
30 เม.ย. 2569 11:30 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ศาลกัมพูชายืนโทษจำคุก 27 ปี “เขม โสกา” ผู้นำฝ่ายค้าน ข้อหากบฏ-สมคบคิดต่างชาติ
ศาลอุทธรณ์กรุงพนมเปญมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกนายเขม โสกา ผู้นำฝ่ายค้าน อดีตประธานพรรคสงเคราะห์ชาติ เป็นเวลา 27 ปี ในข้อหากบฏและสมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติเพื่อโค่นล้มรัฐบาล โดยศาลยังคงคำสั่งเดิมให้รับโทษด้วยการกักบริเวณอยู่ภายในบ้านพัก และสั่งเพิ่มโทษห้ามเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลา 5 ปี
นายเพ็ง เฮง ทนายความของนายเขม โสกา เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ผลการตัดสินตรงข้ามกับความคาดหวังของฝ่ายจำเลยที่หวังจะเห็นความปรองดองและการสร้างความสามัคคีในชาติ โดยหลังจากนี้จะหารือกับลูกความว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาต่อไปหรือไม่
นายเขม โสกา ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2017 โดยหน่วยอารักขาของอดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน และถูกตัดสินโทษในปี 2023 ให้จำคุกเป็นเวลา 27 ปี ในข้อหาพยายามโค่นล้มรัฐบาลของอดีตนายกฯ ฮุน เซน อย่างไรก็ตาม ศาลได้อนุญาตให้เขาชดใช้โทษด้วยการถูกกักบริเวณอยู่ภายในบ้านพักในกรุงพนมเปญแทนการเข้าคุก
นายเพ็ง เฮง ทนายความของนายเก็ม โสขา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหน้าอาคารศาลว่า นอกจากศาลจะยืนโทษจำคุกเดิมแล้ว ผู้พิพากษายังได้สั่งเพิ่มบทลงโทษ “ห้ามเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลา 5 ปี” เพิ่มเติมเข้าไปในคำพิพากษาอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ นายเขม โสกา ได้ร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง โดยทนายระบุว่าลูกความของเขาพร้อมที่จะหา “ข้อยุติทางการเมือง” เพื่อจบคดีนี้ แต่ศาลอุทธรณ์กลับใช้เวลาพิจารณาเพียง 3 สัปดาห์หลังจากกระบวนการหยุดชะงักไปนานกว่า 18 เดือน ก่อนจะมีคำตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กระบวนการพิจารณาคดีของเขาถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการประวิงเวลาอย่างผิดปกติ โดยเขาถูกกักขังทั้งในเรือนจำและกักบริเวณในบ้านพัก รวมถึงถูกจำกัดสิทธิอย่างเข้มงวด ห้ามติดต่อกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวทั้งในชีวิตจริงและในโลกออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอัยการ
แม้กัมพูชาจะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากนายฮุน เซน ไปสู่ลูกชายคือ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เมื่อปี 2023 แต่สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพทางการเมืองยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าย่ำแย่ลง
ปัจจุบันกัมพูชาถูกมองว่าเป็นรัฐพรรคเดียว หลังจากพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ของรัฐบาลคว้าที่นั่งในสภาได้ทั้งหมดจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านหลักถูกตัดสิทธิไม่ให้ลงแข่งขัน
ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ วอตช์” ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการกัมพูชายกเลิกคำตัดสินที่ “จอมปลอม” นี้ทันที โดยระบุว่าคดีดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมืองมาตั้งแต่ต้น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้นำฝ่ายค้านมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลให้การเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2028 ขาดความชอบธรรม
ไบรโอนี ลอ รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของฮิวแมน ไรท์ วอตช์ กล่าวว่า รัฐบาลต่างชาติและประเทศผู้บริจาคควรแสดงท่าทีที่ชัดเจน โดยเฉพาะการระงับการสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ จนกว่าทางการกัมพูชาจะเปิดพื้นที่ทางการเมืองอย่างแท้จริงและคืนสิทธิให้กับคู่แข่งทางการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไข.
ที่มา AFP / Human Rights Watch