
อากาศวิปริตพ่นพิษ! กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์น็อคน้ำพุ่ง 200 กก. จำใจหั่นราคาเลหลัง
วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.03 น.
อากาศวิปริตพ่นพิษ! กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์น็อคน้ำตายพุ่ง 200 กก. พ่อค้าโอดเศรษฐกิจซบคนไม่ซื้อ จำใจหั่นราคาเลหลัง กก.ละ 100 หวังต่อลมหายใจ
วันที่ 8 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ในเขตพื้นที่ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หลังได้รับแจ้งว่าเกษตรกรหลายรายกำลังประสบปัญหากุ้งน็อคน้ำตายเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายอย่างหนักในระยะนี้
นายไมตรี อายุ 56 ปี เกษตรกรและพ่อค้าคนกลาง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปัญหาราคาพลังงานและสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ทำให้บรรยากาศการค้าขายกุ้งก้ามกรามไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา แม้จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์แต่ลูกค้ากลับมีกำลังซื้อลดลง ส่งผลให้กุ้งขนาดตัวโตอายุ 5 เดือนที่พร้อมจำหน่ายต้องตกค้างอยู่ในบ่อจำนวนมาก
ซ้ำร้ายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สภาพอากาศเกิดความแปรปรวนอย่างรุนแรง กลางวันร้อนจัดสลับกับมีฝนตกลงมา ทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงกะทันหันจนกุ้งปรับสภาพไม่ทันและน็อคตาย โดยเฉพาะบ่อของลูกสาวนายไมตรีที่น็อคตายไปกว่า 40-50 กก. ในวันเดียว และหากนับรวมความเสียหายก่อนหน้านี้พบว่ามีกุ้งตายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 200 กก.
นายไมตรี กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนทั้งหมด ตนจำเป็นต้องนำกุ้งที่เพิ่งเริ่มน็อคตายมา “เลหลังขาย” ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ส่วนกุ้งสดที่ยังเหลืออยู่ก็ต้องเร่งจับจำหน่ายในราคาต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา โดยกุ้งรวมขายเพียง กก.ละ 200 บาท และกุ้งคัดไซส์ กก.ละ 250 บาท เพื่อเร่งระบายผลผลิตออกสู่ตลาดให้เร็วที่สุด
ปัจจัยสำคัญอีกประการที่ทำให้กุ้งน็อคตายง่ายขึ้น คือการขาดแคลนน้ำสำหรับเปลี่ยนถ่ายในบ่อกุ้ง เนื่องจากทางเขื่อนลำปาวมีการปิดน้ำเพื่อปรับปรุงคูคลองตามวงรอบปกติ อย่างไรก็ตามเกษตรกรคาดหวังว่าหากมีฝนตกลงมาสม่ำเสมอทำให้อากาศเย็นลง หรือมีการส่งน้ำเข้าสู่ระบบคลองชลประทานอีกครั้ง สถานการณ์การน็อคตายของกุ้งก้ามกรามก็น่าจะเริ่มคลี่คลายลงได้










