ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

หลังจากนั้น คลังเขต 7 เชียงใหม่ ปฏิบัติราชการแทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้คิดคำนวณบำเหน็จรายเดือนตามระยะเวลาที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ออกหนังสือรับรองดังกล่าว ปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับบำเหน็จรายเดือนเพิ่มเติมเป็นเงิน 3,665 บาทต่อเดือน ดังนั้นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงต้องดำเนินการอนุมัติให้มีการเบิกจ่ายบำเหน็จรายเดือนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ฟ้องคดีในอัตราเดือนละ 3,665 บาท ทั้งนี้ตามข้อ 4 ของระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าว (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อร.48/2566)

(4) เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยให้มีผลย้อนหลังไปเช่นนี้ จะเกิดผลประการใดบ้าง

เรื่องนี้ เริ่มจากกรมชลประทาน (ผู้ฟ้องคดี) ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระคืนเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ฟ้องคดีสืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ได้มีมติว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีได้มีคำสั่งจังหวัดสระบุรีที่ 626/2554 ลงวันที่ 8 เมษายน 2554 ลงโทษไล่ผู้ถูกฟ้องคดีออกจากราชการ คดีจึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า คำสั่งลงโทษไล่ผู้ถูกฟ้องคดีออกจากราชการดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เรื่องนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ก่อนการพิจารณาคดีของศาลปกครองชั้นต้นในคดีนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนต่อศาลปกครองชั้นต้นเป็นคดีหมายเลขดำที่ 844/2555 หมายเลขแดงที่ 2650/2558 ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งจังหวัดสระบุรีที่ 626/2554 ลงวันที่ 8 เมษายน 2554 ที่ลงโทษไล่ผู้ถูกฟ้องคดีออกจากราชการและคำวินิจฉัยของ อ.ก.พ.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่วินิจฉัยยกอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดี

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

Leave a comment