Science Update : จีนส่ง ‘เสินโจว-13’ สร้างสถานีอวกาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/609302

Science Update : จีนส่ง ‘เสินโจว-13’ สร้างสถานีอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน ส่งยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม “เสินโจว-13” (Shenzhou-13) จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ในวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคมตามเวลากรุงปักกิ่ง โดยมีจรวดขนส่งลองมาร์ช-2เอฟ (Longmarch-2F) ซึ่งเติมเชื้อเพลิงจนเต็มแล้ว จะทำหน้าที่ขนส่งยานเสินโจว-13 ขึ้นสู่อวกาศพร้อมนักบินอวกาศ 3 คน ได้แก่ ไจ๋ จื้อกัง, หวัง ย่าผิง, และเย่ กวงฟู่ จะเดินทางสู่อวกาศเพื่อการก่อสร้างสถานีอวกาศของจีน โดยมีไจ๋ เป็นผู้บัญชาการ ส่วนหวัง ผู้ร่วมปฏิบัติภารกิจเสินโจว-10 เมื่อปี 2013 ถือเป็นนักบินอวกาศหญิงของจีนคนแรกที่ได้เยือนสถานีอวกาศจีนและปฏิบัติกิจกรรมนอกยานอวกาศ ทั้ง 3 คน จะอาศัยอยู่ในอวกาศเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมาของนักบินอวกาศจีน เพื่อดำเนินการก่อสร้างสถานีอวกาศของจีน “เทียนกง” ให้แล้วเสร็จภายในปี 2022

Science Update : รางวัลโนเบลเคมี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/607737

Science Update : รางวัลโนเบลเคมี 2021

วันอาทิตย์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ราชบัณฑิตยสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ประกาศผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2021 ให้กับ เบนจามิน ลิสต์
นักเคมี ชาวเยอรมัน วัย 53 ปี นักวิชาการประจำสถาบันมักซ์ พลังค์ ในเยอรมนี กับ เดวิด ดับเบิลยู.ซี. แมคมิลแลน นักวิชาการชาวอเมริกันเชื้อสายสกอต ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาเคมีอยู่ที่มหาวิทยาลัยพรินซตัน จากผลงานทั้งสองมีส่วนร่วมในการพัฒนาวิธีการใหม่ในการสร้างโมเลกุล ที่เรียกว่า ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีอินทรีย์แบบไม่สมมาตร หรืออะซิมเมทริค ออร์แกโนคาตาไลซิส (asymmetric organocatalysis) ซึ่งเป็นเครื่องมือใหม่และแยบยลในการสร้างโมเลกุล ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการวิจัยด้านเวชภัณฑ์และยาใหม่ๆ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและมีค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำ

หนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาระบุว่า เครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงในการสร้างโมเลกุลแบบใหม่ของนักเคมีทั้งสอง อำนวยประโยชน์ให้กับมนุษยชาติใหญ่หลวงแล้วในเวลานี้

Science Update : จีนจะปล่อยจรวดขนส่งยานสำรวจไปดวงจันทร์ในปี 2028 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/606150

Science Update : จีนจะปล่อยจรวดขนส่งยานสำรวจไปดวงจันทร์ในปี 2028

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จีนตั้งเป้าปล่อยจรวดขนน้ำหนักมากรุ่นใหม่ที่สามารถส่งยานอวกาศบรรทุกลูกเรือไปยังดวงจันทร์ได้ในปี 2028 จรวดรุ่นดังกล่าวจะมีขีดความสามารถบรรทุกยานอวกาศหนัก 15-50 ตันบนวิถีโคจรไปยังดวงจันทร์ได้ อีกทั้งยังบรรทุกยานหนัก 12-44 ตัน บนวิถีโคจรไปยังดาวอังคารได้อีกด้วย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อจรวด

จีนเคยคาดการณ์ว่าจะเสร็จสิ้นการออกแบบและสร้างจรวดที่มีแรงขับดันมากพอที่จะขนส่งนักบินอวกาศไปดวงจันทร์ภายในปี 2030 อย่างไรก็ดี จีนยังคงตามหลังสหรัฐ
ในด้านประสบการณ์และเทคโนโลยีอวกาศ เนื่องจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา เคยส่งลูกเรือไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์มาแล้วในปี 1972 และนักบินอวกาศของสหรัฐคาดการณ์ว่าจะกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งในปี 2024 ก่อนหน้านี้ สื่อของทางการจีนรายงานในเดือนพฤษภาคมว่า จีนกำลังพัฒนาจรวดลองมาร์ช 9 ซึ่งเป็นจรวดขนส่งบรรทุกน้ำหนักได้เกินกว่าปกติและสามารถบรรทุกยานอวกาศหนัก 25 ตัน ไปยังดวงจันทร์ได้

Science Update : ประชากรโคอาลาในออสเตรเลียลดลง 30% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/604638

Science Update : ประชากรโคอาลาในออสเตรเลียลดลง 30%

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.30 น.

มูลนิธิโคอาลาออสเตรเลียเผยข้อมูลล่าสุดว่า ออสเตรเลียมีประชากรโคอาลาลดลงร้อยละ 30 ในช่วงสามปีที่ผ่านมา จนเหลือไม่ถึง 58,000 ตัวในปีนี้ ลดลงจากที่มีกว่า 80,000 ตัวในปี 2018 โดยที่รัฐนิวเซาท์เวลส์เป็นรัฐที่มีประชากรโคอาลาลดลงมากที่สุดถึงร้อยละ 41

ประธานมูลนิธิโคอาลาออสเตรเลีย เผยว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าตกใจ เนื่องจากไม่มีพื้นที่ใดในออสเตรเลียมีแนวโน้มพบประชากรโคอาลาเพิ่มสูงขึ้น มีเพียงพื้นที่เดียวที่มีโคอาลามากกว่า 5,000 ตัวและในบางภูมิภาคมีโคอาลาเพียง 5 หรือ 10 ตัว ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า ออสเตรเลียจำเป็นต้องมีกฎหมายคุ้มครองโคอาลาก่อนที่สถานการณ์อาจเลวร้ายไปกว่านี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตะวันตกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ประสบปัญหาภัยแล้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจนทำให้เกิดผลกระทบหลายอย่าง เช่น แม่น้ำแห้งขอดเป็นเวลาหลายปี และต้นยูคาลิปตัสที่เป็นแหล่งอาหารหลักของโคอาลาล้มตาย

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศตั้งแต่เดือนมิถุนายน ให้ประชาชนแสดงความเห็นเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูระดับชาติในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐควีนส์แลนด์ และดินแดนออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรีรอบกรุงแคนเบอร์รา รวมถึงความเห็นเกี่ยวกับการยกสถานะของโคอาลาขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (threatened species) เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable species) หรือสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ (endangered species) โดยปิดรับความเห็นไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603058

Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต

Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยบาธในสหราชอาณาจักร สำรวจและรวบรวมข้อมูลผู้คนอายุระหว่าง 16-25 ปี ราว 10,000 คน จาก 10 ประเทศทั่วโลก มีทั้งฝั่งสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ เพื่อสำรวจหนึ่งในทัศนคติที่ของคนหนุ่มสาวเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ผลปรากฏว่าคนรุ่นใหม่ 3 ใน 4 จาก 10 ประเทศที่ทำการสำรวจความคิดเห็นยอมรับพวกเขารู้สึกกลัวกับอนาคตข้างหน้า เพราะปัญหาโลกร้อน บางส่วนถึงขั้นลังเลที่จะสร้างครอบครัวหรือมีบุตร

ผู้ตอบคำถามบอกว่า ร้อยละ 83 ปัญหาโลกร้อนและสภาพอากาศแปรปรวน เกิดผู้คนไม่ใส่ใจดูแลโลก ร้อยละ 75 ของผู้ตอบคำถามยอมรับว่าอนาคตเป็นเรื่องน่ากลัวและน่ากังวล และเกินกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 56 ของผู้ตอบคำถาม บอกว่าโลกร้อนเป็นวาระชี้ชะตามนุษยชาติเลยทีเดียว

ขณะที่ธนาคารโลกศึกษาผลกระทบของปัญหาโลกร้อนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลางโดยเฉพาะ ให้ตัวเลขว่าภายในปี 2050 หรืออีกราว30 ปีต่อจากนี้ พื้นที่บริเวณใต้ทะเลทรายซาฮาราของทวีปแอฟริกาจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ จะมีประชากรถึงราว 86 ล้านคน ที่ถูกผลักออกจากถิ่นที่อยู่ของตน ตามมาด้วยภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกคือ 49 ล้านคน และเอเชียใต้ 40 ล้านคน

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601441

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ นำโดย โค ซึง-ฮวาน ศาสตราจารย์เครื่องกลแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล สามารถพัฒนาวัสดุที่เป็นเหมือนผิวหนังเทียม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีววิทยาธรรมชาติ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเฉดสีได้อย่างรวดเร็วคล้ายกับกิ้งก่าคาเมเลียนที่เปลี่ยนสีผิวหนังไปตามสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวมัน ด้วยการสร้างผิวหนังด้วยการใช้หมึกพิเศษที่เปลี่ยนสีไปตามอุณหภูมิและควบคุมโดยใช้เครื่องทำความร้อนขนาดจิ๋วที่มีความยืดหยุ่น

หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่า หากว่าสวมใส่เครื่องแบบชุดลายพรางทหารสีเขียวอยู่ในทะเลทราย ก็จะสามารถมองเห็นได้ง่าย การเปลี่ยนรูปแบบสีไปตามสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว เป็นเทคโนโลยีลายพรางที่คณะนักวิจัยคิดค้นขึ้นมาในครั้งนี้ คณะนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้หมึกที่เรียกว่าผลึกเหลวตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หรือ ทีแอลซี และใช้เครื่องทำความร้อนที่เป็นเส้นลวดเงินขนาดจิ๋ววางติดตั้งเป็นแนวตั้งหลายๆ ชั้น รวมทั้งใช้หุ่นยนต์ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับสีดังนั้นไม่ว่าสีอะไรที่เซ็นเซอร์เห็นรอบๆ ตัวมัน ผิวหนังก็จะพยายามเลียนแบบ

คณะนักวิจัยบอกว่า ผิวหนังเทียมที่มีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนสีได้นี้ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอุปกรณ์ที่สามารถสวมใส่ได้และใช้ในวงการแฟชั่น เครื่องแบบลายพรางของกองทัพ ตกแต่งภายนอกรถยนต์ และอาคารต่างๆ เป็นต้น

Science Update : จีนพัฒนาเฮลิคอปเตอร์จิ๋วใช้บนดาวอังคาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599839

Science Update : จีนพัฒนาเฮลิคอปเตอร์จิ๋วใช้บนดาวอังคาร

Science Update : จีนพัฒนาเฮลิคอปเตอร์จิ๋วใช้บนดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จีนพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ขนาดจิ๋วต้นแบบสำหรับงานสังเกตการณ์ในภารกิจในอนาคตบนดาวอังคาร มีลักษณะคล้ายกับเฮลิคอปเตอร์หุ่นยนต์ “อินเจนูอิตี” (Ingenuity) ที่พัฒนาโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา ที่นำไปใช้ในภารกิจสำรวจดาวอังคารของยานสำรวจ “เพอร์เซอเวอแรนซ์” (Perseverance) ซึ่งลงจอดบนดาวอังคารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งชาติของจีน กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์จิ๋วที่พัฒนาขึ้นนี้ จะเป็นเครื่องมือในการสำรวจดาวอังคารของจีนในอนาคต แต่ทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม

จีนส่งยานอวกาศพร้อมยานสำรวจไปลงจอดบนดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม เป็นภารกิจครั้งแรกบนดาวอังคารของจีน และทำให้จีนเป็นประเทศที่ 2 ในโลก หลังจากสหรัฐฯ ที่สามารถนำยานอวกาศไปลงบนดาวอังคารได้สำเร็จ นาซานำยานสำรวจ “เพอร์เซอเวอแรนซ์” ไปลงบนดาวอังคารได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จีนวางแผนส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารเป็นครั้งแรกในปี 2033

Science Update : นักวิทย์ฯ ทึ่งซากลูกสิงโตถ้ำไซบีเรีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598196

Science Update : นักวิทย์ฯ ทึ่งซากลูกสิงโตถ้ำไซบีเรีย

Science Update : นักวิทย์ฯ ทึ่งซากลูกสิงโตถ้ำไซบีเรีย

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์ในรัสเซียต่างทึ่งกับการค้นพบซากลูกสิงโตถ้ำในไซบีเรีย 2 ตัว คือ ซากลูกสิงโตถ้ำเพศเมีย ชื่อว่า สปาร์ตา บริเวณแม่น้ำ Semyuelyakh ในยาคูเตีย เมื่อปี 2018 และพบซากลูกสิงโตเพศผู้ ชื่อว่า บอริส ในปี 2019 ซากสิงโตทั้ง 2 มีอายุราว 1-2 เดือน เก็บรักษาอยู่ในชั้นดินเยือกแข็ง หรือ Permafrost ในพื้นที่ห่างกันเพียง 15 เมตร แต่พวกมันมีอายุต่างกันนับพันปี โดยลูกสิงโต บอริส น่าจะดำรงชีวิตอยู่เมื่อช่วง 43,448 ปีก่อน แต่ที่น่าสนใจ คือ ซากลูกสิงโตถ้ำ สปาร์ตา อายุกว่า 28,000 ปี ยังคงมีขน อวัยวะภายใน และกระดูกครบถ้วนดี และว่าเป็นเรื่องยากที่จะพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ในสภาพที่สมบูรณ์เช่นนี้ ทีมวิจัยหวังว่ายังคงมีคราบน้ำนมแม่ของสิงโตสปาร์ตาเหลืออยู่ ซึ่งอาจจะช่วยให้เราเข้าใจถึงอาหารของสิงโตถ้ำในอดีตได้

การค้นพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ ในแคว้นไซบีเรีย เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศผิดธรรมชาติ ที่ทำให้แผ่นน้ำแข็งในทวีปอาร์กติกละลายลงอย่างรวดเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ ในโลก และชั้นดินเยือกแข็งในพื้นที่ดังกล่าวอุ่นขึ้น

ทั้งนี้ สิงโตถ้ำเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วหลายพันปี

Science Update : ‘อีลอน มัสก์’ จะเปิดตัวหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ปีหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596613

Science Update : ‘อีลอน มัสก์’ จะเปิดตัวหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ปีหน้า

Science Update : ‘อีลอน มัสก์’ จะเปิดตัวหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ปีหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 07.10 น.

อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของเทสลา อิงค์ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง เผยในงานเอไอเดย์ (AI Day) ที่จัดโดยเทสลาว่า เทสลากำลังพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งอาจจะเปิดตัวได้ในปีหน้า มีชื่อว่า เทสลา บอท (Tesla Bot) จะทำงานที่ผู้คนไม่ชอบ ซึ่งมีความหมายเชิงลึกต่อเศรษฐกิจ และจะช่วยกำจัดงานที่อันตราย ซ้ำซาก และน่าเบื่อ เช่น ไปซื้อของที่ร้านค้าปลีก ให้หมดไป

เทสลา บอท สร้างขึ้นด้วยวัสดุน้ำหนักเบา สูงประมาณ 170 เซนติเมตร หนักประมาณ 56 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนหัวของหุ่นยนต์จะติดตั้งด้วยระบบ Autopilot ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI เดียวกับที่ใช้ในรถยนต์เทสลา เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ และประมวลผลสภาพแวดล้อม ขณะที่ใบหน้าของหุ่นยนต์จะเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลสำคัญ

นอกจากนี้ เทสลายังได้เปิดตัว “โดโจ” ระบบคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วที่เทสลาพัฒนาขึ้นเพื่อฝึกระบบขับขี่อัตโนมัติ โดยที่มัสก์ระบุว่าจะนำระบบดังกล่าวมาใช้งานจริงในปีหน้าเช่นกัน

Science Update : อินเดียล้มเหลวปล่อยจรวดส่งดาวเทียมสำรวจโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594971

Science Update : อินเดียล้มเหลวปล่อยจรวดส่งดาวเทียมสำรวจโลก

Science Update : อินเดียล้มเหลวปล่อยจรวดส่งดาวเทียมสำรวจโลก

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย หรือ ไอเอสอาร์โอ แถลงยืนยันไม่ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด จีเอสแอลวี-เอฟ10 ซึ่งเป็นพาหนะสำหรับส่งดาวเทียมพ้องคาบโลก หรือดาวเทียมที่โคจรสัมพันธ์กับโลก หลังทะยานขึ้นจากฐานปล่อยในศูนย์อวกาศ สาทิช ธาวันบนเกาะศรีหริโกฏะ ในอ่าวเบงกอล เมื่อกลางดึกคืนวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดปัญหาขัดข้องบางประการในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการแยกตัวของจรวด เพื่อปล่อยดาวเทียมวิเคราะห์ด้านอุตุนิยมวิทยา อีโอเอส-03 ส่งผลให้การปล่อยดาวเทียมไม่สามารถเกิดขึ้นตามแผนการ คือที่ระดับความสูง 36,000 กิโลเมตร เหนือเส้นศูนย์สูตร แต่ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เกิดอะไรขึ้นกับจรวดและดาวเทียม

เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความล้มเหลวในการปล่อยดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศโลกขององค์การวิจัยอวกาศอินเดีย เป็นครั้งที่ 14 นับตั้งแต่ปี 2001 หลังจากที่อินเดียก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตและปล่อยดาวเทียมสำรวจอากาศและวิเคราะห์ด้านอุตุนิยมวิทยาของโลกมานานหลายปี ด้านผู้สันทัดกรณีบางส่วนคาดการณ์ว่า ทั้งจรวดและดาวเทียมน่าจะตกบริเวณทะเลอันดามัน ใกล้กับเมียนมา ไทย และมาเลเซีย