
27 พ.ค. 2569 14:34 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ญี่ปุ่นผ่านกฎหมายตั้ง “สภาข่าวกรองแห่งชาติ” รวบศูนย์ข้อมูลรับมือภัยคุกคามโลก
รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านกฎหมายจัดตั้ง “สภาข่าวกรองแห่งชาติ” เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลด้านความมั่นคงและรับมือภัยคุกคามจากต่างประเทศ ตามนโยบายด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ แต่ฝ่ายคัดค้านเตือนอาจเปิดทางให้รัฐใช้อำนาจเกินขอบเขตและกระทบเสรีภาพประชาชน
รัฐสภาญี่ปุ่นมีมติเห็นชอบผ่านกฎหมายจัดตั้ง “สภาข่าวกรองแห่งชาติ” (National Intelligence Council) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองด้านความมั่นคงและความปลอดภัยสาธารณะ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรีอีก 9 คน เช่น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญของ นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ที่ประกาศเดินหน้านโยบายเชิงรุกเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านข่าวกรองและการต่อต้านการจารกรรม โดยเธอระบุว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
นายกฯ ทากาอิจิ กล่าวต่อรัฐสภาว่า “เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงสกัดกั้นวิกฤตการณ์ร้ายแรงล่วงหน้า มันจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุดในการจัดตั้งระบบที่ประชาคมข่าวกรองสามารถสนับสนุนการตัดสินใจที่ถูกต้องของผู้นำนโยบายได้อย่างแข็งแกร่ง”
เดิมทีระบบข่าวกรองของญี่ปุ่นมีความกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ แต่กฎหมายใหม่นี้จะตั้ง “สำนักข่าวกรองแห่งชาติ” ขึ้นมาเป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อบูรณาการและประสานงานข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และองค์กรอื่นๆ อย่างเบ็ดเสร็จ
ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมักเผชิญข้อครหาจากนานาชาติว่ามีนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการจารกรรมที่หละหลวมเกินไป จนบางฝ่ายถึงกับขนานนามประเทศนี้ว่าเป็น “แดนสวรรค์ของสายลับ” การปฏิรูปครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การป้องกันสายลับต่างชาติ การต่อต้านการก่อการร้าย การปกป้องเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว ตลอดจนการรับมือภัยคุกคามสมัยใหม่อย่างการโจมตีทางไซเบอร์และการบิดเบือนข้อมูลเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งผ่านโซเชียลมีเดีย
นอกจากนี้ ประเด็นดังกล่าวได้รับการผลักดันอย่างเร่งด่วนยิ่งขึ้น หลังจากเกิดข้อพิพาททางการทูตกับรัฐบาลจีน จากกรณีที่นายกฯ ทากาอิจิ เคยส่งสัญญาณเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่าญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงทางทหาร หากจีนพยายามใช้กำลังเข้ายึดครองไต้หวัน
แม้กฎหมายจะผ่านสภาสูงได้สำเร็จด้วยการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านบางส่วน แต่ก็ต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจาก พรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น (CDPJ) ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้านหลัก ที่มองว่ากฎหมายฉบับนี้ล้มเหลวในการระบุขอบเขตให้รัฐสภาสามารถตรวจสอบการทำงานของหน่วยข่าวกรองได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความโปร่งใสในกระบวนการประชาธิปไตย
กลุ่มผู้คัดค้านและประชาชนได้รวมตัวประท้วงทั่วประเทศ โดยแสดงความกังวลใน 2 ประเด็น คือการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าการขยายอำนาจของหน่วยงานข่าวกรองจะนำไปสู่การสอดแนมที่เกินขอบเขต และล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน รวมถึงความเสี่ยงด้านสงคราม เนื่องจากความพยายามเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของรัฐบาลทากาอิจิ อาจเป็นการลากความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นเข้าสู่ความขัดแย้งด้วยอาวุธระดับนานาชาติ
การผ่านกฎหมายครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรก โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะจัดตั้งสภาและสำนักข่าวกรองแห่งชาติอย่างเร็วที่สุดในเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อหารือเกี่ยวกับกฎหมายต่อต้านการจารกรรมเพิ่มเติม
นอกจากนี้ นายกฯ ทากาอิจิ ยังระบุถึงแผนการในอนาคตที่อาจต้องพิจารณาระบบลงทะเบียนกลุ่มบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมล็อบบี้ให้รัฐบาลต่างชาติ รวมถึงเป้าหมายสูงสุดในการจัดตั้ง “หน่วยงานข่าวกรองกรองภายนอกประเทศ” เป็นของตัวเอง โดยคาดว่าจะมีการจัดทำนโยบายเพื่อเสนอเป็นร่างกฎหมายต่อรัฐสภาอีกครั้งในสมัยประชุมสภาปี 2027.
ที่มา Kyodo / AFP