สหภาพแรงงานซัมซุง โหวตรับดีลขึ้นโบนัส แผนกชิปรับสูงสุดคนละ 13 ล้านบาท

สหภาพแรงงานซัมซุง โหวตรับดีลขึ้นโบนัส แผนกชิปรับสูงสุดคนละ 13 ล้านบาท

27 พ.ค. 2569 13:23 น.

สหภาพแรงงานซัมซุง โหวตรับดีลขึ้นโบนัส แผนกชิปรับสูงสุดคนละ 13 ล้านบาท

สหภาพแรงงานของ “ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์” มีมติเห็นชอบข้อตกลงค่าจ้างและโบนัสฉบับใหม่ ยุติแผนการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ ส่งผลให้พนักงานฝ่ายชิปเตรียมรับโบนัสก้อนโตเป็นหุ้นบริษัท มูลค่าสูงสุดถึงคนละ 600 ล้านวอน (ราว 13 ล้านบาท) แต่ข้อตกลงนี้เริ่มส่อเค้าสร้างความไม่พอใจระหว่างแผนกอื่นที่ได้เงินน้อยกว่า

สหภาพแรงงานของบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า สมาชิกสหภาพได้ลงคะแนนเสียงอนุมัติข้อตกลงร่วมฉบับใหม่กับฝ่ายบริหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อตกลงที่ให้ผลตอบแทนโบนัสประจำปีอย่างมหาศาลนี้ ช่วยคลายความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก เนื่องจากความต้องการชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ในการลงคะแนนเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ตลอด 6 วันที่ผ่านมา มีสมาชิกสหภาพแรงงานเข้าร่วมใช้สิทธิ์สูงถึง 95% โดย 73.7% จากผู้ลงคะแนนทั้งหมด 62,616 คนของสองสหภาพที่ใหญ่ที่สุดในบริษัท ได้ลงมติเห็นชอบข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าว และในวันเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการ โดยฝ่ายบริหารได้ให้คำมั่นที่จะร่วมมือกับสหภาพเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในเวทีโลกต่อไป

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงานเผชิญหน้ากันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เกี่ยวกับโครงสร้างโบนัสตามผลงานที่ผูกกับกำไรในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI จนเกือบจะนำไปสู่การประท้วงหยุดงานนาน 18 วัน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้เพียง 1 ชั่วโมงก่อนกำหนดเวลาเริ่มประท้วงเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งหากมีการประท้วงหยุดงานจริงจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ เนื่องจากเฉพาะซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทเดียวมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงถึง 12.5% และชิปหน่วยความจำก็คิดเป็น 35% ของยอดการส่งออกทั้งหมดของประเทศ

ภายใต้ข้อตกลงระยะยาว 10 ปีฉบับใหม่นี้ ซัมซุงจะจัดสรรโบนัสผลประกอบการพิเศษสำหรับแผนกเซมิคอนดักเตอร์คิดเป็น 10.5% ของกำไรจากการดำเนินงานของแผนกโดยไม่มีเพดานจำกัด และบวกเงินสดเพิ่มอีก 1.5% ซึ่งโบนัสพิเศษนี้จะจ่ายให้ในรูปแบบของ “หุ้นบริษัท” ตลอดระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี โดยผูกกับเป้าหมายที่ท้าทาย คือ แผนกชิปจะต้องทำกำไรจากการดำเนินงานประจำปีให้ได้มากกว่า 200 ล้านล้านวอน ในช่วงปี 2026-2028 และมากกว่า 100 ล้านล้านวอนในช่วงปี 2029-2035 โดยโบนัสก้อนนี้จะแบ่ง 40% ให้กับภาพรวมของแผนก และอีก 60% จะกระจายไปยังหน่วยธุรกิจย่อยแต่ละหน่วย

จากผลคาดการณ์ที่ว่ากำไรจากการดำเนินงานของซัมซุงอาจแตะระดับ 300 ล้านล้านวอนในปีนี้ ส่งผลให้พนักงานในแผนกชิปที่มีอยู่ราว 28,000 คน จากพนักงานทั้งหมด 125,000 คนในเกาหลีใต้ จะมีสิทธิ์ได้รับเงินโบนัสสูงถึงประมาณ 600 ล้านวอนต่อคน (ราว 13 ล้านบาท)

เงินโบนัสจำนวนมหาศาลนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสกัดไม่ให้วิศวกรที่มีความสามารถไปทำงานในต่างประเทศ อย่างเช่นบริษัท เทสลา ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่มันยังสร้างปรากฏการณ์ทางสังคมในเกาหลีใต้อย่างมาก โดยก่อนหน้านี้พนักงานของบริษัทคู่แข่งอย่าง เอสเค ไฮนิกส์ (SK hynix) ได้รับโบนัสมากกว่าซัมซุงถึง 3 เท่าในปีที่แล้ว จนทำให้เสื้อแจ็กเก็ตปักโลโก้ SK hynix กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียและถูกล้อเลียนว่าเป็น “ตั๋วทองคำ” ที่ใช้เดินเข้าชมบูติกหรูหรือเพิ่มโอกาสในการนัดเดต

สำนักข่าวยอนฮัปรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Sunoo บริษัทจัดหาคู่ชื่อดังระบุว่า ปัจจุบันงานที่ซัมซุงและเอสเค ไฮนิกส์ กลายเป็นสิ่งการันตีและช่วย “เพิ่มมูลค่าในตลาดการแต่งงาน” โดยดัชนีความน่าปรารถนาพุ่งสูงขึ้นจนไล่เลี่ยกับอาชีพดั้งเดิมที่ทรงเกียรติอย่างแพทย์และทนายความไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้กลับสร้างความตึงเครียดภายในองค์กรอย่างรุนแรง เนื่องจากทำให้เกิดช่องว่างและดึงความขัดแย้งระหว่างพนักงานในแผนกเซมิคอนดักเตอร์ที่มีกำไรสูง กับแผนกอื่น ๆ ที่กำไรทรงตัวหรือลดลง เช่น แผนกมือถือ แผนกจอภาพ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

ล่าสุดเมื่อวันอังคาร สหภาพแรงงานขนาดเล็กที่เป็นตัวแทนของพนักงานนอกแผนกชิปได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวในการระงับข้อตกลงดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แผนกชิปอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ ความไม่พอใจยังลามไปยังบริษัทในเครือของซัมซุง เช่น Samsung Display, Samsung SDI และ Samsung Electro-Mechanics ที่จดทะเบียนแยกกันและได้โบนัสน้อยกว่ามาก ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยบางส่วนก็แสดงความไม่พอใจและขู่จะดำเนินการทางกฎหมาย เนื่องจากมองว่าข้อตกลงนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การบรรลุข้อตกลงโบนัสของซัมซุงยังได้กลายเป็นชนวนกระตุ้นให้สหภาพแรงงานในภาคส่วนอื่น ๆ ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่ไบโอเทคโนโลยี ยานยนต์ อู่ต่อเรือ ไปจนถึงอุตสาหกรรมไอที หันมาเรียกร้องขอส่วนแบ่งกำไรของบริษัทในรูปแบบของโบนัสที่สูงขึ้นตามไปด้วย จนทำให้เกิดการถกเถียงในระดับรัฐบาลว่า เม็ดเงินกำไรที่ได้จากยุค AI ควรจะถูกกระจายอย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบประธานาธิบดีได้เสนอแนวคิด “เงินปันผลแห่งชาติ” เพื่อนำภาษีส่วนเกินจากธุรกิจ AI ไปสนับสนุนโครงการสวัสดิการสังคมแทนการกระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง.

ที่มา AFP / Yonhap

Leave a comment