ไม่ค้านแลนด์บริดจ์ กำนันบางน้ำจืด ขอรัฐเปิดข้อมูลรอบด้าน

ไม่ค้านแลนด์บริดจ์ กำนันบางน้ำจืด ขอรัฐเปิดข้อมูลรอบด้าน

ไม่ค้านแลนด์บริดจ์ กำนันบางน้ำจืด ขอรัฐเปิดข้อมูลรอบด้าน

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.09 น.

24 พฤษภาคม 2569 นายณรงค์ ผลสอาด กำนันตำบลบางน้ำจืด หมู่ 10 บ้านชายเขา ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งคือหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นฝั่งอ่าวไทยของโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง เมกะโปรเจกต์ มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลไทย เป็นการเชื่อมโยงการขนส่งทางทะเลระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย กล่าวถึงการพูดคุยหารือกับชาวบ้านในชุมชนเกี่ยวกับเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ โดยได้มีความเป็นห่วงในเรื่องผลกระทบต่อวิถีชีวิตและอาชีพประมงพื้นบ้าน ซึ่งวิถีชีวิตเดิมชาวบ้านและบรรพบุรุษอยู่ที่นี่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ทำมาหากินอย่างสงบสุขและอบอุ่นเหมือนพี่น้อง แม้ไม่ร่ำรวยแต่ก็มีความสุขและพึ่งพาตนเองได้ ชาวบ้านออกเรือตอนเย็น กลับมาตอนเช้าก็สามารถหาปูหาปลาเลี้ยงชีพและสร้างรายได้ได้ตลอด มีรายได้หมุนเวียนวันละ 500 – 1,000 บาท ทุกวัน หากโครงการนี้เกิดขึ้น วิถีชีวิตและอาชีพประมงพื้นบ้านจะต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที และยังไม่รู้ว่าชาวบ้านจะเปลี่ยนไปทำอะไรหรือจะอยู่รอดได้อย่างไร

นอกจากนี้ รัฐยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการชดเชยค่าเสียหาย เช่น สวนทุเรียน ซึ่งเป็นรายได้หลักรายปีของชาวบ้านที่ต้องใช้เวลาปลูกนาน และสิทธิในที่ดิน พื้นที่ส่วนใหญ่ในตำบลบางน้ำจืด ไม่มีโฉนดที่ดิน ทำให้ชาวบ้านกังวลเรื่องการเวนคืน และการจ่ายค่าชดเชยว่าจะมีความเป็นธรรมหรือไม่ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐบางรายให้คำแนะนำว่า หากชาวบ้านไม่พอใจเงินชดเชยก็ให้ไปทำการฟ้องร้องเอา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนใจให้กับชาวบ้านอย่างมาก

ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐมักเข้ามาประชุมเฉพาะกับกลุ่มผู้นำชุมชน แล้วนำเสนอแต่ข้อดีของโครงการ แต่ไม่ได้ลงพื้นที่มาพบหน้าและรับฟังเสียงสะท้อน หรือความเดือดร้อนที่แท้จริงของชาวบ้าน อีกทั้งโครงการยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาที่จะตามมา เช่น แหล่งน้ำ เพราะหากชุมชนขยายตัวหรือมีคนเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้น จะเอาความมั่นคงด้านน้ำมาจากไหน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีทางออกในเรื่องนี้

ในอนาคตหากรัฐบาลยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ มองว่ารัฐต้องมีมาตรการรองรับอาชีพใหม่ให้ชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงความชัดเจนในเรื่องแผนการเยียวยาเครื่องมือประมงและที่ทำกิน และหากต้องมีการเวนคืน รัฐต้องจัดหาพื้นที่รองรับที่เหมาะสมและระบุให้ชัดเจนว่ามีหน่วยงานใดดูแลรองรับ รัฐต้องมองความเจริญของจังหวัดควบคู่ไปกับความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ และต้องเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้สะท้อนความกังวล ไม่ใช่สื่อสารเพียงแต่ข้อดีของโครงการเท่านั้น

ทั้งนี้ กำนันตำบลบางน้ำจืด ยังกล่าวด้วยว่า ภาครัฐควรคำนึงถึงและมีมาตรการช่วยเหลือสนับสนุนบทบาทของผู้นำชุมชน ในการขับเคลื่อนกิจกรรมหรือการประสานงานรวบรวมชาวบ้านในการเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น เนื่องจากที่ผ่านมาผู้นำต้องเป็นผู้แบกรับภาระในส่วนนี้โดยไม่มีงบประมาณดูแลที่ชัดเจน

Leave a comment