ป.ป.ช.แจงย้ายบิ๊กล็อต! กางกฎเหล็ก ห้ามนั่งเกิน 4 ปี สกัดเส้นสาย-ป้องกันอิทธิพลครอบงำ

ป.ป.ช.แจงย้ายบิ๊กล็อต! กางกฎเหล็ก ห้ามนั่งเกิน 4 ปี สกัดเส้นสาย-ป้องกันอิทธิพลครอบงำ

ป.ป.ช.แจงย้ายบิ๊กล็อต! กางกฎเหล็ก ห้ามนั่งเกิน 4 ปี สกัดเส้นสาย-ป้องกันอิทธิพลครอบงำ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.02 น.

ป.ป.ช.แจง 3 ปมย้ายบิ๊กล็อต ล้างพนักงานนั่งครบ 4 ปี หมุนเวียนเก้าอี้ป้องกันอิทธิพลครอบงำ ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเชิงลบ

14 พฤษภาคม 2569 จากกรณีที่มีกระแสข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมปรับโครงสร้างภายในและการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรสำนักงาน ป.ป.ช.หลายตำแหน่ง โดยอาศัยแนวปฏิบัติของศาล อัยการ โดยกำหนดไม่ให้พนักงาน ป.ป.ช.อยู่ในตำแหน่งเดิมไม่เกิน 4 ปี ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าบุคลากรบางคนที่เป็นอนุกรรมการของกรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม

รายงานข่าวจาก ป.ป.ช.แจ้งว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2 โดยเป็นระเบียบที่ลงนามโดยประธานกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความโปร่งใส และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคนให้สอดคล้องกับโครงสร้างองค์กรแบบใหม่

เนื่องจากระเบียบว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลฉบับที่ 5 ได้กำหนดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน โดยระบุว่า ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหากทำงานในหน้าที่เดิมติดต่อกันครบ 3 ปี หรือข้าราชการที่เป็นผู้อำนวยการกลุ่มและผู้อำนวยการศูนย์หากทำงานครบ 4 ปี เลขาธิการ ป.ป.ช.จะต้องดำเนินการย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่นทันที แม้จะมีข้อยกเว้นในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่ามีเหตุจำเป็นที่ยังไม่ควรย้าย แต่ต้องแจ้งให้ทาง กปปช.

ขณะเดียวกันสำนักงาน ป.ป.ช.มีความจำเป็นที่ต้องเคร่งครัดข้อกำหนดให้พนักงาน ป.ป.ช.อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 4 ปี ดังนี้ 1.ป้องกันบุคลากรของ ป.ป.ช.และครอบครัวที่ทำงานในจังหวัด ภาค ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไม่ให้ถูกอิทธิพลข่มขู่ในการทำหน้าที่ 2.ป้องกันไม่ให้บุคลากรของ ป.ป.ช.ใช้อำนาจหน้าที่ ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลในเชิงลบในภารกิจ พื้นที่ที่ตนปฏิบัติในช่วงดำรงตำแหน่ง

3.รัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้มีองค์กรอิสระเกิดขึ้น โดย ป.ป.ช.คือหนึ่งในนั้น รากฐานของ ป.ป.ช.คือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการประพฤติมิชอบในวงราชการ (สำนักงาน ปปป.) และตอนที่ ป.ป.ช.แยกออกมาเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนั้น พบว่า มีการโอนย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.มาด้วย และบางส่วนยังรับราชการใน ป.ป.ช.จนถึงวันนี้ พบว่าบางรายยังทำงานในกลุ่มงาน ภารกิจ พื้นที่เดิม (ปปช.จังหวัด/ปปช.ภาค/ปปช.ส่วนกลาง) แต่ขยับตำแหน่งขึ้นในสำนักเดิมโดยไม่ได้โยกย้ายไปไหน ดังนั้น สมควรต้องปรับปรุง

“ในอดีตนั้นสำนวนคดีคงค้างในสำนักงาน ป.ป.ช.กว่า 3,000 คดี และบางคดีสำคัญขาดอายุความไปแล้ว แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้เร่งรัดดำเนินการจนคดีคงค้างเหลือไม่กี่ร้อยคดี และจะสั่งพิจารณาได้ทันก่อนขาดอายุความ บวกกับสำนวนคดีใหม่ๆ ที่ปรากฏ สำนักงาน ป.ป.ช.วางแนวปฏิบัติว่า สำนวนคดีต้องยุติใน 2 ปี และขยายเวลาได้ 1 ปีเท่านั้น”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ตอนนี้บุคลากรของ ป.ป.ช.มีกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ และภายใน 2 ปีข้างหน้าจะเพิ่มบุคลากรอีก 1,500 คน เพื่อรองรับการทำงานเชิงรุกตามแนวคิดของสำนักงาน ป.ป.ช.นั้น เพราะการทุจริตมีหลายระดับจนประเทศเสียหายหลายแสนล้านบาทต่อปี หากดำเนินการล่าช้า และดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ประจำปี 2568 ประเทศไทยได้คะแนน 33 จาก 100 คะแนน ทำให้อันดับร่วงลงมาอยู่ที่ 116 ของโลก และเป็นอันดับ 7 ในอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง

“ดังนั้น การแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรใน ป.ป.ช.ครั้งนี้ได้ดำเนินการโดยมีองค์คณะกรรมการจากหลายฝ่ายใน ป.ป.ช.ดำเนินการแบบโปร่งใส แต่อาจมีบางรายไม่พอใจการดำเนินการนี้ และขอใช้สิทธิทางกฎหมาย ดังนั้น หากมีการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน สำนักงาน ป.ป.ช.กำลังพิจารณากรณีว่าจะใช้สิทธิทางกฎหมายหรือไม่”

Leave a comment