
ทบ.แฉเขมรยิงป่วนไม่เลิก หวังล่อไทยตอบโต้ ปั่นเป็นประเด็นโลก ยันไร้สัญญาณอาวุธหนัก
วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.05 น.
โฆษก ทบ.แฉกัมพูชายิงปืนป่วนรายวัน 400 กม.ตลอดแนว สร้างสงครามข่าวสาร หวังไทยตอบโต้เป็นประเด็นโลก เผยยันยังไม่พบสัญญาณใช้อาวุธหนัก ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่าเชื่อเฟกนิวส์ ยกคลิปเสียง”นายกฯอนุทิน”เปิดด่าน
14 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทย.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยกรณีทหารกัมพูชายิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวพื้นที่บ้านโอร์เสม็ด ตรงข้ามด่านชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ รวม 11 นัด ว่า ที่ผ่านมาพบว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูง รวมถึงรัฐบาลกัมพูชา มักพูดอย่างหนึ่ง แต่การปฏิบัติในพื้นที่กลับเป็นอีกแบบหนึ่ง
พล.ต.วินธัย ระบุว่า นับตั้งแต่มีการหยุดยิง ยังคงได้ยินเสียงการยิงด้วยอาวุธปืนมาอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเป็นเสียงระเบิด ซึ่งมองว่าเป็นพฤติกรรมยั่วยุ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มุ่งทำลายชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและกำลังพลไทย เพียงแต่สร้างความรำคาญและความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน
“ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้หลายครั้ง เชื่อว่าเหตุการณ์ไม่ได้เพิ่งเกิดเฉพาะครั้งนี้ที่เป็นข่าว แต่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดแนว 400 กว่ากิโลเมตรชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกองกำลังในพื้นที่ได้รายงานข้อมูลเข้ามาโดยตลอด” โฆษกกองทัพบก กล่าว
ทั้งนี้ ประเมินว่าสาเหตุหลักมาจากการขาดวินัยของทหารกัมพูชา ขณะเดียวกันบางกรณียังมีเจตนายั่วยุ เพื่อให้ฝ่ายไทยใช้อาวุธตอบโต้ ก่อนนำไปขยายผลกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากใช้อาวุธก่อน
พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า บางครั้งฝ่ายกัมพูชาพยายามพาบุคคลหรือสื่อมวลชนต่างชาติ โดดยเฉพาะอินฟูฯ เข้ามาใกล้พื้นที่หวงห้าม เมื่อทหารไทยยิงเตือนตามขั้นตอน กลับนำภาพหรือข้อมูลไปเผยแพร่ว่าไทยเป็นฝ่ายใช้อาวุธก่อน ซึ่งกองทัพไทยรับรู้และรู้เท่าทันวิธีการดังกล่าวแล้ว
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ขณะนี้ กัมพูชายังคงให้น้ำหนักกับ “สนามรบข้อมูลข่าวสาร” มากกว่าการปะทะกันทางทหาร เห็นได้จากทุกครั้งที่เกิดเหตุ ผู้นำหรือโฆษกกองทัพกัมพูชา มักรีบออกมาปฏิเสธข้อเท็จจริง ทำให้สะท้อนถึงปัญหาการสื่อสารและสายการบังคับบัญชาระหว่างระดับนโยบายกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่
เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุยิงเข้ามาจริง แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงปฏิเสธ ไทยจะรับมืออย่างไร พล.ต.วินธัย กล่าวว่า หากการใช้อาวุธส่งผลกระทบเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย ฝ่ายไทยพร้อมตอบโต้ทันที โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหน่วยรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากบริบทและความสัมพันธ์ในพื้นที่แตกต่างกัน
ส่วนกรณีประชาชนตามแนวชายแดนเกิดความวิตกจากกระแสข่าวที่เผยแพร่รวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย โฆษกกองทัพบก ย้ำว่า เหตุยิงที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะ “ยิงยั่วยุ” ยังไม่ส่งผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนจากกลไกทางราชการ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ หากยังไม่มีสัญญาณเตือน ก็สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
“ยืนยันว่ากองทัพไม่ได้นิ่งนอนใจ และยังติดตามสถานการณ์วันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าจะยกระดับไปสู่การใช้อาวุธหนักต่อกัน จึงเหลือเพียงสนามการสื่อสารที่ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้เป็นหลัก” พล.ต.วินธัย กล่าว
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงกรณีข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ โดยเฉพาะคลิปเสียงปลอมของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดน ซึ่งถูกเผยแพร่ในฝั่งกัมพูชา โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจแก่สังคม และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก
“กรณีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีนั้น เชื่อได้ยากอยู่แล้ว ขอให้ประชาชนรู้เท่าทันการสื่อสารในยุคปัจจุบัน เพราะหลายกรณีมีเป้าหมายสร้างผลกระทบต่อฝ่ายไทย จึงต้องใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากภาครัฐเป็นสำคัญ” พล.ต.วินธัย กล่าว