รัฐบาลเอาจริงปราบคอร์รัปชัน! เตือนกล่าวหาหน่วยงานรัฐต้องมีหลักฐาน กังขาผู้นำองค์กรต้านโกงหลังเคยพัวพันคดีเลี่ยงภาษี

รัฐบาลเอาจริงปราบคอร์รัปชัน! เตือนกล่าวหาหน่วยงานรัฐต้องมีหลักฐาน กังขาผู้นำองค์กรต้านโกงหลังเคยพัวพันคดีเลี่ยงภาษี

รัฐบาลเอาจริงปราบคอร์รัปชัน! เตือนกล่าวหาหน่วยงานรัฐต้องมีหลักฐาน กังขาผู้นำองค์กรต้านโกงหลังเคยพัวพันคดีเลี่ยงภาษี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.28 น.

นายกฯ พร้อมจับมือทุกฝ่ายเดินหน้าปราบทุจริต เตือนการเปิดข้อมูลแบบ “หว่านแห” อาจสร้างความเสียหายต่อหน่วยงาน -เครดิตประเทศ แคลงใจความน่าเชื่อถือของบางองค์กร เหตุ ผู้ผู้นำเคยถูกครหาเลี่ยงภาษี จี้แจงเพื่อสังคมเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เชิญภาคเอกชนมาร่วมประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 20 พ.คที่ผ่านมา หลังคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)เปิดเผยผลการสำรวจเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตในภาครัฐ และนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันพร้อมสนับสนุนการปราบทุจริตทุกขั้นตอนในทุกหน่วยงานหากเกิดขึ้นจริง และต่อมานายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทยระบุถึงการจะทำผลสำรวจดังกล่าวว่าแบบสอบถามทั้งหมดทำสอดคล้องกับเวิลด์แบงก์ และOECD (โออีซีดี) เป็นแบบสอบถามว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไม่ได้เจาะลึกเพื่อเอาผิดใครนั้น เเปลว่าสอบถามความเห็นจากผู้ตอบเเบบสอบถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าหน่วยงานนั้นๆมีการทุจริต บวกกับข้อมูลล่าสุดของกกร. เเละมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ระบุผลสำรวจว่า 26 หน่วยงานภาครัฐเรียกรับผลประโยชน์เเละยืนยันมีหลักฐานกับบางหน่วยงานนั้น เเหล่งข่าวระบุว่า ตามขั้นตอนกฎหมายหากพบการกระทำผิดของบุคลากรภาครัฐ สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังกระบวนการยุติธรรม และองค์กรอิสระได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงช่วงนี้ การปราบปรามทุจริตได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมายเเม้บางกรณีล่าช้า เเต่ยังถือว่าอยู่ในอายุความของกฎหมาย

เเหล่งข่าวยังมองว่า บทบาทขององค์กรภาคเอกชนทั้งคณะทำงานซีโร่คอรัปชั่น หรือ กกร.มีเจตนาดีในการต้านทุจริต เเต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา บางครั้งพบว่าข้อมูลที่มีการเปิดเผยนั้นยังค่อนข้างเลื่อนลอย มีการชี้เเจงว่าเป็นเพียงการสอบถามประชาชน/ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนหรือเป็นเบาะเเสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการได้

ช่วงก่อนการเลือกตั้ง สส.ครั้งล่าสุด มีข้อมูล”ซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท” เป็นตัวเลขจากการประเมินของคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.ซึ่งมีการให้ข้อมูลว่าในการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น มีการจ่ายเงินสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. และเขตพื้นที่แข่งขันดุเดือดนั้น เเต่ก็พบว่าเป็นเพียงสอบถามข้อมูลของประชาชนที่ขาดหลักฐาน ซึ่งเมื่อเทียบกับการเปิดเผยว่ากรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานเรียกรับผลประโยชน์มากที่สุดนั้น หากคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.มีเจตนาดีควรชี้ไปเลยว่า การทุจริตเกิดขึ้นที่ใด เมื่อใด มูลเหตุเเละหลักฐานคืออะไร ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้ไปดำเนินการได้ทันที เเต่การให้ข้อมูลเเบบหว่านเเห/เลื่อนลอยลักษณะนี้อาจจะไม่ยุติธรรมกับหน่วยงานที่โดนพาดพิง

ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังเห็นว่าควรต้องพิจารณาบทบาทของคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.ควบคู่ไปด้วย เพราะการให้ข้อมูลทุจริตภาครัฐนั้น หากข้อมูลคลาด เลื่อนลอย ขาดหลักฐาน เครดิตประเทศจะเสียหายเเละเครดิตผู้ให้ข้อมูลย่อมขาดความน่าเชื่อถือเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาบุคลากรบางคนของคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.นั้นมีข้อเคลือบเเคลงเช่นกรณี ปี2565 ศาลฎีกาภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาชั้นฎีกา ให้บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทยจำกัดแพ้คดีพิพาทการจัดเก็บภาษีนำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส (Prius) 1.16 หมื่นล้านบาทซึ่งก่อนหน้านั้นองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นได้ออกคำชี้แจง กรณีมีการนำเสนอข่าวพาดพิงนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะประธานกรรมการบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่าจ่ายสินบนเพื่อให้ชนะคดีภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นพรีอุส เเละนายประมนต์ออกจากตำเเหน่งก่อนที่ศาลชั้นต้นจะตัดสิน รวมถึงก่อนที่ข้อขัดแย้งจะดำเนินต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เเม้สำนักงานศาลยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเเละได้สรุปผลการตรวจสอบ และระบุว่าไม่พบเส้นทางการเงินหรือหลักฐานการทุจริตจากบริษัทโตโยต้าฯไปถึงผู้พิพากษา

“ตามคำพิพากษาของศาลที่บริษัทโตโยต้าฯเลี่ยงภาษีดังกล่าว เเละเหตุเกิดช่วงที่นายประมนต์ทำหน้าที่ในบริษัทโตโยต้าฯนั้น ทำให้บางฝ่ายในรัฐบาลเคลือบเเคลงบทบาทของมูลนิธิฯ คณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.เพราะตอนนี้นายประมนต์ก็ยังเป็นประธานมูลนิธิฯที่คณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.เป็นคณะทำงานส่วนหนึ่งของมูลนิธิฯที่ออกมาเคลื่อนไหวต้านทุจริตเป็นระยะ แต่การหลีกเลี่ยงภาษีกรณีข้างต้นก็ยังเกิดขึ้นได้ตรงนี้ หากคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.ตั้งใจปราบทุจริตจริง การเลี่ยงภาษีดังกล่าวก็ควรติดตามเเละชี้เเจงให้กระจ่างเครดิตของคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.จะดีขึ้น“ แหล่งข่าวกล่าว

Leave a comment