
คุยกัน 7 วันหน : “อีลอน มัสก์” เสี่ยงพ่ายให้คู่แข่งในศึก AI
วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
การแข่งขันในตลาดแชตบอต AI กำลังเป็นไปอย่างเข้มข้น แต่ผู้ใช้งาน Grok แชตบอต AI ของ อีลอน มัสก์ กลับลดลงต่อเนื่อง สวนทางกับคู่แข่ง สะท้อนแรงกดดันที่มากขึ้น ขณะเดียวกัน มัสก์ ถูกจับตามองว่าอาจปรับกลยุทธ์ธุรกิจ หลังทำข้อตกลงให้คู่แข่งอย่าง Anthropic ใช้กำลังประมวลผลจากศูนย์ AI ของ xAI แต่ทำให้เกิดคำถามว่า จะส่งผลต่อการไล่ตามคู่แข่งของ Grok ในระยะยาวหรือไม่
ในสมรภูมิการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) Grok แชตบอตเอไอ ของ อีลอน มัสก์ เจ้าของแพลตฟอร์ม X กำลังเผชิญกับความท้าทาย และอยู่ตามหลังคู่แข่งหลักในตลาด นิตยสารฟอร์บส์ รายงานว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยอดผู้ใช้งาน Grok ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ทั้งบนแอปพลิเคชันมือถือ และเว็บไซต์ แต่คู่แข่งกลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากการติดตามของ Similarweb พบว่า ในเดือนมกราคม Grok เคยมีจำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยรายวันบนแอปมือถือทั่วโลก สูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มแชตบอต เป็นรองเพียง ChatGPT เท่านั้น แต่พอถึงเดือนเมษายน กลับลดลงมาอยู่อันดับ 5 โดยมีคู่แข่งอย่าง Claude , Gemini และ DeepSeek แซงหน้าขึ้นไป เมื่อเทียบระหว่างเดือนมีนาคม และเดือนเมษายน จำนวนผู้ใช้งาน Grok เฉลี่ยรายวันทั่วโลก ลดลงจาก13.9 ล้านคน ในเดือนมีนาคม เหลือ 12.2 ล้านคนในเดือนเมษายน ลดลงไปถึงร้อยละ 12.5 แต่สำหรับคู่แข่งพบว่ามีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาเดียวกัน โดย Claude มีผู้ใช้งานเฉลี่ยรายวันทั่วโลก เพิ่มจาก 16 ล้านคน ในเดือนมีนาคม เป็น 23 ล้านคนในเดือนเมษายน คิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 44 ส่วน Gemini เพิ่มจาก 12.4 ล้านคน เป็น 14.8 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 19
.jpg)
ฝั่งเว็บไซต์ของ Grok ก็เผชิญกับแนวโน้มเดียวกัน โดยยอดเข้าชมเฉลี่ยรายวันทั่วโลก ลดลงจาก10.5 ล้านครั้ง ในเดือนมีนาคม เหลือ 9.3 ล้านครั้งในเดือนเมษายน ลดลงร้อยละ 11.6 ในทางกลับกัน คู่แข่งรายสำคัญกลับเติบโตต่อเนื่อง โดย Claude มียอดเข้าชมเฉลี่ยรายวันเพิ่มจาก 19.8 ล้านครั้งในเดือนมีนาคม เป็น 27.5 ล้านครั้งในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 Gemini มียอดเข้าชมเฉลี่ยรายวัน เพิ่มจาก 83.7 ล้านครั้ง เป็นกว่า 92 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 10
นอกจากนี้ ข้อมูลในเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่า ChatGPT ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดนี้อย่างชัดเจน โดยมีผู้ใช้งานเฉลี่ยรายวันบนแอปมือถือทั่วโลกสูงถึง 244.9 ล้านคน มากกว่า 10 เท่า จากคู่แข่งที่อยู่อันดับ 2 อย่าง Claude ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 23 ล้านคน และตามมาด้วย Gemini, DeepSeek และ Grok ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม หากเทียบแบบรายปี จำนวนผู้ใช้งาน Grok ยังเป็นตัวเลขเพิ่มขึ้น โดยมียอดเข้าชมเว็บไซต์เฉลี่ยรายวันทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน และมี ผู้ใช้งานแอปมือถือ เฉลี่ยรายวันทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 83.5 แต่เป็นการเติบโตที่ช้ากว่าคู่แข่ง อย่าง Claude มียอดเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เท่า หรือ 761% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนแอปมือถือ เติบโตสูงถึง 1,205% ขณะที่ Gemini มียอดเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า หรือ 575%และแอปมือถือก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่า (676%)
.jpg)
หลากหลายปัจจัยทำยอดใช้งานลด
ฟอร์บส ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่า เหตุใดจำนวนผู้ใช้งาน Grok จึงลดลง แต่ผู้ใช้บางส่วนบน Reddit ไม่พอใจ หลังฟีเจอร์สร้างภาพและวิดีโอถูกจำกัดไว้สำหรับสมาชิกแบบเสียเงินเท่านั้น ขณะเดียวกัน xAI ซึ่งเป็นผู้พัฒนา Grok ก็ยังเผชิญความปั่นป่วนภายในองค์กร โดยมีรายงานข่าวว่า ผู้บริหารและพนักงานจำนวนมากลาออก ท่ามกลางแรงกดดันจาก อีลอน มัสก์ ที่ต้องการเร่งพัฒนา AI ให้ทันคู่แข่ง
ขณะเดียวกัน จากการวิเคราะห์โดย Recon Analytics พบว่ามีผู้ใช้งาน AI ในสหรัฐฯ เพียง 0.174% เท่านั้นที่ยอมจ่ายเงินเพื่อใช้งาน Grok เทียบกับ ChatGPT ของ OpenAI ที่มีผู้ยอมจ่ายเงินสูงกว่า 6% Grok ยังมีส่วนแบ่งการใช้งานในองค์กรธุรกิจเพียง 7% เท่านั้น ขณะที่คู่แข่งรายสำคัญกลับเติบโตอย่างมหาศาล โดย Claude พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 48% เพราะเน้นจุดเด่นด้านเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด Gemini ของ Google อยู่ที่ 40% จากความได้เปรียบเรื่องการผูกรวมเข้ากับ Google Workspace ส่วน OpenAI ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วน 56%
นอกจากนี้ การอัปเดตฟีเจอร์ก่อนหน้านี้ของ Grok เช่น ฟีเจอร์สร้างภาพ Grok Imagine เน้นไปที่การสร้างความบันเทิงที่ล่อแหลมและคอนเทนต์เชิงอนาจาร ซึ่งทำให้เกิดปัญหาภาพปลอม (Deepfakes) และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหน่วยงานกำกับดูแล กลายเป็นว่า ยอดใช้งานที่พุ่งในช่วงแรกส่วนใหญ่มาจากเทรนด์การสร้างภาพที่ไม่ถูกคัดกรอง แต่พอ xAI เพิ่มกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อป้องกัน Deepfake ผู้ใช้งานที่เข้ามาเพราะ “ความอยากรู้อยากลอง” ก็หายไปทันที
.jpg)
สมรภูมิ AI ดุเดือด
การที่ OpenAI เปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จัก AI หรือ Generative AI มากขึ้น จากนั้น ก็มีคู่แข่งรายอื่น ๆ ทยอยเปิดตัวตามมา ไม่ว่าจะเป็น Claude ของ Anthropic, Gemini ของ Google , Grok ของ xAI รวมถึง DeepSeek บริษัท เอไอ จากจีน และทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ ดุเดือดขึ้นทุกปี
แต่ในขณะที่ Grok กำลังตามหลังคู่แข่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทแม่ อย่าง SpaceX กลับทำข้อตกลงให้ Anthropic ซึ่งเป็นคู่แข่ง ใช้กำลังประมวลผลจากศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เอไอ ของ xAI แทนที่จะใช้พัฒนา Grok เพียงอย่างเดียว จึงทำให้เกิดคำถามว่าแชตบอตของ อีลอน มัสก์ จะสามารถไล่ตามคู่แข่งได้หรือไม่ โดยปัจจุบัน ทั้ง Anthropic และ OpenAI ต่างก็เร่งเพิ่มกำลังการประมวลผลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อตอบสนองกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งลงนามกันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จะทำให้แชตบอต Claude ได้รับกำลังการประมวลผลจำนวนมากในศูนย์ข้อมูลหลักแห่งหนึ่งของมัสก์ นักวิเคราะห์ประเมินว่า อาจสร้างรายได้ให้มัสก์ปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า SpaceX อาจเดินหน้าเสนอขายหุ้น IPO ภายในปีนี้
.jpg)
ด้าน อาร์นัล ดายารัตน่า รองประธานฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ของ IDC ให้ความเห็นว่า ข้อตกลงนี้สะท้อนว่า อีลอน มัสก์ กำลังเริ่มเปลี่ยน Colossus ซึ่งเป็นศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ขนาดใหญ่ของ xAI ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มให้เช่าพลังประมวลผลสำหรับบริษัท AI รายใหญ่ แทนที่จะใช้พัฒนา AI ของตัวเอง ก็คือ Grok เพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นว่า xAI กำลังเปลี่ยนจุดยืนจากการแข่งขันพัฒนาโมเดลที่ฉลาดที่สุด ไปเน้นการสร้างรายได้จากการเป็นโครงสร้างพื้นฐานและให้บริการกำลังการประมวลผล (Compute Infrastructure) ที่มีราคาถูกลงแทน
แต่ กีเยร์โม ราอุช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Vercel มองว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินตอนนี้ ว่า อีลอน มัสก์ จะพ่ายแพ้ในศึก AI โดยเชื่อว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจ AI ล่าสุดของมัสก์นั้น อาจช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับ xAI ได้ ทั้งบอกด้วยว่า เมื่อมัสก์ทุ่มเทความสนใจอย่างจริงจัง เขามักจะสร้างผลงานได้ดี และตอนนี้ก็กำลังเกิดขึ้นกับธุรกิจ AI เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ด้านนักพัฒนาก็ไม่ได้ยึดติดกับการใช้โมเดล AI ตัวใดตัวหนึ่ง แต่สามารถที่จะเปลี่ยนไปใช้ AI ตัวอื่นได้อย่างรวดเร็ว หาก Grok เปิดตัวโมเดลใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม ก็มีโอกาสที่ผู้ใช้งานและวิศวกรจะกลับมาใช้งานอีกครั้ง
สรุปแล้ว Grok ยังไม่ตาย แต่สถานะเจ้าตลาดเริ่มเลือนลางลง เพราะในปี 2026 ผู้ชนะคือ AI ที่ให้ “ประโยชน์ใช้สอย” (Utility) มากกว่าแค่ “บุคลิกภาพ” (Personality)
โดย ดาโน โทนาลี