Health News : เทคโนโลยี ‘ฉีดยาแบบไร้เข็ม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/609303

Health News : เทคโนโลยี ‘ฉีดยาแบบไร้เข็ม’

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.15 น.

เดวิด เฟอร์นันเดซ ริวาส อาจารย์ของมหาวิทยาลัยทเว็นเตของเนเธอร์แลนด์ และทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ในสหรัฐฯ กำลังพัฒนาเทคโนโลยีเลเซอร์สำหรับฉีดยาเสมือนไร้ความเจ็บปวด มีชื่อว่า ‘บับเบิลกัน’ (Bubble Gun) ใช้แสงเลเซอร์ดันของเหลวที่เป็นตัวยาเข้าไปที่ผิวหนังชั้นนอก ขั้นตอนนี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าการถูกยุงกัด ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดเพราะไม่ได้สัมผัสปลายประสาทของผิวหนัง ภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที แสงเลเซอร์จะทำให้หลอดแก้วที่บรรจุของเหลวร้อนและเกิดฟองอากาศ จากนั้น ก็จะดันของเหลวออกไปด้วยความเร็วกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นวิธีการที่ทำให้ยาเข้าสู่ผิวหนังได้โดยไม่ก่อให้เกิดบาดแผล

เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงจะช่วยให้ผู้คนหันมาเข้ารับการฉีดยามากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากสิ่งปนเปื้อนจากเข็มที่ไม่สะอาดและลดปัญหาขยะทางการแพทย์อีกด้วย อย่างไรก็ดีคาดว่าอาจต้องใช้เวลาราว 1-3 ปี กว่าที่การฉีดยาแบบไฮเทคดังกล่าวจะถูกใช้อย่างกว้างขวาง ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าในการวิจัยและประเด็นด้านข้อบังคับการใช้งาน โดยขณะนี้ บริษัทสตาร์ทอัพใหม่แห่งหนึ่งจะทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อดำเนินการทดสอบเพิ่มเติมรวมถึงแนวทางการวางจำหน่ายเทคโนโลยี “บับเบิลกัน” ต่อไปในอนาคต

Health News : เผยยา ‘โมลนูพิราเวียร์’ ต้านโควิดทุกสายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/606151

Health News : เผยยา ‘โมลนูพิราเวียร์’ ต้านโควิดทุกสายพันธุ์

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมอร์ค แอนด์ โค บริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เผยผลการทดลองในห้องปฏิบัติการแสดงให้เห็นว่า ยาเม็ดต้านโควิด-19 ที่รู้จักกันในชื่อ โมลนูพิราเวียร์ ที่บริษัทกำลังพัฒนา มีแนวโน้มต้านเชื้อโควิดได้ทุกสายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า เนื่องจากยาดังกล่าวไม่ได้เล็งเป้าหมายไปที่หนามโปรตีนของเชื้อโควิดเหมือนกับวัคซีนป้องกันโรคโควิดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ยาโมลนูพิราเวียร์จะเล็งเป้าหมายไปยังเอนไซม์ที่จำเป็นสำหรับเชื้อโควิดในการคัดลอกตัวเอง และทำให้เกิดข้อผิดพลาดในรหัสพันธุกรรมของเชื้อโควิดจนไม่อาจแพร่พันธุ์ได้นอกจากนี้ ผลการศึกษายังระบุว่า ยาโมลนูพิราเวียร์จะมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อผู้ป่วยติดเชื้อโควิดได้รับยาในช่วงแรกของการติดเชื้อ

ขณะนี้ เมอร์ค แอนด์ โค กำลังทำการทดลองยาต้านเชื้อโควิด 2 ขนานร่วมกับริดจ์แบ็คไบโอเทอราพิวติกส์ ซึ่งเป็นการทดลองทางคลินิกระยะที่สาม โดยแบ่งเป็นยารักษาและยาป้องกันโรคโควิด และคาดว่าจะเสร็จสิ้นการทดลองระยะดังกล่าวในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

Health News : จีนเตรียมทดลองวัคซีนโควิดชนิดพ่นจมูกขั้นสุดท้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/604639

Health News : จีนเตรียมทดลองวัคซีนโควิดชนิดพ่นจมูกขั้นสุดท้าย

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.40 น.

ปักกิ่ง ว่านไท่ ไบโอโลจิคัล ฟาร์มาซี (Beijing Wantai Biological Pharmacy) บริษัทผู้พัฒนาวัคซีนของจีน วางแผนเริ่มการทดลองทางคลินิกระยะที่สามของวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบพ่นจมูกในกลุ่มอาสาสมัครขนาดใหญ่ ตั้งเป้ารับสมัครผู้เข้าร่วมการทดลองวัยผู้ใหญ่ 40,000 คนผู้เข้าร่วมจะได้รับวัคซีนโควิดแบบพ่นจมูกสองโดสที่บริษัทพัฒนาขึ้น หรือได้รับวัคซีนที่เป็นยาหลอก โดยเว้นระยะห่างระหว่างโดสแรกกับโดสสองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี ไม่มีการระบุว่า ปักกิ่ง ว่านไท่ จะดำเนินการทดลองในกี่ประเทศ แต่ระบุว่าคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของฟิลิปปินส์ได้อนุมัติการทดลองดังกล่าวแล้ว

ขณะเดียวกัน ตัวแทนของปักกิ่ง ว่านไท่ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังรอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานทางการอีกหลายประเทศเพื่อเตรียมการทดลองระยะที่สาม แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นประเทศใด ทั้งนี้ วัคซีนป้องกันโรคโควิดแบบพ่นจมูกที่ปักกิ่ง ว่านไท่ พัฒนาขึ้นถือเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือไปจากการฉีดวัคซีนโควิดที่แขน โดยที่วัคซีนดังกล่าวจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินหายใจโดยเลียนแบบการติดเชื้อโควิดตามธรรมชาติ

Health News : ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีสูงเป็นสถิติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603059

Health News : ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีสูงเป็นสถิติ

Health News : ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีสูงเป็นสถิติ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของญี่ปุ่นเผยว่า ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้สูงวัยที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 51 ผลสำรวจตามทะเบียนราษฎรพบว่า ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้สูงวัยที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปมากถึง 86,510 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6,060 คน ในจำนวนนี้ มีผู้สูงวัยผู้หญิง 76,450 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 88 และมีผู้สูงวัยผู้ชาย 10,060 คน ทั้งนี้ผู้สูงวัยผู้หญิงที่มีอายุมากที่สุดในญี่ปุ่น คือ ทานากะ คาเนะ วัย 118 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองฟุกุโอกะและผู้สูงวัยผู้ชายที่มีอายุมากที่สุด คือ อุเอดะ มิกิโซ วัย 111 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองนารา

ขณะเดียวกัน จังหวัดชิมาเนะของญี่ปุ่นยังคงมีอัตราผู้สูงวัยที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปสูงสุดของประเทศที่ 134 คนต่อประชากร 100,000 คน ทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ตามมาด้วยจังหวัดโคชิที่มี 126 คน และจังหวัดคาโงชิมะที่มี 118 คน ส่วนจังหวัดไซตามะมีอัตราผู้สูงวัยที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปน้อยสุดเพียง 42 คนต่อประชากร 100,000 คน ตามมาด้วยจังหวัดไอจิที่มี 44 คน และจังหวัดชิบะที่มี 49 คน

Health News : อียูเพิ่มคำเตือน‘โรคจีบีเอส’หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601442

Health News : อียูเพิ่มคำเตือน‘โรคจีบีเอส’หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา

Health News : อียูเพิ่มคำเตือน‘โรคจีบีเอส’หลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป หรืออีเอ็มเอ ประกาศเพิ่มโรคกิลแลง-บาร์เร ซินโดรม หรือจีบีเอส ซึ่งทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน ไว้ในคำเตือนผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา เนื่องจากความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างโรคจีบีเอสกับวัคซีนของแอสตราเซเนกามีความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผล หลังพบผู้ป่วยโรคจีบีเอส 833 คน จากการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาทั่วโลก 592 ล้านโดสนับถึงวันที่ 31 กรกฎาคม อย่างไรก็ดี องค์การยาแห่งสหภาพยุโรปจัดให้ผลข้างเคียงดังกล่าวอยู่ในประเภทชนิดหายากมาก ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด และเน้นย้ำว่าวัคซีนของแอสตราเซเนกามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงทางสุขภาพ

ก่อนหน้านี้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐ หรือเอฟดีเอ ได้เพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับโรคจีบีเอสที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ทั้งนี้ วัคซีนของแอสตราเซเนกาและจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นวัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ และมีความเชื่อมโยงที่ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนเช่นกัน

Health News : ฟิลิปปินส์รับรองวัคซีนโมเดอร์นาในเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599840

Health News : ฟิลิปปินส์รับรองวัคซีนโมเดอร์นาในเด็ก

Health News : ฟิลิปปินส์รับรองวัคซีนโมเดอร์นาในเด็ก

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 07.15 น.

ผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยา หรือเอฟดีเอ ของฟิลิปปินส์ แถลงว่า ฟิลิปปินส์ได้อนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของโมเดอร์นาเป็นกรณีฉุกเฉินในเด็กอายุ 12-17 ปี หลังจากที่ผ่านการประเมินอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้กำกับดูแลด้านวัคซีนของเอฟดีเอแต่มีคำเตือนว่า วัคซีนของโมเดอร์นาอาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบชนิดหายากหลังฉีดวัคซีน ซึ่งมีความคล้ายกันกับวัคซีนชนิด mRNA ขนานอื่น นอกจากนี้ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจะเกิดขึ้นใน 1 คนต่อผู้ได้รับวัคซีน 1 ล้านคน และอาจพบได้มากกว่าในกลุ่มผู้ชายที่มีอายุน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าประโยชน์ของวัคซีนดังกล่าวมีมากกว่าความเสี่ยงโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้ากำลังส่งผลกระทบต่อเด็ก

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของฟิลิปปินส์พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 20,310 คนเมื่อวันศุกร์ ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 2.04 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 33,000 คนซึ่งเป็นตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากอินโดนีเซีย

Health News : ผู้ป่วยโควิดอาจมีอาการเป็นปีหลังเข้า รพ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598197

Health News : ผู้ป่วยโควิดอาจมีอาการเป็นปีหลังเข้า รพ.

Health News : ผู้ป่วยโควิดอาจมีอาการเป็นปีหลังเข้า รพ.

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.30 น.

บทบรรณาธิการของวารสารการแพทย์แลนเซตเผยแพร่ผลการศึกษาในจีนที่ติดตามอาการผู้เข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลเมืองอู่ฮั่นระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2563 จำนวนเกือบ 1,300 คนพบว่า ผู้ออกจากโรงพยาบาลแล้วราวครึ่งหนึ่งยังคงมีอาการเรื้อรังอย่างน้อย 1 อย่าง ในช่วง 12 เดือนหลังจากป่วย ส่วนใหญ่เป็นอาการเหนื่อยหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ขณะที่1 ใน 3 มีอาการหายใจลำบาก ดังนั้นหากไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจังหรือไม่ได้รับแนวทางการฟื้นฟูร่างกาย โรคโควิด-19 จะมีผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาวต่อการที่ผู้ป่วยจะกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ ผลการศึกษาชี้ว่า ผู้ป่วยจำนวนมากต้องใช้เวลานานกว่า 1 ปีจึงจะหายดี

หากพิจารณาในรายละเอียดพบว่า สัดส่วนผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังอย่างน้อย 1 อย่างลดลงจากร้อยละ 68 ในช่วง 6 เดือนหลังจากป่วย เหลือร้อยละ 49 ในช่วง 12 เดือนหลังจากป่วย แต่สัดส่วนผู้มีอาการหายใจลำบากกลับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 26 ในช่วง 6 เดือนหลังจากป่วย เป็นร้อยละ 30 ในช่วง 12 เดือนหลังจากป่วย ผู้ป่วยสตรีมักมีอาการเรื้อรังมากกว่าผู้ป่วยชายเกือบครึ่งหนึ่ง และมักเป็นโรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวลมากกว่าผู้ป่วยชายถึง 2 เท่าด้วย

Health News : ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเสี่ยงหัวใจอักเสบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596614

Health News : ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเสี่ยงหัวใจอักเสบ

Health News : ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเสี่ยงหัวใจอักเสบ

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 07.20 น.

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐฯ รายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบรายงานความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นของภาวะหัวใจอักเสบชนิดหายากในกลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อย ที่อาจเชื่อมโยงกับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของโมเดอร์นา แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมก่อนที่จะให้คำแนะนำใดๆ โดยจากข้อมูลพบว่า ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดของโมเดอร์นาอาจมีอัตราเกิดภาวะหัวใจอักเสบสูงกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ถึง 2.5 เท่า รายงานของวอชิงตันโพสต์ยังอ้างถึงผลการตรวจสอบโดยใช้ข้อมูลของแคนาดาที่พบว่า ผู้ชายที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจอักเสบสูงหลังฉีดวัคซีนของโมเดอร์นา

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของสหรัฐฯ ได้เพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับภาวะหัวใจอักเสบชนิดหายากหลังฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาและไฟเซอร์ ซึ่งเป็นวัคซีนชนิด mRNA ในกลุ่มผู้ชายที่มีอายุน้อย อย่างไรก็ดี หน่วยงานดังกล่าวระบุว่า วัคซีนทั้งสองขนานมีประโยชน์ในการป้องกันโรคโควิด-19 มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

Health News : CDC แนะหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594973

Health News : CDC แนะหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

Health News : CDC แนะหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศูนย์ควบคุมโรคระบาดของสหรัฐฯ หรือ CDC ออกข้อแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หลังมีข้อมูลอ้างอิงจากนักวิเคราะห์ที่ชี้ว่า ยังไม่พบข้อกังวล ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาใหม่ หรือการศึกษาก่อนหน้านี้ โดยพบว่าอัตราการแท้งบุตรมีความใกล้เคียงกับอัตราที่พบปกติ หญิงตั้งครรภ์สามารถฉีดวัคซีนชนิดใดก็ได้ ที่อนุมัติให้เป็นกรณีฉุกเฉิน ทั้ง Pfizer, Moderna และ Johnson & Johnson

ก่อนหน้านี้ CDC ยังไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีน แต่ระบุว่าให้พวกเธอปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน โดยชี้ว่า การตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 แล้วอาการหนักอีกทั้ง การติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างตั้งครรภ์ ยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดด้วย แต่ข้อแนะนำล่าสุดของ CDC แนะนำให้วัยรุ่นตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และคนที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ให้ไปรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 CDC ระบุว่า ต้องการให้ผู้หญิงได้รับการปกป้อง เพราะตอนนี้ยังไม่พบสัญญาณความน่ากังวลใดๆ ดังนั้น ประโยชน์ของวัคซีน ยังนับว่ามีมากกว่าความเสี่ยง ที่ยังไม่มีใครรู้

Health News : ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิตจากโควิดอายุน้อยที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593365

Health News : ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิตจากโควิดอายุน้อยที่สุด

Health News : ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิตจากโควิดอายุน้อยที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.10 น.

ชายชาวออสเตรเลียที่อายุ 20 ปีกว่าๆ เสียชีวิตในบ้านในนครซิดนีย์ เป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดในออสเตรเลียที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวยังไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีน แยกกักตัวอยู่ในบ้านมาแล้ว 13 วัน หลังจากมีผลการตรวจเชื้อไวรัสเป็นบวกและสุขภาพของเขาย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับระบุว่า เขาอาศัยกับบุคคลอีกคนหนึ่งที่ขณะนี้รับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเนื่องจากป่วยด้วยโควิด-19 ขณะนี้ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้เสียชีวิตและรายละเอียดว่า เขาติดเชื้อได้อย่างไร ชายคนนี้อาศัยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลต้า ที่กระจายอยู่ในครซิดนีย์มาหลายสัปดาห์แล้ว

การเสียชีวิตดังกล่าวเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงจากเชื้อไวรัสและความสำคัญของการฉีดวัคซีน ทางการออสเตรเลียตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ประชากรในนครซิดนีย์ให้ได้ครึ่งหนึ่งก่อนที่จะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ โดยกำหนดเป้าหมายไว้ภายในวันที่ 28 สิงหาคม นางแกลดิส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นอีกครั้งว่า โรคนี้มีความรุนแรงแค่ไหนและกระทบกับประชาชนทุกวัย