
เปิดตัว16พ.ค. ปชป.สู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ‘กรกสิวัฒน์’ลงอิสระ
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
เปิดตัว16พ.ค. ปชป.สู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ‘กรกสิวัฒน์’ลงอิสระ
“สกลธี” รองหัวหน้าพรรคฯ เผย 16 พฤษภาคม “ปชป.” เปิดตัว ผู้สมัครชิง “ผู้ว่าฯ กทม.” ลั่นมีช่องสู้ “ชัชชาติ-ดร.โจ” ด้าน “ดร.โจ”โชว์วิสัยทัศน์ เปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ง่ายๆ ขึ้นสำหรับทุกคนดันนโยบายเส้นเลือดใหญ่ แก้โครงสร้างเพิ่มอำนาจ กทม.ผ่านร่าง พ.ร.บ.กรุงเทพฯของปชน. ขณะที่ “กรกสิวัฒน์” ลงสู้ในนามอิสระ
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการในการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่า ผู้สมัครสก.ได้ครบ 50เขตแล้วและจะจัดสัมมนาผู้สมัคร สก.ของพรรคในวัน 11พ.ค.เพื่อนั่งคุยเรื่องระเบียบและข้อกฎหมายต่างๆ ขณะที่ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคเราพร้อม100%แล้ว ยืนยัส่งลงแข่งแน่นอน โดยจะเปิดตัววันที่ 16พ.ค.เวลา 09:30น.ที่พรรคปชป.ซึ่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จะแสดงวิสัยทัศน์ด้วย ซึ่งวันที่ 12พ.ค.เวลา 15:00น.จะจัดเสวนาเรื่องAI ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อาจจะมาร่วมงานนี้ด้วย
นายสกลธี กล่าวอีกว่า ส่วนนโยบายหาเสียงมีหลายส่วน ทั้งมาจากนโยบายเก่าของตนในครั้งที่แล้วและนโยบายของพรรค ซึ่ง 4ปีที่ผ่านมา เราไม่ปฏิเสธว่า การทำงานของผู้ว่าฯ กทม.ทำได้ดี ประชาชนพอใจ แต่คิดว่าก็มีบางส่วนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ หรือเรื่องหลังบ้าน ซึ่งเราแทบจะไม่เห็นเลยในช่วง4ปีที่ผ่านมา อาทิ ระบบขนส่งสาธารณะ,การเก็บขยะ แทนที่จะฝังกลบอย่างเดียว ให้มีการพัฒนาไปในทางอื่น รวมถึงเรื่องอื่นๆที่อยากเห็นเป็นโครงการใหญ่ที่มีผลต่อชีวิตของคนกรุงเทพฯที่แทบไม่เห็นเลย จะเป็นนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคที่จะนำเสนอให้คนกทม.ต่อไป เราจะเสนอความแตกต่างว่า อีก 4ปีข้างหน้า หากได้ผู้ว่าฯ กทม.จากปชป.จะเห็นภาพกทม.เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง
เมื่อถามว่า จะชูจุดขายผู้สมัครสก.พรรคประชาธิปัตย์ สู้กับผู้สมัคร สก.จากพรรคอื่นได้อย่างไร นายสกลธี กล่าวว่า ตอนนี้เราได้อดีต สก.ปัจจุบัน มา 12 คน และที่เหลืออาจเป็นที่ 2 หรือที่ 3 หากเป็นคนใหม่ ที่อาจจะขยับลงมาจากสนามระดับชาติ คิดว่ากระแสของพรรค และเครดิตของหัวหน้าพรรค จะเป็นแต้มต่อสำคัญที่ผู้สมัคร สก.ของพรรคแต่ละพื้นที่ ต่างจากระดับชาติพอสมควร ทั้งกรณีเขตเลือกตั้งที่เล็กลง ความยึดโยงของผู้สมัครกับประชาชน,จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ดังนั้น คนที่ทำงานผูกพันกับพื้นที่จะสามารถฝ่ากระแสเข้ามาได้หลายคน
ส่วนพรรคประชาชนที่ส่ง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลงสมัครผู้ว่า กทม. และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้คะแนนมากที่สุดจนทุบสถิติในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์จะสู้ไหวหรือไม่ นายสกลธี กล่าวว่า เมื่อดูจากประวัติ ก็โดดเด่น และได้เปรียบอยู่ เพราะในการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้พื้นที่ในกทม.ทั้งหมด และคงมีต่อเนื่องมาถึงสนามท้องถิ่นด้วย ส่วนของนายชัชชาติ การเป็นแชมป์เก่า ก็น่ากลัวอยู่แล้ว เพราะประชาชนเห็นการทำงานต่อเนื่องมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่ยังมีจุดที่เราสู้ได้อยู่ คือเรื่องการพัฒนากรุงเทพฯ อย่างมีนัยยะ หรือโครงการที่มีผลกระทบกับ กทม.ในทางที่ดี ยังไม่เห็นจุดนี้ จึงยังมีโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์ นำเสนอสิ่งที่แตกต่างให้ชาวกรุงเทพฯ สำหรับ สก. เดิมเราได้ 9 เขต ครั้งนี้ต้องได้มากกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับนโยบายต่างๆ ความพร้อมและเครดิตของหัวหน้าพรรคด้วย
ด้าน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนากรุงเทพมหานครว่า การเริ่มตั้งแคมเปญว่า“กรุงเทพง่ายๆ”เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ตั้งคำถามว่า“อะไรง่าย”เพราะที่จริงแล้วมันยากไปหมด.ตั้งแต่ตื่นลืมตา ก้าวขาออกจากบ้าน การเดินทางไปทำงาน เรียนหนังสือ ต้องเผื่อเวลารถติด การเลี้ยงลูกในปัจจุบัน คนวัยทำงานก็มีความลังเล ไม่กล้าที่จะเลี้ยงลูก เพราะไม่สามารถหาคนมาช่วยเลี้ยงดูลูกได้ หาโรงเรียนให้ลูก หรือการดูแลพ่อแม่ที่ชราก็เป็นเรื่องลำบาก การไปหาหมอ หากใช้สิทธิในการรักษาพยาบาลต้องเสียเวลารอใช้สิทธิ ขอใบส่งตัว เข้าคิวหาหมอ รถติดก็รอไป 2ชั่วโมง รอหมออีก 3ชั่วโมง ทั้งหมดเป็น 1วัน การทำงานต้องลางาน ขาดรายได้ ค่าครองชีพสูง อาหารก็แพง การมีบ้านสักหลังหนึ่งแทบเป็นได้แค่ความฝัน เพราะค่าบ้านในเมืองก็เอื้อมไม่ถึง จำเป็นต้องอยู่ห่างไกลออกไป
พรรคประชาชนจึงอยากชวนคิดว่า ทุกอย่างมันยากและทุกคนชินกับมันแล้ว เพราะไม่ได้คาดหวังที่จะทำให้เมืองนี้ดีขึ้นหรือเมืองจะช่วยให้เราสบายขึ้นได้ ง่ายขึ้น เมืองขโมยเวลาจากเราไปวันหนึ่งไม่รู้กี่ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นที่มาและทำให้ตน รวมถึงทีม ส.ก.ของพรรคประชาชน 50คนและทีมบริหารของพรรคประชาชน ต้องการเสนอวาระที่ทำให้เมืองนี้ง่ายขึ้น เป็นเมืองที่จะสนับสนุนการใช้ชีวิตและให้โอกาสกับผู้คนได้ลืมตาอ้าปากในการทำงาน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โดยนอกจากนโยบาย 4ง่าย เพื่อสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ง่ายสำหรับทุกคนและมีความยั่งยืนไปสู่อนาคต พรรคประชาชนยังต้องการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านการแก้ไข พรบ.กทม.โดยเพิ่มอำนาจให้ กทม.สามารถจัดการตัวเองได้มากขึ้น สาระสำคัญของกฎหมายระบุว่า กรุงเทพฯทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นสิ่งที่ห้าม (Negative list) จากเดิมที่ระบุแค่ว่า ทำอะไรได้บ้าง (Positive list) รวมถึงแก้ไขอำนาจของ กทม.ที่ปัจจุบันหลายเรื่องก็ยังมีอำนาจไม่เพียงพอ เช่น การเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล การใช้สิทธิ 30บาทรักษาทุกโรค โดยทาง กทม.สามารถเป็นเจ้าภาพไปคุยกับ สปสช.เพื่อแก้ปัญหาได้มากกว่านี้ เนื่องจากปัจจุบันคนกรุงเทพฯ กำลังติดปัญหาเรื่องใบส่งตัวกับคลินิกปฐมภูมิ หาก กทม.นำศูนย์บริการสาธารณสุขที่ กทม. บริหารเองให้การใช้สิทธิดังกล่าวมีมากขึ้น แล้วให้ประสานกับโรงพยาบาล 9แห่งของ กทม.การส่งตัวก็จะไม่ติดขัด ก่อนหน้านี้เรารองรับผู้ใช้สิทธิได้เป็นล้านคน ต่อมาลดลงเหลือ 800,000คนและยังลดลงเรื่อยๆ เนื่องจาก กทม.ไม่ได้ทำตรงนี้อย่างเพียงพอ ต้องอาศัยความกล้าหาญและเจตจำนงที่จะผลักดัน
อีกเรื่องคือการบริการขนส่งสาธารณะ ที่ทาง กทม.ยังทำได้ไม่เพียงพอ ยังมีถนนหลายสายที่ยังเป็นปัญหา ซึ่งหากคนไม่มีรถจะเดินทางอย่างไร มีถนนใหม่เกิดขึ้น แต่ไม่มีรถเมล์มาวิ่ง แม้กระทั่งรถเมล์สายเดิมก็ลดลงเรื่อยๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคน กทม.บางเส้นทางได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้รถเมล์มาวิ่งแล้ว ทาง กทม.ทำได้เลยภายในกรอบอำนาจปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ทำ
สำหรับเมกะโปรเจกต์เพื่อ กทม.นั้น นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ทีมพรรคประชาชนต้องการพัฒนาคลองซึ่งมีจำนวนมากในกรุงเทพฯให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการสัญจรของประชาชน การเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ริมคลองให้เดินทางได้โดยใช้ขนส่งสาธารณะ นี่คือการทำคลองให้เป็นถนน ทำคลองให้เป็นขนส่งสาธารณะ ทำคลองให้เป็นย่านท่องเที่ยว ทำคลองให้เป็นชุมชน ซึ่งการพัฒนาตามแนวทางนี้จะทำให้เกิดรายได้ทั่วทั้งกรุงเทพฯ ส่วนวาระเร่งด่วนที่จะผลักดันทันทีหากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.อันดับแรกคือ ปัญหาโรงขยะอ่อนนุชที่ส่งกลิ่นเหม็น มีผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า 400,000คน เป็นเรื่องอยู่ในอำนาจของ กทม.สามารถทำได้ทันที รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิทธิบัตรทอง โดยใช้ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.เข้ามาแก้ปัญหา ลดเรื่องใบส่งตัว เพื่อความสะดวกของประชาชน
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า เวลานี้แน่นอนว่าตนจะลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามอิสระ โดยได้พูดคุยกับน.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรค พปชร.เรียบร้อยแล้ว และเตรียมแถลงเปิดตัวเร็วๆนี้ พร้อมกับทีมงานรับรองเป็นคนที่มีชื่อเสียงแน่นอน ยตนมองว่าการลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามอิสระจะทำให้การทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.)ได้ง่าย คุยได้กับทุกฝ่าย ซึ่งเชื่อว่าจะมาจากหลายสี
ขระที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการดูแลจัดการเลือกตั้งว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจ ทั้งในกรุงเทพฯและพัทยา เป็นสังคมเมือง ทั้งบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ น่าจะมีความพร้อมเต็ม100% รอเพียงเวลาเท่านั้น เรารู้ศักยภาพว่าท่านทำงานได้อย่างดีที่สุดแน่นอน เพียงแต่อาจมีการแข่งขันที่เข้มข้นทั้ง 2แห่ง และเชื่อว่าคงจะเรียบร้อยทั้งหมด เมื่อการเลือกตั้งมีปัญหา ท่านชี้มาที่ กกต.ไม่ผิด แต่มันไม่ได้แก้ปัญหา เพราะการเลือกตั้งเป็นของทุกคน