
84ปีกรมปศุสัตว์พลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบ
วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.
“ปิยะรัฐชย์ ”ประกาศกรมปศุสัตว์ 84 ปีพลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบยกระดับการขับเคลื่อนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน
วันนี้ (7 พ.ค.) น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมปศุสัตว์ ครบรอบ 84 ปี ภายใต้แนวคิด “84 ปี กรมปศุสัตว์ มุ่งมั่นสู่ความทันสมัย ด้วยหัวใจดิจิทัล” โดยมีนายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่กรมปศุสัตว์ เขตราชเทวี กทม.โดยภายในงานได้มีการนำเสนอการพัฒนา “ระบบ DLD e-Tracking” ในฐานะนวัตกรรมสำคัญที่ต่อยอดแนวคิด “หัวใจดิจิทัล” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถติดตามการเคลื่อนย้ายและตรวจสอบสินค้าปศุสัตว์แบบเรียลไทม์ผ่านเทคโนโลยี GPS Tracking และ Mobile Application เชื่อมโยงข้อมูลกับฐานข้อมูลกลางของกรมปศุสัตว์ ครอบคลุมตั้งแต่การนำเข้า การผ่านราชอาณาจักร การส่งออก และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่การผลิต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ ลดการลักลอบเคลื่อนย้าย และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของสินค้าปศุสัตว์ไทย ตลอดจนเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมและบูธบริการประชาชนบริการด้านสัตวแพทย์แบบครบวงจร อาทิ การผ่าตัดทำหมัน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การฝังไมโครชิพ และการขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงและสร้างความตระหนักด้านสวัสดิภาพสัตว์แก่ประชาชน
พร้อมกันนี้ ยังมีการจำหน่ายไข่ไก่ราคาประหยัดเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน รวมถึงการจัดนิทรรศการ “84 ปี กรมปศุสัตว์ เคียงข้างเกษตรกรไทย” เพื่อถ่ายทอดบทบาท ภารกิจ และพัฒนาการสำคัญของกรมปศุสัตว์ในการสนับสนุนภาคการเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า การจัดงานครั่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาองค์กรที่มุ่งสู่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลนำมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การบริหารจัดการภายใน การเฝ้าระวังและควบคุม โรคสัตว์ การพัฒนาระบบการเลี้ยงสัตว์
พร้อมทั้งขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่การบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่ เพื่อรองรับการตลาดและการส่งออก รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร อีกทั้ง ยกระดับระบบการผลิตและการตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน อันเป็นการวางรากฐานสำคัญสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต ภายใต้ทิศทางดังกล่าวต่อไป
ขณะที่นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ เดินหน้าปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อน ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการยกระดับการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพัฒนาองค์กรให้ทันสมัยและรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งปัจจุบันภาคปศุสัตว์ไทยมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2568 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์กว่า 3.3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 โดยสินค้าหลัก ได้แก่ ไก่เนื้อ ไข่ไก่ น้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งการพัฒนาระบบติดตามดังกล่าวจะช่วยรักษามาตรฐานและความเชื่อมั่นของตลาดส่งออกในระยะยาว
ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ มอบโค 25 ตัว ให้แก่เกษตรกร อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา ภายใต้โครงการธนาคารโค–กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรและเครือข่ายที่ทำคุณประโยชน์แก่กรมปศุสัตว์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาภาคปศุสัตว์ของประเทศด้วย และกระทรวงเกษตรฯ ได้เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานเชิงรุก ด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
015







