
ปชน.จ่อยื่นร่างแก้ไข รธน.เพิ่มเติมหมวด 15/1 สัปดาห์นี้ ชู สสร.มาจากเลือกตั้ง-ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษ สว.
วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.38 น.
ปชน.จ่อยื่นร่างแก้ไข รธน.เพิ่มเติมหมวด 15/1 สัปดาห์นี้ ชู สสร.มาจากการเลือกตั้ง – ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.
เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และประธานวิปฝ่ายค้าน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “พรรคประชาชนจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (เพิ่มเติมหมวด 15/1) ทั้งหมด 2 ฉบับ สัปดาห์นี้ | เปิดกรอบเนื้อหา: สสร. มาจาการเลือกตั้ง – มีทั้งตัวแทนพื้นที่-ตัวแทนเชิงประเด็น – ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.
สัปดาห์นี้ พรรคประชาชนจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติมหมวด 15/1 เรื่องกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เข้าสู่รัฐสภา
ร่างของพรรคประชาชน จะยึด 3 หลักการ ตามที่ได้แถลงไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
1. สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งผู้ร่าง
2. ป้องกันการผูกขาด-กินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
3. ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว. ในการชี้ขาดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 เป็นคำวินิจฉัยที่เราเห็นว่าไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตย แต่ได้สร้างข้อจำกัดที่อาจทำให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงไม่ได้ – เพื่อฝ่าฟันและรับมือกับอุปสรรคดังกล่าว ทาง สส. พรรคประชาชนจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติมหมวด 15/1 รวมกันทั้งหมด 2 ร่าง เพื่อให้มั่นใจว่าการพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่ 1 จะมีการบรรจุอย่างน้อย 1 ร่างที่ตอบโจทย์ 3 หลักการที่เราได้วางไว้
กรอบเนื้อหาของทั้ง 2 ร่างของพรรคประชาชน ที่จะมีการเคาะรายละเอียดและลงชื่อโดย สส. ในที่ประชุม สส. วันอังคาร มีดังต่อไปนี้:
1. สภาร่างรัฐธรรมนูญมีสมาชิก (สสร.) ทั้งหมด 150 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
– 1. ตัวแทนเชิงพื้นที่
– 2. ตัวแทนเชิงประเด็น-กลุ่มอาชีพ-กลุ่มสังคม
2. สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ร่าง 1:
– ประชาชนเลือกตั้ง สสร. 150 คน ก่อนจะส่งรายชื่อ 150 คน ให้รัฐสภารับรองทั้งชุด (รับรองแยกรายบุคคลไม่ได้)
– หากรัฐสภารับรอง 150 คน: 150 คน จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สสร.
– หากรัฐสภาไม่รับรอง 150 คน: จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง สสร. ทั้ง 150 คนใหม่
ร่าง 2:
– ประชาชนเลือกตั้ง สสร. 300 คน ก่อนจะส่งรายชื่อ 300 คน ให้รัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 150 คน
– กระบวนการในการคัดเลือกโดยรัฐสภา จะใช้วิธีการที่ป้องกันการผูกขาด-กินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และสนับสนุนให้ สสร. คงความเป็นอิสระจากพรรคการเมืองหรือสมาชิกรัฐสภา (รายละเอียดจะเปิดเผยโดยละเอียดในวันยื่นร่าง)
3. สสร. สามารถตั้งคณะกรรมาธิการมาช่วยปฏิบัติหน้าที่ได้
– 1. สสร. ต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจมีทั้ง สสร. และคนนอกที่ สสร. คัดเลือกเข้ามา เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์ที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง มาช่วยงาน สสร. ได้
– 2. สสร. สามารถตั้งคณะกรรมาธิการอื่นได้ ตามที่ สสร. เห็นว่าเหมาะสม (เช่น คณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน)
4. สสร. มีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ตราบใดที่ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือรูปแบบรัฐ (ตามที่บัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญมาตรา 255)
5. สสร. มีกรอบเวลาไม่เกิน 360 วันในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
6. สสร. สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ โดยไม่ถูกกระทบจากการยุบสภาฯ หรือจากการที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาสิ้นสุดลง
7. เมื่อ สสร. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ สสร. จะต้องส่งร่างดังกล่าวให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ (โดยมติเห็นชอบจากรัฐสภา จะต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา) – หากรัฐสภาเห็นชอบ ร่างดังกล่าวจะถูกส่งไปถามประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติ
นอกเหนือจาก 2 ร่างของพรรคประชาชน ทาง สส. พรรคประชาชนเราพร้อมที่จะร่วมลงชื่อให้กับร่างของพรรคการเมืองอื่นหรือร่างของสมาชิกรัฐสภาส่วนอื่น ที่ต้องการรายชื่อเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อการยื่นร่างเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้สำเร็จ ตราบใดที่ร่างดังกล่าวมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับหลักการสำคัญของพรรคประชาชน”