รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วัณโรค รักษาได้ (ตอนที่2)

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วัณโรค รักษาได้ (ตอนที่2)

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วัณโรค รักษาได้ (ตอนที่2)

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เหตุผลที่วัณโรคยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญนั้นมีหลายประการ ประการแรกคือ เชื้อวัณโรค “ซ่อนตัว” เก่ง  คนจำนวนมาก มีเชื้อวัณโรคอยู่ในร่างกายแต่ไม่แสดงอาการ เราเรียกว่า “วัณโรคระยะแฝง” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่แพร่เชื้อและไม่รู้ตัวว่ามีเชื้อ แต่เมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอลง เช่น อายุมากขึ้น ผู้ป่วยเบาหวาน ภาวะขาดอาหาร โภชนาการไม่ดี สูบบุหรี่ หรือร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันตก เชื้อจะ “กำเริบ” ขึ้นมากลายเป็นวัณโรคระยะติดต่อทันที ประการที่สอง อาการเริ่มแรก “แยกยาก”วัณโรคมักไม่ได้ทำให้ป่วยหนักทันทีในวันแรก แต่อาการจะค่อยเป็นค่อยไป เช่น ไอเล็กน้อย มีไข้ต่ำๆ ตอนเย็น ซึ่งหลายคนมักคิดว่าเป็นแค่หวัดหรือภูมิแพ้ธรรมดา กว่าจะรู้ตัวและไปหาหมอ ก็อาจจะ แพร่เชื้อให้คนรอบข้างไปแล้วหลายคน ประการที่สามปัญหา “วัณโรคดื้อยา” คือความท้าทายที่น่ากลัวที่สุดในปัจจุบัน เกิดจากการที่ผู้ป่วยกินยาไม่สม่ำเสมอ หรือกินยาไม่ครบตามที่หมอสั่ง พอเริ่มรู้สึกดีขึ้นก็มักจะหยุดยาเอง ทำให้เชื้อพัฒนาตัวเองจนยาทั่วไปที่รักษาใช้ไม่ได้ผล นั่นคือเชื้อดื้อยาซึ่งการรักษาวัณโรคดื้อยานั้นจะยากขึ้น และจะใช้เวลานานขึ้นเป็น 18-24 เดือน และมีโอกาสรักษาหายขาดน้อยลง ประการสุดท้าย สภาพสังคมและกลุ่มเสี่ยง วัณโรคชอบ “ที่อับ คนแออัด อากาศไม่ถ่ายเท” ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ยังมีการระบาดต่อเนื่อง

การเกิดวัณโรคมี 2 ปัจจัยเสี่ยงหลักๆ คือ 

1. ปัจจัยด้านสุขภาพ หรือ “ความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันของเราเอง” เป็นปัจจัยภายในที่ทำให้ร่างกายสู้กับเชื้อไม่ไหว แม้จะเคยฉีดวัคซีนมาแล้ว เช่น คนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวาน ที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ โรคไตเรื้อรัง และ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มนี้มีโอกาสที่เชื้อวัณโรคระยะแฝงจะกำเริบสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า คนที่อยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ หรือยารักษามะเร็ง) รวมถึงคนที่มีภาวะโภชนาการ การขาดสารอาหาร หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำกว่า 18.5 ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ค่อยดี 

2. ปัจจัยด้านการสัมผัส หรือ “โอกาสในการรับเชื้อ” เช่น ผู้ใช้ชีวิตและหายใจในอากาศเดียวกับผู้ป่วยเป็นเวลานาน บุคลากรทางการแพทย์ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วยโดยตรงจากการปฏิบัติงาน คนที่ทำงานหรืออาศัยในที่อับอากาศ ไม่ถ่ายเท เช่น เรือนจำ หรือชุมชนแออัด 

วัณโรคหายขาดได้ด้วยการใช้ยา การกินยาสูตรมาตรฐานติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ 6 เดือน จะทำให้ผู้ป่วยวัณโรคหายขาด และเมื่อผู้ป่วยกินยาครบ 14 วันแรก ก็จะไม่แพร่เชื้อวัณโรคให้แก่ผู้อื่นแล้ว ดังนั้น เมื่อมีอาการไอเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีไข้ต่ำๆ บ่ายๆ เย็นๆ ทุกวัน เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักลดมากทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ ก็ควรสงสัยวัณโรคไว้และรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว ทั้งเพื่อสุขภาพของตนเองและคนรอบข้างด้วยนั่นเอง 

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment