ประเทศไทยเสี่ยงพายุฝน-ลมแรง หลีกเลี่ยงอยู่ที่โล่งแจ้ง-ใต้ต้นไม่ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260756

วันศุกร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.21 น.

17 มี.ค. 60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฤดูร้อนไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทย มีอากาศร้อน ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนได้เคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนบนแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 17-18 มีนาคม 2560 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นกับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่
.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(17 มี.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 16-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ หนองบัวลำภู และบึงกาฬ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

น้ำขอดโอ่ง!บุรีรัมย์แล้งหนัก”บ่อบาดาล-แหล่งผลิตประปา”ตื้นเขิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260629

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.32 น.

วันที่16 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหน้าร้อนนี้สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มขยายวงกว้าง ล่าสุดองค์การบริหารส่วนตำบลสนวน  อำเภอห้วยราช   จังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำรถบรรทุกน้ำสะอาดออกแจกจ่ายช่วยเหลือราษฎรบ้านพลวงน้อย  ม.8 ตำบลสนวน หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชนว่าราษฎรในหมู่บ้านทั้ง 131 หลังคาเรือน ประชากรกว่า 500 คน กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากสระกลางหมู่บ้านที่ใช้ผลิตประปานั้น มีสภาพตื้นเขินน้ำระเหยลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับบ่อบาดาลที่ขุดเจาะไว้สำรองก็ไหลไม่ทัน เนื่องจากสภาพความแห้งแล้ง
นอกจากนี้ทาง อบต.ยังได้หมุนเวียนบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้กับราษฎรอีก 11 หมู่บ้าน ที่ประสบปัญหาเดือดร้อนไม่มีน้ำอุปโภคบริโภคด้วย โดยเฉลี่ยต้องบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายวันละ 4 เที่ยวๆ ละ 6,000 ลิตร รวมปริมาณน้ำที่ต้องนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือราษฎรวันละ 24,000 ลิตร ซึ่งแต่ละวันก็จะมีทั้งเด็ก  ผู้ใหญ่  และผู้สูงอายุ นำภาชนะใส่รถเข็นมาเข้าคิวรถรับน้ำจำนวนมาก   ทั้งนี้ทาง อบต.ยังได้นำน้ำไปเติมใส่โอ่งตามบ้านเรือนของราษฎร เพื่อสำรองไว้บริโภคช่วงหน้าแล้งด้วย
นายฉลอง กอยรัมย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านพลวงน้อย ม.8 กล่าวว่า ชาวบ้านได้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมแล้ว เนื่องจากน้ำฝนที่เก็บไว้ในโอ่งเหือดแห้ง ขณะที่น้ำในสระกลางหมู่บ้านและบ่อบาดาลก็ไหลไม่ทัน เนื่องจากสภาพความแห้งแล้ง จึงได้ทำเรื่องขอสนับสนุนน้ำจากทาง อบต.สนวน เพื่อนำน้ำมาแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรในหมู่บ้าน อีกทั้งยังได้หมุนเวียนไปแจกจ่ายน้ำให้กับราษฎรอีก 11 หมู่บ้านด้วย

 

ภาคเหนือหมอกควันเกินมาตรฐาน ‘ปภ.’เร่งเฝ้าระวังไฟป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260626

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.08 น.

วันที่ 16 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3 จังหวัดภาคเหนือ ลำปาง แม่ฮ่องสอน และตาก ในช่วงนี้มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งทาง ปภ. ได้ประสาน 9 จังหวัดภาคเหนือเพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเข้มข้น โดยใช้กลไก “ประชารัฐ” พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ เพื่อติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมคุมเข้มไม่ให้มีการเผาป่าในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการจัดทำข้อตกลงของชุมชนประกาศเขตห้ามเผาเป็นระยะเวลา 60 วัน ตามสภาพความเสี่ยงภัยของพื้นที่ รวมถึงระดมวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ เพื่อลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์หมอกควันมิให้วิกฤตมากขึ้น
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ พบว่า พื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา และตาก มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10)  เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 68 – 153 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 61 – 130 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมี 3 จังหวัด ที่มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพ ได้แก่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน และตาก โดยลำปาง ในพื้นที่ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ มีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานและอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า 108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่า 130 แม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า 153 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่า 115 ตาก ในพื้นที่ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า 136 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่า 107
อย่างไรก็ตามยังมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายหมู่บ้าน รถกระจายเสียง วิทยุ และโทรทัศน์ชุมชนถึงผลกระทบจากปัญหาไฟป่าหมอกควัน ตลอดจนแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและให้คำแนะนำการปฏิบัติตนในช่วงเกิดสถานการณ์หมอกควัน ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป

ไทยตอนบนเสี่ยงพายุฝน-ลมแรง ภาคเหนืออากาศร้อนจัดบางพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260586

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.

16 มี.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ประกอบกับช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เกิดพายุฤดูร้อนเพิ่มมากขึ้นกับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 มี.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย
พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม และ นครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุตุฯประกาศ’พายุฤดูร้อน’ฉบับที่7 พายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260418

วันพุธ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.19 น.

15 มี.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 7 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 15 – 19 มี.ค.60 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก และพิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนตกหนัก บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร และนครพนม ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด และภาคกลาง บริเวณจังหวัดลพบุรี และสระบุรี แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 15 – 19 มี.ค.60 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16 – 19 มี.ค.60 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

 

ไทยตอนบนอากาศร้อนจัด!! พายุฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260416

วันพุธ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.09 น.

15 มี.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกจะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นหลายพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวจะยังคงมีพายุฝนฟ้าคะนองได้หลายพื้นที่

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้จนถึงวันที่ 19 มี.ค.60 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ประกอบกับในช่วงวันที่ 16 – 19 มี.ค.60 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อนโดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้หลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก และพิจิตร อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรีและสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุตุฯเตือนพายุฤดูร้อนฉบับ5 ไทยตอนบนรับมือฝนฟ้าคะนอง14-19มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260350

วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 17.33 น.

14 มี.ค.60 เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา โดยนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ” ฉบับที่ 5 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้

ในช่วงวันที่ 14-15 มีนาคม 2560 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด

ในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศลาวและประเทศเวียดนามแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

 

ร้อนตับแลบ40องศา!7วันนี้3ภาคอุณหภูมิพุ่ง/ระวัง“ฝน-ลม-ลูกเห็บ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260299

วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.52 น.

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ช่วง 7 วันนี้ 3 ภาคของไทยอากาศร้อน อุณหภูมิพุ่งถึง 40 องศา ระวัง “พายุฝนฟ้า-ลม-ลูกเห็บ”

14 มี.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 14-20 มี.ค.นี้ ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-15 มี.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ส่วนในช่วงวันที่ 16-20 มี.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง
ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 16-20 มี.ค. ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 14-19 มี.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-20 มี.ค. จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง

# ภาคเหนือ วันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างและด้านตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม. /ชม.

# ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่กับมีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

# ภาคกลาง วันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

# ภาคตะวันออก วันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

# ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) วันที่ 14-16 มี.ค. มีเมฆบางส่วน ส่วนวันที่ 17-20 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

# ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) วันที่ 14-17 มี.ค. มีเมฆบางส่วน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนวันที่ 18-20 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

# กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 14-15 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 16-20 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

ฉบับที่4!กรมอุตุฯประกาศเตือนหลาย จว.ระวัง“พายุฝน-ลูกเห็บ”ถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260273

วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 12.00 น.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา โดยนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 4 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้

# ในช่วงวันที่ 14-15 มีนาคม 2560 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด

# ในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และจะคาดว่าแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

 

กรมอุตุฯเตือน14-19มี.ค.นี้ เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน-ลูกเห็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260264

วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 10.50 น.

14 มี.ค. 60 เวลา 8.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้

ในช่วงวันที่ 14-15 มีนาคม 2560 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง แล้วอากาศจะคลายความร้อนลง

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศจีนตอนใต้และประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 14-19 มีนาคม 2560 ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น