เสื้อแดงนอนค้างแรม รอแม้วพ้นคุก ราชทัณฑ์ติดกำไลEM ได้พักโทษ11พ.ค.นี้

เสื้อแดงนอนค้างแรม รอแม้วพ้นคุก ราชทัณฑ์ติดกำไลEM ได้พักโทษ11พ.ค.นี้

เสื้อแดงนอนค้างแรม รอแม้วพ้นคุก ราชทัณฑ์ติดกำไลEM ได้พักโทษ11พ.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เสื้อแดงนอนค้างแรม รอแม้วพ้นคุก ราชทัณฑ์ติดกำไลEM ได้พักโทษ11พ.ค.นี้ กลับ‘จันทร์ส่องหล้า’ พท.วอนอย่าจองเวร

กลุ่มคนเสื้อแดงสาวกของเทวดาแม้วลงทุนเหมารถไปค้างคืนหน้าเรือนจำรอรับนายใหญ่ได้รับอิสรภาพ11 พฤษภาคมนี้ ขณะที่กรมคุมประพฤติ ติดกำไล EM ก่อนปล่อยตัว กลับบ้านจันทร์ส่องหล้าด้านกรมราชทัณฑ์ยันพักโทษถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไทยวอนฝ่ายตรงข้ามอย่าคิดจองเวรกันอีกเลย อนุทินร่วมแสดงความยินดีเทวดาได้อิสรภาพ

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้มีมติให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น 1 ใน 859 ผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไป และพ่วงเงื่อนไขติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569 ขณะที่นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย มีบันทึกนายกสมาคมทนายความฯกรณีนายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯจะได้รับการพักโทษในวันที่11 พ.ค. 2569 โดยคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เห็นว่าอดีตนายกฯมีคุณสมบัติตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดพ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2564 แต่มีเงื่อนไขว่าอดีตนายกฯจะต้องติดอุปกรณ์เล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตลอดระยะเวลา 4 เดือนของการพักโทษคุมประพฤติ ซึ่งกรณีดังกล่าวแม้ว่าการติดกำไล EM เป็นหลักเกณฑ์ของการคุมประพฤติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง กรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี หรือจะไปก่อภยันอันตรายประการอื่นใด เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยของสังคม ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับผู้ต้องหา หรือนักโทษในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงขณะที่นายทักษิณคงเหลือพักโทษเพียง 4 เดือน ประกอบกับเป็นผู้สูงอายุ 76 ปี มีโรคประจำตัว จากเหตุผลและข้อเท็จจริงดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามติของคณะอนุกรรมการฯอาจขัดกับหลักเจตนารมณ์ของกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดพ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ตามข้อ 44 ซึ่งหากคณะอนุกรรมการฯได้พิจารณาถึงหลักเกณฑ์อย่างเสมอภาคและยุติธรรมแล้ว ก็จะมีเหตุเชื่อได้ว่าอดีตนายกฯไม่มีความจำเป็นที่จะต้องติดกำไล EM ตลอดระยะเวลาการพักโทษแต่อย่างใดนั้น

ยันมติอนุกรรมการฯติดกำไลEM

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่าภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้มีมติโดยเห็นว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตลอดระยะเวลา 4 เดือนจนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569 นั้น มติของคณะอนุกรรมการฯเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ถือเป็นมติถึงที่สุดแล้วจะไม่มี เหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง เพราะคณะอนุกรรมการฯได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงพฤติการณ์ และคุณสมบัติของผู้ต้องขังตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและกฎกระทรวงกำหนดไว้อย่างครบถ้วน

คุมประพฤติ เข้าติดกำไล‘แม้ว’

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่าสำหรับกำหนดการติดกำไล EM ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 7จะเดินทางไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมเพื่อติดกำไล EM ให้แก่อดีตนายกฯ และแจ้งเรื่องขั้นตอนการใช้งานอุปกรณ์กำไล EM พร้อมกับดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆ ทั้งนี้ เนื่องจากเรือนจำกลางคลองเปรม อยู่ในพื้นที่เขตจตุจักร จึงอยู่ในเขตรับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ส่วนการรายงานตัวรับทราบเงื่อนไข หลักการปฏิบัติตนระหว่างการคุมประพฤติ 4 เดือนนั้น ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่11 พ.ค. 2569-13 พ.ค. 2569 นายทักษิณ จะต้องเดินทางไปรายงานตัวยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตบางพลัด เพราะ“บ้านจันทร์ส่องหล้า” ตามที่ผู้อุปการะของนายทักษิณได้แจ้งไว้โดยนายทักษิณจะต้องไปรับทราบละเอียดทั้งหมด

กำชับรายงานตัว4ครั้งใน4เดือน

ทั้งนี้ เนื่องด้วยนายทักษิณเหลือระยะเวลาการคุมประพฤติเพียง 4 เดือนหรือจนถึงวันที่ 9 ก.ย. 2569 ดังนั้น การรายงานตัวของนายทักษิณกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 จะเกิดขึ้นเดือนละครั้ง รวมเป็นรายงานตัวทั้งสิ้น 4 ครั้ง หรือหากจะเป็นกรณี2 เดือนค่อยรายงานตัว 1 ครั้ง ก็จะเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่คุมประพฤติกับผู้ถูกคุมประพฤติจะพูดคุยประสานงานกัน อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปเมื่อครั้งการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษฯก่อนหน้านี้ พบว่านายทักษิณได้มีการรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ครบทุกครั้ง ไม่มีปัญหาใดๆ

ต้องติดกำไลEMจนกว่าพ้นโทษ

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยด้วยว่า สำหรับนายทักษิณ ถือเป็นผู้ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษเป็นการทั่วไป ดังนั้น การติดกำไล EM จะต้องถูกติดไปจนกว่าจะพ้นโทษ ในวันที่ 9 ก.ย.2569 ซึ่งก็เป็นไปตามมติของอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ส่วนการจะขอปลดกำไล EM ระหว่างการคุมประพฤติ เนื่องจากปัญหาเรื่องสุขภาพหรือเพื่อการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะเหตุจำเป็นต้องเข้าอุโมงค์เพื่อทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging) หรือการรักษาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องตรวจที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุความเข้มสูงนั้น ตามขั้นตอนปกติแล้ว หากผู้ถูกคุมประพฤติจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นครั้งคราว และติดอุปสรรคของกำไล EM ผู้ถูกคุมประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอปลดกำไล EM ชั่วคราวได้ โดยใช้เอกสารที่มีความเห็นของแพทย์ ที่ระบุชัดเจนเลยว่า “กำไล EM มันเป็นอุปสรรคในการรักษาพยาบาลจริง”

‘ทักษิณ’มีสิทธิ์ยื่นขอปลดกำไล

รวมถึงแจ้งเหตุความจำเป็นของการรับการรักษาพยาบาลอย่างครบถ้วน ในวันเวลาใดบ้าง เพื่อยื่นประกอบการพิจารณาให้แก่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติเจ้าของสำนวนคุมประพฤติดังกล่าวได้ อาทิ กรณีของอดีตนายกฯ ก็จะต้องยื่นคำร้องไปยังเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อจะได้ปลดกำไล EM เป็นการชั่วคราวเท่านั้น และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาพยาบาลก็ต้องกลับมาติดกำไล EM ดังเดิมแต่ถ้าหากเป็นกรณีที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือป่วยติดเตียง หรือข้อเท้าเป็นแผลพุพอง หรือการติดกำไล EM ทำให้เผชิญปัญหาสุขภาพย่ำแย่ลง ทางผู้ถูกคุมประพฤติ สามารถยื่นคำร้องขอปลดกำไลEM แบบถาวรมายังเจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้เช่นเดียวกัน เพื่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจะเสนอรายงานไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ แต่ก็จะเป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯว่าจะให้ปลดกำไล EM ระหว่างพักโทษคุมประพฤติด้วยเหตุทางด้านสุขภาพหรือการรับการรักษาพยาบาลตามที่ผู้ร้องยื่นคำขอหรือไม่ โดยจะเป็นชุดคณะอนุกรรมการฯเดียวกันกับที่เคยมีมติให้ต้องติดกำไล EM ซึ่งถ้าคณะอนุกรรมการฯมีมติอย่างไร กรมคุมประพฤติก็มีหน้าที่ต้องทำตามมติของคณะอนุกรรมการฯทุกประการ

กางเงื่อนไข 9 ข้อช่วงพักโทษ

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่าสำหรับเงื่อนไขการห้ามกระทำการใดๆ ระหว่างพักโทษคุมประพฤติในส่วนของนายทักษิณ พบว่ามติของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษอื่นใดโดยเฉพาะเรื่องการเมืองก็ไม่ได้ระบุห้ามไว้ยังคงเป็นเงื่อนไขปกติเหมือนกับผู้พักโทษรายอื่นทุกคน ประกอบด้วย 1.ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติที่สำนักงานคุมประพฤติท้องที่ภายใน 3 วันนับแต่ได้รับการปล่อยตัว และต่อไปให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนดจนกว่าจะพ้นโทษ 2.ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้และห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่ติดธุระสำคัญและต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติก่อน

3.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืน และถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับนั้น ต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง 4.ให้ประกอบอาชีพสุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง 5.ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกำหนด 6.ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน เสพยาเสพติด และกระทำความผิดขึ้นอีก 7.ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด 8.ห้ามเยี่ยมเยียนและติดต่อกับนักโทษที่ไม่ใช่ญาติซึ่งกำลังต้องโทษอยู่ และ 9.ต้องแสดงหนังสือสำคัญการปล่อยตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำเมื่อมีการเรียกให้แสดงและหากหนังสือสำคัญการปล่อยตัวสูญหายให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติ

ย้ำเดินทางออกตปท.ไม่ได้

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรมเผยว่าสำหรับผู้ถูกคุมประพฤติเงื่อนไขชัดเจนคือห้ามออกนอกเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่มีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ทางผู้ถูกคุมประพฤติก็สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้ โดยต้องระบุเหตุผลการไปสถานที่นั้นๆว่าไปปลายทาง คือที่ใด มีวัตถุประสงค์เพื่อการใด ไประยะเวลากี่วัน เป็นต้น ส่วนถ้าจะเดินทางไปต่างประเทศระหว่างการคุมประพฤตินั้น ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าสถานะของผู้พักโทษคุมประพฤติก็ยังคงสถานะผู้ต้องขังยังไม่ใช่การพ้นโทษ ดังนั้น ผู้ต้องขังไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้

ยันพักโทษ‘ทักษิณ’ยึดตามก.ม.

กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารข่าวเผยแพร่ ชี้แจงว่า ตามที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ยับยั้งการพักการลงโทษนายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่ามีการอ้างข้อกฎหมายผิดพลาดและบิดเบือนคำสั่งศาลฎีกาฯนั้น กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่านายทักษิณอยู่ในขบวนการบังคับโทษโดยมิชอบ หรือ มีลักษณะเป็นผู้กระทำผิดวินัยระหว่างต้องขังนั้น การพิจารณาคุณสมบัติในการพักการลงโทษต้องอาศัยข้อเท็จจริงข้อกฎหมายและสถานะทางคดีตามที่ปรากฏโดยชัดแจ้งตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล รวมถึงข้อมูลทางราชทัณฑ์ที่เป็นทางการโดยปัจจุบัน ยังมิได้ปรากฏว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งใดที่วินิจฉัยว่านายทักษิณได้กระทำผิดวินัยหรือกระทำความผิดอาญาระหว่างถูกควบคุมตัว อันจะเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและระเบียบกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการพักการลงโทษ

ลั่นมาตรฐานเดียวกันปัดเอื้อใคร

จากมติที่ประชุมของคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษประจำเรือนจำและเอกสารประกอบการพิจารณาพักการลงโทษของนายทักษิณ ไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการผิดวินัยดังนั้น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาแล้วจึงมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯพ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564

ทั้งนี้ ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างถึง“ซึ่งผู้ผิดวินัย จะไม่ได้รับการพักโทษตามลักษณะต้องห้ามในการนำตัวออกไปกักขังนอกเรือนจำ ตามประกาศกรมราชทัณฑ์ข้อ 3 (2) (ข) และ (ค) คือมี ประวัติกระทำผิดวินัย หรือเคยกระทำผิดเงื่อนไขหรือผิดอาญาระหว่างถูกคุมขังในสถานที่อื่น”ซึ่งประกาศกรมราชทัณฑ์ดังกล่าวเป็นประกาศกรมราชทัณฑ์เรื่องกำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้ามและวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 พ.ศ. 2568 นั้น มิได้เป็นข้อกฎหมายในการพิจารณาพักการลงโทษแต่อย่างใด

กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่าการพิจารณาพักการลงโทษในครั้งนี้มิได้มีการเอื้อประโยชน์แก่บุคคลหนึ่ง บุคคลใดเป็นการเฉพาะแต่เป็นการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยยึดถือพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แดงเชียงใหม่นอนรอฉลองรับ

ด.ต.พิชิต ตามูล แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)แดงเชียงใหม่ เผยกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักโทษออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พฤษภาคมว่า คนเสื้อแดงกว่า 100 คน ได้เดินทางออกจากเชียงใหม่ในวันที่ 10 พฤษภาคม โดยรถตู้ 11 คัน บางรายเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว 4-5 คัน แฟนคลับหรือเอฟซีบางส่วนเดินทางด้วยรถไฟ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 60-70 ปีเพื่อไปให้กำลังใจเพื่อแสดงพลังว่ายังเคารพรักนายทักษิณอยู่ เดิมทีเสื้อแดงเชียงใหม่นัดหมายรวมตัวกันที่ดอยติ อ.เมือง จ.ลำพูน แต่ได้ยกเลิก เพราะต่างคนต่างเดินทางกันเองตามสะดวกแต่ให้ไปถึงหน้าเรือนจำคลองเปรม ในช่วงเย็นเพื่อทำกิจกรรมรับขวัญทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้าวันที่11 พฤษภาคม แต่คาดการณ์ว่าอาจไม่ได้พบนายทักษิณ เพียงโบกไม้โบกมือทักทายเท่านั้น เนื่องจากมีครอบครัวและคนใกล้ชิดรอรับกลับบ้านอยู่แล้ว

ลงขันกันเอง-รอรับทำบุญที่บ้านเกิด

ทั้งนี้ การเดินทางดังกล่าว คนเสื้อแดงออกค่าใช้จ่ายกันเองคนละ 400-500 บาท บางรายมีกำลังทรัพย์อาจลงขัน 1,000-2,000 บาท ถ้าไม่มี ไม่ต้องจ่ายเป็นการช่วยเหลือกันเอง เพราะขาดผู้สนับสนุนเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและน้ำมันแพง จึงต้องพึ่งตัวเองเป็นหลัก แต่เป็นห่วงผู้ที่เดินทางไกล เพราะเป็นผู้สูงอายุ อาจรอให้นายทักษิณและครอบครัวเดินทางมาทำบุญให้บรรพบุรุษ ที่วัดโรงธรรมสามัคคีที่บ้านเกิด อ.สันกำแพง หรือสุสานที่อ.แม่ออนก็ได้ ตามเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้วย

‘เด็จพี่’จวกพวกขวางพักโทษ

ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกำลังจะได้รับการพักโทษวันที่ 11 พ.ค.แต่ยังมีนักเคลื่อนไหวบางคน บางกลุ่ม คัดค้านการพักโทษก่อนหน้าคนพวกนี้บอกให้ท่านกลับเมืองไทย มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พอท่านกลับเข้ามาอย่างถูกต้อง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน ถูกคุมขัง 2 รอบ แต่คนเหล่านี้ยังไม่พอใจ รมว.ยุติธรรม พูดชัดเป็นไปตามขั้นตอนของคณะกรรมการพักโทษและไม่อยู่ในข้อห้ามการพูดการเมือง สังคมไทยวนเวียนกับความขัดแย้งมานานกว่า 20 ปี ด้วยเพราะมีคนคิดจองเวร ไม่จบไม่สิ้น ไม่รู้จักให้อภัย อดีตนายกฯทักษิณอายุ 76 ปีแล้ว ท่านยอมทำตามกฎระเบียบทุกอย่าง แม้ได้ออกมา จะต้องใส่กำไลอีเอ็ม ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ไม่เข้าใจว่า คนที่เคลื่อนไหว จะต้องเป็นอย่างไรถึงพวกท่านจะพอใจ จะเอาแต่สะใจอย่างนั้นใช่หรือไม่ เราควรลดละ อภัย มองไปข้างหน้า มากกว่าจมอยู่ในอดีตแห่งความชิงชัง

เชื่อทักษิณใช้เวลาพักกับลูกหลาน

“พวกที่กังวล ท่านออกมาแล้วจะเอาคืน ล้างแค้นใครหรือไม่ คนอายุ 76 ปีกับหลานอีก 7 คน คงอยากจะให้เวลาพักผ่อนกับลูกๆ หลานๆ มากกว่า คนที่เห็นโลกมามาก ผ่านอะไรมาเยอะ อย่างที่ท่านเคยบอก เคยเห็นทั้งนรกและสวรรค์ มาหมดแล้ว คนที่เคยคิดทำร้ายท่านถึงชีวิตยังให้อภัย อโหสิกรรมให้หมด คงไม่มานั่งคิดเอาคืนอะไรใครหรอก พวกที่ปั่นเรื่อง ยุแยง ควรเลิกระแวง สงสัยได้แล้ว สังคมไทยเป็นสังคมให้โอกาส ให้อภัย อะไรที่ปล่อยวางกันได้ ควรจะปล่อยวางกัน”นายพร้อมพงศ์ ย้ำ

อวยแนวคิดเป็นประโยชน์ปท.

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่าทุกวิกฤตประเทศ ทางเศรษฐกิจ ผู้คนหวนคิดถึง แนวคิด การแก้ไขของอดีตนายกฯทักษิณ ที่เคยนำประเทศไทยไปยืนหยัดทัดเทียมนานาชาติอย่างไม่อายใคร ผู้นำทั่วโลกให้ความเชื่อถือ ยอมรับ มีนโยบายจับต้องได้ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้านโอท็อป การปราบปรามยาเสพติดอย่างเอาจริงเอาจัง การแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน แก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านอย่างเป็นระบบ ช่วงท่านอยู่ต่างประเทศ นักธุรกิจ นักการเมือง คนรู้จักแวดวงต่างๆ แวะเวียนไปร่วมพูดคุยปรึกษาอยู่บ่อยครั้ง อีกไม่กี่วันอดีตนายกฯทักษิณจะได้รับการพักโทษ ความคิดประสบการณ์ที่ได้เคยบริหารงาน ได้ทำงานร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกและผู้นำหลายต่อหลายชาติ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการมองไปข้างหน้า

นายพร้อมพงศ์ระบุว่าตนเป็นคนหนึ่ง ที่เคยได้รับโอกาสสัมผัส ได้รู้วิธีคิดวันที่11 พ.ค.จะเป็นหนึ่งคน ร่วมกับพี่น้องเสื้อแดง คนที่รักศรัทธาท่าน รอต้อนรับการกลับมา ส่วนวันข้างหน้า บทบาทท่านจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ คงให้ท่านหรือคนในครอบครัวออกมาบอกเองแต่จากอดีตประสบการณ์การเป็นนายกฯการบริหารประเทศ การแก้ไขปัญหาปากท้อง หลายคนยังนึกถึงอดีตผู้นำ ที่ครั้งหนึ่งทำให้รู้สึกว่านโยบายรัฐ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ชาวบ้านสัมผัสได้ เกิดประโยชน์ต่อประเทศ แบบที่ประชาธิปไตยกินได้จริงๆ

นายกฯยินดี‘ทักษิณ’ได้พักโทษ

เวลา 14.20 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยกล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะได้พักโทษและออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พ.ค. นี้ว่าตนก็เคารพนับถือ และเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่านมา 20 กว่าปี มีความผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวท่านด้วย

เมื่อถามว่าจะมีโอกาสไปปรึกษาในเรื่องที่ นายทักษิณ มีความเชี่ยวชาญบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่มีข้อห้ามใดๆ แต่ตนว่าให้ท่านออกมา ให้ท่านได้ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวของท่าน ยังไงกรุงเทพฯก็แคบอยู่แค่นี้ เดี๋ยววันใด วันหนึ่งอาจมีโอกาสได้พบกัน ตามโอกาสต่างๆแล้วค่อยว่ากัน ตอนนี้ที่ท่านจะออกมาใหม่ๆ ก็เหมือนยังคงเป็นการพักโทษอยู่ซึ่งยังมีข้อจำกัดและยังคงไม่สะดวก ให้คนภายนอกครอบครัวไปพบ

เมื่อถามว่า ยังมีการวิเคราะห์ว่านายทักษิณจะไม่วางมือทางการเมือง และจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่คิดไกลถึงขนาดนั้น ยังไงท่านก็เป็นคนที่ตนให้ความเคารพ

Leave a comment