Health News : สตรีอินเดียทุกคนมีสิทธิ์ทำแท้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/683741

Health News : สตรีอินเดียทุกคนมีสิทธิ์ทำแท้ง

Health News : สตรีอินเดียทุกคนมีสิทธิ์ทำแท้ง

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศาลฎีกาอินเดียมีคำชี้ขาดในสัปดาห์นี้ว่า สตรีที่ไม่มีสถานภาพสมรสมีสิทธิ์ที่จะทำแท้งได้ขณะมีอายุครรภ์สูงสุด 24 สัปดาห์ เช่นเดียวกับสตรีที่แต่งงานแล้ว เพราะการไม่มีสถานภาพสมรสไม่สามารถทำให้สตรีเสียสิทธิ์การทำแท้งได้ เป็นการชี้ขาดตามที่สตรีคนหนึ่งยื่นฎีกาว่า เธอตั้งครรภ์ด้วยความสัมพันธ์อย่างสมัครใจ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำแท้งตามที่ต้องการ

ปัจจุบันกฎหมายยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์หรือเอ็มทีพี ปี 2514 ของอินเดียสงวนการทำแท้งให้เฉพาะสตรีแต่งงานแล้ว หญิงม่ายหย่าร้างหรือสามีเสียชีวิต ผู้เยาว์ สตรีพิการและบกพร่องทางจิตใจ และผู้ตกเป็นเหยื่อข่มขืนหรือประทุษร้ายทางเพศ ศาลฎีกามีคำชี้ขาดด้วยว่า การถูกสามีประทุษร้ายทางเพศสามารถถือเป็นการข่มขืนคู่สมรสภายใต้กฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวยังไม่ถือว่า การข่มขืนคู่สมรสเป็นความผิด แม้มีความพยายามแก้ไขเรื่องนี้

สมาชิกรัฐสภาสตรีอินเดียคนหนึ่งทวีตชื่นชมคำชี้ขาดว่า เป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ ขณะที่นักเรียกร้องสิทธิที่เชี่ยวชาญกฎหมายเพศสภาพทวีตว่า คำชี้ขาดของศาลฎีกาเรื่องการทำแท้งภายใต้กฎหมายเอ็มทีพีเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุด สำหรับยุคที่ยังมีการแบ่งแยกสถานภาพสมรสของผู้หญิงที่ถูกข่มขืน

Health News : ผลศึกษาชี้โควิดเพิ่มเสี่ยงสมองบาดเจ็บระยะยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682190

Health News : ผลศึกษาชี้โควิดเพิ่มเสี่ยงสมองบาดเจ็บระยะยาว

Health News : ผลศึกษาชี้โควิดเพิ่มเสี่ยงสมองบาดเจ็บระยะยาว

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน และผู้เชี่ยวชาญจากระบบดูแลสุขภาพเซนต์หลุยส์ในสหรัฐฯ เผยผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature Medicine ซึ่งพบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะสมองบาดเจ็บในอีกหนึ่งปีต่อมา เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับเชื้อโควิด คณะวิจัยระบุต่อไปว่า ความผิดปกติทางสมองและระบบประสาทอื่นๆ เกิดขึ้นในผู้ที่ติดเชื้อโควิด มากกว่าคนที่ไม่ติดโควิดถึงร้อยละ 7 หมายความว่า ชาวอเมริกัน 6.6 ล้านคน ที่มีความบกพร่องทางสมอง เชื่อมโยงกับการติดเชื้อโควิด

ดร.ไซอัด อัล-อาลี แห่งคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เปิดเผยว่าผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงผลกระทบระยะยาวที่ร้ายแรงของโควิด ผลวิจัยยังพบว่า ผู้ติดเชื้อโควิด มีความเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 77 ที่จะพัฒนาไปสู่ภาวะความจำมีปัญหา และน่าจะมีโอกาสมากกว่าร้อยละ 50 ที่จะเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน สาเหตุจากลิ่มเลือด เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ไม่ติดเชื้อโควิดอีกทั้งคนที่ติดโควิด น่าจะมีอาการชักมากถึงร้อยละ 80 และร้อยละ 43 มีปัญหาสุขภาพจิต เช่นโรคซึมเศร้า กับโรควิตกกังวล และร้อยละ 35 มีอาการปวดศีรษะ ส่วนร้อยละ 42 น่าจะมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น ตัวสั่น เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ติดโควิด พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขและระบบสุขภาพ ต้องปรับแผนหลังสิ้นสุดโควิด

Health News : ผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นทั่วปากีสถาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/680674

Health News : ผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นทั่วปากีสถาน

Health News : ผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นทั่วปากีสถาน

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมืองใหญ่หลายแห่งของปากีสถานพบผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมืองลาฮอร์ แพทย์วินิจฉัยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 62 คนในช่วง 24 ชั่วโมงนับจนถึงวันศุกร์ ขณะที่ผู้ป่วยไข้เลือดออกราว 152 คน อยู่ในระหว่างการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ในเมือง ส่วนกรุงอิสลามาบัด รายงานพบผู้ป่วย
ไข้เลือดออกรายใหม่ 55 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่อรวมกับจำนวนผู้ป่วยเดิม ผู้ป่วยไข้เลือดออกทั้งหมดจะสูงถึง 668 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพส่วนสำนักงานสาธารณสุขของแคว้นสินธ์ ที่กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก ยืนยันผู้ป่วยไข้เลือดออกรายใหม่แล้ว 113 คน ซ้ำเติมความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของปากีสถาน ประกาศแนะนำให้ประชาชนสวมเสื้อแขนยาวและใช้โลชั่นกันยุง เพื่อป้องกันตัวเองจากยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกอีกทั้งเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายคนแนะนำเพิ่มเติมให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันล่วงหน้าเพื่อป้องกันไข้เลือดออกรวมถึงการดื่มน้ำให้มาก และป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด

Health News : เกาหลีเหนืออาจเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/679162

Health News : เกาหลีเหนืออาจเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

Health News : เกาหลีเหนืออาจเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวปราศรัยต่อสมัชชาประชาชนสูงสุด หรือรัฐสภาเกาหลีเหนือ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยอ้างคำเตือนขององค์การอนามัยโลกที่ว่า หน้าหนาวอาจจะทำให้เกิดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 กลับมาอีกครั้งและด้วยเหตุนี้เอง นอกจากรัฐบาลจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว ยังเสนอแนะให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อปัองกันตนเองตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี นายคิมไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เกาหลีเหนือไม่ได้ยืนยันเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 แม้ว่าบันทึกของศุลกากรจะแสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือนำเจ้าวัคซีนที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดจากประเทศจีนในปีนี้

เมื่อเดือนที่แล้ว นายคิม จอง อึน เพิ่งประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19 และสั่งให้ยกเลิกมาตรการขั้นสูงสุดในการป้องกันการระบาดที่ประกาศใช้เมื่อเดือนพฤษภาคม แต่ยังให้ใช้มาตการคุมเข้มอยู่ต่อไป

Health News : โรคปอดบวมปริศนาในอาร์เจนตินา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/677664

Health News : โรคปอดบวมปริศนาในอาร์เจนตินา

Health News : โรคปอดบวมปริศนาในอาร์เจนตินา

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาร์เจนตินา เปิดเผยความหวาดกลัวไวรัสมรณะตัวใหม่ระบาดได้เริ่มลุกลามแล้ว หลังมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 รายด้วยโรคปอดบวมลึกลับที่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้ติดเชื้ออีก 9 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่อนามัย 8 คน และอีกคนเป็นผู้ป่วยไอซียูที่เข้ารับการรักษาอยู่ที่คลินิกเอกชน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแสดงความวิตกอย่างยิ่ง หลังตรวจหาเชื้อ 30 คน รวมถึงโควิด และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และบี รัฐมนตรีสาธารณสุขรัฐตูกูมัน ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตและป่วยด้วยโรคปอดบวมลึกลับ และว่าผู้ป่วยทั่วไปมีอาการหายใจติดขัดรุนแรง ควบคู่ไปกับปอดบวม และจากภาพเอกซเรย์พบอาการคล้ายคลึงกับโรคโควิด-19 ตัวอย่างของเชื้อไวรัสนิรนาม ได้ส่งถูกไปทดสอบที่สถาบันมัลแบรนในกรุงบัวโนสไอเรส รวมถึงสำนักงานห้องปฏิบัติการทดลองทางสุขภาพแห่งชาติ และสถาบันต่างๆ ในอาร์เจนตินา และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ยังตรวจสอบน้ำและเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ เพื่อตรวจหาสารพิษ

ขณะเดียวกัน ทีมนักระบาดวิทยาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคยุโรป เฝ้าจับตาสถานการณ์ดังกล่าว เช่นเดียวกับนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก ได้เริ่มติดตามสถานการณ์ด้วย

Health News : รู้ทันอาการสมองเสื่อมถอย..หลังติดเชื้อโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/676729

Health News : รู้ทันอาการสมองเสื่อมถอย..หลังติดเชื้อโควิด-19

Health News : รู้ทันอาการสมองเสื่อมถอย..หลังติดเชื้อโควิด-19

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดูเหมือนการใช้ชีวิตทุกวันนี้จะเข้าสู่โหมดปกติที่เราต่างก็กลับไปทำงาน ไม่ได้ Work from Home เหมือนที่ผ่านมา รวมถึง
การออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเชื้อโควิดกลายเป็นโรคประจำถิ่น และคนส่วนใหญ่ก็ป้องกันตัวเองกันอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังฉีดวัคซีนกันมาครบโดสแล้ว แต่หลายคนก็อาจจะกลับมาติดเชื้อซ้ำได้อีก อย่างไรก็ตามผู้ติดเชื้อก็ยังคงต้องแยกตัวออกจากผู้อื่นและรักษาตัวด้วยการกินยาตามดุลยพินิจของแพทย์จนกว่าจะหายป่วยและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ข้อมูลจาก รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรสหประชาชาติ และอาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า หากใครที่ติดโควิด-19 และรักษาจนหายแล้ว แต่กลับยังต้องเผชิญกับอาการที่หลงเหลืออยู่ หรือลองโควิด (Long COVID) ตามมา ซึ่งลักษณะอาการสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย ตั้งแต่ระบบหายใจ ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร หัวใจ และหลอดเลือด โดยที่แต่ละบุคคลอาจจะมีอาการหลากหลายแตกต่างกันไป อีกทั้งผู้ที่หายป่วยบางรายอาจยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม

หนึ่งในอาการลองโควิดที่กรมการแพทย์ออกมาเปิดเผยก็คือ อาการสมองเสื่อมถอย ที่มักจะพบในช่วง 1-6 เดือน
หลังจากติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากสมองเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนไปเลี้ยงค่อนข้างมาก การติดเชื้อลงปอดทำให้ออกซิเจนในเลือดลดลง ออกซิเจนจึงไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ และในขณะเดียวกันก็เกิดการอักเสบเรื้อรังของเซลล์ประสาท ทำให้สมรรถภาพการทำงานของสมองถดถอย ส่วนใหญ่มักจะเกิดในด้านสมาธิ ทักษะในการตัดสินใจ การวางแผน การแก้ปัญหา และความจำระยะสั้น โดยมีอาการรู้สึกเหมือนสมองล้า (brain fog) รู้สึกตื้อๆ มึนๆ เบลอๆ ไม่มีสมาธิ หรือไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กระทั่งส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน การทำงาน หรือการเข้าสังคมในระยะยาว

ปัจจัยเสี่ยงของอาการสมองเสื่อมถอย

l อายุมาก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคหลายอย่างร่วมอยู่ด้วย

l อาการติดเชื้อที่รุนแรง อาการติดเชื้อระยะเฉียบพลันที่รุนแรงและมีภาวะขาดออกซิเจน

l เดิมมีโรคทางระบบประสาทและสมองอยู่ เช่น โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก

l ซึมเศร้าและวิตกกังวล มีโรคร่วมทางจิตเวช เช่น ผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

เสริมสุขภาพ ชาร์จพลังสมอง

สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีใครดูแลเราได้ดีกว่าตัวเราเอง ฉะนั้น ทางที่ดีคุณควรให้เวลากับสุขภาพตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะสมอง กองบัญชาการสำคัญที่ควบคุมระบบต่างๆ ในร่างกาย ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างดี โดยเริ่มจาก

อาหารบำรุงสมอง การเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากช่วยให้ร่างกายเราเจริญเติบโตแล้ว ยังช่วยบำรุงและฟื้นฟูให้สมองของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฉะนั้น จึงควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบมื้อครบหมู่ตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะอาหารประเภท โปรตีน ถือเป็นอาหารบำรุงสมองที่สำคัญ ยิ่งถ้าเป็นโปรตีนจากสัตว์ก็จะมีธาตุเหล็กสูงและกรดอะมิโนจำเป็นที่สมองต้องการนำมาสร้างสารสื่อประสาท ซึ่งมีหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาทตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง

พักผ่อนเพื่อผ่อนคลาย สมอง จำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย และการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ช่วยให้สมองได้หยุดพักและผ่อนคลายหลังจากใช้งานมาทั้งวัน เพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาเซลล์ประสาทให้กลับสู่สภาพที่พร้อมใช้งานได้ในวันถัดไป รวมทั้งยังช่วยให้สามารถคิดอ่านหรือตัดสินใจได้ดี เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม และมีกระบวนการในการจดจำที่ทรงประสิทธิภาพ

ออกกำลังกาย ถ้าต้องการให้ร่างกายและสมองฟิตพร้อมอยู่เสมอก็ต้องหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำด้วยไม่ว่าเป็นเต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ เดิน วิ่ง ฯลฯ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที จะช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยในการสร้างเซลล์สมองใหม่ซึ่งจะเชื่อมต่อการทำงานของสมองและร่างกายให้ทำงานควบคู่กันได้อย่างดีมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสภาวะอารมณ์ให้ดีขึ้นด้วย

หมั่นลับสมอง การมีกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสมองและบันเทิงจิตใจอย่างต่อเนื่องทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การเขียนหรืออ่านหนังสือ รวมถึงการเล่นเกมส์ฝึกสมองต่างๆ เช่น หมากรุก ครอสเวิร์ด ปริศนาอักษรไขว้ ต่อภาพจิ๊กซอว์ เกมประเภทตัวเลข ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการเรียนรู้ ปฏิภาณไหวพริบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงถือเป็นวิธีที่ช่วยบริหารสมองได้ดี

เสริมภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ แม้จะมีเรื่องหงุดหงิด ไม่สบายใจ วิตกกังวล ควรรู้จักปล่อยวาง อย่าเอาเรื่องร้ายๆ มาใส่ใจ พยายามมองโลกในแง่บวก คิดถึงแต่สิ่งดีๆ เพราะสมองของเราทำงานได้ดีในขณะที่มีความสุข พร้อมหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือทำงานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็น ปลูกต้นไม้ วาดรูป ฟังเพลง หรือไปเที่ยวพักผ่อน เพื่อช่วยให้สมองปลอดโปร่งและลดความตึงเครียดลงได้

หากรู้จักใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ สมองของคุณก็จะมีสุขภาพดี มีสมาธิ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Health News : ผู้ป่วยติดเชื้ออีโคไลในสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 84 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/676124

Health News : ผู้ป่วยติดเชื้ออีโคไลในสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 84 คน

Health News : ผู้ป่วยติดเชื้ออีโคไลในสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 84 คน

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือซีดีซี ระบุว่า สหรัฐพบผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E.coli bacteria) ในรัฐมิชิแกน โอไฮโอ อินดีแอนา และเพนซิลเวเนีย
ทางตะวันตกตอนกลาง หรือมิดเวสต์ รายใหม่ 47 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 84 คน โดยที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติรับประทานแซนด์วิชใส่ผักกาดโรเมน (Romaine Lettuce) จากร้านเวนดีส์ (Wendy’s) ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ก่อนที่จะมีอาการป่วยในเวลาต่อมา อย่างไรก็ดี ซีดีซี ยังไม่ได้ประกาศคำแนะนำให้ประชาชนเลี่ยงซื้ออาหารจากร้านเวนดีส์ หรือขอให้เลี่ยงการรับประทานผักกาดโรเมน เนื่องจากยังไม่ทราบแหล่งที่มาของการระบาดอย่างแน่ชัด ทั้งยังระบุว่า ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้ออีโคไลอาจมีมากกว่าที่ทางการรายงาน และอาจพบผู้ป่วยในรัฐอื่นๆ ของสหรัฐฯ เช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ร้านเวนดีส์เผยในแถลงการณ์ว่า ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ เป็นอย่างดีเกี่ยวกับการสอบสวนหาแหล่งที่มาของเชื้ออีโคไล ซึ่งรวมถึงการทิ้งผักกาดโรเมนทั้งหมดที่ร้านอาหารในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยติดเชื้ออีโคไล และนำผักชนิดอื่นมาใช้แทนผักกาดโรเมนเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

Health News : แนะผู้ป่วยฝีดาษลิงแยกกักตัวจากสัตว์เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/674590

Health News : แนะผู้ป่วยฝีดาษลิงแยกกักตัวจากสัตว์เลี้ยง

Health News : แนะผู้ป่วยฝีดาษลิงแยกกักตัวจากสัตว์เลี้ยง

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พญ.โรซามุนด์ ลูอิส หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านโรคฝีดาษลิงขององค์การอนามัยโลก เผยว่า รายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ “เดอะแลนเซต” (The Lancet) เมื่อสัปดาห์ก่อนที่พบสุนัขพันธุ์อิตาเลียนเกรย์ฮาวด์ติดโรคฝีดาษลิงจากเจ้าของที่เป็นชาย 2 คนในกรุงปารีสของฝรั่งเศส นับเป็นครั้งแรกที่พบการแพร่เชื้อโรคฝีดาษลิงจากมนุษย์ไปสู่สัตว์ และสุนัขตัวดังกล่าวยังเป็นสุนัขตัวแรกที่ติดโรคฝีดาษลิง

พญ.ลูอิส ยังระบุว่า ขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกำลังติดตามและเฝ้าระวังความเสี่ยงเชิงทฤษฎีที่อาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อโรคฝีดาษลิงจากมนุษย์ไปสู่สัตว์ หน่วยงานสาธารณสุขของหลายประเทศได้ประกาศคำแนะนำให้ผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงแยกกักตัวจากสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ เธอยังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการจัดการขยะและของเสียที่อาจปนเปื้อนเชื้อฝีดาษลิง เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไปยังสัตว์จำพวกหนู หรือสัตว์นอกบ้านอื่นๆ อีกด้วย

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ขณะนี้ ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงกว่า 35,000 คน ใน 92 ประเทศ และมีผู้เสียชีวิต 12 คน

Health News : สหรัฐฯ ยกเลิกกักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/673137

Health News : สหรัฐฯ ยกเลิกกักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19

Health News : สหรัฐฯ ยกเลิกกักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี ประกาศคำแนะนำรอบใหม่เกี่ยวกับมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 โดยยกเลิกคำแนะนำให้กักตัวประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 และยกเลิกคำแนะนำให้นักเรียนและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เด็กเล็กที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องเข้าตรวจหาเชื้อเป็นประจำทุกวัน ซึ่งการยกเลิกคำสั่งนี้ จะทำให้นักเรียนและเจ้าหน้าที่ศูนย์เด็กเล็ก สามารถไปเรียนหรือไปทำงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อทุกวันอีก

นอกจากนี้ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ แนะนำให้ประชาชนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ไม่จำเป็นต้องเข้ากักตัวแล้ว เนื่องจากตอนนี้ ประชากรในสหรัฐฯ ร้อยละ 95 เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว ทั้งครบโดส หรืออย่างน้อย 1 เข็มรวมทั้งหายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้ว

ส่วนกรณีผู้ที่ใกล้ชิดคนติดเชื้อโควิด-19 ทางศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพสูงเป็นเวลา 10 วัน และเข้าตรวจหาเชื้อในวันที่ 5 หลังใกล้ชิดกับผู้ป่วย

Health News : ห้ามคุยตอนกินมื้อเที่ยง สกัดโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/671598

Health News : ห้ามคุยตอนกินมื้อเที่ยง สกัดโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งสั่งปิดสำนักงานชั่วคราว เลื่อนกระบวนการผลิต หรือห้ามพนักงานพูดคุยในขณะรับประทานอาหารเที่ยง ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดรุนแรงของโรคโควิด-19 ในประเทศ

ซูบารุ คอร์ป บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น เผยว่า บริษัทได้จัดเวลาพักรับประทานอาหารกลางวันของพนักงานเป็นหลายช่วงเวลา และแจ้งพนักงานไม่ให้พูดคุยกันในขณะรับประทานอาหาร โดยให้นั่งหันหน้าไปในทางเดียวกัน เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิดและการหยุดงาน ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ และไดฮัทสุ มอเตอร์ สองบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ได้สั่งระงับกระบวนการผลิต เนื่องจากมีพนักงานติดโควิดเป็นจำนวนมาก ส่วนเคเอฟซี โฮลดิงส์ เจแปน บริษัทแฟรนไชส์ร้านไก่ทอดชื่อดัง จำเป็นต้องประกาศปิดร้านสาขาบางแห่งในญี่ปุ่นเพื่อให้มีพนักงานเพียงพอ

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในญี่ปุ่นกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนแซงหน้าหลายประเทศ เนื่องจากการระบาดของเชื้อโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ญี่ปุ่นพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่กว่า 1.4 ล้านคนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา และพบผู้ป่วยโควิดรายวันทำสถิติสูงสุดเกือบ 250,000 คนเมื่อวันพุธ ขณะนี้ ญี่ปุ่นมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 13.3 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 32,900 คน