อดีต44สส.คอพาดเขียง ศาลฯรับฟ้อง แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เท้งโวยลั่นประกาศสู้ยันฎีกา

อดีต44สส.คอพาดเขียง ศาลฯรับฟ้อง แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เท้งโวยลั่นประกาศสู้ยันฎีกา

อดีต44สส.คอพาดเขียง ศาลฯรับฟ้อง แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เท้งโวยลั่นประกาศสู้ยันฎีกา

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อดีต44สส.คอพาดเขียง ศาลฯรับฟ้อง แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เท้งโวยลั่นประกาศสู้ยันฎีกา

ศาลฎีกาสั่งรับฟ้อง คดีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณี 44 อดีตสส.ก้าวไกลเสนอแก้ไข ม.112 แต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่ามีคำพิพากษาห้ามกระทำการลักษณะที่ถูกร้อง นัดไต่สวนครั้งแรก 30 มิ.ย.นี้ ด้าน’เท้ง’โวยเจอนิติสงครามเล่นงานไม่มีลด-เพิ่มเพดานอะไร เดินหน้าทำงานเต็มที่ ขณะที่’หมอวาโย’กางไทม์ไลน์ คาดใช้เวลา 1-2 ปี กว่าจะมีคำพิพากษา มั่นใจศาลให้ความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยในวันนี้ศาลได้นัดประชุมองค์คณะเพื่อพิจารณาคำร้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ยื่นเอาผิดอดีต 44สส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานความผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 โดยจะพิจารณาในเวลา 10.30น.

ศาลฎีกาสั่งรับฟ้องคดีส้มแก้ม.112

เวลา 10.30น.ศาลฎีกาอ่านคำสั่งในคดีที่ ปปช.ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการเข้าชื่อเสนอแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ศาลฎีกามีคำสั่ง“ประทับรับฟ้อง”คดีไว้พิจารณาและมีคำสั่งให้สส.พรรคประชาชน 10คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้ถูกร้อง ยังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีคำพิพากษา ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า สส.ทั้ง 10คน ยังมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ จึงสมควรให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับไม่ให้กระทำการในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก มิฉะนั้นศาลอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงคำสั่งในภายหลัง สำหรับกำหนดการ ศาลนัดไต่สวนครั้งแรก ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ในเวลา 09.30 น. ทั้ง 2 นัดโดยย้ำว่าจะไม่มีการเลื่อนนัด และให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมความพร้อม

ทั้งนี้ ในส่วนของอดีตสส.พรรคก้าวไกล 44 คนดังกล่าว มี 10 คนที่เป็น สส.พรรคประชาชน ในสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน โดยเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน สส.กรุงเทพ 2 คน ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ประกอบด้วย 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล 3.นายรังสิมันต์ โรม ลงสมัคร 4.นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ลงสมัคร 5.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม 7.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 8.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 9.นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพ 10.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพ คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล โดยคำสั่งรับฟ้องครั้งนี้ยังไม่ถือเป็นคำตัดสินถึงที่สุดในประเด็นข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

เปิดรายละเอียดคำสั่งศาลรับฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกามีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ1/2569 ระหว่าง ปปช.ผู้ร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่1กับพวกรวม 44คน ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 10กุมภาพันธ์2564 ถึงวันที่20 มีนาคม2566 ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่… ) พ.ศ… (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) พร้อมบันทึกหลักการ บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจาณา โดยอาศัยสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บทบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการลดสถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา6

ยื่นร้องคัดค้านได้ภายใน14วัน

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งถึงข้อบกพร่อง ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติ บ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิ อธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชนและฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย ต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญูและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ5 ข้อ6 ข้อ17 ประกอบข้อ3วรรคสองและข้อ27 ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 9เมษายน2569 ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสาร ประกอบให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ หากจะคัดค้านให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 14วัน

10สส.ส้มยังปฎิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 มีพฤติการณ์กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับผู้คัดค้านดังกล่าวยังคงมีอำนาจหน้าที่อื่นต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่สมควรให้ผู้คัดค้าน ที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา235 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 วรรคสาม ประกอบมาตรา 81 และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ12วรรคสอง จึงมีคำสั่งให้ ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

10สส.ปชน.แถลงเดินสู้คดีในศาล

เวลา 12.30น.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) พร้อม 9 ส.ส.ประกอบด้วย นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวภายหลังศาลฎีการับคำร้องคดี 44 ส.ส.ไว้พิจารณา ทั้งนี้ไม่สั่ง 10ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยกำหนดเงื่อนไข งดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำร้องหรือเนื้อหาคดีในระหว่างที่ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณาวินิจฉัย

‘เท้ง’ลั่นไม่มีเจตนาล้มระบอบปชต.

นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง ปปช.ที่กล่าวหาว่า อดีต สส.พรรคก้าวไกล 44 คน ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เราขอยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนั้น ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นัยของคดีนี้สำคัญกว่าอนาคตทางการเมืองของพวกตน คือเรื่องอนาคตของประชาธิปไตยไทย ซึ่งเป็นเรื่องของพวกเราทุกคนที่ต้องการระบอบการเมืองที่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ระบอบที่ใช้อำนาจเพื่อปกป้องการแสวงหาผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงครามเพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกของการรัฐประหาร ซึ่งต้องการลดทอนอำนาจประชาชนลง แล้วกินรวบอำนาจและผลประโยชน์ไว้ที่กลุ่มชนชั้นนำและนักการเมืองบางกลุ่มโดยไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศและประชาชน ดังนั้นพวกเราจะดำเนินการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องรักษาความชอบธรรมของอำนาจผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องประชาชนในการเปลี่ยนผ่านการเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ปรับโครงสร้างหรือไม่ให้รอ25เม.ย.

เมื่อถามถึงโครงสร้างพรรค นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในเลือกกรรมการบริหารพรรค ให้รอการประชุมใหญ่ที่เกิดขึ้นวันที่ 26เมษายนนี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางสู้คดี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวว่า การต่อสู้ของเรายืนหยัดในหลักการ กระบวนการต่อจากนี้คาดหวังความยุติธรรม อย่างน้อย ปลายทางสุดท้าย ก็ยังไปจบที่ศาลสูงสุด คือศาลฎีกาฯซึ่งเป็นศาลยุติธรรม คาดหมายว่า คดีนี้จะยาวนาน เพราะสำนวนคดีนี้เกิดตามรธน.60 คดีแรกคือ คดีคุณช่อ พรรณิการ์ ที่ผ่านมา ที่พิจารณากันมา 10คดี อยู่ที่ 1ปี คดีนี้ มีผู้คัดค้าน 44คน 44ข้อเท็จจริง ทุกคนมีพยานหลักฐาน น่าจะใช้เวลาไม่น่าต่ำกว่า 1ปี หรือ 2ปีขึ้นไป คาดหมายว่าจะได้รับความยุติธรรม พวกตนโต้แย้งและไต่สวนมาโดยตลอดว่า กระบวนการไต่สวนของป.ป.ช.ไม่ชอบ เพราะบางท่าน ขอหมายพยานบุคคล และ เอกสารแค่หมายเดียว ยังไม่ได้เลย ใน 43 คน ไม่มีใครได้รับอนุญาตจากป.ป.ช.ให้ออกหมายไปยังบุคคลภายนอกแม้แต่หมายเดียว

ปปช.มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ทางคดีได้

เมื่อถามว่า หากป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์ หรือ มีคนยื่นคัดค้าน จะรับมืออย่างไร นายวาโย กล่าวว่า ป.ป.ช.ยื่นคัดค้านได้ เพราะเป็นคู่ความในคดี ในส่วนของคุณสนธิญา แม้จะอ้างว่าเป็นผู้ร้องในชั้น ป.ป.ช. คุณสนธิญาไม่ใช่คู่ความ ก็มีสิทธิไปยื่นศาลไหม ก็คงไม่มีใครห้ามได้ แต่ไม่ใช่คู่ความ ถามอีกว่า ได้คุยกับพิธา หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด เมื่อถามว่า หากไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนมีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอดอยู่แล้ว ส่วนตำแหน่งต่างๆ ให้รอวันอาทิตย์ เมื่อถามถึงกรณี ผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการในสภา ไม่ต้องรอกระบวนการในพรรคประชาชน และได้ยืนยันต่อสภาฯไปแล้ว เข้าใจว่า กระบวนการเสนอชื่อตนเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้ดำเนินไปแล้ว ต้องถามกับทางสภา

ไม่มีลดเพดานการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงจะสื่อสารกับมวลชนอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอบคุณหลายข้อความที่ส่งเข้ามายินดี อย่างไรก็ตาม อยากให้ตระหนักว่า กระบวนการนิติสงครามไม่ได้หยุดแค่นี้ คดีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหากฎหมายที่เสนอ หรือที่ใช้อำนาจในกระบวนการนิติบัญญัติ แต่เป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากอำนาจที่กำลังกินรวบประเทศนี้ ทั้ง องค์กรอิสระ หรือการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่อนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน เดินหน้าตรวจสอบมาตลอด ยืนยันว่าเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดประชาชน และยืนยันว่า การตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้นโดยตลอด

เมื่อถามว่า จะมีการลดเพดานไหม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่เพิ่มลดเพดานอะไร เดินหน้าทำแบบที่เคยทำมาตลอด วันนี้ไม่อยากให้มองแต่ผลคำสั่งศาล แต่อยากให้มองว่า สิ่งที่กำลังทำลายประเทศนี้ คือ การทำลายระบอบประชาธิปไตยและการทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมา เราก็พร้อมใช้อำนาจที่มี ในฐานะ ส.ส.ขับเคลื่อนต่อไป

‘พิธา’ขอให้ทำงานต่อเพื่อประชาชน’

ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังศาลฎีกามีมติรับคำร้อง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียื่นเรื่องขอให้มีการวินิจฉัย 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรงกรณีเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 ทั้งนี้ศาลรับคำร้องแต่ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ว่า “ขอให้ทำงานเพื่อประชาชนต่อไปอย่างเต็มที่ครับ”

การเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติในครั้งนั้น มิได้เป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลาย หรือล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด แต่เป็นความพยายามที่จะใช้ “สภาผู้แทนราษฎร” ในฐานะพื้นที่ของผู้แทนประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสันติ เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดในสังคมที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ ให้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ภท.ไม่ปรับกก.บห.-ไม่ชิงผู้ว่าฯกทม.

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคภท.วันที่ 25เม.ย.นี้ ว่า เป็นการประชุมทั่วไป ซึ่งเป็นไปตามวาระที่ กกต.กำหนด ที่ทุกพรรคต้องประชุมสามัญภายในเดือนเมษายนของทุกปี เมื่อถามว่า จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรในพรรคหรือไม่ น.ส.แนน กล่าวว่า หลักๆ คงจะมีเรื่องข้อบังคับพรรค และตอนนี้พรรคภูมิใจไทย ยังมีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคที่ว่างอยู่ แต่วันที่ 25 เม.ย.อาจจะยังไม่มีการเพิ่มตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เป็นแค่การพิจารณาระเบียบข้อบังคับของพรรคเท่านั้น

เมื่อถามถึงความชัดเจนการส่งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) น.ส.แนน กล่าวว่า เป็นไปตามที่เลขาธิการพรรคพูด เรายังไม่มีนโยบายเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่า พรรคไม่สนใจที่จะส่งผู้สมัครในสนาม กทม.เลยใช่หรือไม่ น.ส.แนน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทางการ แต่เบื้องต้นได้คุยกันคร่าวๆ ว่ายังไม่มี เมื่อถามว่า ท่าทีของหัวหน้าพรรคในเรื่องนี้เป็นอย่างไร น.ส.แนน กล่าวว่า ความคิดไปในทางเดียวกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ พื้นที่ กทม.หากจะส่งผู้สมัครส.ก.และผู้ว่าฯ กทม.เราคงต้องทำงานอีกเยอะ

พท.จัดรดน้ำดำหัวสมาชิกอาวุโส

ที่พรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 พรรคเพื่อไทย ได้จัดให้สมาชิกพรรคได้รดน้ำดำหัวสมาชิกอาวุโสของพรรค เนื่องในโอกาสสงกรานต์ปีใหม่ไทย นำโดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย รดน้ำดำหัวขอพรสมาชิกอาวุโส นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำคณะผู้บริหาร สมาชิกพรรคเข้าแถวรดน้ำดำหัว บรรยากาศชื่นมื่นอบอุ่น

Leave a comment