เปิดใจไกด์นำทาง “ภูเขาไฟดูโกโน” เล่านาทีสยอง ก่อนภูเขาไฟปะทุคร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 3 ราย

เปิดใจไกด์นำทาง "ภูเขาไฟดูโกโน" เล่านาทีสยอง ก่อนภูเขาไฟปะทุคร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 3 ราย

12 พ.ค. 2569 06:59 น.

เปิดใจไกด์นำทาง “ภูเขาไฟดูโกโน” เล่านาทีสยอง ก่อนภูเขาไฟปะทุคร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 3 ราย

ไกด์ท้องถิ่นผู้รอดชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดูโกโนปะทุในอินโดนีเซีย ออกมาเปิดใจเล่านาทีชีวิต พร้อมยอมรับว่าจนถึงตอนนี้ยังรู้สึกผิดต่อนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์สะเทือนขวัญบนยอดภูเขาไฟดูโกโน ในประเทศอินโดนีเซีย ที่เกิดปะทุอย่างรุนแรงระหว่างที่กลุ่มนักเดินป่ากำลังอยู่ใกล้ปากปล่อง จนส่งผลให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 3 ราย ได้สร้างความหวาดผวาให้แก่บรรดานักเดินป่า รวมทั้งไกด์ผู้นำทาง  โดยล่าสุดไกด์ท้องถิ่นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวออกมาเปิดใจเล่านาทีชีวิต พร้อมยอมรับว่าจนถึงตอนนี้ยังรู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โดย เรซา เซลัง ไกด์นำทางชาวอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่า เขายังไม่สามารถลืมภาพเหตุการณ์วันนั้นได้ หลังเห็นนักท่องเที่ยว 2 คนถูกก้อนหินขนาดมหึมาจากปล่องภูเขาไฟพุ่งใส่ต่อหน้าต่อตา

เขาเผยว่า จนถึงตอนนี้เขายังรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย และยังไม่อยากเชื่อว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ 2 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน ส่วนผู้ร่วมทริปคนอื่นได้รับการอพยพลงจากภูเขาอย่างปลอดภัย

รายงานระบุว่า กลุ่มนักเดินป่ารวม 20 คน ซึ่งเป็นชาวสิงคโปร์และอินโดนีเซีย เดินทางขึ้นไปยังยอดภูเขาไฟดูโกโน แม้ก่อนหน้านี้ทางการจะประกาศห้ามเข้าใกล้พื้นที่รัศมี 4 กิโลเมตรจากปล่องภูเขาไฟ

ภูเขาไฟลูกนี้เกิดการปะทุมากกว่า 200 ครั้งนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน ทางการได้ระงับการออกใบอนุญาตปีนเขาแล้ว พร้อมติดป้ายเตือนตามทางขึ้น

อย่างไรก็ตาม เรซาระบุว่า เขาไม่ทราบเรื่องคำสั่งห้ามดังกล่าว และชาวบ้านในพื้นที่ที่ช่วยงานนำทางก็ไม่ได้แจ้งเรื่องนี้เช่นกัน

เรซาเล่าว่า เขาทำธุรกิจนำเที่ยวในจังหวัดมาลูกูเหนือ และได้รับการติดต่อจาก ทิโมธี เฮง นักจัดทริปผจญภัยชาวสิงคโปร์ ให้พากลุ่มขึ้นพิชิตภูเขาไฟดูโกโน

กลุ่มเริ่มเดินขึ้นเขาเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี โดยระหว่างทางไม่มีสัญญาณอันตรายใด ๆ ไม่มีควัน ไม่มีแรงสั่นสะเทือน ทุกอย่างดูปกติ

เช้าวันต่อมา หลังคณะเดินทางถึงยอดเขา เรซาส่งโดรนบินตรวจสอบปล่องภูเขาไฟ และไม่พบความผิดปกติ

จากนั้นนักเดินป่า 14 คน รวมถึงทิโมธี เดินขึ้นไปใกล้ปากปล่อง ส่วนเรซาและคนอื่นรออยู่ด้านล่าง

เวลา 07.40 น. เรซาบินโดรนขึ้นอีกครั้งเพื่อตรวจดูสถานการณ์ แต่เพียง 1 นาทีต่อมา ภูเขาไฟก็ปะทุทันที

เขาเล่าว่าการปะทุครั้งแรกมีแต่ควัน แต่ประมาณ 15-20 วินาทีหลังจากนั้น การปะทุครั้งที่สองก็พ่นเศษหินและวัสดุภูเขาไฟออกมาทั้งหมด มีหินตกทางซ้ายขวา ก่อนก้อนกินขนาดยักษ์จะพุ่งทับนักท่องเที่ยว

เรซาเผยว่า นักเดินป่าทั้งหมดแตกกระเจิงและพยายามวิ่งหนีลงจากเขา ขณะใช้โดรนสังเกตการณ์ เขาพบ ชาฮิน มูห์เรซ บิน อับดุล ฮามิด นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ นอนบาดเจ็บอยู่ใกล้ปล่อง

เขารีบขึ้นไปช่วย พร้อมกับทิโมธีที่ย้อนกลับมาช่วยเช่นกัน ทั้งสองช่วยกันลากร่างผู้บาดเจ็บลงจากยอดเขา ท่ามกลางเศษหินภูเขาไฟที่ตกลงมารอบตัว จากนั้น ปล่องภูเขาไฟพ่นก้อนหินขนาดประมาณ 2 เมตรพุ่งลงมา ทิโมธีหันกลับไป แล้วในเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็กอดชาฮินไว้ ก่อนที่ก้อนหินยักษ์จะตกใส่ทั้งคู่ พวกเขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เรซายอมรับว่า ตอนนั้นเขาช็อกจนยืนนิ่งอยู่ประมาณ 1 นาที ก่อนจะตั้งสติและรีบวิ่งหนีลงจากภูเขาเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทางการอินโดนีเซียประกาศปิดเส้นทางขึ้นภูเขาไฟดูโกโน อย่างไม่มีกำหนด พร้อมเตือนว่าจะดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนคำสั่งห้าม ขณะที่ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า กำลังสอบสวนกรณีนี้ในประเด็นความประมาทของผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเรซาได้ให้ปากคำกับตำรวจและมอบภาพจากโดรนเป็นหลักฐานแล้ว

แม้ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องคำสั่งห้ามปีนเขา แต่เขายอมรับว่าทราบดีว่าภูเขาไฟดูโกโน อยู่ในระดับเตือนภัยขั้น 2 ของอินโดนีเซีย ซึ่งหมายถึงมีความเสี่ยงต่อการปะทุและห้ามประชาชนเข้าใกล้บางพื้นที่

เรซาเผยว่า เขาอยากคุกเข่าขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และความรู้สึกผิดยังวนเวียนซ้ำไปซ้ำมากับคำว่า ถ้าหากว่าพวกเขาไม่ขึ้นเขา… ถ้าเขาไม่รับงานนี้ ทุกอย่างอาจไม่เกิดขึ้น.

ที่มา : BBC

Leave a comment