CGAP ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายประจำปี 2559 ยกย่องผลงานที่แสดงถึงพลัง ความยืดหยุ่น และนวัตกรรมทางการเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอชิงตัน–30 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

CGAP ประกาศว่า ผู้ที่ชนะการประกวดภาพถ่ายประจำปี 2559 ได้แก่ Zay Yar Lin จากเมียนมา จากผลงานภาพถ่ายที่มีชื่อว่า “Lend a Helping Hand” ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดกว่า3,000 ภาพ จาก 70 ประเทศ ด้วยองค์ประกอบภาพที่งดงามและความสามารถในการถ่ายทอดความอ่อนโยนของเด็กสาวที่กำลังช่วยพ่อปั้นเครื่องดินเผาขาย 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:http://www.multivu.com/players/English/7878251-2016-cgap-photo-contest-winners

ภาพดังกล่าวถ่ายที่เมืองตูนเต ใกล้กับเมืองย่างกุ้งซึ่งเป็นบ้านของZay Yar Lin ผู้ที่ทำมาหากินด้วยการเป็นชาวเรือ แต่แท้จริงแล้วการถ่ายภาพคือสิ่งที่เขาหลงใหล “ผมเชื่อว่าการถ่ายภาพช่วยให้ผู้คนได้เห็นและสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ผมชอบเก็บภาพผู้คนและสถานที่ต่างๆ รวมถึงภาพในชีวิตประจำวัน”

เครื่องปั้นดินเผาเมืองตูนเตมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศและเป็นที่ต้องการสูง ทว่าคนรุ่นหลังกลับพยายามออกไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆนอกเมือง ทางคณะกรรมการตัดสินรางวัลต่างทึ่งกับภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการสานต่อทักษะอันทรงคุณค่าแต่ส่อแววเลือนหาย จากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นหนึ่ง

รับชมภาพถ่ายที่ชนะรางวัลได้ที่ https://cgap.exposure.co/2016-cgap-photo-contest

ปัจจุบัน ผู้คนมากถึง 2 พันล้านคนทั่วโลกไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐาน เช่น การเปิดบัญชีเงินฝากและการขอสินเชื่อ ขณะเดียวกัน มีหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่า การเข้าถึงบริการทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลายประการ ซึ่งทางสหประชาชาติได้กำหนดไว้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระดับโลก เช่น การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ เป็นต้น ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา การประกวดภาพถ่ายประจำปีของCGAP ได้เฟ้นหาภาพถ่ายที่โดดเด่นและทรงพลัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลพวงของการเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีต่อประชากรทั่วโลก

การประกวดภาพถ่ายประจำปี 2559 ได้เปิดรับผลงานเข้าชิงรางวัลใน 4 หัวข้อหลัก ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการเข้าถึงบริการทางการเงิน ได้แก่ (1) การเงินบนโทรศัพท์มือถือและนวัตกรรมการเงินดิจิทัล (2) อำนาจทางเศรษฐกิจของสตรี (3) ความยืดหยุ่นทางการเงิน และ (4) ธุรกิจขนาดย่อม โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลประกอบด้วย Nicole Cappelloผู้จัดการอาวุโสฝ่ายภาพจาก National Geographic, Emily Epstein ผู้ลำดับภาพจาก The Atlantic และ Indira Williams Babic ผู้กำกับภาพและทรัพยากรภาพจาก Newseum

กรรมการทั้งสามได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคัดเลือกผลงานไว้ว่า

Nicole Cappello กล่าวว่า “รู้สึกยินดีที่ได้เห็นความภาคภูมิใจ ความอุตสาหะ และความยืดหยุ่นทางการเงินของผู้คนทั่วโลก”

Emily Epstein กล่าวว่า “ภาพเหล่านี้ไม่ค่อยปรากฏตามสื่อทั่วไป และแสดงให้เห็นถึงผู้คนที่พยายามกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง”

Indira Williams Babic กล่าวว่า “ภาพถ่ายเป็นวิธีที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งในการบอกเล่าเรื่องราว ดังนั้น การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางภาพถ่ายที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ จึงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสานต่อความตั้งใจของตน”

ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศประจำปี 2559 จะได้รับบัตรของขวัญสำหรับซื้ออุปกรณ์ถ่ายภาพมูลค่า 2,000 ดอลลาร์ และได้โชว์ผลงานผ่านจอภาพขนาดยักษ์ใจกลางย่านไทม์สแควร์ในมหานครนิวยอร์ก

รายชื่อผู้คว้ารางวัลชนะเลิศและผู้เข้ารอบสุดท้าย

– รางวัลชนะเลิศ: Lend a Helping Hand – Zay Yar Lin จากเมียนมา

– รางวัลที่ 2: Life in Water – Sujan Sarkar จากอินเดีย

– รางวัลที่ 3: Farmer’s Family – Pyae Phyo Thet Paing จากเมียนมา

รายชื่อผู้ชนะในแต่ละหัวข้อ 

– การเงินบนโทรศัพท์มือถือและนวัตกรรมการเงินดิจิทัล: Coconut Farm – เอกรินทร์ เอกอัจฉริยะวงศ์ จากไทย

– อำนาจทางเศรษฐกิจของสตรี: Floating Life – Md. Zakirul Mazed จากบังกลาเทศ

– ความยืดหยุ่นทางการเงิน: Dream Defeated Disability – Faisal Azim จากบังกลาเทศ

– ธุรกิจขนาดย่อม: Decorative Umbrella Maker – Agung Lawerissa Setiawan จากอินโดนีเซีย

รายชื่อผู้ชนะระดับภูมิภาค

– แอฟริกา: Imagination – Wim Opmeer จากเคนยา

– ยุโรปตะวันออกและเอเชียกลาง: Felting – Bulent Suberk จากตุรกี

– เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก: Old TV Re-Used – Ly Hoang Long จากเวียดนาม

– ละตินอเมริกาและแคริบเบียน: Warmi Jilaqata 3 – David Martin Huamani Bedoya จากเปรู

– ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ: Sacre Sacrifice – Brahim Faraji จากโมร็อกโก

– เอเชียใต้: The Responsibility – Sujan Sarkar จากอินเดีย

CGAP (Consultative Group to Assist the Poor) เป็นความร่วมมือระดับโลกของกว่า 30 องค์กรชั้นนำ เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงิน CGAP พัฒนานวัตกรรมการให้บริการทางการเงินผ่านการวิจัยเชิงปฏิบัติและการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง กับบรรดาผู้ให้บริการทางการเงิน ผู้จัดทำนโยบาย และผู้ให้ทุนสนับสนุน CGAP ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ธนาคารโลก ได้นำแนวทางการพัฒนาตลาดด้วยความรับผิดชอบและแนวทางสนับสนุนที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์มาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีฐานะยากจนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณารับชมได้ที่www.cgap.org

CGAP Logo / Consultative Group to Assist the Poor is a think tank dedicated to improving the lives of the poor by advancing financial inclusion. (PRNewsFoto/CGAP)

โลโก้ –http://photos.prnewswire.com/prnh/20151216/296527LOGO

“Smile Train” ขอเชิญทุกท่านร่วมมอบรอยยิ้มอันล้ำค่าให้แก่ผู้ป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–30 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Smile Train เปิดตัวแคมเปญ Give Smiles ตั้งเป้าระดมทุนเพื่อสร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ 2,017 คน

Smile Train องค์กรให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัวแคมเปญใหม่ “Give Smiles” มุ่งช่วยเหลือเด็กๆทั่วโลกให้มีรอยยิ้มและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีสุขภาพดีขึ้น เพื่อเฉลิมฉลอง #GivingTuesday และเทศกาลแห่งการให้ในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นี้

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม Smile Train จะระดมทุนเพื่อมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่จำนวน 2,017 คน ผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ชื่อ #GivingTuesday โดยตั้งเป้าว่าจะระดมทุนเพื่อมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆ 33 คนในวันเปิดตัว ในปีนี้Smile Train ขอเชิญชวนให้ทุกท่านสร้างเพจระดมทุนของตนเอง เพื่อให้เพื่อนๆและคนในครอบครัวมาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มแทนการมอบของขวัญ

ซูซานนาห์ เชฟเฟอร์ ซีอีโอของ Smile Train เปิดเผยว่า “เราตื่นเต้นมากที่ได้ฉลอง #GivingTuesday และเปิดตัวแคมเปญ Give Smilesเราหวังว่าด้วยการสนับสนุนจากผู้บริจาค บุคคลที่มีชื่อเสียง องค์กรพันธมิตร นักระดมทุนระดับชุมชน รวมถึงพันธมิตรทางการแพทย์ เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่จำนวน 2,017 คนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ภายในสิ้นปีนี้“

บุคคลที่มีชื่อเสียง องค์กรพันธมิตร และนักระดมทุนระดับชุมชนจากทั่วโลกจะเข้าร่วมแคมเปญ Give Smiles และ #GivingTuesday โดยรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆมีดังต่อไปนี้

– การระดมทุนจากชุมชนในสหราชอาณาจักร: Smile Train UKได้จัดกิจกรรม #GivingTuesday ร่วมกับโรงเรียนในท้องถิ่น ด้วยการจัดปาร์ตี้ประดิษฐ์ของประดับตกแต่งวันคริสต์มาส ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Students for Smile Train”

– การเฉลิมฉลองในอินเดีย: ซูซานนาห์ เชฟเฟอร์ ซีอีโอของSmile Train กำลังอยู่ที่เมืองอัครา เพื่อเฉลิมฉลอง #GivingTuesday ร่วมกับพันธมิตรทางการแพทย์และโรงพยาบาลท้องถิ่นในอินเดีย ซึ่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ตลอดปีโดยไม่มีวันหยุดพัก

– การสนับสนุนจากทั่วโลก: พันธมิตรทางการแพทย์จากทั่วโลกของ Smile Train รวมถึงเจ้าหน้าที่ทั่วเอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา ล้วนเข้าร่วมในแคมเปญ Give Smiles ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อสนับสนุนและช่วยรณรงค์เกี่ยวกับเด็กที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่

– ความร่วมมือจากคนดัง: บุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งให้การสนับสนุนSmile Train กำลังเดินหน้าจัดกิจกรรม #GivingTuesday ทั่วโลก ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงการตกแต่ง Smile Jars ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Smile Train เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ร่วมกันมอบรอยยิ้มในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้

– การสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร:

– Dr. Brown จับมือเป็นพันธมิตรกับ Smile Train เพื่อให้การสนับสนุนด้านโภชนาการที่จำเป็นแก่ครอบครัวที่ขาดสารอาหาร และประสบความยากลำบากในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ โดย Dr. Brown จะมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากโครงการ Specialty Feeding System เพื่อช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆของ Smile Train ทั่วโลก

– Masimo จับมือเป็นพันธมิตรกับ Smile Train เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยโครงการฝึกอบรมพยาบาลและโรงพยาบาลพันธมิตรของ Smile Train จะได้รับประโยชน์จากการบริจาคเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและชีพจร SET(R) Measure-through Motion and Low Perfusion(R) pulse oximeter กว่า460 เครื่องจาก Masimo นอกจากนี้ Masimo ยังได้สร้างเพจระดมทุนเพื่อช่วยรณรงค์และมอบทุนสนับสนุนการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ให้กับเด็กๆ 60 คนด้วย

– องค์กรพันธมิตรต่างๆ ซึ่งรวมถึง Masimo, Monroe Trades, Elf Magic, Infogroup และอีกมากมาย ได้ให้คำมั่นว่าจะสร้างเพจระดมทุนและรณรงค์ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสนับสนุน Smile Train ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้

 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Smile Train รวมถึงการสร้างเพจระดมทุนผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นของตนเอง หรือการบริจาคในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ ได้ที่ smiletrain.org/givesmiles และติดตาม Smile Train ทางทวิตเตอร์และอินสตาแกรมเพื่อรับข่าวสารใหม่ๆตลอดทั้งปีได้ที่@SmileTrain

 

เกี่ยวกับ Smile Train

Smile Train เป็นองค์กรการกุศลเพื่อเด็กนานาชาติ ซึ่งมีวิธีอันยั่งยืนในการคัดแยกและแก้ปัญหาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ เด็กๆหลายล้านคนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ได้รับการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องประสบกับความยากลำบากในการกิน การหายใจ และการพูด สำหรับการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่นั้นทำได้ไม่ยากและเห็นผลในทันที ทั้งนี้ แนวทางที่ยั่งยืนของเราประกอบไปด้วยการฝึกอบรม การให้เงินทุนสนับสนุน และการจัดหาทรัพยากรต่างๆ ให้แก่แพทย์ในประเทศกำลังพัฒนากว่า 85 ประเทศ เพื่อให้สามารถผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ได้ฟรี และสามารถจัดการกับโรคดังกล่าวในชุมชนได้อย่างครบวงจร ท่านสามารถเรียนรู้วิธีอันยั่งยืนของ Smile Train รวมถึงการบริจาคซึ่งมีผลในทันทีและมีผลต่อเนื่องในระยะยาวได้ที่ smiletrain.org 

สื่อมวลชนติดต่อ

Smile Train
Nijha Diggs, Director of Public Relations
646.751.3231
ndiggs@smiletrain.org

Edelman
Matthew Frappier, Vice President
212.277.3786
Matthew.Frappier@edelman.com

GroupM ประกาศเปิดตัว [m]PLATFORM ขุมข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญที่ทรงพลัง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อทุกช่องทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก—30 พ.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– เอเจนซี่ในเครือ GroupM เชื่อมต่อข้อมูลผู้บริโภคอย่างเจาะลึก ตลอดขั้นตอนการวางแผน ดำเนินการ และรายงานผล

– แต่งตั้ง ไบรอัน กลีสัน เป็น Global CEO ของ [m]PLATFORM

GroupM กลุ่มบริหารการลงทุนด้านสื่อของ WPP ประกาศเปิดตัว[m]PLATFORM ชุดเทคโนโลยีขั้นสูงที่ผสานศักยภาพด้านการวางแผนสื่อ วิเคราะห์ข้อมูล และบริการทางดิจิทัลอย่างยืดหยุ่น แพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยให้นักโฆษณาสามารถใช้ข้อมูลเจาะลึกกลุ่มเป้าหมายจากแหล่งข้อมูลหลายร้อยรายการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเฟ้นหาและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคของตนผ่านสื่อทุกช่องทาง [m]PLATFORM เปิดโอกาสให้นักวางแผนสื่อของเอเจนซี่ในเครือ GroupM สามารถใช้ข้อมูลผู้บริโภคที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียดที่สุด เพื่อมอบผลลัพธ์ตามข้อกำหนดของลูกค้า แพลตฟอร์มนี้ได้รับการสนับสนุนโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักเทคโนโลยี และบุคลากรด้านดิจิทัล จากบริษัทเฉพาะทางในเครือของ GroupM และ Xaxis ทั้งนี้ [m]PLATFORM หลอมรวมการวิเคราะห์ข้อมูลและบริการทางดิจิทัล ทั้งในเรื่องของการสืบค้น โซเชียล โมบาย โฆษณาดิจิทัล และการวางโปรแกรม เข้าไว้ด้วยกันเป็นทีมเดียว เพื่อนำเสนอสถาปัตยกรรมข้อมูลและเทคโนโลยีที่เปิดกว้างและโปร่งใสอย่างเต็มรูปแบบ

Brian Gleason CEO mPLATFORM / Brian Gleason, CEO, [m]PLATFORM (PRNewsFoto/GroupM)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161128/443307

GroupM Logo / GroupM (PRNewsFoto/GroupM)
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151103/283547LOGO

พร้อมกันนี้ ไบรอัน กลีสัน Global CEO ของ Xaxis ได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีโอของ [m]PLATFORM ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลผลิตภัณฑ์และบริการในเครือGroupM โดยจะมาเป็นผู้นำในการสานต่อการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของวงการ ด้วยการผนวกรวมข้อมูลต่างๆที่มีความสำคัญ เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายของลูกค้า ตลอดจนแนวทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกแพลตฟอร์ม สำหรับลูกค้าแล้ว [m]PLATFORM นำเสนอข้อมูลเจาะลึกที่มีความถูกต้อง พร้อมมอบอำนาจในการเลือกผ่านตัวเลือกต่างๆ ทั้งข้อมูล เทคโนโลยี และตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงาน ตามขอบเขตงานของเอเจนซี่ในเครือ GroupM

“นักการตลาดถูกกดดันอย่างหนักให้สร้างผลงานเมื่อมีการลงทุนด้านสือ ซึ่งแนวการทำงานของแพลตฟอร์มนี้มีความยืดหยุ่น ช่วยให้เรามุ่งความสนใจไปที่การลงทุนมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ที่เราได้ทุ่มไปกับข้อมูลและเทคโนโลยีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาด” เคลลี คลาร์ก ซีอีโอ GroupM Global กล่าว “จากนี้ไปเอเจนซีของเราจะมีข้อมูลผู้บริโภคที่เจาะลึกมากขึ้น และมีเทคโนโลยีที่ดีเยี่ยมที่สุดในตลาด”

[m]PLATFORM เชื่อมต่อแหล่งข้อมูล WPP ซึ่งครอบคลุมกว้างขวาง ทั้งจาก Kantar และ Wunderman จากผู้ให้บริการข้อมูลบุคคลที่สาม ตลอดจนข้อมูลจากการทำข้อตกลงพิเศษกับพันธมิตรสื่อระดับโลก และข้อมูลของลูกค้าเอง นำไปสู่การสร้างประวัติผู้บริโภคที่ครบถ้วนมากที่สุดภายในกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ อาทิ สถิติประชากรฐานะร่ำรวย การใช้เทคโนโลยี ข้อมูลเจาะลึกด้านพฤติกรรม ประวัติการซื้อ ตำแหน่งที่ตั้ง และอื่นๆอีกมากมาย (ผันแปรตามภูมิภาคโดยอิงตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่) แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อได้นี้สร้างความมั่นใจว่าข้อมูลที่เจาะลึกจะผ่านเข้ามาในกระบวนการสื่อสารทั้งระบบ อันได้แก่

– [m]Core แพลตฟอร์มข้อมูลเจาะลึกกลุ่มเป้าหมายแบบ full-stackแพลตฟอร์มแรกที่ผนวกรวมข้อมูลข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม (ดิสเพลย์, โมบาย, วิดีโอ, CRM แบบออฟไลน์ และแอป เป็นต้น) เพื่อรองรับ [m]IDซึ่งเป็นเครื่องมือระบุผู้บริโภคแบบเดี่ยว

– [m]Insights คือเครื่องมือวางแผนสื่อมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุด มาพร้อมการวางแผนแบบข้ามช่องทาง การจัดการขั้นตอนการทำงานที่สร้างสรรค์ และการจัดการความถี่ในการรับชมของกลุ่มเป้าหมายที่รวมเป็นหนึ่ง และการจัดการการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยอิงพิกัดและประชากรศาสตร์

– [m]Analytics จะจับคู่ข้อมูลระดับแคมเปญแบบออนไลน์และออฟไลน์กับ  [m]ID เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ การแสดงที่มา และการปรับปรุงประสิทธิภาพ

– [m]Report รวมข้อมูลให้กลายเป็นกระดานแสดงผลที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งมาพร้อมข้อมูลที่นำไปปฏิบัติได้

GroupM กำลังสร้างองค์กรระดับโลกเพื่อสนับสนุน [m]PLATFORM และจะมีประธานระดับภูมิภาคจำนวน 4 คนที่ขึ้นตรงต่อกลีสัน ได้แก่ ฟิล คาวเดล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานด้านบริการแพลตฟอร์มในอเมริกาเหนือเมือไม่นานมานี้ จะเป็นประธาน [m]PLATFORM ประจำอเมริกาเหนือ,ลูคัส เมนทาสที เป็นประธาน [m]PLATFORM ประจำภูมิภาคลาตินอเมริกา ในขณะที่ประธานประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา และประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะได้รับการแต่งตั้งเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ในทีมผู้บริหารระดับโลกของ [m]PLATFORM ยังประกอบไปด้วยนิโคล แพนกีส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ, แจ็ค สมิธ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ และ บ็อบ แฮมมอนด์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี ความประสานความร่วมมือจากทั่วทุกภูมิภาคจะทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้าจะได้รับข้อมูลและประสบการณ์ที่สอดคล้องกัน ผ่านมุมมองเชิงกลยุทธ์ของเอเจนซีในเครือ GroupM ที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

“การผงาดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลและโมบาย รวมถึงการแตกตัวของสื่อ และอีคอมเมิร์ซที่กำลังขยายตัว ได้สร้างจุดเปลี่ยนในการตลาด โดยทำให้การใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อการวางกลยุทธ์สื่อกลายเป็นสิ่งสำคัญ ทุกวันนี้ นักการตลาดจำเป็นต้องรู้รายละเอียดของลูกค้ามากกว่าในอดีต มิฉะนั้นจะไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ [m]PLATFORM ได้ยึดเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อช่วยขับเคลื่อนเอเจนซี่ในเครือของเราด้วยข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย และด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างไร้พรมแดน” กลีสันกล่าว

“ทีมพัฒนาเทคโนโลยีที่ขึ้นตรงต่อไบรอัน ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสรรค์สร้างโซลูชั่นที่ล้ำเลิศสำหรับลูกค้า” คลาร์กกล่าว “ในตอนนี้ เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของเรา ไม่ว่าจะมาจากการสร้าง เข้าซื้อ หรือเป็นหุ้นส่วน ได้ถูกรวบรวมไว้ เพื่อช่วยให้เอเจนซี่ในเครือของเราสามารถเข้าถึงและส่งมอบผลงานแก่ลูกค้าได้อย่างที่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียง”

เกี่ยวกับ GroupM

GroupM เป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นแนวหน้าระดับโลก โดยเป็นบริษัทแม่ของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ได้แก่ Mindshare, MEC, MediaCom, Maxus, Essence และ m/SIX รวมทั้งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจัดการและวางแผนสื่อดิจิทัล (programmatic digital media platform) อย่าง Xaxis ซึ่งแต่ละรายต่างมีการดำเนินงานอยู่ทั่วโลกด้วยตำแหน่งผู้นำตลาด จุดมุ่งหมายหลักของ GroupM คือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ให้ได้สูงสุด โดยรับบทบาทเป็นผู้นำและผู้ประสานงานด้านการซื้อขาย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ กีฬา ดิจิทัล การเงิน และการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท GroupM มุ่งนำเสนอความได้เปรียบในตลาดอย่างเหนือชั้นให้แก่ลูกค้า ผู้ถือประโยชน์ร่วม และบุคลากรของบริษัท และทำงานร่วมกับKantar ซึ่งเป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านข้อมูลของ WPP อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รายได้ของGroupM และ Kantar รวมกันนั้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ของกลุ่มบริษัท WPP ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GroupM ได้ที่ www.groupm.com
ติดตาม @GroupMWorldwide ทางทวิตเตอร์
ติดตาม GroupM บนลิงค์อิน – https://www.linkedin.com/company/groupm

สื่อมวลชนติดต่อ:

David.Grabert@GroupM.com
+1 212.297.8092 (U.S.)

Samantha.Kops@GroupM.com
+1 917.421.3019 (U.S.)

ตลาดสิ่งพิมพ์วิชาการซบเซา หลังนักวิจัยหันใช้สื่อดิจิทัลเผยแพร่บทความ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแอนเจลิส–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Articles Metrics ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงสำหรับการประเมินผลกระทบของผู้เขียนบทความในโลกแห่งวิชาการ 

Dr. Srinubabu Gedela ซีอีโอของ OMICS International เปิดเผยว่า รายได้จากการเผยแพร่วารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ (STM) มีมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2559 และหากนับรวมหนังสือและข้อมูลอื่นๆ ภายในตลาดสิ่งพิมพ์ STM จะมีมูลค่ารวมประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยตลาดสิ่งพิมพ์วารสาร STM ที่เปิดให้เข้าถึงอย่าง (Open access) นั้น มีมูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในปี2558 (เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านดอลลาร์ในปี 2553 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ราว 20%) ขณะที่มูลค่าของตลาดวารสาร STM แบบคิดค่าบริการบอกรับสมาชิก/คิดค่าบริการเข้าใช้เนื้อหา(subscription/paid access) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง แตะ 8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2559 (จาก 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2557) อุตสาหรรมสิ่งพิมพ์มีการจ้างงานบุคลากรประมาณ 100,000 คนทั่วโลก ซึ่งทำงานให้กับนักวิจัยราว 10 ล้านคน นักวิจัยเหล่านี้ผลิตบทความ 2.5 ล้านชิ้นต่อปี โดยจำนวนบทความที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed articles) และจำนวนนักวิจัยนั้น เพิ่มขึ้นในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 10% ดังนั้น ตัวชี้วัดคุณภาพวารสาร/บทความ และสื่อดิจิตอลที่คุ้มค่าจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับความต้องการของแวดวงวิชาการ

OMICS International Logo / OMICS International (PRNewsFoto/OMICS International)

โลโก้– http://photos.prnewswire.com/prnh/20161023/431540LOGO

Dr Gedela กล่าวว่า ปัจจุบัน ฐานข้อมูล CrossRef ประกอบด้วยตัวระบุวัตถุดิจิทัล (DOIs) 75 ล้านตัว ซึ่ง 60 ล้านตัวในจำนวนนี้อ้างอิงบทความจากวารสารทั้งหมดกว่า 38,000 ฉบับ (วารสาร 20% ไม่มีการใช้งาน) ทั้งนี้ มีการประมาณการว่า GoogleScholar ซึ่งเป็นแหล่งดัชนีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเอกสารประมาณ 125-175 ล้านฉบับ ซึ่งรวมถึงบทความวารสาร หนังสือ และเอกสารที่พิมพ์เผยแพร่ในวงจำกัด หรือเอกสารที่ไม่ได้พิมพ์เผยแพร่(Grey Literature) ทั้งนี้ วารสารแบบบอกรับสมาชิกกำลังเริ่มลดความนิยมลง ในขณะที่วารสารที่เปิดให้เข้าถึงอย่างเสรีกำลังขยายตัวมากขึ้น โดย ณ ขณะนี้มีวารสารที่เปิดให้เข้าถึงอย่างเสรีอยู่ 10,000 ฉบับที่สามารถใช้งานได้ และบทความต่าง ๆ ที่มาจากวารสารเหล่านี้มีมากถึงราว 500,000บทความต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 20% ของการผลิตบทความวิชาการทั่วโลกในแต่ละปี

ปัจจุบันมีผู้จัดพิมพ์และสมาชิกในแวดวงวิชาการจำนวนมากที่หันมาติดตามดัชนีวัดคุณภาพบทความแบบใหม่อย่าง articles metrics มากกว่าที่จะสนใจ impact factors ในรูปแบบเดิม ๆ โดย articles metrics อาจเรียกว่า article-level-metrics, Altmetrics หรือ Article Impact factorsก็ได้ ในปัจจุบันผู้เขียนบทความไม่จำเป็นต้องรอให้ผลงานของตนถูกนำไปอ้างอิงโดยบุคคลอื่นในโลกแห่งวิชาการ และไม่จำเป็นต้องรอการนับimpactfactor เพื่อความน่าเชื่อถือและวัดความสำเร็จ โดยดัชนีที่เป็นทางเลือกใหม่ในการวัดความสำเร็จของผู้เขียนนั้นปรากฏในรูปของ article impactfactor

การเกิดขึ้นของสื่อดิจิทัลออนไลน์ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในการเผยแพร่บทความวิชาการในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับตัวบทความ หรือarticle impact factor/articles metrics มากกว่าตัววารสาร โดยอิทธิพลของบทความนั้นจะถูกชี้วัดด้วยยอดคลิกเข้าอ่าน ชม ดาวน์โหลด แชร์ ไลค์ของบทความทางออนไลน์ และจำนวนครั้งที่มีการนำบทความไปอ้างอิงในวารสารทางวิชาการแบบ peer reviewed ทั้งนี้ แพลตฟอร์มสำหรับเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพอย่าง ResearchGate, LinkedIn, GoogleScholar ตลอดจนโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Twitterต่างมีบทบาทสำคัญในการยกระดับ article impactfactor โดย articles metrics ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้น จะสะท้อนอิทธิพลของบทความที่มีต่อสังคมได้อย่างรวดเร็ว

OMICS Group มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน และได้รับการสนับสนุนจากนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 50,000 คนที่มาร่วมเป็นสมาชิกกองบรรณาธิการ เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และบริการสุขภาพอย่างเสรี พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคงไปกับ OMICS Group ที่สามารถเติบโตขึ้นจากวารสารจำนวน 10 ฉบับในปี 2552 สู่วารสาร 700 ฉบับ และผู้อ่าน 30 ล้านรายในปัจจุบัน นอกจากนี้ OMICS International Conference Series ยังจัดการประชุมทางวิทยาศาสตร์ 3,000 รายการ ทุกปี ทั่วอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย

ติดต่อ: contact.omics@omicsonline.org

ผลวิจัย IMD ชี้เอเชียต้องเน้นพัฒนาบุคลากรในประเทศมากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รายงานการศึกษาล่าสุดงบ่งชี้ว่า เอเชียกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก หากยังละเลยที่จะพัฒนาบุคลากรผู้มีความสามารถทางธุรกิจในประเทศของตนเอง

(รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161124/442730-INFO)

นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่เอเชียมีตัวแทนเพียงประเทศเดียวที่ติด 1 ใน 10อันดับแรกในการจัดอันดับ World Talent Ranking [http://www.imd.org/wcc/news-talent-report ] โดย IMD  [http://www.imd.org ] โรงเรียนธุรกิจชั้นนำของโลก

รายงานของ IMD ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ได้ประเมินประเทศต่างๆ จำนวน 61 ประเทศ โดยพิจารณาจากความสามารถในด้านการพัฒนา การดึงดูด และการรักษาบุคลากรที่มีความสามารถต่อการเพิ่มพูนศักยภาพในการดำเนินงานของธุรกิจ

โดยใน 61 ประเทศที่เข้ารับการจัดอันดับในปีนี้นั้น ฮ่องกงรั้งอันดับ 10โดยไต่ขึ้นสองอันดับจากปี 2558 ส่วนประเทศอื่นๆในเอเชียต่างมีอันดับที่รูดลงถ้วนหน้า

ขณะที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งเดียวจากเอเชียที่ติด 1 ใน 10 อันดับแรกเมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้ร่วงลงห้าอันดับมาอยู่ในอันดับที่ 15 ส่วนมาเลเซียหล่นลงจากอันดับ 15 ไปอยู่ในอันดับที่ 19 และไต้หวันขยับลงหนึ่งอันดับจาก 23 ไปอยู่อันดับที่ 24 และไทยตกจากอันดับที่ 34 ลงไปอยู่อันดับที่37

ส่วนจีน หนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ตกลงมาสามอันดับไปอยู่อันดับที่ 43 โดยมีอินโดนีเซียตามหลังมาในอันดับที่ 44

ศาสตราจารย์อาร์ทูโร บริส ผู้อำนวยการ World Competitiveness Center [http://www.imd.org/wcc ] ของ IMD ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่รายงานนี้ ระบุว่า การขาดแคลนการลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในประเทศ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ประเทศต่างๆในเอเชียถูกลดอันดับลง

เขากล่าวว่า “เราไม่มีข้อสังสัยเลยว่า หลายประเทศในเอเชียยังคงเป็นกลุ่มประเทศที่สามารถดึงดูดบุคลากรระดับหัวกะทิจากต่างประเทศได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยที่สิงคโปร์เป็นที่หนึ่งในประเทศเหล่านั้น”

“และเราก็ไม่มีความเคลือบแคลงเช่นกันว่า เอเชียจะสามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันโดยรวมได้ ด้วยความรู้และประสบการณ์จากบุคลากรต่างชาติ”

“อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการขาดแคลนด้านการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพภายในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนจากภาครัฐในด้านการศึกษา” ศ.บริสกล่าว

“จากประเด็นดังกล่าวและประเด็นที่เกี่ยวข้อง หมายความว่า ประเทศในเอเชียทำได้ไม่ดีพอ เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์การประเมินที่สำคัญที่สุดบางข้อ ซึ่งเราใช้วัดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจโดยรวมของแต่ละประเทศ”

ผลการจัดอันดับนั้นได้จากผลรวมการดำเนินงานใน 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่ การลงทุน/การพัฒนา ความดึงดูด และความพร้อม ซึ่งรวบรวมจากปัจจัยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การฝึกงาน การฝึกอบรมพนักงาน แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ทักษะทางด้านภาษา ค่าครองชีพ คุณภาพชีวิต ค่าจ้าง อัตราภาษี และภาวะสมองไหล

สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เบลเยียม สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ออสเตรีย ลักเซมเบิร์ก และฮ่องกง นำหน้าเยอรมนีขึ้นไปอยู่ใน 10อันดับแรกของปีนี้

ศาสตราจารย์บริสกล่าวว่า สาเหตุที่สิงคโปร์หลุดจาก 10 อันดับแรกนั้น เป็นเพราะการขาดการลงทุนที่เพียงพอในด้านการศึกษาทั้งระดับประถมและมัธยม ในช่วงปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เขาได้กล่าวถึงกรณีของประเทศจีน ซึ่งทำอันดับไม่ดีอย่างต่อเนื่องว่า “แม้ว่าจะมีการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ แต่จีนยังคงไม่ใช่ประเทศแรกๆ ที่ดึงดูดบุคลากรผู้มีความสามารถจากต่างประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ”

รับชมรายงาน IMD World Talent Report 2016 ฉบับเต็มได้ที่
http://www.imd.org/uupload/IMD.WebSite/Wcc/NewTalentReport/Talent_2016_web.pdf

เกี่ยวกับ IMD
IMD World Competitiveness Center เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนธุรกิจIMD และเป็นผู้จัดทำหนังสือ World Competitiveness Yearbook ซึ่งตีพิมพ์เป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2532 โดยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นรายงานประจำปีชั้นนำในด้านการประเมินความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ

ติดต่อ:

Matthew Mortellaro, +41-21-618-0352, matthew.mortellaro@imd.org

ในสิงคโปร์
Lynette Wong, +65-9027-7015 lynette.wong@mslgroup.com

ที่มา: IMD International

BARC India เชิญชวนองค์กรที่สนใจยื่นข้อเสนอเป็นที่ปรึกษาอิสระให้กับสมาชิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          หลังจากที่ได้ตั้งบริษัทวัดเรตติ้งทีวีขึ้นในประเทศอินเดียแล้ว บัดนี้BARC India จึงขอเชิญชวนบริษัทที่ปรึกษามืออาชีพยื่นข้อเสนอ (Request for Proposals – RFPs) เพื่อให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์แก่สมาชิกของ BARC India ทั้งนี้ กระทรวงสารสนเทศและการกระจายเสียง (MIB) ของอินเดียได้ออกแนวปฏิบัติซึ่งห้าม BARC India เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา หรือ มีบทบาทในการเป็นที่ปรึกษา ที่อาจนำไปสู่การมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับวัตถุประสงค์หลักของการวัดเรตติ้งทีวี อย่างไรก็ตาม สมาชิกหลายรายได้แสดงความต้องการที่จะใช้บริการให้คำปรึกษา และด้วยเหตุนี้ บริษัทที่ปรึกษาด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Insight) ที่มีชื่อเสียงจึงอาจเป็นผู้ให้บริการดังกล่าวได้ ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล ซึ่งการวัดเรตติ้งนั้นดำเนินการโดยบริษัทร่วมอุตสาหกรรม

BARC India and TAM India Form A Meter Management Company To Supply Raw Data to BARC India / BARC India logo

          (โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20150828/10129285 )

          ด้วยเหตุผลดังกล่าว BARC India จึงกำลังมองหาช่องทางในการสร้างกลุ่มบริษัทให้คำปรึกษากลุ่มเล็กๆ ที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเลือกผู้ให้บริการของตนเอง ทั้งยังช่วยลดผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการร่วมกับลูกค้าที่อาจเป็นคู่แข่ง บริษัทที่สนใจสามารถส่งอีเมลแสดงความจำนงมาที่ Sc_rfp@barcindia.co.in และยื่นข้อเสนอเพื่อให้บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวัดเรตติ้งทีวีแก่สมาชิกของ BARC India

          สมาชิกจะยังคงได้รับข้อมูลโดยตรงจาก BARC India ผ่านทางระบบวิเคราะห์ BARC India Media Workstation (BMW) ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้โดยใช้ระบบของตนเองเพื่อส่งมอบผลการให้คำปรึกษา อย่างไรก็ตาม ระบบวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาไม่ใช่ตัวเลือกที่สมาชิกของ BARC India จะสามารถใช้บริการได้

          “BARC India เป็นบริษัทร่วมอุตสาหกรรมที่ประกอบไปด้วยกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีเดียเอเจนซี่ และนักโฆษณา ที่ต้องการรักษาความเป็นอิสระและยุติธรรม ดังนั้นจึงไม่สามารถให้บริการให้คำปรึกษาแก่สมาชิกได้ อย่างไรก็ดี หลังจากที่ได้สร้างระบบวัดเรตติ้งผู้ชมโทรทัศน์ที่แข็งแกร่งขึ้นในประเทศอินเดียแล้ว เราได้ตัดสินใจที่จะมอบใบอนุญาตแก่บริษัทที่ปรึกษา ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลแก่สมาชิกของเรา ซึ่งจำเป็นต้องใช้บริการให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ เพื่อนำข้อมูลของ BARC India ไปใช้และวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”Partho Dasgupta ซีอีโอของ BARC India กล่าว

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

          Mr. Partho Dasgupta

          ซีอีโอ BARC India

          อีเมล: partho.dasgupta@barcindia.co.in

          โทร. +91-2249226611

          Ms. Seema Singh

          ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร

          อีเมล: seema.singh@barcindia.co.in

          โทร. +91-9702333354

          ที่มา: Broadcast Audience Research Council India

จีนเตรียมจัดมหกรรมของขวัญ-ของใช้ในบ้านสุดยิ่งใหญ่เมษายนปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

China (Shenzhen) International Gifts, Handcrafts, Watches & Housewares Fair (Gifts & Home China) คือมหกรรมจัดแสดงสินค้าประเภทของขวัญและของใช้ในบ้านที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2536 มหกรรมนี้จัดขึ้น 4 วัน และประกอบไปด้วยงานสัมมนาและกิจกรรมต่างๆมากมาย สำหรับงานครั้งต่อไปจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 เมษายน 2560 ที่เมืองเซินเจิ้น โดยถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบริษัทต่างชาติที่กำลังมองหาคู่ค้าทางธุรกิจและผู้ซื้อในประเทศจีน มหกรรมนี้จัดขึ้นโดย Reed Huabo

ข้อมูลสถิติ 

– พื้นที่จัดแสดง: 110,000 ตารางเมตร

– จำนวนบูธ: 5,200 บูธ

– จำนวนผู้จัดแสดง: 2,500 ราย

– จำนวนผู้เข้าชม: 150,000 ราย (90% เป็นผู้ซื้อจากจีน) 

สินค้า

ของขวัญและของพรีเมียม ของใช้ในบ้าน สินค้าส่งเสริมการขาย ศิลปะหัตถกรรม สินค้าตกแต่งบ้าน เคหะสิ่งทอ เครื่องแก้วและคริสตัล ผลิตภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์ สินค้าประเภทกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าหิ้ว และเครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์เสริมความงามและสุขภาพ เครื่องเขียน ผลิตภัณฑ์ด้านการกีฬาและสันทนาการ เครื่องประดับและสินค้าแฟชั่น อาหาร 

ผู้ซื้อ 

บริษัทด้านโฆษณาและของขวัญ หน่วยงานต่างๆ ตัวแทนจำหน่าย ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้นำเข้า ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร บริษัทประกันและหลักทรัพย์ บริษัทโทรคมนาคม บริษัทยานยนต์และสายการบิน บริษัทเครื่องนุ่งห่ม เจ้าของร้านค้าและผู้ค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าและเชนสโตร์ หน่วยงานจัดซื้อ ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ ฯลฯ  

บริการ 

– บริการจับคู่ธุรกิจแบบหนึ่งต่อหนึ่ง

– บริการสนับสนุนแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น โฆษณาบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ข่าวประชาสัมพันธ์บนสื่อหลากหลายประเภท และโฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการ

มหกรรมนี้เปิดเวทีให้ผู้จัดแสดงสินค้าได้พบปะกับลูกค้ารายใหม่และผู้ซื้อที่เหมาะสมที่สุด ดังนั้น ผู้ซื้อหลายรายจึงเลือกเข้าร่วมงานนี้เพียงงานเดียวเท่านั้น ส่งผลให้ผู้แสดงสินค้าหลายรายได้รับยอดสั่งซื้อจำนวนมากและพลิกสถานะของบริษัทได้เลยทีเดียว งานนี้จึงเป็นเวทีที่ดีที่สุดสำหรับผู้จัดแสดงสินค้าที่ต้องการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 

ผู้จัดแสดงสินค้าจากไทย อิหร่าน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ออสเตรเลีย ฮอลแลนด์ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อินเดีย ปากีสถาน เนปาล ฮ่องกง และไต้หวัน ได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าภายในงานมาโดยตลอด โดยพาวิลเลียนของศูนย์สนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งจังหวัดคย็องกี (GSBC) สำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งเกาหลีใต้ (Kotra) และสมาพันธ์ความร่วมมือด้านหัตถกรรม (KOHAND) จากเกาหลีใต้ รวมถึงพาวิลเลียนของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จากไทย ได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากผู้เข้าร่วมงานมาโดยตลอด

มหกรรมนี้จะเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ในปี 2560 โดยผู้จัดงานจะจัดกิจกรรมสนับสนุนหลายรายการเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดแสดงสินค้ากับผู้ซื้อ

อย่ารอช้า รีบลงทะเบียนเพื่อร่วมจัดแสดงสินค้าในงานได้เลย

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chinagiftsfair.com

สื่อและผู้จัดแสดงงานกรุณาติดต่อ

Lisa Li

โทร. +86-755-3398-9311

อีเมล: lisa.li@reedhuabo.com

“ยูเซน โบลต์” สุดยอดนักวิ่งสถิติโลก ขึ้นแท่นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาระบันเทิงคนใหม่ของ Maison Mumm แบรนด์แชมเปญอันดับหนึ่งของฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–29 พ.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Maison Mumm ประกาศแต่งตั้ง ยูเซน โบลต์ สุดยอดนักกีฬาผู้ท้าทายทุกสถิติและคว้าเหรียญรางวัลมาครองมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาระบันเทิง (Chief Entertainment Officer: CEO) คนใหม่ล่าสุด หลังจากที่ปล่อยให้ลุ้นกันมาหลายเดือนว่าเขาจะเอายังไงต่อหลังคว้าเหรียญทองโอลิมปิกที่ริโอ โดยโบลต์ได้ออกแถลงการณ์พิเศษ (https://www.youtube.com/watch?v=tn5fVdL_rO4) ว่าเขาเตรียมก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ท้าทายมากที่สุดในอาชีพ ด้วยการรับตำแหน่ง CEO ของแบรนด์แชมเปญอันดับหนึ่งในฝรั่งเศส [1] อย่าง Maison Mumm

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7990651-usain-bolt-appointed-maison-mumm/

คลิปวิดีโอซึ่งมีชื่อว่า “ยูเซน โบลต์ CEO คนใหม่ของ Maison Mumm” เผยให้เห็นขวดของ Mumm ที่วางอยู่บนแท่นและมีแสงสว่างส่องลงมา จากนั้นโบลต์ได้ปรากฎตัวขึ้น คว้าขวดใบนั้น และใช้เหรียญทองเปิดฝาขวดในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน 

โบลต์จะเข้ามาสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆที่โลดโผนไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองให้แฟนๆของ Mumm ทั่วโลก ผ่านพลังอันเหลือล้น ความเร่าร้อน และความสดใหม่ของแบรนด์ และในระยะยาวเขาจะมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ที่จะสร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก เหนือสิ่งอื่นใด เขาจะผลักดันให้ Maison Mumm เป็นแบรนด์แชมเปญชั้นนำในสหรัฐอเมริกา

โบลต์คู่ควรอย่างยิ่งกับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาระบันเทิงคนแรกของ Mumm เนื่องจากเขาเป็นผู้นำในวงการกีฬาชนิดหาตัวจับยาก ความมุ่งมั่นต่อชัยชนะและท่าฉลองชัยอันโดดเด่นของเขาได้สร้างความรื่นเริงให้กับแฟนๆทั่วโลก นอกจากนี้ คติประจำใจของโบลต์ นั่นคือ “ทุกอย่างเป็นไปได้ ผมไม่เคยคิดถึงขีดจำกัด” ยังสอดคล้องกับคติพจน์ของMaison Mumm ที่ว่า “ทุกอย่างต้องดีที่สุด” และ “กล้าเผชิญหน้า คว้าชัยชนะ และฉลองความสำเร็จ”

โบลต์ กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับตำแหน่ง CEO ของMaison Mumm ผมจะแสดงให้ทั้งโลกเห็นถึงความหมายของการเฉลิมฉลองและความสนุกสนานในรูปแบบที่โลดโผน ภารกิจอันดับหนึ่งของผมคือการสานต่อความยิ่งใหญ่ของ Mumm ในการเฉลิมฉลองชัยชนะด้วยรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร และผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะเชิญชวนให้บรรดาแฟนๆทั่วโลกเข้ามามีส่วนร่วมกับผมเนื่องในโอกาสนี้”

บทบาทใหม่ของโบลต์สอดคล้องกับภาพลักษณ์ผู้บุกเบิกของMumm ซึ่งสะท้อนถึงความกล้าหาญและการทำในสิ่งที่ใครๆก็คาดไม่ถึง เมื่อช่วงต้นปีนี้ Mumm ได้เผยโฉม “Mumm Grand Cordon” ขวดแชมเปญดีไซน์ใหม่ที่ฉีกทุกกฎการออกแบบ จากฝีมือของ Ross Lovegrove นักออกแบบชาวอังกฤษผู้กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย ขึ้นแท่นขวดแชมเปญที่ล้ำสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Maison Mumm ที่มีอายุกว่า 189 ปี ขวดแชมเปญรูปทรงใหม่มีจุดเด่นอยู่ที่คอขวดอันเรียวยาว ซึ่งได้พลิกโฉมการผลิตขวดแชมเปญรูปแบบเดิมโดยสิ้นเชิง และเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับแชมเปญระดับพรีเมียมไปอีกขั้น Mumm Grand Cordon จึงไม่ใช้ฉลากติดหน้าขวดแบบเดิมๆ แต่พิมพ์สัญลักษณ์ G.H. Mumm รวมถึงตรานกอินทรีสีทองลงไปบนเนื้อขวดแทน นอกจากนี้Maison Mumm ยังคงเดินหน้าก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งการเฉลิมฉลองและนวัตกรรม ด้วยการเปิดตัวขวดแชมเปญที่เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัลเป็นครั้งแรก (เมื่อจุกขวดแชมเปญถูกเปิดออก ระบบภาพและเสียงภายในสถานที่จะทำงานโดยอัตโนมัติ) รวมถึงบริการเสิร์ฟแชมเปญด้วยโดรนเป็นเจ้าแรกด้วย

ซีซาร์ กียง ประธานและซีอีโอของ Martell Mumm Perrier-Jouetกล่าวว่า “Maison Mumm พยายามเสาะหาวิธีเฉลิมฉลองร่วมกับแฟนๆ ในรูปแบบที่ใครก็คาดไม่ถึง ในฐานะที่ยูเซนเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาระบันเทิงคนใหม่ เราจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งมอบความตื่นเต้นให้กับแฟนๆผ่านนวัตกรรมอันน่าทึ่ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับช่วงเวลาแห่งความสำเร็จทั่วโลก ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ก็ตาม”

Mumm ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับเหล่าผู้บุกเบิกที่กล้าฉีกกฎเดิมๆมาโดยตลอด เช่น การสนับสนุนนักสำรวจชื่อดังชาวฝรั่งเศสอย่าง ฌอง-แบบทิสต์ ชาโก ระหว่างการเดินทางสำรวจขั้วโลกใต้เป็นครั้งแรกในปี 2447ขณะเดียวกัน การแต่งตั้งโบลต์ขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าวก็เป็นก้าวแรกของความร่วมมืออันน่าตื่นเต้นระหว่าง Maison Mumm และนักวิ่งลมกรดผู้นี้ สำหรับทุกท่านที่กล้าเข้ามาสัมผัสกับกิจกรรมที่โบลต์และ Mumm ได้ร่วมกันรังสรรค์ขึ้น โปรดติดตามประกาศจากทางเราได้ในเร็วๆนี้ที่http://www.mumm.com ซึ่งรับประกันว่าจะสนุกสนาน เร้าใจ และสร้างสรรค์อย่างแน่นอน

อ้างอิง

1. IWSR source

Usain Bolt Icon of Victory / Usain Bolt, Icon of Victory, is appointed the New CEO of Maison Mumm - Photo Credit: Bastien Bonnarme / Willie Beamen (PRNewsFoto/Maison Mumm)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161126/443016 )

ที่มา: Maison Mumm

13 เมืองในมณฑลเจียงซูเผยแผนงานพัฒนา มุ่งยกระดับสู่การเป็นมณฑลแถวหน้าของจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนานจิง, จีน–28 พ.ย.–ซินหัว–เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำ 13 เมืองในมณฑลเจียงซู ได้เปิดเผยแผนงานพัฒนาระยะเวลา 5 ปี ณ การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นในมณฑลเจียงซู โดยแผนงานของแต่ละเมืองมีดังนี้

          เมืองหนานจิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเจียงซู วางแผนที่จะยกระดับการก่อสร้างเมืองสู่การเป็นหัวเมืองหลัก (Tier 1) รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพชีวิตในหนานจิง ด้วยการเพิ่มรายได้สุทธิต่อหัวเป็น 60,000 หยวน (8,693 ดอลลาร์) สร้างงานใหม่ 700,000 ตำแหน่งในเขตเมือง และเพิ่มสัดส่วนของเด็กที่เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลของรัฐและเอกชนเป็น 85%

          เมืองอู๋ซี ได้จัดทำแผนเพิ่มทรัพยากรสาธารณะและปรับปรุงการเข้าถึงทรัพยากรของกลุ่มด้อยโอกาส ด้วยการยกระดับรายได้และสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนจำนวนมากขึ้นจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเมือง

          เมืองซูโจว พร้อมก้าวเป็นผู้นำการพัฒนาในมณฑลเจียงซู และสร้างเมืองที่มั่งคั่งตามคุณลักษณะของซูโจวใน 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของเมือง พร้อมผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรม, เดินหน้ายกระดับรายได้ของชาวเมือง และทำให้บริการสาธารณะมีความสมดุลมากขึ้น, ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมสังคมภิบาลและเสริมสร้างจริยธรรมสังคม

          เมืองฉางโจว ได้เน้นย้ำเรื่องการสร้างเมืองให้เป็นศูนย์กลางการผลิตงานสร้างสรรค์

          เมืองเจิ้นเจียง ได้เปิดตัวแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมือง

          เมืองหยางโจว ตั้งเป้าผลักดันการพัฒนาเมืองไปสู่ระดับที่สูงขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการเพิ่มรายได้ในเขตเมืองและชนบทเป็นสองเท่าภายในปี 2563 สู่ระดับเฉลี่ยของมณฑล พร้อมสร้างต้นแบบเมืองหยางโจวที่เข้มแข็งและสวยงาม

          เมืองหนานทง เน้นย้ำว่าจะทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อยกระดับรายได้ในเขตเมืองและชนบท และสร้างอุทยานนครที่น่าอยู่ เหมาะสมและดึงดูด

          เมืองสวีโจว จะประสานความพยายามในด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเมืองที่ประกอบไปด้วย 5 จุดเด่น ซึ่งจะยกระดับข้อได้เปรียบของซูโจวในด้านเหล่านั้น พร้อมสร้างเมืองต้นแบบด้วยการฟื้นฟูเขตอุตสาหกรรมเก่า

          เมืองไท่โจว ยกให้การพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นภารกิจสำคัญลำดับแรก และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสู่ระดับ gold GDP และ green GDP

          เมืองเหลียนยวินกั่ง ได้ร่างแผนงานสำหรับการสร้างเมืองอ่าวนานาชาติ และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาร่วม

          เมืองเหยียนเฉิง มุ่งขยายความเจริญทั่วทั้งเมือง โดยยึดระดับความพึงพอใจของประชาชนเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ

          เมืองหวยอัน ตั้งเป้าที่จะสร้างเมืองให้เป็นเมืองศูนย์กลางในพื้นที่ตอนเหนือของมณฑลเจียงซู และส่งเสริมการท่องเที่ยว การช็อปปิ้ง อาหาร การเรียนรู้ บริการสุขภาพ และมาตรฐานความเป็นอยู่ของเมือง

          เมืองสู้เชียน จะเร่งการก่อสร้างระบบนิเวศสีน้ำเงิน เขียว และสะอาด เพื่อทำให้ชีวิตของชาวเมืองมั่งคั่งและผาสุก

          กรุณาติดต่อเราทางอีเมล english@jschina.com.cn

          ที่มา: jschina.com.cn

Upsolar จับมือ Koine และ CW นำร่องทดสอบระบบโซลาร์เซลล์แบบลอยตัวในสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–28 พ.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Upsolar (Singapore) Pte. Ltd. บริษัทย่อยของ Upsolar ซึ่งเป็นผู้จัดหาและให้บริการแผงโซลาร์เซลล์ (PV) จับมือกับ Koine บริษัทออกแบบที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการลอยตัว และ CW ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศของ Upsolar เพื่อเริ่มใช้ระบบโซลาร์เซลล์แบบลอยตัวที่เขื่อน Tengeh ในสิงคโปร์ ระบบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการร่วมที่ควบคุมดูแลโดยสถาบันวิจัยพลังงานแสงอาทิตย์แห่งสิงคโปร์ (SERIS) และริเริ่มโครงการโดยคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) และ PUB ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลทรัพยากรน้ำแห่งชาติของสิงคโปร์ นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องสีเขียวของสิงคโปร์ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการใช้ระบบ PV แบบลอยตัว

Upsolar เป็นหนึ่งใน 8 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของบริษัท ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึงเกือบ 100 กิโลวัตต์ เมื่อเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ ทั้งนี้ ด้วย UP-M320P ของUpsolar ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในระดับสูง ทำให้ระบบดังกล่าวสามารถผลิตพลังงานสะอาดแก่ครัวเรือนได้มากถึง 20 หลังโดยเฉลี่ย โดยตัวแผงจะถูกติดตั้งบนโครงสร้างลอยที่ออกแบบโดย Koine Multimedia และติดตั้งโดย CW Group ในเดือนตุลาคม 2559

โครงการร่วมดังกล่าวจะทำให้ได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนค่าใช้จ่าย ประโยชน์ และความท้าทายของระบบโซลาเซลล์แบบลอยตัว โดยจะมี SERIS เป็นผู้วิเคราะห์ระบบ และ PUB เป็นผู้ศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่อบริเวณแหล่งน้ำโดยรอบ

“Upsolar ภูมิใจและตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับนวัตกรรมโซลาเซลล์แบบลอยตัว” รอย ลี กรรมการผู้จัดการ Upsolar Group ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าว “พื้นทีอันจำกัดในสิงคโปร์ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยเราเชื่อว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบลอยน่าจะเป็นทางออกที่ดี และยินดีที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการอื่น ๆ อีกในภายภาคหน้า

เกี่ยวกับ Upsolar

Upsolar เป็นผู้พัฒนาและผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์คุณภาพสูงในราคาย่อมเยา ที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่การลงทุนระยะยาวของลูกค้าทั่วโลกUpsolar ใช้ประโยชน์จากการที่ไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตนเองด้วยโมเดลธุรกิจแบบ Asset Light Model และจากชิ้นส่วนประกอบชั้นยอด ส่งผลให้บริษัทยังคงเป็นผู้นำในการตอบสนองความต้องการและการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ให้แก่ลูกค้าที่ต้องการคุณภาพของสินค้าและความสวยงามของสินค้าในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.upsolar.com

ติดตามเราได้ทางโซเชียลมีเดีย:

LinkedIn: linkedin.com/company/upsolar-group
Facebook: facebook.com/Upsolar
Twitter: twitter.com/upsolargroup 
YouTube:youtube.com/user/upsolargroup