Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: August 2021

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชาวบ้านร้องตรวจสอบรุกที่ป่าสาธารณะ ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่กว่า 400 ไร่ อีกฝ่ายโต้มี สปก. #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597352

ชาวบ้านร้องตรวจสอบรุกที่ป่าสาธารณะ ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่กว่า 400 ไร่ อีกฝ่ายโต้มี สปก.

ชาวบ้านร้องตรวจสอบรุกที่ป่าสาธารณะ ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่กว่า 400 ไร่ อีกฝ่ายโต้มี สปก.

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.52 น.

ตัวแทนชาวบ้านเสริมสุข ต.สะแกโพรง  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์ ร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งตรวจสอบเอาผิดคนจากนอกพื้นที่  ลักลอบเข้าไปแผ้วถาง ตัดโค่นต้นใหญ่ รุกที่ป่าสาธารณะโคกทม ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  หวังฮุบเป็นของตัวเองมากกว่า 400 ไร่  อีกฝ่ายโต้มี สปก.ทำกินถูกต้องท้าตรวจสอบ  ขณะ อบต.รุดตรวจสอบ เบื้องต้นพบบางส่วนรุกป่าจริง เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายเตรียมประสาน สปก.ตรวจแนวเขต

24 ส.ค.64 ตัวแทนชาวบ้านบ้านเสริมสุข หมู่  20 ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีราษฎรจากนอกพื้นที่ทั้งใน ต.ลุมปุ๊ก อ.เมือง และ ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ ลักลอบเข้าไปแผ้วถางตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ และใช้เครื่องจักรไถปรับพื้นที่บริเวณป่าสาธารณะประโยชน์โคกทม บ้านเสริมสุข ต.สะแกโพรง เพื่อปลูกมันสำปะหลัง หวังถือครองเป็นของตัวเอง ทั้งที่ที่ป่าสาธารณะดังกล่าวชาวบ้านจะใช้ประโยชน์ร่วมกันในการนำวัว ควายมาปล่อยเลี้ยงตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว   แต่พอถูกราษฎรจากนอกพื้นที่เข้ามาบุกรุกครอบครองทำกินอ้างสิทธิ์เป็นของตัวเองอย่างต่อเนื่องไปแล้วมากกว่า 400 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 900 ไร่ ที่ผ่านมา เคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงานทั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ สภาตำบล จนเวลาผ่านไปกว่า 10 ปีแล้วเรื่องก็ยังเงียบไม่มีการดำเนินการใดๆ จนทำให้มีผู้เข้ามาบุกรุกแผ้วถาง  ตัดโค่นต้นไม้เข้าไปทำกินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวความผิด ซึ่งหากปล่อยไว้แบบนี้ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการ เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงไม่หลงเหลือสภาพป่า

นายสวง วงสุวรรณ์ ตัวแทนชาวบ้านเสริมสุข บอกว่า เดิมป่าสาธารณประโยชน์โคกทมดังกล่าวมีสภาพอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านก็จะนำวัว ควายมาผูกเลี้ยงในป่าโดยเฉพาะช่วงทำนาจะไม่มีนำสัตว์ไปเลี้ยง แต่พอมีชาวบ้านจากนอกพื้นที่ลักลอบเข้ามาแผ้วถางป่า ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่ ปรับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังแสดงความเป็นเจ้าของ ชาวบ้านในพื้นที่นำวัว ควายมา เลี้ยงก็ถูกขับไล่ที่ผ่านมา ทั้งผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่เคยทำเรื่องร้องเรียนไปหลายหน่วยงานให้เข้ามาตรวจสอบและยับยั้งการบุกรุกป่าดังกล่าวจนจะถูกบุกรุกจนหมด แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบเอาผิดอย่างจริงจัง แค่มาดูแล้วก็หายเงียบไป เชื่อว่าหากปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่นานก็คงจะถูกบุกรุกครอบครองจนหมด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการเอาผิดกับผู้บุกรุกด้วย เพื่อที่ผืนป่าดังกล่าวจะได้กลับมาเป็นของส่วนรวมอีกครั้ง

นางสุกานดา ราษฎรจาก ต.บ้านยาง อ.ลำปายมาศ ที่ทำกินอยู่ในพื้นที่ที่ถูกร้องเรียน ก็ยืนยันว่า ตนและชาวบ้านอีกประมาณ 9 ราย  ได้รับการจัดสรรที่ทำกินจากรัฐ  โดยมีการออกเอกสารสิทธิ์ สปก.ให้ทำกินอย่างถูกต้อง มาตั้งแต่ปี 2555 ไม่ได้เข้ามาบุกรุกตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ก็พร้อมให้มีการตรวจสอบตามกระบวนการขั้นตอน    

ขณะที่เจ้าหน้าที่จาก อบต.สะแกโพรง ซึ่งได้รับมอบหมายจากทางอำเภอให้เข้ามาตรวจสอบกรณีที่ชาวบ้านร้องเรียน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็ระบุว่ามีพื้นที่บางส่วนที่มีการบุกรุกป่าสาธารณประโยชน์จริง  แต่ส่วนที่ชาวบ้านอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ สปก.ให้ทำกินอย่างถูกต้องนั้น ก็จะได้ประสาน สปก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบรังวัดแนวเขตให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนที่ลงมาตรวจสอบในวันนี้ก็จะรายงานผู้บังคับบัญชา และทางอำเภอรับทราบตามขั้นตอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านผวา ‘ไอ้เข้’ ยาว 1.5 เมตร โผล่อาบแดดริมแม่น้ำเจ้าพระยา #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597345

ชาวบ้านผวา ‘ไอ้เข้’ ยาว1.5เมตร โผล่อาบแดดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ชาวบ้านผวา ‘ไอ้เข้’ ยาว1.5เมตร โผล่อาบแดดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.29 น.

ชาวบ้านผวา ‘ไอ้เข้’ ยาว1.5เมตร โผล่อาบแดดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หนุ่มวัย36ปีพบเห็นหยิบแห หว่านคลุมจระเข้ไว้ แล้วตามชาวบ้านมาช่วยกันจับตัวไว้ได้ นำส่งให้เจ้าหน้าที่ประมงอ่างทอง แต่ยังหวั่นใจ อาจจะมีตัวแม่และลูกอยู่อีก แจ้งชาวบ้านห้ามลงน้ำ

24 ส.ค.64 ที่บริเวณแพจอดเรือ ริมหาดทรายพ่อพระราม หมู่ 3 ตำบลราชสถิตย์  อำเภอไชโยจังหวัดอ่างทอง   พบนายมารุต  ทองทรัพย์ หรือยิ้ว อายุ36 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3ตำบลราชถิตย์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงบ่ายเมื่อวานที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองได้นอนเปลญวนอยู่ที่บริเวณแพจอดเรือริมแม่น้ำ ได้พบเห็นจระเข้ขึ้นมานอนอาบแดดอยู่ที่บริเวณริมหาดข้างเกาะกอโสนจึงได้นำแหเข้าหวานคลุมไว้พร้อมเรียกชาวบ้านมาช่วยกันจับตัวจระเข้ไว้ได้

ซึ่งมีความยาวประมาณ 1.50เมตร น้ำหนัก 4กิโลกรัม พร้อมได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดอ่างทองนำไปตรวจสอบเลี้ยงดู ซึ่งในตอนแรกที่ตนเองพบเจอนั้นไม่แน่ใจว่าเป็นจระเข้ เนื่องจากในแม่น้ำเจ้าพระยานั้นไม่มีใครพบเจอจระเข้มายาวนานแล้ว เมื่อตนเองพบเห็นจึงตั้งใจจับตัวไว้ให้ได้ กลัวว่าถ้าจับตัวไม่ได้เมื่อพูดออกไปแล้วจะมีชาวบ้านหาว่าโกหก จึงรวมพลังความกล้าใช้แหทอดคลุมแล้วนำตาข่ายล้อมไว้และจับตัวได้ในที่สุด แต่ก็หวั่นว่าจะมีจระเข้ที่เป็นตัวพ่อแม่ที่บริเวณใกล้เคียงอีกตอนนี้ไม่กล้าที่จะลงไปในน้ำเจ้าพระยาแล้ว

ด้านนาย นรรัตน์  พันธุ์ศักดิ์  อายุ 48ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2ตำบลราชสถิตย์  ที่มาช่วยกันจับจระเข้  เล่าให้ฟังว่า บริเวณหาดพ่อพระรามนั้นไม่พบจระเข้มานานแล้วซึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้นยังเคยพบเห็นลูกจระเข้อยู่ในกอผักตบชวาคาดว่าลอยมาจากบึงบอระเพชร จังหวัดนครสวรรค์ แต่เมื่อวานที่ผ่านมาพบว่ามานอนอาบแดดที่ริมหาดโชคดีช่วยกันจับไว้ได้ หากหนีไปได้คงสร้างอันตรายให้แก่ชาวบ้านอย่างเหลียกเลี้ยงไม่ได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ประมงบอกว่าเป็นจระเข้ไทย น้ำจืด แต่ไม่ทราบแหล่งที่มาก จึงประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนริมหาดพ่อพระรามไม่ควรลงน้ำเจ้าพระยาในช่วงนี้ เนื่องจากไม่ทราบว่าจะมีจระเข้หลงเหลืออยู่อีกหรือเปล่า กลัวเป็นอันตราย

ส่วนทางด้าน นางวันเพ็ญ สุขประเสริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลราชสถิตย์  เล่าให้ฟังได้ประกาศเตือนลูกบ้านให้ทราบแล้วไม่ควรลงเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเนื่องจากพบจระเข้และจับไปได้แล้วเมื่อวานที่ผ่านมา แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีพ่อแม่และลูกจระเข้หลงเหลืออีกหรือเปล่า ตอนนี้ก็ได้บอกลูกบ้านให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและรัดมะวัง ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันจระเข้กันต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟังเสียงค้าน! โครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล ชี้แก้ขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุด #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597307

ฟังเสียงค้าน! โครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล ชี้แก้ขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุด

ฟังเสียงค้าน! โครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล ชี้แก้ขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุด

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.11 น.

หลายฝ่ายประสานเสียงค้านโครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล นักวิชาการชี้แก้ขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุด แต่ละปีปล่อยน้ำรั่วไหลจากระบบมหาศาล ติง“บิ๊กป้อม”ประธานบอร์ดสิ่งแวดล้อม-กนช.คนเดียวกันขาดการถ่วงดุล ส.ส.-ชาวบ้านโวยกระบวนการรับฟังเทียม-ไม่ฟังข้อโต้แย้ง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมชลประทานผลักดันโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล ด้วยการผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน แม่น้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านอุโมงค์ลอดผืนป่ากว่า 60 กิโลเมตร และผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เรียบร้อยแล้ว ว่ารู้สึกแปลกใจที่โครงการนี้ผ่าน คชก.ได้อย่างรวดเร็วทั้งๆ ที่มีประเด็นที่ คชก. ควรตรวจสอบเพราะสิ่งที่หน่วยงานเสนอมายังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ

ดร.สิตางศุ์กล่าวว่า จริงๆแล้วตนไม่ได้มองแค่โครงการผันน้ำจากแม่น้ำยวมเพียงโครงการเดียว แต่ยังมีโครงการผันน้ำขนาดใหญ่อีกหลายโครงการ เช่นในภาคอีสานมีโครงการผันน้ำโขง ในภาคตะวันออกมีโครงการการผันน้ำข้ามลุ่มซึ่งอยู่ในชุดเดียวกันคือการพัฒนาแหล่งน้ำด้วยการหาน้ำต้นทุนเพิ่ม เนื่องจากในการบริหารจัดการน้ำนั้นมี 2 ด้าน คือ อุปสงค์และอุปทาน โดยที่ทางการไทยทำไม่หยุดยั้ง คืออุปทานอย่างเดียว ต่อให้จัดหาหรือทำอย่างไรก็ไม่เพียงพอ แม้ต้องไปหาทรัพยากรน้ำมาจากประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนแนวคิดโดยการจัดการน้ำของตัวเองมากกว่า ซึ่งกรณีผันน้ำจากแม่น้ำยวม โครงการเฟสแรก มีปริมาณน้ำราว 2,000 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และในเฟส 2 อีก 2,000 ล้าน ลบ.ม. โดยอ้างว่าช่วยพื้นที่ชลประทาน 1.6 ล้านไร่

 “เขาบอกพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนล่างและภาคกลาง มีน้ำไม่พอ จึงต้องหาน้ำมาแก้ปัญหาเพื่อให้พอสำหรับพื้นที่เดิม แต่พอเพิ่มน้ำอีก 2,000 ล้าน ก็จะขยายพื้นที่ใหม่อีก เมื่อถึงเวลาน้ำไม่พอก็หาน้ำมาเติมอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่มีวันที่น้ำจะพอ และไม่รู้จักจบจักสิ้น ที่สำคัญคือไม่มีแนวทางเรื่องของความสมดุลจากการพัฒนากับทรัพยากร ถ้าเราต้องการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำการเกษตร ควรเพิ่มศักยภาพการใช้น้ำเกษตร ควรเป็นเกษตรแบบเทคโนโลยีได้แล้ว ไม่ใช่เกษตรแบบเมื่อร้อยปีก่อน ตอนนี้ประสิทธิภาพของการใช้น้ำในภาคเกษตรมีแค่ 50% เราปล่อยให้สูญเสียน้ำไป 50% ทำไมเราถึงไม่เพิ่มประสิทธิภาพของระบบชลประทาน ถ้าเราไม่ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง น้ำก็หายไปอยู่ตลอดเวลา” นักวิชาการผู้นี้ กล่าว

ดร.สิตางศุ์ กล่าวว่า นอกจากน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว ในกรณีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เราก็ทำน้ำหายไป 30% ในระบบท่อที่จ่ายน้ำไปให้ประชาชน เฉพาะแค่ 3 จังหวัดคือ กทม. นนทบุรีและ สมุทรปราการ ปัจจุบัน การประปานครหลวงผลิตน้ำวันละ 5.5 ล้าน ลบ.ม. แต่ทำน้ำหายไปในระบบท่อจ่ายน้ำวันละ 1.2 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งสามารถนำไปทำนาได้วันละ 1,200 ไร่ หรือ 30 วันสูญเสียน้ำทำนาไป 36 ล้าน ลบ.ม.หรือ ปีละกว่า 400 ล้าน ลบ.ม.หรือเท่ากับปริมาณน้ำครึ่งหนึ่งของเขื่อนป่าสักฯ แล้วยังมีการประปาภูมิภาคอีก ซึ่งมีพื้นที่เยอะกว่าการประปานครหลวง น้ำที่หายไปวันละ 30% จากระบบส่งน้ำ เช่น ท่อรั่ว ท่อแตก แทนที่จะเอาเงินลงทุนหาน้ำมาเติม สู้เราเอามาลงทุนกับระบบเพื่อไม่ให้น้ำหายไปไม่ดีกว่าหรือ ถ้าเราลดเปอร์เซ็นสูญเสียน้ำลงสัก 5% หรือวันละ 2.7 แสน ลบ.ม. เดือนละ 8 ล้าน ลบ.ม. เราจะทำนาได้เพิ่มอีก 8 พันกว่าไร

“เราไม่ตื่นเต้นกับการได้น้ำคืนมา แต่กลับไปตื่นเต้นกับโครงการที่ให้จีนเข้ามาช่วยลงทุนหาน้ำต้นทุนมากกว่า ในฐานะนักวิชาการด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำมองว่า แทนที่จะหาทางเอาน้ำมาเติมแบบไม่รู้จักจบ อยากเสนอให้ช่วยกันพัฒนาประสิทธิภาพของระบบส่งน้ำของเราเอง ทั้งระบบชลประทาน ระบบจ่ายน้ำประปา เราบอกว่าอยากส่งออกข้าวเป็นที่ 1 ของโลก เราอยากพัฒนาอุตสาหกรรรม เราอยากได้ทุกอย่างเยอะหมด แต่ไม่รู้จักความสมดุลของการพัฒนา ไม่ได้ดูว่าเรามีทรัพยากรเท่าไร วิธีคิดของผู้บริหารต้องเปลี่ยน การลงทุนผันน้ำเพื่อมาทำนา ชาวนาประเทศไทยยังต้องทำงานด้วยวิถีเดิมๆ ไม่มีชาวนารวยทั้งที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะไม่มีการพัฒนาเลย ควรใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยชาวนาให้ทำน้อยแต่ได้มาก ไม่ใช่คาดหวังว่าพอน้ำเพิ่มแล้วชาวนาจะปลูกข้าวได้ 3-4 ครั้งต่อปี จะมาอ้างว่าเกษตรกรไม่ปรับตัวไม่ได้ ” ดร.สิตางศุ์ กล่าว

นักวิชาการด้านน้ำรายนี้กล่าวว่า โครงการผันน้ำจากแม่น้ำยวม เราจะมองแค่ปริมาณน้ำแบบเอาตัวเลขมาบวกหรือลบไม่ได้ โครงการที่ต้องสร้างอุโมงค์ผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ โดยผ่านป่าอุทยานฯ 1 แห่ง ป่าสงวนแห่งชาติ 6 แห่ง นี้ ส่งผลต่อความสมดุลในแง่ทรัพยากรธรรมชาตติด้วย การได้น้ำมา 1 หน่วยไม่ใช่แค่การแลกกับป่าแค่ 1 หน่วย แต่ป่า 1 หน่วยนั้นยังมีความหมายไปถึงสัตว์ป่า สัตว์น้ำ ความสมดุลของทรัพยากรดิน น้ำ และชีวิตอื่นๆ ที่พึ่งพาอาศัยกันตามห่วงโซ่อาหารและวัฎจักรของนิเวศด้วย และการผันน้ำข้ามลุ่มทำให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานของเอเลี่ยนสปีชีส์ ซึ่งอาจทำให้ปลาบางสายพันธุ์สูญพันธุ์ และทำให้ปลาท้องถิ่นบางชนิดหายไป แต่ไม่มีการประเมินเรื่องโอกาสของการสูญพันธุ์ในรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพราะมันประเมินไม่ได้ ทรัพยากรธรรมชาติบางอย่างที่เราจะสูญเสียไปนี้เป็นการสูญเสียตลอดกาลที่เอาคืนมาไม่ได้ 

“หลังจากที่รายงานนี้ผ่าน คชก. แล้ว และจะถูกส่งไปถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เราพบว่าตัวประธานคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนๆ เดียวกับประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้วโครงการนี้จะไม่ผ่านได้อย่างไร จริงๆ แล้วสองตำแหน่งนี้ต้องถ่วงดุลย์ซึ่งกันและกัน มันคือ การพัฒนาและการอนุรักษ์ แต่สิ่งที่ปรากฎตอนนี้ คือ มันไม่มีการถ่วงดุลอะไรอีกแล้ว รองฯ ประวิตร ก็ต้องพิจารณาตามเอกสารที่นำเสนอขึ้นมาตามลำดับ โดยกรมชลประทาน และ คชก. จะมีใครบอกท่านไหมว่ามีอะไรที่ไม่เหมาะสมและคุ้มค่าหรือไม่ จะมีใครบอกท่านว่าไปพัฒนาด้านดีมานด์ ดีกว่ามั้ย เราไม่อยากได้ยินคำพูดว่าสูญเสียพื้นที่ป่าแค่นิดเดียว เพราะทรัพยากรมีประโยชน์ทั้งหมด เราก็ควรใช้และสร้างอย่างสมดุล ทุกวันนี้พื้นที่กักเก็บน้ำดูเหมือนไม่พอ ปริมาณน้ำแต่ละปี 8 แสนล้าน ลบ.ม. และไหลลงทะเลมากกว่า 2 แสน ล้าน ลบ.ม. หลายครั้งเรามีปัญหาน้ำท่วมเพราะฝนตกนอกอ่าง เราจึงควรพิจารณาเก็บกักด้วยรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เขื่อนขนาดใหญ่ เราพูดถึงการเก็บกักไว้ในไร่นา แต่เรากลับส่งเสริมแค่ชื่อ ให้เป็นแค่สัญลักษณ์ของคำว่าเกษตรทฤษฎีใหม่ แล้วกลับไปสนับสนุนการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาลอย่างจริงจัง มันคือความย้อนแย้งของภาครัฐ ของผู้บริหารระดับสูง ที่ควรจะปรับเปลี่ยน mindset หรือ หลักคิดได้แล้ว” ดร.สิตางศุ์ กล่าว

นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และเป็นคนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง จ.เชียงใหม่  กล่าวว่า ตนมีความกังวลหลายประเด็นต่อโครงการสร้างเขื่อนและผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล เนื่องจากโครงการมีพื้นที่ดำเนินการทั้งหมดอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งเขตป่าสงวน และอุทยานแห่งชาติ ย่อมส่งผลกระทบต่อป่าต้นน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งกระบวนการทำอีไอเอที่มีมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นผู้ดำเนินการนั้น จากการลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่พบว่า ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมที่แท้จริงในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งหน่วยงานรัฐยังรีบเร่งผลักดันกระบวนการต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ทั้งที่กระบวนการรับฟังความเห็นและการทำอีไอเอยังมีคำถามถึงผลกระทบด้านต่างๆ จากชาวบ้าน นอกจากนี้มีการตั้งข้อสังเกตถึงกลุ่มทุนด้านพลังงานและก่อสร้างจะเข้ามาลงทุนแทนรัฐบาลนั้น อาจเป็นการเข้ามาแสวงหาประโยชน์ร่วมกับกลุ่มทุนไทยหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องตอบคำถามของประชาชน

“ทำไมต้องเร่งดัน EIA ให้ผ่านในช่วงโควิด เพราะรู้อยู่แล้วว่าหากการทำ EIA หรือการรับฟังเสียงประชาชนต้องให้ความกระจ่างต่อประชาชนให้ชัดเจน แต่จากเสียงจากในพื้นที่นั้น ชาวบ้านแทบไม่มีส่วนร่วมที่แท้จริง เป็นการสอบถามด้วยแบบฟอร์มเท่านั้น การเร่งผลักดันจากรัฐบาลและ ส.ส.บางกลุ่มเช่นนี้ย่อมจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับชาวบ้าน และขอฝากไปที่ฝ่ายวิชาการที่รับจ้างทำเวทีว่า เรื่องความถูกต้องหรือจรรยาบรรณทางวิชาการก็เป็นเรื่องสำคัญ” นายมานพ กล่าว

นายมานพ กล่าวอีกว่า นอกจากผลกระทบกับป่าต้นน้ำแล้ว พื้นที่ที่อุโมงค์ผ่านป่ากว่า 60 กิโลเมตร จะกระทบต่อวิถีชุมชนของชาวบ้านกะเหรี่ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ปากอุโมงค์ที่บ้านสบเงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีการสร้างเขื่อนและปลายอุโมงค์ที่บ้านแม่งูด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เป็นชุมชนที่เคยถูกอพยพเมื่อครั้งสร้างเขื่อนภูมิพลตั้งแต่ปี 2507 จนปัจจุบันยังไม่ได้รับค่าชดเชย แล้ววันนี้กำลังจะต้องถูกอพยพโยกย้ายอีกครั้ง นอกจากนี้ระหว่างเส้นทางอุโมงค์ผ่านจะมีการนำดินที่ขุดขึ้นมาไปกองทิ้งไว้อย่างไร

“สิ่งสำคัญคือยุทธศาสตร์ของประเทศการพัฒนาแหล่งน้ำ ผมเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องจำเป็น แต่ประเทศไทย กรมชลประทานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีองค์ความรู้แค่การสร้างเขื่อนหรือ หมายถึงถ้าน้ำหมดก็ต้องวิ่งหาน้ำจากแหล่งอื่นไปเรื่อยๆ แล้วกรณีนี้ลุ่มน้ำยวมที่ไหลลงแม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวิน เป็นลุ่มน้ำนานาชาติ ระหว่างไทยกับพม่า คำถามสำคัญคือการผันน้ำจะส่งผลอย่างไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นอีกประเด็นที่ท้าทาย” นายมานพ กล่าว

น.ส.มึดา นาวานาถ ชาวบ้านท่าเรือ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน 1 ในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม กล่าวว่า เคยเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น 2 ครั้ง คือ ที่ เวทีบ้านแม่เงา และเวที อ.สบเมย แต่เห็นว่ากระบวนการถูกจัดขึ้นอย่างมีเป้าหมายแอบแฝง เนื่องจากในเวทีแรกที่บ้านแม่เงา มีชาวบ้านเข้าร่วม 30-40 คน เกือบทั้งหมดไม่มีใครสื่อสารภาษาไทยได้ แต่กระบวนการจัดขึ้นโดยใช้ภาษาไทยภาคกลางและไม่มีล่ามภาษาถิ่น และนำเสนอเนื้อหาแบบภาษาราชการ แม้แต่ตนเองที่ฟัง อ่าน เขียนภาษาไทยได้ ยังแทบไม่เข้าใจเนื้อหาที่นำเสนอ อีกทั้งมีการให้ชาวบ้านทำแบบประเมินการจัดงานและเก็บสำเนาบัตรประชาชน โดยให้ชาวบ้านเซ็นชื่อโดยไม่เข้าใจข้อความในเอกสาร ซึ่งอาจเป็นการลงชื่อว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการแล้วนำไปประกอบรายงานการประชุม ซึ่งการจัดเวทีแบบนี้ไม่ใช่กระบวนการที่ถูกต้อง

“ขนาดเราเป็นคนฟังอ่านเขียนไทยได้ ยังฟังเนื้อหาบนเวทีเข้าใจยากเพราะเป็นภาษาทางราชการล้วนๆ ชาวบ้านย่อมจิตนาการไม่ออกว่าหน้าตาเขื่อนจะใหญ่ขนาดไหน น้ำท่วมสูงระดับอย่างไร อุโมงค์ผันน้ำจะใหญ่ขนาดไหน ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการจัดเวทีแบบนี้จึงยกมือลุกขึ้นแสดงความเห็น แล้วถามชาวบ้านเป็นภาษาไทยว่ามีใครฟังภาษาไทยรู้เรื่องให้ยกมือ ทุกคนเงียบ แต่เมื่อถามเป็นภาษาปากเกอญอว่าใครฟังภาษาไทยไม่เข้าใจบ้าง เกือบทุกคนยกมือ เห็นชัดว่าแม้แต่คำถามง่ายๆ ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจภาษาไทย เวทีที่จัดขึ้นจึงไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ความเห็นที่แท้จริง อาจจัดแค่ต้องการถ่ายรูปชาวบ้านยกมือเอาไปประกอบรายงาน” น.ส.มึดา กล่าว

น.ส.มึดา กล่าวต่อว่า ในเวทีที่สบเมย มีการนำกำลังตำรวจ ทหาร กว่า 300 นาย เฝ้ารักษาการรอบสถานที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น และมีการส่งเจ้าหน้าที่ประกบตนเองตลอดเวลาเพื่อไม่ให้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในเวที ขณะที่ชาวบ้านแม้จะมีจัดล่ามให้แต่ไม่สามารถแปลให้ชาวบ้านได้ เพราะเป็นล่ามกะเหรี่ยงสะกอแต่ชาวบ้านเป็นกะเหรี่ยงโปว์ โดยการดูแลชาวบ้านในครั้งนี้ผิดจากปกติเพราะมีเจ้าหน้าที่คอยเอาใจชาวบ้านด้วยการบริการอาหารเครื่องดื่มตลอดอย่างใกล้ชิด เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างผิดวิสัย ตนมองว่าเวทีรับฟังครั้งนั้นถูกจัดขึ้นเพื่อการทำให้ครบกระบวนการตามกฎหมายเท่านั้น แต่ไม่ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพของการรับฟังความเห็นที่แท้จริง

“ในการสรุปผลความก้าวหน้าของรายงาน ไม่มีการข้อมูลของดิฉันและชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาแสดงความเห็นคัดค้านในเวทีก่อนแต่อย่างใด ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่มีข้อมูลที่ชาวบ้านเห็นแย้ง ข้อมูลหายไปไหน ทำไมไม่ได้รับการบันทึกการประชุม ล่าสุดมีข่าวไปทั่วประเทศว่าปลายปีจะดำเนินการได้ทันที แต่ต้องการถามกลับว่าชาวบ้านในพื้นที่รู้ความคืบหน้านี้หรือไม่ พอมีข่าวชาวบ้านก็มาถามว่าจะทำกันอย่างไร ต้องไปหานายกรัฐมนตรีหรือไม่ ชาวบ้านโกรธเพราะที่ผ่านมาส่งจดหมายคัดค้าน คำร้องเรียน ทุกงานทุกเวทีชาวบ้านพูดตลอดว่าไม่เห็นด้วย ช่วยกันจัดงานวันหยุดเขื่อนโลก เราส่งแถลงการณ์คัดค้าน พยายามสื่อสารตลอดเวลา แต่ทำไมรัฐบาลไม่เคยได้ยินเสียงของชาวบ้านเลย” น.ส.มึดา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดคลิปทนายตั้ม แฉผกก. ฉาวใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินพ่อค้ายาอย่างโหดเหี้ยม #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597290

เปิดคลิปทนายตั้ม แฉผกก.ฉาวใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินพ่อค้ายาอย่างโหดเหี้ยม

เปิดคลิปทนายตั้ม แฉผกก.ฉาวใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินพ่อค้ายาอย่างโหดเหี้ยม

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.41 น.

วันนี้ (24 ส.ค.64) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับตำรวจระดับผู้กำกับ (ผกก.) กำลังใช้ถุงคลุมหัวชายคนหนึ่งที่กำลังตกเป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้เพื่อรีดเงินจำนวน 2 ล้านบาทและฆ่าพ่อค้ายา พร้อมกับระบุข้อความและชื่อผู้กำกับที่กำลังตกเป็นข่าวดังไว้อย่างชัดเจนว่า “เปิดคลิปผู้กำกับโจ้ คลุมถุงรีดเงิน 2 ล้านฆ่าพ่อค้ายา ผมได้รับคลิปนี้มาจากตำรวจชั้นผู้น้อย ขอให้ผมช่วยนำคลิปนี้มอบให้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝากบอกผมว่าให้ช่วยตามคดีนี้ก่อนที่พวกตนจะถูกฆ่า ผมได้เห็นคลิปนี้แล้วพูดไม่ออก นี่เป็นสิ่งที่ทำกับคนด้วยกันเหรอ ผู้ต้องหาก็ผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ตำรวจทำอย่างนี้ก็ไม่ต่างกับโจรในเครื่องแบบ ขอให้ทุกคนดูความโหดเหี้ยมด้วยสายตาตัวเองนะครับ” ทั้งนี้ ในคลิปนอกจากจะมีผู้กำกับโจ้ ตามที่ทนายตั้ม ระบุแล้วยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คลิกชมคลิป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนูลู๊กกก!! สาวเห็นรองเท้าน้องแล้วอุทาน เปลี่ยนคู่ใหม่ให้แถมแมสก์อีก 100 ชิ้น #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597201

หนูลู๊กกก!! สาวเห็นรองเท้าน้องแล้วอุทาน เปลี่ยนคู่ใหม่ให้แถมแมสก์อีก 100 ชิ้น

หนูลู๊กกก!! สาวเห็นรองเท้าน้องแล้วอุทาน เปลี่ยนคู่ใหม่ให้แถมแมสก์อีก 100 ชิ้น

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.52 น.

กลายเป็นเรื่องราวที่ดีต่อใจมากๆ ในช่วงนี้ เห็นการแบ่งปันช่วยเหลือกัน แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่เห็นแล้วอุ่นใจ เมื่อเฟซบุ๊ก “Kitkat Warintorn Hamaitree” ได้โพสต์เรื่องราวที่ดีต่อใจคนอ่าน เกี่ยวกับน้องคนหนึ่งมาส่งอาหารที่บ้าน แต่เมื่อเธอหันไปเห็นรองเท้าที่น้องใส่อยู่พังแล้ว เธอจึงบอกให้น้องมารับรองเท้าคู่ใหม่หลังเลิกงาน พร้อมกับนำหน้ากากอนามัยให้น้องไปอีก 100 ชิ้น ทำให้เรื่องราวของเธอถูกแชร์ออกไปอย่างมาก ชาวโซเชียลต่างเข้ามาชื่นชมในการช่วยเหลือน้องคนดังกล่าว แม้มันจะไม่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการให้ที่มาจากใจ

โดยข้อความระบุว่า “คือ น้องมาส่งข้าวที่บ้าน แล้วเราเห็นรองเท้าน้อง คือแบบ หนูลู๊กกกกก  ตอนหลังเลิกงาน มาที่บ้านพี่อีกครั้งนะ เดี๋ยวมาเลือกรองเท้าไปใส่ทำงาน เรารอลุ้นนะ ว่าน้องจะมามั้ย ? สรุปน้องมา ได้รองเท้าไป1คู่ ยี่ห้อเดิม เพิ่มเติมคือให้หน้ากากน้องไปด้วย 100 แผ่น แต่น้องทำงานเซเว่น เค้าให้ใส่สีดำล้วนครับพี่ ได้เลย งั้นอีก2-3วัน มาเอาสีดำล้วนไปอีกคู่นะ เอาคู่นี้ไปใส่ก่อน / ระหว่างเลือกรองเท้า เราก็ถามน้องว่า ทำงานเหนื่อยมั้ย ได้เงินดีมั้ย น้องก็บ่นนะ ผมส่งของทั้งวันเลยพี่ ไม่ได้พักเลย งานหน้าร้านผมก็ต้องทำ ผมต้องทำให้เป็นทุกอย่างครับ สู้ต่อไปนะ ยังดีที่ตอนนี้มีงานทำ อดทนทำไป 

เราดีใจนะ ที่ได้ให้รองเท้า เพราะน้องได้ใช้ ได้ใส่ทำงานทุกๆวัน ถ้ามันพังก็มาเอาคู่ใหม่ได้ตลอดนะ ไม่ต้องเกรงใจ เห็นน้องแล้วมีแรงสู้ คนลำบากกว่าเรามีอีกเยอะ สิ่งเล็กๆของบางคนอาจจะยิ่งใหญ่สำหรับอีกคน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มสุดทนโสพต์แจ้งภัย ทำถนนไม่มีสัญญาณไฟเตือนเกิดอุบัติเหตุอีกแล้ว #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597176

หนุ่มสุดทนโสพต์แจ้งภัย ทำถนนไม่มีสัญญาณไฟเตือนเกิดอุบัติเหตุอีกแล้ว

หนุ่มสุดทนโสพต์แจ้งภัย ทำถนนไม่มีสัญญาณไฟเตือนเกิดอุบัติเหตุอีกแล้ว

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.19 น.

24 ส.ค.64 จากกรณีที่เฟซบุ๊ก “อุเทน  ศิวะพฤกษ์พงศ์” อยู่ ม.2 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้โพสต์เฟสบุ๊คเตือนภัย ว่า “เมื่อคืนไม่มีสัญญาณไฟ  วันนี้อุบัติเหตุเกิดจนได้  พิกัด คลอง11 ม.2 บึงทองหลาง ฝั่งตะวันตก ขอผู้เกี่ยวข้องดูแลด้วย ปล.โพสตอน20.50 น.ยังไม่เคอร์ฟิวนะจ๊ะ”

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบว่าถนนนี้เป็นของกรมทางหลวงชนบท เลขที่ ปท.3009 ในพื้นที่ ม.2 ตงบึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้มีการซ่อมแซ่มผิวถนนระยะทางโดยรวมประมาณ 2 กิโลเมตร ไม่มีไฟส่งสว่างในตอนกลางคืน  ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ

จากการสอบถาม นายอุเทน กล่าวว่า  ตนได้โพสเฟสบุ๊คเพื่อเตื่อนภัยเกี่ยวกับถนนเส้นนี้จริงเกี่ยวกับไฟฟ้าที่ส่องสว่างบนถนนเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ  ในวันที่ 21 สิงหาคม 2564 เวลา 20.50 น. นี้จริงเพราะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่บ่อยครั้งแต่ไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้มาดูแลเกี่ยวกับไฟฟ้าที่ส่องสว่างรวมไปถึงป้ายไฟเตือนภัยบนพื้นที่ของ ถนน ปท.3009 นี้เลย  ตนอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามมาดูแลชาวบ้านในเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างและป้ายไฟเตือนภัยในบริเวณถนนแห่งนี้ด้วยเพราะตอนกลางคืนนั้นอันตรายมากและเป็นถนนที่มีประชาชนสัญจรไปมาจำนวนมากและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง  ล่าสุดเมื่อ2วันที่ผ่านมาได้มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับคนแก่อายุ 60 ปี ที่เดินข้ามถนนทำให้ขาข้างซ้ายหัก เนื่องจากผู้ขับรถจักรยานยนต์นั้นมองไม่เห็นคนกี่กำลังข้ามถนนเพราะไฟฟาที่ส่องสว่างนั้นไม่มี ก็ อยากจะฝากให้คุณบรรจง ช่องเวิร์คพอยท์ มาช่วยเสนอข่าวช่วยประชาชนในพื้นที่นี้ที

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มามะมา….มาเเที่ยว Cafe /ร้านอาหาร นครปฐม ใกล้กรุงเทพนิดเดียว…มา มา… #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597165

มามะมา....มาเเที่ยว Cafe /ร้านอาหาร นครปฐม  ใกล้กรุงเทพนิดเดียว...มา มา...

มามะมา….มาเเที่ยว Cafe /ร้านอาหาร นครปฐม ใกล้กรุงเทพนิดเดียว…มา มา…

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.54 น.

            จังหวัดนครปฐมมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย… แต่วันนี้ขอแนะนำสายชิวที่ชอบเที่ยว Cafe ร้านอาหาร ชอบถ่ายรูปสวยๆอัพลงสื่อโขเชียล ทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม คัดเลือกมา 8 แห่งจาก 7 อำเภอ เดี่ยวไปดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง

            เริ่มกันที่ Dubua Cafe ร้านดังของอำเภอนครชัยศรี ที่นี่จะเรียกว่าอาณาจักรดูบัวเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยเนื้อที่ 54 ไร่ที่ถูกเนรมิตให้มีครบทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร สวนสัตว์ สตรีทฟู้ด ตลาดชุมชน ของฝากหรือจะเป็นโรงนาแบบเกาหลี บอกได้เลยว่ามาที่นี่แล้วจุใจ

            เมื่อเดินเข้ามาจะรู้สึกโล่ง สบายตา สายปั่นสามารถปั่นจักรยานเที่ยวชมได้ตามความพอใจ แลนด์มาร์คของที่นี่คือสะพานที่ทอดยาวลงไปในบึงบัว มีทั้งจุดให้อาหารปลาและจุดที่สะพานถูกโอบล้อมด้วยบัวสายหลากสีสัน บริเวณจุดดังกล่าวจึงไม่แปลกเลยที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูป เดินมาเหนื่อยเข้านั่งในคาเฟแอร์เย็นฉ่ำ สั่งอเมริกาโนส้มจี๊ดเครื่องดื่มที่ทางร้านอยากแนะนำ พร้อมดื่มด่ำกับดงบัวที่มองผ่านกระจกสวยงาม

            ออกจากคาเฟ่ซึ่งมีให้เลือกนั่งถึง 5 แห่ง เดินผ่านคอกกระบือ แวะให้อาหารนกแก้วมาคอร์ หรือใครจะดูแร็กคูน ซึ่งแน่นอนว่าเด็กๆจะต้องชอบโซนนี้มาก จึงขอบอกเลยว่าดูบัวจบครบในที่เดียวทั้งพ่อแม่ลูกคุณตาคุณยายหรือลุงป้าน้าอา

            เรื่องอาหารมีทั้งอาหารไทย ซีฟู้ดและอาหารอีสาน เมนูแนะนำที่ต้องลองคือข้าวซอย ข้าวจี่ ส้มตำใบมัน ยำส้มโอนครชัยศรี  เปิดแปดโมงเช้าถึงหกโมงเย็นทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ร้านอยู่ใกล้วัดกลางบางพระ

            มาเที่ยวที่นี่แล้วสามารถไปต่อได้ที่ วัดกลางบางพระ Coco D coconut Woodland Museum&Resort ตลาดท่านา วัดศรีษะทอง พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตลาดห้วยพลู เจษฎาเทคนิค มิวเซียม

            ต่อกันที่ The Rich Cafe ร้านดังของอำเภอพุทธมณฑล บรรยากาศโล่งโปร่ง ลมเย็นสบาย เป็นร้านที่เน้นซีฟู๊ดประยุกต์อาหารไทย ราคาจับต้องได้ เปิดสิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ช่วง 6โมงเย็นมีดนตรีสดขับกล่อม ส่วนทุกวันจันทร์จะมีโปรโมชันพิเศษเครื่องดื่มคาเฟ่ 1 แถม 1

            ส่วนเมนูเด็ดที่ต้องสั่งเมื่อมาที่นี่คือ ปลากะพงทรงเครื่อง เมี่ยงทะเล ขนมจีนน้ำยาปู แกงคั่วเนื้อปูฟักทอง แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดอง ส้มตำปูไข่ดอง นอกจากนั้นยังมีเมนูอาหารไทยตามฤดูกาลให้เลือกอีกมากมาย

            ทานอาหารเสร็จแล้วสามารถไปเที่ยวต่อได้ที่พิพิธภัณฑ์หอภาพยนตร์ไทย สวนพุทธมณฑล อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ บ้านศาลาดิน ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ เดอะ ศาลายา

            ไปต่อกันที่ร้าน แซ่บนัว ครัวบ้านนาศาลายา อีกร้านที่ขอแนะนำของอำเภอพุทธมณฑล บอกได้เลยว่าใครมาที่นี่คล้ายๆเหมือนกับว่านัดเพื่อนมานั่งกินข้าวกลางทุ่งนา เพราะบนพื้นที่กว่า 6 ไร่ที่ยื่นออกไปในทุ่งนาเขียวขจี มีทางเดินเป็นสะพานไม้ เชื่อมโยงเข้าถึง 6 โซน ทั้งโซนห้องแอร์ โซนคาราโอเกะ โซนรอบสระมรกต โซนริมบัว โซนริมนา และโซนริมนา 2 ชั้น

            มีจุดถ่ายรูปหลากหลาย โดยเฉพาะสายชิวที่รักธรรมชาติ ชอบชายทุ่งเถียงนา  บอกได้เลยว่ามาร้านนี้ไม่ผิดหวัง เดินถ่ายรูปได้ทั้งวันเจ้าของร้านบอกไม่คิดสตังค์เพิ่ม

            อาหารที่นี่เน้นอาหารอีสานเป็นหลัก แต่ที่มาแล้วต้องสั่งคือ น้ำตกกระทะร้อน ออเดิร์ฟอีสาน ไก่ย่างเขาสวนกวางและส้มตำเหลารวม เปิดทุกวัน 10โมงถึง 2ทุ่ม ร้านอยู่ใกล้โรงพยาบาลพุทธมณฑล

             มาที่นี่แล้วสามารถไปเที่ยวต่อได้ที่พิพิธภัณฑ์หอภาพยนตร์ไทย สวนพุทธมณฑล อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ บ้านศาลาดิน ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ เดอะ ศาลายา

            มาถึงคาเฟ่ชื่อดังย่านอำเภอสามพราน Memory House café บนเนื้อที่ 14 ไร่ ถูกแบ่งเป็นที่จอดรถ120 คัน นอกจากนั้นเจ้าของร้านเสกให้เป็นโรงนาเกาหลี มีทั้งโซนคาเฟ่และโซนร้านอาหาร จะเลือกนั่งด้านในหรือด้านนอกก็ดูเอากันตามใจชอบ แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นจะเข้าไปสั่งกาแฟ แล้วเดินออกมาถ่ายรูปด้านนอก

            ภายในร้านมีทางเดินที่ทอดยาวด้วยสะพานไม้ โอบล้อมด้วยทุ่งหญ้าน้ำพุที่ชูดอกปลิวลู่ลม แกว่งไกวสวยงาม  มองซ้ายขวามีมุมถ่ายรูปที่เกินห้ามใจ ไม่ว่าจะเป็น โซนศาลาริมน้ำ  โซนจุดชมวิวมุมสูง โซนเรือนกระจกริมน้ำ โซนทางเดินหน้าโรงนา โซนห่วงดอกไม้ หรือว่าจะเป็นโซนกระโจมและที่ใครมาก็ต้องถ่ายนั่นก็คือโซนทุ่งหญ้าเกาหลี ที่มีสันฉูดฉาดชมพู เขียว แดงฟ้า พร้อมพรอพนั่งจิบชาหรือดินเนอร์ยามเย็น

            ส่วนซิกเนเจอร์ของที่นี่ใครมาก็ต้องสั่งนั่นก็คือ ชานมน้องหมีพ่นไฟ มินิเม็กซิกันพิซช่า อาหารไทยก็ต้องต้มยำกุ้ง ผัดพริกขิง ราคานะหรือก็ไม่แรงอย่างที่คิด ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 10โมงเช้าถึงหนึ่งทุ่ม อีกทั้งที่นี่มีห้องจัดเลี้ยง รับจัดงานแต่งงานบรรยากาศเหนือคำบรรยาย ร้านอยู่หลังโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน

            มาที่นี่แล้วสามารถไปเที่ยวต่อได้ที่ วัดไร่ขิง สวนสามพราน ตลาดน้ำดอนหวาย ชุมชนเกาะลัดอีแท่น ทุ่งธรรมนา วัดสามพราน ฟาร์มจระเข้สามพราน มานะ ออร์คิด

            ไปต่อกันที่ อำเภอเมืองกับร้าน Kapee City เดินเข้ามาจะเห็นเลยว่าโล่ง โปร่ง แลดูสบายตา มีมุมให้เลือกนั่ง ทั้งindoorที่เย็นฉ่ำและoutdoorที่รายล้อมด้วยบรรยากาศแมกไม้นานาพรรณ อีกทั้งที่เตะตาผู้มาเยือนคือเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ที่จอดตระหง่าน พร้อมยิ้มทักทายและเชิญชวนให้ผู้มาเยือนมาถ่ายรูปด้วย

            ภายในบริเวณร้านถูกจัดแบ่งเป็น 5 โซนอย่างลงตัว ไล่มาตั้งแต่โซนคาเฟ่ โซนเบเกอรี่ โซนคาราโอเกะ โซนจัดเลี้ยง และโซนสวนสัตว์ ชนิดตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะมาเดี่ยวมาคู่หรือจูงมือกันมาเป็นครอบครัว

            เมนูอาหารมีหลากหลาย แต่ที่อยากให้โดนคือยำส้มโอกุ้งฟูและเค้กมะพร้าวครีมสด ราคาทุกอย่างที่นี่จับต้องได้ เปิดทุกวันตั้งแต่ 10โมงเช้าถึง 3ทุ่ม ร้านอยู่ตรงข้ามอบต.บางแขม

            มาที่นี่แล้วสามารถไปเที่ยวต่อได้ที่ องค์พระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์ พระวิหารเทวสถิตย์ มูลนิธิสรรพราเชนทร์ ชุมชนปฐมอโศก วัดไผ่ล้อม วัดพระประโทนเจดีย์ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยปิยะชนก

            ถึงอำเภอบางเลน The Flask Café by Air Orchids เป็นคาเฟ่ที่วางตัวอยู่ท่ามกลางดงกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ จึงไม่แปลกที่ชื่อร้านจะแปลว่า “กล้วยไม้ในขวดแก้ว” เจ้าของบอกว่าจุดเริ่มต้นของร้านมาจากการชงกาแฟและผัดกะเพรา เพื่อบริการลูกค้าที่มาซื้อกล้วยไม้ เพราะเข้ามาอยู่นานรู้สึกหิวแต่หาอะไรกินไม่ได้ ถึงวันนี้เมนูที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนมีกว่า 50เมนูเข้าไปแล้ว
            การตกแต่งร้านเน้นโทนสีขาว มีทั้งโซน indoor outdoor หรือจะเดินไปดื่มไปเลือกดูเลือกชมกล้วยไม้พร้อมถ่ายรูปกันตามใจชอบ
            มุมถ่ายรูปนะหรือ ใครชอบกล้วยไม้มาที่นี่อัพโหลดกันได้ตลอดเวลา เพราะมีดอกกล้วยไม้นานาพรรณที่แย่งกันชูช่อสดใส ให้เลือกมุมถ่ายกันตามความพอใจ มาที่นี่เมนูที่ต้องสั่งคือก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ กะเพรากุ้งใหญ่ กะเพราปลาหมึกใหญ่ เน้นคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม ลูกค้าจะได้กินในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ส่วนกาแฟต้องไม่พลาด ออร์คิดลาเต้ และ คอฟฟี่ทรีตัส

            เที่ยวที่นี่แล้วสามารถไปต่อได้ที่ ตลาดน้ำลำพญา วัดกลางบางพระ วัดบางเลน ตลาดเก่าก๊กพญา เมืองรัตติยา ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ตลาดบางหลวง ร.ศ. 122


            มาถึงอำเภอดอนตูมกับร้าน Amber Terrace Dontum ตั้งอยู่ใกล้กับวัดห้วยพระ ภายในร้านจะร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ที่ถูกจัดวางอย่างลงตัวแลดูสวยงาม มีน้ำตกไหลรินตลอดเวลา ทำให้รู้สึกเย็นสบายผ่อนคลายขึ้นมาในทันที ส่วนการตกแต่งร้านจะออกแนววินเทจ

            เมนูแรกที่ต้องสั่งกินเล่นก่อนเลยนั่นก็คือปีกไก่ทอด แล้วต่อด้วยสเต๊กปลากะพง ซี่โครงหมูบาร์บีคิว ยำส้มโอ รับรองไม่ผิดหวัง

            มาที่นี่แล้วสามารถไปเที่ยวต่อได้ที่วิหารพระโพธิสัตว์กวนอิมทุ่งพิชัย วัดสามง่าม ชุมชนทุ่งผักกูด วัดตาก้อง วัดห้วยพระ 

            ปิดท้ายกันที่ร้าน ชลธาร ร้านดังของอำเภอกำแพงแสน วางตัวอยู่ใกล้วัดอ้อน้อย ร้านนี้จะแบ่งเป็น 2 โซนคือโซนสวนอาหาร กับอีกโซนคือคาเฟ่ที่อยู่ด้านหลังในบริเวณเดียวกัน

            มาดูโซนคาเฟ่กันก่อน เมื่อเดินเข้าไปในร้านจะรู้สึกผ่อนคลายและว้าว ว้าว ขึ้นมาในทันที เพราะจะมีต้นไม้ร่มรื่น ใบเฟิร์นสีเขียวห้อยทักทาย มีไอน้ำฟุ้งเป็นหมอกสีขาวโพลน เหมือนเดินอยู่ในป่าดิบชื้นไม่มีผิด อีกทั้งยังได้ยินเสียงน้ำตกขับกล่อมตลอดเวลา มีโต๊ะเก้าอี้ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้ให้เลือกนั่ง หรือต้องการจะเข้าไปนั่งตากแอร์สบายๆก็มีให้เลือกได้ตามความพอใจ เมนูใครมาต้องสั่งคือมิกซ์สมูทตี้กับเค้กมะพร้าวอ่อน

            ส่วนโซนสวนอาหารจะเปิดตั้งแต่ 5โมงเย็นถึง 4ทุ่ม มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ให้นั่ง ใครชอบ โล่ง โปร่ง และอยากฟังดนตรีสด ที่นี่ตอบโจทย์ในทันที อาหารที่แนะนำแป๊ะซะปลาซ่อน กะพงนึ่งมะนาว หลนปลาอินทรีย์

            มาที่นี่แล้วสามารถไปเที่ยวต่อได้ที่วัดอ้อน้อย วัดไร่แตงทอง วัดสี่แยกเจริญพร ค่ายลูกเสือกำแพงแสน เกษตรเมืองนครปฐม (ไผ่ตอง) ชุมชนลาวเวียงบ้านหนองขาม วัดรางหมัน วัดหนองพงนก

            จะเห็นได้ว่าแต่ละร้านที่เลือกมา ล้วนตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทั้งสิ้น แต่นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะนครปฐมยังมีอะไรดีๆอีกมากมาย…บอกแล้วไงว่าจังหวัดนครปฐมมีดีกว่าที่คุณคิด มีเวลามาเที่ยวจังหวัดนครปฐมกันนะ

            หลังโควิดซา อย่าลืมมาเที่ยวนครปฐมกันนะ…ใกล้กรุงเทพนิดเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! ชาวบ้านชมพูพบหินหน้าเหมือน ‘พญาวานร’ เตรียมเปิดเที่ยวชมปลายปีนี้ #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597159

ฮือฮา! ชาวบ้านชมพูพบหินหน้าเหมือน 'พญาวานร' เตรียมเปิดเที่ยวชมปลายปีนี้

ฮือฮา! ชาวบ้านชมพูพบหินหน้าเหมือน ‘พญาวานร’ เตรียมเปิดเที่ยวชมปลายปีนี้

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.25 น.

ฮือฮา! ชาวบ้านพบหินหน้าพญาวานร บริเวณป่าสงวนบ้านชมภู พิษณุโลก เตรียมเปิดเที่ยวชมปลายปีนี้  

24 ส.ค.64 นายบุญสืบ เผือกอ่อน ประธานกลุ่มเที่ยวไทยไปชมภู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก  พร้อมด้วยชาวบ้านในกลุ่มเที่ยวไทยไปชมภู  ได้ออกเดินสำรวจป่าชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวน ด้านหลังหมู่บ้านบ้านชมภู  ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดผ่านไป ก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยว ได้ไปร่วมสัมผัสกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

นายบุญสืบ เผือกอ่อน ประธานกลุ่มเที่ยวไทยไปชมภู เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้ร่วมสำรวจป่าดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า ห้วยผีหลอก  ระยะทางเดินประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็ได้สังเกตเห็นกลุ่มหิน ซึ่งเป็นบริเวณตีนเขาหินปูน ได้มีก้อนหินรูปทรงต่างๆ และมีก้อนหินขนาดใหญ่ 1 ก้อนที่มีรูปทรงแปลกไม่เหมือนก้อนหินทั่วไป ที่มีลักษณะคล้ายหน้าคน บางคนก็บอกว่ามีลักษณะคล้ายหน้าพญาวานร หรือ บางคนก็จิตนาการว่าเป็นหน้ายักษ์ ทำให้ชาวบ้านต่างถ่ายภาพเก็บไว้ หลังจากนั้นตนก็ได้นำภาพมาโพสต์ทางเฟชบุ้ค มีคนมากดแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากต่างเห็นว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่สรรค์สร้างให้เกิดจินตนาการจากมุมที่เราได้มองเห็น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

24 สิงหาคม! คอ ‘กระท่อม’ เมืองคอนเฮ ลุงสุดชิวพกกินสบายใจ..ไม่ต้องหลบตำรวจ #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597117

24สิงหาคม! คอ'กระท่อม'เมืองคอนเฮ ลุงสุดชิวพกกินสบายใจ..ไม่ต้องหลบตำรวจ

24สิงหาคม! คอ’กระท่อม’เมืองคอนเฮ ลุงสุดชิวพกกินสบายใจ..ไม่ต้องหลบตำรวจ

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 09.22 น.

24 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทางรัฐบาลมีการปลดล็อคต้นพืชกระท่อม ให้ออกจากบัญชียาเสพติด เริ่มตั้งแต่เวลา 00.00 วันที่ 24 ส.ค.64 ซึ่งสร้างความดีใจให้กับประชาชนภาคใต้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนายเลอพันธุ์ ชนวิทย์ อายุ 58 ปี และนายเทียบ ปราณเกิด อายุ 84 ปี คอพืชใบกระท่อม ชาว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ดีใจเป็นอย่างมาก หลังรัฐบาลปลดล็อคพืชกระท่อมให้พ้นบัญชียาเสพติด ทำให้วันนี้สามารถพกพืชใบกระท่อมมาเคี้ยวกินได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหมือนที่ผ่านมา

นายเลอพันธุ์ ชนวิทย์ อายุ 58 ปี กล่าวยอมรับว่า การปลดล็อคพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดเป็นสิ่งที่ดี เพราะต้นพืชกระท่อมเป็นสมุนไพร ที่กินกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า กินแล้วสามารถทำไร่ ทำนาทำสวนได้มากขึ้น ไม่รู้สึกเหนื่อยล้า ที่สำคัญไม่หิวบ่อยด้วย 

นายเทียบ ปราณเกิด อายุ 84 ปี กล่าวด้วยความดีใจ ว่าตนกินใบพืชกระท่อมมาตั้งแต่อายุ 25 ปี จนปัจจุบันอายุ 84 ปีแล้ว ส่วนตัวกินใบพืชกระท่อมแล้วทำงานไม่ปวดเมื่อย นอกจากนี้เวลาเป็นไข้หวัด นำใบพืชกระท่อมล้างน้ำให้สะอาดแล้วต้มกับน้ำดื่มแก้อาการไข้หวัดได้ด้วย ตนต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ปลดล็อคพืชกระท่อมดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่หน้าบ้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. มีการนำป้ายไวนิวส์ขนาดใหญ่ขึ้นภาพ พร้อมระบุข้อความ ’24 สิงหาคม วันกระท่อมไทย ปลดล็อคพืชกระท่อม ปลูก กินพกพา อย่างเสรี ไม่ผิดกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.64 เป็นต้นไป’

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ว่าฯกาญจน์โพสต์เฟสบุ๊กเผยความคืบหน้าการพัฒนาเมือง-รง.กระดาษ #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597110

ผู้ว่าฯกาญจน์โพสต์เฟสบุ๊กเผยความคืบหน้าการพัฒนาเมือง-รง.กระดาษ

ผู้ว่าฯกาญจน์โพสต์เฟสบุ๊กเผยความคืบหน้าการพัฒนาเมือง-รง.กระดาษ

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 08.49 น.

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เขียนข้อความลงในเฟสบุ๊กส่วนตัว “JiraKiat Bhumisawasdi” มีเนื้อหาระบุว่า “ผมขออนุญาตสื่อทำความเข้าใจและเรียนให้พี่น้องชาวกาญจนบุรีได้รับทราบความคืบหน้าของการพัฒนาเมืองในเรื่องต่างๆ ดังนี้ครับ

1.เรื่องโรงงานกระดาษ ขณะนี้ อบจ.กาญจนบุรี ได้รับมอบพื้นที่จากกรมธนารักษ์เป็นที่เรียบร้อย โดยบริเวณโดยรอบ กรมศิลปากรได้กำลังบูรณะซ่อมแซมอาคารสโมสร รง.กระดาษ และบูรณะกำแพงเมืองอยู่ กำหนดเสร็จในปีงบประมาณนี้ หรืออาจขยายเวลาไปอีกเล็กน้อย สำหรับการปรับปรุงตัว รง.ใหญ่ต่อแต่นี้จะเป็นภารกิจของ อบจ.ที่จะต้องคุยกับคนกาญจนบุรีและภาคเอกชนที่จะมาช่วยกันปรึกษาและพูดคุยเพื่อพัฒนาสมบัติของคนเมืองกาญจน์ให้ตรงกับความต้องการ เรียนว่า ณ ขณะนี้ภารกิจของ ผวจ.เกี่ยวกับ รง.กระดาษน่าจะไม่มีแล้ว เพราะเป็นเรื่องของเจ้าของคือ อบจ.และประชาชนในพื้นที่ ผวจ.คงแต่เพียงประสานให้การช่วยเหลืออยู่ห่างๆครับ ซึ่งผมเชื่อว่า อบจ.คงมีแผนงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้ว

2.การจัดระเบียบแพและพื้นที่บริเวณหน้าเมือง เรียนว่า ในเรื่องนี้มีหลากหลายกิจกรรมคือ 

-การย้ายแพไปจอดในสถานที่เหมาะสม เราดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นการย้ายคนที่ปลูกบ้านรุกลำน้ำไปอยู่บ้าน60หลัง การย้ายแพพักอาศัยเข้าไปในบึงบัว การกำหนดจุดจอดแพชั้นเดียวและแพสองชั้นใหม่ ซึ่งในเรื่องนี้จำเป็นต้องมีการขุดลอกลำน้ำบางจุดเนื่องจากแพไม่สามารถผ่านลำน้ำที่ตื้นเขินและมีวัชชพืชได้ โดยเราไม่มีงบประมาณในการขุดลอกจำเป็นต้องอาศัยภาคเอกชนมาช่วยโดยแลกเปลี่ยนการดูดทรายเพื่อเป็นค่าน้ำมัน (ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว) ผมได้มอบให้ท่านนายอำเภอเมือง ประสานชาวเรือชาวแพ เพื่อเคลื่อนย้ายในเร็ววันนี้

-การจัดระเบียบที่ดินเพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยและประกอบกิจการบริเวณถนนสองแคว ได้มีสิทธิ์ในการเช่าในพื้นที่อย่างถูกต้อง ขณะนี้สำนักงานที่ดินกำลังดำเนินการรังวัดและขั้นต่อไปเทศบาลเมืองจะประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ประชาชนทราบและตรวจสอบ การดำเนินการเรื่องนี้เป็นผลดีอย่างยิ่งแก่ประชาชน บางคนไปออกข่าวว่าจะมีการไล่ที่กันซึ่งเรียน ณ ที่นี้ว่าไม่เป็นความจริง ผู้ที่อาศัยและทำกินบริเวณดังกล่าวจะไม่ได้รับผลกระทบครับ

-การปรับปรุงจุดชมวิว(Skywalk) กำลังดำเนินการ จะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ2565 งบประมาณจะมี3เฟสครับ ตอนนี้กำลังดำเนินการเฟสแรก

เรียนว่า ท่าเรือท่าแพที่จะบริการนักท่องเที่ยว วางแผนไว้ว่าจะมี 3 จุด คือจุดแควใหญ่ จุดแควน้อย และจุดแม่กลอง ครับ จุดแควใหญ่มีแล้ว เราสร้างเสร็จได้ประมาณ1ปีแล้วครับ ขณะนี้กำลังสร้างจุดแควน้อย บริเวณลิ้นช้าง สำหรับจุดแม่กลองน่าจะเป็นท่าเดิมซึ่งอาจเป็นวัดใต้ ชุกโดน หรือบริเวณหน้าจวน ผวจ.หลังใหม่ ราวๆนี้ครับ โดยพื้นที่บริเวณท่าเรือแต่ละจุดจะจัดพื้นที่ค้าขายให้ประชาชนด้วยครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,925,092 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สีหศักดิ์ เยือนเมียนมา เตรียมหารือ ประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ ถกแก้ฝุ่นพิษ-อาชญากรรมข้ามชาติ
จับตา! วงประชุม สมช. จ่อยกเลิก MOU44 ใช้กลไก UNCLOS แทน
เช็กเลย!เปิดโฉมวิปรัฐบาล ยุครัฐบาลอนุทิน กรวีร์นั่งประธานฯ-ภราดรที่ปรึกษาฯ
'หรั่ง กฤษฎากร'ดับร้อนกลางทุ่งบัว! ขึ้นแท่นพระเอกซีรีส์แฟนตาซี 'เมื่อฉันทะลุมิติ มาในโลกนิยาย ไกรทอง'
หนึ่งเดียวในโลก! ย้อนรอยตำนาน ‘มนต์เสน่ห์บางปู' สุดยิ่งใหญ่
อึ้ง2ลำจอดแช่คืนเดียว ฟาดกำไร48ล. ตร.เปิดแผนเรือน้ำมัน
สอบ2บริษัทเรือยอมรับ ส่งนํ้ามันช้า DSIเร่งพิสูจน์เชิงลึก ต้องจอดซ่อม-คิวเต็ม
ป.ป.ช. เตรียมแถลงเคลียร์ครหา 2 มาตรฐาน พรุ่งนี้ จากเหตุวินิจฉัยทรัพย์สิน รมต. สวนทางคำตัดสินศาล รธน.
สูญเสีย 'หมอเสริฐ' สิริอายุ 93 ปี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ-สวดอภิธรรม 22 เม.ย.นี้
อนุทิน ไม่ตอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ซุกหุ้น เมิน พรรคประชาชน มอง 2 มาตรฐาน

Recent Posts

  • รถไฟชนประสานงาในเดนมาร์ก เจ็บอย่างน้อย 17 ราย
  • เลบานอนประณามอิสราเอล “ก่ออาชญากรรมสงคราม” จงใจโจมตีนักข่าวเสียชีวิต
  • “หวัง อี้” เรียกร้องกัมพูชากวาดล้าง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ให้สิ้นซาก
  • อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่าน “ช่องแคบมะละกา” สิงคโปร์ต้องคงเสรีภาพการเดินเรือ
  • ไฟป่าญี่ปุ่นลุกลามหนัก อพยพประชาชนกว่า 1,800 คน เผาวอดกว่า 1,200 ไร่

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d