บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนหินกับทราย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนหินกับทราย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ก้อนหินกับทราย

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเพื่อนรักสองคนกำลังออกเดินทางข้ามทะเลทรายอันกว้างใหญ่ร่วมกัน ในระหว่างการเดินทางที่เหนื่อยล้าและร้อนระอุ ทั้งคู่เกิดมีความเห็นไม่ตรงกันจนกลายเป็นการโต้เถียงอย่างรุนแรง ด้วยความโกรธชั่ววูบ เพื่อนคนหนึ่งจึงยั้งมือไม่อยู่และ ตบหน้า เพื่อนอีกคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

                   เพื่อนคนที่ถูกตบรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจมาก แต่เขาไม่ได้โต้ตอบหรือพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขาเพียงแต่ก้มลงไปแล้วใช้นิ้ว เขียนลงบนพื้นทราย ว่า:

                   “วันนี้ เพื่อนรักของฉันตบหน้าฉัน”

                   พวกเขายังคงเดินทางต่อไปจนกระทั่งพบกับ แหล่งน้ำกลางทะเลทราย “โอเอซิส”ที่เขียวขจี ทั้งคู่จึงตัดสินใจแวะพักและลงอาบน้ำเพื่อคลายความร้อน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพื่อนคนที่เคยถูกตบหน้าเกิดเป็นตะคริวและเริ่มจมลงไปในบึงน้ำที่ลึกโคลนดูด

                   เพื่อนอีกคนเห็นดังนั้นก็รีบกระโดดลงไปช่วยอย่างไม่ลังเล เขาพยายามสุดกำลังจนสามารถดึงเพื่อนขึ้นมาจากน้ำได้อย่างปลอดภัย เมื่อเพื่อนที่เกือบจมน้ำฟื้นตัวและหายจากอาการตกใจ เขาก็หยิบสิ่วเล่มเล็กออกมาจากย่าม แล้วบรรจง สลักลงบนก้อนหิน ใหญ่ริมน้ำว่า:

                  “วันนี้ เพื่อนรักของฉันได้ช่วยชีวิตฉันไว้”

                  เพื่อนคนที่ตบหน้าและช่วยชีวิตเขารู้สึกสงสัยจึงถามว่า

                  “ตอนที่ข้าทำร้ายเจ้า เจ้าเขียนลงบนทราย แต่ทำไมตอนนี้เจ้าถึงสลักลงบนหินล่ะ?”

                  เพื่อนอีกคนยิ้มและตอบด้วยแววตาที่สงบว่า: “เมื่อมีใครบางคนทำให้เราเจ็บช้ำน้ำใจ เราควรบันทึกลงบน ‘ผืนทราย’ เพื่อให้สายลมแห่งการให้อภัย พัดทำลายร่องรอยความบอบช้ำทั้งหลายให้จางหายไปในเวลาอันสั้น แต่เมื่อมีใครทำสิ่งดีๆ ให้แก่เรา ควรสลักคุณความดีนั้นไว้บน ‘ก้อนหิน’ เพื่อที่จะเป็นหลักฐานอันถาวร ที่ยากจะลบล้างไปได้”

                 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “การให้อภัยคือการปล่อยความทุกข์ให้หายไปกับกาลเวลาเหมือนรอยบนทราย ส่วนการจดจำความดีคือการสร้างความสุขให้คงอยู่อย่างยั่งยืนเหมือนรอยสลักบนหิน”

                 เรียบเรียงจากนิทาน เรื่อง ทรายกับก้อนหิน The Sand and the Stone ซึ่งเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับการให้อภัยและกตัญญู ที่แพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลกโดยไม่ทราบต้นทาง 

อาทร จันทวิมล

Leave a comment