
30 เม.ย. 2569 12:07 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
นายกเทศมนตรีนิวยอร์กจี้ “คิงชาร์ลส์” คืนเพชร “โคอินัวร์” ถูกขโมยยุคอาณานิคมคืนอินเดีย
นายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กซึ่งมีเชื้อสายอินเดีย กล่าวเรียกร้องให้สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงพิจารณาคืนเพชร “โค-อิ-นัวร์” ขนาด 105.6 กะรัต เพชรล้ำค่าที่ถูกจักรวรรดิอังกฤษยึดไปจากอินเดียในช่วงศตวรรษที่ 19
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเสด็จเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา โดยนายมัมดานี ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวก่อนร่วมพิธีรำลึกเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน โดยกล่าวว่า “หากผมได้พูดคุยกับพระเจ้าชาร์ลส์ นอกเหนือจากเรื่องพิธีรำลึกแล้ว ผมคงจะสนับสนุนให้พระองค์คืนเพชรโคอินัวร์” พร้อมเสริมว่า สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือการให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ก่อการร้าย
แม้ภาพข่าวจะปรากฏว่าพระเจ้าชาร์ลส์ทรงสรวลและทักทายกับนายมัมดานีอย่างเป็นกันเองในพิธีรำลึก แต่ไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่านายกเทศมนตรีนิวยอร์กได้ยกประเด็นที่อ่อนไหวนี้ขึ้นมาสนทนาโดยตรงหรือไม่ ขณะที่สำนักพระราชวังบัคกิงแฮมปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าว
เพชร “โคอินัวร์” ขนาด 105.6 กะรัต ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) และเป็นหนึ่งในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ชิ้นสำคัญของอังกฤษ โดยประดับอยู่บนพระมหามงกุฎของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี
ประวัติของเพชรเม็ดนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง โดยผ่านมือทั้งจักรพรรดิโมกุล, ชาห์แห่งอิหร่าน และมหาราชาแห่งจักรวรรดิซิกข์ ก่อนที่จะตกเป็นของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียในปี ค.ศ. 1849 ภายหลังบริษัทอินเดียตะวันออกเข้ายึดครองภูมิภาคปัญจาบ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการบังคับมอบให้ภายใต้เงื่อนไขสนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่มีความยุติธรรม
สำหรับชาวอินเดีย เพชรโกอินูร์เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความสูญเสียและรอยร้าวจากการถูกปกครองโดยอังกฤษ โดยทางการอินเดียพยายามเรียกร้องขอคืนสมบัติชิ้นนี้หลายครั้งแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ นอกจากอินเดียแล้ว ประเทศอย่างอัฟกานิสถาน อิหร่าน และปากีสถาน ต่างก็เคยอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเพชรดังกล่าวเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของมัมดานีถูกตอบโต้อย่างรุนแรงจากกลุ่มนักการเมืองสายอนุรักษนิยมในอังกฤษ โดยเซีย ยูซุฟ โฆษกพรรครีฟอร์ม ยูเค ที่ระบุว่าข้อเสนอนี้เป็นการดูหมิ่นกษัตริย์และยืนยันว่า “เพชรล้ำค่านี้จัดแสดงอยู่ที่หอคอยแห่งลอนดอน และมันจะอยู่ที่นั่นตลอดไป”