ยึดแถลงการณ์ร่วม2ฝ่าย หนูย้ำอาเซียน ‘ไทย-กัมพูชา’หยุดยิง ปิดฉากประชุมชื่นมื่น

ยึดแถลงการณ์ร่วม2ฝ่าย หนูย้ำอาเซียน ‘ไทย-กัมพูชา’หยุดยิง ปิดฉากประชุมชื่นมื่น

ยึดแถลงการณ์ร่วม2ฝ่าย หนูย้ำอาเซียน ‘ไทย-กัมพูชา’หยุดยิง ปิดฉากประชุมชื่นมื่น

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ยึดแถลงการณ์ร่วม2ฝ่าย หนูย้ำอาเซียน ‘ไทย-กัมพูชา’หยุดยิง ปิดฉากประชุมชื่นมื่น

ปิดฉากอาเซียนชื่นมื่น นายกฯอนุทิน เจรจาผู้นำฟิลิปปินส์เจ้าภาพ ก่อนบินกลับไทย ย้ำให้ทุกชาติสมาชิกร่วมมือกันปราบแก๊งสแกมเมอร์จับมือพัฒนาภูมิภาค

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์) วันที่ 9 พ.ค. 2569 ที่ห้อง Business Center โรงแรมแชงกรี-ลา มักตัน เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือทวิภาคีกับนายเฟอร์ดินานด์ โรมูอัลเดซ มาร์กอส จูเนียร์ (H.E. Mr.Ferdinand Romualdez Marcos Jr.)ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48

โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณฟิลิปปินส์ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้อย่างดียิ่ง ส่งผลให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น และเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งการหารือร่วมกันในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายในการแสวงหาแนวทางความร่วมมือที่นำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน

ในโอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือในเรื่องความร่วมมือระหว่างกันในหลายด้าน ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร การค้า การลงทุน และพลังงาน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคอย่างยั่งยืนสืบไป

เผยผลสำเร็จของอนุทิน

นางสาวรัชดา ยังเปิดเผยถึงผลการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนฯ ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ท่ามกลางบริบทโลกที่เผชิญความผันผวนจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และเสถียรภาพของภูมิภาคอาเซียน

โดยนายกฯได้ใช้เวทีอาเซียนยืนยันจุดยืนของไทยในการส่งเสริมสันติภาพ การแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา การยึดมั่นในกฎกติกาสากล และการผลักดันให้อาเซียนมีความเป็นเอกภาพ เข้มแข็ง และมีบทบาทมากยิ่งขึ้นบนเวทีโลก ควบคู่กับการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนชาวไทย

ยกระดับปราบสแกมเมอร์

สำหรับการวันที่ 9 พ.ค. 2569ก่อนเดินทางกลับ ยังได้หารือกับนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งนายกฯ ได้ยืนยันความพร้อมของไทยในการสนับสนุนการทำหน้าที่ประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ พร้อมเดินหน้ากระชับความร่วมมือระหว่างกันในหลายด้าน ทั้งความมั่นคงทางอาหาร การค้า การลงทุน และพลังงาน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์

“ผลการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาค ท่ามกลางบริบทโลกที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยไทยได้ยืนยันจุดยืนในการส่งเสริมสันติภาพ การแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา การรักษาผลประโยชน์ของชาติภายใต้กฎกติกาสากล และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง พลังงาน อาหาร และการดูแลประชาชน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับประเทศสมาชิกและประเทศหุ้นส่วนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และโอกาสของประชาชนในระยะยาว” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

หนูโพสต์เกาะกูดเป็นของไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในช่วงระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนฯ โดยมีข้อความระบุว่า โดยปกติตนเป็นคนที่ทำงานใดๆ แล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเอง เพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม

นายกฯ ระบุอีกว่า สำหรับตนการได้แจ้งให้กัมพูชาได้รับทราบเรื่องการประกาศยกเลิก MOU 44 ของรัฐบาลไทยในการพบกันครั้งนี้ สามารถถือเป็นที่ประจักษ์ได้เลยว่า กัมพูชาได้รับทราบการตัดสินใจของฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการแล้วและนอกเหนือจากนั้น กัมพูชายังได้แจ้งให้ฝ่ายไทยได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินการจากนี้ต่อไปของเขาด้วย และยังได้ประกาศในที่ประชุมใหญ่ของผู้นำชาติอาเซียนด้วย เป็นอันสิ้นสงสัยว่า กัมพูชาจะยอมรับการยกเลิก MOU 44 จากไทยหรือไม่ หากไม่ได้มีการพบกันในครั้งนี้รัฐบาลไทยก็จะต้องทำการแจ้งเป็นหนังสือไปยังรัฐบาลกัมพูชาและกว่าจะจบกระบวนการได้ก็คงใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่าครึ่งปี เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว ก็จะไม่มีเส้นที่ลากผ่านเกาะกูดให้เป็นที่เคลือบแคลงหรือกังวลต่อไปอีก พี่น้องประชาชนของตนสบายใจได้เลยว่า #เกาะกูดเป็นของประเทศไทย และไม่มีการเปิดด่าน

เตือนพวกนั่งเทียนเขียนข่าวเท็จ

“ผมเห็นมีการประโคมข่าวทางโซเชียลมีเดียอย่างมากมายและเป็นข่าวเท็จ ใช้จินตนาการนั่งเทียนเขียนเพื่อให้เกิดความแตกแยกและเกลียดชังทั้งที่ผมและนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ก็ได้แถลงข่าวโดยละเอียดไปแล้ว ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดถือความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ไม่มีทางเป็นอื่นอย่างแน่นอนครับ ผมอยู่กับสถานการณ์นี้มาตั้งแต่ยังเป็นรองนายกและ มท.1 จนมาเป็นนายกฯรอบสองแล้ว ผมทราบดีว่าจะต้องทำอะไรและทำอย่างไร ทุกขั้นตอนผมจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน และจะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนมั่นใจในนายกฯของท่านคนนี้ในเรื่องนี้ได้เลย แล้วพบกันที่กรุงเทพฯนะครับ กราบสวัสดีทุกท่านจากเมือง Cebu ฟิลิปปินส์ ครับ” นายกฯ ระบุ

หนูกลับถึงประเทศไทย

เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ว่า ประเทศไทยย้ำเจตนารมณ์ในการแก้ไขความขัดแย้งและแนวทางสร้างสันติภาพโดยยึดกติกาสากลและประโยชน์ของชาติ พร้อมเสนอความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีสมาชิกท่ามกลางความผันผวนของโลกโดยยึดประเด็นการผลักดันอาเซียนให้มีความเข้มแข็ง มีเอกภาพ และมีบทบาทมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ และในที่ประชุมสิ่งที่ทุกประเทศพูดถึงมากกว่าเรื่องน้ำมันและพลังงานก็คือเรื่องอาหาร

นายกฯ กล่าวว่าในส่วนของประเทศไทยได้สร้างความมั่นใจต่อประเทศอาเซียนว่าไทยพร้อมใช้ศักยภาพในฐานะผู้ผลิตอาหารสำคัญของโลก โดยจะให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงอาหารในภูมิภาค และไม่ว่าประเทศใดในโลกจะมีปัญหาเรื่องสงครามพลังงาน แต่ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยพร้อมเป็นฐานในการสนับสนุนเรื่องอาหารให้กับมวลหมู่ภาคีสมาชิก ตนเคยบอกมาตลอดว่าน้ำมันกินไม่ได้ ถ้าเราต้องเลือกในวันที่มีวิกฤตน้ำมัน ซึ่งระหว่างวิกฤตน้ำมันกับอาหาร ประเทศไทยมีความมั่นคงเรื่องอาหารมากกว่า น้ำมันมีเงินก็ยังหาซื้อได้ แต่ถ้าเราไม่มีความเข้มแข็งด้านอาหารความลำบากอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้น ซึ่งตนได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองในเชิงเห็นด้วยและเชิงความพร้อมที่จะแสวงหาการสนับสนุนซึ่งกันและกันของประเทศสมาชิกแทบทุกประเทศ การร่วมประชุมครั้งนี้ประเทศไทยไม่ได้เสียอะไรเลยมีแต่โอกาสและความเชื่อมั่นจากภาคีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น จึงเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มมูลค่าของการค้าการลงทุนและการสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียน

ยึดแถลงการณ์หยุดยิง

นายอนุทิน กล่าวถึงการพบปะกับนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ว่า นายเฟอร์ดินานด์ โรมูอัลเดซ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ต้องการสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ประชุมอาเซียน จึงจัดให้มีการพบปะกันระหว่างไทยและกัมพูชา ในรายละเอียดการพูดคุยเชื่อว่าประชาชนรับทราบแล้วจากการแถลงของตน ยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามการลงนาม Joint Statement (แถลงการณ์ร่วมหยุดยิง) เมื่อปี 2568 และที่หารือกันไม่ได้มีการพูดคุยถึงการปักปันเขตแดนและการเปิดด่านพรมแดน และให้ยึดถือตามกรอบ JBCและ GBC ในรูปแบบคณะกรรมการร่วมต่อไป ซึ่งนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส รับทราบว่าเรายังพูดคุยกันได้ในการรักษาบรรยากาศที่ดีของการประชุมที่ผ่านมา

นายกฯกล่าวว่า นอกจากนี้การเดินทางไปร่วมประชุมครั้งนี้ตนยังพบกับประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ซึ่งยังให้ความเชื่อมั่นกับประเทศไทย และนัดหมายกันว่าโอกาสต่อไปที่ท่านจะมาเยือนประเทศไทย ตนได้เรียนเชิญให้มาพบตนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะหารือร่วมกันถึงการสนับสนุนโครงการต่างๆ ของไทย

Leave a comment