G2A 3D+ บริการพิมพ์สินค้าในเกมรูปแบบ 3 มิติ เปิดตัวที่งาน Taipei Game Show 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ, โปแลนด์, ลอนดอน และ ฮ่องกง–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เกมเมอร์เล่นเกมนานต่อเนื่องเป็นชั่วโมงๆ เพื่ออัพเลเวลและปรับแต่งตัวละคร ลองนึกภาพตามดูสิว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าคุณสามารถดึงตัวละครออกมาจากเกมและนำมาตั้งเด่นเป็นสง่าบนโต๊ะของคุณ ถึงจะฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่นี่คือสิ่งที่ G2A 3D+ กำลังจะนำเสนอให้เหล่าคอเกมทั่วโลกได้สัมผัส โดยผู้เล่นเกมจะสามารถจับต้องเกมได้จริงด้วย G2A 3D+

 G2A 3Dplus / G2A Co-founders Bartosz Skwarczek (CEO) and Dawid Rozek (CMO), Patryk Kadlec, the G2A Head of Business Development and Yao Song, the Chinese Region Manager at G2A announcing G2A 3D+ in Taipei Game Show 2016. (PRNewsFoto/G2A.com)

G2A Co-founders Bartosz Skwarczek (CEO) and Dawid Rozek (CMO), Patryk Kadlec, the G2A Head of Business Development and Yao Song, the Chinese Region Manager at G2A announcing G2A 3D+ in Taipei Game Show 2016. (PRNewsFoto/G2A.com)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160129/327355 )

          G2A.COM คว้าตำแหน่งผู้นำ พร้อมผงาดขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเกม โดย Bartosz Skwarczek ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ G2A.COM กล่าวภายหลังจากร่วมพิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน Taipei Game Show 2016 ว่า “G2A 3D+ สะท้อนให้เห็นว่าเราจริงจังกับปี 2559 และอนาคตของเกม นี่เป็นการลงทุนแรกๆของ G2A ในด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เราสามารถรักษาตำแหน่งในตลาดเอเชียและเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆทั่วโลก”

          เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก Dawid Rozek ผู้ร่วมก่อตั้งและซีเอ็มโอของ G2A โดยเขากล่าวที่ยุโรปในวันนี้ (29 ม.ค.) ว่า “ขณะนี้ G2A 3D+ สามารถนำเสนอโซลูชั่นพิมพ์ 3 มิติแบบออล-อิน-วันให้แก่อุตสาหกรรมเกม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการปฏิวัติประสบการณ์การเล่นเกม”

          “การพิมพ์ 3 มิติมอบโอกาสไร้ขีดจำกัดในการแต่งตัวฟิกเกอร์ โมเดล และอุปกรณ์ชนิดใดก็ได้ ผู้เล่นเกมจะสามารถจับต้องเกมได้จริง และทำให้สิ่งที่มองเห็นในจอคอมพิวเตอร์กลายมามีชีวิต” Patryk Kadlec หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ G2A และผู้ก่อตั้ง 3DGence กล่าว โดยทาง G2A.COM ได้ร่วมมือกับ 3DGence ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติชั้นแนวหน้าของยุโรป

          G2A 3D+ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความสุขให้แก่เกมเมอร์ และเพื่อให้เหล่านักพัฒนาได้เติมความสมบูรณ์ให้เกมในแนวทางใหม่ๆ โดย Yao Song ผู้จัดการ G2Aประจำภูมิภาคจีน กล่าวว่า “คุณสามารถรอรับฟิกเกอร์ตัวแรกของคุณที่บ้านในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และจากการที่มีบริษัทในเอเชียให้ความสนใจเข้ามาอย่างมากG2A จึงเปิดโอกาสให้กับเหล่าพันธมิตรหน้าใหม่ที่งาน Asia Pacific Game Summit ในไทเป”

          “การก้าวสู่โลกแห่ง G2A 3D+ นั้นอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง G2A และผู้ให้บริการคอนเทนท์ พันธมิตรผู้มีความสนใจแต่มีทรัพยากรจำกัดก็สามารถปล่อยให้ G2A เป็นผู้พัฒนาและดำเนินการแทนได้ โดยในสายตาของลูกค้านั้น สองสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ การที่เขาได้รับผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยม และการได้ผลิตภัณฑ์นั้นทันทีที่นักพัฒนารายใหม่เริ่มเข้าสู่แพลตฟอร์ม

          G2A ให้ความสำคัญลำดับแรกในด้านความปลอดภัยของคอนเทนท์ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม เพื่อจัดการกับความกังวลของชุมชนพัฒนาเกม ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีโอกาสเกิดขึ้น และการแจกจ่ายคอนเทนท์แบบผิดกฎหมาย โดยทาง G2A 3D+ ได้ดำเนินแนวทางจัดการสิทธิดิจิทัล (DRM) สามแนวทางเพื่อผู้ใช้ ได้แก่ การจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผูกขาดด้านสิทธิ (DRM free), ซอฟต์แวร์ DRM และฮาร์ดแวร์ DRM

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ http://3dplus.g2a.com/

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

          คุณสมบัติเด่นของ G2A 3D+

          – โซลูชั่นแบบออล-อิน-วัน อาทิ การดึงไฟล์ออกจากเกม เครื่องมือปรับแต่ง โซลูชั่นการพิมพ์ โซลูชั่นบริการส่งทั่วโลก บริการลงสีแบบมืออาชีพ วิธีการชำระเงินทั่วโลก

          – การบูรณาการที่ง่ายและรวดเร็ว ไม่ว่ารูปแบบทำมือ หรือ API

          – คอนเทนท์แบบจับต้องได้และแบบดิจิทัลวางจำหน่ายในตลาด (ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีหรือไม่มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติส่วนตัว)

          – การให้ความสำคัญกับชุมชน, ประวัตินักออกแบบ/ศิลปิน, ประวัติองค์กร, ประวัติร้านค้า และประวัติลูกค้า

          – ใช้งานง่าย แม้กระทั่งผู้ใช้ที่เพิ่งเริ่มพิมพ์ 3 มิติ

          ที่มา: G2A.com

GUESS เลิกใช้ขนกระต่ายแองโกราในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแองเจลิส–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ในปี 2558 ที่ผ่านมา GUESS ได้พัฒนาแนวทางการดำเนินงานอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเผยแพร่รายงานความยั่งยืนฉบับแรก และในระหว่างนั้นได้มีการพิจารณาเรื่องการใช้ขนกระต่ายแองโกราในการทำเสื้อผ้า ซึ่งผลปรากฏว่า GUESS ได้ตัดสินใจยุติการใช้ขนกระต่ายแองโกราในผลิตภัณฑ์ที่จะวางจำหน่ายในสาขาทั่วโลกในอนาคต โดยวิคเตอร์ เฮอร์เรโร ซีอีโอของ GUESS กล่าวว่าก่อนหน้านี้ GUESS พยายามใช้ขนกระต่ายแองโกราน้อยที่สุดและต้องมาจากแหล่งที่มีจริยธรรม ทว่าการตัดสินใจยุติการใช้ขนกระต่ายแองโกราเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าควรทำ

 

ติดต่อ: Rachael Matican

GUESS?, Inc

โทร. 212.852.0513

อีเมล: rmatican@guess.com

JA Solar เผยเซลล์แสงอาทิตย์ของบริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วน 100% ตามมาตรฐาน IEC62804

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

JA Solar Holdings Co., Ltd. (Nasdaq: JASO) ผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์แผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมดของบริษัทได้ผ่านการทดสอบการต้านทานการเสื่อมสภาพ (PID) เป็นเวลา 96 ชั่วโมง ภายใต้อุณภูมิ 85 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 85%(double 85) และแรงดันไบอัส 1,000 โวลต์ ตามมาตรฐาน IEC62804 นับว่า JA Solar เป็นผู้ผลิตรายแรกที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมดของบริษัทมีประสิทธิภาพในการต้านทาน PID ในระดับ double 85

 

http://photos.prnasia.com/prnh/20150522/0861504483LOGO

 

นอกจากนี้ ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ Si RIECIUM ซึ่งเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกโพลีคริสตัลไลน์ของบริษัท ยังผ่านการทดสอบ PID ระยะเวลา 500ชั่วโมง ที่ทำการทดสอบโดย TUV SUD โดยมีการเสื่อมสภาพต่ำกว่า 2% ผลลัพธ์ดังกล่าวนับเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพในการต้านทาน PID ที่โดดเด่นของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงดังกล่าว ซึ่งการันตีว่าผ่านการทดสอบ PID ตามมาตรฐาน IEC62804 ด้วยเวลาที่ใช้ทำการทดสอบมากกว่าปกติถึงสองเท่า (192 ชั่วโมง) นอกจากนั้นยังผ่านการรับรองจาก PI-BERLIN และ PVEL ด้วย ทั้งนี้ ประสิทธิภาพในการต้านทาน PID อันยอดเยี่ยมจะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่นำไปติดตั้งจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นตลอดอายุการใช้งานมากกว่า 25 ปี

 

จุดเด่นของ JA ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีหลักที่มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ด้วย” ดร.เว่ย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ JA Solar กล่าว “การที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ผลิตในปริมาณมากผ่านการทดสอบการต้านทาน PID ในระดับ double 85 นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในด้านศักยภาพการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าและหุ้นส่วนโครงการของเรา

 

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20150522/0861504483LOGO

หลักสูตร MBA ของ ACEM ติดอันดับที่ 39 ของโลก จากการจัดอันดับของไฟแนนเชียล ไทม์ส ประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้–1 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการบริหารจัดการอานไท่ (ACEM) ในสังกัดมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (SJTU) ยังคงความโดดเด่นในแวดวงสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ โดยในปี 2559 หลักสูตร MBA ของ ACEM ได้ไต่ขึ้นสู่อันดับที่ 39 ของโลก จากการจัดอันดับขององค์กรข่าวธุรกิจชั้นนำของโลกอย่างไฟแนนเชียล ไทม์ส นับว่าเป็นการขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติต่อกัน หลังจากอยู่ในอันดับที่ 77 ในปี 2557 และอันดับที่ 55 ในปี 2558

 

หลักสูตร MBA ของ ACEM ทุ่มเทให้กับการพัฒนานักศึกษาและเบิกทางสู่การประกอบหน้าที่การงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นอย่างเด่นชัดจากการจัดอันดับต่างๆ รวมถึงการจัดอันดับโดยไฟแนนเชียล ไทมส์ ทั้งนี้ อัตราการจ้างงานของผู้จบการศึกษาหลักสูตร MBA ของ ACEM อยู่ที่ 100% ขณะที่อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนอยู่ที่ 168% และอันดับความสำเร็จในการบรรจุเข้าทำงานอยู่ในอันดับที่ 22 ด้านระดับประสบการณ์ของคอร์สนานาชาติอยู่ในอันดับที่ 36 และความคุ้มค่าอยู่ในอันดับที่ 33 นอกจากนี้ หลักสูตร MBA ของ ACEM ยังครองอันดับที่ 10 ในด้านการสอนวิชาเกี่ยวกับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการผลิต และโลจิสติกส์ จากการจัดอันดับหลักสูตร MBA ทั่วโลกประจำปี 2559

 

นอกจากนี้ ไฟแนนเชียล ไทม์ส เปิดเผยว่า รายได้เฉลี่ยของศิษย์เก่าภายหลังจบการศึกษา 3 ปี อยู่ที่ 113,340 ดอลลาร์ต่อปี

 

ACEM เป็นสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจแห่งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมรับรองสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจอันทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 3 แห่ง อันประกอบด้วย AMBA, EQUIS และ AACSB สำหรับหลักสูตร MBA ของ ACEM นั้น มีมานานกว่า 20 ปีแล้ว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากมาโดยตลอด ทั้งนี้ จากการจัดอันดับประจำปี 2559 ของไฟแนนเชียล ไทม์ส พบว่า ระดับคุณวุฒิและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของคณาจารย์ประจำอยู่ในระดับสูง โดยอาจารย์กว่า 91% จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านจำนวนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์เมื่อเทียบกับจำนวนคณาจารย์อยู่ในอันดับที่ 86

 

ทางวิทยาลัยใช้ทรัพยากรหลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์และสมจริงในการพัฒนาความเป็นผู้นำทางธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น การทำงานกับบริษัทจริง และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นต้น

 

เพื่อเป็นการผลักดันให้นักศึกษาเริ่มทำธุรกิจเป็นของตนเอง หลักสูตรนี้จึงมีการเรียนการสอนด้านความเป็นผู้ประกอบการด้วย โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการภายใต้หลักสูตรดังกล่าว ได้ให้เงินทุนสนับสนุนโครงการของนักศึกษาไปแล้วกว่า 37 โครงการ คิดเป็นเงินรวมกว่า 11 ล้านหยวน (1.67 ล้านดอลลาร์)

นอกจากนี้ หลักสูตรดังกล่าวยังส่งเสริมให้นักศึกษาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในโลกกว้าง โดยมีโครงการศึกษายังต่างประเทศในระยะสั้น โครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ รวมถึงหลักสูตร 2 ปริญญา ซึ่งในแต่ละปีมีนักศึกษากว่า 300 คนที่ได้รับโอกาสเดินทางไปเรียนในต่างประเทศ

ทั้งนี้ มีสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจแห่งอื่นๆในประเทศจีนที่ได้รับการจัดอันดับด้วยเช่นกัน เช่น มหาวิทยาลัยเหรินหมิน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 43 และมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 47

Pearl River Tower ขึ้นแท่นอาคารสีเขียวมาตรฐาน LEED Platinum แห่งแรกในกว่างโจว พร้อมดึงดูดความสนใจจากบริษัทข้ามชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว,จีน–1 ก.พ.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

 

          Pearl River Tower อาคารอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งตระหง่านเหนือขอบฟ้าของเมืองกว่างโจว ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED-CS Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของ LEED ส่งผลให้อาคารแห่งนี้กลายเป็นพลังดึงดูดเหล่าองค์กรธุรกิจข้ามชาติ

 ทัศนียภาพของอาคาร

ทัศนียภาพของอาคาร

          อาคารสูงระฟ้า 72 ชั้นแห่งนี้เป็นโครงการแรกในเมืองกว่างโจวที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED-CS Platinum โดยปัจจุบันอาคารแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง ABB (จีน), Otis (จีน), Carrier, SGD Asia Pacific, Regus, Ford Motor, HBA Design, Alpine Electronics (จีน), Chugai Pharma, PCM (จีน), Jotun Group, CITIC Securities, Shenyin & Wanguo Securities, CNINSURE Inc., China Railway Oil, China Huaneng, Ping An Group และอีกมากมาย

          LEED หรือ Leadership in Energy & Environmental Design ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council – USGBC) ในปี พ.ศ. 2541 ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นระบบการให้คะแนนอาคารสีเขียวที่กำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการวางแผนโครงการ การออกแบบ การก่อสร้าง การดำเนินการ และการซ่อมบำรุง LEED เป็นมาตรฐานการประเมินที่เป็นระบบและมีอิทธิพลมากที่สุดในการวัดความยั่งยืนของอาคาร

          ด้วยการรับรองมาตรฐานระดับสูงสุดจาก LEED ทำให้ Pearl River Tower กลายเป็นอาคารระฟ้าแห่งแรกของจีนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในประเทศอีกด้วย

          อาคารซึ่งตั้งตะหง่านอย่างโดดเด่นอยู่ใจกลาง Pearl River New City แห่งนี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในแง่ของความคิดริเริ่มในการนำนวัตกรรมต่างๆที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ ซึ่งรวมถึงแนวคิดการออกแบบที่ใช้พลังงานเป็นศูนย์ ด้วยความสูงถึง 309 เมตร บนพื้นที่ 71 ชั้น อาคารแห่งนี้ได้สร้างนิยามใหม่ของความเป็นไปได้ในการออกแบบเพื่อความยั่งยืน โดยการนำเอาเทคโนโลยีล้ำยุคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหลายรูปแบบมาผสมผสานกันกับความก้าวหน้าทางวิศวกรรม อาคารแห่งนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างแนวปฏิบัติด้านสถาปัตยกรรมทางโครงสร้างและวิศวกรรมที่เน้นความยั่งยืน ซึ่งบันดาลให้โครงการอย่าง Pearl River Tower กลายเป็นจริงได้

          องค์ประกอบการออกแบบและวิศวกรรมของอาคารแห่งนี้เป็นไปตามแนวทางเพื่อความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายความร้อนเพดาน แผงโซลาร์เซลล์ ผนังกระจกสองชั้น ระบบระบายอากาศตามความต้องการ และการควบคุมด้วยแสง ซึ่งล้วนถูกนำมาประกอบกันเพื่อทำให้อาคารแห่งนี้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยถึงแม้คุณลักษณะด้านความยั่งยืนเหล่านี้ได้เคยถูกนำไปใช้ตามอาคารสูงระฟ้าหลายแห่งทั่วโลกมาแล้ว แต่ก็เป็นการใช้งานเฉพาะอย่าง ขณะที่ในการออกแบบอาคาร Pearl River Tower นั้นได้มีการนำคุณลักษณะเหล่านี้มาใช้ร่วมกันเป็นครั้งแรก จนได้รับการขนานนามจากวอลล์สตรีท เจอร์นัลว่าเป็น “หนึ่งในอาคารสำนักงานพาณิชย์ที่มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก” และจากบีบีซีว่าเป็น “อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก”

          ด้วยการหลอมรวมกันระหว่างสถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืน โซลูชั่นด้านวิศวกรรม และรูปทรงอาคารอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้อาคาร Pearl River Tower แห่งนี้ เป็นอาคารสูงระฟ้าที่มีความล้ำสมัยที่สุดในโลก

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

          http://www.gd.xinhuanet.com/zt12/zjc/

          ที่มา: Xinhuanet Guangdong Channel

          ลิงค์ข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดีย (MNR) :

          http://asianet.multimediarelease.com.au/bundles/1c30c8c6-941e-495a-9cff-d696c2a8e139

          ชื่อและคำบรรยายภาพ

          ภาพที่ 1

          ชื่อ: ทัศนียภาพของอาคาร Pearl River Tower

          คำบรรยาย: ทัศนียภาพของอาคาร Pearl River Tower

          ภาพที่ 2

          ชื่อ: Pearl River Tower

          คำบรรยาย: กังหันลมผลิตไฟฟ้าของอาคาร Pearl River Tower

          ภาพที่ 3

          ชื่อ: ภาพมุมสูงของศูนย์การประชุมนานาชาติ

          คำบรรยาย: ภาพมุมสูงของศูนย์การประชุมนานาชาติ

          ภาพที่ 4

          ชื่อ: ห้องประชุม

          คำบรรยาย: ภายในห้องประชุม

          ชื่อและคำบรรยายวิดีโอ

          วิดีโอ 1

          ชื่อ: Pearl River Tower

          คำบรรยาย: Pearl River Tower

LEED Platinum Certified Guangzhou Pearl River Tower: a Big Draw to Multinational Enterprises

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

GUANGZHOU, China–1 Feb–Xinhua-AsiaNet/InfoQuest

          The Pearl River Tower, an environmentally-smart building that stands as a landmark within the Guangzhou skyline, has passed LEED-CS platinum certification – the highest LEED rating, thus becoming a big draw to multinational enterprises.

          The 71-storey skyscraper is the first project in Guangzhou that achieves the LEED-CS platinum certification. So far, it has been home to a number of well-known multinational enterprises. They include ABB (China), Otis (China), Carrier, SGD Asia Pacific, Regus, Ford Motor, HBA Design, Alpine Electronics (China), Chugai Pharma, PCM (China), Jotun Group, CITIC Securities, Shenyin & Wanguo Securities, CNINSURE Inc., China Railway Oil, China Huaneng, Ping An Group, etc.

          Developed by the U.S. Green Building Council (USGBC) in 1998, LEED or Leadership in Energy & Environment Design, is internationally recognized as a green building rating system that sets up the benchmark in project planning, design, construction, operation, and maintenance. It is the most systematic and influential assessment standard for measuring building sustainability.

          Having attained the rigorous level of LEED certification, the Pearl River Tower is considered as China’s first true green skyscraper and labeled the greenest building in China.

          Rising at the heart of Pearl River New City, the tower has garnered global attention by virtue of its innovative green initiatives, including the design concept of zero energy consumption. At 309 meters with 71 floors, the tower redefines what is possible in sustainable design by incorporating an array of cutting-edge eco-friendly technologies and engineering advancements. It is the collaboration between structural architecture and sustainable engineering practices that allow a project such as Pearl River Tower to become reality.

          A series of sustainable design and engineering elements, including radiant ceiling cooling system, solar panels, double-glazing curtain wall, demand-based ventilation air, and daylight responsive controls all contribute to the building’s energy efficiency. While many of these sustainable attributes have been incorporated individually into skyscrapers around the world, the Pearl River Tower design represents the first time that they are used collectively, and thus it has been described as “one of the world’s most energy-efficient commercial office towers” by Wall Street Journal and “world’s greenest tower” by BBC.

          The holistic sustainable architecture, engineering solutions and unique building form all come together to make the Pearl River Tower one of the most innovative skyscrapers in the world.

          For more information, please visit:

           http://www.gd.xinhuanet.com/zt12/zjc/

          SOURCE: Xinhuanet Guangdong Channel

          Multimedia News Release (MNR) Link:

            http://asianet.multimediarelease.com.au/bundles/1c30c8c6-941e-495a-9cff-d696c2a8e139

          Image titles and captions to be translated

          Image 1

          Title: General View of Pearl River Tower

          Caption: General View of Pearl River Tower

          Image 2

          Title: Pearl River Tower

          Caption: The wind generator of Pearl River Tower

          Image 3

          Title: Bird’s Eye View of the International Conference Centre

          Caption: Bird’s Eye View of the International Conference Centre

          Image 4

          Title: Conference Room

          Caption: The Inside of the Conference Room

          Video title and caption to be translated

          Video 1

          Title: Pearl River Tower

          Caption: Pearl River Tower

ASTA เปิดตัวระบบลงทะเบียนผู้ป่วยแบบอัตโนมัติที่โรงพยาบาล Pantal Hospital กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์ และ โตเกียว–29 ม.ค.–เกียวโด เจบีเอ็ม-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          บริษัท Almex System Technology Asia Sdn. Bhd. (“ASTA”) และโรงพยาบาล Pantai Hospital ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ (“Pentai KL”) พร้อมกับ บริษัท Almex Inc. (“Almex”) ได้ร่วมกันจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เพื่อเปิดตัวระบบลงทะเบียนผู้ป่วยแบบอัตโนมัติซึ่งจะนำมาใช้ในโรงพยาบาลPantai ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยโรงพยาบาลดังกล่าวเป็นโรงพยาบาลเรือธง ในเครือโรงพยาบาล Pantai

          คุณฮิเดโยริ ฮิระฮาระ กรรมการผู้จัดการบริษัท ASTA คุณโรนัลด์ โคห์ ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท Pantai Holdings คุณอันวาร์ อานิส ซีอีโอของโรงพยาบาล Pantai KL และคุณโชเฮย์ มาบุชิ ประธานบริษัท Almex ได้เข้าร่วมในพิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ซึ่งจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ณ ศูนย์ประสานงานที่โรงพยาบาล Pantai KL

          ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว Almex และ ASTA จะทดลองติดตั้งเครื่องให้บริการอัตโนมัติแก่โรงพยาบาลสาขาย่อยแห่งนี้ในมาเลเซียซึ่ง Almex เป็นเจ้าของ โดยมีจุดประสงค์เพื่อการอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนผู้ป่วยนอกและทำการออกลำดับหมายเลขในการเข้าปรึกษาแพทย์ ซึ่งในการเปิดตัวระบบอัตโนมัติดังกล่าวครั้งนี้ Pentai KLมีความคาดหวังที่จะยกระดับการให้บริการแก่ผู้ป่วย โดยหวังว่าจะเป็นการลดระยะเวลาในการนั่งรอและเป็นการผลักดันประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงานภายในโรงพยาบาล อีกทั้งจะเป็นการช่วยประหยัดเวลาในการทำงานอีกด้วย

          โรงพยาบาล Pentai KL เป็นผู้บุกเบิกในการนำเครื่องให้บริการต้อนรับระบบอัตโนมัติมาใช้งานในมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยี และยกระดับความรู้ด้านโซลูชั่นเพื่อการบริหารงานในโรงพยาบาลของบริษัท ASTA/Almex ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดความเครียดจากการรอคอยของผู้ป่วย อีกทั้งยังเป็นการสร้างประสบการณ์ในการเข้าพบแพทย์ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ป่วยด้วยเช่นกัน

          บริษัท ASTA จัดตั้งขึ้นที่ประเทศมาเลเซียเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 โดยทำหน้าที่เป็นฐานสำหรับการปฏิบัติงานระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัท Almex ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าจากโรงพยาบาล ร้านอาหาร และโรงแรม บริษัท Almex ซึ่งเป็นบริษัทแม่อยู่ที่กรุงโตเกียวนั้น เป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องให้บริการชำระเงินอัตโนมัติ เครื่องรับรองแบบอัตโนมัต และเครื่องจัดแสดงข้อมูล โดย Almex สามารถครองส่วนแบ่งตลาดระบบอัตโนมัติสำหรับโรงพยาบาลได้มากถึง 60% ในญี่ปุ่น

          โรงพยาบาล Pental KL เป็นศูนย์รักษาพยาบาลชั้นนำภายใต้บริษัท Parkway Pantai Limited (PPL) ซึ่งเป็นเครือโรงพยาบาลที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2517  ตั้งอยู่ในอำเภอบังซาร์ซึ่งเป็นย่านที่มีประชากรหนาแน่น โรงพยาบาลแห่งนี้เริ่มต้นจากการให้บริการเตียงผู้ป่วยจำนวน 68 เตียง และมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จำนวน 20 ราย จนมาปัจจุบัน มีเตียงผู้ป่วย 331 เตียง พร้อมกับการให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางอย่างเต็มรูปแบบ และมีศูนย์แห่งความเป็นเลิศ 5 แห่ง พร้อมกับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์อีกกว่า 180 ราย โรงพยาบาล Pantai KL ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ใกล้กับใจกลางเมืองและใกล้กับเมืองแห่งดาวเทียมอย่างเมืองเปตาลิงจายา และเป็นโรงพยาบาลที่มีความเหมาะสมในการทำหน้าที่เป็นศูนย์พยาบาลที่ได้รับความนิยมจากผู้ป่วยทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่กำลังมองหาการให้บริการรักษาพยาบาลระดับดีเยี่ยม

          ASTA: www.almex-sta.com

          Almex: http://www.almex.jp/company/corporate_en.html

          Pantai KL: http://www.pantai.com.my/OurHospitals/PantaiHospitalKualaLumpur.aspx

          ที่มา: ASTA (Almex System Technology Asia Sdn. Bhd.)

                  Almex Inc.

“ยูเรล” แถมวันเดินทางฟรีในยุโรป สูงสุด 5 วัน! สำหรับผู้ซื้อบัตรโดยสารล่วงหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อูเทรคท์, เนเธอร์แลนด์–1 ก.พ.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– ซื้อวันนี้ เริ่มเดินทางได้ภายใน 11 เดือน พร้อมรับโปรโมชันเพิ่มวันเดินทางพิเศษจากยูเรล

ยูเรล มอบวันเดินทางฟรีให้แก่นักท่องเที่ยวที่วางแผนการเดินทางล่วงหน้า ลูกค้าที่ซื้อบัตรยูเรล พาส ทุกประเภทตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 2559 จะได้รับวันเดินทางเพิ่ม 1-5 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ในยุโรปมากขึ้นในราคาที่ถูกลง

 Eurail Logo / Eurail Logo (PRNewsFoto/Eurail)

Eurail Logo (PRNewsFoto/Eurail)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150803/254117LOGO)

ด้วยการขยายระยะเวลาการจองบัตรยูเรล พาสล่วงหน้า จาก 6 เดือน เป็น 11 เดือน ลูกค้าจะได้รับข้อเสนออันน่าดึงดูดใจตั้งแต่ตอนนี้ แต่สามารถเดินทางโดยสารรถไฟในยุโรปตามแผนการเดินทางของตนได้ในภายหลัง

การขยายเวลาจองบัตรโดยสารเป็น 11 เดือนยังจะช่วยให้ลูกค้าได้ประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักในยุโรป ซึ่งมักจะมีราคาถูกกว่าเมื่อจองล่วงหน้า” ซิลเวีย เกอร์แลค ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดของยูเรล กรุ๊ป กล่าว ทั้งนี้ เมื่อใช้โปรโมชันแถมวันเดินทาง คู่กับทางเลือกสุดประหยัดอื่นๆของยูเรล เช่น สิทธิพิเศษเด็กเดินทางฟรี ก็จะช่วยให้ลูกค้าเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปได้อย่างสบายกระเป๋ามากยิ่งขึ้น

เราพยายามกระตุ้นให้ลูกค้าเดินทางเพื่อสำรวจยุโรปอย่างทั่วถึง โดยเมืองที่มีชื่อเสียง เช่น เบอร์ลิน และ มาดริด ต่างได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าของเรา แต่สิทธิพิเศษที่เรามอบให้จะทำให้ลูกค้ามีเวลาเดินทางไปยังเมืองเล็กๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อค้นพบเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ในยุโรป ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากจุดท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไป” เกอร์แลค กล่าวเสริม

นักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรยูเรล โกลบอล พาส, ยูเรล ซีเล็คท์ พาส หรือ ยูเรล วัน คันทรี่ พาส พร้อมรับวันเดินทางเพิ่มก่อนวันที่ 30 เมษายน 2559 จะสามารถเริ่มเดินทางในยุโรปได้ภายในเวลาสูงสุด 11 เดือน หลังจากวันที่ซื้อบัตร โดยบัตรยูเรล โกลบอล พาส จะแถมวันเดินทางสูงสุด 5 วัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาวันหมดอายุเดิมของบัตร ส่วนบัตรยูเรล ซีเล็คท์ และยูเรล วัน คันทรี พาส ทุกประเภท (ยกเว้นบัตรยูเรล กรีก ไอส์แลนด์ วัน คันทรี พาส) จะมอบวันเดินทางฟรี 1 วัน

บัตรยูเรล โกลบอล พาส สามารถใช้ได้ใน 28 ประเทศทั่วยุโรป และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถปรับแผนการเดินทางของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น ขณะที่บัตรยูเรล ซีเล็คท์ และยูเรล วัน คันทรี พาส นำเสนอสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและความหลากหลายของประเทศที่เข้าร่วมโปรแกรมกับยูเรลได้ตั้งแต่ 1-4 ประเทศ

บัตรโดยสารยูเรล พาส วางจำหน่ายผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.eurailgroup.org/eurail-vendors

เว็บไซต์และคลังภาพของยูเรล กรุ๊ป: http://www.eurailgroup.org

ทั้งนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับภาษาอังกฤษจัดทำโดยยูเรล และภาษาต่างประเทศโดยบุคคลที่สาม

ที่มา: ยูเรล กรุ๊ป จี.ไอ.อี.

หัวเว่ย เปิดตัวสมาร์ทโฟน Huawei Mate 8 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหนือกว่าทั้งในแง่พละกำลังและประสิทธิภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–1 ก.พ.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก: เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง 2 รุ่น รองรับความต้องการของนักธุรกิจและคนรุ่นใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

หัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสิเนส กรุ๊ป (Huawei Consumer Business Group) เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Huawei Mate 8 และ Huawei GR5 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับพิธีเปิดตัวนั้นได้จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 500 ราย จากตลาดในประเทศต่างๆ 11 ตลาด เช่นเดียวกับบรรดาแบรนด์แอมบาสเดอร์ของหัวเว่ย ไม่ว่าจะเป็น Wutt Hmone Shwe Yi ดาราภาพยนตร์ชื่อดังของเมียนมาร์ รวมถึงนักแสดงชื่อดังของไทยอย่างอาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ และอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ซึ่งต่างได้รับคำเชิญเพื่อสัมผัสกับเทคโนโลยีสุดล้ำในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของหัวเว่ย

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160128/8521600581

หัวเว่ยขยายกิจการในตลาดโลก จนติดอันดับแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำ 3 รายแรกของโลก 

มร.โทมัส หลิว ประธานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “ปี 2558 ที่ผ่านมานั้นเป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากเป็นประวัติการณ์ของหัวเว่ย โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบรายปี ส่งผลให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตแข็งแกร่ง เราสามารถทำรายได้สูงกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2558 ด้วยยอดขายสมาร์ทโฟน 108 ล้านเครื่องทั่วโลก ปัจจุบัน เราได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก”

หลังจากที่ธุรกิจทั่วโลกมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยจึงเดินหน้าผนวกรวมรายการผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ทุกรายการเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตลาดแต่ละประเภท และเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มต่างๆ หัวเว่ยจึงได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Huawei Mate 8 ซึ่งนับเป็นมาตรฐานใหม่ของความเป็นเลิศด้านสมรรถนะการทำงานและอายุแบตเตอรี ที่นำเสนอแนวคิด “ธุรกิจแนวใหม่” สำหรับกลุ่มนักธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆอยู่ตลอดเวลา ส่วนสมาร์ทโฟนอีกรุ่นได้แก่ Huawei GR5 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล G ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบุตัวตนด้วยลายนิ้วมืออัจฉริยะ กล้องถ่ายรูปคุณภาพสูง และจอภาพอันล้ำสมัยที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่

Huawei Mate 8: รังสรรค์อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการทำงาน

ด้วยฮาร์ดแวร์อันทันสมัย Mate 8 จึงเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ชิปเช็ต Kirin 950 โดยมีกำลังบูส CPU เหนือกว่า 100% สมรรถนะการทำงานของ GPU เหนือกว่า125% อีกทั้งช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับ Kirin 925 สถาปัตยกรรมในตัวเครื่องนี้นำเสนอจุดสมดุลระหว่างการประหยัดพลังงานกับการใช้งานสมรรถนะสูง ผ่านหน่วยประมวลผล 4 x A72 2.3 GHz และ 4 x A53 1.8 GHz

Mate 8 มาพร้อมกับแบตเตอรีความหนาแน่นสูง 4000mAh จึงสามารถส่งมอบประสิทธิภาพในการใช้พลังงานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยสามารถเปิดเครื่องทิ้งไว้ได้นานถึงสองวันสำหรับการใช้งานตามปกติ และด้วยเทคโนโลยีชาร์จที่รวดเร็ว Mate 8 จึงสามารถชาร์จแบตเพื่อเปิดทิ้งไว้ทั้งวันได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที ซึ่งเร็วกว่า Apple iPhone 6s Plus ถึง 105% แท้จริงแล้ว ผู้ใช้งานสามารถใช้สมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องชาร์จแบตได้นานถึง 2.36 วันเมื่อใช้งานตามปกติ และนานถึง1.65 วันเมื่อมีการใช้งานหนักหน่วง นอกจากนี้ Mate 8 ยังประกอบไปด้วยกลไกความร้อนหกชั้นสุดล้ำสมัย ซึ่งกระจายความร้อนได้มากกว่า ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถจับตัวเครื่องได้สะดวกมือยิ่งขึ้น และกินแบตเตอรีลดลง

สมบูรณ์แบบด้วยดีไซน์ที่งดงาม

Mate 8 ออกแบบอย่างประณีตและงดงาม ซึ่งเน้นให้จอภาพความคมชัดสูงขนาด 6 นิ้วนั้นสะดุดตายิ่งขึ้น ด้วยอัตราส่วนหน้าจอถึงตัวเครื่องที่ 83% สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้จึงมีรูปลักษณ์ทันสมัยและมีขนาดกะทัดรัด ขณะที่ยังคงมีจอภาพขนาดใหญ่เพื่อความเพลิดเพลินในการใช้งาน ส่วนกระจกตัดด้วยเพชรรูปโค้งแบบ 2.5D นั้นก็มีการผนวกรวมอย่างลงตัวกับอะลูมินัมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอากาศยาน ทั้งหมดนี้ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ผสานความงดงามและการใช้งานจริงได้อย่างเหนือชั้น

ฟีเจอร์สุดล้ำ เพื่อมอบความสมบูรณ์แบบในทุกการใช้งาน

Huawei Mate 8 มาพร้อมกับระบบตรวจสอบลายนิ้วมือรุ่นใหม่ ซึ่งได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันภัย เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือรูปวงกลมนี้ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการระบุตัวตนได้ถึง 10% นอกจากนี้ ยังมีระบบรักษาความปลอดภัย 3 ระดับในการตรวจสอบเส้นนูนบนลายนิ้วมือ ซึ่งมอบความปลอดภัยที่เหนือกว่าให้กับผู้ใช้งาน ขณะที่การออกแบบเซ็นเซอร์ใหม่ก็ช่วยเร่งความเร็วในการปลดล็อคเครื่องได้ถึง 100%

Huawei Mate 8 ทำงานบนระบบ EMUI 4.0 ของหัวเว่ยที่ต่อยอดมาจาก Android Marshmallow 6.0 ซึ่งได้มีการปรับแต่งและพัฒนาระบบเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้กว่าร้อยรายการ รวมถึงฟังก์ชั่นการจัดเรียงข้อมูลใหม่ (defragmentation) อัตโนมัติแบบบิวท์อิน ซึ่งคอยทำหน้าที่ปรับสมรรถนะการทำงานของระบบ

Mate 8 รองรับการเชื่อมต่อทั่วโลกและยังรองรับย่ายความถี่ได้มากกว่าโทรศัพท์ซิมคู่รุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความถี่ 2G 4 แถบ, 3G 9 แถบ, และ 4G 18 แถบใน 217ประเทศและดินแดนตามสถานที่ติดตั้งของผู้ให้บริการทั้งสิ้น 1,334 จุด ส่งผลให้ Mate 8 เป็นสมาร์ทโฟนที่คู่ควรกับเหล่านักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปทั่วโลก

Huawei GR5:  สมาร์ทโฟนน้องใหม่เอาใจวัยรุ่น

Huawei GR5 มาพร้อมกับระบบตรวจสอบลายนิ้วมือเวอร์ชั่นที่สองอันล้ำสมัย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเครื่องได้ทันที และยังสามารถควบคุมการทำงานขั้นสูงได้อย่างรวดเร็วกว่า ชาญฉลาดกว่า และปลอดภัยกว่าที่เคย โดยระบบตรวจสอบลายนิ้วมือแบบ 360 องศานี้ สามารถระบุลายนิ้วมือได้ไม่ว่าจะเปียกหรือแห้งหรือในมุมใดๆก็ตาม ทำให้ Huawei GR5 ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายทุกที่ทุกเวลา

เทคโนโลยีตรวจสอบลายนิ้วมืออันล้ำสมัยส่งผลให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้สามารถปลดล็อคเครื่องได้ภายในเวลาเพียง 0.5 วินาที ซึ่งนอกเหนือจากการเปิดหน้าจอ รับโทรศัพท์ หรือปิดเสียงนาฬิกาปลุกแล้ว ก็ยังสามารถใช้งานกล้องได้ทันที เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพได้อย่างทันใจ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบการแจ้งเตือนได้ด้วยการสไลด์นิ้วลงบนแป้นตรวจลายนิ้วมือ หรือแตะสองครั้งเพื่อลบการแจ้งเตือน โดยที่ผู้ใช้สามารถแยกแยะว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควรให้ความสนใจ

Huawei GR5 ประกอบไปด้วยกล้องหลังความละเอียด 13MP พร้อมรูรับแสง F2.0 และเซ็นเซอร์ stacked CMOS เช่นเดียวกับฟังก์ชั่นไมโครชอต 7cm และกล้องหน้าความละเอียด 5MP โดยกล้องถ่ายภาพที่มีฟังก์ชั่นเต็มรูปแบบนี้ มีทั้งโหมดถ่ายเซลฟี่ด้วยตัวเลือกแต่งความงามบนใบหน้า 10 รายการ โหมดถ่ายภาพแบบสโลว์โมชั่น และไทม์แล็ปส์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ถ่ายรูปและแชร์เรื่องราวการผจญภัยของตนได้ทันที นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ยังตอบโจทย์วัยรุ่นที่ทันกระแสด้วยโหมดถ่ายภาพอาหารน่าหม่ำซึ่งทำให้สามารถถ่ายภาพอาหารจานใหม่ที่เพิ่งค้นพบได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องตามใส่ฟิลเตอร์ซ้อนกันเป็นตับให้ยุ่งยาก

Huawei GR5 มาพร้อมกับหน้าจอความคมชัดสูงระดับ Super Visual ขนาด 5.5 นิ้ว โดยสามารถดูคอนเทนต์บนหน้าจอกับคนรอบข้างและเล่นอินเทอร์เน็ตได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น และยังทำให้ภาพและวิดีโอแสดงผลอย่างสมบูรณ์แบบเสมือนจริง

หัวเว่ยเล็งเห็นว่า ผู้ใช้งานต้องการสมาร์ทโฟนที่ตอบสนองได้ตลอดระยะเวลาการผจญภัย โดยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 616 นั้นนำเสนอการประมวลผลที่เหนือชั้น เพื่อให้ตัวเครื่องทำงานได้รวดเร็วทันใจผู้ใช้ ขณะที่แบตเตอรีขนาด 3000mAh ส่งผลให้สามารถใช้งานได้นาน 24 ชั่วโมงเมื่อใช้งานหนัก และนานถึง 3 วันเต็มหากใช้งานน้อย ส่วนชาร์จเจอร์ที่รองรับไฟฟ้า 2A ช่วยร่นระยะเวลาชาร์จแบตได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องรอชาร์จมือถือก่อนเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป

Huawei Mate 8 และ Huawei GR5 จะวางจำหน่ายใน 10 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ ไทย เวียดนาม เมียนมาร์ ฮ่องกง ไต้หวัน ลาว กัมพูชา ศรีลังกา เนปาล และบังคลาเทศ

สำหร้บข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ http://consumer.huawei.com

เกี่ยวกับ หัวเว่ย คอนซูเมอร์ บีจี 

หัวเว่ยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการในกว่า 170 ประเทศ รองรับความต้องการของประชากรกว่าหนึ่งในสามของประชากรโลก และมียอดขนส่งโทรศัพท์มือถือมากเป็นอันดับสามของโลกในปี 2558 หัวเว่ยยังได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา 16 แห่งในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี สวีเดน รัสเซีย อินเดีย และจีน หัวเว่ยดำเนินธุรกิจ 3 กลุ่ม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหัวเว่ย คอนซูเมอร์ บีจี ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมาย ได้แก่ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์บรอดแบรนด์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ภายในบ้าน และบริการคลาวด์ หัวเว่ยดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่ายทั่วโลกด้วยความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมากว่า 20 ปี ในวงการโทรคมนาคม และมีความมุ่งมั่นเพื่อมอบความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้กับผู้คนทั่วโลก

สำหร้บข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่: http://consumer.huawei.com/

รูปภาพ: http://photos.prnasia.com/prnh/20160128/8521600581

งานแสดงระบบแสงและเสียงที่ใหญ่ที่สุดของจีน Prolight + Sound Guangzhou เตรียมเปิดฉาก 29 ก.พ.- 3 มี.ค. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง– 27 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

มหกรรม Prolight + Sound Guangzhou ซึ่งเป็นงานจัดแสดงระบบแสงและเสียงงานแรกของปี จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2559 ในพื้นที่จัดแสดง Area A ณ ศูนย์แสดงสินค้า China Import & Export Fair Complex ในเมืองกว่างโจว

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160122/8521600476

ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรม งานแสดง Prolight+Sound Guangzhou ได้เป็นหนึ่งแรงผลักดันในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเสียงและแสงไฟระดับมืออาชีพของจีนมาตลอด 14 ปี ผ่านการผสมผสานทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ จนปัจจุบัน งานนี้ได้กลายมาเป็นเวทีการค้าระหว่างประเทศ ที่นำเสนอโอกาสทางธุรกิจอันหลากหลายและดีกว่าให้แก่ภาคอุตสาหกรรม

งาน Prolight + Sound Guangzhou ปีนี้ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยจำนวนผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 1,230 ราย จาก 25 ประเทศและภูมิภาค กระจายไปทั่วพื้นที่จัดแสดง 130,000 ตารางเมตร สำหรับแบรนด์ที่เข้าร่วมงานประกอบด้วย Adam Hall, ACE, ACME, AD System, ADJ, Alcon, ALESIS, APG, ArphoniA, beyerdynamic, Beta Three, BMB, BOSE, C-MARK, Celestion, clearvoice systems, D.A.S, d&b audiotechnik, dbTechnologies, DiGiCo, EM Acoustic, EWI, FBT, Fidek, GTD, Harman International, HK Audio, Hi-LTTE, HiVi, Inspired Audio, K-array, Kling & Freitag, KVANT, L-Acoustics, Laser world, LTS, Maquinas Iberica, NEXO, partyhouse, Pioneer, QSC, SAE, SE audiotechnik, Sennheiser, Soundking, SHURE, TASSO, Taiden, T.D Taichee, TJ Media, Turbosound, TW AuDio, Verity, YAMAHA และ ZSOUND

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความคึกคักของงาน จึงได้มีการจัดโซนผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับระบบการประชุม การพูดในที่สาธารณะ หูฟัง ไมโครโฟน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่นเดียวกับโถงจัดแสดงเครื่องเสียงแบรนด์ดังซึ่งถือเป็นสัญลักษณะของงานอย่าง Audio Brand Name Hall เพื่อเปิดเวทีธุรกิจอันทรงประสิทธิภาพสำหรับทั้งผู้จัดแสดงและผู้เยี่ยมชมงาน

นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้าถึงอุตสาหกรรมได้อย่างครบถ้วนและรอบด้าน ภายในงานยังจะมีการนำเสนอโปรแกรมให้ความรู้และอินเตอร์แอคทีฟ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้ำยุคด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม ผู้เข้าชมงานสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการสาธิตแบบสดๆ เช่นการจัดแสดง Vision X Network และ Outdoor Line Array เพื่อสัมผัสประสบการณ์นวัตกรรมเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด งานนี้ได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมต่างๆ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึง The German Entertainment Technology Association (VPLT), Japan Electronics Show Association และ Taiwan Association of Theatre Technology

งาน Prolight + Sound Guangzhou จัดขึ้นโดย Messe Frankfurt และบริษัท Guangdong International Science and Technology Exhibition Company (STE) ในฐานะที่เป็นเวทีธุรกิจสำคัญประจำเมืองกว่างโจว ซึ่งเป็นฐานการผลิตระบบแสงและเสียงระดับมืออาชีพของจีน งานซึ่งเกิดจากการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Messe Frankfurt และ STE งานนี้ จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมด้วยการนำเสนอโอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับงานจัดแสดงได้ที่ http://www.prolightsound-guangzhou.com/ หรือทางอีเมล mailto:plsgz@hongkong.messefrankfurt.com

Telly Cheuk 
+852-2238-9956
telly.cheuk@hongkong.messefrankfurt.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160122/8521600476