เวสเทิร์น ยูเนี่ยน เผยความสำเร็จของแพลตฟอร์มชำระเงินข้ามพรมแดน ช่วยลูกค้าเข้าถึงบัญชีธนาคารกว่า 1 พันล้านบัญชี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ซานฟรานซิสโก–(บิสิเนส ไวร์)–20 ม.ค. 2559

เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี (The Western Union Company) (NYSE: WU) ผู้นำด้านบริการชำระเงินทั่วโลก ประกาศในวันนี้ว่า เครือข่ายการชำระเงินผ่านบัญชี ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถโอนเงินข้ามพรมแดนเข้าบัญชีธนาคารทั่ว โลกได้โดยตรงนั้น บรรลุความสำเร็จอีกขั้น โดยช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงบัญชีธนาคารได้กว่า 1 พันล้านบัญชีแล้วในขณะนี้

Hikmet Ersek ประธานและซีอีโอของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน กล่าวว่า “เวสเทิร์น ยูเนี่ยน ได้รับการยกย่องเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินผ่านเครือข่ายตัวแทน ตู้เอทีเอ็ม และบริการออนไลน์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก โดยการยกระดับบริการชำระเงินให้ครอบคลุมบัญชีธนาคารกว่า 1 พันล้านบัญชีนั้นมอบทางเลือกที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภค เมื่อส่งเงินผ่านเวสเทิร์น ยูเนี่ยน”

“เครือข่ายชำระเงินผ่านบัญชีนับเป็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในแพลตฟอร์มชำระ เงินข้ามพรมแดนของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน และสะท้อนถึงกลยุทธ์แบบหลายช่องทางเพื่อเข้าถึงฐานผู้บริโภคใหม่ในยุคดิจิ ทัลที่มีบัญชีธนาคารและนิยมทำธุรกรรมบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยขณะนี้ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน กำลังเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลในระดับองค์กร ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางให้แก่ผู้บริโภคในการโอนเงิน อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการผนวกรวมทางการเงินในประเทศเกิดใหม่ ทั่วโลก” คุณ Ersek กล่าวเพิ่มเติม

ลูกค้าสามารถโอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด เงินจากบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต ถึงบัญชีของผู้รับโดยตรงได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย ผ่านเว็บไซต์ www.westernunion.com ทั้งในระบบออนไลน์หรือผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถส่งเงินไปยังบัญชีผู้รับได้จากสำนักงานตัวแทนของ WU(R) ที่ร่วมให้บริการ

แพลตฟอร์มชำระเงินข้ามพรมแดนของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน เป็นโซลูชั่นเทคโนโลยีการเงิน ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม ด้วยการชูศักยภาพของเว็บแพลตฟอร์มใหม่สุดล้ำสมัย แอพมือถือมากประสิทธิภาพ ซึ่งผสานเข้ากับโซลูชั่นจ่ายเงินเข้า/ออกแบบดิจิทัล และฟังก์ชั่นแปลงค่าเงินต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการกระเป๋าเงินมือถือและบัญชี ธนาคารกว่า 1 พันล้านบัญชี

นอกจากนี้ ระบบควบคุม ระบบดูแลการปฏิบัติงาน และระบบตรวจสอบการฟอกเงินของ WU ทำงานด้วยเทคโนโลยี Hadoop ระดับบิ๊กดาต้าอันล้ำสมัย เพื่อให้การโอนเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ผ่านเครือข่ายสำนักงานตัวแทนกว่า 500,000 จุดใน 200 ประเทศและดินแดน เช่นเดียวกับตู้เอทีเอ็มและคีออสกว่า 100,000 แห่ง และยังมีจุดให้บริการออนไลน์ใน 33 ประเทศ

*บริการและวันที่สามารถถอนเงินได้นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยบางประการ เช่น บริการที่เลือกใช้ การขอเลื่อนการส่งมอบ ข้อตกลงพิเศษของแต่ละบริการ จำนวนเงินที่ส่ง ประเทศปลายทาง สกุลเงินที่รองรับ เงื่อนไขด้านการกำกับดูแล เงื่อนไขด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ข้อกำหนดในการพิสูจน์ตัวต น ข้อจำกัดด้านการส่งมอบ ชั่วโมงทำการของตัวแทนให้บริการ และความแตกต่างของเขตเวลา (เรียกรวมกันว่า “ข้อจำกัด”)

เกี่ยวกับเวสเทิร์น ยูเนี่ยน

เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี (NYSE: WU) เป็นผู้นำด้านบริการโอนเงินระหว่างประเทศ บริการของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน รวมถึงบริการภายใต้แบรนด์ Vigo, Orlandi Valuta, Pago Facil และ Western Union Business Solutions ช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ สามารถส่งและรับเงิน ชำระเงิน และสั่งจ่ายเงินทั่วโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 แบรนด์เวสเทิร์น ยูเนี่ยน, Vigo และ Orlandi Valuta ได้ให้บริการผ่านเครือข่ายตัวแทนกว่า 500,000 แห่งรวมกัน ใน 200 ประเทศและดินแดน และผ่านตู้เอทีเอ็มและคีออสกว่า 100,000 เครื่องทั่วโลก รวมทั้งส่งเงินไปยังบัญชีธนาคารหลายร้อยล้านบัญชี ในปี 2557 เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี ได้ให้บริการทำธุรกรรมระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคจำนวน 255 ล้านรายการทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าเงินต้น 8.5 หมื่นล้าน ดอลลาร์ และการชำระเงินทางธุรกิจจำนวน 484 ล้านรายการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.WesternUnion.com

WU-F
WU-G

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160120005585/en/

ติดต่อ:
เวสเทิร์น ยูเนี่ยน มีเดีย:
แดน ดิแอซ
โทร. +1-720-332-5564
อีเมล: daniel.diaz@WesternUnion.com
หรือ
สำหรับนักลงทุน:
ไมค์ ซาลอป
โทร. +1-720-332-8276
อีเมล: mike.salop@WesternUnion.com

Keio Plaza Hotel จัดแสดงตุ๊กตาญี่ปุ่น ต้อนรับเทศกาลเด็กผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–20 ม.ค. 2559

– นำเสนอวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นผ่านการแขวนเครื่องประดับ 6,000 ชิ้น พร้อมโชว์ศิลปะการห่อของขวัญแบบ “โอริกะตะ” และการผูกเงื่อนแบบ “มุซุบิ”

Keio Plaza Hotel (KPH) โรงแรมระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นในย่านชินจูกุ โตเกียว เตรียมเปิดพื้นที่พิเศษเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ภายใต้ชื่องาน “Enjoying Japan’s Traditional Girls’ Doll Festival (Hinamatsuri)” ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนมีนาคม 2559 โดย “ฮินะมัตสึริ” เป็นงานประเพณีประจำปีของญี่ปุ่นที่ครอบครัวจะมารวมตัวกันเพื่ออธิษฐานให้ ลูกสาวของตนมีสุขภาพดีและมีความสุข เทศกาลนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากการจัดแสดงตุ๊กตาและเครื่องประดับ สีสันสดใส ซึ่งแฝงไปด้วยบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิตามช่วงเวลาจัดงาน สำหรับการจัดแสดงของทางโรงแรมในปีนี้ประกอบ ไปด้วยผลงานผ้าไหมทอมืออันงดงามเป็นจำนวนกว่า 6,000 ชิ้น เพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายของเทศกาลตุ๊กตาตามแบบฉบับญี่ปุ่นให้ผู้มาเยือนได้ สัมผัส นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังจะจัดแสดงศิลปะการห่อของขวัญแบบ “โอริกะตะ” และการผูกเงื่อนแบบ “มุซุบิ” ซึ่งเป็นกลวิธีที่ใช้ในการทำเครื่องประดับตุ๊กตา “ฮินะมัตสึริ” ด้วยเช่นกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของประเพณีอันเก่าแก่นี้ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Smart News Release ซึ่งประกอบด้วยสื่อมัลติมีเดียและข่าวฉบับเต็มได้ที่:
http://www.businesswire.com/news/home/20160120005523/en/

 

http://mms.businesswire.com/media/20160120005523/en/505303/4/photo.jpg
เครื่องประดับแขวนสำหรับเทศกาล “ฮินะมัตสึริ” ทำจากผ้าไหมโบราณอันล้ำค่าและประดิษฐ์ขึ้นด้วยความเอาใจใส่ เพื่อให้งานเย็บที่ออกมานั้นมีความสมบูรณ์แบบ เครื่องตกแต่งแต่ละชิ้นล้ วนมีความหมายในตัวเพื่อเป็นเครื่องรางแห่งความสุขแก่เด็กผู้หญิง (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

“โอริกะตะ” หรือศิลปะการห่อของขวัญ มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 600 ปี โดยถือกำเนิดขึ้นในหมู่นักรบชั้นสูงของญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า “ซามูไร” นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงต้นกำเนิดของวัฒนธรรมการห่อของขวัญของญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้มีขึ้นเพื่อใช้ห่อของขวัญเพียงเท่านั้น แต่ยังถือเป็นวิธีการแสดงความขอบคุณต่อผู้รับด้วย ทั้งนี้ ทางโรงแรมเตรียมจัดแสดงศิลปะการห่อของขวัญจาก Yamane Origata School ในรูปแบบต่างๆถึงราว 30 แบบ

สำหรับการจัดแสดงศิลปะการผูกเงื่อนแบบ “มุซุบิ” ทางโรงแรมได้รับเกียรติจากศิลปิน Toshiko Tanaka โดยวัฒนธรรมการผูกเงื่อนนั้นผสมผสานลักษณะการใช้งานและความงดงามได้อย่างลง ตัว ซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องเหล่านักรบด้วยการป้องกันไม่ให้ของขวัญที่ห่อเรียบร้อยแล้ว ถูกเปิดออก

และเพื่อเป็นการต้อนร ับการจัดแสดงครั้งนี้ ทางภัตตาคาร 9 แห่งภายในพื้นที่โรงแรมจึงเตรียมนำเสนอเมนูพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตุ๊กตา อย่างยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับ Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel (KPH) เป็นหนึ่งในโรงแรมนานาชาติชั้นนำของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ ใจกลางกรุงโตเกียว โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 20 แห่ง เราต้อนรับแขกหลากหลายกลุ่มจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มาเยือนโรงแรม ของเรา ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก บริการชั้นเยี่ยม และการต้อนรับอันอบอุ่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ http://www.keioplaza.com หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

รับชมข่าวต้นฉบับบนเว็บไซต์ businesswire.com ได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160120005523/en/

ติดต่อ:
Keio Plaza Hotel Tokyo
Sunaho Nakatani
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
โทร. +81-3-3344-0111
อีเมล: s-nakatani@keioplaza.co.jp

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คว้าตำแหน่ง “Leader” 3 ปีซ้อนในรายงาน “Magic Quadrant for Network Services, Global” ประจำปี 2559 ของการ์ทเนอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–20 ม.ค. 2559

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น (เอ็นทีที คอม) ผู้นำด้านข้อมูล คลาวด์ และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของ เอ็นทีที (NYSE: NTT) ประกาศว่า บริษัทได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้นำ หรือ Leaders ในรายงาน “Magic Quadrant for Network Services, Global” (Magic Quadrant)*1 ซึ่งเผยแพร่โดย การ์ทเนอร์ อิงค์ ในเดือนมกราคม 2559 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยเอ็นทีที คอม ได้รับการประเมินว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์ในแง่ของวิสัยทัศน์และความสามารถใน การดำเนินการ

รายงาน Magic Quadrant ของการ์ทเนอร์เป็นการประเมินความครบถ้วนสมบูรณ์ในแง่ของวิสัยทัศน์และความ สามารถในการดำเนินการของเหล่าผู้ให้บริการ การ์ทเนอร์ระบุว่า “ปัจจุบัน ผู้จัดจำหน่ายในกลุ่ม Leaders ต่างทำผลงานได้เป็นอย่างดี และรักษาความมีเสถียรภาพขององค์กรด้วยการมองทิศทางตลาดอย่างชัดเจน องค ์กรเหล่านี้นำเสนอบริการเครือข่ายที่ครอบคลุมเข้าถึงขอบเขตภูมิศาสตร์เป็น อาณาบริเวณกว้าง พร้อมด้วยคุณภาพในการให้บริการ ผู้ให้บริการเหล่านี้สามารถตอบสนองความต้องการด้านเครือข่ายทั่วโลกของ ธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแง่ของขนาด การจัดหน่ายตามขอบเขตทางภูมิศาสตร์ และอุตสาหกรรมในแนวตั้ง เหล่าผู้นำสามารถกำหนดทิศทางตลาดด้วยการขยายความครอบคลุม พัฒนาขีดความสามารถระดับแนวหน้าและรูปแบบการค้าใหม่ๆ และใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อรองรับการดำเนินงานในระดับต่างๆได้”

รับชมรายงาน “Magic Quadrant for Network Services, Global” ได้ที่

Magic Quadrant

Figure 1. Magic Quadrant for Network Services, Global

Figure 1.Magic Quadrant for Network Services, Global

http://www.gartner.com/technology/media-products/reprints/ntt_com/274439.html

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เอ็นทีที คอม ภายใต้วิสัยทัศน์ Global Cloud Vision ได้เสริมความแข็งแกร่งและขยายเครือข่าย ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีระดับโลกอื่นๆ โดยโครงการริเริ่มล่าสุดของเอ็นทีที คอม ได้แก่ “Arcstar Univer sal One Multi-Cloud Connect” ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อไปยังบริการคลาวด์ของผู้ให้บริการรายอื่น ที่นอกเหนือไปจากเอ็นทีที คอมได้โดยตรง และกำลังจะเริ่มการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลกว่า 30 แห่งทั่วโลกด้วยเครือข่ายแบบปิดซึ่งมีความเร็วเต็มที่ 10 กิกะบิตภายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เอ็นทีที คอม ซึ่งเป็นหุ้นส่วนไอซีทีระดับโลก ตั้งใจที่จะขยายและยกระดับบริการเครือข่ายทั่วโลกต่อไปอีก เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายธุรกิจระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ:

การ์ทเนอร์ไม่ได้ให้การรับรองผู้ค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใดๆที่กล่าวถึงในรายงานการวิจัย และไม่ได้แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้ค้าที่ได้รับการจัดอันดับ สูงๆเท่านั้น รายงานการวิจัยของการ์ทเนอร์เป็นความคิดเห็นของหน่วยงานวิจัยของการ์ทเนอร์ ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้ การ์ทเนอร์ปฏิเสธการรับรอง การแสดงความเห็น หรือการกล่าวเป็นนัยใดๆ เกี่ยวกับรายงานการวิจัยนี้ และปฏิเสธการรับรองค วามสามารถทางการค้าหรือความสมบูรณ์เพื่อจุดมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงใดๆ

*1 Gartner, “Magic Quadrant for Network Services, Global” by Neil Rickard, Bjarne Munch 14 January 2016

เกี่ยวกับ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่าย global Tier-1 IP Network และ Arcstar Universal One (TM) VPN ถึง 196 ประเทศทั่วโลก และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัยกว่า 130 แห่ง โซลูชั่นของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ยังสามารถใช้งานร่วมกับบริษัทในเครือเอ็นทีที กรุ๊ป ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA
www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

รางวัลและเกียรติคุณ – เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์

http://www.ntt.com/resource-center/awards/

รายงานบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์

http://www.ntt.com/resource-center/analyst_reports/

สื่อมวลชนติดต่อ:
เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น
(น.ส.) ยูโกะ มิยาโมโตะ / (น.ส.) ฮานะ ทสึจิย่า
โทร. +81 3 6700-4010
ฝ่ายวางแผนองค์กร

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160119005996/en/

เมอร์ค เปิดตัว Vivera แบรนด์น้องใหม่ในลาตินอเมริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–(บิสิเนส ไวร์)–20 ม.ค. 2559

– เมอร์ค เปิดตัว Vivera แบรนด์น้องใหม่ของธุรกิจคอนซูเมอร์ เฮลธ์ สำหรับการรักษาอาการไม่สบายของระบบทางเดินอาหาร เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 ที่ประเทศชิลี

– เมอร์ค ประกาศย้ายแบรนด์อีกสามแบรนด์ จากธุรกิจไบโอฟาร์มา มายังธุรกิจคอนซูเมอร์ เฮลธ์ ในลาตินอเมริกา

เมอร์ค (Merck) บริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศเปิดตัว Vivera(R) แบรนด์น้องใหม่ในลาตินอเมริกา โดยมีแผนเปิดตัวแบรนด์ Vivera ที่ประเทศชิลีเป็นแห่งแรกในเดือนมกราคม 2559 และอีกหลายประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาตลอดทั้งปี 2559 ทั้งนี้ Vivera เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมซึ่งทำหน้าที่บรรเทาอาการไม่สบายของระบบทางเดิน อาหารในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยการเร่งกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ

เมอร์คได้คิดค้น Vivera ขึ้นด้วย B.Aliv(R) โปรไบโอติกส์ที่มีการนำไปวิจัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุดประเภทหนึ่งของโลก สำหรับการรักษาอาการไม่สบายของระบบทางเดินอาหาร โดยทำหน้าที่สร้างจุลชีพที่อาศัยอยู่ในระบบลำไส้ (Intestinal Flora) ขึ้นใหม่เพื่อบรรเทาอาการ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวนี้มาในรูปแบบผงบรรจุซองที่สะดวกและง่ายต่อการใช้ จึงเหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่ต้องการพกไว้ติดตัวทุกเวลา

Uta Kemmerich-Keil ประธานและซีอีโอ ธุรกิจ คอนซูเมอร์ เฮลธ์ ของเมอร์ค กล่าวว่า “เรามีความตั้งใจจริงที่จะเปิดตัวแบรนด์ Vivera โดย Vivera เป็นผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์ที่น่ามหัศจรรย์ ซึ่งทำหน้าที่เร่งกระบวนการสมานแผลเมื่อระบบทางเดินอาหารเกิดอาการ พร้อมซ่อมแซมการทำงานของระบบย่อยอาหารตามธรรมชาติ และผมเชื่อว่า ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับทั้ง เด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ทำงานตามกระบวนการทางธรรมชาติ และได้ผลดี”

ย้ายแบรนด์จากธุรกิจไบโอฟาร์มา สู่ธุรกิจคอนซูเมอร์ เฮลธ์

นอกจากนี้ เมอร์ค ยังได้ประกาศย้ายแบรนด์จากธุรกิจไบโอฟาร์มา มาที่ธุรกิจคอนซูเมอร์ เฮลธ์เป็นระลอกที่สองในลาตินอเมริกา โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 ในประเทศโคลอมเบีย เอกวาดอร์ และเปรู และหลังจากนั้นในปี 2560 ที่ประเทศชิลี สำหรับแบรนด์ที่ถูกย้ายนั้นประกอบไปด้วย Anemidox(R) / Confer(R) ผลิตภัณฑ์สำหรับการรักษาและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดเหล็กใน ทุกระยะของชีวิต และ Hepabionta(R) ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพตับ

Uta Kemmerich-Keil อธิบายว่า “เราได้ตัดสินใจย้ายแบรนด์เหล่านี้ เนื่องจากทุกแบรนด์มีศักยภาพที่จะนำไปวางจำหน่ายในตลาดผู้บริโภค โดยเราจะอาศัยแนวทางนี้เพื่อเดินหน้าพัฒนาแบรนด์เหล่านี้ และสร้างการเติบโตต่อไป”

เมอร์คเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ทั้งหมดทางอีเมล์และเว็บไซต์ของเมอร์ค ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลงตัวเลือก หรือยกเลิกบริการนี้ได้ทาง www.me rckgroup.com/subscribe

เกี่ยวกับธุรกิจ คอนซูเมอร์ เฮลธ์ ของเมอร์ค

แบรนด์ของธุรกิจคอนซูเมอร์ เฮลธ์ เช่น Dolo-Neurobion(R), Neurobion(R), Bion(R), Seven Seas(R), Nasivin(R) และ Femibion(R) เป็นผู้นำนวัตกรรมในตลาดสำคัญๆ ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก ธุรกิจคอนซูเมอร์ เฮลธ์ มีพนักงานกว่า 2,700 คน ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในตลาดกว่า 40 แห่งทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2557 แบรนด์ผลิตภัณฑ์ของคอนซูเมอร์ เฮลธ์ ทำยอดขายรวมต่อปีราว 1 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ คอนซูเมอร์ เฮลธ์ เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเฮลธ์แคร์ ในเครือเมอร์ค กรุ๊ป ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ www.merck-consumer-health.com

เกี่ยวกับ เมอร์ค

เมอร์ค เป็นบริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งดำเนินธุรก ิจในแวดวงบริการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และวัสดุสมรรถนะสูง โดยมีพนักงานรวมกันราว 50,000 คนที่ทุ่มเทในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาชีวเภสัชภัณฑ์สำหรับการรักษาโรคมะเร็งหรือ การแข็งตัวของเนื้อเยื่อ ระบบอันล้ำสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึงจอภาพผลึกเหลวสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ LCD ทั้งนี้ เมอร์คมียอดขายรวมประมาณ 1.13 หมื่นล้านยูโรในปี 2557 จากการดำเนินงานใน 66 ประเทศ

เมอร์คก่อตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ.2211 จึงนับว่าเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก ปัจจุบันครอบครัวของผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมอร์ค ในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์ของเมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในแคนาดาและสหรัฐอเมริกาซึ่งเราดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี เซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกมา และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แมนซ์ แมททีเรียลส์

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-b in/mmg.cgi?eid=51248469&lang=en

ติดต่อ:
เมอร์ค
ลาร์ส อาทอร์ฟ (Lars Atorf)
โทร: +49 6151 856 3114

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ เปิดศูนย์ข้อมูล Osaka 5 Data Center พร้อมด้วยความสามารถในการตั้งรับภัยพิบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–18 ม.ค. 2559

– โซลูชั่นเพื่อการฟื้นตัวจากภัยพิบัติอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจในเขตคันไซ –

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น (เอ็นทีที คอม) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสาร ระหว่างประเทศในเครือของ เอ็นทีที (NYSE: NTT) ประกาศเปิดตัวศูนย์ข้อมูล Osaka 5 Data Center ใจกลางโอซากา นับเป็นศูนย์ข้อมูลแห่งที่ 5 ของเอ็นทีที คอมในภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น โดยศูนย์ข้อมูลนี้มีห้องเซิร์ฟเวอร์ขนาดประมาณ 3,500 ตารางเมตร เทียบเท่าแร็ค 1,600 ตู้

ศูนย์ข้อมูล Osaka 5 Data Center เป็นอาคาร 11 ชั้นที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ ถือเป็นน้องใหม่ล่าสุดของบริการศูนย์ข้อมูล Nexcenter(TM) ของเอ็นทีที คอม ซึ่งเป็นบริการที่ผสมผสานมาต รการรับมือภัยภิบัติที่ครอบคลุมและสภาพแวดล้อมด้านเครือข่ายที่ยอดเยี่ยม เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเอ็นทีที คอมสามารถเร่งการพัฒนาธุรกิจด้วยความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาดูจากเอกสารแนบ

โซลูชั่นเพื่อการฟื้นตัวจากภัยพิบัติอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการวางแผนความต่อเนื่องของธุรกิจ

ศูนย์ข้อมูล Osaka 5 Data Center มีการติดตั้งโซลูชั่นเพื่อการฟื้นตัวจากภัยพิบัติอย่างครบครัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทุกรูปแบบที่คาดว่าจะเกิดในโอซากา อาทิ แผ่นดินไหว สึนามิ หรืออุทกภัย ในกรณีเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บริเวณแอ่งนันไก

ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างการที่น้ำไหลเข้าศูนย์ ข้อมูลนั้น อุปกรณ์ต่างๆจะยังสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์การสื่อสาร ห้องเซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์สำคัญอื่นๆอยู่ชั้น 2 ขึ้นไป หรือเท่ากับ 7 เมตรเหนือพื้นดิน สำหรับอุปกรณ์ลดการส ่งผ่านการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้รับการติดตั้งบนเสาข้างใต้ชั้น 2 เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเครื่องจะสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมเมื่อน้ำไหล เข้าชั้นแรกของอาคาร นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งอุปกรณ์สลายพลังงานจากแผ่นดินไหว ซึ่งสามารถยับยั้งการสั่นแนวตั้งของแผ่นดินไหวที่เป็นจุดศูนย์กลาง

ส่วนกระแสไฟฟ้านั้นรับมาจากสถานีไฟฟ้าแยกย่อยต่างหาก เพื่อให้แหล่งจ่ายไฟไว้วางใจได้เป็นพิเศษ ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้เชื่อมตรงกับอุโมงค์เคเบิลสื่อสารขนาดใหญ่ ซึ่งผ่านการพิสูจน์ด้านการทนทานต่อแผ่นดินไหวที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อป้อง กันเคเบิลไมให้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและการก่อสร้างถนน

ศูนย์ข้อมูล Osaka 5 Data Center มีพื้นที่สำนักงานให้เช่า พร้อมระบบไฟฟ้าสำรอง ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการโซลูชั่นเพื่อการวางแผนความต่อเนื่องของ ธุรกิจ (BCP) ได้อย่างง่ายดาย

สภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ยอดเยี่ยม

เพื่อเป็นการรับประกันว่าลูกค้าจะสามารถเข้าถึงสภาพแวดล้อมเครือข่ายคุณภาพ สูงและความหน่วงต่ำได้อย่างไม่สะดุด ศูนย์ข้อมูล Osaka 5 Data Center จึงเชื่อมต่อโดยตรงกับศูนย์ข้อมูลใหญ่ของเอ็นทีที คอมในญี่ปุ่นตะวันตก ซึ่งให้บริการศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ต (IX) ผ่านทางไฟเบอร์ออปติกที่เดินสายเอาไว้ตลอดแนวอุโมงค์

นอกเหนือจากบริการเครือข่ายและอินเทอร์เน็ตแบ็คโบนที่มีความเร็วสูงและรอง รับปริมาณการใช้งานสูงของเอ็นทีที คอม ซึ่งได้แก่ เครือข่ายส่วนตัวเสมือน Arcstar Universal One ลูกค้ายังสามารถใช้ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมไอซีทีที่ราบ รื่นซึ่งผนวกรวมบริการคลาวด์กับศูนย์ข้อมูลทั่วโลกไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป เอ็นทีที คอม จะให้บริการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลรูปแบบใหม่ที่มีความปลอดภัยและความหน่วงต่ำ เปิดทางให้ลูกค้าสามารถใช้ศูนย์ข้อมูลทั้ง 5 แห่งของเอ็นทีที คอมในเมืองโอซากาได้ราวกับเป็นศูนย์ข้อมูลแห่งเดียวกัน บริการนี้นำเสนอการเชื่อมโ ยงศูนย์ข้อมูลผ่านวงจรหรือไฟเบอร์ออปติกที่ให้ความเร็วสูงสุดถึง 10 กิกะไบต์

การบริหารงานต้นทุนต่ำเป็นจริงได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง

ศูนย์ข้อมูล Osaka 5 Data Center นำเสนอบริการต้นทุนต่ำสุดในบรรดาศูนย์ข้อมูลเอ็นทีที คอมในโอซากา ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะศูนย์ข้อมูลแห่งนี้มีประสิทธิภาพที่เป็น เลิศ ในส่วนของการลดการใช่ไฟระบบหล่อเย็น ทางเอ็นทีที คอมได้นำร่องการใช้กำแพงหล่อเย็นที่มีประสิทธิภาพในการเป่าอากาศเย็นในห้อง เซิร์ฟเวอร์ได้ นอกเหนือจากการใช้ระบบหล่อเย็นด้วยอากาศภายนอกแบบทางอ้อม

เอ็นทีที คอม ขยายจำนวนศูนย์ข้อมูลและบริการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่มหานครโตเกียว เพื่อตอบสนองความต้องการบริการศูนย์ข้อมูลที่กำลังเฟี่องฟูในญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่มองหาศูนย์สำรองข้อมูลในญี่ปุ่นตะวันตกก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเช่น เดียวกัน เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ไกลจากโตเกียวพอที่จะตอบสนองวัตถุประสงค์ด้าน BCP ในกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกจากนี้ความต้องการบริการศูนย์ข้อมูลก็กำลังเพิ่มสูงขึ้นในหมู่สถาบันการ เงินและผู้ผลิตซึ่งมีสำนักงานในภูมิภาคนี้เช่นกัน

เกี่ยวกับ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ใช้ทรัพยากรของบริษัทในเครือเอ็นทีที กรุ๊ป ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA
www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | Linked In@NTT Com

เอกสารแนบ: ข้อมูลจำเพาะของศูนย์ข้อมูล Osaka 5 Data Center

สถานที่					- นิชิ-คุ, โอซากา (เดิน 4 นาทีจากสถานีใกล้ที่สุด)
					- นั่งรถ 60 นาทีจากท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ

อาคาร		โครงสร้าง		โครงสร้างเหล็กกล้า 11 และติดตั้งอุปกรณ์ลดการส่งผ่านการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว

		ผ่านการพิสูจน์ว่า		- ระบบลดลดการส่งผ่านการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ถึง 80%
		ทนทานต่อแผ่นดินไหว	- ระบบสามารถลดแรงสั่นสะเทือนแนวตั้งในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่
					- ต้านทานแรงแผ่นดินไหวเทียบเท่าแรงแผ่นดินไหวที่โกเบ หรือแผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ทางตะวันออกของญี่ปุ่น

		น้ำหนักรองรับสูงสุด		1,500 กิโลกรัม/ตารางเมตร

ไฟฟ้า		การรับไฟ			- ไฟฟ้าแรงดันสูงมาก 77,000 โวลต์
					- สายไฟหลัก และระบบจ่ายไฟโหมดสแตนด์บาย
					- รับไฟมาจากสถานีไฟย่อย 2 แห่ง
					- กำลังไฟฟ้าทั้งหมด: 17 เมกะโวลต์แอมแปร์ (และอีก 17 เมกะโวลต์แอมแปร์ในโหมดสแตนด์บาย)

		เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 		- การปรับตั้งค่า N+1 redundant
					- จ่ายไฟได้นานเกิน 48 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเติมไฟ

		UPS			- การปรับตั้งค่า N+1 redundant
					- แบตเตอรีจ่ายไฟได้นานเกิน 5 นาที

ระบบปรับอากาศ				- ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำ
					- การปรับตั้งค่า N+1 redundant
					- ระบบหล่อเย็นจากอากาศภายนอกทางอ้อม
					- ระบบกำแพงหล่อเย็น 

การป้องกันอัคคีภัย				- ระบบดับไฟด้วยก๊าซไนโตรเจน
					- เครื่องตรวจจับควันความไวสูง

การรักษาความปลอดภัย			- ระบบรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะซึ่งต้องสมัครการใช้งานผ่านออนไลน์ 
					- ต้องใช้บัตรสมาร์ทการ์ดที่ประตูรักษาความปลอดภัยและการพิสูจน์ตัวตนแบบไบโอเมทริก
					- กล้องวงจรปิด และแร็คแต่ละตู้ถูกล็อคต่างหาก
					- ระบบที่ปรับได้สำหรับสถาบันการเงิน เป็นต้น ในกรณีที่ต้องการการรักษาความปลอดภัยในระดับสูงขึ้น 

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ			สำนักงานให้เช่า (พื้นที่ 420 ตารางเมตรโดยประมาณ) และห้องประชุม

การเชื่อมต่อ				- การเชื่อมต่อโดยตรงกับอุโมงค์เคเบิลต้านทานภัยพิบัติ
					- การเชื่อมต่อโดยตรงกับโหนดบริการส่งสัญญาณ
					- ทางเดินสัญญาณ 4 เส้น สำหรับ multi-carriers (วงจรเอ็นทีที คอมจากสถานีหม้อแปลงไฟฟ้าย่อย 2 แห่งที่ใช้งานได้)

ดัชนี Green Index			ค่ากำลังใช้งานประสิทธิผล (PUE): 1.38 (ค่าที่ตั้งไว้)

การรับรอง (อยู่ในแผน)			- ISO27001
					- ISO20000
					- PCI-DSS

ระดับ Tier*				Tier III

* การประเมินของเอ็นทีที คอมยึดตามการจัดประเภท Tier Classification โดย Uptime Institute

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160117005124/en/

ติดต่อ:
สื่อมวลชนติดต่อ
เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น
(นาย) ยูอิจิโร อิวาฮาชิ /(นาย) ฮิโรชิ เซโอ /(น.ส.) อายู ซึรุตะ
โทร. +81 3 6733-9521
Cloud Services
wg-cl@ntt.com

ผลสำรวจชี้ผู้มีความสามารถสองภาษา พร้อมด้วยทักษะสูงทางด้านเทคนิคและมนุษยสัมพันธ์กำลังเป็นที่ต้อง การในตลาดแรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย–(Marketwired)–18 มกราคม 2559

จากผลสำรวจเงินเดือนทั่วโลกประจำปีโดย โรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทสรรหาบุคลากรในระดับผู้เชี่ยวชาญ พบว่านายจ้างในประเทศไทยมุ่งหาผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูงทั้งในด้านเทคนิค การจัดการบุคคล และภาษา ทั้งนี้ เนื่องด้วยปัจจุบันมีองค์กรนานาชาติหลายแห่งเข้ามาดำเนินกิจการในประเทศ ผู้สมัครงานที่มีทักษะความเป็นผู้นำและทักษะการสื่อสาร เพิ่มเติมจากคุณสมบัติพื้นฐานที่จำเป็น จะมีโอกาสในการทำงานมากขึ้นในปีนี้

ผลการสำรวจพบว่าผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติเหล่านี้จะสามารถเพิ่มเงินเดือน ขึ้นได้ 15-25% เมื่อเปลี่ยนงานในปี 2559

แกริต บุคกาต ผู้จัดการประจำประเทศไทยของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส แสดงความคิดเห็นว่า:

“หากนายจ้างต้อ งการจูงใจผู้สมัครงานคนไทยที่เชี่ยวชาญทั้งทางด้านธุรกิจ มีความสามารถทางภาษาอังกฤษ และมีประสบการณ์ในบริษัทต่างชาติ นายจ้างจะต้องรวมแผนการพัฒนาและฝึกอบรมเพิ่มเข้าไปกับการเสนอผลตอบแทนสูง เพื่อให้ผู้จ้างงานสามารถดึงดูดผู้สมัครงานในปี 2559 ซี่งผู้สมัครงานจะเลือกจากสิ่งที่ดีที่สุด เป็นเรื่องสำคัญที่บริษัทต้องสร้างแผนพัฒนาอาชีพที่ชัดเจน สำหรับประเทศไทยแล้ว สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยหลักที่จะจูงใจให้พนักงานอยู่ในบริษัทต่อไป”

เรื่องเด่นอื่นๆที่สำคัญในปี 2559

– องค์กรต่างๆสนใจขยายงานในส่วนแพลตฟอร์มดิจิตอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคออนไลน์ การจ้างงานผ่านทางมือถือจึงมีแนวโน้มที่จะครองตลาดหางาน
– วิศวกรฝ่ายขายที่มีประสบการณ์ และผู้จัดการด้านการตลาดที่มีความรู้ดีในตัวผลิตภัณฑ์และมีทักษะความเป็นผู้ นำเป็นที่ต้องการสูง เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำในด้านการผลิตของภูมิภาค
– การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะด้านการบริหารค่าตอบแทน และสวัสดิการ ก่ารพัฒนาบุคลากร และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จะมีการแข่งขันมากขึ้น เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มีจำกัดและต้องมีการจ่ายค่าตอบแทนในราคาสูง
– มีความต้องการจ้างงานสูงในผู้เชี่ยวชาญด้านองค์กรกำกับดูแล ทั้งในตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายใน ผู้ประเมินความเสี่ยงและกำกับการปฏิบัติตาม เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรปฏิบัติตามกฎระเบียบ

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

1. โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกของบริษัทที่ปรึกษาด้านการสรรหาบุคลากรมืออาชีพ มุ่งเน้นในการหาผู้เชี่ยวชาญความสามารถสูงในตำแหน่งงานประจำ งานสัญญาจ้าง และงานชั่วคราว โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย ให้คำปรึกษาในการสรรหาบุคลากรสำหรับธุรกิจ ด้านการบัญชีและการเงิน การธนาคารและการให้บริการการเงิน ทรัพยากรบุคคล เทคโนโลยีสารสนเทศ การตลาดและการขาย การจัดซื้อจัดจ้างและซัพพลายเชน ก่อตั้ งขึ้นในปี 2528 กลุ่มบริษัทมีสาขาอยู่ใน 24 ประเทศทั่วโลก

2. แผนกวิจัยของเรารวบรวมการสำรวจเงินเดือนจากการวิเคราะห์ตำแหน่งต่างๆผ่าน เครือข่ายของสำนักงานสาขาและผู้เชี่ยวชาญในช่วงปี 2558 ปัจจุบันเป็นปีที่ 17 ที่ผลการสำรวจถูกนำไปใช้โดยบริษัทนายจ้าง ผู้จัดการฝ่ายบุคคล และลูกจ้าง เพื่อใช้เปรียบเทียบระดับเงินเดือนในธุรกิจของตนเอง

โลโก้บริษัท
http://release.media-outreach.com/i/Download/2487

ติดต่อข้อมูล

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Germaine Lim
germaine.lim@robertwalters.com.sg
+65 6228 5313
มีบุคลากรที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมให้สัมภาษณ์

Ingenico Group ภูมิใจประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่างเป็นทางการ: Ingenico ePayments

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ปารีส, ประเทศฝรั่งเศส–(Marketwired)–19 ม.ค. 2559

Ingenico Group (EURONEXT PARIS: ING) ผู้นำระดับโลกด้านการชำระเงินออนไลน์ ได้ประกาศอย่างภาคภูมิใจในวันนี้ถึงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของแบรนด์ ใหม่: Ingenico ePayments

แผนกการค้าออนไลน์และมือถือในเครือ Ingenico Group ได้รวมองค์กร Ogone และ GlobalCollect เข้าด้วยกัน เพื่อผสานขีดความสามารถและการให้บริการต่างๆ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการแบบ end-to-end ที่เพิ่มมากขึ้นให้แก่ผู้ค้าทั่วโลก การเปิดตัวของแบรนด์ Ingenico ePayments ในขณะนี้ได้เสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมแล้ว และช่วยเสริมตำแหน่งของกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมการชำระเงิน

Philippe Lazare ประธานกรรมการและซีอีโอของกลุ่ม Ingenico กล่าวว่า: “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่ของเรา In genico ePayments อย่างเป็นทางการ แบรนด์นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งแก่จุดยืนของเราในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ได้อย่างไม่ต้องสงสัย จะพาเราก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นผู้เล่นที่มีความหลายหลายและนำมาซึ่งผล ประโยชน์ที่จะเพิ่มแก่ร้านค้าของเรา”

ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าและคู่ค้า Ingenico ePayments มีการชำระเงินที่แตกต่างกันมากกว่า 150 วิธี ในมากกว่า 170 ประเทศ ช่วยร้านค้าในการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงโดยผ่านเครื่องมือทางธุรกิจที่ยก ระดับ ตลอดจนการแก้ปัญหาการจัดการการทุจริตและความเชี่ยวชาญด้านการค้าข้ามพรมแดน Ingenico ePayments ยังได้จัดเตรียมการผนวกรวมขั้นสูงและแก้ปัญหาการชำระเงินทางมือถือที่เหมาะ โดยผ่านการเชื่อต่อของ Ingenico ทำให้ง่ายขึ้นต่อร้านค้าในการนำเสนอทางเลือกการชำระเงินในอุปกรณ์ต่างๆได้ มากขึ้น บริการมูลค่าเพิ่มและเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เหล่านี้ ช่วยให้ร้านค้าเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจของพวกเขาและเติบโตข้ามสู่ช่องทาง และตลาดใหม่ๆได้

“Ingenico ePayments เป็นผ ู้นำระดับโลกอย่างแท้จริง ด้วยการนำเสนอระดับโลกที่แข็งแกร่งและความสามารถในการให้บริการที่เน้น ลูกค้าซึ่งช่วยให้ร้านค้าของเราขยายธุรกิจออนไลน์ของพวกเขาได้” คำกล่าวของ Pierre-Antoine Vacheron รองประธานบริหารของ Ingenico ePayments “แบรนด์ Ingenico ePayments เป็นที่ยอมรับจากความสำเร็จของเราในการเป็นผู้ให้บริการการชำระเงินระดับโลก และเน้นย้ำความใฝ่ฝันของเราที่จะเติบโตขึ้นและนำไปสู่ตลาดนี้ ”

ตราบริษัท
http://release.media-outreach.com/i/Download/4170

เกี่ยวกับ Ingenico Group
Ingenico Group (EURONEXT PARIS: ING) ผู้นำระดับโลกในการชำระเงินออนไลน์ ให้บริการโซลูชั่นที่ชาญฉลาด เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยเพื่อช่วยด้านการค้าในทุกช่องทาง ในร้านค้า ออนไลน์และมือถือ ด้วยเครือข่ายการชำระเงินอันเป็นที่ยอมรับที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรานำเสนอโซลูชั่นชำระเงินที่ปลอดภัยกับท้องถิ่น ระดับชาติและระหว่างประเทศ เราเป็นพันธมิตรระดับโลกที่เชื่อถือได้สำหรับสถาบันการเงินและผู้ค้าปลีก ตั้งแต่ร้านค้าเล็กๆ ไปจนถึงหลายแบรนด์ดังระดับโลกที่เป็นที่รู้จักกันดี โซลูชั่นของเราช่วยให้ร้านค้าลดความซับซ้อนของการชำระเงินและส่งมอบแบรนด์ ของพวกเขาตามสัญญา
www.ingenico.com, twitter.com/ingenico

เกี่ยวกับ Ingenico ePayments
Ingenico ePayments เป็นส่วนการค้าออนไลน์และบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในเครือของ Ingenico Group เราเชื่อมโยงร้านค้าและผู้บริโภค ช่วยให้ธุรกิจทุกหนแห่งได้ดำเนินต่อไปได้เกินขอบเขตของวันนี้ และสร้างอนาคตของการค้าโลก ในฐานะที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 1994, จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมของเราได้ช่วยผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าในทุกช่อง ทาง เราเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ค้าใหญ่น้อยกว่า 65,000 รายที่ต้องพึ่งพาเราช่วยทำให้การชำระเงินเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย สำหรับลูกค้าของพวกเขา ด้วยการวิเคราะห์ข้อ มูลขั้นสูง แก้ปัญหาการจัดการการทุจริต และความเชี่ยวชาญด้านพาณิชย์ข้ามพรมแดน เราช่วยให้ร้านค้าเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจของพวกเขาและเติบโตไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้ทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่www.ingenico.com/epayments หรือติดตามเราบน Twitter หรือ LinkedIn

ข้อมูลการติดต่อ

ติดต่อ
Ingenico ePayments / APAC
Mark Patrick
กรรมการผู้จัดการ, เอเชียแปซิฟิก
mark.patrick@ingenico.com
+65 6408 8220

Simon-Kucher เผยพลังของการปรับขึ้นราคา 2% จากผลสำรวจบริษัทในอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

สิงคโปร์–(บิสิเนส ไวร์)–19 ม.ค. 2559

– ผลการทดสอบภาวะวิกฤตว่าด้วยการกำหนดราคา ซึ่งจัดทำโดย Simon-Kucher เผยให้เห็นว่า บริษัทในอาเซียนอาจทำเงินเพิ่มขึ้นได้ง่ายๆ ด้วยการขึ้นราคาเพียง 2% และอาจทำให้ 5 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ถึง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เมื่อเร็วๆนี้ ทำให้บริษัทต่างๆจำเป็นต้องแสวงหาแนวทางใหม่ๆเพื่อเพิ่มกำไรให้ได้มากที่สุด ปัจจุบัน 5 ประเทศอาเซียน (สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) ทิ้งเงินกว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปโดยเปล่าประโยชน์ เพียงเพราะลังเลที่จะขึ้นราคาแม้เพียงเล็กน้อย ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากการทดสอบภาวะวิกฤตว่าด้วยการตั้งราคาในอาเซียน หรือ ASEAN Pricing Stress Test 2016 [http://www.simon-kucher.com/en/news/simon-kucher-study-reveals-power-two-perc ent ] ซึ่งจัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาการตลาดและกลยุทธ์ระดับโลก Simon-Kucher & Partners [http://www.simon-kucher.com/en-us ] บริษัทได้ทำการวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนราว 1,200 แห่งในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค ค้าปลีก การผลิต น้ำมันและก๊าซ การก่อสร้าง และเคมี “หลายบริษัทมองไม่เห็นศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของการขึ้นราคาเพียงเล็กน้อย” ดร. โจเชน เคราส์ [https://www.linkedin.com/in/jochen-krauss-0b71802a/en ] หุ้นส่วนผู้จัดการ ประจำสำนักงาน Simon-Kucher & Partners ในสิงคโปร์กล่าว

ศักยภาพทำกำไรเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า

จากสมมติฐานที่ว่ามีการขึ้นราคา 2% ผลการวิเคราะห์พบว่าบริษัท 80% อาจทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ในอัตราตัวเลขสองหลัก นั่นหมายความว่าบริษัท 14% ที่ไม่สามารถทำกำไรในปัจจุบัน จะสามารถ(กลับ)เข้าสู่ระยะทำกำไร ยิ่งไปกว่านั้น บริษัท 11% อาจทำกำไรเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันได้กว่าสองเท่า “การปรับราคาแค่เพียง 2% สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างไม่น่าเชื่อ” ดร.เคราส์ กล่าว “นี่เป็นเรื่ องจริง โดยเฉพาะกับบริษัทที่มีกำไรน้อย”

สิงคโปร์และไทยมีแนวโน้มทำกำไรแข็งแกร่งสุด

เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพของแต่ละประเทศ พบว่า สิงคโปร์และไทยนำมาด้วยความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 45% ขณะที่ฟิลิปปินส์รั้งท้ายด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 30% นั่นหมายความว่า ทั้ง 5 ประเทศอาเซียนมีศักยภาพทำกำไรเพิ่มขึ้น 42% โดยเฉลี่ย “นั่นเป็นเงินจำนวนเยอะมากที่ถูกทิ้งไปอย่างสูญเปล่า” ซิโมน แลมบริช ที่ปรึกษาอาวุโสของ Simon-Kucher กล่าว “บริษัทมักจะพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพของต้นทุน แต่ควรรับรู้ด้วยว่าโดยธรรมชาติแล้ว การทำเช่นนี้ก็มีข้อจำกัดและเป็นอันตรายต่อการเติบโตและการสร้างสรรค์นวัต กรรมเช่นกัน การขึ้นราคาช่วยเพิ่มกำไรได้มากกว่าการลดต้นทุนอย่างมาก”

ขณะที่มุมมองในภาคอุตสาหกรรมก็สะท้อนให้เห็นว่า ทุกบริษัทจะได้ประโยชน์อย่างมากจากการขึ้นราคาเพียง 2% โดยอุตสาหกรรมที่สามารถทำกำไรเพิ่มมากที่สุดคือ อุตสาหกรรมเคมี (45%) รองลงมาคือ/ ตามมาด้วยการก่อสร้าง (44%) และการบริโภคและค้าปลีก(43%) “ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหารจะต้องยอมรับว่าการตั้งราคาคือปัจจัยที่ช่วยเพิ่ม กำไรได้มากที่สุด เป็นแนวทางที่เป็นระบบ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเลขรายได้ของบริษัท” ดร.เคราส์แนะนำ “บริษัทสามารถเริ่มปรับปรุงผลกำไรได้แล้วตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการคว้าเป้าหมายง่ายๆ Simon-Kucher ขอสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ ค้นพบและดำเนินมาตรการตั้งราคาและการขายที่เหมาะสม”

บทความฉบับเต็ม: http://www.simon-kucher.com/en/news/simon-kucher-study-reveals-power-two-percent

ดร. โจเชน เคราส์ หุ้นส่วนผู้จัดการประจำสำนักงาน Simon-Kucher & Partners ในสิงคโปร์ และซิโมน แลมบริช ที่ปรึกษาอาวุโสของ Simon-Kucher

ติดต่อ:
Simon-Kucher & Partners
Monika Glory Setiastari
monika.glory@simon-kucher.com
+65 6341 9027
www.simon-kucher.com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160114006506/en/

Credit Suisse ผงาดคว้ารางวัล Best Private Bank – Asia ในการประกาศรางวัล Asian Private Banker (APB) Awards for Distinction (AFD) 2015

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ฮ่องกง, ประเทศจีน–(Marketwired)–15 ม.ค. 2559

Credit Suisse ผงาดขึ้นเป็นผู้ชนะรายใหญ่ประจำปี 2015 หลังคว้ามาครองได้ถึงเจ็ดรางวัล จาก 33 สาขา ซึ่งรวมถึง Best Private Bank – Asia นับเป็นเรื่องน่าประทับใจมากที่สุดในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่มีความผันผวนรุนแรงและความเชื่อมั่นเบาบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลัง

Awards For Distinction 2015 ยังได้เพิ่มรางวัลใหม่เพื่อสะท้อนแนวโน้มทางธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่ Best Private Bank – Digital Innovations ซึ่งให้ความสำคัญกับการที่ธนาคารใช้กลยุทธ์ดิจิตอลในการให้บริการลูกค้า กลุ่มเทคโนโลยีมากขึ้น และการรับมือกับกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น และรางวัล Best Private Bank – Employer of the Year ซึ่งมอบให้กับธนาคารที่มีความมุ่งมั่นในการรักษาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความ สามารถ โดยผู้ชนะที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ได้แก่ Credit Suisse และ G oldman Sachs ตามลำดับ

Asian Private Banker เป็นแหล่งข้อมูลชั้นนำของภูมิภาคในด้านไพรเวท แบงค์กิ้ง โดยนำเสนอบทวิจารณ์ที่เป็นอิสระ เชื่อถือได้ และมีความจำเป็นให้แก่ผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ได้รับรางวัล AFD 2015 มีดังนี้ :

ประเภท					ผู้ชนะเลิศ
Private Banker of the Year		Francesco de Ferrari, Credit Suisse
เอเชีย					Credit Suisse
ฮ่องกง					UBS Wealth Management
สิงคโปร์					DBS Private Bank
Employer of the Year			Goldman Sachs
Pure Play				EFG Bank
Discretionary Portfolio Services	UBS Wealth Management
UHNW Services				Goldman Sachs
Diversity				Goldman Sachs
External Asset Managers’ Choice		Julius Baer
Alternative Investments			Deutsche Bank Wealth Management
จีน ระหว่างประเทศ				UBS Wealth Management
จีน ภายในประเทศ				China Merchants Bank
อินเดีย ระหว่างประเทศ 			Citi Private Bank
อินเดีย ภายในประเทศ 			IIFL Private Wealth Management
NRI Services				Deutsche Bank Wealth Management
Fund Advisory Services			Julius Baer
เกาหลีใต้					KEB Hana Bank
ตะวันออกกลาง				Barclays
ไต้หวัน ระหว่างประเทศ			UBS Wealth Management
ไต้หวัน ภายในประเทศ			UBS Wealth Management
ออสเตรเลีย				Credit Suisse
มาเลเซีย ระหว่างประเทศ			Credit Suisse
มาเลเซีย ภายในประเทศ			Maybank Private Wealth
อินโดนีเซีย ระหว่างประเทศ			Deutsche Bank Wealth Management
ไทย ระหว่างประเทศ				Credit Suisse
ไทย ภายในประเทศ				Siam Commercial Bank
ฟิลิปปินส์ ระหว่างประเทศ			Bank of Singapore
ฟิลิปปินส์ ภายในประเทศ			BDO Private Bank
Family Office Services			Credit Suisse
Philanthropic Services			UBS Wealth Management
Trust & Advisory Services		HSBC Private Bank
Digital Innovations			Credit Suisse

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบวิธีมอบรางวัลของ AFD กรุณาเยี่ยมชม
http://asianprivatebanker.com/awards/awards-for-distinction/

ติดตาม APB ได้ที่:
Twitter | @asianpvtbanker
LinkedIn | https://www.linkedin.com/company/asian-private-banker

ตราบริษัท
http://release.media-outreach.com/i/Download/4161

ข้อมูลสำหรับติดต่อ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Shruti Advani
บ รรณาธิการ
editor@asianprivatebanker.com
+852 2529 7377
www.asianprivatebanker.com
www.apbmandate.com

TGI Fridays แต่งตั้ง Robert Palleschi เป็นประธานและซีอีโอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

คาร์โรลตัน, เท็กซัส–(บิสิเนส ไวร์)–12 ม.ค. 2559

– ผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจบริการระดับโลกจาก Hilton จะนำประสบการณ์ด้านนวัตกรรม การสร้างแบรนด์ และการสร้างแฟรนไชส์มาสู่ Fridays

TGI Fridays ประกาศแต่งตั้ง Robert Palleschi เป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 โดย Palleschi จะเข้ารับตำแหน่งแทนที่ Nick Shepherd ซึ่งลาออกจากบริษัทในเดือนตุลาคม 2558

Palleschi ทำงานเป็นเวลา 12 ปีที่บริษัทด้านการโรงแรมระดับโลกอย่าง Hilton Worldwide ซึ่งมีแบรนด์เวิลด์คลาสในความดูแลรวม 12 แบรนด์ด้วยกัน ครอบคลุมโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ประเภทแบ่งเวลา (timeshare) ที่บริษัทเข้าไปบริหาร เป็นเจ้าของ ปล่อยเช่า และเป็นแฟรนไชส์รวมกว่า 4,500 แห่ง โดยปัจจุบัน Palleschi ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสากลของ F ull Service Brands เขามีหน้าที่ดูแลแฟรนไชส์ทั้งหมดและการบริหารงานแบรนด์ ได้แก่ แบรนด์แฟลกชิพ Hilton, Hilton Hotels & Resorts, DoubleTree by Hilton และ Curio, A Collection by Hilton Palleschi เป็นผู้รับผิดชอบโรงแรมและรีสอร์ทรวมกว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุม 91 ประเทศ และ 6 ทวีป

ในระหว่างที่ Palleschi ดำรงตำแหน่งดังกล่าว รายได้ของกลุ่มแบรนด์ภายใต้การดูแลของ Full Service Brands เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากห้องพัก อาหาร และเครื่องดื่มเติบโตในอัตราตัวเลขสองหลัก

เมื่อปี 2552 Palleschi รับผิดชอบในการพลิกโฉมแบรนด์ DoubleTree ของ Hilton และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการสร้างกลยุทธ์การเติบโตทั่วโลกในเชิงรุก ซึ่งมุ่งเน้นประสบการณ์ของผู้เข้าพัก คุณภาพผลิตภัณฑ์ และอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ ปัจจุบันแบรนด์ DoubleTree มีโรงแรม 450 แห่ง และมีอีกหลายแห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ Rob ยังร่วมมือกับบรรดาเจ้าของและผู้ได้รับแฟรนไชส์โรมแรมทั่วโลกใน การเปิดตัวแบรนด์ Curio Coll ection ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมที่มีเอกลักษณ์ โดยแต่ละแห่งมีภูมิหลังและบุคลิกของตนเองตามเมืองต่างๆ ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก

“Rob จะนำประสบการณ์ในการดำเนินงานและการให้สิทธิ์แฟรนไชส์ทั่วโลกเป็นเวลาเกือบ สามทศวรรษมาสู่ Fridays ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่สำคัญยิ่ง เมื่อพิจารณาจากแบบแผนธุรกิจของเราเอง เขามีประวัติผลงานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วในด้านการสร้างแบรนด์ที่เป็น สัญลักษณ์ในระดับโลก ซึ่งขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือที่มีประสิทธิผล” John Antioco ประธานคณะกรรมการของ TGI Fridays กล่าว “ในฐานะที่เป็นผู้คร่ำหวอดในธุรกิจบริการต้อนรับ เขาจึงเข้าใจความสำคัญของการจัดการความสัมพันธ์ภายในแวดวงแฟรนไชส์ ตลอดจนการบ่มเพาะประสบการณ์ที่ดึงดูดใจผู้ใช้บริการ”

“ผมสร้างเส้นทางอาชีพโดยยึดหลักการข้อหนึ่งนั่นคือ แขกทุกคนเป็นคนสำคัญ” Palleschi กล่าว “นี่คือสิ่งที่ดึงดูดผมให้มาร่วมงานกับ Fridays บริษัทที่มีมรดกตกทอดและจุดยืนของแบรนด์ที่แตกต่างซึ่งกรุยทางสู่การเติบโต ต่อเนื่องในระยะยาว และถือเป็นแบร นด์ที่ทรงพลัง ผมมุ่งหวังว่าจะได้ทำงานกับทีมบริหารแบรนด์มากความสามารถและเหล่าหุ้นส่วน แฟรนไชส์ผู้มีความทุ่มเทบนเส้นทางนี้”

David Lobel หุ้นส่วนผู้จัดการของ Sentinel Capital Partners ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TGI Fridays แสดงความคิดเห็นว่า “Rob เป็นผู้บริหารที่ยอดเยี่ยม และเราเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา เขารู้วิธีประสบความสำเร็จในการบริหารงานและการขยายระบบแฟรนไชส์แบรนด์ระดับ สากล และรู้วิธีจัดการสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของไพรเวทอิควิตี้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ไม่อาจมองข้ามได้”

Palleschi กล่าวเสริมว่า “Fridays มีแผนงานริเริ่มมากมายที่เตรียมรอไว้อยู่แล้วในปี 2559 ตั้งแต่การออกเมนูอาหารที่สร้างสรรค์ไปจนถึงการปรับภาพลักษณ์ดีไซน์ร้าน อาหาร บริษัทกำลังเดินหน้ากลยุทธ์โดยมุ่งเน้นไปที่การวิจัยผู้บริโภคอย่างจริงจัง ซึ่งจะดึงดูดผู้ใช้บริการและเพิ่มรายได้ต่อไป ส่วนนวัตกรรมจะขับเคลื่อนแบรนด์ให้ก้าวไปข้างหน้าในปี 2559 และปีต่อๆไป”

ทั้งนี้ Fridays ได้ว่าจ้าง Egon Zehnder บริษัทจัดหาผู้บริหารชั้นแนวหน้าระดับโลก เพื่อให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการของบริษัท ในการสรรหาประธานและซีอีโอครั้งนี้

เกี่ยวกับ TGI Fridays

TGI Fridays ก่อตั้งขึ้นที่นครนิวยอร์กเมื่อปี 2508 โดยมีบริษัทไพรเวทอิควิตี้ ได้แก่ Sentinel Capital Partners และ Tri-Artisan Capital Partners เป็นเจ้าของร่วมกัน บริษัทดำเนินงานร้านอาหารกว่า 900 แห่งใน 61 ประเทศ โดยในฐานะที่เป็นต้นตำรับร้านอาหารบาร์แอนด์กริลส์แบบง่ายๆ สบายๆ Fridays นำเสนออาหารอเมริกันต้นตำรับและเครื่องดื่มในตำนาน เสิร์ฟพร้อมบริการที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง สำหรับหลักการที่บริษัทยึดถือมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทคือ การนำผู้คนมาสังสรรค์และเฉลิมฉลองให้กับความรู้สึกปลดปล่อยและมีอิสระเสรี แห่ง “วันศุกร์” จากจุดนี้เองสโลแกนของแบรนด์อันได้แก่ “In Here, It’s Always Friday” จึงถือกำเนิดขึ้น สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.fridays.com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160112006345/en/

ติดต่อ:
Zeno Group
Kim Metcalfe
โทร. 312-396-9797
อีเมล: Kim.Metcalfe@zenogroup.com