
ขอรับผิดชอบเงินกู้4แสนล. ‘อนุทิน’แอ่นอก ไม่รั่วไหลแม้สตางค์เดียว
วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ขอรับผิดชอบเงินกู้4แสนล. ‘อนุทิน’แอ่นอก ไม่รั่วไหลแม้สตางค์เดียว ผุดก.ม.ลูก2ฉบับรองรับ
กลั่นกรองคุมเข้มเบิกใช้ ปชป.จิกทิ้งหนี้ระยะยาว
นายกฯ อนุทินลั่น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้าย ขอเป็นผู้รับผิดชอบ ยันจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว ขณะที่แหล่งข่าวเปิด 2 กฎหมายลูกภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน คุมเข้มหลักเกณฑ์แผนงานโครงการเสนอขอใช้เงิน พร้อมกลไกติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ให้บรรลุเป้าหมาย
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง พ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันเดียวกันนี้ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้ตนและนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รวมถึงรัฐมนตรีทั้งหลายที่กำกับดูแลใช้งบประมาณโดยตรงจะใช้ความเข้มงวดในการดำเนินการอย่างเต็มที่ เงินเหล่านี้เมื่อถูกใช้ก็จะถูกส่งตรงไปยังพี่น้องประชาชน ไม่มีโครงการอะไรต่างๆ มาขั้นกลางกับสิ่งที่เราจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนทำให้คุณภาพชีวิตค่าครองชีพ และปากท้องได้รับการแก้ไขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ลั่นจากนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบ
เมื่อถามว่าที่จะมีการนำเรื่องนี้ขึ้นฟ้องศาลจะทำให้โครงการที่ใช้งบนี้สะดุดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตามกฎหมายเลย เรื่องนี้ได้มีการโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันนี้แล้ว จากนี้ไปทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของตน
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชกำหนดฉบับนี้ลงมาแล้ว ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น จากนี้ไปผมต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ จะดีจะร้าย จะได้ผลหรือไม่ได้ผล ผมต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ก็หวังว่าทุกอย่างจะออกมาในแนวทางที่ดีมีประโยชน์ เกิดคุณประโยชน์และรับรองได้ว่า ไม่มีรั่วไหลแม้แต่สตางค์แดงเดียว รัฐมนตรีทุกคนในครม.ของผมในฐานะที่ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบว่าจะต้องมีการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ออกมา ก็จะช่วยกันสอดส่องดูแลในการใช้งบประมาณก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและพี่น้องประชาชน“ นายอนุทิน กล่าว
มีกฎหมายสำรองอีก 2 ฉบับ
รายงานข่าวจากทำเนียบแจ้งว่าจากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมามีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นอกจากการออกร่าง พ.ร.ก.ฉบับใหญ่แล้ว ภายใต้พ.ร.ก.ฉบับนี้ ยังมีกฎหมายลำดับรองที่สำคัญอีก 2 ฉบับ ซึ่งออกเป็นร่างระเบียบกระทรวงการคลัง โดยที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว ประกอบด้วย 1. ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. และ2. ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …
กำหนดหลักเกณฑ์ดำเนินแผนงาน
สำหรับรายละเอียดของร่างระเบียบฉบับแรก คือ ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. ซึ่งออกตามมาตรา 7 วรรคสามของร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ ที่กำหนดให้การดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้ร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินแผนงานหรือโครงการเงินกู้ภายใต้ร่างพระราชกำหนดดังกล่าว โดยครอบคลุมขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเสนอ การพิจารณากลั่นกรอง และการอนุมัติโครงการ การดำเนินโครงการ การเก็บรักษาเงินกู้และการเบิกจ่ายเงินกู้ และหลักเกณฑ์การใช้วงเงินกู้สำหรับรายการเงินสำรองจ่ายและเงินกู้เหลือจ่าย ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามร่างพระราชกำหนดพิจารณากำหนดวงเงินโครงการที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอให้มีความเหมาะสมที่จะใช้จ่ายจากเงินกู้ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
ทั้งนี้ได้กำหนดลักษณะโครงการที่หน่วยงานจะจัดทำข้อเสนอ ต้องเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับแผนงานหรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชกำหนด หรือเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันโดยเร็วแต่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ หรือได้รับจัดสรรงบประมาณไว้แล้วแต่มีจำนวนไม่เพียงพอ หรือเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าในการดำเนินงานและก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือสังคมตามวัตถุประสงค์ไว้ในบัญชีท้ายพระราชกำหนดนี้ด้วย
ติดตามประเมินผลใช้จ่ายเงินกู้
ส่วนฉบับที่ 2 คือ ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. ซึ่งออกตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้เมื่อมีการใช้จ่ายเงินกู้แล้วให้มีการติดตามประเมินผลและรายงานผลการใช้จ่ายเงินกู้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีคณะกรรมการประเมินผลเพื่อทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางในการติดตามประเมินผล โดยจัดให้มีการประเมินผลโครงการและจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบทุก6 เดือนนับแต่วันที่ดำเนินโครงการแล้วเสร็จ
รวมทั้งจัดทำรายงานการประเมินผลโครงการในภาพรวมตลอดจนรายงานการประเมินผลลัพธ์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันสิ้นสุดโครงการสุดท้ายที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติโดยใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดด้วย
‘รองโฆษก ปชป.’ซัด‘ภราดร’
ทางด้าน น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กรณี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาโพสต์โจมตีนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้านและออกมาตั้งคำถามถึงการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า เหตุใดไม่ใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดินตามระบบเหมือนกับที่ระบุไว้ตอนหาเสียง ซึ่งนายภราดร อ้างว่าตัวเองไม่ใช่นอสตราดามุส ที่จะรู้ล่วงหน้าว่ามีสงครามเกิดขึ้นว่า เข้าใจว่าคุณภราดรไม่ใช่นอสตราดามุส แต่ที่แน่ๆ ขอแนะนำให้ท่านไปตรวจประเมินความจำเพื่อยืนยันความผิดปกติด้านความจำ เพราะการตรวจพบแต่เนิ่นๆจะช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้ดีที่สุด
เตือนความจำหาเสียงไว้อย่างไร
ท่านจำไม่ได้จริงๆ เหรอคะ ว่าตอนหาเสียงในนโยบายอันน้อยนิดที่พรรคภูมิใจไทยได้หาเสียงไว้ มีการชี้แจงที่มาของโครงการคนละครึ่งพลัส หรือไทยช่วยไทยพลัสจะใช้เงิน 44,000 ล้าน จากงบประมาณโดยไม่ใช้เงินกู้ และประชาธิปัตย์เองเห็นด้วยกับความจำเป็นในการช่วยเหลือเยียวพี่น้องประชาชน แต่ด้วยความไม่ชัดเจนในเรื่องของการใช้เงินกู้ของท่าน สังคมจึงกังวลว่าท่านจะนำเงินไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ และแนวคิดแบบบ้านใหญ่ของรัฐบาลนี้จะทำให้ประเทศไทยติดหล่มยาว ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นนอสตราดามุส ท่านไปถามผีถ้วยแก้วก็ได้ ว่าสุดท้ายความไม่ชัดเจนนี้จะเป็นการทิ้งภาระหนี้ระยะยาวไว้กับพี่น้องประชาชนหรือไม่
ท้ากู้4แสนล.ทำGDPบวกให้ได้แบบปชป.
และท่านจำไม่ได้จริงๆ เหรอคะว่าในยุครัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ โดยมีคุณกรณ์เป็นรมต.คลังนั้น อยู่ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่มี GDP ติดลบ ที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้แจกอย่างเดียว และได้ใช้เงินกู้อย่างมีประสิทธิภาพจนเศรษฐกิจฟื้น GDPโตกว่า 7.5% ภายในระยะเวลา 18 เดือน จะเป็นเรื่องดีหากท่านสามารถวางแผนการใช้เงินกู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนรัฐบาลประชาธิปัตย์ และการที่ท่านเปรียบเทียบอัตราเงินกู้ต่อ GDPว่าต่ำกว่า แต่ท่านทราบหรือไม่ ว่าเพดานหนี้สาธารณะที่พุ่งจะทะลุ ร้อยละ 70 ในยุคของท่าน สามารถทำให้ประเทศไทยติดหล่มยาวและอาจล้มละลายได้ หากเงินที่กู้มาไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
ดิฉันเองไม่มีสถานะใดๆ ที่ ครม. จำเป็นต้องมาถามความเห็น แต่ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของเงินภาษีที่จ่ายเงินเดือนให้ท่านมาทำงาน และจะต้องแบกหนี้ที่ท่านกำลังจะกู้ คงมีสิทธิที่จะตั้งคำถามต่อความจำเป็นของ พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อให้แน่ใจว่าเงินภาษีทุกบาทของพี่น้องประชาชนจะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เว้นแต่ท่านเป็นรัฐบาลเผด็จการที่ไม่รับฟังความเห็นของคนเห็นต่าง