงค์-อุปทาน สำหรับ OneCoin นั้น ถือเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีฐานผู้ใช้มากที่สุดสกุลหนึ่ง ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 2.7 ล้านราย

OneCoin และอนาคตของสกุลเงินดิจิทัล

OneCoin ใช้เวลาเพียง 2 ปีในการก้าวสู่การเป็นสกุลเงินเสมือนจริงที่สำคัญที่สุดสกุลหนึ่งในตลาด และมีเป้าหมายที่จะเป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่มีการใช้งานแพร่หลายทั่วโลก OneCoin ได้สร้างเสถียรภาพของสกุลเงินให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบนิเวศของสกุลเงินขึ้น เพื่อเพิ่มการใช้งานให้แพร่หลายมากกว่าเดิม

สำหรับปีนี้ OneCoin ได้เริ่มใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนรูปแบบใหม่ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ปูทางไปสู่การบรรลุเป้าหมายของบริษัท โดยจะเปิดทางให้ OneCoin สามารถขยายฐานผู้ใช้งานและสร้างเครือข่ายร้านค้าที่แข็งแกร่ง นอกจากนั้นยังมีซอร์สโค้ดที่ช่วยยกระดับการรักษาความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น และลดช่องโหว่ที่มักพบในสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ บล็อกเชนจึงถือเป็นหัวใจแห่งการปฏิวัติการชำระเงินดิจิทัล ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์เตรียมนำร่องโครงการบล็อกเชนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ รวมถึงธนาคารสิงคโปร์และธนาคารต่างชาติ 8 แห่ง

สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่

https://www.onecoin.eu/en/news/digital-money-for-all-%E2%80%93-is-it-possible%3F

http://www.onecoin.eu

แหล่งข่าว: OneCoin Ltd.

IBS Software เซ็นสัญญา 10 ปี กับ Asiana Airlines มอบโซลูชั่นจัดการระบบขนส่งสินค้าทางอากาศ iCargo

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          IBS Software Services ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นการเดินทาง การขนส่ง และไอที ได้เซ็นสัญญาระยะเวลา 10 ปี มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ กับ Asiana Airlines Cargo ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อนำโซลูชั่นบริหารจัดการคาร์โก้ระดับรางวัลอย่าง iCargo มาช่วยจัดการฟังก์ชั่นคาร์โก้แบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ของ Asiana Cargo ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ โซลูชั่นแพลตฟอร์มแบบบูรณาการของ IBSจะเข้ามาช่วยเสริมทัพการดำเนินธุรกิจของ Asiana Cargo ในด้านต่างๆอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในเรื่องของยอดขาย บัญชีรายได้ การจัดการตู้บรรจุสินค้าของสายการบิน (ULD) การจัดการไปรษณีย์ภัณฑ์ และบัญชีรายได้ไปรษณียภัณฑ์ ทั้งนี้ สายการบิน Asiana Airlines ซึ่งมีฐานการบินอยู่ในกรุงโซล เป็นสายการบินระดับโลกที่เปิดดำเนินงานมาเกือบ 30 ปี และยังเป็นสมาชิกของเครือข่ายสายการบิน Star Alliance โดยปัจจุบันเปิดให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศ 14 เส้นทางบิน และเส้นทางบินต่างประเทศ 90 เส้นทางบิน รวมถึงให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศอีก 27 เส้นทางบินทั่วเอเชีย ยุโรป อเมิรกาเหนือ และโอเชียเนีย

 PRNE---IBS-Asiana-Deal---Image / Rajiv Shah, CEO, IBS Software and Kwang-Suk Kim, Executive VP, Asiana Cargo at the signing ceremony (PRNewsFoto/IBS Software (IBS))

          (รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444599 )

 IBS Software / IBS Software

          (โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20121122/577929 )

          ระบบบริหารจัดการคาร์โก้ของ IBS จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านไอที จากระบบงานหลักแบบเก่าและระบบดาวเทียมที่มีอยู่มากมายของ Asiana Airlines Cargo สู่การเป็นแพลตฟอร์มแบบบูรณาการรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัย ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้จะช่วยให้ Asiana Cargo สามารถใช้ประโยชน์จากโซลูชั่นนี้ได้อย่างหลากหลาย ทั้งในด้านการจัดการรายได้ การจัดการผลิตภัณฑ์ การติดตามการขนส่งสินค้าแบบเรียลไทม์ รวมถึงการควบคุมและเสริมประสิทธิภาพด้านเทคโนโลยี อาทิ การบริหารจัดการความคล่องตัวขององค์กร เพื่อยกระดับการบริการคาร์โก้ขึ้นไปอีกขั้น นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม iCargo ยังช่วยให้ Asiana Cargo สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมการขนส่ง อาทิ eAWB และ CXML

          ทั้งนี้ Asiana Cargo จะกลายเป็นบริษัทล่าสุดใน IBS Cargo Community ซึ่งประกอบด้วยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศระดับโลกกว่า 20 ราย ซึ่งรวมถึงสายการบิน ตัวแทนสายการบิน (GHAs) และอาคารคลังสินค้าของท่าอากาศยานต่างๆ

          โซลูชั่น iCargo ของ IBS จะช่วยเติมเต็มทุกความต้องการด้านไอทีของระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศได้ครบ จบในแพลตฟอร์มเดียว อีกทั้งยังสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการและลำดับความสำคัญที่แตกต่างกันของลูกค้าได้อีกด้วย นอกจากนี้ iCargo ยังสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการในด้านการปฏิบัติงานคาร์โก้ ที่ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ เป็นเที่ยวบินที่ทำการเช่าเหมาขนส่งสินค้าโดยเฉพาะหรือไม่ เป็นสายการบินราคาประหยัดหรือสายการบินบริการเต็มรูปแบบ โซลูชั่นiCargo นั้นได้รับความไว้วางใจจากสายการบินชั้นนำกว่า 25 แห่งทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ iCargo จึงเป็นโซลูชั่นบริหารจัดการคาร์โก้ชั้นนำในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ และได้รับเลือกให้เป็น “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สายการบินแห่งปี 2558” จาก CAPA – Centre for Aviation

         Kwang-Suk Kim รองประธานบริหารของ Asiana Cargo ซึ่งได้ร่วมลงนามข้อตกลงที่กรุงโซลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวว่า “เราหวังว่าการเลือก iCargo เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใหม่ของเรา จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับความต้องการด้านบริการโลจิสติกส์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรามั่นใจว่า iCargo จะช่วยยกระดับความปลอดภัยด้านการขนส่งทางอากาศ และระบบการบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม”

          Rajiv Shah ซีอีโอของ IBS Software กล่าวว่า “การที่ Asiana Airlines เลือกใช้โซลูชั่นของเรานั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ IBS ในการสร้างโซลูชั่นชั้นนำระดับโลกที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่จับต้องได้ให้กับสายการบินต่างๆ ทั้งนี้ IBS จะยังเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมการบินต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของเราสามารถยืนหยัดในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ การเป็นพันธมิตรกับAsiana ก็ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเราในตลาดเกาหลีใต้ ดังที่เราได้เดินหน้ารุกขยายกิจการในเอเชียตะวันออก”

          Ashok Rajan รองประธานและหัวหน้าธุรกิจ Global Air Cargo ของIBS กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Asiana Cargo เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว iCargo ของเรา และตื่นเต้นที่ผู้นำของอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศอย่าง Asiana Cargo จะนำคุณค่าในวิธีปฏิบัติทางธุรกิจมาสู่ชุมชนของเรา”

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBS ได้ที่ http://www.ibsplc.com

          สื่อมวลชนกรุณาติดต่อสอบถาม

          Bratati Ghosh

          Chief Marketing Officer IBS

          bratati.ghosh@ibsplc.com

          ที่มา: IBS Software Services

bioLytical เปิดตัวชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง “INSTI HIV Self Test” ในเคนยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ริชมอนด์, บริติชโคลัมเบีย–2 ธ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

bioLytical Laboratories ผู้นำระดับโลกด้านการตรวจโรคติดเชื้ออย่างฉับไว ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “INSTI HIV Self Test” สู่แวดวงเภสัชกรรมในประเทศเคนยา

(รูป: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444905)

bioLytical ได้รับคำเชิญจาก Clinton Health Access Initiative (CHAI) และ Kenya Pharmaceutical Association (KPA) ให้มาสาธิตวิธีการใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง INSTI HIV Self Test แก่ตัวแทน 350 คนจากวงการเภสัชกรรม ที่กรุงไนโรบีและเมืองมอมบาซาในประเทศเคนยา หลังจากที่ CHAI ได้ผลักดันโครงการตรวจเอชไอวีด้วยตนเองมาโดยตลอด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองราคาย่อมเยามาจำหน่ายตามร้านขายยาในเคนยา และ INSTI HIV Self Test ก็เป็นชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองโดยใช้เลือดเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ

Rick Galli ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ bioLytical ได้เดินทางมายังเคนยาเพื่อพบกับคณะผู้แทนของ KPA ก่อนที่จะมีการเปิดตัวโครงการ โดยเขากล่าวว่า “เคนยากำลังกรุยทางสู่การนำชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองมาใช้ในกลุ่มประเทศแอฟริกาใต้สะฮารา โดยผ่านทางภาคเอกชน เรารู้สึกตื่นเต้นกับการบุกเบิกในครั้งนี้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองราคาย่อมเยามีประสิทธิภาพและช่วยให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้”

เคนยามีร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาตมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ และโครงการนี้จะช่วยให้ชาวเคนยาเกือบทั้งหมดในประเทศสามารถซื้อชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้ตามร้านขายยาใกล้บ้าน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ

โครงการตรวจเอชไอวีด้วยตนเองในเคนยาไม่ใช่แค่การจำหน่ายชุดตรวจเอชไอวีเท่านั้น แต่ยังมีเครือข่ายสนับสนุนทางการแพทย์สำหรับผู้ที่ตรวจแล้วพบว่ามีเลือดบวกด้วย โดย INSTI HIV Self Test ทำหน้าที่เป็นด่านแรกที่ช่วยระบุตัวผู้ที่มีแนวโน้มติดเชื้อเอชไอวี และผลักดันให้ผู้นั้นเข้ารับการตรวจยืนยันในสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด ตลอดจนเข้ารับคำปรึกษาในการป้องกันและรักษาต่อไป ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ที่มีผลเลือดเป็นลบมีความตื่นตัวในการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อในภายภาคหน้าด้วย  

Rick Galli กล่าวเสริมว่า “การจะทำให้โครงการดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลนั้น สิ่งสำคัญคือการให้คำแนะนำอย่างถูกต้องและให้ข้อมูลที่ตรงกัน เรากำลังทำงานร่วมกับ CHAI และ KPA รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเคนยา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ที่ใช้ชุดตรวจ INSTI HIV Self Test จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการขอรับความช่วยเหลือหลังการใช้ชุดตรวจ”

เกี่ยวกับ bioLytical Laboratories Inc.

bioLytical Laboratories Inc. เป็นบริษัทเอกชนสัญชาติแคนาดาที่มุ่งวิจัย พัฒนา และจำหน่ายชุดตรวจวินิจฉัยโรคที่ใช้ง่ายและให้ผลรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยี INSTI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท bioLytical ทำการตลาดและจำหน่ายชุดตรวจ INSTI HIV Test ทั่วโลก รวมถึงชุดตรวจ INSTI HIV/Syphilis Multiplex Test ในยุโรป โดยได้รับการรับรองจาก US FDA และ Health Canada รวมถึงได้มาตรฐาน CE โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSTI ให้ผลอย่างแม่นยำภายใน 60 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งเร็วกว่ายี่ห้ออื่นที่ต้องใช้เวลา 15-20 นาที ขณะเดียวกัน บริษัทยังวิจัยและพัฒนาชุดตรวจอื่นๆอีกมากมาย อาทิ ชุดตรวจไวรัสซิกา เดงกี ชิคุนกุนยา ไวรัสตับอักเสบซี อีโบลา ฯลฯ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการปรับปรุง INSTI ให้เข้ากับการใช้งานและการตรวจวินิจฉัยโรคที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.biolytical.com

ติดต่อ: Stan Miele, info@biolytical.com , 1-604-204-6784

bioLytical จำหน่ายชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง “INSTI HIV Self Test” ในแอฟริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ริชมอนด์, บริติชโคลัมเบีย—2 ธ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

bioLytical Laboratories ผู้นำระดับโลกด้านการตรวจโรคติดเชื้ออย่างฉับไว ประกาศวางจำหน่าย INSTI HIV Self Test ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองราคาย่อมเยาในแอฟริกา ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป  

 bioLytical INSTI Self Test / New: INSTI Self Test! (PRNewsFoto/bioLytical Laboratories)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444833

ชุดตรวจเอชไอวีนี้ผ่านการรับรองจาก US FDA และ Health Canada ทั้งยังได้มาตรฐาน CE และ WHO Pre-Qualified หลังผ่านการทดสอบนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งยังมีการแปลคู่มือการใช้งานในหลายภาษาและทำภาพประกอบให้เข้าใจง่ายที่สุด การวางจำหน่ายชุดตรวจด้วยตนเองที่มีราคาย่อมเยาแต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพระดับมืออาชีพเช่นนี้ ถือเป็นการตอกย้ำพันธกิจของบริษัทในการจัดหาโซลูชั่นล้ำสมัยเพื่อการวินิจฉัยโรคติดเชื้อ

Livleen Veslemes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ bioLytical กล่าวว่า “เราประสานกับทุกส่วนของห่วงโซ่อุปทานเพื่อทำให้ต้นทุนลดลง ตั้งแต่การขนส่ง การจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่าย เพื่อส่งมอบชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่มีราคาย่อมเยาให้แก่ประชาชนในแอฟริกา ปัจจุบัน การตรวจเอชไอวีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และชุดตรวจ INSTI ก็คู่ควรกับการเป็นผู้นำในการตรวจโรคด้วยตนเอง เพราะนอกจากจะใช้งานง่ายแล้ว ยังให้ผลตรวจที่แม่นยำและรวดเร็วกว่าชุดตรวจยี่ห้ออื่นถึง 2 สัปดาห์”

ก่อนจะถึงวันเอดส์โลก องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดเผยแนวปฏิบัติใหม่ในการตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เพื่อยกระดับการเข้าถึงและการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี

Dr. Gottfried Hirnschall ผู้อำนวยการแผนกเอชไอวีของ WHO กล่าวว่า “ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจะช่วยให้ประชาชนรู้สถานะการติดเชื้อเอชไอวีของตนเอง และสนับสนุนให้คู่สมรสทำการตรวจด้วยเช่นกัน ชุดตรวจนี้จะทำให้หลายๆคนรับรู้สถานะของตนเองและสามารถรับมือกับโรคได้ดีขึ้น และยิ่งมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้ารับการตรวจในสถานพยาบาลและต้องการตรวจด้วยตนเองมากกว่า”

มีรายงานว่า ชุดตรวจด้วยตนเองทำให้กลุ่มชายรักชายตรวจเอชไอวีถี่กว่าเดิมเกือบสองเท่า ขณะเดียวกัน ผู้ชายในเคนยาที่ภรรยากำลังตั้งครรภ์ก็ตรวจเอชไอวีมากกว่าเดิมถึงสองเท่าเมื่อมีชุดตรวจด้วยตนเอง เทียบกับการตรวจทั่วไป

INSTI HIV Self Test เป็นชุดตรวจเอชไอวีที่ให้ผลตรวจเร็วที่สุดในโลก โดยสามารถแจ้งผลได้ทันที ขณะที่ยี่ห้ออื่นต้องรอผลประมาณ 15-20 นาที นอกจากนั้นยังสามารถตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีได้ด้วยเลือดเพียงหยดเดียว และให้ผลเร็วกว่าชุดตรวจยี่ห้ออื่นถึง 2 สัปดาห์ ที่สำคัญคือใช้งานง่ายและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากกว่า 99%

INSTI HIV Self Test เทียบได้กับชุดตรวจ INSTI HIV-1/HIV-2Antibody Test ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก แต่หาซื้อได้ง่ายกว่าตามร้านขายยาทั่วไป โดยเป็นการตรวจหาปริมาณแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี-1 และเอชไอวี-2 ในเลือดที่เจาะมาจากปลายนิ้ว ชุดตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และสามารถใช้ได้อย่างง่ายดายที่บ้าน เพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีโดยใช้เลือดเพียงหนึ่งหยด  

เกี่ยวกับ bioLytical Laboratories Inc.

bioLytical Laboratories Inc. เป็นบริษัทเอกชนสัญชาติแคนาดาที่มุ่งวิจัย พัฒนา และจำหน่ายชุดตรวจวินิจฉัยโรคที่ใช้ง่ายและให้ผลรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยี INSTI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท bioLytical ทำการตลาดและจำหน่ายชุดตรวจ INSTI HIV Test ทั่วโลก รวมถึงชุดตรวจ INSTI HIV/Syphilis Multiplex Test ในยุโรป โดยได้รับการรับรองจาก US FDA และ Health Canada รวมถึงได้มาตรฐาน CE โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSTI ให้ผลอย่างแม่นยำภายใน 60 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งเร็วกว่ายี่ห้ออื่นที่ต้องใช้เวลา 15-20 นาที ขณะเดียวกัน บริษัทยังวิจัยและพัฒนาชุดตรวจอื่นๆอีกมากมาย อาทิ ชุดตรวจไวรัสซิกา เดงกี ชิคุนกุนยา ไวรัสตับอักเสบซี อีโบลา ฯลฯ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการปรับปรุง INSTI ให้เข้ากับการใช้งานและการตรวจวินิจฉัยโรคที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.biolytical.com

ติดต่อ: Stan Miele, info@biolytical.com , 1-604-204-6784

สื่อต่างประเทศในฮ่องกงร่วมฟังชี้แจงสถานะการพัฒนาสังคม-เศรษฐกิจล่าสุดของมณฑลกวางตุ้ง พร้อมไขความลับเบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–2 ธ.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          “คุณมีความสนใจในเทคโนโลยีด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่? คุณอยากเห็นมณฑลกวางตุ้งเชี่ยวชาญในแขนงใดเป็นพิเศษหรือไม่? ประเด็นเหล่านี้สำคัญกับคุณแค่ไหน?” ทารา โจเซฟ จากสำนักข่าวรอยเตอร์ ยิงคำถาม 3 ข้อนี้ต่อศาสตราจารย์หวง หนิงเฉิง อธิบดีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งมณฑลกวางตุ้ง โดยโจเซฟเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าว 80 คนจากสื่อต่างประเทศ อาทิ รอยเตอร์ บลูมเบิร์ก นิวยอร์กไทม์ส และFinanz und Wirtschaft ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารกลางวัน พร้อมกับร่วมค้นพบความลับในการพัฒนานวัตกรรมของกวางตุ้ง

          งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งฮ่องกง (FCC) ในช่วงบ่ายของวันพุธที่ 1 ธ.ค. ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อชี้แจงสถานะการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจล่าสุดของมณฑลกวางตุ้งให้สื่อต่างประเทศได้รับทราบ ภายใต้หัวข้อ “Guangdong’s Push For Innovation”

          “ครับ ประเด็นนี้สำคัญมาก” ศาสตราจารย์หวงตอบคำถามข้างต้น พร้อมเพิ่มเติมว่าปัจจุบันมณฑลกวางตุ้งให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการเพิ่มประสิทธิภาพในภาคการผลิตขั้นสูง ชีววิทยาศาสตร์และสุขภาพ รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)

          “จุดประสงค์ของการส่งเสริมนวัตกรรมมิใช่เพียงเพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจ แต่ยังส่งเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะด้วย”

          ศาสตราจารย์หวงเปิดเผยว่า “การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของมณฑลกวางตุ้งในปี 2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.58% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับการลงทุนด้านR&D ของบรรดาประเทศ (หรือภูมิภาค) ที่มีการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” พร้อมกล่าวว่าอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 0.01% เทียบรายปี อีกทั้งยังแสดงมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับการเติบโตด้านการลงทุน R&D ของมณฑลกวางตุ้งในอนาคต

          ทั้งนี้ สำนักสารนิเทศ สำนักการต่างประเทศ และสำนักกิจการฮ่องกงและมาเก๊า ประจำมณฑลกวางตุ้ง ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งมณฑลกวางตุ้ง ได้จัดเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันแก่ผู้เข้าร่วมประชุม ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานข้าหลวง กระทรวงการต่างประเทศจีน ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

          เพื่อให้สอดคล้องกับการตัดสินใจของรัฐบาลกลาง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้มณฑลกวางตุ้งได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาผ่านนวัตกรรมอย่างจริงจังและมุ่งมั่นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมนี้เป็นยุทธศาสตร์หลักที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความพยายามในการประสานความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลกวางตุ้ง และรุฐบาลท้องถิ่นของมณฑลกวางตุ้ง ทั้งในแง่ของนโยบาย เงินทุน เทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์ แพลตฟอร์มต่าง ๆ ฯลฯ จนบรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมได้ในที่สุด

          ที่มา: สำนักสารนิเทศแห่งมณฑลกวางตุ้ง รัฐบาลจีน

Capella Hotel Group Asia จับมือ ปิแอร์ กาแญร์ เปิดตัวภัตตาคารสุดหรูที่ Capella Shanghai, Jian Ye Li

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–2 ธ.ค. –พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

พร้อมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2560

Capella Hotel Group Asia และ มร.ปิแอร์ กาแญร์ เชฟชื่อดังจากฝรั่งเศส มีความยินดีที่จะประกาศความร่วมมือครั้งแรกในประเทศจีน ด้วยการเปิดตัวComptoir Pierre Gagnaire ภัตตาคารสุดหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ของมร.กาแญร์ ณ โรงแรม Capella Shanghai ภายในเขตอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของเขตซูหุย โดยร้านอาหารฝรั่งเศสและรีสอร์ทกลางเมืองสไตล์วิลล่าแห่งนี้ จะตั้งอยู่ในพื้นที่ของ Jian Ye Li ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบ “ชิคูเมน ” อันเก่าแก่กลุ่มสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยมีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปถึงคริสต์ทศวรรษ 1930 ทั้งนี้ Capella Shanghai และ Comptoir Pierre Gagnaire จะเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2560

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161124/8521607693-a

คำบรรยายภาพ: ปิแอร์ กาแญร์ เชฟยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2558 จากการโหวตของเพื่อนร่วมวงการ โดยนิตยสาร Le Chef ของฝรั่งเศส เครดิตภาพ: (c) Jacques Gavard

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161124/8521607693-b

คำบรรยายภาพ: Comptoir Pierre Gagnaire ที่ Capella Shanghai, Jian Ye Li พร้อมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2560

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161124/8521607693LOGO

เชฟ ปิแอร์ กาแญร์ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งความสำเร็จบนเส้นทางพ่อครัวมืออาชีพในปีนี้ โดยได้รับการยกย่องในฐานะ “เชฟยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2558″ จากผลการโหวตของเพื่อนร่วมวงการในนิตยสาร Le Chef นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าภัตตาคาร 12 แห่งทั่วโลก ที่ได้รับดาวมิชลินมาแล้วรวม 13 ดวง ด้วยแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ว่า “มุ่งมั่นสู่อนาคต แต่ยังเคารพในอดีต” การทำอาหารของเชฟกาแญร์จึงเป็นดั่งศิลปะซึ่งแทนความรู้สึกและคำพูดของเขา ภายในห้องครัวของภัตตาคารชื่อดัง เชฟมือทองผู้นี้ได้รังสรรค์วัตถุดิบสดใหม่ ให้กลายเป็นท่วงทำนองแห่งรสชาติ รสสัมผัส และอุณหภูมิที่กลั่นออกมาจากอารมณ์ความรู้สึก

เชฟกาแญร์ อธิบายถึงคอนเซ็ปต์ใหม่นี้ว่า “แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังComptoir Pierre Gagnaire คือการสร้างบรรยากาศย้อนกลับไปยังช่วงทศวรรษ 1930 สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่น คุณภาพ และความเรียบง่ายที่ผมต้องการสื่อถึง เพื่อนำเสนอจิตวิญญาณของยุคนั้น สถานที่แห่งนี้จะเป็นต้องเปี่ยมไปด้วยความสุข ความอบอุ่นใจ และเข้าถึงง่าย ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า ที่นี่จะกลายเป็นสถานที่แสนพิเศษและหลบหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก”

มร. นิโคลัส เอ็ม เคลย์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Capella Hotel Group Asia กล่าวว่า “เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยพลังมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งมาพร้อมกับวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับการใช้ชีวิตในแบบสากล ปรัชญาการทำงานของเชฟปิแอร์ กาแญร์ นั้นสอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับหลักการทำงานของ Capella โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีความหลงใหลและความปรารถนาในสิ่งเดียวกัน ซึ่งได้แก่การสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับแขกของเรา ความเป็นเลิศของเชฟปิแอร์ที่การันตีด้วยรางวัลมิชลิน ประกอบกับความสุภาพนอบน้อมในตัว ทำให้ชายผู้นี้เป็นพันธมิตรที่คู่ควรกับ Capella Shanghai”

Capella Shanghai, Jian Ye Li เป็นรีสอร์ทกลางเมืองเพียงแห่งเดียวในเซี่ยงไฮ้ที่ให้บริการห้องพักแบบวิลล่าทั้งหมด ที่พักซึ่งแฝงด้วยมรดกทางสถาปัตยกรรมอันหาได้ยากยิ่งแห่งนี้ เปิดโอกาสให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสกับความโรแมนติกของมหานครเซี่ยงไฮ้ในอดีตอย่างแท้จริง ด้วยห้องพักแบบวิลล่าทั้งหมด 55 ห้อง ห้องชุด 40 ยูนิต ตลอดจน The Gallery ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมภัตตาคารและบรรดาแบรนด์ไลฟ์สไตล์

ภายใต้การควบคุมของโรเมน ชาเปล เชฟดาวเด่นในสังกัดของเชฟปิแอร์Comptoir Pierre Gagnaire เตรียมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2560พร้อมกับ Capella Shanghai, Jian Ye Li ซึ่งประกอบไปด้วยภัตตาคารขนาด 70 ที่นั่ง บาร์ขนาด 50 ที่นั่ง และร้านขายเบเกอรี่ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนของ The Gallery โดย Comtpoir Pierre Gagnaire จะเปิดให้บริการทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน ชายามบ่าย และมื้อค่ำ เพื่อเติมเต็มรูปแบบการพักอาศัยในย่านอันเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capella Shanghai และ Comptoir Pierre Gagnaire สามารถติดต่อได้ที่joleena.seah@capellahotelgroup.com

เกี่ยวกับ Capella Hotel Group

Capella Hotel Group มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา และมีสำนักงานสาขากระจายอยู่ในเอเชียและยุโรป บริษัทเป็นผู้บริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลก โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น4 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ Capella Hotels and Resorts อันเป็นแนวคิดบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท และที่พักสุดหรู เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ฉลาดเลือก ด้วยรูปแบบการบริการที่เป็นส่วนตัว โดยปัจจุบันเปิดให้บริการที่ดุสเซลดอร์ฟ สิงคโปร์ อิกซ์ตาปา และเซนต์ลูเซีย ทั้งยังมีแผนเปิดโรงแรมเพิ่มเติมที่ออร์แลนโด กรุงเทพฯ โตโดสซานโตส เซี่ยงไฮ้ และบาหลี

ส่วนที่สองคือ Solis Hotels and Resorts ซึ่งเป็นเครือรีสอร์ท โรงแรม และที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่แสวงหาสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นสากล มีอาหารรสเลิศ และสปาระดับเวิลด์คลาส ปัจจุบันเปิดให้บริการที่เมืองดอนเนกัลของไอร์แลนด์ และเมืองหนานจิงของจีน และยังมีแผนเปิดตัวโรงแรมเพิ่มเติมที่บาหลี แอตแลนตา กว่างโจว ซูโจว และออร์แลนโด

ส่วนที่สามคือ Independent Hotels and Resorts ซึ่งดำเนินงานโดยอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและวัฒนธรรมการบริการตามแบบฉบับของ Capella Hotel Group ปัจจุบันเปิดให้บริการที่นิวซีแลนด์ บาหลี และสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมีแผนเปิดตัวโรงแรมเพิ่มเติมที่เม็กซิโก จีน และยุโรป

ส่วนสุดท้ายคือ Auriga ซึ่งเป็นธุรกิจสปาระดับเวิลด์คลาสเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและพลานามัยที่ดี โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการโคจรของดวงจันทร์ ทรีทเมนต์แบบฉบับของ Auriga แต่ละรายการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงอิทธิพลของวิถีโคจรของดวงจันทร์ที่มีผลต่อร่างกายและอารมณ์ของเรา

สื่อมวลชนติดต่อ

Capella Hotel Group Asia

Joleena Seah
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร
โทร:+65-6887-9835
อีเมล: joleena.seah@capellahotelgroup.com

“TRACE Matrix” ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงในการติดสินบนทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอนนาโพลิส, แมรีแลนด์–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

TRACE International องค์กรระดับโลกผู้กำหนดมาตรฐานความโปร่งใสทางธุรกิจและต่อต้านการติดสินบน ได้เปิดเผย TRACE Matrixดัชนีชี้วัดความเสี่ยงในการติดสินบนของภาคธุรกิจทั่วโลกประจำปี 2559ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจาก RAND Corporation และมีการเผยแพร่เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2557 เพื่อตอบสนองภาคธุรกิจที่ต้องการข้อมูลที่น่าเชื่อถือและละเอียดยิ่งขึ้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับความเสี่ยงในการติดสินบนภาครัฐทั่วโลก

นับตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา สหรัฐอเมริกาได้บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชั่นข้ามชาติ (FCPA) โดยมีบทบัญญัติห้ามบริษัทต่างๆทำการติดสินบนเจ้าพนักงานในต่างประเทศ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม หลังจากนั้นหลายประเทศก็ได้ออกกฎหมายในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ทว่าบริษัทต่างๆกลับมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละประเทศ จึงอาจทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้น บริษัทต่างๆจำเป็นต้องได้เข้าถึงข้อมูลความเสี่ยงในการติดสินบน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าไปทำธุรกิจในต่างประเทศ

TRACE Matrix นำเสนอข้อมูลดังกล่าวให้แก่บริษัทต่างๆ โดยระบุเกณฑ์หลักๆที่เอื้อต่อการคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ได้แก่ (1) ลักษณะและขอบเขตของการติดต่อกับภาครัฐ (2) การออกกฎหมายและการบังคับใช้กฏหมายต่อต้านการติดสินบน (3) ระดับความโปร่งใสทางการเงินของเจ้าพนักงานและข้าราชการ และ (4) ขีดความสามารถของภาคประชาสังคมในการตรวจสอบและเปิดโปงการคอร์รัปชั่น

สำหรับ “เกณฑ์หลัก” ทั้ง 4 ข้อ (รวมถึงเกณฑ์ย่อยที่เกี่ยวข้อง) ทางTRACE Matrix ได้รวบรวมข้อมูลมาจากบรรดาองค์กรสาธารณประโยชน์ไปจนถึงองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำหลายแห่ง อาทิ United Nations, World Bank และ World Economic Forum จากนั้นจึงนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เชิงสถิติเพื่อทำการจัดอันดับประเทศที่มีความเสี่ยงในระดับต่างๆ ซึ่งนอกจากจะมีการจัดอันดับตามคะแนนในภาพรวมระหว่าง 1-100 โดย100 คือประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด ยังมีการจัดอันดับโดยแยกพิจารณาตามเกณฑ์หลัก 4 ข้อ และเกณฑ์ย่อย 9 ข้อด้วย ข้อมูลที่มีความละเอียดเช่นนี้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถประเมินความเสี่ยงของแต่ละประเทศ และเตรียมรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้

Gregory Bates ผู้อำนวยการฝ่าย Ethics & Compliance LATAMของ Avon Products, Inc. กล่าวว่า “การที่ TRACE Matrix นำเสนอข้อมูลความเสี่ยงในการติดสินบนสำหรับภาคธุรกิจไว้อย่างละเอียดเช่นนี้ ช่วยให้เราสามารถวางมาตรการป้องกันการคอร์รัปชั่นภายในองค์กรได้ ทั้งยังช่วยให้สามารถระบุได้ว่าประเทศใดที่เราจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ”

Alexandra Wrage ประธานของ TRACE International กล่าวว่า“เมื่อตอนที่เราเปิดตัว TRACE Matrix เป็นครั้งแรกนั้น เราได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ภาคธุรกิจทั่วโลกจะต้องมีเครื่องมือพิเศษที่ใช้ในการป้องกันการติดสินบน แม้ในปัจจุบันจะมีดัชนีอื่นๆที่ใช้สำหรับชี้วัดการคอรัปชั่นอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีดัชนีใดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทต่างๆ ในการประเมินความเสี่ยงด้านการติดสินบนเมื่อต้องไปทำธุรกิจในต่างประเทศ เนื่องในโอกาสที่เราเปิดตัวข้อมูลดัชนีประจำปี 2559 เราขอเดินหน้าปฏิบัติตามพันธสัญญาในการจัดทำข้อมูลที่มีความละเอียดและน่าเชื่อถือที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อสนับสนุนให้บริษัทต่างๆดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส”

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลดัชนีในปี 2557 พบว่า ดัชนี TRACE Matrix ปี 2559 บ่งชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นในบางประเทศ ที่สามารถลดความเสี่ยงด้านการติดสินบนของภาครัฐลงได้ อย่างประเทศเอสโตเนียที่มีคะแนนความเสี่ยงโดยรวมลดลงจาก 33 เหลือเพียง 17 จนติดท็อป 5 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เช่นเดียวกับสวีเดน นิวซีแลนด์ ฮ่องกง และนอร์เวย์ อย่างไรก็ดี หลายประเทศกลับมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะซีเรีย ซึ่งมีคะแนนรวมเพิ่มขึ้นจาก 73 เป็น 88 จึงติดอันดับ 8ประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการติดสินบนสูงที่สุดในโลก เป็นรองแค่ไนจีเรีย แองโกลา เยเมน กินี กัมพูชา เมียนมา และเซาท์ซูดาน

สามารถรับชมดัชนี TRACE Matrix ได้ที่https://www.traceinternational.org/trace-matrix

รับชมวิดีโออธิบายดัชนี TRACE Matrix ความยาว 90 วินาทีได้ที่

https://www.youtube.com/watch?v=z8Th45BKpGE 

เกี่ยวกับ TRACE

TRACE International และ TRACE Incorporated เป็นสองบริษัทที่แยกจากกัน แต่มีพันธกิจร่วมกันในการยกระดับความโปร่งใสทางการค้าทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนให้บริษัทข้ามชาติ และบุคคลที่สามหรือคนกลางของบริษัทเหล่านี้ ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.TRACEinternational.org