สกู๊ปพิเศษ : เกษตรราชบุรี เปิดงานวันรณรงค์ควบคุมศัตรูอ้อย โชว์เทคโนโลยีกำจัดอย่างถูกวิธี ลดต้นทุน สร้างความมั่นคงในอาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263807

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อ้อยพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดภาวะภัยแล้งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ไม่เพียงแค่กระทบต่อการเพาะปลูกของเกษตรกรเท่านั้น สิ่งสำคัญอีกประการคือการระบาดของแมลงศัตรูอ้อยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อรายได้และอาชีพของเกษตรกร

นายพินิจ เจริญเร็ว เกษตรจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า จังหวัดราชบุรีมีพื้นที่ปลูกอ้อยประมาณ 185,252 ไร่ ปริมาณอ้อยส่งเข้าหีบอยู่ที่ 1,486,802 ตัน แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาภัยแล้งได้ส่งผลกระทบต่อการปลูกอ้อยของเกษตรกรในพื้นที่มิหนำซ้ำยังพบการแพร่ระบาดของศัตรูอ้อย โดยเฉพาะตั๊กแตนไฮโรไกลฟัส (ตั๊กแตนข้าว) สร้างความเสียหายต่อผลผลิตอ้อยอย่างมากในเขตอำเภอจอมบึง เนื่องจากตั๊กแตนไฮโรไกลฟัส ได้กัดกินใบจนได้รับความเสียหายกว่า 2,300 ไร่ และยังมีการระบาดของหนอนกอและด้วงหนวดยาว ที่กัดกินยอดอ้อยและลำต้นอ้อย ทำให้อ้อยไม่สามารถเจริญเติบโตและตายในที่สุด คิดเป็นพื้นที่มากถึง 5,000 ไร่ มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบนี้มากกว่า 200 ราย

สถานการณ์การระบาดของศัตรูอ้อยในเขตอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผลผลิตอ้อยลดลง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อวงการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นอย่างมากเนื่องจากเขตอำเภอจอมบึงนับเป็นแหล่งปลูกอ้อยที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ เพราะมีพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกอ้อย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้กำหนดมาตรการในการป้องกันและกำจัดด้วงหนวดยาวและตั๊กแตนไฮโรไกลฟัส หรือตั๊กแตกข้าว รวมถึงหาแนวทางการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการประกอบอาชีพทำไร่อ้อย ทั้งนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้บูรณาการ ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูอ้อย ไม่ให้ขยายวงออกไปสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรในพื้นที่ข้างเคียง

การจัดงานวันรณรงค์ควบคุมศัตรูอ้อยปี 2560 ที่จัดขึ้นโดยศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี ณ พื้นที่แปลงเกษตรกรบริเวณใกล้วัดเขาผึ้ง หมู่ที่ 7 ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เป็นมาตรการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการระบาดของศัตรูอ้อย โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยรวมถึงเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาเรียนรู้ถึงชนิดของศัตรูอ้อยและวิธีการป้องกันกำจัดอย่างถูกวิธี เมื่อเกษตรกรนำไปปฏิบัติก็จะลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น และยังสร้างความมั่นใจการประกอบอาชีพนี้ต่อไปได้

ด้าน นายสมคิด เฉลิมเกียรติผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การจัดงานวันรณรงค์ควบคุมศัตรูอ้อยในครั้งนี้ ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ตามนโยบายของรัฐบาล โดยส่งเสริมให้เกษตรกรได้เรียนรู้ตั้งแต่พันธุ์อ้อย โรคและแมลงศัตรูอ้อยที่สำคัญและวิธีป้องกันกำจัดที่ถูกวิธี อีกทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรควบคุมศัตรูอ้อยแบบผสมผสาน ด้วยการหันมาใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตและเพื่ออนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ นอกจากนี้ ยังมีจุดเรียนรู้ด้านการแปรรูปด้วงหนวดยาวและการใช้เครื่องมือป้องกันและกำจัดศัตรูพืช สำหรับไฮไลท์ของงานที่ได้รับความสนใจไม่แพ้เรื่ององค์ความรู้และเทคโนโลยี คือการเผาหุ่นด้วงหนวดยาว ซึ่งถือเป็นการประกาศว่าเราจะร่วมมือกันทำลายศัตรูอ้อยตัวร้ายก่อนที่จะมาทำลายผลผลิตของเกษตรกร

พร้อมกันนี้ได้เปิดเวทีเสวนาเรื่องสถานการณ์การผลิตอ้อยน้ำตาลปี 60/61 โดยมีนักวิชาการเกษตรจากศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร ด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนจากสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 นักวิชาการจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเขต 1 จังหวัดกาญจนบุรี และตัวแทนเกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดราชบุรี ซึ่งเกษตรกรที่มาร่วมงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ได้รับความรู้นำกลับไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง ที่สำคัญคือได้ทราบทิศทางความต้องการของตลาดเพื่อนำไปวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดความรู้หรือออกมาตรการแก้ไขปัญหาอะไรก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญที่สุดคือตัวเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะต้องใส่ใจหมั่นสำรวจแปลงอ้อยของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบศัตรูอ้อยไม่ว่าชนิดใดก็ตาม ควรรีบป้องกันและกำจัด หรือแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่อยู่ใกล้บ้านทันที เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งต่อตนเองและเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง

Leave a comment