
Science Update : มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลทำฟัน
วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
วารสารวิชาการ PLOS ONE ตีพิมพ์การค้นพบครั้งสำคัญที่ระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ มีการค้นพบฟอสซิลฟันกรามของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล (Neanderthal) อายุ 59,000 ปี จากถ้ำชากีร์สกายา (Chagyrskaya Cave) ในแถบไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย เผยให้เห็นร่องรอยของการผ่าตัดและกรอรักษาฟันผุด้วยเครื่องมือหินเป็นครั้งแรกในสายวิวัฒนาการของมนุษย์
ฟันที่ถูกค้นพบเป็นฟันกรามล่างซ้ายซี่ที่สองของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลวัยผู้ใหญ่ บนพื้นผิวเคี้ยวของฟันมีรูลึกขนาดใหญ่ที่เจาะลึกลงไปจนถึงโพรงประสาทฟัน นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า มีการใช้เครื่องมือหินปลายแหลมขนาดเล็ก เช่น หินแจสเปอร์ หรือควอตซ์ ในการหมุนเจาะและขูดเนื้อฟันที่ผุออก ทีมวิจัยได้ทดลองใช้เครื่องมือหินลักษณะเดียวกันเจาะลงบนฟันของมนุษย์ยุคปัจจุบัน ซึ่งผลลัพธ์ปรากฏรอยขีดข่วนระดับจุลทรรศน์ในแนววงกลมที่ตรงกับรอยบนฟันฟอสซิลอย่างสมบูรณ์
การค้นพบนี้ผลักดันประวัติศาสตร์ทันตกรรมของสิ่งมีชีวิตในสายวิวัฒนาการมนุษย์ให้ย้อนหลังไปไกลกว่าเดิมถึง 40,000 ปี จากเดิมที่หลักฐานเก่าแก่ที่สุดเป็นของโฮโมเซเปียนส์ (Homo sapiens) ในอิตาลีเมื่อประมาณ 14,000 ปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลมีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลที่เป็นนามธรรม สามารถเชื่อมโยงความเจ็บปวดเข้ากับเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อภายในฟันและหาวิธีการรักษาทางกายภาพได้ อีกทั้งการทำหัตถการในช่องปากที่แคบและลึก ต้องใช้การทำงานประสานกันของสายตาและกล้ามเนื้อมือที่มีความแม่นยำสูงมาก ขณะเดียวกัน การเจาะเปิดโพรงประสาทฟันโดยไม่มีระงับความรู้สึกหรือยาชาเป็นเรื่องที่เจ็บปวดอย่างยิ่ง ชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจและจิตใจที่เข้มแข็งเพื่อระงับความทรมานในระยะยาว
การค้นพบยังชี้ว่า ฟอสซิลฟันกรามนี้มีรอยสึกจากการบดเคี้ยวอาหารหลังจากถูกเจาะ เป็นการยืนยันว่าผู้ป่วยสามารถรอดชีวิตจากการผ่าตัดนี้ และใช้งานฟันซี่ดังกล่าวต่อได้ยาวนานพอสมควร