“มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6

"มิน อ่อง หล่าย" สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ "ซูจี" ลง 1 ใน 6

17 เม.ย. 2569 12:59 น.

“มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6

“มิน อ่อง หล่าย” ประธานาธิบดีเมียนมา ประกาศอภัยโทษครั้งใหญ่เนื่องในเทศกาลปีใหม่ “ทิงยาน” สั่งลดโทษผู้ต้องขังประหารชีวิตทั้งหมดเหลือเพียงจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่มีรายงานว่า “อองซานซูจี” ถูกลดโทษลง 1 ใน 6 พร้อมการปล่อยตัวนักโทษกว่า 4,300 ราย ที่รวมถึงการปล่อยตัวนายวิน มยินต์ อดีตประธานาธิบดี

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ออกแถลงการณ์ประกาศอภัยโทษครั้งใหญ่เนื่องในเทศกาล “ทิงยาน” หรือวันขึ้นปีใหม่ของเมียนมา โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการประกาศเปลี่ยนโทษประหารชีวิตสำหรับนักโทษทุกราย ให้กลายเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตแทน

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลทหารได้รื้อฟื้นการประหารชีวิตขึ้นมาอีกครั้งภายหลังการรัฐประหารในปี 2021 ซึ่งส่งผลให้มีผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตแล้วมากกว่า 130 ราย ตามข้อมูลของสหประชาชาติ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองและผู้ต่อต้านรัฐประหาร

นอกจากโครงการลดโทษประหารชีวิตแล้ว ทางการเมียนมายังเตรียมปล่อยตัวนักโทษรวมกว่า 4,300 ราย และชาวต่างชาติอีก 179 ราย รวมถึงประกาศลดโทษ 1 ใน 6 สำหรับนักโทษที่มีกำหนดโทษจำคุกต่ำกว่า 40 ปี 

ด้านสำนักงานเลขาธิการประธานาธิบดีเมียนมาแถลงว่าพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ลงนามในคำสั่งอภัยโทษนายวิน มยินต์ อดีตประธานาธิบดี ซึ่งถูกควบคุมตัวตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2021

ด้านทนายความของนางอองซานซูจี แจ้งกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าทางการเมียนมาได้ประกาศลดโทษให้นางซูจี วัย 80 ปี หลังรับโทษจำคุก 27 ปี จากความผิดหลายกระทง ซึ่งพันธมิตรของเธอกล่าวว่าเป็นการกระทำทางการเมืองเพื่อกีดกันเธอออกจากอำนาจ ตั้งแต่ข้อหายุยงปลุกปั่น การทุจริต การฉ้อโกงการเลือกตั้ง และการละเมิดกฎหมายความลับของรัฐ

ทนายความกล่าวว่าโทษจำคุกถูกลดลง 1 ใน 6 แต่ยังไม่ชัดเจนว่านางซูจีซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะได้รับอนุญาตให้รับโทษส่วนที่เหลือภายใต้การกักบริเวณในบ้านหรือไม่ 

ที่บริเวณหน้าเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง มีกลุ่มญาติพี่น้องของผู้ต้องขังจำนวนมากมารอคอยด้วยความหวังว่าบุคคลในครอบครัวจะได้รับการปล่อยตัว โดยเฉพาะผู้ที่ถูกคุมขังในคดีทางการเมือง ซึ่งจากข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (AAPP) ระบุว่ามีผู้ถูกคุมขังด้วยเหตุผลทางการเมืองแล้วมากกว่า 30,000 ราย นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร

นักวิเคราะห์และกลุ่มจับตามองด้านประชาธิปไตยให้ความเห็นว่า การขยับตัวครั้งนี้ของมิน อ่อง หล่าย เป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม “ฟอกขาว” หรือปรับภาพลักษณ์ของรัฐบาลทหารให้ดูเป็นรัฐบาลพลเรือนมากขึ้น หลังจากที่เขาได้รับเลือกจากรัฐสภาที่จัดตั้งโดยกองทัพให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สถาบันยุทธศาสตร์และนโยบายเมียนมา ระบุว่า ในการอภัยโทษรอบก่อนๆ มีนักโทษทางการเมืองเพียงไม่ถึงร้อยละ 14 เท่านั้นที่ได้รับการปล่อยตัวจริง ขณะที่ “อองซาน ซูจี” อดีตผู้นำพลเรือนวัย 78 ปี ยังคงถูกคุมขังและตัดขาดจากการติดต่อสื่อสาร เพื่อรับโทษจำคุกรวม 27 ปี ซึ่งนานาชาติมองว่าเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง

ปัจจุบัน เมียนมายังคงตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ ระหว่างกองทัพรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธฝ่ายประชาธิปไตยและกองกำลังชาติพันธุ์ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การเลือกตั้งที่จัดโดยรัฐบาลทหารเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งพรรคเอ็นแอลดีของนางซูจีถูกสั่งยุบและห้ามลงแข่งขันในครั้งนั้น.

ที่มา AFP / Reuters

Leave a comment