Health News : หน้ากากอนามัยลดแพร่-รับเชื้อไวรัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/527255

Health News : หน้ากากอนามัยลดแพร่-รับเชื้อไวรัส

Health News : หน้ากากอนามัยลดแพร่-รับเชื้อไวรัส

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 08.30 น.

นักวิจัยในญี่ปุ่นซึ่งใช้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้ป่วยเป็นไวรัสโควิด-19 ในการทดลองกับหุ่นยืนยันว่า การสวมหน้ากากอนามัยมีประสิทธิภาพทั้งลดการแพร่เชื้อไวรัสไปยังผู้อื่น และลดการรับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย โดยนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยโตเกียว ทำการทดลองด้วยการวางหุ่นสองตัวหันหน้าเข้าหากันในห้องปฏิบัติการ หุ่นตัวหนึ่งถูกออกแบบมาให้ปล่อยละอองที่มีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้ป่วยเป็นไวรัสโควิด-19 ส่วนอีกตัวมีกลไกที่ทำให้สามารถสูดอากาศได้เลียนแบบการหายใจของมนุษย์

ในการทดลองหนึ่ง นักวิจัยได้สวมหน้ากากให้กับหุ่นที่หายใจเข้า พบว่าปริมาณเชื้อไวรัสที่หุ่นสูดเข้าไปลดลงร้อยละ 17 เมื่อสวมหน้ากากผ้า ลดลงร้อยละ 47 เมื่อสวมหน้ากากอนามัยแบบธรรมดา และลดลงถึงร้อยละ 79 เมื่อสวมหน้ากากอนามัย N95 ให้กระชับพอดี ขณะที่เมื่อสวมหน้ากากอนามัยให้กับหุ่นที่แพร่เชื้อไวรัส ก็พบว่าทั้งหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยสามารถลดปริมาณไวรัสที่หุ่นอีกตัวที่ไม่ได้สวมหน้ากากสูดเข้าไปได้มากกว่าร้อยละ 70

แม้หุ่นทั้งสองตัวจะสวมหน้ากากอนามัย ก็ยังไม่สามารถป้องกันการแพร่เชื้อได้โดยสมบูรณ์100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี นักวิจัยได้แนะนำให้ผู้คนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในที่สาธารณะหรือต้องพบปะบุคคลอื่น เพราะสามารถลดความเสี่ยงในการแพร่และรับเชื้อไวรัสได้จริง

Health News : กรุ๊ปเลือดโอเสี่ยงโควิดน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/525735

Health News : กรุ๊ปเลือดโอเสี่ยงโควิดน้อย

Health News : กรุ๊ปเลือดโอเสี่ยงโควิดน้อย

วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 07.30 น.

คณะนักวิจัยในเดนมาร์กเผยว่าผู้มีเลือดกรุ๊ปโอมีความเสี่ยงติดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และความเสี่ยงป่วยหนักจากโรคนี้ต่ำกว่าผู้มีเลือดกรุ๊ปเอ โดยผู้มีผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นบวกจำนวน 7,422 คน เป็นคนเลือดกรุ๊ปโอเพียงร้อยละ 38.4 ทั้งที่สัดส่วนคนเลือดกรุ๊ปโอในกลุ่มผู้ไม่ได้รับการตรวจ 2.2 ล้านคน มีมากถึงร้อยละ 41.7 ขณะที่คนเลือดกรุ๊ปเอมีสัดส่วนร้อยละ 42.4 ของประชากรเดนมาร์ก และอยู่ในกลุ่มผู้ตรวจพบเชื้อมากถึงร้อยละ 44.4 ส่วนคณะนักวิจัยในแคนาดาเผยว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 อาการหนัก 95 คน หากเป็นคนเลือดกรุ๊ปเอหรือเอบีจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมากถึงร้อยละ 84 แต่หากเป็นคนเลือดกรุ๊ปโอหรือบีจะใช้เพียงร้อยละ 61 อีกทั้งยังพบว่าผู้ป่วยเลือดกรุ๊ปเอหรือเอบีต้องอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤติมากกว่ากรุ๊ปโอหรือบี 13.5 ต่อ 9 วัน

คณะนักวิจัยยังไม่ทราบว่า อะไรทำให้กรุ๊ปเลือดมีผลกับไวรัสโควิด-19 ต่างกัน อาจเป็นไปได้ว่า กรุ๊ปเลือดโอมีปัจจัยเสี่ยงที่เลือดจะจับตัวเป็นลิ่มน้อยกว่า แอนติเจนในแต่ละกรุ๊ปเลือดอาจมีผลต่อการผลิตแอนติบอดีหรือสารภูมิต้านทานแตกต่างกัน ยีนและตัวรับในระบบภูมิต้านทานของแต่ละกรุ๊ปเลือดอาจแตกต่างกัน

Health News : ยื่นขอแอนติบอดีรักษาทรัมป์ใช้ฉุกเฉิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/524160

Health News :  ยื่นขอแอนติบอดีรักษาทรัมป์ใช้ฉุกเฉิน

Health News : ยื่นขอแอนติบอดีรักษาทรัมป์ใช้ฉุกเฉิน

วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.30 น.

รีเจเนอรอน บริษัทยาที่ใช้แอนติบอดีรักษาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศว่าติดไวรัสโควิด-19 ยื่นขอให้สำนักงานอาหารและยา หรือเอฟดีเอ อนุมัติให้ใช้การรักษาด้วยแอนติบอดีชนิดโมโนโคลนผสม 2 ขนาน เบื้องต้นคาดว่าจะมีปริมาณมากพอที่ใช้กับผู้ป่วยได้เพียง 50,000 คนเท่านั้น จากนั้นจะผลิตรองรับผู้ป่วย 300,000 คนได้ในอีกไม่กี่เดือน บริษัทเคยออกข่าวประชาสัมพันธ์ว่า การใช้แอนติบอดีผสมช่วยลดปริมาณไวรัสในผู้ป่วยที่ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานเอง แต่ไม่เคยเผยรายละเอียดสนับสนุนคำกล่าวอ้างนี้ ขณะที่การทดลองทางคลินิกยังไม่แล้วเสร็จ ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์คลิปว่า เป็นพรจากพระเจ้าที่ให้เขาติดเชื้อ แอนติบอดีผสมของรีเจเนอรอนช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ เขาจะผลิตหลายแสนโดสในเร็ว ๆ นี้เพื่อให้ชาวอเมริกันได้ใช้ฟรี เรียกได้ว่าเป็นการรักษา จะทำให้ทุกโรงพยาบาลมีใช้โดยเร็วที่สุด และจะผลักดันให้เอฟดีเออนุมัติให้ใช้ อย่างไรก็ดี คณะแพทย์เผยว่าเขาได้รับยาขนานอื่นควบคู่ไปด้วย อย่างเรมเดซิเวียร์ที่เป็นยาต้านไวรัสและเดกซาเมธาโซน ที่เป็นยาในกลุ่มสเตียรอยด์ลดการอักเสบรุนแรง

Health News : นมแม่อาจช่วยป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/522635

Health News :  นมแม่อาจช่วยป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ได้

Health News : นมแม่อาจช่วยป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ได้

วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 09.10 น.

คณะนักวิจัยนำโดย ศ.ถง อีกัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเคมีปักกิ่ง ประเทศจีน เผยแพร่ผลการศึกษาลงในวารสารที่ไม่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญอื่นตรวจสอบว่า ได้นำนมแม่ที่เก็บไว้เมื่อปี 2560 ไปผสมกับเซลล์สุขภาพดีหลากหลายประเภท มีตั้งแต่เซลล์ไตสัตว์ไปจนถึงเซลล์ปอดและเซลล์ลำไส้คนอายุน้อย จากนั้นล้างนมออกแล้วนำเซลล์ไปรับ Sars-CoV-2 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นโรคโควิด-19 สังเกตพบว่า ไวรัสไม่สามารถจับหรือเข้าไปในเซลล์ หรือหากเข้าไปแล้วก็ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ จึงได้ข้อสรุปวา นมแม่สามารถยับยั้งการติดเชื้อไวรัสโคโรนาดังที่รู้กันดีว่าสามารถยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อไวรัสหลายตัว เช่น เอชไอวีที่ทำเป็นโรคเอดส์ ผลการศึกษานี้สนับสนุนจุดยืนอย่างเป็นทางการขององค์การอนามัยโลกที่ว่า มารดาควรให้นมบุตรต่อไปแม้ติดไวรัสโควิด-19 เพราะผลการติดตามมารดาติดโควิด 46 คน ในหลายประเทศที่ให้นมบุตรตลอดทั้งเดือนมิถุนายน พบพันธุกรรมไวรัสในนมมารดา 3 คน แต่ไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อสู่ลูก และพบเด็กเพียงคนเดียวที่ติดเชื้อโดยอาจจะติดจากอย่างอื่นที่ไม่ใช่นมแม่

Health News : ให้สุนัขดมหาผู้ป่วยโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/521180

Health News : ให้สุนัขดมหาผู้ป่วยโควิด-19

Health News : ให้สุนัขดมหาผู้ป่วยโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563, 07.15 น.

ท่าอากาศยานเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เริ่มให้สุนัขที่ได้รับการฝึกให้ดมหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้เป็นโควิด-19 ดมกลุ่มผู้โดยสารตัวอย่างในโครงการ
นำร่องที่ควบคู่ไปกับการตรวจหาเชื้อตามปกติที่ท่าอากาศยาน สุนัข 15 ตัว พร้อมครูฝึก 10 คน ได้รับการสนับสนุนจากคลินิกสัตวแพทย์เอกชนแห่งหนึ่งให้ทดลองหาผู้โดยสารเครื่องบินที่ติดโควิด-19 หนึ่งในนั้นคือ คอสซี สุนัขกู้ภัยจากสเปนที่เคยฝึกดมหาผู้ป่วยมะเร็งมาก่อน นักวิชาการมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิที่เชี่ยวชาญการวิจัยทางคลินิกเรื่องสัตว์เลี้ยงเผยกับรอยเตอร์ว่า ผลการวิจัยพบว่าสุนัขสามารถตรวจพบว่าบุคคลนั้นติดโควิด-19 ก่อนที่จะแสดงอาการทางคลินิกในอีก 5 วันถัดมา อย่างไรก็ดี เนื่องจากประสิทธิภาพของสุนัขดมกลิ่นยังไม่ได้รับการพิสูจน์เปรียบเทียบกับผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ผู้โดยสารที่อาสาให้สุนัขดมหาเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วผลออกมาว่าอาจติดเชื้อ จะต้องรับการตรวจตัวอย่างจากโพรงจมูกเพื่อยืนยันผลอีกครั้ง

Health News : ทำไมสิงคโปร์ตายเพราะโควิด-19 ต่ำสุดในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/519501

Health News :  ทำไมสิงคโปร์ตายเพราะโควิด-19 ต่ำสุดในโลก

Health News : ทำไมสิงคโปร์ตายเพราะโควิด-19 ต่ำสุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563, 08.30 น.

สิงคโปร์มีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 กว่า 57,000 คน แต่มีผู้เสียชีวิตเพียง 27 คน หรือร้อยละ 0.05 ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยโลกที่ร้อยละ 3 เนื่องจากมาปัจจัยหลายประการ โดยผู้ป่วยร้อยละ 95 ในสิงคโปร์เป็นแรงงานต่างชาติวัย 20 และ 30 ปีเศษ ที่อาศัยตามหอพักแออัดและทำงานใช้แรงงาน ผู้ป่วยอายุน้อยเหล่านี้มักไม่แสดงอาการหรืออาการน้อยจึงหายป่วยได้เร็ว ขณะเดียวกันสิงคโปร์ควบคุมการแพร่ระบาดด้วยการตรวจหาแต่เนิ่นๆ ทั้งการตรวจหาเชื้อและติดตามผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยเชิงรุก ข้อมูลทางการเผยว่า ตรวจตัวอย่างจากโพรงจมูกไปแล้วเกือบ 900,000 คน คิดเป็นกว่าร้อยละ 15 ของประชากร 5.7 ล้านคน อีกทั้งการป้องกันล่วงหน้ายังนำมาใช้กับการรักษาผู้ป่วยด้วย ผู้ป่วยอายุ 45 ปีขึ้นไป หรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวจะได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแม้ดูแข็งแรงดีก็ตาม ส่วนผู้ป่วยไม่มีอาการหรืออาการน้อยจะรับการรักษาตามโรงพยาบาลสนามที่ตั้งขึ้นชั่วคราว เป็นการแบ่งเบาภาระเพื่อให้ระบบสาธารณสุขสามารถทุ่มเททรัพยากรให้แก่ผู้ป่วยอาการหนัก

ส่วนเรื่องที่สิงคโปร์ไม่นับรวมผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ที่เสียชีวิตจากอาการอื่นที่ไม่ใช่ปอดอักเสบ ซึ่งเป็นไปตามนิยามขององค์การอนามัยโลกนั้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า จะทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตในสิงคโปร์เพิ่มขึ้น แต่บางคนคิดว่าจะส่งผลเพียงเล็กน้อย

Health News : วัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก 180 ตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/517917

Health News : วัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก 180 ตัว

Health News : วัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก 180 ตัว

วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2563, 08.50 น.

องค์การอนามัยโลก หรือดับเบิลยูเอชโอ สรุปความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกล่าสุด ว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังพัฒนาวัคซีนทดลองโควิด-19 ทั้งหมดประมาณ 180 ตัวโดยมี 35 ตัว ที่อยู่ในการทดลองในมนุษย์ขั้นสุดท้ายแล้ว และระบุว่าไม่เคยมีไวรัสตัวอื่นใดในประวัติศาสตร์ ที่สามารถทำให้เกิดการพัฒนาวัคซีนอย่างรวดเร็วและมากเท่ากับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความก้าวหน้านี้จะต้องควบคู่ไปกับการทำให้คนสามารถเข้าถึงวัคซีนให้ได้มากที่สุดด้วย ด้านดอกเตอร์ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสุขภาพของดับเบิลยูเอชโอ ยอมรับว่าการพัฒนาวัคซีนคือการแข่งขัน แต่ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อเอาชนะกันระหว่างประเทศต่างๆ หรือบริษัทยา ว่าใครจะชนะได้วัคซีนก่อนกัน หากแต่เป็นการแข่งขันเพื่อเอาชนะไวรัส แข่งขันกับเวลา เป็นการแข่งขันเพื่อช่วยชีวิตคน เป็นการแข่งขันเพื่อให้ได้วิธีรักษาที่ปลอดภัยที่สุด

Health News : สุขภาพจิตเด็กญี่ปุ่นยังแย่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/516388

Health News : สุขภาพจิตเด็กญี่ปุ่นยังแย่

Health News : สุขภาพจิตเด็กญี่ปุ่นยังแย่

วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563, 08.55 น.

องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟออกรายงานเรื่อง “โลกที่มีผล : เข้าใจสิ่งที่กำหนดสวัสดิภาพเด็กในประเทศร่ำรวย” (Worlds of Influence: UnderstandingWhat Shapes Child Well-being in Rich Countries,) จัดอันดับประเทศร่ำรวยและเกิดใหม่38 ประเทศ พิจารณาจากเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ประกอบด้วย สุขภาพกาย สุขภาพจิตและทักษะทางวิชาการและสังคม โดยวิเคราะห์จากข้อมูลที่รวบรวมก่อนไวรัสโควิด-19 ระบาดภาพรวมห้าอันดับแรกได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ในอันดับที่ 20 แย่เป็นอันดับสองจากท้าย ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของญี่ปุ่นชี้ว่า การรังแกกันอย่างโหดร้ายในโรงเรียนและการแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็ก ทำให้เด็กชาวญี่ปุ่นขาดความภูมิใจในตัวเองและไม่มีความสุข รายงานของยูนิเซฟระบุด้วยว่า วิกฤติไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบทางสุขภาพโดยตรงต่อเด็ก แต่ประสบการณ์จากหลายวิกฤติที่ผ่านมาชี้ว่า เด็กจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลทางลบในระยะยาวรุนแรงที่สุด

Health News : สิงคโปร์ยับยั้งไข้เลือดออกระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/514944

Health News : สิงคโปร์ยับยั้งไข้เลือดออกระบาด

Health News : สิงคโปร์ยับยั้งไข้เลือดออกระบาด

วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.20 น.

สิงคโปร์เปิดตัวเครื่องปล่อยยุง ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ทางการคิดค้นขึ้น เพื่อต่อสู้กับการระบาดของเชื้อไวรัสเดงกีที่เป็นต้นเหตุของโรคไข้เลือดออกเดงกี เป็นโครงการที่ชื่อว่าโวลบาเชียตั้งตามชื่อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง วิธีการเพียงแค่กดปุ่มเครื่องปล่อยยุงให้ใบพัดหมุน เครื่องก็จะปล่อยยุงตัวผู้ที่ถูกเลี้ยงในห้องปฏิบัติการจำนวน 150 ตัว ออกไปหายุงตัวเมียเพื่อผสมพันธุ์ แต่ยุงจะแพร่พันธุ์ไม่ได้ เนื่องจากยุงตัวผู้ที่ถูกเลี้ยงไว้มีเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ไข่ยุงไม่ฟักตัว และสามารถต่อสู้กับยุงตามธรรมชาติได้ ส่งผลให้จำนวนยุงลดลงในที่สุด อีกทั้งยังระบุด้วยว่า เทคนิคดังกล่าวช่วยให้ในบางพื้นที่ของสิงคโปร์มีจำนวนยุงลดลงถึงร้อยละ 90 ทั้งที่ก่อนหน้านี้มียุงชุกชุม ในปีนี้สิงคโปร์มีผู้เสียชีวิต 22 คน จากโรคไข้เลือดออกเดงกีที่ทำให้มีอาการไข้รุนแรงจนเกิดเลือดออกภายในอวัยวะถึงขั้นช็อก

สิงคโปร์มียอดผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเดงกีกว่า 26,000 คน ในปีนี้ ทำลายสถิติผู้ป่วยสูงสุดของปี 2556 ที่มีราว 22,000 คน ทั้งที่เหลือเวลาอีก 4 เดือน จะถึงสิ้นปี

Health News : ชาวอินเดีย 1 ใน 4 ป่วยโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/513450

Health News : ชาวอินเดีย 1 ใน 4 ป่วยโควิด-19

Health News : ชาวอินเดีย 1 ใน 4 ป่วยโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 08.20 น.

ตัวเลขของทางการอินเดียเปิดเผยในวันศุกร์ว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่กว่า68,000 คน สูงสุดทำสถิติอีกครั้ง ขณะที่ยอดติดเชื้อสะสมทั้งประเทศอยู่ที่กว่า 2.9 ล้านคนและเสียชีวิต 55,002 คน ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับสามของโลกรองจากสหรัฐและบราซิล ดร.เอ เวลูมานี จากไธโรแคร์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการทดลองชั้นนำของอินเดียเผยว่า ไธโรแคร์ได้เก็บตัวอย่างเลือดชาวอินเดียใน 600 เมืองทั่วประเทศจำนวน 270,000 ตัวอย่าง และพบว่ามีถึง 26% ที่มีแอนติบอดีของโควิด-19 แล้ว ซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้ติดเชื้อไปแล้วนั่นเอง ถือว่าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และกระจายในประชากรในทุกกลุ่มอายุ รวมถึงเด็ก ผลสำรวจของไธโรแคร์ ซึ่งใช้เวลาการจัดทำราว 7 สัปดาห์ นั้นสอดคล้องกับข้อมูลของรัฐบาลอินเดีย ที่ได้มีการสุ่มเก็บตัวอย่างตามเมืองต่างๆ เช่นที่นครมุมไบ พบว่าผู้คนในชุมชนแออัด หรือสลัม มีแอนติบอดีแล้วราว 57%ทำให้มีการคาดการณ์ว่า หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ชาวอินเดียราว 40% จะมีแอนติบอดีภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้