Science Update : ค้นพบดาวฤกษ์ไกลโพ้นที่สุดเท่าที่เคยพบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/655034

Science Update : ค้นพบดาวฤกษ์ไกลโพ้นที่สุดเท่าที่เคยพบ

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ในรัฐแมริแลนด์ของสหรัฐฯ ค้นพบดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกลที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ซึ่งควบคุมโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา คาดการณ์ว่าดาวฤกษ์นั้นมีมวล 50 ถึง 100 เท่าของดวงอาทิตย์ และสว่างกว่าดวงอาทิตย์หลายล้านเท่า อีกทั้งต้องใช้เวลาหลายพันล้านปีกว่าที่แสงจากดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกลนั้นจะเดินทางมาถึงโลก เชื่อกันว่าแสงของดาวฤกษ์นี้เดินทางมาเป็นเวลานาน 12,900 ล้านปีแล้วก่อนที่จะมาถึงโลกของเรา ซึ่งหมายความว่าดาวฤกษ์ดวงนี้มีมาตั้งแต่เอกภพมีอายุเพียงเจ็ดเปอร์เซ็นต์ของอายุปัจจุบัน

หนึ่งในนักวิจัยในทีมนี้ได้ตั้งชื่อดวงดาวที่มีความร้อนแรงและสว่างไสวนี้ว่า Earendel ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษโบราณที่หมายถึงดาวรุ่งอรุณ หรือแสงที่เจิดจ้า และว่าถึงแม้ว่าตอนนี้นักวิทยาศาสตร์บนโลกจะสามารถมองเห็นแสงของมันได้ แต่ดาว Earendel เองก็ไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากดาวฤกษ์ขนาดมหึมามักจะมีอายุสั้น ทั้งนี้ดาวฤกษ์อาจมีอายุสองถึงสามร้อยล้านปีก่อนที่จะดับสูญไปในการระเบิดของซูเปอร์โนวา หรือการระเบิดของดาวฤกษ์

โดยเจ้าของสถิติก่อนหน้านี้คือ Icarus ดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่ถูกค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ซึ่งเชื่อกันว่าก่อตัวขึ้นเมื่อ 9,400 ล้านปีก่อน

Science Update : เผยภาพ ‘หลุมดำ’ ใจกลางทางช้างเผือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/653505

Science Update : เผยภาพ ‘หลุมดำ’ ใจกลางทางช้างเผือก

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์เผยภาพแรกของหลุมดำ ใจกลางทางช้างเผือกในวันพฤหัสบดี โดยใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุ อีเวนต์ ฮอริซอน เทเลสโคป (Event Horizon Telescope) หรือ EHT นับเป็นครั้งแรกที่สามารถบันทึกภาพหลุมดำ Sagittarius A* หรือเรียกสั้นๆ ว่าSgr A* ซึ่งเป็นหลุมดำมวลยิ่งยวด (supermassive black hole) ที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก

นักดาราศาสตร์ค้นพบแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุปริศนา จากบริเวณใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก ในตำแหน่งของกลุ่มดาวคนยิงธนูมาตั้งแต่ปี 1933 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ Sagittarius A*ต่อมามีการค้นพบหลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้น ที่บ่งชี้ว่า ดาวฤกษ์และแก๊สร้อนที่โคจรรอบวัตถุนี้มีความเร็วสูงมากจนวัตถุนี้จะต้องมีแรงโน้มถ่วงมหาศาล ที่อยู่ภายในปริมาตรที่น้อยมากๆ

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การสังเกตการณ์ Sgr A* เป็นไปได้ยากมาก เนื่องมาจากขนาดที่อัดแน่น และระยะห่างที่ไกลออกไปของหลุมดำนี้ แม้ว่า Sgr A* จะมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 4 ล้านเท่า แต่มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์เพียงแค่ 31 เท่า เทียบกันแล้วหลุมดำขนาดยักษ์นี้มีขนาดเล็กกว่าวงโคจรของดาวพุธรอบดวงอาทิตย์

Science Update : ยานสำรวจดาวอังคารจีนยังทำงานต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/652008

Science Update : ยานสำรวจดาวอังคารจีนยังทำงานต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานอวกาศแห่งชาติของจีน หรือ ว่า ยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร จู้หรง ยังคงเดินหน้าภารกิจงานสำรวจดาวอังคารอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูหนาวของดาวอังคารที่สภาพอากาศเย็นสุดขั้ว ดาวอังคารมีรอบวงโคจรใกล้เคียงกับโลก มีกลางวันกลางคืนเหมือนกับโลก แต่ช่วงกลางวันบนดาวอังคารจะยาวนานกว่าโลกประมาณ 40 นาที และฤดูกาล จะยาวนานกว่าบนโลกประมาณสองเท่า

ขณะนี้ ยานจู้หรง กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ทางตอนเหนือของดาวอังคารและกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวที่มีช่วงเวลาหนาวเย็นที่สุดกำลังจะมาถึงในเดือนกรกฎาคม และด้วยสภาพอากาศเต็มไปด้วยฝุ่นทราย ส่งผลโดยตรงต่อแผงพลังงานแสงอาทิตย์ของยานจู้หรง แต่ทีมวิศวกรของจีนได้เตรียมพร้อมการทำงานไว้แล้ว โดยทำการปรับเปลี่ยนมุมแผงพลังงานแสงอาทิตย์ให้สอดรับกับทิศทางแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงวัน ลดภารกิจและชั่วโมงการทำงาน เพื่อประหยัดพลังงานในช่วงอุณหภูมิต่ำ สภาพอากาศเย็นจัด และ มีฝุ่นหนา รวมทั้งติดตั้งระบบนอนหลับอัตโนมัติ หรือ สลีฟ โหมด กรณีพลังงานลดต่ำลงในแต่ละสถานการณ์ที่กำหนดไว้ โดยยานจู้หรงจะตื่นกลับมาทำงานตามปกติเมื่อสภาพแวดล้อมดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ทีมวิศวกรของ CNSA ยังได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวอังคารที่ถ่ายจากยานเทียนเหวิน-1 ที่โคจรปฏิบัติการสำรวจรอบดาวอังคาร และ ภาพถ่ายสภาพพื้นผิวดาวอังคารที่ได้จากยานสำรวจจู้หรงออกสู่สาธารณะด้วย

Science Update : สัตว์เลื้อยคลาน 1 ใน 5 เสี่ยงสูญพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/650642

Science Update : สัตว์เลื้อยคลาน 1 ใน 5 เสี่ยงสูญพันธุ์

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

งานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่ผ่านวารสารเนเจอร์ เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า จากการวิเคราะห์สัตว์เลื้อยคลานทั่วโลกทั้งหมด 10,196 ชนิด มีอยู่ราวร้อยละ 21 หรือราว 1 ใน 5 ที่เวลานี้มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ ในจำนวนนี้รวมไปถึงงูจงอางที่พบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย, เต่ายักษ์แห่งเกาะกาลาปากอสในชิลี, มังกรโคโมโด ในอินโดนีเซีย, งูพิษกาบูนที่พบแถบแอฟริกาตะวันตก จระเข้กินปลาที่พบในอินเดีย ขณะที่เต่าทะเลอีก 6 สายพันธุ์ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ยังแจกแจงด้วยว่า มีสัตว์เลื้อยคลานอย่างน้อย 31 ชนิดที่สูญพันธุ์ไปจากโลกของเราเรียบร้อยแล้ว

รายงานระบุว่า การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบกับจำนวนสัตว์เลื้อยคลานจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ตามมาด้วยการล่าจากมนุษย์ การรุกรานจากสัตว์ต่างถิ่น รวมถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบด้วยว่าสัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยในพื้นที่ป่า เช่น งูจงอาง มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์มากกว่าสัตว์เลื้อยคลานในทะเลทราย เนื่องจากป่านั้นต้องเผชิญกับการบุกรุกจากมนุษย์

Science Update : ผู้ป่วยอัมพาตเดินได้อีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/647829

Science Update : ผู้ป่วยอัมพาตเดินได้อีกครั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิจัยชาวสวิส จากสถาบัน Swiss Federal Institute of Technology ในเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำการทดลองใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดใหม่ที่ปลูกถ่ายไว้ในร่างกายผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต 3 รายช่วยให้พวกเขากลับมาเดินได้อีกครั้ง โดยนักวิจัยได้ทำการทดลองกับชาย 3 คน ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ผู้ป่วยทั้ง 3 คน มีอายุ 29, 32 และ 41 ปีโดยอาการบาดเจ็บของพวกเขาอยู่ที่บริเวณที่เรียกว่า “กระดูกสันหลังส่วนหลังอก” ซึ่งอยู่ใต้คอและเหนือส่วนล่างสุดของหลัง หลังจากที่ได้รับการปลูกถ่ายไขสันหลังแล้ว ผู้ป่วยทั้ง 3 คนสามารถยืนและเดินได้ภายในหนึ่งชั่วโมง

หกเดือนหลังจากผ่าตัด ผู้ป่วยได้ฟื้นความสามารถในการเดินได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถขี่จักรยานและเริ่มว่ายน้ำได้อีกด้วย นักวิจัยกล่าวว่า ผู้ป่วยแต่ละคนสามารถควบคุมอุปกรณ์กระตุ้นประสาทด้วยตนเองได้ โดยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล

อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อเลียนแบบการทำงานของสมอง ซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังไขสันหลังส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เมื่อไขสันหลังได้รับสัญญาณจากสมอง ก็จะไปกระตุ้นเซลล์ประสาทที่สามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อต่างๆ ได้

Science Update : ค้นพบดวงจันทร์ในระบบสุริยะจักรวาลอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/643851

Science Update : ค้นพบดวงจันทร์ในระบบสุริยะจักรวาลอื่น

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ถือเป็นครั้งที่สองแล้วที่นักวิจัยได้ค้นพบสิ่งที่ดูเหมือนดวงจันทร์โคจรอยู่รอบๆ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น โดยข้อมูลที่บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ขององค์การนาซาก่อนที่จะปลดระวางในปี 2018 บ่งชี้ว่า ดวงจันทร์ดังกล่าวมีขนาด 2.6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก ใหญ่กว่าดวงจันทร์อื่นๆ ราว 220 ดวงที่โคจรรอบดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเรา นอกจากนี้ยังมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าดวงจันทร์บนโลกของเรามากกว่า 9 เท่าตัวอีกด้วย

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า วัตถุที่อาจจะเป็นดวงจันทร์นี้โคจรรอบดาวเคราะห์ที่รวมตัวจากกลุ่มก๊าซขนาดเท่าดาวพฤหัสบดีที่อยู่ห่างจากระบบสุริยะของเราประมาณ 5,700 ปีแสง แต่ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรายังไม่ทราบเกี่ยวกับจักรวาลวัตถุนี้ เช่น มันอาจมีลักษณะเป็นแกนหินที่มีเปลือกนุ่มบางๆ หรือมีบรรยากาศที่หนาทึบไปจนถึงแกนกลางที่มีความหนาแน่นสูง เป็นต้น

นักวิจัยกล่าวว่า มีการค้นพบ exoplanet หรือดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของเราเกือบ5,000 ดวง แต่พบ exomoon หรือดวงจันทร์นอกระบบสุริยะเพียง 2 ดวงเท่านั้น นั่นไม่ใช่เพราะว่าดวงจันทร์เป็นวัตถุที่หาได้ยากกว่าในระบบสุริยะอื่นๆ แต่เป็นเพราะว่าโดยทั่วไปแล้วดาวเคราะห์จะมีขนาดใหญ่กว่าและค้นหาได้ง่ายกว่าเท่านั้นเอง

Science Update : จรวดสำรวจดวงจันทร์รุ่นใหม่สูงเท่าตึก 32 ชั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/642447

Science Update : จรวดสำรวจดวงจันทร์รุ่นใหม่สูงเท่าตึก 32 ชั้น

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดตัวจรวดสำหรับระบบการส่งจรวด หรือเอสแอลเอส (Space Launch System) ที่มีความสูงเท่าตึก 32 ชั้น และแคปซูลโอไรออน (Orion) ที่ใช้บรรทุกลูกเรือในโครงการ “อาร์เทมีส” (Artemis) ซึ่งเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ครั้งใหม่ของนาซาและถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของสหรัฐฯ ในการฟื้นโครงการดังกล่าว หลังประสบปัญหาขัดข้องมาเป็นเวลาหลายปี โดยได้เริ่มปฏิบัติการขนย้ายจรวดเอสแอลเอสที่มีน้ำหนักราว 2,600 ตันออกจากอาคารประกอบยานพาหนะของศูนย์อวกาศจอห์น เอฟ เคนเนดี ในรัฐฟลอริดา ไปยังแหลมคะแนเวอรัลที่ใช้เป็นฐานส่งจรวดแล้วในวันศุกร์ ทั้งนี้ นาซาได้ใช้งบราว 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.2 ล้านล้านบาท) ในการพัฒนาจรวดเอสแอลเอสและระบบภาคพื้นดิน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของโครงการอาร์เทมีส

บิล เนลสัน ผู้อำนวยการของนาซา กล่าวหลังเริ่มปฏิบัติการขนย้ายจรวดเอสแอลเอสไปยังฐานส่งจรวดว่า จรวดลำนี้เป็นจรวดที่ทรงพลังมากที่สุดของโลก และถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ในการสำรวจของมนุษยชาติ และยังระบุว่า ทอม สแตฟฟอร์ วัย 91 ปี อดีตนักบินอวกาศและผู้บัญชาการโครงการอะพอลโล 10 ที่เดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์เมื่อปี 2512 ได้เดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย

Science Update : เห็บแอฟริกันสายพันธุ์ทนทายาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/640992

Science Update : เห็บแอฟริกันสายพันธุ์ทนทายาด

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.จูเลียน เชปเพิร์ด นักกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตันของสหรัฐฯ เผยผลการติดตามศึกษาชีวิตของเห็บแอฟริกันสายพันธุ์ Argas Brumpti มาเป็นเวลานานถึง 45 ปี ลงในวารสาร Journal of Medical Entomology ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาแมลงเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยพบว่าเห็บแอฟริกันที่เขาได้รับมาเมื่อปี 1976 และได้เลี้ยงไว้ในห้องปฏิบัติการจนถึงปัจจุบันนั้น มีคุณสมบัติพิเศษที่อาจนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพมนุษย์ให้แข็งแรงและยืนยาวกว่าเดิมได้ เนื่องจากมันมีอายุยืนเกินเห็บทั่วไปนับสิบเท่า บางตัวมีชีวิตอยู่ถึงเกือบ 30 ปี ต่างจากเห็บทั่วไปที่มีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 2-3 ปีเท่านั้น จัดว่าอายุยืนที่สุดในบรรดาเห็บด้วยกัน อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้ทนทานต่อภาวะขาดน้ำและอาหารได้เป็นเวลานาน บางตัวมีชีวิตอยู่ได้สูงสุดถึง 8 ปี โดยไม่ต้องกินเลือด นอกจากนี้ ตัวเมียบางตัวยังสามารถวางไข่ได้ หลังตัวผู้ตัวสุดท้ายในกลุ่มตายไปแล้วถึง 4 ปี ถือว่าน่าอัศจรรย์มากที่เก็บน้ำเชื้อของตัวผู้เอาไว้ได้นานขนาดนั้น

เห็บสายพันธุ์ Argas Brumpti จัดว่ามีขนาดใหญ่ โดยมีลำตัวยาวประมาณ 20 มิลลิเมตร มีผิวหนังนิ่มและไม่มีเปลือกแข็งด้านนอกเหมือนเห็บทั่วไป ตามปกติมักจะแฝงตัวอยู่ในหลุมหรือรูตามพื้นดิน จอมปลวก และสถานที่คลุกฝุ่นของสัตว์ต่างๆ เพื่อรอเกาะดูดเลือดคนและสัตว์ที่ผ่านไป-มา แต่ยังไม่พบว่ามันเป็นพาหะก่อโรคชนิดใดๆ ในมนุษย์

Science Update : มลพิษคร่าชีวิตผู้คนมากกว่าโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/639556

Science Update : มลพิษคร่าชีวิตผู้คนมากกว่าโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รายงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติพบว่า มลพิษที่เกิดจากการกระทำของบริษัทและผู้คนในประเทศต่างๆ นั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยมลพิษจากยาฆ่าแมลง พลาสติก และขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นปัญหาที่มักจะถูกมองข้ามเรื่อยมา อีกทั้งยังทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างแพร่หลายอีกด้วย และทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรอย่างน้อย 9 ล้านคน มากกว่าผู้เสียชีวิตจากการระบาดของโควิด-19 ที่อยู่ที่เกือบ 6 ล้านคนทั่วโลก

รายงานฉบับนี้จะถูกนำเสนอในที่ประชุมของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเคยประกาศไว้ว่าสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัยนั้นเป็นสิทธิมนุษยชน ในขณะที่ มิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้เคยกล่าวไว้ว่าภัยทางสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นความท้าทายต่อสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ขณะที่ของเสียสารเคมี หรือ chemical waste ถูกบรรจุเป็นวาระหนึ่งของการเจรจาในที่ประชุมว่าด้วย สิ่งแวดล้อมที่จัดโดยองค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา

Science Update : ระดับทะเลอาจเพิ่มขึ้นรวดเร็วในอีก 30 ปีจากนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/638100

Science Update : ระดับทะเลอาจเพิ่มขึ้นรวดเร็วในอีก 30 ปีจากนี้

วันอาทิตย์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หน่วยงานด้านสภาพมหาสมุทรและบรรยากาศโลกของสหรัฐฯ หรือ NOAA ชี้ว่า ระดับน้ำทะเลตามชายฝั่งของสหรัฐฯ ในอีก 30 ปีจากนี้อาจสูงขึ้นด้วยความรวดเร็ว และมีหลายเมืองในภาคตะวันออกของประเทศที่อาจเผชิญความเสี่ยงสูงในเรื่องดังกล่าว โดยภายในปี 2050 หรือ 28 ปีจากนี้ ระดับน้ำทะเลตามชายฝั่งของอเมริกาอาจสูงขึ้น 10 ถึง 12 นิ้ว และบางส่วนของรัฐลุยเซียนา และเท็กซัสอาจมีระดับน้ำสูงขึ้น 1 ฟุตครึ่ง และชายฝั่งด้านตะวันออกมีความเสี่ยงมากกว่าด้านตะวันตก การประเมินสะท้อนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเทียบได้กับช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำที่ชายฝั่งมหาสมุทรแอตเเลนติกเพิ่มในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2,000 ปี

รายงานระบุว่าผลทางเศรษฐกิจต่ออเมริกาอาจเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเพราะร้อยละ 40 ของประชากรอเมริกันอยู่ตามแนวชายฝั่ง ส่วนผลระยะยาวที่รุนเเรงที่สุดจากการละลายของแผ่นน้ำเเข็งที่เเอนตาร์กติกและกรีนเเลนด์ อาจยังไม่เห็นชัดเจนจนกระทั่งผ่านปี 2100 ไปแล้ว

แม้จะดูว่าไกลจากปัจจุบัน แต่นักวิชาการ แอนเดรีย ดัทตัน จากมหาวิทยาลัย University of Wisconsin-Madison เปรียบเทียบว่า ปรากฏการณ์นี้เหมือนกับรถไฟกำลังมุ่งหน้ามาเข้าชนบ้านของเรา พร้อมกับตั้งคำถามว่าเราจะนิ่งดูดายอย่างนั้นหรือ