บทความพิเศษ : ผลงานของนักการเมืองไทย

บทความพิเศษ : ผลงานของนักการเมืองไทย

บทความพิเศษ : ผลงานของนักการเมืองไทย

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย จะหาผู้บริหารประเทศ และนักการเมืองและข้าราชการ ที่มีความซื่อสัตย์รักแผ่นดิน รักประเทศชาติ ประชาชน และสถาบันอย่างแท้จริง ยากยิ่งกว่า งมเข็มในมหาสมุทร

แม้กระทั่งกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ที่ประชาชนคนไทยไม่น้อย ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจ และการใช้ดุลยพินิจ โดยไม่คำนึงถึงพระราชดำรัสองค์พระประมุขที่ผ่านๆ มาและองค์ปัจจุบัน ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรและทรงอุทิศเวลา และแรงกาย ทรัพย์สินเงินทอง เพื่อความอยู่ดีกินดี ความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของชาติ ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ ใช้สิทธิและหน้าที่ ที่ประชาชนเลือกนักการเมืองเข้ามา โดยไม่เฉลียวใจว่าบางคนนี้เลวกว่าโจรอีก เพราะโจรจะปล้นผู้คนได้ครั้งละไม่กี่คน แต่พวกนักการเมืองเวลาได้อำนาจมา ก็โกงกินประชาชนทั้งประเทศขายชาติ ขายแผ่นดิน

พิจารณาแต่อดีต 20-25 ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท โดยมหาโจร George Soros และพรรคพวก รวมทั้งผู้บริหารประเทศ ที่เปิดประตูหน้าต่างให้เข้ามาปล้น สร้างความวิบัติให้แก่เศรษฐกิจไทย ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัว สังคม และความมั่นคงของชาติเงินคลังของรัฐแทบไม่มีเหลือ ถ้าจำไม่ผิดประมาณ8,000 ล้านเหรียญเท่านั้น จึงต้องไปกู้ IMF

IMF เขาก็ให้เงินยืมจำนวนหนึ่ง พอๆ กับค่าสร้างสนามบินคันไซที่ประเทศญี่ปุ่น และเขาให้ฝ่ายไทย ทำหนังสือแสดงเจตจำนง ซึ่งปรากฏว่ารัฐบาลยุคของพลเอกชวลิต ทำไปได้ประมาณ 2 ฉบับ มารัฐบาลคุณชวน ซึ่งเป็นคณะบริหาร ชุดนี้เสนอทำอย่างเสียเปรียบมากมาย ทั้งๆ ที่เราเอาเงินเขามาไม่เท่าไหร่ เท่าที่พอจำได้ ได้มีการประท้วงและต่อต้าน ถาม IFM โดยผู้นำสหภาพต่างๆ ว่าทำไมเอาเปรียบไทยมากอย่างนี้ IMF ตอบมาว่า ฝ่ายไทยเป็นผู้แสดงเจตจำนงมาเอง ที่ฝ่ายไทยเสนอไป จนมีผู้คนคัดค้าน เพราะผู้บริหารประเทศ นักการเมือง ขายทรัพย์สินของชาติ หรือการเปิดเสรีการค้าต่างประเทศเพื่อประโยชน์ของตนเอง นอกจากนั้นแล้ว มีการออกกฎหมายได้แปรรูป ทรัพย์สินของแผ่นดินที่มีความสำคัญต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น ปตท. ซึ่งต่อมารัฐบาลทักษิณ เป็นผู้แปรรูป ปรากฏว่า หุ้นที่เอาออกมาขาย เป็นของรัฐ นักการเมืองบางคนที่มีเงินเข้าถือหุ้นไว้จนทุกวันนี้ คนไทยต้องใช้น้ำมันแพงมาตลอดหลายสิบปี ก็เพราะมันไม่ใช่ของรัฐเป็นของคนกลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจ

ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ เขาได้ทำงานให้ประชาชนเข้ามาว่าทำงานเป็นทีม แต่ละคนเล่นแต่ละบท เช่น นายกรัฐมนตรี เล่นเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต คุณธารินทร์ เล่นเป็นคนที่เก่งทางด้านการเงินการคลัง คุณศุภชัย เล่นเป็นซุปเปอร์ทางการค้า และมีคนอื่นๆ อีก ดูเป็นที่น่าเคารพเชื่อถือของผู้ไม่ทราบความเป็นจริง

ที่เลวร้ายอีกอย่าง คือการออกกฎหมายที่เขาเรียกกันว่า กฎหมาย 11 ฉบับ หรือถ้าจะใช้ชื่อหลอกลวง บางคนเค้าก็เรียกว่า กลุ่มกฎหมายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ อ่านดูแล้ว แทบจะเป็นกฎหมายที่ทำร้ายคนไทยของประเทศ

มาถึงรัฐบาลอนุทิน ก็เป็นที่พึ่งให้ประชาชนไม่ได้เลย ตั้งแต่การยกเลิก MOU 43-44ซึ่งมันง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ และเก็บไว้ไทยก็จะเสียเปรียบ และวิบัติ แต่ก็ต้องเก็บไว้ แน่นอนมันมีคนเลวๆ อยู่เบื้องหลังการดึงเรื่องนี้ไว้ เรื่องการกักตุนขึ้นราคาน้ำมัน ก็จะจัดการกับใครไม่ได้ หรือคนในรัฐบาลทำเองในการหาประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชน ขนาดที่ดินที่ ร.5 พระราชทานแก่ประชาชนทั่วไป ยังคิดจะเอาไว้เป็นของตน ศาลตัดสินให้คืน รัฐยังไม่คืนแล้วจะเป็นรัฐบาล ใครยอมก็เสียสติแล้ว

ปัญหาภาคใต้ นับสิบรัฐบาลแล้วแก้ไม่ได้ แค่ให้ความสุขสงบ มีความอยู่ดีกินดีต่อไปได้ ก็อย่าเป็นรัฐบาลเลย

คนไทยยอมรับกับสิ่งที่รัฐบาลผู้บริหารประเทศ และนักการเมืองผู้มีอำนาจ ทำอยู่ทุกวันนี้ได้ ก็ควรเป็นบุคคลชั้น 2 ในประเทศของตนเอง คนที่เข้ามา ยึดประเทศไทย เขาไม่เผาวัด ตึกรามบ้านช่องอย่างอยุธยา แต่เก็บคนไทยไว้เป็นทาสดีกว่า

อัมรินทร์ คอมันตร์

Leave a comment