บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำประปาสมัยกรุงศรีอยุธยา

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำประปาสมัยกรุงศรีอยุธยา

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำประปาสมัยกรุงศรีอยุธยา

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เชื่อหรือไม่ว่า… กว่า 300 ปีมาแล้ว สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี   ขณะที่สหรัฐอเมริกายังก่อตั้งเป็นประเทศ และโลกฝั่งตะวันตกหลายแห่งยังต้องตักน้ำจากบ่อมาใช้สอย    แต่ที่ “เมืองลพบุรี” กลับมีระบบส่งน้ำประปาที่ล้ำสมัยแล้ว! นี่คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษไทย

หลักฐานสำคัญที่ขุดพบในจังหวัดลพบุรี เผยให้เห็นระบบชลประทานโบราณที่น่าทึ่ง สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช    โดยมีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ “ทะเลชุบศร” ที่ผันน้ำมาจาก “อ่างซับเหล็ก” ซึ่งเป็นพื้นที่สูงกว่าตัวเมืองลพบุรี ราว 2 เมตร   เพื่อใช้แรงโน้มถ่วงเป็นตัวขับเคลื่อนสายน้ำ

 น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติจะถูกลำเลียงผ่าน “ท่อดินเผาเคลือบ” ขนาดใหญ่ที่นำมาเชื่อมต่อกันแบบปากแตร  แล้วยาแนวด้วยปูนขาว ยางไม้และเปลือกหอยที่บดเคี่ยวจนเหนียว ไม่ให้มีรูน้ำรั่ว  ฝังท่ออยู่ใต้ดินยาวหลายกิโลเมตรเข้าสู่เขตพระราชฐานวังนารายณ์ราชนิเวศน์   ก่อนจะเข้าถึงจุดใช้งาน น้ำเหล่านั้นต้องผ่าน “อาคารกรองน้ำ  คชะยาน ” เพื่อให้น้ำไหลช้าดักตะกอน   ผ่านวัสดุกรอง เช่นกรวด ทราย ถ่าน แล้วเพิ่มแรงดันน้ำด้วยการลดขนาดท่อให้เล็กลง  จนได้น้ำพุ และน้ำที่สะอาดพอสำหรับใช้ภายในพระราชวัง

จุดพิเศษ ที่สร้างความประหลาดใจในสมัยนั้นคือ “น้ำพุ” ในพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งพุ่งขึ้นสูงอย่างสวยงามโดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าแม้แต่นิดเดียว   โดยช่างไทยและฝรั่งเศส  อิตาลี) ได้นำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ได้อย่างอัศจรรย์ คือหลักกาลักน้ำ (Siphon): การส่งน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำผ่านระบบท่อปิดและกฎของเบอร์นูลลี (Bernoulli’s Principle): การใช้ความต่างของระดับความสูงและการบีบปลายท่อให้เล็กลง เพื่อสร้างแรงดันน้ำมหาศาลให้น้ำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ความล้ำหน้าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ไม่ได้จบลงแค่การสร้างถาวรวัตถุ     แต่คือการ “สร้างคน”  โดย ในปี พ.ศ. 2229 เมื่อครั้งคณะราชทูตนำโดย พระวิสูตรสุนทร หรือ โกษาปาน เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับราชทูตเดอโชมองต์  ได้มีการส่งคนไทย 12 คน เดินทางไปพร้อมคณะทูต เพื่อเข้าศึกษาที่ โรงเรียนหลุยส์ เดอ กรัง (Lycée Louis-le-Grand) ในกรุงปารีสเพื่อเรียนวิชาที่จะนำกลับมาพัฒนาชาติ คือ ช่างน้ำพุและชลประทาน ช่างก่อสร้างป้อมปราการ และช่างเงินช่างทอง

นอกเหนือจากเรื่องน้ำประปา รัชสมัยนี้ยังเป็นยุคที่กรุงศรีอยุธยารับเอาวิทยาการทางดาราศาสตร์ มีการสร้าง หอดูดาววัดสันเปาโล และการทำตำราเรียนภาษาไทย “จินดามณี”   สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ความทันสมัย แต่คือความใฝ่รู้ ความเปิดกว้าง และการมองการไกลของบรรพบุรุษไทย

เรื่องราวของระบบประปาและนักเรียนนอกสมัยอยุธยา เป็นเครื่องเตือนใจให้คนไทยในปัจจุบันเห็นว่า “รากฐานของความรู้และความก้าวหน้า” มีอยู่ในสายเลือดของคนไทยมานานหลายร้อยปีมาแล้ว

เรื่องการประปาในกรุงศรีอยุธยานี้ เป็นบทเรียนความรู้ที่ชาวฝรั่งเศสถ่ายทอดมายังคนไทย  ซึ่งเป็นความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10    เรื่องการสั่งสอนถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น (ธัมมเทสนามัย)

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

Leave a comment