
ทะลุจักรวาล! ‘พี่เต้’ส่ง’ภาสพงศ์’ ชิงผู้ว่าฯกทม. ชูรถบินได้-คลองแสนแสบดื่มได้
วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.07 น.
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” ในฐานะประธานที่ปรึกษากลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ เป็นว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดตัวทีมผู้บริหารกลุ่ม ‘กรุงเทพบินได้’ ประกอบด้วย
- นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ – ประธานปรึกษา ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม.
- นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ – ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม.
- พลโท อัศวิน รัชชานนท์ – ผู้สมัคร รอง ผู้ว่า กทม. ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมือง
- นางสาวภคอร จันทรคณา – ผู้สมัคร รองผู้ว่า กทม. ฝ่าย สังคม เมืองอัจฉริยะ และนวัตกรรม
- นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ – ผู้สมัคร รองผู้ว่า กทม. ฝ่ายด้านการคลัง การเงิน และกิจการทั่วไป
โดยเลือกสถานที่เปิดตัวคือท่าเรือคลองแสนแสบ เพื่อให้สอดคล้องกับหนึ่งในนโยบายหลักของกลุ่ม
นายมงคลกิตติ์ ระบุถึงสาเหตุที่ตนเองไม่ได้ลงสนามเลือกตั้งเอง เป็นเพราะติดข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ จึงตัดสินใจเลือกนายภาสพงศ์ ซึ่งเป็นอดีตบุตรชายนักการทูตมารับหน้าที่แทน เนื่องจากมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน แตกต่างจากอดีตนักการเมืองคนอื่นๆ ที่เคยเข้ามาเจรจากันก่อนหน้านี้ ที่ยังมีแนวทางพึ่งพาระบบซื้อเสียง หรือบางคนก็รับไม่ได้กับไอเดียนโยบายที่ก้าวล้ำเกินไป พร้อมกล่าวถึงเบื้องหลังการคัดเลือกตัวผู้สมัครไว้ว่า
“มีอดีตนักการเมืองและผู้ที่สนใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. หลายรายเข้ามาพูดคุย ทั้งอดีต สส. ที่ไม่ต้องการออกหน้า รวมถึงอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 อีก 2-3 คน แต่ไม่สามารถตกลงแนวทางร่วมกันได้ เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่านโยบายบางเรื่องเป็นแนวคิดใหม่ที่ยากจะยอมรับ”

เปิดเมกะโปรเจกต์และนโยบายสุดล้ำของกลุ่ม “กรุงเทพบินได้”
- คลองแสนแสบดื่มได้: มีเป้าหมายบำบัดน้ำเสียตลอดสาย 47.5 กิโลเมตรให้ประชาชนตักขึ้นมาดื่มได้ภายใน 6 เดือน
- เทคโนโลยีการบำบัดน้ำ: จะใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งระบบ Ultrafiltration, ระบบกรอง RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV หรือคลอรีน
- แผนระยะสั้นคลองแสนแสบ: หากได้รับโอกาส ในเดือนแรกจะเริ่มกรองน้ำระยะ 2 กิโลเมตรให้ดื่มได้ทันที
- ปรับปรุงการสัญจรทางน้ำ: จะเปลี่ยนเรือโดยสารในคลองให้เป็นระบบไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด
- การคมนาคมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต: ตั้งเป้านำเข้ารถบินได้จากประเทศจีนปีละ 1,000 คัน โดยใช้งบประมาณของ กทม. และเอกชนร่วมลงทุนฝ่ายละ 500 ล้านบาท
- พาท่องอวกาศ: มีแผนส่งคนกรุงเทพฯ ขึ้นไปท่องอวกาศในระยะ 90-100 กิโลเมตรจากผิวโลก โดยดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุน 80%
- โคลนนิ่งไดโนเสาร์: เตรียมจัดตั้ง “สำนักสัตว์ดึกดำบรรพ์” เพื่อส่งนักวิทยาศาสตร์ไทยไปร่วมวิจัยกับต่างประเทศในการตัดต่อพันธุกรรมและสร้างสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่คล้ายไดโนเสาร์ขึ้นมา เพื่อปั้นเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
- ฮุบทีมฟุตบอลระดับโลก: มีแผนจะซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล ในสัดส่วน 51% เพื่อให้เป็นของคนไทย
- สวัสดิการและสาธารณสุข: ผลักดันให้โรงพยาบาลสังกัด กทม. มีบริการด้านศัลยกรรมความงามและสุขภาพในราคาถูก เพื่อให้คนกรุงเทพฯ “สวยฟิต หล่อยาว”
- ส่งเสริมการมีบุตร: ชูนโยบายให้คน กทม. เจียดเวลาวันละ 1 ชั่วโมง 40 นาที เพื่อผลิตบุตร หวังเพิ่มประชากรปีละ 1 แสนคน แก้ปัญหาโรงเรียนร้างและขาดแคลนแรงงาน
- ลดค่าครองชีพและสวัสดิการ: จะร่วมกับประชาชนเข้าซื้อกิจการโรงกลั่นน้ำมันดิบเพื่อลดค่าน้ำมัน พร้อมตั้งโรงทาน 50 เขต และอัดฉีดเงินให้ทหารผ่านศึกเดือนละ 3,000 บาท
- โบนัสคนรักสุขภาพ: เตรียมเพิ่มโบนัส 10% ให้ข้าราชการและพนักงาน กทม. โดยมีเงื่อนไขว่าต้องรักษาสุขภาพให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ค่า BMI, ขนาดรอบเอว และค่าไขมันเลว (LDL)
ทางด้าน นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ว่าที่ผู้สมัครฯ ซึ่งเป็นชาวกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจุบันเป็นนักลงทุนอิสระ ได้ระบุว่า หากได้รับความไว้วางใจ จะเร่งผลักดันการพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม นำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารเมือง ลดปัญหาจราจร เพิ่มพื้นที่สีเขียว และยกระดับความปลอดภัยให้คนกรุงเทพฯ
ท้ายที่สุด นายมงคลกิตติ์ ได้กล่าวปิดท้ายถึงการแข่งขันกับแชมป์เก่าอย่างมั่นใจว่า “แม้นายชัชชาติจะมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง แต่เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ในยุคนี้อยากลองของใหม่ และหากกลุ่มกรุงเทพบินได้ชนะการเลือกตั้ง รับรองได้ว่ากรุงเทพมหานครจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”