Science Update : ธารน้ำแข็งสวิสละลายเร็วเป็นประวัติการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/683740

Science Update : ธารน้ำแข็งสวิสละลายเร็วเป็นประวัติการณ์

Science Update : ธารน้ำแข็งสวิสละลายเร็วเป็นประวัติการณ์

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เครือข่ายติดตามธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์แจ้งว่า ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์มีอัตราการละลายที่รวดเร็วสูงที่สุด นับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลเมื่อกว่า 100 ปีก่อน โดยธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียพื้นที่ร้อยละ 6 ของธารน้ำแข็งที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน และว่าปีนี้ ธารน้ำแข็งละลายเร็วมาก จนมองเห็นโขดหินที่ถูกฝังอยู่ใต้ธารน้ำแข็งมานานนับพันปี อีกทั้งศพผู้เสียชีวิต หรือแม้กระทั่งเครื่องบินที่สูญหายในเทือกเขาแอลป์ เมื่อหลายสิบปีก่อน ก็สามารถกู้คืนมาได้ ขณะที่ธารน้ำแข็งขนาดเล็กอื่นๆ ละลายหายไปจนหมด การสูญเสียของธารน้ำแข็งอย่างมากที่เกิดขึ้นในปีนี้ คิดเป็นน้ำแข็งประมาณ 3 ลูกบาศก์กิโลเมตร เป็นผลมาจากหิมะในช่วงฤดูหนาวที่ตกน้อยอย่างผิดปกติ ประกอบกับคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ เคยระบุในรายงานปี 2562 ว่า หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น
ต่อเนื่อง จะส่งผลให้ธารน้ำแข็งบริเวณเทือกเขาแอลป์หายไปกว่าร้อยละ 80 ของระดับปัจจุบันในปี 2643 ทั้งนี้ ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์มากกว่าครึ่งอยู่ในอาณาเขตของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้นราวสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก

Science Update : จีนเน้นพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางควอนตัม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682189

Science Update : จีนเน้นพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางควอนตัม

Science Update : จีนเน้นพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางควอนตัม

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อไม่นานมานี้ จีนได้ยิงดาวเทียมไมโครนาโนควอนตัมดวงแรกของโลกขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ซึ่งจีนได้สร้างเครือข่ายกลุ่มดาวควอนตัมขึ้นอย่างเป็นทางการ และจะทดลองทางวิทยาศาสตร์ในเร็วๆ นี้ด้วย ศ.เผิง เฉิงจื้อ จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อธิบายว่า ขั้นตอนต่อไป ต้องทำให้ดาวเทียมสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการให้มากขึ้น เพื่อให้ดาวเทียมกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกจากห้องทดลอง แล้วเปลี่ยนผลิตภัณฑ์นี้ให้เป็นกำลังการผลิต และให้บริการในด้านความปลอดภัยทางสารสนเทศ

โดยที่กรุงปักกิ่ง สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีข้อมูลควอนตัมกำลังเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัม ที่เมืองเหอเฝย มณฑลอานฮุย ถนนควอนตัมที่เป็นแหล่งรวมอุตสาหกรรมทางด้านควอนตัมได้ก่อตัวขึ้นในขั้นต้นแล้ว ส่วนที่เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควอนตัมก็มีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าระดับ 1 แสนล้านหยวนในปี 2030

Science Update : นาซาตั้งเป้าปล่อยจรวด SLS ครั้งใหม่ 27 ก.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/680673

Science Update : นาซาตั้งเป้าปล่อยจรวด SLS ครั้งใหม่ 27 ก.ย.

Science Update : นาซาตั้งเป้าปล่อยจรวด SLS ครั้งใหม่ 27 ก.ย.

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา ตั้งเป้าส่งจรวด สเปซ ลอนช์ ซิสเท็ม หรือ SLS ขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 27 กันยายน โดยกำหนดการดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการทดสอบเพื่อเติมเชื้อเพลิงให้แก่จรวดของทีมวิศวกรของนาซา และการขอยกเว้นเรื่องการทดสอบแบตเตอรี่ซ้ำในระบบการบินฉุกเฉินที่ใช้ในกรณีที่ต้องทำลายจรวดหากจรวดเดินทางออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้ แต่ถ้าหากไม่ได้รับข้อยกเว้น นาซาก็จะต้องย้ายจรวด SLS กลับไปที่อาคารประกอบอากาศยาน และทำให้กำหนดการปล่อยจรวดล่าช้าออกไปอีกหลายสัปดาห์

การปล่อยจรวดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจดวงจันทร์ที่มีชื่อว่า “อาร์เทมีส 1” ซึ่งไม่มีนักบินประจำการ ภารกิจในครั้งนี้จะสิ้นสุด เมื่อแคปซูล “โอไรออน” (Orion) ที่ถูกส่งขึ้นไปพร้อมจรวด SLS และไม่มีนักบินประจำการ เดินทางกลับโลกและตกในมหาสมุทรในวันที่ 5 พฤศจิกายน

โครงการ “อาร์เทมีส 1” มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบการทำงานของจรวด SLS และแคปซูลโอไรออนเพื่อเตรียมความพร้อมในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ที่มีนักบินประจำการในอนาคตของนาซา ก่อนหน้านี้ นาซาตั้งเป้าปล่อยจรวดเอสแอลเอสขึ้นสู่อวกาศมาแล้วหลายครั้งแต่จำเป็นต้องยกเลิกการปล่อยจรวด เนื่องจากประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์

Science Update : ‘ฉลาม’เข้าใกล้ชายหาดเขตเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านมากขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/679161

Science Update : ‘ฉลาม’เข้าใกล้ชายหาดเขตเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านมากขึ้น

Science Update : ‘ฉลาม’เข้าใกล้ชายหาดเขตเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านมากขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งไมอามี (University of Miami) ที่ติดตามการเคลื่อนไหวของฉลามสามสายพันธุ์ในแถบนอกชายฝั่งของรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ได้แก่ ฉลามหัวบาตร (Bull Shark), ฉลามพยาบาล (Nurse Shark) และฉลามหัวค้อนใหญ่ (Great Hammerhead) โดยใช้อุปกรณ์รับส่งสัญญาณขนาดเล็กติดตามฉลามเหล่านั้นเป็นเวลาหลายปี พบว่า ฉลามมักใช้เวลาอยู่ใกล้กับเขตชายฝั่งที่มีผู้คนพลุกพล่าน แตกต่างที่ผ่านมา ที่นักวิจัยเชื่อว่าฉลามมักจะอยู่ห่างจากมนุษย์เช่นเดียวกับสัตว์ใหญ่ชนิดอื่น

นีล แฮมเมอร์ชแลก ผู้อำนวยการโครงการวิจัยและอนุรักษ์พันธุ์ฉลามของ University of Miami กล่าวว่า แม้ผลวิจัยนี้อาจทำให้หลายคนเกิดความกังวล แต่สำหรับเขาถือเป็นการพิสูจน์ว่า ฉลามมิได้ต้องการทำร้ายมนุษย์ พวกมันมีความอดทนสูงและมักหลีกเลี่ยงการทำร้ายผู้คนเสียด้วยซ้ำ

นักวิจัยยังแนะนำให้ ผู้ที่ไปเล่นน้ำตามชายหาดต่างๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ลับตา หรือในพื้นที่ที่มีการตกปลาชายฝั่ง เพราะมักจะพบฉลามจำนวนมากในบริเวณนั้น พร้อมชี้ว่าผลการวิจัยชิ้นนี้อาจแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามต่อฉลามจากบรรดาชาวประมงหรือจากมลพิษชายฝั่ง มากกว่าที่จะแสดงถึงอันตรายจากฉลามที่มีต่อมนุษย์

Science Update : ธารน้ำแข็งในปากีสถานละลายเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/677663

Science Update : ธารน้ำแข็งในปากีสถานละลายเร็ว

Science Update : ธารน้ำแข็งในปากีสถานละลายเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปากีสถานเป็นประเทศนอกเขตขั้วโลกที่มีธารน้ำแข็งมากที่สุด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาละลายจนเกิดน้ำทะลักของน้ำจากธารน้ำแข็งที่ละลายเข้าท่วมหลายพื้นที่ของประเทศ

เจ้าหน้าที่สำนักอุตุนิยมวิทยาของปากีสถานระบุว่า ในปี 2022 มีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น 16 ครั้งในจังหวัดกิลกิต-บัลติสถาน ทางตอนเหนือของประเทศ ขณะที่ปีก่อนเกิดขึ้นเพียง 5-6 ครั้งเท่านั้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุเช่นนี้ถี่ขึ้น ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในปากีสถาน ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1,191 ราย และพื้นที่เพาะปลูกเสียหายกว่า 5 ล้านไร่ หลังปากีสถานเผชิญกับปริมาณฝนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปีเกือบร้อยละ 190 ในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม ขณะที่จังหวัดสินธ์ได้รับผลกระทบมากที่สุด ต้องเผชิญกับปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 466

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า วิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปากีสถานขณะนี้มีความเชื่อมโยงกับการละลายของธารน้ำแข็งมากน้อยเพียงใด แต่หากไม่มีการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะเพิ่มสูงขึ้น และธารน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็วต่อไป

จากข้อมูลของสหภาพยุโรป ปากีสถานเป็นผู้ปล่อยก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนน้อยกว่า 1% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก แต่กลับเป็นประเทศที่เปราะบางต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก อ้างอิงจากดัชนีวัดความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศโลก

Science Update : ภาพถ่ายดาวพฤหัสบดีคมชัดใสแจ๋ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/676123

Science Update : ภาพถ่ายดาวพฤหัสบดีคมชัดใสแจ๋ว

Science Update : ภาพถ่ายดาวพฤหัสบดีคมชัดใสแจ๋ว

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดเผยภาพถ่ายล่าสุดของดาวจูปิเตอร์ หรือดาวพฤหัสบดี ซึ่งอยู่ห่างจากโลกกว่า 780 ล้านกิโลเมตร ด้วยอุปกรณ์ตรวจจับรังสีย่านใกล้อินฟราเรดบนกล้องเจมส์ เว็บบ์ ซึ่งมีฟิลเตอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสามชิ้นเพื่อเก็บรายละเอียดของดวงดาว และได้ทำการเร่งสีเพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้ได้ภาพถ่ายที่มีรายละเอียดชัดอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเราสามารถมองเห็นพายุขนาดใหญ่ อากาศสุดขั้วแสงออโรราที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ของดาวพฤหัสบดีจากภาพถ่ายภาพนี้ได้ด้วย นอกจากนี้ ภาพดาวพฤหัสบดีในมุมกว้างยังเผยให้เห็นวงแหวนจางๆ ที่ตามปกติจะมองเห็นได้ยากมาก เพราะมีความสว่างน้อยกว่าดาวพฤหัสบดีนับล้านเท่า

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ “เจมส์ เว็บบ์” (James Webb Space Telescope) เป็นกล้องทายาทรุ่นที่สองของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลขององค์การนาซา เป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยปล่อยไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศ รวมถึงการสังเกตการณ์ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกล ที่อาจนำไปสู่การค้นพบทางด้านอวกาศใหม่ๆ

Science Update : เดือนก.ค.ติดอันดับเดือนร้อนสุดในประวัติศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/674587

Science Update : เดือนก.ค.ติดอันดับเดือนร้อนสุดในประวัติศาสตร์

Science Update : เดือนก.ค.ติดอันดับเดือนร้อนสุดในประวัติศาสตร์

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization) หรือ WMO เปิดเผยรายงานว่า เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คือหนึ่งในเดือนที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดสามอันดับแรกเท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เนื่องจากคลื่นความร้อน ได้ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปในเดือนกรกฎาคม หลายประเทศในยุโรปต่างเผชิญกับอุณหภูมิสูงสุดเป็นสถิติใหม่ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนว่า ยุโรปและส่วนอื่นๆ ของโลกจะต้องปรับตัวรับกับคลื่นความร้อนและระดับอุณหภูมิสูงในช่วงฤดูร้อนในปีต่อๆ ไป ซึ่งกำลังกลายเป็น “ความปกติใหม่”

แคลร์ นูลลิส โฆษก WMO ชี้ด้วยว่า ปริมาณน้ำแข็งในทะเลแอนตาร์กติกบริเวณขั้วโลกใต้ลดลงอยู่ในระดับต่ำสุดของเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม แม้ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ ลานีญา ซึ่งควรจะทำให้อุณหภูมิลดลง และยังเตือนด้วยว่า ความแห้งแล้งและคลื่นความร้อนในยุโรปจะดำเนินต่อไปตลอดเดือนสิงหาคม และปริมาณน้ำฝนที่น้อยลงจะยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงอีก

Science Update : ‘กบ-งูสายพันธุ์รุกราน’ พังเศรษฐกิจโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/673136

Science Update : ‘กบ-งูสายพันธุ์รุกราน’ พังเศรษฐกิจโลก

Science Update : ‘กบ-งูสายพันธุ์รุกราน’ พังเศรษฐกิจโลก

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.19 น.

จากข้อมูลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารออนไลน์ Scientific Reports พบว่า กบและงู สายพันธุ์รุกรานสองสายพันธุ์ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกแล้วราว 16,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 600,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา โดยกบสีเขียวและน้ำตาล ซึ่งรู้จักในชื่อ กบอเมริกันบูลฟร็อก อาจมีน้ำหนักเกิน 0.9 กิโลกรัม ส่งผลกระทบมากที่สุดในทวีปยุโรป เพราะพวกมันกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกันเอง อีกทั้งการขยายตัวอย่างมากมายมหาศาลของพวกมัน ส่งผลกระทบให้พื้นที่ที่พวกมันอยู่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ลดลงอย่างมาก

ขณะที่งูต้นไม้สีน้ำตาล เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่สามารถควบคุมได้บนหมู่เกาะแปซิฟิก รวมถึงเกาะกวม และหมู่เกาะมาเรียนา ซึ่งเป็นที่ที่มีการนำเข้างูสายพันธุ์ดังกล่าว โดยกองทัพสหรัฐฯ ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 เชื่อว่าจนถึงขณะนี้ พวกมันมีอยู่บนเกาะกวมมากกว่า 2 ล้านตัว ซึ่งงูจำนวนมากยังเคยทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ เพราะพวกมันเลื้อยไปตามอุปกรณ์ไฟฟ้าอีกด้วย

หัวหน้านักวิจัยผลการศึกษานี้บอกว่า สิ่งนี้ส่งสัญญาณถึงความจำเป็นในการลงทุนควบคุมการขนส่งทั่วโลกของสัตว์ชนิดพันธุ์รุกราน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจ เมื่อมีเหตุสัตว์รุกรานเกิดขึ้น รวมถึงเสนอให้มีการอัปเดตบัญชีดำของสัตว์สายพันธุ์ต้องห้ามทางการค้าอย่างต่อเนื่อง

Science Update : โลกร้อนทำเต่าทะเลเกิดใหม่เป็นเพศเมีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/671597

Science Update : โลกร้อนทำเต่าทะเลเกิดใหม่เป็นเพศเมีย

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เต่าทะเลในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความไม่สมดุลของเพศ อันเนื่องจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งคลื่นความร้อนที่เกิดถี่ขึ้นในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ที่นั้นได้ศึกษาเรื่องไข่เต่า และการฟักไข่ของพวกมัน และพบว่า ไม่มีเต่าทะเลเพศผู้เลย มีแต่เพศเมียตลอดช่วง4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับผลศึกษาของออสเตรเลีย ที่พบว่าร้อยละ 99 ของลูกเต่าทะเลที่เกิดใหม่เป็นเพศเมีย เนื่องจากเพศของเต่าหรือจระเข้จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของไข่ และเมื่อชายหาดเผชิญกับความร้อนสูง ทำให้ทรายบนชายหาดที่เต่าไปวางไข่ร้อน เต่าในบริเวณนั้นจึงกลายเป็นเพศเมียไป

ผลการศึกษาพบว่า หากอุณหภูมิในทรายที่แม่เต่าทะเลวางไข่ต่ำกว่า 27.7 องศาเซลเซียส เต่าที่ฟักออกมาจะเป็นเพศผู้ แต่หากอุณหภูมิสูงกว่า 31 องศาเซลเซียส ลูกเต่าที่ฟักออกจากไข่จะเป็นเพศเมีย สำหรับเต่าทะเลแล้ว ไม่ได้มีการกำหนดเพศในระหว่างการปฏิสนธิ แต่จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของไข่ ดังนั้น สภาพแวดล้อมในการฟักไข่จึงส่งผลอย่างมากต่อเพศของลูกเต่า

เจ้าหน้าที่ดูแลเต่าทะเลที่โรงพยาบาลเต่าที่เพิ่งเปิดในสวนสัตว์ไมอามี กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรเต่าลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะขาดความหลากหลายทางพันธุกรรมรวมถึงยังต้องเผชิญกับการระบาดของโรคเนื้องอกในเต่าที่เรียกว่าไฟโบรพาพิลโลมาโตซิส(fibropapillomatosis) โดยเนื้องอกเหล่านี้สามารถติดต่อไปยังเต่าตัวอื่นได้ และอาจทำให้พวกมันตายได้หากไม่ได้รับการรักษา

Science Update : ประมูลแจ๊กเกต ‘บัซซ์ อัลดริน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/670029

Science Update : ประมูลแจ๊กเกต ‘บัซซ์ อัลดริน’

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันประมูลซอธบีในนครนิวยอร์ก จัดประมูลเสื้อแจ๊กเกตที่ บัซซ์ อัลดริน หนึ่งในลูกเรืออะพอลโล 11 สวมใส่ขณะร่วมปฏิบัติภารกิจพิชิตดวงจันทร์เมื่อปี 1969 ก่อนจะมีผู้ประมูลนิรนามทางโทรศัพท์ สามารถไปได้ด้วยราคาสูงเป็นสถิติถึง 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 105 ล้านบาท) ส่วนสิ่งของที่มีราคาประมูลสูงเป็นอันดับ 2 ในการประมูลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คือ แผนการบินสรุปภารกิจของอะพอลโล 11 ขายในราคา 819,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30 ล้านบาท) สูงกว่าที่มีการประมาณไว้ถึง 100,000-150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.7-5.5 ล้านบาท)

สำหรับด้านหน้าเสื้อแจ๊กเกตของอัลดริน แสดงโลโก้ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NASA และตราสัญลักษณ์ภารกิจอะพอลโล 11 ซึ่งอยู่ใต้ป้ายชื่อของอัลดรินเล็กน้อย ตัวแจ๊กเกตยังมีธงชาติสหรัฐอเมริกาติดอยู่ที่ไหล่ซ้ายของเสื้อและทำมาจากผ้าเบต้า ซึ่งเป็นผ้ากันไฟที่รวมอยู่ในชุดอวกาศของนาซา หลังจากที่เคยเกิดโศกนาฏกรรมนักบินอวกาศ 3 คน ของยานอะพอลโล 1 เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้บนยานอวกาศ ระหว่างทดสอบภาคพื้นดินเมื่อปี 1967

ทั้งนี้ นีล อาร์มสตรอง และ บัซซ์ อัลดริน คือมนุษย์กลุ่มแรกที่ได้เดินบนดวงจันทร์ และอัลดริน วัย 92 ปี คือสมาชิกเพียงคนเดียวของยานอะพอลโล 11 ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน